The Chronicles of Narnia: The Lion, The Witch and the Wardrobe , ส่วนผสมที่ลงตัวสำหรับทุกครัวเรือน


… บานประตูของตู้เสื้อผ้าใน The Chronicles of Narnia เป็นเหมือน ประตู ที่จะพาพี่น้องทั้งสี่คนให้หลีกหนีจากโลกแห่งความจริงที่โหดร้ายไปสู่โลกใบใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ พวกเขาเป็นหนึ่งในบรรดาเด็กๆในยุคสงครามโลก ที่ส่วนใหญ่ก็คงวาดฝันว่าจะมีโลกอีกใบที่จะพาพวกเขาให้พ้นจากความจริงที่โหดร้าย ได้มีโอกาสกลับไปอยู่ร่วมกับครอบครัวที่สงบสุขอีกครั้ง แต่

สงครามในโลกของความจริง คือ ความโหดร้ายที่พลัดพรากพ่อไปจากครอบครัว พรากพวกเขาไปจากอ้อมอกแม่ ส่งผลให้ สี่พี่น้องตระกูลพีเวนซี ต้องไปอยู่กับศาสตราจารย์เคิร์ก พร้อมความคาดหวังว่าสงครามจะสิ้นสุดในเร็ววันแล้วพวกเขาจะกลับไปอยู่กันเป็นครอบครัวได้อีก แต่ สงครามจะสิ้นสุดในเร็ววันจริงหรือ? ในเมื่อมนุษย์ยังไม่สิ้นสุดความต้องการฝักใฝ่ในอำนาจ และ สงครามในโลกของความจริงนี้เองก็ส่งผลกระทบต่อทุกคนในครอบครัว

Peter พี่คนโต ต้องแบกรับภาระในฐานะหัวหน้าครอบครัว ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องดูแลพี่น้องให้ปลอดภัย แต่ เขาจะรับภาระนี้ไหวหรือไม่ในวัยขนาดนี้ หลายครั้งที่เขาต้องเข้มงวดเพื่อที่จะให้ทุกคนปลอดภัย จนกลายเป็นคนที่คอยควบคุมมากเกินไปและทำให้น้องรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำตัวเหมือนเด็กตลอดเวลา

Susan พี่คนรอง ต้องคอยประสานไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทและเลือกหนทางที่จะปลอดภัยที่สุดให้กับพี่น้อง โดยจนบางครั้งไม่คำนึงถึงคนอื่นๆ

Edmund ต้องอยู่กับความโกรธ และ ไม่เข้าใจที่แม่ส่งพวกเขาไปอยู่กับคนอื่น โกรธที่ถูกมองเหมือนเด็กมาตลอด และ ไม่เคยทำอะไรถูกต้องในสายตาคนรอบตัว

Lucy น้องคนเล็ก ต้องอยู่กับความหวาดกลัว ไม่มั่นใจ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับแม่และทุกคนในครอบครัว

เมื่อพวกเธอเผลอก้าวเข้าไปสู่โลกอีกใบ โลกที่มีสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ต่างๆดั่งในเทพนิยายทั้ง เซนทอร์(ครึ่งบนคนครึ่งร่างม้า) , ฟอน(ครึ่งบนคนครึ่งล่างแพะ) , สัตว์พูดได้ ฯลฯ ทั้งหมดนั้นอาศัยอยู่ในดินแดนที่มีชื่อว่า Narnia ดินแดนที่ปกคลุมไปด้วยความเหน็บหนาวของหิมะและความชั่วร้ายของแม่มดขาว บุตรีแห่งลิลิธ(ภรรยาคนแรกของอดัม) พวกเธอทั้ง 4 คน คือ บุตรแห่งอดัมและบุตรีแห่งอีฟที่ได้ถูกทำนายไว้ว่า จะมาปลดปล่อยนาร์เนียให้พ้นจากคำสาป และ ดำรงอยู่ด้วยความสงบสุขตลอดไป พวกเธอจะทำได้อย่างไร ในเมื่อพวกเธอเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆเท่านั้น

เมื่อพวกเธอก้าวเข้าไปสู่ โลกของนาร์เนีย

...นัยหนึ่งนอกจากจะเป็นการหลุดพ้นหลีกหนีไปจากโลกความจริงที่โหดร้าย ในอีกนัยหนึ่งมันก็เป็นเหมือนการก้าวไปพบโลกอีกใบที่มีบททดสอบจิตใจของมนุษย์

....หาก ราชินีหิมะ คือ ตัวแทนของซาตาน ดังที่เคยมีคนวิเคราะห์เปรียบเทียบวรรณกรรมเรื่องนี้ในเชิงศาสนา การล่อหลอก Edmund นี่คือ บททดสอบจากซาตานที่มีต่อความเปราะบางของใจมนุษย์

....ความโกรธ,ความริษยา และความรู้สึกด้อย เป็นเหมือนจุดอ่อนที่ตัวแทนความชั่วร้ายอย่างราชินีหิมะจะเข้าไปยึดครองจิตใจ ด้วยการเสนอ อำนาจ , ตำแหน่ง รวมถึง ขนมหวานเตอร์กิชดีไลท์ เป็นอาหารอันโอชะให้กับ Edmund ใจที่ยังไม่เข้มแข็งของเด็กวัย 10 ขวบ ถูกล่อหลอกให้บอกความลับและพาพี่น้องเพื่อนพ้องไปพบกับหายนะเพื่อแลกกับสิ่งเหล่านั้นจึงเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

...ความอ่อนแอต่อสิ่งชั่วร้ายในใจคน มักเกิดจากจุดอ่อนในใจ อย่าง ปมด้อยในใจ(เช่น ในเรื่องคือปมที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเด็ก รู้สึกว่าถูกควบคุม) หรือ เกิดจากกิเลสและความโลภที่จะตอบสนองความสุขส่วนตัว (เช่น ขนมหวาน) หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหล่านี้แล้ว อย่าว่าแต่เด็กอย่าง Edmund เลย ผู้ใหญ่หลายคนก็ยากที่จะปฏิเสธได้ลง และ นั่นมันก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิด สงครามในโลกความจริงที่สี่พี่น้องอาศัยกันอยู่ เพราะผู้ใหญ่เหล่านั้นถูกครอบงำจิตใจจากปีศาจร้ายที่ทะลุทะลวงผ่านจุดอ่อนในใจ

...Edmund อาจเป็นเหยื่อที่ตกหลุมพรางปล่อยให้จิตใจที่อ่อนแอถูกควบคุม แต่ใช่ว่า การที่คนเราพ่ายแพ้ต้องความชั่วร้าย จะต้องเปลี่ยนแปลงเป็น ความชั่วร้าย เสมอไป เหมือนที่ซาตานหรือราชินีหิมะต้องการให้เป็น เพราะ

...ตราบใดที่มนุษย์ยังคงมีแสงสว่างหรือมีใครสักคนที่จะพาไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องยามที่หลงทาง เฉกเช่นกับ Edmund ที่ยังมี พี่น้องของเขาที่พร้อมจะให้อภัย พร้อมที่จะสวมกอดและไม่ตำหนิเมื่อเขากลับมา พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างในวันที่เขารอคอยคำพิพากษา รวมไปถึง มี อัสลาน ที่สอนให้เขารู้จักการเสียสละ (พี่น้อง เป็นตัวแทนของ ครอบครัว และ อัสลาน เป็นตัวแทนของ ศาสนา) เมื่อนั้นมนุษย์ก็ย่อมที่จะไม่ถูกความชั่วร้ายเข้าครอบงำอย่างเต็มตัว

...ผู้ใหญ่ที่เป็นต้นเหตุของสงครามทั้งในอดีตและปัจจุบัน ก็ไม่ต่างจาก Edmund ในตอนต้น ที่ถูกความชั่วร้ายยั่วเย้า แต่เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่มีคนที่จะคอยยืนเคียงข้าง ไม่มีแสงสว่างให้นำทางหลุดพ้น จึงยังคงหลงทางไม่รู้จักจบสิ้นต่อไป

....ในตอนหนึ่งของนาร์เนีย สามพี่น้องยืนอยู่บนหน้าผาแล้วอุทานด้วยความตื่นตะลึงว่า โลกนี้มันแสนกว้างใหญ่เหลือเกิน บีเวอร์บอกว่า แล้วคิดว่าโลกมันเล็กอย่างนั้นหรือ

เราคงไม่รู้ว่าโลกใบนี้มันใหญ่แค่ไหนถ้าเราไม่เคยออกมามองโลกกว้าง เราคงไม่รู้จักชีวิตทุกด้านถ้าเราไม่เคยหลงทางผิดพลาด ไม่ผิดอะไรหากวันหนึ่งเราจะเคยทำผิดเพราะการทำผิดครั้งแรกก็เหมือนชีวิตที่เดินหลงทางไปเท่านั้น สิ่งสำคัญถัดจากนั้นคือประโยคที่ Peter พี่คนโตบอกน้องชายว่า อย่าหลงทางอีก

...นอกจาก Edmund แล้ว เด็กๆทุกคนล้วนเติบโตมากขึ้น การที่ได้รับความไว้วางใจจาก Edmund ในตอนท้าย ช่วยให้ Peter มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะดูแลทุกคนรวมไปถึงพวกพ้องในนาร์เนีย และ สายตาที่เคยมองการขบถของ Edmund ว่าเป็นการกระทำของเด็กไม่รู้จักโต เขาก็ได้เข้าใจว่า การขบถของ Edmund นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามที่จะดำรงไว้ของครอบครัวเช่นเดียวกัน (ในเรื่อง การดื้อของ Edmund ทั้งสองครั้งล้วนเป็นการดื้อเพื่อปกป้องครอบครัวให้คงอยู่ ครั้งแรกคือการพยายามที่จะเอาพ่อกลับมาด้วย และ ครั้งสุดท้ายคือการพยายามที่จะปกป้องพี่) , Susan จากที่เคยคิดถึงแต่ครอบครัวตัวเองก็รู้จักการที่จะเสียสละร่วมต่อสู้เพื่อคนอื่น , Lucy ก็ได้เรียนรู้คุณค่าของมิตรภาพว่ามันยิ่งใหญ่เพียงใด

... The Chronicles of Narnia เป็นวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิคของ C.S. Lewis เพื่อนของ J.R.R. Tolkien's ผู้เขียน LOTR โดย นาร์เนีย ตีพิมพ์ก่อนตั้งแต่ปี 1950 ทั้งชุดมีจำนวน 7 เล่ม และขายดีมากชนิดที่เรียกว่า ก่อนมี Harry potter ยอดขายของเรื่องนี้เป็นรองก็แต่คัมภีร์ไบเบิ้ลเท่านั้น ในบ้านเราสนพ.ผีเสื้อเคยพิมพ์ออกมานานแล้วและเงียบหายไปเข้าใจว่าไม่เป็นที่นิยมมากนัก ก่อนที่จะกลับมาพิมพ์ใหม่จนครบ ล่าสุดในงานหนังสือเห็นทำออกมาเป็นคอลเลคชั่นปกแข็งสวยงาม ส่วนตัวแล้วเคยอ่านไปแค่ 1 เล่ม แล้วก็ไม่ได้อ่านต่อเพราะไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ ด้วยความรู้สึกว่ามันเด็กเกินไปสำหรับตัวเอง เมื่อรู้ว่ามันมาสร้างเป็นหนังก็ไม่ได้คาดหวังอะไร และ คิดว่ามันคงจะซ้ำรอยความรู้สึกเดียวกับตอนอ่านหนังสือ นั่นคือ มันคงมีความเป็นเด็กเกินกว่าจะสนุกได้อย่างเต็มที่

...แม้ว่าในโลกวรรณกรรม นาร์เนีย จะถือกำเนิดมาก่อน มิดเดิลเอิร์ธ แต่การมีโอกาสได้ขึ้นจอของ นาร์เนีย ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณ LOTR ที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในโลกภาพยนตร์มาก่อน เป็นใบเบิกทางให้เรื่องนี้ได้สร้างขึ้นมา และ ผู้ที่เนรมิตโลกแห่งนาร์เนียขึ้นมาในครั้งนี้คือ Andrew Adamson ผู้กำกับที่ไม่เคยกำกับหนังที่มีคนจริงๆเล่นมาก่อน เพราะเขาเคยแต่กำกับตัวการ์ตูนจาก Shrek ทั้งสองภาค

....การเปิดเรื่องที่สงครามและการพลัดพราก เป็น การเปิดเรื่องที่ทำออกมาได้ดีและน่าสนใจ หนังใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำให้คนดูรู้จักตัวละครทั้งหลายได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นความฉลาดของคนเขียนบท ที่สามารถนำจุดเด่นในบุคลิกนิสัยของทั้งสี่คนที่แสดงให้เห็นในตอนต้นมาขยายต่อเป็นปมขัดแย้งและก่อเกิดเรื่องราวต่างๆขึ้น ทำให้ตัวหนังดำเนินเรื่องไปข้างหน้าพร้อมกันๆจาก เรื่องราวความสัมพันธ์ ความขัดแย้งของพี่น้อง (ความเป็นหนังครอบครัว) และ เรื่องราวความสัมพันธ์ ความขัดแย้งในนาร์เนีย (ความเป็นหนังสงคราม) โดยตั้งอยู่บนโลกจินตนาการ (ความเป็นหนังแฟนตาซี) หนังสามารถผสมผสานความเป็นหนังทั้งสามชนิด (หนังครอบครัว+หนังสงครามแอคชั่น+หนังแฟนตาซี) ได้อย่างกลมกลืน และ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวละครก็ทำให้มันมีกลิ่นอายของหนัง coming of age อยู่ด้วย

...เมื่อเข้าสู่นาร์เนีย งานสร้างที่เป็นฉากให้ความรู้สึกสมจริง สร้างโลกจินตนาการ ดินแดนแห่งหิมะออกมาได้สวยงามน่าเชื่อถือ งาน Special effect อยู่ในระดับยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบตัวละคร เป็นการเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ใส่เข้าไปในจินตนาการได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ สร้างตัวละครในจินตนาการให้ออกมาดูเหมือนจริงและมีการแสดงออกของอารมณ์ สัตว์พูดได้ก็ทำออกมาดูเนียนตามากไม่ว่าจะเป็น อัสลาน (ให้เสียงพากษ์ได้ทุ้มนุ่มนวลโดย Liam Neeson ที่ให้ความรู้สึกเดียวกับบทอาจารย์ที่คอยสอนลูกศิษย์ใน Star Wars และ Batman Begins) , ตัวบีเวอร์ , หมาป่าทั้งหลาย ฯลฯ และ สิ่งมีชีวิตในเทพนิยายก็ดูไม่ขัดตา

...สำหรับตัวละครที่เป็นคน การคัดเลือกนักแสดงทั้ง 4 คน เป็นการ casting ที่ยอดเยี่ยม นักแสดงเด็กทั้ง 4 คนที่ต่างก็เล่นได้ดีไม่มีที่ติและรับส่งเป็นทีมเดียวกันได้ดี ผมชอบตรงความสัมพันธ์ของพี่น้องที่หนังทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงเส้นด้ายความผูกพันของพวกเขา ที่มีทั้งปมที่ขัดแย้งกันอยู่และปมที่ผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น ทุกคนต่างก็มีความพยายามที่จะปกป้องความเป็นครอบครัวแต่แสดงออกมาต่างกัน (Peter - ปกป้องมาก Susan – ปลอดภัยไว้ก่อน ไม่สนคนนอก Edmund – หุนหัน ต่อต้าน ) อันเนื่องมาจากสภาวะกดดันและผลกระทบจากสงคราม เพียงแต่ด้วยภาวะวัยที่แตกต่าง การขาดพ่อแม่ที่จะช่วยเหลือชี้ทาง ทำให้ปมขัดแย้งเหล่านั้นไม่ได้รับการช่วยเหลือคลี่คลาย จนเมื่อพวกเขาได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของนาร์เนีย

...คนสำคัญที่เด่นมากคือ Tilda Swinton ในบทแม่มดขาว โดดเด่นเป็นสง่าในเรื่องเหลือเกิน (เคยดูเธออยู่ 2-3เรื่อง หากไม่นับการติดปีกใน Constantine เธอเองล้วนให้การแสดงที่คนได้ดูลืมไม่ลง ไม่ว่าจะเป็นบทผู้นำที่มีรัศมีความโหดที่คล้ายแม่มดขาวจากเรื่อง The Beach หรือจะเป็นบทวาบหวามที่เธอเปิดเผยมากที่สุดเรื่องหนึ่งประกบคู่ยวน แมคเกรเกอร์ใน Young Adam ) เธอเปล่งประกายรัศมีออกมาได้อย่างน่ากลัว นาทีหนึ่งที่เธอดูใจดีมีเมตตา แต่อีกวินาทีถัดมาเมื่อถึงคราวโหดเธอแสดงออกมาได้อำมหิตสมบทที่รับ ฉากควงดาบออกสู้กับฉากใช้อาวุธของเธอ ดูคล่องแคล่วและเท่มาก

...หลายคนที่ได้ดู LOTR ไป อาจมีภาพฉากแอคชั่นที่สมจริงน่าตื่นตะลึงมาเปรียบเทียบกับ นาร์เนีย (ยิ่งมีตัวละครหน้าตาคล้ายกันยิ่งทำให้อดคิดถึง LOTR ไม่ได้) และ อาจรู้สึกว่า สงครามในนาร์เนียนั้นไม่มันสะใจเท่า LOTR โดยอาจลืมนึกไปว่า ทั้งสองเรื่องนั้นมีความแตกต่างกันมาตั้งแต่ต้นฉบับ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นวรรณกรรมในโลกจินตนาการ มีสงครามเหมือนๆกันก็ตาม แต่ นาร์เนีย นั้นอยู่ในโลกของความเป็นเด็กมากกว่า(สังเกตจาก ตัวละครหลักที่เป็นเด็ก , ตู้เสื้อผ้า , ซานตาคลอส , สัตว์พูดได้ ฯลฯ )

ดังนั้นการดัดแปลงนาร์เนียให้เข้าถึงคนดูส่วนใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก หากคิดจะดำเนินเรื่องให้มีฉากแอคชั่นหรือสงครามอยู่ในหนัง และ จะทำให้มันอยู่ภายใต้เงื่อนไขเรท PG เพื่อให้คนดูได้ทุกเพศทุกวัย เพราะหากจะใส่ความรุนแรงที่มากเกินถึงเลือดถึงเนื้อก็อาจทำให้มันไม่ใช่หนังสำหรับเด็กไปได้ หรือ หากอิงต้นฉบับมากเกิน ตัวหนังก็มีโอกาสที่จะออกมา เด็ก กว่านี้และสูญเสียกลุ่มคนดูผู้ใหญ่ไป ด้วยเหตุนี้ ผมจึงชื่นชม ฉากแอคชั่นที่ปรากฎหลายๆฉาก เพราะแม้ว่ามันถูกสร้างมาภายใต้เงื่อนไขนี้จึงไม่มีเลือด แต่มันก็นำเสนอออกมาได้ดี การได้ผู้กำกับที่เคยทำ หนังเด็ก แต่เข้าถึงโลกผู้ใหญ่ได้ดีอย่าง Shrek ทั้งสองภาค เป็นข้อได้เปรียบที่จะปรับแต่งให้ตัวหนังออกมาอยู่ตรงกลางระหว่างเด็กและผู้ใหญ่

สิ่งที่ชอบ

1.ความสนุก ... หนังแม้จะยาวและเดินเรื่องไปข้างหน้าอย่างเรียบๆ จนช่วงที่Lucyพบทัมบัสผมเกือบหลับไป แต่หลังจากพ้นช่วง 15 นาทีแรกของหนังไปแล้ว เมื่อบีเวอร์โผล่มาปล่อยมุขแรก(ชอบมุขแรกที่เจอกันมาก) หลังจากนั้น ไม่มีช่วงเวลาไหนเลยที่รู้สึกว่าน่าเบื่อ ไม่มีช่วงเวลาที่รู้สึกว่าเกินเลยหรือยืดยาด

2.เด็กทั้ง 4 คน ... Lucy ที่รับบทโดย Georgie Henley ถึงจะเป็นการแสดงครั้งแรกของเธอแต่เธอก็เล่นได้น่ารักมาก เป็นเด็กที่มีเสน่ห์ในตัว Edmund ก็เล่นได้ดีเพราะทำให้คนดูเกลียดแล้วก็เปลี่ยนเป็นน่าสงสารได้ Peter บางมุมดูแล้วคล้ายฮีท เลดเจอร์ ก็แสดงความไม่มั่นใจที่อยู่ภายใต้ความแข็งได้ดี และ Susan ก็หน้าหวานเหลือเกิน สามคนแรกเป็นการปรากฎบนจอภาพยนตร์ครั้งแรกและพวกเขาทำได้ดี

3.ตัวละครในแง่การออกแบบตัวละคร ... การออกแบบตัวละครทั้งจาก CG และ การกำกับ ทำให้อัสลาน และ หลายๆตัวในเรื่อง เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ น่าเชื่อถือ เป็นสัตว์พูดได้และสัตว์จาก CG ที่สมจริงที่สุดตั้งแต่เคยดูหนังมา

4.อารมณ์ ... แม้จะเป็นหนังที่สร้างจากวรรณกรรมเด็ก และเคยอ่านหนังสือแล้วก็รู้สึกว่ามันเด็กๆ แต่พอดูแล้วกลับรู้สึกว่ามันไม่ได้เด็กเกินไปเหมือนกับตอนอ่านหนังสือ หนังปรุงแต่งแล้วทำให้คนดูเข้าถึงอารมณ์ที่หลากหลายตลอดเรื่อง ทั้ง ซาบซึ้ง ประทับใจ สนุกคึกคัก ขำขัน และ ฮึกเหิมได้

5. งานสร้าง ... ทำให้นาร์เนีย มีมนต์ขลัง รวมไปถึงงานออกแบบเครื่องแต่งกายของเหล่าเด็กๆและราชินีหิมะที่ทำออกมาได้อย่างน่าชื่นชม

6 Tilda Swinton .... คุ้นๆว่าเธอไม่ใช่ตัวเลือกแรก ครั้นพอเธอถูกเลือก ก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะแสดงได้ดีเพียงใด จนเห็นหนังตัวอย่างเพียงภาพเธอสั้นๆ ก็ไม่มีข้อสงสัยใดๆอีกกับการเลือกเธอมารับบทนี้ และ เมื่อได้ดูหนังเต็มๆ เธอเป็นตัวละครที่เด่นมาก ทั้งจากปัจจัยภายนอกเช่น เสื้อผ้า บทบาท ฯลฯ และ เด่นจากภายในตัวเธอเอง ทั้งลีลาการแสดงและรัศมีในตัว

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความง่าย ... ตอนดูมีจังหวะที่ทำให้อดคิดตามไม่ได้ว่า เอ๊ะ มันจะเก่งเร็วไปมั้ย วางแผนยังพอเชื่อแต่จะถึงขั้นสู้รบปรบมือจะไหวเหรอ ฯลฯ บางช่วงมันดูง่ายเกินไป โดยไม่ได้มีจุดอธิบายให้โน้มน้าวคล้อยตามเชื่อไปได้ โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงในด้านการสู้รบของเด็กๆ

สรุป ... หากใครคาดหวังความตื่นเต้นเข้มข้นระดับ LOTR น่าจะผิดหวัง แต่มันก็ไม่ใช่หนังที่มีความเป็นเด็กเกินไปกว่าผู้ใหญ่จะดูได้ สำหรับผมแล้ว ที่คาดไว้ก่อนว่ามันจะเป็นหนังสำหรับเด็กๆเหมือนกับตัวหนังสือ ผลลัพธ์ที่ออกมากลายเป็นว่า สนุกกว่าที่คิดไว้มาก หนังเปิดเรื่องได้น่าติดตามจนช่วงที่ลูซี่หลุดเข้าไปในนาร์เนียแรกๆนั้นเกือบหลับ แต่เมื่อพบบีเวอร์ ความฮาน่ารักของมันปลุกผมให้ตื่น และ สนุกติดตามไปจนจบ หลายตอนซึ้งกินใจ และ หลายตอนก็น่ารักขำขำเฮฮา เป็น หนังแฟนตาซีสำหรับครอบครัวที่มีสาระและความบันเทิงที่ผมชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ ดูสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นหนังที่พ่อแม่ดูจบสามารถหยิบจับประเด็นไปสอนเด็กๆได้อีกด้วย


ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




Create Date : 02 มกราคม 2549
Last Update : 4 มกราคม 2549 19:17:56 น.
Counter : 5884 Pageviews.

64 comments
:: ปูรณฆฏะ :: กะว่าก๋า
(18 มี.ค. 2562 06:13:13 น.)
ทีวีอนิเม หน่วยผจญคนไฟลุก ประกาศผู้ที่มารับบทเป็น Joker iamZEON
(12 ก.พ. 2562 16:25:58 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
+ ตุง หรือ ธุงอีสาน + wicsir
(4 มี.ค. 2562 11:02:11 น.)
  
หนังเยี่ยมไปเลยค่ะ
โดย: chalam.exteen.com IP: 61.91.106.213 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:2:47:22 น.
  
เป็นหนังที่ดีมากเลย

ไปดูมาแล้ว ตอนจะจบยังไม่อยากให้จบเลย
เพราะทั้ง kings and queens ตอนโตแล้ว ทั้งหล่อ ทั้งสวย
โดย: jaa_aey วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:9:28:27 น.
  
แวะมาเสพข้อมูล
โดย: ชายคา วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:10:16:31 น.
  
ชอบค่ะ หนังเรื่องนี้ น่ารักเชียว แม่มดท่าสวยมากค่ะ
โดย: Fruit_tea วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:11:52:52 น.
  
ผมว่าเกือบดีนะครับ แต่ไม่ดี
ตัวละครเด็ก มันค่อนข้างแบนไปหน่อย
แต่แม่มดนี่ ดูร้ายได้อารมณ์ ต้องขอบคุณฝีมือ ทิลด้า แท้ๆ
โดย: joe IP: 61.91.168.234 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:13:04:30 น.
  
หนังสือเรื่องนี้เคยอ่านสมัยเด็กค่ะ พอรู้ว่าเขาสร้างเป็นหนังก็ติดตามงานสร้างมาตลอด
เย็นนี้จะไปดูแล้ว

ไม่หวังอะไรมาก นอกจากจะเห็นสิ่งที่เคยอ่านสมัยเด็กออกมาเป็นหนัง
โดย: แมวน้อยในลังส้ม IP: 211.31.234.226 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:13:17:10 น.
  
โดยส่วนตัวแล้วชอบเรื่องนี้มาก เพราะว่าเคยดูเป็นภาคการ์ตูนมาก่อน
โดยไม่รู้มาก่อนว่าเค้ามีเป็นหนังสือด้วย
จนในที่สุดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ไปเจอหนังสือเข้าโดยบังเอิญ
เลยซื้อมาซะเลย อิอิ เป็น box set ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ
พอรู้ว่านำมาสร้างเป็นหนังก็ทำให้ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก
พอได้ดูจริงๆ ก็......สมใจอยากค่ะ.....
ทุกอย่างลงตัวหมด ไม่ว่าจะฉาก หรือการดำเนินเรื่อง
ติอย่างนึงคือ Aslan ค่ะ ไม่ค่อยหล่ออย่างที่คิด
บางตอนหัวหลิมๆ ยังไงไม่รู้....
โดย: นะหนิง วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:13:48:33 น.
  
ดูได้เพลินๆ ครับ
ชอบน้องคนสุดท้องน่ารักมาก
โดย: bigwores วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:14:11:21 น.
  
อยากดูมากเลยค่ะ ชอบตั้งแต่ตอนเห็นโฆษณา
เด๋วจะหาโอกาสไปดูให้ได้
โดย: BBwindy วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:14:32:58 น.
  
สวัสดีค่ะ
ไปดูมาแล้วค่ะ แล้วก็เคยอ่านเรื่องนี้ไปทั้งหมด 3 เล่มแล้ว คืออ่านตามลำดับปีที่พิมพ์นะคะ เหมือนที่เค้ามาสร้างเป็นหนังน่ะค่ะ ถ้าลำดับเหตุการณ์ภาคนี้จะเป็นเล่มที่2ค่ะ
คิดว่าทำออกมาได้ดีมากๆค่ะ ดูแล้วสนุกกว่าในหนังสือซะด้วยซ้ำ เพราะในหนังสือจะไม่บรรยายเกี่ยวกับการสู้รบอะไรเลย ถ้าเป็นไปได้อยากดูให้ตอน ผจญภัยโพ้นทะเล ทำเป็นหนังที่สุดค่ะ เพราะสนุกดี

สุดท้าย คุณผมอยู่ข้างหลังคุณ ก็ยังเขียนรีวิวหนังได้ดีตลอดเลยนะคะ ติดตามอ่านมานานแต่ไม่ได้มาเม้นค่ะ
โดย: kasaboy IP: 61.47.106.7 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:15:12:45 น.
  
ผมชอบจังเลย

ไม่เคยอ่านมาก่อน เหมือนกัน

กะว่า ถ้าเคลียร์หนังสือเก่า หมด จะไปซื้อมาอ่านให้ครบทั้งหมดเลย สำหรับผมชอบมากกว่าลอร์ด ไม่รู้ทำไม อิอิ
โดย: BIZZARE IP: 58.10.7.28 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:15:17:20 น.
  
ไปดูมาแล้วครับ สนุกดีครับ ถึงแม้ว่าจะเจอผีพากษ์ กับผีเด็กถีบเบาะนั่งในโรง แต่ก็ยังสนุก ผมชอบลูซี่ตอนโตมากๆ น่ารักถูกใจจริงๆ
โดย: m_aut IP: 58.10.211.130 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:16:28:46 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้มากเลยค่ะ
เป็นหนังในดวงใจอีกเรื่องไปแล้วและก็ชอบแม่มดขาวเหมือนกันด้วย เป็นตัวร้ายที่ชอบที่สุดไปแล้วล่ะค่ะ โหดได้เรื่องจริงๆ
หนูว่าอัสลานหล่อดีออก เห็นแล้อยากกอดมากๆสิงโตอะไรไม่รู้หล่อกระชากใจจริงๆเลย อิ อิ
โดย: the sin girl IP: 58.9.147.39 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:16:38:17 น.
  
ชอบค่ะ...ว่าจะไปดูอีกซักรอบ
โดย: Bubblezilla IP: 203.188.25.221 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:17:09:23 น.
  
เป็นหนังที่ทำออกมาได้สนุกและเคารพหนังสือมากๆครับ ชอบมาก
โดย: อธิษฐานสิจ๊ะ IP: 58.8.248.115 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:17:35:00 น.
  
สนุกดี อยากลองอ่านหนังสือบ้างจัง
โดย: Conch IP: 210.203.182.100 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:18:37:16 น.
  
ไปดูมาแล้ว สนุกดี ชอบอัสลานมากๆ อ่ะ ว่างๆ แวะเวียน blog ได้ที่ //chorching.bloggang.com จ้า
โดย: หลังจอ วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:19:17:51 น.
  
กำลังหาข้อมูลเพื่อทำบล็อคเรื่องนี้เหมือนกันครับ
แต่รายละเอียดคงสู้ไม่ได้แหะ ๆที่นี้พร้อมเพรียงมากกว่าแต่ที่อยากทำคือ การได้ค้นคว้าถึงเนื้อหาและตัวละครหน่ะครับ ชอบความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน
และก็ชอบอัสลาน อย่างคุณหลังจอด้วยย
เพราะชอบถึงสงสัยในตอนต่อๆ ไป ว่าบทบาทคุณอัสลานจะมากน้อยแค่ไหน

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่น่าสนใจและน่าอ่านมากครับ
โดย: จิรัติการ (karinas ) วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:19:30:51 น.
  
แม่มดเด่นมากเลย สิงโตก็ดูเท่ห์ ดูแล้วสนุกดี
โดย: hunternome IP: 58.136.69.136 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:21:23:20 น.
  
.... ลืมสิ่งสำคัญไปอย่างหนึ่ง




สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนคร้าบ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:21:24:56 น.
  
เรื่องนี้ภาพสวยดีค่ะ ดูแล้วเย็นดี ชอบเย็นๆ
โดย: น้องที่รัก IP: 58.136.224.32 วันที่: 2 มกราคม 2549 เวลา:21:53:00 น.
  
ตามมาอ่านรีวิวค่ะ
เขียน บรรยายดีค่ะ ชี้จุดดี จุดด้อยของหนังได้ดี
ขอชมค่ะ

มาเอ่ยถึงหนังเรื่องนี้บ้างดีกว่าค่ะ
โดยส่วนตัวชอบค่ะ เห็นความใส จริงใจ ความกลัวของเด็ก อย่างเอ๊ดมัน ที่อยากกินขนมจนลืมความถูกต้อง อยากเป็นใหญ่ เพราะมักจะโดนพี่ชายว่า ดุตลอด แต่เขาก็เป็นคนที่มีจิตใจดี ที่อยากช่วยเหลือหมาป่า แม้จะเป็นการบอกความลับก็ตาม ด้วยความคิดแบบเด็กๆ ทำให้เราเห็นว่า ตัวละครตัวนี้ ไม่แบนจนเกินไป
แล้วตอนหลังก็กลับตัวได้

แล้วก็ชอบอัสลานอีกตัวค่ะ แสดงให้เห็นว่าคนเราต้องสัตย์ซื่อและเสียสละ แม้ว่าตัวเองต้องตาย

โดย: เลขาตัวซน IP: 58.10.9.193 วันที่: 3 มกราคม 2549 เวลา:0:19:03 น.
  
ไปดูมาแล้ว...................
บางคนก็บอกว่าเรื่องนี้มันดูเด็กๆ แต่เราก็ชอบนะ
ชอบแม่มดขาวจัง เท่ดี...........
โดย: = i v a n a = ! IP: 58.8.27.10 วันที่: 3 มกราคม 2549 เวลา:9:05:09 น.
  
เนื้อเรื่องให้ 7
ความมันส์ฉากสงครามให้ 7
ความเท่ของตัวละคร 10
โดย: นะนะ IP: 58.136.184.222 วันที่: 3 มกราคม 2549 เวลา:11:37:18 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันครับ ถือว่าประทับใจพอควร

ป้าทิลด้าเท่ได้ใจมั่กมากกก... หลังจากที่ป้าทำให้ผิดหวังอย่างแรงจาก Constantine ที่ป้าเล่นได้ "ปัญญาอ่อน" มั่กมาก (รึว่าเป็นที่บทหว่า - -*)

ในกลุ่มเด็กชอบปีเตอร์กับลูซี่ครับ เนียนมาก ทั้งคู่
โดย: nanoguy IP: 58.10.0.9 วันที่: 3 มกราคม 2549 เวลา:13:16:54 น.
  
อยากมาสารภาพว่าตอนแรกจะไปดูคิงคอง
แต่มันออกไปแล้ว(ที่บิกซี ลพบุรี)
ก็เลยดูนาเนืยแทนด้วยความเซ็งๆคิดว่าหนังเด็กน่ะ
กลับกลายเป็นหลงรักหนังเรื่องนี้เฃ้าอย่างเต็มๆ....
โดย: deedy9na IP: 221.128.110.177 วันที่: 3 มกราคม 2549 เวลา:15:12:29 น.
  
ตั้งใจจะไปดูเรื่องนี้ละค่ะ
โดย: Batgirl 2001 วันที่: 3 มกราคม 2549 เวลา:22:38:22 น.
  
เห็นโฆษณาแล้วอยากดูมากๆ ไม่รู้ว่ากลับไปถึงกรุงเทพหนังเรื่องนี้จะยังอยู่ในโปรแกรมรึป่าว

โดย: lovemeloveyakult วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:0:45:19 น.
  
แต่เรื่อวนี้ ผมชอบจิ้งจอกหละ
โดย: ม่อน IP: 61.91.212.80 วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:14:04:12 น.
  
เขียนได้เยี่ยมมากครับ

ตอนแรกที่เคยอ่านหนังสือก็คิดเหมือนกันว่าเด็กๆจะไปรบได้ไง แต่ทุกคนเชื่อในอัสลาน ตรงนี้คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความกล้าที่จะออกไปสู้

เป็นเรื่องแรกที่ทำให้ผมเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆ แค่มองหน้าปกเมืองในตู้เสื้อผ้าก็จินตนาการได้ทั้งวันแล้ว

โดย: Mark VII IP: 61.90.118.5 วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:14:16:27 น.
  
รักนาร์เนียเข้าไส้ และจะรักตลอดไป
อยากดูภาคเจ้าชายแคสเปียนจังเลยยยย
โดย: quin toki วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:17:02:08 น.
  
เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ภาพสวยมากค่ะ ดูแล้วได้บรรยากาศนาเนียมาก
โดย: dark rain IP: 61.47.114.225 วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:17:07:47 น.
  
ชอบลูซี่อ่ะ น่ารักจัง
ดูสกู๊ปเรื่องนาร์เนียในยูบบีซีเมื่อวันก่อน เค้าบอกว่าเวลามีฉากที่ลูซี่จะต้องประหลาดใจหรือตกใจ เค้าจะปิดตาเด็กนักแสดงคนนั้นไว้ ไม่ให้เห็นฉาก แล้วค่อยเปิดตาตอนจะถ่าย จะได้ภาพอารมณ์เด็กๆที่สมจริง ^o^
โดย: Pat :o) วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:17:13:02 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกัน โดยรวมแล้วชอบมากๆครับ แค่ดูสัตว์พูดได้ก็คุ้มแล้ว (มียูนิคอร์นด้วยนะ..เท่ห์ชะมัด)

ปล.แอบมาอ่านรีวิวของคุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" มานาน เพิ่งมาเม้นต์ครั้งแรก รีวิวได้ลึกซึ้งและดีมาก ๆ ครับ นับถือจริงๆ ไว้จะแวะเข้ามาเรื่อยๆนะครับ
โดย: lotviler IP: 203.118.122.254 วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:18:54:16 น.
  
เดี๋ยวจะอัพนาร์เนียกับคิงคองแล้วค่ะ

แล้วจะกลับมาอ่านของคุณอีกที

ชอบทั้งสองน.เหมือนกัน
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:9:04:39 น.
  
สั้นๆเลย ชอบคะ
ชอบกว่าหนังสืออีก
ทำได้ดีกว่าที่คิดอีกคะ
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีหนังดูเลยนะคะ
คิดว่า the promise เนี่ยน่าดูมั้ยคะ

โดย: tong IP: 202.28.181.10 วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:15:10:37 น.
  
^
^
คนดูแล้วเขาว่ากันว่า เฉยๆ อย่าหวังมาก ไว้ไปดูแล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังครับ / ถ้าไม่รู้จะดูอะไรลองไปเยี่ยมเพนกวินหรือยังครับ ดูแล้วประทับใจทีเดียวกับชีวิตที่งดงาม

... ขอบคุณครับกับทุกความเห็นที่หลากหลาย รอความเห็นท่านอื่นๆอยู่ต่อไปครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 5 มกราคม 2549 เวลา:15:44:14 น.
  
โดยส่วนตัวชอบหนังสือมากกว่าค่ะ
พอดีได้อ่านก่อนจะดูหนังราวๆ1ปี แล้วก็ดันเอามาอ่านอีกครั้งก่อนไปดูหนัง 1 วัน ทำให้เห็นความแตกต่างของหนังกับหนังสือชัดเกินไป ถ้าไม่ได้อ่านหนังสือคงจะสนุกกว่านี้
โดย: a IP: 210.246.76.63 วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:21:30:53 น.
  
สวัสดีค่ะ
นาร์เนียเป็นหนังที่ดูสนุก เพลิดเพลินดี
เห็นด้วยว่าเป็นหนังให้แง่คิดหลายอย่าง เช่นความสัมพันธ์ในพี่น้อง กิเลสในใจตนเองซึ่งกลายมาเป็นจุดอ่อนของคนนั้น

ได้ยินมาว่าลูอิสผู้เขียน เป็นผู้มีศรัทธาในศาสนาคริสต์มาก วรรณกรรมนาร์เนียจึงเกี่ยวข้องกับศาสนามาก โดยทั้ง 7 เล่ม คือ บาป 7 ประการในศาสนาคริสต์
และตอนนี้(น้องคนที่ 3 เอ็ดมุนด์)คือ ตัวแทนบาปความตะกละ
อัสลาน คือ ตัวแทนของพระเยซู ผู้มาไถ่บาปให้กับบุตรของอีฟกับอดัม
เป็นวรรณกรรมที่สนุกและสอดแทรกเนื้อหาทางศาสนาได้ดี

ชอบน้องคนเล็ก ลูซี่น่ารักดี เป็นเด็กที่อยากรู้อยากเห็น สดใส มองโลกในแง่ดี คนเล่นเล่นได้น่ารัก
ตอนโตก็สวย ส่วนเอ็ดมุนด์ ตอนโตหน้าตาหล่อจัง
ปล.ตนเองไม่ได้อ่านหนังสือ

โดย: nuania IP: 61.91.133.85 วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:12:10:28 น.
  
อ้อเกือบลืมไป
ตัวละครที่ชอบมากๆเลย คือ บีเวอร์สามีภรรยา น่ารัก น่ารัก และมีมุขขำๆตลอด
โดย: nuania IP: 58.10.56.233 วันที่: 7 มกราคม 2549 เวลา:19:42:26 น.
  
ก็หนังจากหนังสือสำหรับเด็กนี่ครับ

ผมชอบนะ น่ารักดี
โดย: Marvellous Boy วันที่: 9 มกราคม 2549 เวลา:14:26:19 น.
  
ไปดูมาแล้วคราบ ชอบภาพสวย
โดย: zatoru IP: 210.86.135.1 วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:12:16:41 น.
  
จะไปดูวันนี้ ไม่รู้ว่าจะใช่เรื่องที่เคยอ่านตอนเด็กๆ รึเปล่า เพราะจำได้ลางเลือน รบกวนคุณเว็บมาสเตอร์บอกเรื่องความยาวของหนังทุกเรื่องที่นำมาเล่าในบล็อคเพิ่มเติมในคราวต่อไปได้มั๊ยค่ะ
โดย: jeka IP: 202.44.72.3 วันที่: 11 มกราคม 2549 เวลา:16:09:57 น.
  
ดีครับ
โดย: pongtorn IP: 61.90.140.154 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:11:02:22 น.
  
ดิฉันรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องนี้ค่ะ
มีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ จนทำให้ใจที่จะเพลิดเพลินไปกับจินตนาการนั้นสะดุดไป
หนึ่งคือ เรื่องเหตุผล ถึงแม้จะเป็นวรรณกรรมเด็ก ก็มิใช่ว่าจะสักแต่แต่งเรื่องให้เป็นไป เช่น ตอนสิงโตตาย เด็กหญิงก็รู้อยู่ว่าจะเกิดสงครามขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ ทั้งยังรีบบอกข่าวให้พวกตัวรู้ แต่ตัวเองกลับนอนเฝ้าแท่นซะเฉิบ ...พอตื่นขึ้น ก็อยากกลับไปหาพวก แล้วสิงโตก็ดันตื่นฟื้นคืนสติจำเพาะตอนเนี้ยแหละ
และเรื่องที่มีคนว่าไปแล้วคือ เด็กน้อยจะสู้รบกันเก่งฉกาจเกินไปรึเปล่า คนสร้างหนังลืมเล่าตอนฝึกปรือไปหรือไร แล้วเหตุผลการรบรากันน่ะ มันเรื่องอะไรกัน แย่งชิงความเป็นใหญ่ที่จะครอบครองดินแดนกระนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้น ฝ่ายแม่มด และ ฝ่ายสิงโต จะต่างกันที่ตรงไหน เฉกเช่นหมา 2 ตัวกัดกันแย่งกระดูกฉะนั้น ดังนั้นเรื่องนี้ก็จะไม่มีฝ่ายธรรมมะและฝ่ายอธรรม จึงมิได้จะให้ข้อคิดอันใด
แต่ถ้าจะแบ่งฝ่ายดีและฝ่ายเลวแบบยัดเยียดรวบหัวรวบหาง ก็คือสิ่งที่หนังพยายามจะให้เราเข้าใจไปเป็นอย่างนั้น ฝ่ายดีก็จะเป็นสิงโต ฝ่ายร้ายก็จะเป็นแม่มด ยุติธรรมแล้วกระนั้นหรือ ทั้งที่จุดประสงค์ของทั้ง 2 ก็คือสิ่งเดียวกัน และได้มาด้วยวิธีการเดียวกัน คือ "ฆ่า" แล้วถ้าจะยัดเยียดให้เป็นดังนั้นจริงๆ ก็จะมีข้อบกพร่องอีก 1 เรื่อง คือ เหล่า “สัตว์สัญลักษณ์” ก็สับสน ไม่ชัดเจน กล่าวคือ
ฝ่ายแม่มดเป็นฝ่ายร้าย เหล่าพลพรรค หน้าตาก็จะหน้าเกลียดน่ากลัว แต่ก็ยังมีเสือขาว หมีขาว อันน่าจะสำนึกได้ว่าเป็นสิ่งดีงามสวยงาม ส่วนฝ่ายสิงโตที่ถูกติ๊งต่างว่าเป็นฝ่ายดี หน้าตาพลพรรค ถึงจะประหลาดแต่มีส่วนคล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่สัตว์ที่ร่วมรบ กลับมี แรด หมูป่า เป็นสัตว์ที่มีจิตใต้สำนึกบอกเราว่าเป็น Negative
เรื่องความไม่สมเหตุสมผล หรือ ไม่มีที่มาที่ไปอีกเรื่อง คือ เด็กๆ อยู่ที่นั่นจนโตเลยเหรอคะ ไม่คิดถึงบ้านเลยเหรอ แล้วถึงกับลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองมาจากไหน มันเพราะอะไรกัน...
2. บลูสกีน ห่วยมาก ถึงขั้นเห็นแล้วอุทานออกมา

แต่ยังมีสิ่งที่ชอบอยู่บ้าง
1. cg สัตว์ต่างๆ ดีใจหาย
2. ตัวละคร Edmund ออกแบบได้ดีมาก ชอบมากๆ ประเสริฐสุด
3. คัดเลือกนักแสดงได้เหมาะสมมากกับ character ดีเลิศ
4. นักแสดงเด็ก และแม่มด แสงดได้ดีมาก ถึงแม้เด็ก Lucy จะ Overacting ไปบ้าง

ระลึกข้อบกพร่อง และข้อชื่นชอบ เรื่อง นาเนีย ได้แต่เพียงเท่านี้
โดย: น้องส้วม IP: 61.91.143.153 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:20:16:26 น.
  
ชอบมากค่ะ ดูแล้วสนุกมากๆ ติดใจมาก Tilda Swinton แสดงบทแม่มดขาวได้มีเสน่ห์จริงๆ คติที่ด้ยิ่งทำให้หนังมีเสน่ห์ ไม่เคยอ่านมาก่อน แต่ดูแล้วติดใจค่ะ (ส่วนตัวก็ชอบLOTRเช่นกัน ทั้งที่ไม่เคยอ่านมาก่อนเหมือนกัน ) ท้ายนี้ขอบคุรมากค่ะสำหรับบทความของคุณ อ่านแล้วได้ความรู้เพียบเลยจริงๆ ..ไว้จะแวะมาอ่านอีกค่ะ^_^<
โดย: piim IP: 61.47.108.218 วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:20:58:10 น.
  
ดูแล้วชอบมากครับ

ความจริงดูตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งจามาได้อ่าน

ดูแล้วอดนึกถึงเรื่องราวในศาสนาคริสต์ไม่ได้ครับ

พอกลับมาเจอกระทู้นี้
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4009099/A4009099.html
เลยอึ้งไปเลย

แล้วจามาอ่านเรื่อยๆ ค้าบ
โดย: Elrond วันที่: 14 มกราคม 2549 เวลา:21:17:25 น.
  
ไปดูนาเดียร์มาเมื่อวานนี้ชอบมาก
เป็นวรรณกรรมเยาวชนเล่มแรกที่อ่านและทำให้รักการอ่านมาจนทุกวันนี้
ปลุกเร้าจินตนาการได้ดีเหลือเกิน
หนังก็ทำออกมาได้เยี่ยม และน่ารักมาก
ชอบ Lucy ตอนเด็กจัง
โดย: CC IP: 58.10.76.236 วันที่: 15 มกราคม 2549 เวลา:0:04:01 น.
  
พอดูได้นะครับ บทมันหลวมพิกล คือ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรอเด้กพวกนั้นด้วยเพราะอัสลาน กับพวกก้น่าจะชนะแม่มดได้แล้ว เด้กก้เก่งจนเวอร์ ตัวแค่นั้นแต่จับดาบสู้รบได้เก่งจัง เด้กๆไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอะไร เท่าไรเลย การแสดงความรู้สึกอบอุ่นในครอบครัวก็แสดงแข็ง ๆไม่เหมือนพี่น้องกันเหมือนเพื่อนกันมากกว่า ตอนแม่มดตายก็งงว่าตายได้ไง อัสลานกัด หรือกินแม่มด ช่วยบอกหน่อย
โดย: นิรบาล IP: 61.19.222.33 วันที่: 15 มกราคม 2549 เวลา:8:47:10 น.
  
ชอบบีเวอร์เหมือนกาน
โดย: .. IP: 58.8.66.15 วันที่: 15 มกราคม 2549 เวลา:13:26:23 น.
  
ส่วนตัวไม่ชอบเลยค่ะ
ไม่ชอบอย่างมาก...

ที่ชัดสุดคือควาวมไม่สมเหตุสมผลของหนังเรื่องนี้
เห็นด้วยกับคนข้างบน เป็นหนังเด็ก ใช่ว่าจะละเลยพวกนี้ได้
ดูแล้วมีเยอะมากที่ขัดกับเหตุผล...หรือมีเหตุผลไม่เพียงพอที่จะให้ตัวละครทำสิ่งที่เป็นเรื่องใหญ่

...อย่างที่2 ส่วนตัวจริงๆ คือ คาแรกเตอร์
เด็กพี่น้องแต่ละคนไม่มีความน่าสนใจน่าติดตามเอาซะเลย
มันมีด้านลบมากกว่าด้านบวก
ตัวพี่คนโต บุคลิก ไม่ได้มีความเป็นผู้นำเลย ลังเลตลอดเวลา
น้องชายก็ไม่มีเหตุผล ขี้ขลาด
พี่สาว...งอแงจะกลับท่าเดียวไม่ได้สนใจเลยว่าคนอื่นเค้าอุตส่าห์ช่วย

น้องคนเล็ก เหมือนจะเป็นตัวละครที่ทำให้คนดูรักได้ แต่แอ็กติ้งขัดใจมากๆ
ดูไม่ใส ไม่เป็นเด็กเลย เหมือนเค้าfake อ่ะค่ะ
ร้องไห้ก็หน้าเหมือนยิ้ม
เทียบกับนักแสดงเด็กเรื่องอื่นแล้วต่างชั้นมาก

..ยอมรับว่า4 พี่น้อง คัดมาหน้าเหมือนกันมาก
โดยเฉพาะ ผู้หญิง
แต่มันไม่มีใครหน้าตาดึงดูดเลยซักคน


ส่วนพวกกองทัพ สู้เองก็ชนะแล้ว สิงโตไม่ต้องตายก่อนด้วย
ไม่รู้จะรอเด็กพวกนี้ทำไม

พอสิงโตตาย แทนที่ลูกน้องจะทำอะไรเองบ้าง
ให้เด็กที่ฟันดาบยังไม่เป็นมานำทัพ
ทั้งๆที่พวกนี้เตรียมตัวมาตั้งนาน มีประสบการณ์มากกว่า...เฮ้อ

.....

รู้สึกเสียดายทุนสร้าง กับเสียดาย CG ที่ทำดีมาก
ไม่เข้าใจทำไมเค้าไม่ปรับบทให้มันดีกว่านี้
...
ความเห็นที่แตกต่างค่ะ
โดย: คุณนายฟู IP: 203.156.191.119 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:12:05:56 น.
  
ตอนแรกที่ได้รู้ว่าเรื่องนี้เป็นนิยายเก่าแก่ของอังกฤษ และคนแต่งส่วนใหญ่แต่งเกี่ยวกับศาสนา ก็คิดว่าคงเป็นหนังน่าเบื่อเข้าใจยากไม่สนุกและไม่มีดาราแม่เหล็กสักคน คิดว่าไม่ดูแน่ๆ แต่พอได้ดูเพราะไม่รู้จะดูอะไรแล้วเพราะดูหนังเกือบทุกเรื่อง พอได้ดูก็สนุกดีดำเนินเรื่องดี ไม่หนักจะเกินไปสำหรับเด็กและไม่เบาเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ CGก็ดีมากๆเป็นธรรมชาติ จนลืมไปเลยว่าพวกนี้เป็นสัตว์ที่จริงๆพูดไม่ได้
โดย: นี IP: 202.12.97.100 วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:0:36:38 น.
  
ดูแล้วชอบมากครับ เพราะเคยอ่านที่เป็นหนังสือมาแล้วทั้ง 5 เล่ม (เหลือเล่ม 6 และ 7) เรียบเรียงเรื่องได้ดีทำให้อารมณ์ของเรื่องที่สื่อเหมือนหนังสือ ชอบมาๆ ครับ
โดย: Mr.Tumnus IP: 203.209.103.135 วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:20:38:15 น.
  
cg อลังการสวยงาม มากๆ แต่เราว่า เรื่องมัน ผูกให้ง่ายเกินไป ดูตัวเด็กทั้ง 4 ไม่มีบทบาทอะไรเท่าที่ควรจะเป็น คล้ายๆ เรื่องถูกดำเนินโดยอัสลาน และ ราชินีเท่านั้น (ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้น เพราะ นี่คือ แค่ ตอนหนึ่งของ เรื่องนาเนีย .... ตัวเดินเรื่องของตอนนี้ คือ 4 พี่น้อง หากแต่ บุคคลที่เดินเรื่องทุกตอน คือ อัสลาน)

ถือเป็นวรรกรรมเด็กที่ดี เหมาะแก่การพาเด็กไปดูเพือ่ปลูกฝังจินตนาการ
โดย: soulworld IP: 125.24.6.103 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:15:06:43 น.
  
สนุกมากๆ ชอบแม่มดขาวเหมือนกันค่ะ คิดว่าแสดงได้ดี ทำให้รู้สึกได้ว่า แม้แม่มดขาวจะพยายามสร้างรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูขาว สะอาด บริสุทธิ์ แต่สีหน้าแววตามันบ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงได้

ฉากสงครามเราฮาด้วยอะ เห็นมีตัวอะไรตั้งเยอะแยะ ก็คิดๆ ว่า เอ...แล้วมันจะสู้กันยังไงมั่งเนี่ย ดูแล้วขำ ฮ่าๆๆ
โดย: nothing IP: 203.153.201.200 วันที่: 22 มกราคม 2549 เวลา:22:35:07 น.
  
ผมเคยอ่านเล่มหนึ่งตอนเด็กๆ เป็นของ สนพ. อะไรไม่รู้ ซึ่งยังไม่ใช่ผีเสื้อ ตอนนั้นเค้าตั้งชื่อเรื่องว่า "เมืองในตู้เสื้อผ้า"

ก็ชอบครับ เคยไปควานหานาร์เนียในตู้เสื้อผ้าด้วยนะ

พอเป็นหนัง ก็ไม่ได้อยากดูทันที แต่ก็ไปเช่า VCD มาดูแล้ว ไม่ได้ผิดหวังอะไรครับ
โดย: Unregistered user วันที่: 22 เมษายน 2549 เวลา:14:22:28 น.
  
ไม่รู้จะเก่าไปหรือป่าวแต่อ่านแล้วก็จ่ายค่าอ่านก่อน
ชอบหนังสือตอนเล็กๆเพราะตอนนั้นโลกที่เจอมันดูอลังการเหลือเกิน พอกลับมาอ่านอีกกลับเฉยๆ เพราะเราคงโตไปแล้ว แต่ความประทับใจยามเด็กก็ยังเป็นเครดิตสำหรับการตัดสินใจไปดู
โดนรวมๆเห็นด้วยกับน้องส้วม บลูสกรีนห่วยมาก เห็นขอบแข็งโป๊ก ความสมจริงในรายละเอียดก้ไม่ค่อยเนียนเช่นตอนนั่งหลังสิงโต วิ่งเป็นพายุปานนั้น ผมเด็กๆกลับแข็งโป๊ก เปิดตู้มาเจอหิมะ ถ้าใครเจอหิมะจริงๆจะรู้ว่า ถ้าเราเพิ่งออกมาเจอจากที่อุ่นๆมันจะละลายเมื่อโดนตัว
หิมะตกเป็นเศษกระดาษเลยค่ะ ก็มันเป็นเยื่อกระดาษ
ไม่ชอบภาพเท่าไหร่เหมือนดูภาพจากการ์ดคริสต์มาสเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว
สรุปเฉยๆนะ
ภาพที่จินตนาการไว้ตอนเด็กๆเมื่ออ่าน...ไม่ใช่เลย..
เคยอ่านตอนพิมพ์ชื่อเมืองในตู้เสื้อผ้าค่ะ.แปลโดยสุธัชริน สำนักพิมพ์ ทวพ. และเล่มสองเจ้าชายแคสเปี้ยน
โดย: จรมาเจอ IP: 58.8.125.218 วันที่: 25 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:53:41 น.
  
หนังสนุกกว่าที่คิด แม้จะเป็นหนังสือสำหรับเด็กมาก่อน
โดย: superpun IP: 210.1.33.130 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2549 เวลา:16:03:27 น.
  
ชอบมากค่ะ
ซื้อดีวีดีมาให้ลูกสาว 8 ขวบดู ดูจนแผ่นพังไปแล้วค่ะ
ประมาณว่าดูแล้วดูอีก
ชอบทุกอย่างในหนัง
ตอนนี้ตามเก็บหนังสือมาให้ลูกสาวอ่าน
ขอบคุณ คนที่อยู่ข้างหลังค่ะ
โดย: หนูแหวนแขนอ่อน IP: 124.157.187.4 วันที่: 16 มีนาคม 2550 เวลา:15:16:02 น.
  
//8525237db165cd0daaf0cfcb4296c1bf-t.fb4pfgd.info 8525237db165cd0daaf0cfcb4296c1bf [url]//8525237db165cd0daaf0cfcb4296c1bf-b1.fb4pfgd.info[/url] [url=//8525237db165cd0daaf0cfcb4296c1bf-b2.fb4pfgd.info]8525237db165cd0daaf0cfcb4296c1bf[/url] [u]//8525237db165cd0daaf0cfcb4296c1bf-b3.fb4pfgd.info[/u] 57d12818c724def9553d777cb035c034
โดย: Tyshawn IP: 83.59.122.134 วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:15:55:33 น.
  
ไม่มีเรื่องย่อไทยอย่างเดียวเหรอวะกุจาทำงานงานย่อนาเนียแต่ไม่เจอแต่ไปเจอเรื่องย่อแบบใส่ขข้อความปัญญาอ่อนอีก
โดย: สาดๆๆๆ IP: 202.28.27.6 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:25:50 น.
  
ฉันอยากบอกให้ทุกคนที่คิดว่าหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยเข้าท่า ทำไมคุณถึงไม่ชอบ อันที่จริงหนังเรื่องนี้มันอิงศาสนาคริสต์อยู่มากซึ่งทำให้ไห้เราได้ข้อคิดที่ดีหลายเรื่อง ส่วนประเด็นสำคัญที่คิดว่าหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยดีก็คือทำไมเด็กๆถึงเก่งจัง อยากให้คุณรู้คำๆหนึ่งว่า บรรยากาศและอารมณ์ทำให้คนเปลี่ยนไป ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเด็กหญิงถึงไม่กลับไปบอกพวกว่าอัสลานตายแล้ว ก็เขาก็บอกผ่านต้นไม้ไปแล้วไง แล้วที่ไม่กลับไปหาพวกคุณลองคิดดูซิว่าถ้าคุณได้เจอกับคนที่คุณปลื้มมาก และแอบชื่นชมมาตั้งนานแล้วๆเขาตายซึ่งเขากำลังจะไปช่วยเราในเรื่องที่สำคัญมากๆคุณจะแล้งน้ำใจถึงขนาดทิ้งเขาไปโดยที่เขาไม่มีใครอยู่ด้วยเนี่ยนะ แต่ที่อยากให้คุณจำไว้ก็คือ เรื่องนี้เป็นนิยายไม่ใช่เรื่องจริงและข้อนี้ก็เป็นสิ่งที่หลายคนลืมคิดไปด้วย
โดย: คนที่ปลื้มคนหนึ่ง IP: 118.172.104.47 วันที่: 30 มีนาคม 2551 เวลา:11:33:56 น.
  
แสดงว่า คห.45
ไม่เคยอ่าน กำเนิดนาร์เนีย เลยไม่รู้ว่าฝ่ายไหนดีชั่วประการใด...!!!!! หุๆๆ โทษคนเขียนบทไม่ได้นะ...ต้องโทษคนสร้างหนัง ไม่มีที่มาที่ไป เพราะในหนังสือตอน กำเนิดนาร์เนีย จะบอกไว้หมดเลยว่าทำไมถึงมีนาร์เนีย แม่มดขาวมาได้อย่างไร แล้วใครเป็นคนสร้างตู้พิศวง
โดย: นาร์เนีย..^^ IP: 223.207.22.134 วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:15:52:58 น.
  
คห.51
ก็รู้ๆ กันอยู่นิ..ว่าเป็นนิยายแฟนตาซี สำหรับจินตานการ ...ใครที่มันไม่มีจินตานาการ ก็ไม่ต้องมาดู เอ้วว!! พวกนี้นิ ..ไม่รู้จักใช้สมอง ไม่รู้จักใช้จินตนาการให่เป็นประโยชน์ แล้วยังจะมาว่าเขาอีก...
โดย: ปลาทูทอด IP: 223.207.22.134 วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:15:58:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด