Harry Potter and the Goblet of Fire , กีฬาสีสามสถาบันกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ดีที่สุด


...“Everything is going to change now” ประโยคในตอนท้ายที่เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยขึ้นมา ไม่ใช่แค่จะหมายถึงเรื่องราวในจอและในหนังสือ แต่มันรวมไปถึงชีวิตจริงที่ไม่ได้มีเวทมนต์มาเกี่ยวข้องทั้งของเธอ , แฮรี่ , รอนและผองเพื่อน เช่นเดียวกับ คนดูที่อยู่นอกจอ ที่ช่วงหนึ่งของวัยต้องก้าวข้ามจากโลกของเด็กไปสู่โลกของผู้ใหญ่เต็มตัว

จากวัยเด็กที่มีเพียงการแข่งกันสอบ แข่งกันเล่น เมื่อก้าวสู่จังหวะชีวิตที่ขยับเข้าสู่วัยรุ่น รอยต่อของความเป็นเด็กกับผู้ใหญ่ การเปลี่ยนแปลงในตัวเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮอร์โมน ร่างกาย รูปร่าง ฯลฯ มันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในชีวิตไม่ว่าจะเป็น การที่จะเริ่มคบเพื่อนต่างเพศ เริ่มมีความรัก เริ่มต้องการการยอมรับจากสังคม ต้องการชื่อเสียง ฯลฯ และแน่นอนเมื่อมีความต้องการก็ย่อมต้องมีกิเลสตัณหาควบคู่กันมา นั่นทำให้พวกเขาต้องพบกับ ความอิจฉาริษยา ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความหึงหวง ความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัว และ ความตาย และมันก็แสดงว่าพวกเขากำลังจะก้าวมาสู่โลกของผู้ใหญ่เต็มตัว โลกที่ไม่ได้มีแต่สีขาวบริสุทธิ์เหมือนสมัยเด็กแต่อย่างเดียว

...Harry Potter and the Goblet of Fire เป็นลำดับที่ 4 ในบรรดาหนังสือ 7 เล่มที่ J.K. Rowling กำลังจะทยอยส่งมาสู่มือคนอ่าน เรื่องราวในภาคนี้ทวีความเข้มข้นและความรุนแรงมากขึ้น เมื่อแฮรี่ยังต้องเผชิญกับอันตรายจาก “คนที่คุณรู้ว่าใคร” มาคุกคาม ครั้งนี้แกนหลักของเรื่องเกี่ยวข้องกับการแข่งขันประลองเวทไตรภาคี ซึ่งเปรียบเสมือน งานกีฬาสีสามสถาบันที่มีฮอกวอตส์เป็นเจ้าภาพจัดงาน แต่ละโรงเรียนมีสิทธิส่งนักเรียนเข้าแข่งขันเพียง 1 คนและต้องมีอายุอย่างต่ำ 17 ปี ผู้ตัดสินใจเข้าแข่งขันเท่านั้นจึงจะมีสิทธิใส่ชื่อตัวเองเข้าไปในถ้วยอัคนี และ รายนามผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านการคัดเลือกประกอบด้วย Fleur Delacour นักเรียนหญิงสาวพราวเสน่ห์จากโรงเรียนสตรีโบซ์บาตง / Viktor Krum นักกีฬาควิดิชทีมชาติบัลแกเรียสุดห้าวจากโรงเรียนชายล้วนเดิร์มสแตรงก์ และ Cedric Diggory นักเรียนดีเด่นของโรงเรียนสหศึกษาฮอกวอตส์ พร้อมกับชื่อสุดท้ายที่คนดูเดาได้ไม่ยากแต่คนในโรงเรียนล้วนประหลาดใจเมื่อถ้วยอัคนีประกาศรายชื่ออีกหนึ่งชื่อ นั่นคือ Harry Potter

...ตัวแทนนักกีฬาทั้งสี่คนมีหน้าที่ต้องฟันฝ่าภารกิจ 3 ด่านเพื่อเข้าไปชิงชัยถ้วยอัคนี เกียรติยศชั่วนิรันดร์ที่ใครต่อใครต่างใฝ่ฝัน ด่านทั้ง 3 ที่แต่ละคนต้องพิสูจน์ ด่านแรกเป็นเสมือนบททดสอบของความกล้าหาญ ด่านที่สองกลายเป็นบททดสอบของความมีน้ำใจ ในขณะที่ด่านสุดท้าย เป็นบททดสอบที่ศัตรูไม่ได้มาจากภายนอก ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือใจของเราเอง ที่จะยอมให้มนต์สะกดใจที่เป็นกิเลสหวังครองชัยชนะมาครอบงำหรือไม่ เป็นศัตรูที่พวกเขาต้องเจอในชีวิตจริงที่จะไม่ใช่แค่การแข่งขันครั้งนี้ การเอาชนะใจตัวเองและการเสียสละ เขาวงกตที่ซับซ้อนก็ไม่ต่างอะไรกับจิตใจของมนุษย์

...สำหรับเรื่องราวของ Harry Potter ที่ผมได้อ่านมา 5 เล่ม เล่มที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกประทับใจมากที่สุดคือเล่ม 3 ในขณะเดียวกัน หากจะมีเล่มไหนที่ผมคิดว่ามันเหมาะกับการสร้างเป็นหนังที่สุดก็คงต้องเป็นเล่มนี้ เพราะตัวหนังสือมีฉากที่ชวนให้ตื่นเต้นและน่าติดตามอยู่เป็นระยะๆ มีฉากแอคชั่นที่น่าจะทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้เท่าที่ผมจำได้จากการอ่านหนังสือตอนที่มันออกมาใหม่ๆ เล่มนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น เป็นตอนที่อ่านแล้วรู้สึกสนุกตลอดทั้งเล่ม ไม่เหมือนบางภาคที่ช่วงกลางๆจะอืดๆแล้วก็อยากให้ถึงหน้าหลังไวไวเพื่อจะได้ดูว่าหักมุมยังไง แต่เล่มนี้ ความบริสุทธิ์ในวัยเด็กเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลง จากโลกของเด็กกำลังจะหมุนกลายเป็นโลกของผู้ใหญ่ พวกเขาเริ่มมีความรู้สึกที่มากไปกว่ามิตรภาพ เริ่มมีความรักที่ชัดเจนขึ้น (แฮรี่ กับ โชแชง , รอน กับ เฮอไมโอนี่) เริ่มมีความอิจฉาริษยา ความน้อยเนื้อต่ำใจของรอน การแข่งขันเพื่อหวังเป้าหมายอย่างถ้วยอัคนี การที่จะเรียนรู้จักชีวิตที่ลึกซึ้งมากขึ้น ไปจนถึงการรู้จักเรื่องของความตายที่เป็นของจริง ทำให้เป็นภาคที่เข้มข้นลงตัวในหลายๆองค์ประกอบ

...Harry Potter เป็นภาพยนตร์ที่คนดูน้อยคนจะเข้าไปดูโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวมาก่อน การสร้างภาพยนตร์ชุดนี้จึงมีโจทย์ที่ยากอยู่ที่ว่า จะสร้างหนังอย่างไรให้ออกมาถูกใจทั้งแฟนขาประจำ และ คนที่ไม่ได้อ่านหนังสือ เพราะ คุณลักษณะที่ดีข้อหนึ่งของหนังที่ดัดแปลงจากหนังสือ คือ ทำอย่างไรให้คนที่ไม่ได้อ่านหนังสือสนุกไปกับหนังได้ ไม่ใช่ความสนุกจะเกิดจากการที่ต้องอ่านหนังสือมาก่อน หรือ กว่าจะสนุกต้องกลับไปอ่านหนังสือเพื่อขยายความ

...ดังนั้นการดัดแปลงวรรณกรรมที่ชื่อเสียงโด่งดัง จึงเป็นการเสี่ยงและต้องอาศัยความกล้า ว่าจะผู้สร้างจะตัดสินใจตัดตอนไหนทิ้งและจะเปลี่ยนตอนไหนบ้าง เพราะการตัดบางส่วนออกอาจทำให้แฟนหนังสือที่ชอบส่วนนั้นไม่พอใจ นั่นจึงทำให้หนังบางเรื่องสร้างแบบป้องกันตัวเอง คือ ไม่พยายามดัดแปลงอะไรเลยแต่ยกตัวหนังสือมาทุกกระเบียดนิ้วอย่าง Harry Potter and the Sorcerer's Stone ที่เป็นตอนที่ผมชอบน้อยที่สุด ผู้สร้างแทบจะไม่ได้ปรับแต่งอะไรชนิดที่เรียกว่ายกหนังสือมาขึ้นจอหนัง การเลือกสร้างแบบนี้อาจทำให้แฟนพันธ์แท้หรือคนที่ชอบหนังสือมากๆที่ไม่ชอบให้มีการดัดแปลงพันธุกรรมบทประพันธ์พึงพอใจเพราะต้องการเห็นทุกอย่างในหนังสือออกมาบนจอ แต่มันก็ทำให้คนดูอย่างผมที่อยากดูหนังมากกว่าอ่านหนังสือในโรงหนังรู้สึกเบื่อ

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban เป็นตัวอย่างที่ดี ในการตัดความยาวหลายร้อยหน้าให้ออกมากระชับภายใต้เวลาจำกัด ผู้สร้างกล้าที่จะตัดหลายฉากสำคัญที่มีในหนังสือออกไป แต่ด้วยข้อจำกัดจากต้นฉบับที่ว่าภาคนี้มีสัดส่วนนความเป็นดราม่าค่อนข้างเยอะและช่วงท้ายก็ไม่ได้ออกมาในแนวลุ้นระทึกตื่นเต้น ผมจึงรู้สึกว่าตัวหนังที่ออกมาช่วงท้ายมันค่อนข้างเนือยอืดและจบลงอย่างค่อนข้างแผ่วปลาย

เมื่อมาถึง Harry Potter and the Goblet of Fire น่ายินดีที่มันเป็น Harry ภาคภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้สนุกที่สุดและดีที่สุด หนังเลือกตัดเลือกดัดแปลงในส่วนที่ไม่ขัดความรู้สึกคนอ่านมากจนเกินไป และ ก็ไม่ทำให้คนที่ไม่เคยอ่านมาก่อนต้องลำบาก เพราะไม่ว่าจะเคยอ่านหรือไม่เคยอ่านเล่มนี้มาก่อน ขอเพียงรู้จัก Harry Potter บ้าง ก็สามารถสนุกไปกับหนังได้อย่างไม่ยากเย็น หากจะมีส่วนที่ผมรู้สึกว่ามันห้วนเกินไปก็เป็นในส่วนความสัมพันธ์(เฮอร์ไมโอนี่ – รอน กับ แฮร์รี่ – รอน) คือ ในฉากน้ำตาของเฮอร์ไมโอนี่ ที่ดูแล้วหากหนังจะขยายความมากขึ้นเชื่อว่าจะกินใจคนดูมากขึ้นและทำให้เราเข้าใจความคิดของตัวละครมากขึ้น กับ ฉากความขัดแย้งของแฮร์รี่กับรอนที่ดูออกจะกระเง้ากระงอดจนเหมือนคู่รักงอนกัน ทั้งสองส่วนนี้ในหนังสือสื่อออกมาได้ดีและชัดเจนกว่า และ ทำให้เราเห็นเลือดเนื้อจิตใจของคนธรรมดาในตัวละครที่เป็นพ่อมดได้

...ผู้กำกับ Mike Newell ที่สร้างผลงานดังๆมามากมายไม่ว่าจะเป็นหนังรัก Four Weddings and a Funeral หรือหนังดราม่าอย่าง Mona Lisa Smile มาคุมงาน Harry ภาคนี้ได้อย่างน่าชื่นชม หนังเดินหน้าไปข้างหน้าภายในเวลา 2 ชม.45 นาที โดยที่คนดูจะไม่รู้สึกว่ามันอืดยืดยาด ฉากตื่นเต้นระทึกขวัญทำออกมาได้น่าติดตาม เช่น ในฉากภารกิจมังกรที่ทำให้คนดูลุ้นแฮรี่ได้อย่างหายใจไม่ทั่วท้อง หรือ จะเป็นความตื่นตาอลังการงานสร้างกับโปรดักชั่นอย่างในฉากควิดิชชิงแชมป์โลก ความงดงามของงานเต้นรำ ครั้นจะเป็นฉากโศกนาฎกรรมตอนท้ายก็ทำออกมาได้สะเทือนใจทีเดียว หนังสอดใส่อารมณ์ขันอยู่เป็นระยะๆและได้ผล

.... การเลือกตัวละครเป็นจุดที่หนังทำออกมาได้ถูกใจคนดูอย่างผม ตัวแทนทั้ง 3 คนที่เข้าแข่งออกมาเหมือนกับที่คิดไว้ตอนอ่านหนังสือไม่ว่าจะเป็น Viktor Krum , Cedric Diggory , Fleur Delacour ที่ออกมาให้คนดูสาวๆได้กรี๊ดแตกกับสองหนุ่มสองสไตล์ และ หนึ่งสาวที่บางมุมดูแล้วคิดถึงแคล เดนส์ การเปิดตัวของนักเรียนจาก 2 โรงเรียน สร้างความประทับใจให้ผมตาค้างได้พอๆกับรอน ที่ได้เห็นการโปรยเสน่ห์แบบไม่มีกั๊กของนักเรียนจาก โบซ์บาตง และ การเปิดตัวอย่างขึงขังของ เดิร์มสแตรงก์ ก็น่าจะทำให้ใจสาวๆสั่นไหวได้ไม่แพ้กัน

ตัวละครอย่าง 'MadEye' Moody ออกมาไม่ตรงกับจินตนาการเวลาอ่านเท่าไหร่นัก ส่วน Rita Skeeter ก็ดูวุ่นจุ้นจ้านน้อยกว่าที่คิด ตัวละครที่หลายเสียงคัดค้านกันตั้งแต่ประกาศผลคัดเลือกตัวนักแสดงคือ Katie Leung ที่ต้องมารับบท Cho Chang เห็นด้วยที่ว่ามีเสน่ห์น้อยกว่าที่อ่านในหนังสือ ไม่ชวนให้ต้องมนต์ แต่เธอก็สวยอย่างเป็นธรรมชาติและดูดีทีเดียวในหลายๆฉาก มีตัวละครเก่าๆตัวหนึ่งที่มาขโมยซีนในภาคนี้มากมายนั่นคือ เมอเทิลจอมคร่ำครวญ ที่ดูออกจะออดอ้อนคราญครางและคุกคามทางเพศได้อย่างน่าขำขันหมั่นไส้ และ ในภาคนี้เฮอร์ไมโอนี ดูสง่างดงามมากที่สุดในทุกๆภาคที่ผ่านๆมา

..ตัวละคร Harry Potter ที่รับบทโดย Daniel Radcliffe จากที่ดูในภาคแรกยังไม่รู้สึกว่าเขาเป็นตัวละครเดียวกับในหนังสือ แต่ยิ่งเล่นเขายิ่งทำให้คนดูยอมรับกับตัวเขาจนตอนนี้เขาก็น่าจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดกับบทนี้ มีตัวละคร 2 ตัวที่ผมคิดว่าหนังสือสร้างออกมาได้ดูมิติ และ น่าสนใจ นั่นคือ Severus Snape ซึ่งถูกลดทอนบทลงไปในภาคนี้ กับ Ron Weasley ที่เป็นเหมือนตัวแทนเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ในสังคม

สังคมในโรงเรียนที่ไม่ใช่ฮอกวอตส์ คงจะมีฮีโร่อย่าง แฮร์รี่ แค่ 1-2 คน และ เด็กที่เหลือส่วนใหญ่คือเด็กอย่าง Ron Weasley ที่ไม่ได้เป็นนักเรียนเกียรตินิยม ไม่ใช่นักกีฬาโรงเรียน เป็นเพียงเด็กนักเรียนธรรมดาสามัญที่เรียนได้กลางๆ , แอบชอบสาวสวยดาวประจำโรงเรียน , กีฬาก็เล่นได้งูๆปลาๆ , เสื้อผ้าก็ดูเชยๆไม่ทันสมัย อาจมีความสามารถเล็กๆน้อยเฉพาะอย่างเช่น ถนัดเรื่องพฤกษาพันธุ์อย่าง เนวิลล์ ลองบ็อตท็อม

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ดาวเด่น แต่พวกเขาเหล่านั้นมีสิ่งที่น่ายกย่องไม่แพ้ฮีโร่นั่นคือความงามของจิตใจ ความมีน้ำใจ ความรักเพื่อน ฯลฯ แต่ เพราะสังคมของผู้ใหญ่ยังมีคนอย่าง Rita Skeeter ที่ชอบความหวือหวา สนใจแค่ความเด่นจากภาพลักษณ์ภายนอก นั่นจึงทำให้เด็กบางคนพยายามที่จะเด่นดังโดยสร้างภาพลักษณ์ภายนอกหรือแสดงออกในทางที่ผิดเพื่อเรียกหาการยอมรับจากสังคม อันเป็นธรรมชาติของเด็กวัยรุ่นที่กล่าวข้างต้นว่า พวกเขากำลังสร้างตัวตนของตัวเอง เมื่อความดีงามในตัวที่ควรจะได้รับการชื่นชมถูกละเลยและไม่ได้รับการยอมรับ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงทำให้เด็กธรรมดาอย่าง Ron Weasley ในโลกจริงๆกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาในสังคม เช่น ตีรันฟันแทง ทะเลาะวิวาท ใช้ยาเสพติด ฯลฯ

Ron Weasley เองก็เช่นกัน ในหมู่ผู้คนที่รู้จักกับแฮร์รี่ ตัวตนของเขาที่ใครต่อใครรู้จักไม่ใช่ในฐานะ Ron Weasley แต่เป็น เพื่อนสนิทของ Harry ในหนังสือนั้น ความรู้สึกนี้ของเขาแสดงออกชัดเจนในช่วงต้น ความรู้สึกที่เริ่มอยากจะแยกตัวออกจากคนดังอย่างแฮร์รี่ไปเป็นคนที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่ชื่อ Ron Weasley กลิ่นอายของความน้อยอกน้อยใจ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความรู้สึกด้อยในตัวเอง(inferiority complex) ที่เริ่มแสดงออกในตัวเขาเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวละครของเขาดูเป็นคนที่มีเลือดมีเนื้อเหมือนคนจริงๆอย่างเช่นเราๆ ที่ย่อมมีจิตใจที่มีทั้งสีขาวและดำ แต่การที่สีดำมิอาจครอบครองจิตใจเขาได้ก็ด้วยความดีงามในใจและมิตรภาพที่เขาและเพื่อนมีต่อกัน

... ในภาคนี้มีส่วนดีๆหลายส่วนที่ผู้ปกครองหากนั่งดูกับเด็กๆ สามารถหยิบยกบางสิ่งที่ดูผิวเผิน ง่ายๆ แต่มันมีประโยชน์ในการสอนเด็กๆให้เรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตและการเสริมสร้างจริยธรรม เช่น ในภารกิจที่สอง เป็นเหตุการณ์ที่เราเองเอาตัวรอดก็ได้ จะนิ่งเฉยก็ไม่ผิด แต่ถ้าเลือกได้เราเลือกที่จะช่วยเหลือคนอื่นหรือเปล่า , ชัยชนะสำคัญมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับมิตรภาพ , การแสดงออกหรือการบอกความรู้สึกควรแสดงออกอย่างไร การให้เกียรติผู้หญิงที่เราชื่นชอบเป็นอย่างไร มีอะไรดีๆที่อยู่ในหนังเป็นคติสอนใจที่มากว่าแฮร์รี่ตอนที่ผ่านๆมา

สิ่งที่ชอบ

1.การดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ ... กล้าตัด กล้าดัดแปลง และ ทำออกมาได้ลงตัว กับความหนาที่หนุนหัวนอนสบายๆทำออกมาได้ขนาดนี้ภายใต้เวลาจำกัดจัดได้ว่ายอดเยี่ยม

2.งานโปรดักชั่น ... อลังการงานสร้าง ตระการตา หลายฉากต่อหลายฉาก

3.Fleur Delacour และการเปิดตัวเพื่อนๆจากโรงเรียนรับเชิญ

4.ความบันเทิง ... อาจไม่ถึงใจสุดๆแต่เมื่อความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงหมดไปโดยไม่รู้ตัวเป็นบทพิสูจน์ควาบันเทิงของตัวหนังได้เป็นอย่างดี ปัจจัยหนึ่งของตัวเองที่อาจมีผลทำให้สนุกกว่าภาคที่ผ่านๆมา คือ ผมปรับพฤติกรรมการดู จากที่ภาคก่อนๆจะต้องทำการบ้านคืออ่านอีกรอบก่อนดูหนัง แต่ครั้งนี้ผมไม่เอามาอ่านก่อนดู มีแค่ความทรงจำเก่าๆที่หลงเหลือติดค้างไว้ มันก็เลยมีส่วนที่ทำให้สนุกมากขึ้น

5.สาระ+คติสอนใจ ... ผมรู้สึกว่าภาคนี้มีอะไรดีๆ มีข้อคิดสอนใจ และ สอนให้รู้จักชีวิต + การก้าวข้ามวัย (ชนิดที่เกือบจะเข้าข่ายหนัง coming-of-age เสียด้วยซ้ำ) ที่ชัดเจนกว่าภาคที่ผ่านๆมา

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.บางตอนที่อยากให้ขยายความ ... ดังที่กล่าวตอนต้นในฉากน้ำตาของเฮอร์ไมโอนี่และความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ เท่าที่มีหนังทำได้ดีในระดับหนึ่งจนรู้สึกเสียดายว่าถ้าขยายส่วนเหล่านี้เพิ่มขึ้นคงไม่เสียเวลามากมายมิหนำซ้ำ ยังจะพาอารมณ์คนดูไปได้ไกลกว่านี้

2. การเปิดตัว "คนที่คุณก็รู้ว่าใคร" ... ผมวาดภาพไว้กับ Lord Voldemort ที่ฟื้นคืนชีพน่ากลัวมากกว่านี้และทรงอำนาจมากกว่านี้ การได้Ralph Fiennes มารับบท เขาเล่นได้ดีจริงแต่ดูทรงพลังน้อยกว่าที่คาด แถมยังทำให้ผมเผลอไปนึกถึงหน้าตาโรคจิตที่เขาเล่นใน Red Dragon อีกต่างหาก

สรุป... สำหรับแฟนพันธ์แท้ที่ชอบหนังสือมากๆน่าจะมีผิดหวังในการที่หนังตัดประเด็นหลายอย่างและดัดแปลงบางส่วน สำหรับคอหนังสือครึ่งคอหนังครึ่ง น่าจะพึงพอใจเพราะนี่เป็น Harry Potter เวอร์ชั่นหนังที่ดีที่สุดในแง่การดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านเล่มนี้มาก่อน นี่เป็นฉบับที่คุณสามารถดูได้สนุกและรู้เรื่อง และ สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านหรือไม่เคยดูแฮรี่มาก่อนเลย เอ่อ เริ่มจากภาคแรกก่อนดีที่สุดครับ

ปล .. แฟนๆ Brit-Pop อย่าลืมมองหา Jarvis Cocker ที่มาเปรี้ยวเล็กๆในฉากหนึ่งในเรื่อง


บทความเฉพาะกิจ : เชิญชวนมาพูดมาคุยถึง พ่อ ในหนังที่คุณประทับใจที่บล็อค >> ปีนี้คุณคิดถึง "พ่อ" ในหนังเรื่องไหน และ คุณประทับใจเพราะอะไร? (คลิกที่ชื่อได้เลยครับ)





ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 5 ธันวาคม 2548 16:44:06 น.
Counter : 2472 Pageviews.

54 comments
Anyone Who Had A Heart (Oldies) - Dionne Warwick ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(10 มี.ค. 2562 10:31:45 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
跟老婆打架了 วิวาทกับภรรยา Kavanich96
(5 ก.พ. 2562 02:37:33 น.)
  
ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเป็นคนแรก ฮ่า ฮ่า คุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ ฝีมือเขียนไม่ตกเลยนะคะ
จริงๆข้าพเจ้าไม่ค่อยชอบภาคนี้ตอนเป็นหนังสือเท่าไหร่เลย รู้สึกมันโหดเลือดตกยางออก อ่านแล้วเครียดไปสามวันสามคืน แต่อ่านที่คุณเขียนแล้ว จะพยายามหาเวลาอันไม่ค่อยจะมีไปดูหนังในช่วง Thanksgiving นี้ให้ได้
กลับบ้านคราวนี้จะไปหาภาคไทยมาอ่านด้วย อิอิ อ่านภาคอังกฤษแล้วแต่ยังชอบอ่านภาษาไทยอยู่ดี
ขอบคุณมากสำหรับบทความดีๆนะคะ ชักสงสัยว่าคุณเขียนลงนิตยสารบ้างหรือเปล่า จะไปตามหามาอ่านค่ะ

Happy Thanksgiving ค่ะ
โดย: SevenDaffodils IP: 69.140.209.9 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:6:12:56 น.
  
ผมชอบภาค4 ที่สุดในหนังสือทั้ง 5 เล่มที่ได้อ่านครับ คุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณวิจารณ์ได้ดีมากครับ
ส่วนหนังผมชอบภาค 3 ที่สุด ครับ
โดย: bigwores วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:7:53:15 น.
  
ก็สนุกดีนะจ๊ะ เพราะนู๋ก็ไม่ได้อ่านหนังสือ
โดย: DM Fustromic (Elementals ) วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:23:09 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ แต่คิดว่าหนังคงยังน่าจะอยู่อีกยาวนะคะ (ยิ่งอ่านที่คุณเขียน ยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่เลย)

เพราะเราเองจะติดงานสองอาทิตย์ซ้อนเลย คงไม่ได้ไปดูหนังแน่ๆ


แต่ยังไงก็ต้องไปดูค่ะ เพราะไม่เคยพลาดทั้งหนังสือและหนังอยู่แล้ว ภาคสาม อาจเป็นเพราะเรายังรู้สึกว่าเสน่ห์ของแฮรี่มันเป็นเรื่องอารมณ์ขันที่เจเคใส่ลงด้วย การที่หนังภาคสามตัดออกค่อนข้างเยอะ ก็เลยทำให้ไม่ชอบเท่าไหร่ค่ะ แต่ก็รู้สึกว่า เขา "ตัด" เก่งดี


อ่านเล่ม 6 หรือรู้เรื่องราวบ้างหรือยังคะ? ช็อคยิ่งกว่าเล่ม 4 ซะอีก แต่อาทิตย์หน้าก็ได้อ่านแล้วเนาะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:43:24 น.
  
SevenDaffodils ... ขอบคุณครับ กลับมาคราวนี้ฉบับแปลไทยของเล่ม 6 ก็คงออกพอดี (ออกต้นเดือนหน้า) ไม่ได้เขียนลงที่ไหนครับ แม้ว่าจะพยายามเสนอตัวเสนอหน้าเต็มที่แล้วก็ตามที ไว้มีใครยอมจ้างแล้วจะมาบอกนะครับ

bigwores ... ขอบคุณครับ
Elementals ... เห็นด้วยเลยครับว่าไม่ได้อ่านหนังสือก็ยังสนุกได้นะครับเรื่องนี้

สาวไกด์ใจซื่อ ... นั่นซิ ผมก็รออ่านอย่างใจจดใจจ่อกับเล่ม 6 ได้ยินมานานแล้วว่าต้องช็อค แต่ที่ว่าช็อคของเล่ม 5 ไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะพอเดาๆได้อยู่ (หมายเหตุ - ผมไม่ชอบเล่ม 5 เท่าไหร่เลย) / ขอให้งานเสร็จไวไวนะครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:39:19 น.
  
ยังไม่ได้ดูค่ะ
กำลังจะไปดู ตามปณิธานที่ตั้งไว้ ว่าปีนี้
จะดูแฮร์รี่ภาค 4 ให้ครบ 4 รอบ (ภาค 3 ดู 3 รอบ ภาค 2 สองรอบ )
(ชอบแบ็คกราวนด์ ของส่วนคอมเม้นท์จังเลยค่ะ เจ๋งมาก)
โดย: ลูกแมวjudge_chula@hotmail.com IP: 203.113.57.5 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:23:05 น.
  
มาอ่านด้วยค่า ยังไม่ได้เช่นกัน
โดย: Batgirl 2001 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:32:14 น.
  
ชอบภาคที่ 3 ตอนที่อ่านเป็นหนังสือค่ะ แต่ผิดหวังนิดหน่อยตอนที่นำมาทำเป็นหนัง ส่วนภาคที่ 4 ตอนอ่านช่วงแรกมันเรื่อยๆ จนอยากวางหนังสือลง มาสนุกสนานตอนช่วงกลางๆ เล่ม กำลังจะลองไปชมภาคที่ 4 ดู คิดว่าน่าจะทำออกมาได้ดีกว่าภาคที่ 3 นะค่ะ
โดย: น้ำ IP: 58.136.168.200 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:05:39 น.
  
เพิ่งไปดูมาเหมือนกันค่ะ หนุกดี ชอบฉากเปิดตัวนักเรียนของสองโรงเรียนเหมือนกัน

ปล. ชอบรอนด้วย ล่ำขึ้นจมเลย เผลอๆตัวจะโตกว่าแฮรี่แล้ว (แหะๆ ไม่ค่อยเกี่ยวกับหนังเลยเนอะ)
โดย: เสราดารัล IP: 63.225.153.12 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:04:10 น.
  
สวัสดีค่ะ
หนังสนุกดีค่ะ ดูรู้เรื่องด้วย ขนาดว่าเคยอ่านและดูแฮร์รี่เล่ม 1 เล่มเดียว ที่เหลือภาค 2-3 ไม่เคยอ่านไม่เคยดู ไม่เคยรู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น ยังรู้เรื่องได้แสดงว่าผู้สร้างใส่ใจกับโปรดักชั่นแบบภาพยนตร์มากขึ้น

ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยสนใจ ที่จะตามชีวิตของแฮร์รี่เท่าไหร่ แต่พอมาอ่าน comment พูดถึงภาค 6 ว่ามี shock ด้วย เลยทำให้สนใจขึ้นมาทันที
โดย: 1993 IP: 202.28.181.9 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:26:04 น.
  
ชอบหนังสือเล่ม 3 มากที่สุดเหมือนกันค่ะ (หักมุมได้ช็อกเอามากๆ) ส่วนหนังภาคนี้สนุกและตื่นเต้นมากทีเดียว แต่ขนาดอ่านหนังสือแล้วยังรู้สึกว่าเรื่องเดินไปเร็วมากๆ แทบจะตามไม่ทันแน่ะ พอมาอ่านที่คนอื่นเขียนถึงเพิ่งรู้สึกว่าในหนังหายไปหลายอย่างเหมือนกัน แต่ตอนที่ดูก็รู้สึกว่าหนังสร้างได้โอเคเลยค่ะ เก็บรายละเอียดที่สำคัญได้เกือบครบ เสียดายอย่างเดียวคือฉากควิดดิชเวิร์ลคัพ เราว่ามันสั้นไปมากเลยน่ะค่ะ งงที่อยู่ๆก็แข่งจบซะงั้น เสียดายง่ะ

เราชอบรอนในหนังสือนะคะ แต่ไม่ชอบรอนในหนังซักภาคเลย เรารู้สึกว่าหนังสร้างรอนออกมาเป็นลูกไล่แฮร์รี่ ดูด้อยกว่าทุกอย่าง แถมกลายเป็นตัวตลกอีกต่างหาก แต่ในหนังสือ เรามองสองคนนี้เท่าเทียมกันเลยค่ะ

ส่วนตัวละครที่เราชอบมากที่สุด(ในหนังสือ) คือเฟร็ดกับจอร์จค่ะ ตลกดี ชอบคนกวนๆน่ะ อีกอย่างที่เสียดายในหนังคืออยากเห็นหน้าบิลกับชาลี เพราะว่าชอบพวกวีสลีย์ทั้งบ้านเลย ส่วนในหนังชอบเฮอร์ไมโอนี่ค่ะ น่ารักชะมัดเลย

อีกอาทิตย์กว่าๆจะได้อ่านเล่ม 6 แล้ว ดีใจจัง

ปล. ไปดู proof มาแล้วค่ะ ชอบที่พี่เขียนเรื่องนี้มากเลย แล้วก็อ่าน Level 7 แล้วด้วย ชอบๆๆ
ปล.2 รายงานตัวขึ้น psychi ค่ะพี่ หุ หุ ว่าแต่พี่นี่มุกเยอะกว่าที่คิดนะ
โดย: azzurrini วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:09:13 น.
  
ไปดูมาแล้วครับ ในฐานะคนที่อ่านหนังสือ ถ้าเรียงลำดับหนังแฮร์รี่ที่ชอบ ผมชอบ 3 4 1 2 ตามลำดับครับ

ภาคนี้ก็ถือว่าทำได้โอเคล่ะนะครับ แต่มีบางช็อตที่ไม่น่าพอใจ (ตามความคิดผมน่ะนะ) อย่างเช่น ความน่าเกรงขามของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ที่ Michael Gambon เล่นได้ไม่ถึงเหมือนสมัย Richard Harris เล่นเอาไว้

ภารกิจมังกรก็ลุ้นดีครับ แต่ไม่เข้าใจ ทำไมเจ้าฮังกาเรี่ยนหางหนามต้องมาไต่กำแพงเหมือนแย้เพื่อไล่ล่าแฮร์รี่ด้วย ดูเหมือนถูกลดเกรดยังไงชอบกล

พูดถึงตัวละครผู้หญิงนะครับ ผมว่าน่ารักทุกคน แต่ว่าตอนออกจอเงิน ทุกคนโดนถ่ายมุมที่ไม่สวยมาขึ้นจอซะหลายครั้งอยู่ โดยเฉพาะโช แชง ที่ตอนเปิดตัวบนรถไฟสวยสู้ตอนเดินชนกับแฮร์รี่ที่โรงเลี้ยงนกฮูกไม่ได้เลย

แม้ดอาย มู้ดดี้ แค่เห็นบนใบปิดก็งงแล้วครับ เพราะต่างกับที่คิดไว้มากมาย (คือคิดไปว่า หน้าแกคงออกมาไม่ต่างจากเจ้าภารโรงอาร์กัส ฟิลช์ เท่าไหร่ คงจะก้างๆเหมือนกัน) แต่ลุงเบรนแดน กลีสัน ก็เล่นได้ถึงใจซะไม่มีล่ะ

ชอบเมอร์เทิลด้วยคน ดูไปก็กลัวไปว่ายัยเมอร์เทิลจะตามไปลักหลับแฮร์รี่

ส่วนเรื่องหนังสือ ตามประสาคนไม่อ่านนิยายภาษาอังกฤษน่ะครับ (ด้วยความที่ยังไม่ค่อยแตกฉานเท่าไหร่) ทำให้โดนสปอยมาตั้งแต่เล่ม 5 มีคนโพสบนเน็ตโต้งๆเลยว่าใครตาย

ส่วนเล่ม 6 พ่อผมอ่านเล่มอังกฤษจบ แล้วมาสปอยให้ฟังว่าใครตาย แถมใครเป็นคนฆ่าอีกต่างหาก

แง้ๆๆ
โดย: nanoguy IP: 203.113.34.9 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:53:35 น.
  
nanoguy... ผมก็โดนแล้วครับ วันนี้ เศร้า + เหงา เพราะอากาศหนาว แต่ เซ็ง + สลด +โกรธ เพราะ พันทิพ ทำพิษ เปิดอ่านแป๊บเดียวเจอมือดีมือบอนประกาศไว้ว่า ใครตาย และ ใครเป็นคนฆ่า เรียบร้อยแล้ว ทำให้เข้าใจความรู้สึกคนที่รู้ตอนจบ6th sense ก่อนดูว่าเป็นอย่างไร / เห็นด้วยกับหลายๆคนที่ว่า ดัมเบิลดอร์ เวอร์ชั่นนี้ ไม่นิ่ง

ลูกแมวjudge_chula@hotmail.com ... กำลังจะเปลี่ยนแบคกราวด์แล้วครับ อยากได้ลายอะไรดีครับ

1993 ... ดีใจจังที่ไม่ผิดหวัง

น้ำ / Batgirl 2001 ... ดูแล้วก็กลับมาคุยกันนะครับ

เสราดารัล ... รอนล่ำ อืม ไม่ค่อยได้สังเกตเท่าไหร่ผมมัวแต่จับต้อง เฟลอร์

azzurrini ... ตอนแรกว่าจะหักเหลือ D เพราะเข้า noon ช้า แต่ว่าน่ารักมากตั้งใจตอบพร้อมหนูโยเกิร์ตเอาไป A+++ แต่ เอ๊ะ ลืมไปไม่ใช่คนให้คะแนน(ไว้หาโกธเจอจะเอาไปให้ถึงที่ ติดอยู่ตรงยังหาไม่เจอ)

ปล... หน้าหนาวมาถึงแล้ว รักษาสุขภาพกันนะครับ วันนี้ไปดูนานะรอบ 2 อ่า ซาบซึ้ง ว่าจะเป็นเด็กโต๋ต่อแต่ตังค์หมด+คนมาโต๋กันเพียบ ท่าทางจะอดโต๋ซะแล้วเรา
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:12:46 น.
  
ไปดูมาแล้วรู้สึกถึงความสนุก น่ารัก และตื่นเต้นไปกับการแสดงของตัวละครแต่ละตัวว่าเหมาะสมกับบทนั้น มากและเมื่อไปดุมาแล้วทำให้เกิดความอยากอ่านในภาคต่อๆ ไป และหวังว่าจะสร้างภาคต่อไปด้วย ขอบคุณค่ะ
โดย: montha IP: 203.188.11.22 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:45:31 น.
  
โอ้ว ในที่สุดก็ได้อ่าน harry ครับ

ผมเห็นด้วยว่า ผมก็ชอบเล่มสามครับ แต่พอมองออกว่า ถ้าทำเป็นหนัง เล่มสี่ ต้องสนุกแน่ๆ

ผมว่าไม่ผิดหวังนะครับ

ปล. จามาเรื่อยๆ คับ
โดย: Elrond วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:04:24 น.
  
โอ้ว ในที่สุดก็ได้อ่าน harry ครับ

ผมเห็นด้วยว่า ผมก็ชอบเล่มสามครับ แต่พอมองออกว่า ถ
โดย: Elrond วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:08:21 น.
  
ไม่ค่อยเหมือนคนอื่นค่ะ คือส่วนตัวแล้วชอบเล่ม 2 มากที่สุด ส่วนหนังตอนนี้ชอบภาคนี้ (4) ที่สุด แค่เห็นตัวอย่างหนังก็น่าดูแล้ว เลยสัญญากับตัวเองไว้ว่าต้องดูให้ในโรงหนังให้ได้ หลังจากที่ครั้งที่แล้วทำพลาด (ประเภทผลัดวันประกันพรุ่ง ผลัดจนได้ดูอีกปีถัดมา) เลยรีบจองซะเลย แล้วก็ไม่พลาดค่ะ

โดยรวมแล้ว ชอบค่ะ สนุกดี ส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหากับการดัดแปลงบทประพันธ์ เช่น ตัดบางฉากออก หรือเปลี่ยนแปลงบางฉากของตัวละคร แต่มันรู้สึกเหมือนเขาเอาฉากแต่ละฉากมาเรียงกันต่อกัน เวลาดูเลยไม่อินเท่าที่ควร

ชอบฉากเปิดตัว 2 โรงเรียน ชอบเสียงกลองตอนที่โรงเรียนเดิร์มสแตรงก์เดินเข้ามาใน The Great Hall ค่ะ เสียงรัวกลองฟังแล้วมันส์ดี ชอบฉากงานบอลล์ด้วยค่ะ เพลงเพราะมาก ฟังแล้วอยากเต้นรำอย่างแรง (แต่ก็คงเหมือนเนวิลล์ ไม่มีคนเต้นด้วย )

หนูเฮอร์น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ตอนงานเต้นรำคู่กับครัมนี่ เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก เฟลอร์ก็สวยนะคะ (แต่ไม่เท่าเฮอร์ฯ) หลายคนมีปัญหาว่าสวยไม่พอ แต่ดิฉันว่าสวยค่ะ ไม่ใช่สวยผาด แต่สวยพิศ หน้าตาคลาสสิคดี ชอบค่ะ ครัม ก็หุ่นนักกีฬา บึกๆ ล่ำๆ แต่ตุ้นไปหน่อย หน้าตาดีกว่าที่คิดไว้ตอนอ่านหนังสือ เชดริก ก็หน้าตาดี (ไม่ถึงกับประทับใจ) แต่หุ่นไม่น่าแข็งแรงพอที่ผ่านด่านต่างๆ ไปได้เลยค่ะ ผอมบางเหลือเกิน โช ก็น่ารักค่ะ ดีกว่าที่เห็นในรูปโทรศัพท์เยอะ ดัมเบิลดอร์ ดูไม่ค่อยอบอุ่นค่ะ (ไม่รู้ว่าจะโทษนักแสดง หรือโทษผู้กำกับดี) ตรงข้ามกับที่ Richard Harris เล่นไว้ ว่าแต่ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงแต่งตัวโทรมจัง ไม่เหมาะกับเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเลยค่ะ

เพลงประกอบภาคนี้ก็ใช้ได้นะคะ เคยฟังงานของ Patrick Dolye มาบ้าง ล้วนแล้วแต่เป็นงานแนวโรแมนติคหน่อยๆ (Sense & Sensibility, Mrs.Winterbourne, A Little Princess - เคยฟังอยู่แค่นี้) แปลกใจนิดหน่อยที่มาทำเพลงแนวแอคชั่น ผลลัพธ์คือใช้ได้ค่ะ ชอบมากที่สุดก็ Potter Waltz, Neville Waltz และ Quidditch World Cup แต่ยังคงคิดว่า John Williams ทำได้ดีกว่าค่ะ


พอแล้วดีกว่า พิมพ์เพลินไปหน่อยค่ะ เปลืองเนื้อที่ค่ะ แล้วจะแวะมาอีกนะคะ
โดย: snodgrass วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:54:46 น.
  
ยังไม่ได้ดู อ่านแล้วอยากดูจัง
โดย: guy IP: 202.28.169.165 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:51:49 น.
  
ชอบเหมือนกันเลยฉากเปิดตัวที่มีเฟลอโค้งคำนับเป็นคนสุดท้าย เพราะท่าถอนสายบัวนี่มันน่ารักมากๆครับ ส่วนที่อยากจะติหนังเรื่องนี้ที่สุดคือฉากแข่งควิชดิชที่ไม่ยอมทำให้มันสมบูรณ์มากกว่านี้ เพราะฉากเปิดอลังการมากๆ
เห็นด้วยกับวิธีการเตรียมตัวก่อนดูหนังครับ ห้ามอ่านหนังสือก่อนเข้าโรงเด็ดขาด เพราะตัวเนื้อหาหนังสือย่อมถูกตัดและดัดแปลงไปจากเดิมอยู่แล้ว เห็นหลายๆคนออกมาบ่นว่าหนังไม่สนุก ผมอ่านเล่มนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว และมาดูภาคนี้ บอกเลยครับว่าหนังภาค4ทำได้ดีกว่า3ภาคที่แล้วเยอะครับ
ปล.โชนี่ผมว่าฝรั่งก็บอกว่าไม่สวยนะ จากกลุ่มเพื่อนผมเอง
โดย: Pierre De Gonzalez IP: 58.64.101.137 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:11:15 น.
  
ภาคนี้ ชอบมากค่ะ น้องแดนน่าร๊ากที่ซู๊ด
โดย: นานา IP: 61.90.10.251 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:02:23 น.
  
ไปดูมา 2 รอบค่ะ
สนุกดีค่ะ
ชอบตอนเปิดตัวโรงเรียน 2 โรงเรียนมากมายเลย
โดย: UndercoverGirl IP: 58.147.99.196 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:24:06 น.
  
ส่วนตัวผมชอบหนังภาคนี้มากที่สุดครับ การตัดบางส่วนออกไปจากหนังสือทำได้อย่างกลมกลืนดีครับ
โดย: ตรี IP: 210.177.86.17 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:25:54 น.
  
โอเคคะ แต่ชอบภาคสามมากกว่า
โดย: Bi-tong IP: 203.118.104.120 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:07:07 น.
  
Post ครั้งแรก แต่แอบติดตาม(อ่าน)มานานแล้ว วิจารณ์ได้จริงใจ และไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครดีค่ะ ดู HP and GOF ไป 2 รอบแล้ว ไม่เคยอ่านหนังสือเลย แต่โชคดีดันดูแล้วเข้าใจ จินตนาการบรรเจิดเลย (อยากย้ายที่เรียนจัง) ชอบค่ะ สนุก ตื้นเต้น ขำ น้ำตาซึม เนื้อเรื่องโตขึ้นมาก การพัฒนาของตัวละครก็เริ่มทำงานมากขึ้น แต่ที่ชอบมากมายที่สุดจนมีรอบ 2 ก็คือพี่ Cedric Diggory เทพบุตรสุดหล่อ ณ. Hogwarts
ออกมาหน้าใสกิ๊งให้happyอยู่ไม่กี่ฉากก็มีอันต้อง... หมดกำลังใจดูภาคต่อไปนิโหน่ย กลับมาเรื่องหนัง ชอบภาค 3 ด้วย เฮ้อ ยังไงก็จะติดตาม HP ต่อไป ติดตามพี่ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ด้วยนะคะ วิจารณ์ต่อไป
โดย: Baddy_Natchy IP: 61.91.175.92 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:41:06 น.
  
จะเข้ามาบอกว่า Ralph Fiennes หล่อ sexy มากๆ คนอะไรยิ่งหล่อยิ่งแก่ เอ๊ย ยิ่งแก่ยิ่งหล่อ

ปล. ขอโทษที่หลับในnoonค่ะ
แต่อย่าลืม A+++++ ตามสัญญานะ พี่
โดย: หนูโยเกิร์ต IP: 202.28.181.7 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:17:13 น.
  
รออ่านนานะอย่างใจจดจ่อ
โดย: ~ ส้มๆอมชมพู ~ วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:29:46 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันครับ รู้สึกเสียดายบางฉากเหมือนกัน อย่างฉากที่เฮอร์ไมโอนี่ทะเลาะกับรอน ก็อยากให้ตัวหนังใส่รายละเอียดอีกนิดก็น่าจะดี ถึงแม้หนังจะไม่สามารถใส่เกือบทุกรายละเอียดได้เหมือนในหนังสือ แต่ก็ดูได้ เพราะกับความยาวเพียง 2.45 ชม. คงไม่อาจเก็บได้ครบ ไม่รู้ว่า หนังภาค ภาคีนกฟินิกซ์ จะเป็นยังไง เพราะตอนที่อ่านมันไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าเล่มอื่นๆ ไม่รู้คิดเหมือนกันรึเปล่า แต่กับหนังสือผมชอบภาคถ้วยอัันีที่สุด เพราะดูมันมีรายละเอียด การเติบโต การเผชิยชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู ความหวาดกลัวกับอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น และภาคนี้ยังเขียนให้รู้ถึงความรู้สึกลึกๆของตัวละครแต่ละคน ก็ทำให้น่าประทับใจ เฮ้อ ในที่สุดตัวละครเด็กน้อยๆ ก็ได้เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว
โดย: ณัฐ IP: 203.150.14.161 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:40:34 น.
  
หวาดดีพี่ชายยยยยยยยยในที่สุดก้อเขียนเสร็จสักทีนะรออ่านอยู่อ่ะ555หนูชอบภาคนี้มั่กๆๆเลยชอบสุดคงเปงCedric Diggory อ่ะหล่อบาดใจเอามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆโผล่มาทีไจเต้นตุ๊บๆๆ555อยากได้มาไว้บ้านจัง555src=https://www.bloggang.com/emo/emo17.gif>
โดย: หนู๋จูนเอง IP: 202.57.183.227 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:43:43 น.
  
ชอบฉากมังกรกะฉากเปิดตัว 2 โรงเรียนค่ะ ไปดูกะน้องชายที่ไม่เคยอ่าน Harry เลย น้องถามว่า Hermione ร้องไห้ทำไม
Dumbledore ภาคนี้ดูจนแต้มมากๆ เราเป็น Harry เห็นแล้วคง shock ที่ Dumbledore ดูหมดท่าขนาดนั้น
โดย: น้ำแข็งเคลือบน้ำตาล IP: 192.150.249.78 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:26:23 น.
  
บทความนี้ช่วยคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน ให้เข้าใจตัวละครได้อีกเยอะเลยจ้า

แต่ว่ากับเราที่อ่านหนังสือมาแล้ว รู้สึกว่า มันเป็นการวิเคราะห์ตัวละครจากหนังสือ มากกว่าจากหนังอ่ะ

ชอบการตัดบางบทของหนังจากหนังสือเหมือนกัน แต่พอดูเสร็จกลับมาเห็นกระทู้ที่ไม่ชอบการตัดแบบนี้เยอะมากเลย แต่เราว่า มันเป็นจุดดีของเรื่องนี้เลยทีเดียวอ่ะ

สิ่งที่ชอบ กะ สิ่งที่เกลียด ตรงกะเจ้าของบทความเลย

โดย: SFFC IP: 203.113.16.241 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:12:32:01 น.
  
ชอบมาก ๆ เลยคับสำหรับภาคนี้ แต่ละภาคที่ผ่านมา ดูไม่ต่ำจาก 3 รอบภาคนี้คงมากกว่านั้น ยิ่งได้อ่าน comment ของคุณแล้วยิ่งรู้สึกคล้อยตาม ฝีมือการเขียนของคุณผมชอบมากเลยคับ จะพยายามเข้ามาอีกน่ะคับ
โดย: sakitjai IP: 202.12.74.7 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:46:36 น.
  
ไปดูมาแล้วเช่นกันค่ะ...สนุกดีค่ะ
ในภาคสาม ทำให้เกิดความรู้สึกแตกต่างของผู้แสดงจากภาคแรกๆ เพราะตัวละครเติบโตไวมาก
มาภาคนี้ หลายคนดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
นอกจากจะได้ดูเนื้อหาของตัวละคร ดูเหมือนเรากำลังดูการเปลี่ยนแปลงของตัวละครอย่างช้าๆ
เป็นภาคที่ดูแล้วไม่ค่อยเบื่อค่ะ สำหรับคนที่ไม่มีความรู้มาก่อน ก็ยังพอทำความเข้าใจกับเรื่องราวได้ โดยไม่ต้องอธิบายมาก...
สนุกดีค่ะ
โดย: MDA วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:05:29 น.
  
หวัดดีครับ คุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
ติดตามผลงานการรีวิวของคุณมาหลายเรื่องแล้ว ฝีมือไม่ตกเลยนะคร้าบบ
ผมว่าภาคนี้(ทั้งในหนังสือและในหนัง) เป็นภาคที่มันส์ที่สุดนะครับ แต่ด้วยเหตุผลใดไม่รู้ กลับชอบภาค 3 มากที่สุด ทั้งในหนังสือ และในหนัง
ผมว่าภาค 4 มันกระชับ "เกินไป" เหอๆ ไม่รู้ว่ายึดติดกับหนังสือเกินไปรึปล่าว และอีกอย่าง หนังมันเฉลยอะไรๆไม่หมด หมายถึงสิ่งที่หนังมันทำปมไว้ เช่น
< SPOILER ครับ >
ไอตอนที่ บาร์ตี้ เคร้าช์ ตายนี่ ในหนังก็ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนฆ่า

และอารมณ์ของหนังมัน..... ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ขึ้นๆลงๆ ไม่ต่อเนื่องกัน ไม่รู้ดิคับ ไม่รู้ว่าคิดไปเอง หรือไร อิๆ
สุดท้ายนี้เป็นกำลังใจให้คุณ "ผมอยุ่ข้างหลังคุณ" รีวิวหนังต่อไปครับโผม

ป.ล. โช แชงน่ารักดีออกครับ เป็นตัวละครที่ผมชอบที่สุดในหนังภาคนี้เลย แหะๆ
โดย: D-WuT IP: 58.10.18.162 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:11:43 น.
  
จะไปดูพรุ่งนี้ค่ะ ดีใจจังเลย เข้าblog พี่ได้ซะทีต้องเข้า จากหน้า pantip นี่เอง เข้าทางหน้า blog gang ไม่ได้เลย
โดย: heartfelt melody IP: 202.28.181.9 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:57:40 น.
  
โอย อยากดูในแทบขาด แต่หลาน ๆ ตัวแสบไม่ยอมให้ไปดูซะงั้น
โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:4:15:40 น.
  

แฟนผมบอกว่าไม่หนุกเลย เธอชอบหนังสือภาคนี้มากอ่านตั้งสามรอบ
"อยากดูหนังโรงสนุกต้องไม่อ่านหนังสือให้มากนัก" เห็นด้วย เห็นด้วย
โดย: jr2 IP: 58.147.33.171 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:10:10 น.
  
ยังไม่ได้ดูนะครับ แต่คิดไว้แล้วว่าเนื้อหาภาคนี้ต้องสนุกแน่ถ้าทำเป็นหนัง (ส่วนตัวชอบเล่มสามครับ)
โดย: absent-minded IP: 218.6.247.244 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:56:26 น.
  
กริ๊ดดดดดดดดด
พี่ JARV...จริงหรือที่ แดเนียล ชอบวง pulp
น่าจะเป็น ป้า เจ เค หรือ ผู้กำกับมากกว่า (ตามวัยไง) น้องแดเนียล น่าจะชอบ ประมาณวง keane
โดย: แฟนพี่จ๊าบ IP: 203.148.171.1 วันที่: 1 ธันวาคม 2548 เวลา:12:49:08 น.
  
อยากให้ แฮรี่ฯ ชอบกับเฮอร์ไมโอนี และไม่เขวไปกับคนอื่น เพราะนักแสดงที่เลือกมา สื่อให้เห็นถึงความฉลาดเปิดเผย จริงใจ และอ่อนไหว ได้ดีมาก เมื่อเทียบกับตอนเป็นเด็กที่ดูหยิ่งๆ อวดรู้ และนิยมคบกับคนที่เด่นดัง-เก่ง แต่จะเหมือนดูถูกคนอื่นที่ด้อยกว่า จึงทำให้หันกลับมาเชียร์เฮอร์ไมโอนี่
โดย: MovieLovers IP: 202.142.216.46 วันที่: 2 ธันวาคม 2548 เวลา:22:23:39 น.
  
เพิ่งไปดูมาวันนี้เองค่ะ..

เห็นด้วยกับหลายๆความเห็นเรื่องดัมเบิลดอร์ว่าดูไม่น่าเกรงขามเท่าไหร่ อย่างเวลาที่ตะโกนว่า "Shut up" ...ลองนึกว่าถ้าตัวเองเป็นนักเรียนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็คงไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่

โดยรวมแล้วก็ชอบนะคะ ทำหนังได้ตื่นเต้นดี(ทำเอา arrhythmia อยู่บ่อยๆ ^^)
..ส่วนฉากน่ารักๆก็มีหลายฉาก

..ว่าแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเฟร็ดกับยอร์ชเลย
เป็นตัวละครที่อ่านหนังสือแล้วชอบที่สุด แล้วก็ออกจะผิดหวังกับภาพในหนังในภาคที่ผ่านๆมา เพราะดูไม่เห็นเท่ห์เหมือนในหนังสือเลย

..แต่ว่าภาคนี้นี่..เล่นได้กวนดีจริงๆค่ะ
ชอบฉากในห้องเรียนตอนที่ชวนแองเจลิน่าไปเต้นรำ(กวนดีจัง)
โดย: ~ ส้มๆอมชมพู ~ IP: 203.157.14.247 วันที่: 4 ธันวาคม 2548 เวลา:22:49:23 น.
  
... ขอบคุณครับกับทุกความเห็น ใครดูแล้วก็มาคุยกันต่อนะครับ

...จะมาเล่าว่า อ่านเล่ม 6 จบแล้ว โอ้ย คันมือคันปากอยากเล่าอยากเขียน เดี๋ยวเขียนใส่บล้อกแล้วจะมาชวนมาคุยกันนะครับ ส่วนตัวแล้วชอบเล่ม 6 นี้ค่อนข้างมาก(ตรงข้ามกับเล่ม 5 โดยสิ้นเชิง) มันมีความดราม่าจนคิดว่าถ้าสร้างเป็นหนังน่าจะเข้มข้นพอสมควร
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:1:37:22 น.
  
ดูมาแล้ว เมื่องานเอง....คนน้อยดี
เห็นด้วยกับลอร์ดวอลเดอมอล เรานึกถึง
red dragon เหมือนกัน ขนาดเมคอัฟแล้วนะ..

โชแชง ไม่สวยล่ะฮะดีแล้ว
เดี๋ยวโดนคนอิจฉา555
โดย: izamon IP: 61.91.71.192 วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:17:40:20 น.
  
เฮอไมโอนี่น่าร๊ากกกกกกกกก
โดย: freeman IP: 61.91.69.96 วันที่: 16 ธันวาคม 2548 เวลา:0:16:32 น.
  
เขียนได้ดีมากครับ
โดย: ar15 IP: 58.11.4.60 วันที่: 16 ธันวาคม 2548 เวลา:11:28:03 น.
  
คิดว่า สนุกมากอ่านทั้งหนังสือ และดูหนังด้วย
โดย: Prefect IP: 203.114.123.113 วันที่: 29 ธันวาคม 2548 เวลา:22:07:41 น.
  
เราชอบมากๆ เลย และจะติดตามต่อไป
โดย: เซดริก น่ารัก IP: 125.25.8.34 วันที่: 30 ธันวาคม 2548 เวลา:11:36:30 น.
  
วิเคราะห์ได้ดีมากครับ
โดย: ll IP: 203.107.217.61 วันที่: 4 มกราคม 2549 เวลา:14:57:50 น.
  
ชอบฉาก แฮรี่อาบน้ำ ..อิอิ
แฮร์รี่อ่ะ เราดูหนังอย่างเดียวไม่ได้อ่านหังสือนะ แต่พอจบภาคนี้ปุ้บเกิดอยากหาหนังสือภาคต่อจากนี้มาอ่านเลยอ่ะ
โดย: aoi (Hana Yori ) วันที่: 8 มกราคม 2549 เวลา:13:35:40 น.
  
สนุกกว่าทุกภาคที่ผ่านมานะ ชอบๆ
โดย: บะหมี่หยกหกก้อน IP: 202.44.136.50 วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:13:37:28 น.
  
รัก HARRY POTTER มากกกกกกกกกกกกกกก
โดย: โอปอ IP: 203.113.77.41 วันที่: 9 เมษายน 2550 เวลา:1:13:46 น.
  
ชอบหนังสือมากกว่าหนังอ่ะค่ะ
เลย ดูแบบเสียอรรถรสเหมียนกัลลล
โดย: หนอนบ้านนอก วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:14:49:33 น.
  
ผมไปดูแฮรี่มาทุกภาคเยย
โดย: แฟนพันธ์แท้แฮรี่ IP: 125.25.204.218 วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:17:35:25 น.
  
ผมไปดูแฮรี่มาทุกภาคเยย
โดย: แฟนพันธ์แท้แฮรี่ IP: 125.25.204.218 วันที่: 7 มีนาคม 2551 เวลา:17:35:53 น.
  
เฮอร์ไมโอนี่น่ารัก มากๆ ชอบเฮอไมอนี่ ทั้ง เก่ง ทั้ง สวย แถม น่ารักอีกด้วย
โดย: nuna IP: 180.180.195.140 วันที่: 2 มกราคม 2554 เวลา:21:16:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด