Spider-Man 3 , แมงมุมดำตัวนั้น ฉันเห็นมันอยู่ในใจเราทุกคน


...ก่อนจะไปดู Spiderman 3 ผมตระเวนตามหาอีกสองภาคมานั่งดูอีกรอบ เพราะตั้งใจจะเขียนบทความเฉพาะถึงสไปดี้ลงในคอลัมน์ของ Cream ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้ดูทั้งสามภาคในเวลาไล่เลี่ยกัน

ดูครบสามภาคจบ ผมอดไม่ได้ที่จะนึกภาพการให้คะแนนของ Spiderman เทียบกับยิมนาสติก ทั้งสามภาคมีคะแนนทิ้งห่างกันไม่มาก เช่น 8/9/8 , 9/8/9 ฯลฯ สุดแล้วแต่ว่าใครจะชอบภาคไหนมากกว่ากัน ที่แน่ๆ ความดีแย่ของทั้งสามภาคอยู่ไม่ห่างกันเกินสองคะแนน และ ภาคที่ด้อยที่สุดก็ยังเป็นหนังที่ดีเกินเกณฑ์มาตรฐาน อย่างต่ำก็ต้อง 7.5 และดีกว่า หนังฮอลลีวูดอีกหลายร้อยเรื่อง

... อาจเป็นความบังเอิญหรือเป็นสายตาที่เฉียบคม ในการเลือกทีมงานที่เกี่ยวข้องไล่ตั้งแต่ผู้กำกับยันนักแสดง ทีมสไปเดอร์ชุดนี้อันได้แก่ แซม เรมี่ , โทบี้ แมคไกวร์ และ เคิรตสเท่น ดันน์ ช่างเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ราวกับว่า “พระเจ้า จอร์จ พวกเขาเกิดมาเพื่อสร้างหนังเรื่องนี้จริงๆ”





ภาคแรก เป็นการเปิดฉากที่น่าทึ่งสำหรับการเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ ที่ไม่ได้เน้นเป็นหนังแอคชั่นขี้โม้ และก็ไม่ได้เน้นสาระหรือความขัดแย้งในใจอันซับซ้อนจนอืดอาดเหมือนกับ Hulk หนังภาคแรกผสมสัดส่วนดราม่าลงไปมากเพื่อให้เราได้รู้จักสไปดี้ แต่ก็ยังมีฉากแอคชั่นที่ตื่นเต้นให้จดจำการเปิดตัวไอ้แมงมุม




ภาคแรกที่ว่าดีแล้ว ภาคสอง ยังดียิ่งกว่า เพราะเป็น ภาคที่ผมคิดว่า มีความลงตัวกลมกล่อมสำหรับการเพิ่มสัดส่วนแอคชั่นมากขึ้นกว่าเดิม จนทำให้ ภาคแรกน่าเบื่อขึ้นมาทันที บทหนังยังใส่มุมมองใหม่ๆเกี่ยวกับชีวิตของซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งการชักใยไม่ได้จนต้องขึ้นลิฟต์ หรือ การไล่ส่งพิซซ่าเพื่อหาเลี้ยงชีพไม่ต่างจากคนทั่วไป ในแง่ของหนัง ภาคสองให้ความบันเทิงที่อิ่มกว่าภาคแรก

... สองภาคว่าเจ๋งแล้ว ผมเองตอนดูในโรงก็ไม่ได้ถึงกับปลื้มมากมายอะไรนัก จนกระทั่งผมมานั่งดูเรียงกันครบทั้งสามภาค ผมจึงเพิ่งตัดสินใจอาสาสมัครเป็นแฟนคลับ สไปเดอร์แมน

การได้ดูต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้ๆกัน ทำให้ผมพบว่า นอกจากมาตรฐานดีไม่มีตกแล้ว ทั้งสามภาคถูกสร้างราวกับนัดกันไว้ตั้งแต่แรก

ภาคสาม อาจไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุด แต่เป็นหนังทำหน้าที่ ความเป็นภาคสาม ดีที่สุด สามารถปิดฉากและรับช่วงต่อได้อย่างสมศักดิ์ศรี เราจะพบความต่อเนื่องเสมือนเป็นหนังชุดเดียวกัน ซึ่ง ความต่อเนื่องนี้ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องทั่วๆไป แต่ ยังรวมถึง ปมจิตใจ และ พัฒนาการของตัวละคร

Spiderman , ตัวแทนจิตใจมนุษย์ทุกคน


...ไม่แปลกอะไรที่ ซูเปอร์ฮีโร่คนนี้จะมีพัฒนาการของตัวละครได้มากกว่าเพื่อนๆซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น เพราะ พ่อหนุ่มชักใย เป็นฮีโร่ที่มีความเป็นคนมากที่สุด และ สะท้อนความเป็นคนธรรมดาสามัญได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับ ฮีโร่สว่างสดใสไกลเกินเอื้อมอย่าง Superman และ ฮีโรที่หมองหม่นดำมืดซึมเศร้าอย่าง Batman

ลองถอดชุดสีแดงๆของไอ้แมงมุมออก เราจะเห็นอะไร ?

เปล่า ผมไม่ได้หมายถึงรูปร่างของโทบี้ แมกไกวร์ แต่ ลึกลงไปกว่านั้น สิ่งที่เราจะเห็นตั้งแต่ต้นคือ

...ภาคแรก คนธรรมดาๆคนหนึ่งต้องปรับตัวกับ ‘การเป็นสไปเดอร์แมน’

ภาคที่สอง ‘การเป็นสไปเดอร์แมน’ ทำให้ชีวิตของเขาต้องสูญเสียหลายสิ่งในชีวิต สูญเสียเพื่อนรัก สูญเสียคนรัก และ สูญเสียความสนุกในชีวิตเหมือนคนหนุ่มสาวทั่วไป จนเขาเหนื่อยหน่ายและอยากทิ้งสถานภาพนี้

ภาคที่สาม ผู้ชายคนเดิม เริ่มคุ้นเคยและสนุกกับ ‘การเป็นสไปเดอร์แมน’ เขาหลงระเริงไปกับคำยกยอปอปั้นและเสียงปรบมือ

‘การเป็นสไปเดอร์แมน’ หรือ พลังวิเศษ ที่ ปีเตอร์ ได้รับไม่ต่างอะไร กับ ‘การมีอำนาจหรือมีสิทธิพิเศษ’

...ถ้านั่งไล่เรียงดูจนครบสามภาค เราจะพบพัฒนาการที่ร้อยเรียงกันของ




คนที่ตื่นเต้นเมื่อมีอำนาจในมือ แล้วก็ค่อยๆได้เรียนรู้ว่า การมีอำนาจไม่ใช่ว่า เราจะใช้อำนาจจัดการอะไรได้ตามใจ การมีอำนาจพิเศษแต่ขาดความรับผิดชอบ ก็จะเป็นเหมือน เจ้าหน้าที่หรือข้าราชการที่โกงกินเพราะสิทธิพิเศษที่ตัวเองมี



พอเข้าภาคสอง สไปเดอร์แมน ก็เหมือนกับ คนธรรมดาๆที่เรียนรู้ว่า อำนาจพิเศษเมื่อใช้ในทางที่ถูกที่ควร มันไม่ได้ทำให้เขามีชีวิตที่สะดวกสบาย มิหนำซ้ำ นานวันเข้าเมื่อต้องทำอะไรเพื่อคนอื่นจนสูญเสียความสุขส่วนตัว ก็เริ่มมานั่งใคร่ครวญว่า มันคุ้มแล้วหรือที่ทำอะไรเพื่อใครต่อใคร แต่ตัวฉันกลับไม่สามารถเสวยสุขใดๆได้เลย เขาต้องเรียนรู้การหาความสมดุลในการใช้ชีวิต



ล่วงเข้าภาคสาม ความคุ้นเคยกับการมีอำนาจหรือสิทธิพิเศษและทำอะไรเพื่อสังคม จนได้มาซึ่ง คำชื่นชม เสียงปรบมือ อัตตาหรืออีโก้ในตัวก็เริ่มหลงมัวเมามีความสุขไปกับเสียงชม จนลืมใส่ใจคนรอบตัว เพราะสนุกกับการใช้ชีวิตเพื่อให้ได้คำชม

…..การดำเนินชีวิตของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ตลอดสามภาคที่ผ่านมา ต้องยืนอยู่บนทางแยกที่ต้องตัดสินใจ เหมือนกับหมอที่ปีเตอร์ไปตรวจร่างกายในภาคสอง และ เหมือนป้าเมย์ในภาคสามบอกไว้ว่า

แม้จิตใจเราจะมีความขัดแย้งรุนแรงเพียงใด เราทุกคนมีทางเลือกเสมอ

ในตอนจบของหนังเรื่อง Number 23 ที่เพิ่งดูไปก็มีประโยคที่ใกล้เคียงกันที่ผมชอบใจ ตอนพระเอกบอกว่า ไม่มีหรอกชะตากรรม ชีวิตคนเรามีแต่ทางเลือก สุดแต่เราจะเลือกเดินไปทางใด


...ภาคแรก ปีเตอร์เลือกได้ว่าจะหยุดโจรที่เข้ามาชิงทรัพย์ผู้จัดงานมวยปล้ำ หรือไม่ แต่ด้วยความโกรธที่ไม่ได้เงินรางวัลตามตกลง เขาปล่อยให้โจรวิ่งผ่านไป ผลของทางเลือกนั้น ลุงของเขาถูกฆ่าตาย

ภาคสอง เขาเลือกได้ว่าจะเลิกช่วยคน จะเลิกเป็นสไปเดอร์แมนหรือไม่ แต่ด้วยความผิดหวังที่ชีวิตไม่เป็นดั่งใจ เขาจึงเดินผ่านคนที่ถูกรังแกในซอกตึก

.... ทุกๆผลของทางเลือกในอดีตที่เราเลือก ย่อมมีผลต่อทางเดินชีวิตในอนาคต เช่น การเลือกปล่อยโจรในภาคแรก ก็ส่งผลตามมาเป็น ความรู้สึกผิด ที่ติดตัว ปีเตอร์ และ ความรู้สึกผิดที่ติดตัวมานั้นก็กลายเป็นชนวนพอที่จะจุดประเด็นต่อในภาคสาม พร้อมๆการมาของ ดึกดำดึ๋ย



... ดึกดำดึ๋ย เป็น สสารจากต่างดาวมาพร้อมอุกกาบาต หนังแสดงให้เราเห็นว่า มันแอบตามติดปีเตอร์ตั้งนานแล้ว แต่มันก็ยังไม่ยอมเข้ายึดร่างปีเตอร์ตั้งแต่แรก มันรอคอยอะไรบางอย่าง จนกระทั่งถึงเวลาเราก็พบว่า

....ดึกดำดึ๋ย เข้ายึดร่างคนก็ต่อเมื่อ จิตใจคนนั้นอ่อนแอ เมื่อความแค้นเข้าครอบงำรุนแรงจนเส้นศีลธรรมขาดผึง ถึงขั้นอยากฆ่าคนให้ตาย(murderous wish)

ดึกดำดึ๋ย ยึดร่างปีเตอร์ ในเวลาที่เขาเริ่มแค้นใจ อัดแน่นด้วยความแค้นและปรารถนาจะฆ่า Sandman เช่นเดียวกับ ตอน ดึกดำดึ๋ย ยึดร่างเอ็ดดี้ บล้อก ก็เป็นเวลาที่เอ็ดดี้ โกรธแค้นชิงชังถึงกับวอนขอพระเจ้าให้ฆ่าสไปเดอร์แมน



....ดึกดำดึ๋ย ไม่ต่างอะไรจาก กิเลส ที่นั่งรอคอยยึดครองจิตใจคนยามอ่อนแอจนปราศจากสติหรือศีลธรรมในใจ และ แปรเปลี่ยนคนๆนั้นให้เป็น Black spider หรือ Venom

ดังนั้นในฉากที่ตัวละครสามารถถอดดึกดำดึ๋ยได้ เมื่อได้ยินเสียงเป๊งหง่าว จากระฆังโบสถ์ ราวกับจะสื่อให้เราเห็นว่า แม้จะถูกความชั่วร้ายเข้าครอบงำใช่ว่าคนเราจะพ่ายแพ้เสมอไป

เสียงระฆังก็เป็นคล้ายๆกับสัญญาณความดีจากศาสนาที่เรียกสติและศีลธรรมให้เจ้าของร่างกลับมาเข้มแข็ง กลับมามีสติจนสามารถเอาชนะจิตใจถอดสีดำออกไปได้ในที่สุด

นั่นทำให้ บทหนังของภาคนี้ มีความยากกว่าทุกภาคที่ผ่านมา กับการพยายามผูกปมในใจสไปเดอร์ถึงสองอย่างด้วยกัน

1.ความแค้น จาก ความรู้สึกผิดคั่งค้าง และ การเรียนรู้การให้อภัย

2.ความหลงระเริง เพลิดเพลินในเสียงชื่นชม จนลืมคนรักและตัวตนที่แท้จริง

...นอกจาก พัฒนาการ และ ปมในจิตใจ ของสไปเดอร์แมน คือ ตัวบทที่ผมชื่นชอบ เหล่าวายร้ายทั้งหลายในหนัง สไปเดอร์แมน ก็เป็นกลุ่มเหล่าร้ายที่ผมประทับใจมากยิ่งกว่า วายร้ายจากซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ

วายร้ายตั้งแต่ภาคหนึ่งถึงภาคสาม ไม่ใช่ ไอ้บ้าหน้าไหนที่จู่ๆอยากจะมาครองโลก ไม่ได้เป็นไอ้บ้าที่ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงเกินตัว

วายร้ายทุกๆตัว ในหนังสไปเดอร์แมน เป็นเพียงแค่ คนธรรมดา เหมือนกับ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เหมือนกับเราทุกคนที่เลือกทางเลือกในชีวิตที่ผิดทาง และ ความอ่อนแอในจิตใจปล่อยให้ความกิเลสเข้าครอบงำ

Green goblin & Doc Ock ปีศาจมาจากความอ่อนแอในจิตใจ



…นอร์แมน ออสบอร์น ในภาคแรก และ ด๊อกเตอร์อ๊อคโตเวียสในภาคสอง ไม่ต่างจากสไปเดอร์แมน พวกเขาล้วนบังเอิญที่ได้พบกับ พลังอันวิเศษ เช่นเดียวกับการชักใย

ที่จะต่างจากสไปเดอร์แมน ก็ตรง

พวกเขาไม่มีลุงเบนที่มาสอนว่า “พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”

พวกเขาไม่มีป้าเมย์ที่จะมาบอกว่า “การทำสิ่งที่ถูกต้องจำต้องย่อมแน่วแน่ เพื่อแลกกับ ความปรารถนาส่วนตัว”

พวกเขาไม่ได้เรียนรู้ถึงความเป็นฮีโร่ ที่ป้าเมย์เคยบอกว่า “เราทุกคนมีฮีโร่ อยู่ภายในตัวเอง ทั้งที่ทำให้เราซื่อสัตย์ ทำให้เราเข้มแข็ง ทำให้เรา มีศักดิ์ศรี และ สุดท้ายสามารถตายอย่างภาคภูมิ”

... ดังนั้น สุดท้ายพวกเขาจึงกลายเป็น Green goblin & Doc Ock เพียงเพราะ การใช้อำนาจที่ขาดความรับผิดชอบ ใช้อำนาจเพื่อตอบสนองความต้องการตัวเอง จนถลำเกินกว่าจะถอนตัว และ พ่ายแพ้ต่อความเย้ายวนของกิเลสที่เข้ามาครอบงำ

หน้ากากของ Green goblin และ แขนกลของ Doctor Octavius เป็นสัญลักษณ์ของ กิเลส เหมือนๆกับ ดึกดำดึ๋ย

... มนุษย์เจ้าของร่างมีทางเลือกว่าจะยอมปล่อยให้ พลัง มีอำนาจเหนือตัวเองหรือไม่

พวกเขา ไม่มีใครมาบังคับจับใส่ชุด แต่ พวกเขา กลับไม่อาจถอนตัวจากความหลงใหลในอำนาจที่ได้รับมา ซึ่งเป็นมุมมืดด้านเดียวกับในจิตใจของ สไปเดอร์แมน ในภาคสาม ที่หลงใหล อำนาจตั้งแต่ต้นเรื่อง ตั้งแต่ก่อนจะได้ชุดสีดำเสียด้วยซ้ำ

เขาหลงใหลในการเป็นดารา หลงใหลกับการเป็นข่าวหน้าหนึ่ง หลงใหลคำชมจนใช้ชีวิตเพื่อให้ได้รับเสียงปรบมือ

เขาจึงหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่แต่ว่า จะเปิดตัวอย่างไรให้คนตื่นตา จะจัดท่าทางอย่างไรให้คนชื่นชอบ

ความหมกมุ่นแต่ ‘การเป็นสไปเดอร์แมน’ ทำให้เขาต้องสูญเสีย ความใส่ใจ ที่มีให้กับคนรัก และ ทำร้ายจิตใจของเธอตั้งแต่ยังไม่ได้ใส่ชุดดำ

... ทีมตัวร้ายในภาคใหม่ ต่างก็สะท้อน มุมมืดในจิตใจ สไปเดอร์แมน

Sandman ศัตรูที่ยากต่อการรับมือ & Venom กระจกเงาของสไปเดอร์แมน & New goblin เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด




...ผมนั่งคิดตั้งแต่แรกรู้ว่าจะมีตัวละคร Sandman แถมพอยิ่งมานั่งดู ยิ่งตอกย้ำความคิดตัวเองว่า ในบรรดาหลายๆตัวร้าย Sandman ดูจะเป็นตัวร้ายที่ยากต่อการรับมือมากที่สุด ดูไปนั่งคิดช่วยสไปเดอร์แมนไป คิดออกแต่วิธีราดปูนซีเมนต์ให้แข็งตัวแล้วปล่อยแช่เป็นอนุสาวรีย์

ตัวละคร Sandman ถูกนำมาใส่ภาคนี้ได้อย่างเหมาะเจาะ เขาเป็นตัวแทนของความแค้นในใจ และ เหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อช่วยในการก่อกำเนิด Venom

Sandman เป็นผลพวงมาจาก ทางเลือกที่สไปเดอร์แมนเป็นคนเลือกในภาคแรก ทางเลือกที่เขาเมินเฉยให้โจรวิ่งหนีไปต่อหน้าต่อตาก่อนจะไปฆ่าลุงเบน

ปีเตอร์ เข้าใจว่า การแก้แค้น Sandman จะทำให้รู้สึกดีขึ้น เขาพยายามที่จะหาคนผิดเพื่อมารับผิดชอบการตายของลุง และ รับผิดชอบการตัดสินใจผิดๆของตัวเอง

...มองให้ลึกๆเราจะเข้าใจ ปีเตอร์

การที่เขาเคียดแค้น Sandman ในมุมกลับของจิตใจ มันก็คือการที่เขาเคียดแค้นตัวเองไม่หาย ความรู้สึกผิด(guilt)ยังติดตัวเขาตลอดมา ดังนั้น ในวันที่เขาให้อภัย Sandman จึงทำให้เขาสามารถดับไฟแค้นที่เผาใจได้สนิท เพราะ มันก็คือการให้อภัยตัวเองด้วยเช่นกัน

แต่กว่าจะถึงการให้อภัย เขาก็สร้างตัวร้ายตัวใหม่ขึ้นมาให้วุ่นวาย

ความคิดเคียดแค้นของปีเตอร์ ไม่ต่างอะไรจาก ความคิดของแฮรี่ ทั้งคู่ตกเป็นทาสของความแค้น ที่เหมือน ยาพิษทำร้ายให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องทรมาน และ ทำให้ กรีนก๊อบลินเข้าครอบงำแฮรี่ เหมือนที่ ดึกดำดึ๋ยครอบงำปีเตอร์ จน ก่อเกิด วงจรของการทำร้ายเหมือนวงเวียนแห่งกรรม ที่ทำร้ายกันไปมา ซ้ำร้ายยิ่งกว่า กลับทำร้ายคนรอบข้างที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

....คนเราเวลาถูกความชั่วร้ายเข้าครอบงำ เช่น ติดเหล้าเมายา หรือ หลงใหลไปกับกิเลสอื่นๆ เราก็ไม่ต่างจาก ปีเตอร์ตอนถูกควบคุมโดย ดึกดำดึ๋ย จนกลายเป็น dark spider ที่พร้อมจะทำร้ายคนรอบข้าง แม้แต่คนที่รักและดีกับเรา ในหนัง เขาทำร้ายทั้งเอ๊ดดี้ ทำร้ายเกวน ทำร้ายแมรี่ ทำร้ายแฮรี่

เมื่อเขาทำร้ายเกวนนอกจากทำให้ เกวนเสียใจ เขาไม่รู้ตัวว่าในเวลาเดียวกันนั้น เขาทำร้ายจิตใจเอ๊ดดี้ทางอ้อม

เมื่อเขาทำให้เอ๊ดดี้อับอาย นั่นก็เท่ากับ การทำร้ายเอ๊ดดี้ทางตรง

สุดท้ายแล้วเขานั่นเองที่มีส่วนหนึ่งกับการเป็นผู้สร้าง Venom ขึ้นมา

Venom เป็น เหมือนกระจกเงาสะท้อนอีกมุมหนึ่งของมนุษย์เราทุกคน เขาถือกำเนิดมาจากด้านมืดในจิตใจของสไปเดอร์แมน

ความแตกต่างของ Venom กับ Dark spider ก็อยู่ตรงที่ เอ๊ดดี้ บล้อก ขาดความเข้มแข็งในใจ ปล่อยให้การยึดครองสำเร็จโดยสมบูรณ์แบบ

....เส้นแบ่งระหว่าง ความเป็นฮีโร่ และ การเป็นตัวร้าย(villain) ไม่ได้อยู่ที่การตัดสินใจเลือก ใช้ชีวิตในทางที่ผิด เพราะ ซูเปอร์ฮีโร่อย่างสไปเดอร์แมน ยังเลือกเส้นทางผิดๆมาไม่รู้กี่ครั้ง เช่นเดียวกับตัวร้ายในเรื่อง แถมเขาเองก็เคยสวมใส่ชุดดำเดียวกับ Venom อีกต่างหาก

ทั้งด้านมืดของสไปเดอร์แมน ทั้ง Venom ทั้ง Green goblin รวมทั้งตัวร้ายอื่นๆจากหนังทั้งสามภาค ทุกๆตัวละครในหนัง ล้วนเป็น ตัวแทนจิตใจของมนุษย์อย่างเราๆทุกๆคน ที่อยู่บนบททดสอบของการใช้ชีวิต

...แต่ผลสุดท้ายจะเป็น ฮีโร่ หรือ เป็นวายร้าย ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อเลือกผิดแล้ว เราจะเดินข้ามกลับมาหรือไม่ Green goblin , Venom ไม่เดินกลับมา และ นั่นทำให้การจากไปของเขาอยู่ในฐานะวายร้าย( villain) ต่างไปจาก สไปเดอร์แมน และ ตัวร้ายบางคน ที่เป็นที่จดจำในฐานะฮีโร่



...หากใครจะชื่นชม โทบี้ แมคไกวร์ ก็คงต้องชมคนที่ตาถึงเลือกเขามาตั้งแต่แรกเริ่มด้วย เขาทำให้สไปเดอร์แมน เป็นฮีโร่ที่ดูใกล้ชิดกับคนดู เป็นเหมือนเพื่อนบ้านอย่างที่เขาบอกใครต่อใครในหนัง โชคดีที่ตอนภาคสองช่วงที่บาดเจ็บจากหนังเรื่อง seabuscuit ไม่เช่นนั้น สไปเดอร์เจค กิลเลนฮาล จาก Brokback mountain ผมยังคิดภาพไม่ได้ว่าจะทดแทนดีกว่าอย่างไร เพราะในขณะนี้ยากที่จะหานักแสดงคนไหนมากินเขาลงในบทนี้



... เคิร์สเตน ดันส์ เป็นอีกตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เธอเป็นนางเอกที่เล่นหนังดี ไม่ได้สวยบาดใจ แต่ชวนตกหลุมรัก เพราะ ความมีเสน่ห์ มี sex appeal และดีพอที่จะมาประกบคู่เป็นคนรักของสไปเดอร์แมน เพราะทุกฉากที่เธอประกบคู่ทั้งโทบี้ แมคไกวร์ หรือ สไปเดอร์แมน มันดูเป็นความลงตัวขึ้นมาทันตาเห็น (แอบเห็นแผ่น Marie antounette ที่เธอเล่นตามแผงแล้ว พอดีตังหมดวันก่อนเลยยังไม่ได้คว้ามา)

เจมส์ ฟรานโก ในภาคนี้เด่นใกล้เคียงสไปดี้ แถมมีโอกาสได้แสดงในบทที่หลากหลายอารมณ์โชว์ฝีมือ ทั้งเวอร์ชั่นแค้น และ เวอร์ชั่นเพื่อนแสนดี (ฉากยิ้มเย้ยในร้านอาหารร้ายได้เท่มาก) คนเขียนบทดูจะชื่นชอบตัวละครตัวนี้เป็นพิเศษ เพราะภาคนี้เขามีส่วนร่วมต่อการดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ แถมช่วงสุดท้ายของหนังก็ยังเป็นการหาบทสรุปที่ดีให้กับตัวละครที่หลายคนชื่นชอบ

....ทุกๆภาคการเลือกนักแสดงมารับบทวายร้าย เป็นการเลือกจากความสามารถทางด้านการแสดงโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็น จากภาคแรก หรือ จากภาคสอง เช่นเดียวกับภาคนี้ สองคนใหม่มีดีทั้งคู่



โทมัส ฮาเด็น เชิร์ช เล่นได้ดี กับ คนร้ายเพียงคนเดียวในบรรดาเหล่าวายร้ายที่ไม่ได้มีเจตนาคิดทำชั่ว ความอ่อนแอในจิตใจนำไปสู่การทำผิด และ ก็แบกรับความรู้สึกมาพร้อมๆกับสไปเดอร์แมน การทำผิดของเขา เป็น ผลมาจากความรักที่มีต่อลูกสาวและความกลัวต่อการสูญเสีย จึงพยายามชดเชย ความเป็นพ่อที่ทำหน้าที่ได้ไม่ดี ด้วยการหาเงินมาช่วยลูก แม้จะมีเวลาไม่มากแต่ โทมัส ฮาเด็น เชิร์ช ถ่ายทอดอารมณ์เหล่านั้นได้ครบถ้วนไม่ตกหล่น

ทีเด็ด ที่ผมประทับใจ คือ โทเฟอร์ เกรซ ตัวละครของเขาช่างน่าสงสาร แค่มุ่งหวังอยากจะเป็นนักข่าวมีอาชีพมั่นคง และ มีความสุขกับแฟนตัวเองอยู่ดีๆ แต่วันซวยคืนซวย ฮีโร่ของประชาชนมาทำให้ แฟนถูกแย่ง , งานถูกถอด , การถูกประจาน รวมเป็นความอับอายและ ความโกรธแค้น ซึ่ง โทเฟอร์ เกรซ ไม่เพียงแสดงเล่นได้ดี รูปร่างหน้าตาเขายังใกล้เคียงกับ โทบี้ แมคไกวร์ อีกต่างหาก ซึ่งก็เหมาะเหลือเกินกับการที่ให้ตัวร้ายตัวนี้เป็นกระจกส่องให้เห็นอีกด้านของสไปเดอร์แมน

น่าเสียดายที่ทั้งคู่ถูกใช้ประโยชน์ในหนังน้อยเกิน ทั้งที่สองคนนี้ มีปมในจิตใจให้เล่นสนุกได้ไม่แพ้ความสามารถพิเศษของตัวละคร

... แฟนๆหนังสไปดี้ ลองสังเกตให้ดีๆจะมีมีหนึ่งบทเล็กๆที่อยู่กับหนังมาทั้งสามภาค ในบทบาทที่แตกต่างกัน นั่นคือ พระเอกจาก Evil dead ที่ภาคแรกเป็นโฆษกบนเวทีมวยปล้ำ ภาคสองเป็น เจ้าหน้าที่หน้าโรงละครเวทีที่ไม่ยอมให้พระเอกเข้าไปดูเพราะมาสาย ในภาคสาม เขาได้บทที่ดีกว่าสองภาคก่อน กับ ความขำๆฮาๆในบท พนักงานต้อนรับร้านอาหารฝรั่งเศส

... บทหนังในภาคนี้มีจุดดีไม่แพ้ภาคก่อนๆ ที่แตกต่างคือ ภาคก่อนๆมีจุดดีแต่หาจุดอ่อนได้ยากยิ่ง ตรงข้ามกับภาคนี้ มีรูโหว่มีความไม่ลงตัวอยู่มากมาย ที่ชัดเจนคือ ความพยายามที่จะยัดปมประเด็นหลายๆอย่างทั้งของพระเอกทั้งของวายร้ายบวกกับการมีตัวละครจำนวนมาก แต่ผลลัพธ์สุดท้ายไม่สามารถเกลาให้ลงตัว

ตัวละครบางคนหายไปเมื่อเนื้อเรื่องกำลังพูดถึงอีกคน หรือ การที่ตัวละครอย่างเกว็นและพ่อกลายเป็นตัวประกอบที่ถูกลืม



(หนังใช้ ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด ไม่คุ้มอย่างแรง กลับไปดู The village อีกทียังดีกว่า ทั้งที่ในคอมิคส์ เกว็น เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญเพราะเป็นคู่รักของสไปดี้ที่ตายไปตั้งแต่แรก แต่ฉากตายของเธอในหนังได้ผ่านไปแล้ว นั่นคือ ฉากในภาคแรกที่สไปดี้ช่วยชีวิตเอ็มเจบนสะพาน ในคอมิคส์ หญิงสาวที่สะพานคือเกวน และเธอเสียชีวิตในฉากนั้นเอง)

...ถ้าบทหนังเป็นเมโลดี้ ท่วงทำนองเพลงของหนังภาคนี้ ขาดความสม่ำเสมอ บางตอนก็ตื่นเต้นรวบรัดฉับไว แต่หลายตอนที่อืดๆยืดยาด อย่างตอน ปีเตอร์จ๊าบ ก็เป็นการใช้เวลาในส่วนที่เนื้อหาไม่จำเป็นมากเกินไป แถมยังตลกจนหลุดภาพรวมของหนัง แทนที่ ด้านมืดจะทำให้ปีเตอร์ดูน่ากลัว ซึ่งผมคิดว่าน่าจะทำให้หนังหนักแน่นมากกว่า กลับเป็น ปีเตอร์ที่เรียกเสียงหัวเราะ

แต่ถึง มีจุดอ่อนในแง่คุณภาพของบทเมื่อเทียบกับสองภาคก่อน แต่ รูโหว่ทั้งหลายในภาคสาม ผมไม่ค่อยรู้สึกติดใจ เพราะ หนังสามารถชดเชย ข้อบกพร่องด้วยการให้ความสนุกสนานแก่คนดู

จุดเดียวของบทภาพบนตร์ที่ผมขัดอกขัดใจและคิดว่า คนเขียนบทมักง่ายเกินไป เหมือนเด็กจะรีบส่งการบ้านเลยรีบเขียนบทให้ทันส่ง คือ การให้คุณลุงคนรับใช้ของแฮรี่โผล่มาตีหน้าซื่อ คลี่คลายปมฝังใจในเวลาที่อะไรต่อมิอะไรเลยเถิดมาถึงภาคสามนี้แล้ว เพียงเพื่อจะให้มีฉากแอคชั่นรวมดาวในฉากสุดท้าย

.... หนังชุดสไปเดอร์แมน ยังคงให้มุมกล้องและสร้างฉากแอคชั่นตื่นตาตื่นใจ ในทุกๆภาค ที่ผมประทับใจคือ ฉากรถไฟฟ้าในภาคสอง และในภาคนี้ ฉากตอนเครนซัดตัวตึก และ แอคชั่นตอนท้ายก็เป็นฉากแอคชั่นที่น่าจดจำ



สิ่งที่ชอบ

1.บท ... ชอบที่ผูกเรื่องราวตั้งแต่ภาคหนึ่ง และสามารถสร้างตัวละครใหม่ๆให้มีความลึกซึ้งไม่แพ้ที่ผ่านๆมา และ เข้าใจหาบทสรุปปิดฉากได้ลงตัว

2.นักแสดง ... ทั้งทีมเก่า และ หน้าใหม่

3.การกำกับ ... ไม่คิดมาก่อนว่า แซม เรมี่ จะทำหนังชุดนี้ได้ดีขนาดนี้ ถึงภาคนี้ตัวบทจะมีจุดอ่อน เขาก็ยังสามารถประคองให้มันเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ดีกว่าเรื่องอื่นๆได้อีกอยู่ดี

4. สนุก ... หนังมีหลากหลายอารมณ์ดี และ หนังแม้จะมีช่วงอืดๆแต่หนังก็มีความสนุกมากมาย เป็น หนึ่งในความบันเทิงคุณภาพที่หนังจบแล้วก็ไม่รู้สึกเสียดายตังค์

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.บท ... ขาดความไม่ลงตัว มีความไม่กลมกลืนอยู่เยอะ แต่ที่ขัดใจที่สุดก็คุณลุงคนซื่อ

สรุป ... ภาคหนึ่งดีแต่ไม่ค่อยสนุก ภาคสองทั้งสนุกทั้งดี ภาคสามดีและมีจุดไม่ดีกว่าทุกๆภาค แต่ก็สนุกมากๆจนพร้อมจะลืมข้อผิดพลาดที่ว่ามา และ ผมก็ชอบมากๆไม่แพ้ภาคสองเช่นกันถึงแม้ว่าในแง่คุณภาพอาจจะแพ้แบบฉิวเฉียด สำหรับผม จากเดิมที่ฮีโร่ในดวงใจคือ Batman แต่ตอนนี้ ซี่รี่ส์สไปดี้ เบียดขึ้นเป็น ฮีโร่ประทับใจในเวอร์ชั่นหนังอันดับหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว





ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่คือการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป หาไม่เจอถามจากพนักงานขายได้เลยจ้า)






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 06 พฤษภาคม 2550
Last Update : 11 พฤษภาคม 2550 1:07:35 น.
Counter : 7243 Pageviews.

55 comments
  
ไปดูมาเมื่อวันที่ 3 รู้สึกเหมือนกัน ในความแหม่งๆ เช่นฉากที่เกวนแขวนตัวอยู่จะตกมิตกแหล่ พ่อเขาก็เงยขึ้นไปมองแบบเซ็งๆอะ ไม่เห็นตกใจอะไรเลย แล้วตอนสุดท้ายพระเอกก็ไม่กุลกุจอช่วยเพื่อนเลย ประมาณไปหาหมอไหม แล้วค่อยๆเศร้า(ที่ตัวเองพูดไม่ดี.).ส่วนใหญ่จะสารภาพบาปมากกว่านะภาคเนี้ยะ แต่รวมๆให้แง่คิด(ผ่านป้า)เยอะเหมือนกัน ใช้โบสถ์แทนสัญลักษณ์ความดี เอาดึกดำดึย(อิอิ ..เลียนแบบ)ออกไป แต่นะคะไม่คิดว่าจะร่ายยาวตั้งแต่ภาคแรก มาอ่านตอนจะตี 1 เนี้ยะ มัน...อื้อ..ฮื้อ เลยเพ่!
โดย: sunontinee IP: 125.24.5.148 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:59:29 น.
  
ภาคนี้ผมผิดหวังสุดๆ
โดย: Revenant IP: 203.188.5.107 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:1:02:45 น.
  
ยังไม่ได้ดู
แบบผมแวะไปที่โรงแล้วเกิดอาการ
หมั่นไส้อ่ะคับ
เพราะเกือบทุกโรงฉายแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว
มีอยู่โรงนึงที่ฉายเรื่องอื่นแบบสลับกันอีกต่างหาก
เลยไม่ดูซะงั้น
อ้าวววว...อดเลยผม

เม้นท์ได้ละเอียดดีคับ
ผมชอบจัง
โดย: Kurt Narris วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:1:16:54 น.
  
สนุกดีครับ

ผมว่า James Franco เท่ห์ได้ใจจริง ๆ บางฉากเด่นกว่า Toby อีกครับ
โดย: MTO IP: 124.120.197.99 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:1:30:02 น.
  
โอ้ว ยาวมั่กๆ แต่ก็อ่านจนจบ แหะๆ
ตอนที่ดูก็เซ็งเหมือนกันครับเรื่องบทคุณลุงนั่น
พึ่งรู้ว่าพระเอก Evil Dead เล่นทุกภาคนะเนี่ย
ป.ล.ฮีโร่อันดับหนึ่งของผมยังเป็นแบทแมนเหมือนเดิมอ่ะ
โดย: plyteam IP: 203.188.47.205 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:1:47:26 น.
  
เก่งจังเลยค่ะ ดูหนังแค่สามเรื่องเขียน comment ได้ซะยาว เเป็นแฟนสไปเดอร์แมนอยู่แล้วต้องตามไปดูแน่นอนค่ะ แต่ดูครั้งนี้มีข้อคิดที่ได้อ่านจากบล็อกคุณไปแล้ว จะได้คอยสังเกต (จากเดิมที่ดูเฉยๆ)

หนังสือของคุณน่าสนใจมากค่ะ ไว้กลับเมืองไทยแล้วไปซื้อแน่นอนค่ะ
โดย: the Vicky วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:34:16 น.
  
รู้สึกแหม่งๆ ตอนพ่อบ้านของแฮร์รี่เหมือนกัน

แต่โดยรวมก็สนุก มันส์ใช้ได้

ปล.ชอบบทความมากๆ เลยค่ะ
โดย: Diagonal IP: 58.181.183.9 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:06:03 น.
  
Color me disappointed..

It's still entertaining. But it's not good enough to make it worth entry to this great franchise.

The more I think about it, the more I hate it.

Though, glad you liked it..
โดย: JURiNG IP: 196.218.133.235 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:25:59 น.
  
สนุกคร้าบเรื่องนี้
โดย: pommyNT IP: 125.24.162.53 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:8:23:00 น.
  
วิจารณ์เก่งจังครับ
ผมก็ชอบภาค 2 ตอนฉากรถไฟเหมือนกัน
โดย: FreedomZ IP: 124.121.105.226 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:8:38:59 น.
  
ผมเป็นแฟน venom ครับผมว่า ยังไง venom ก็ยังไม่ไปไหนแน่ เพราะตัวละครนี้ยังใช้ได้อีกเยอะ แถมยังเป็นตัวละครที่ผู้คนชื่นชอบ (ช่วงหลัง ๆ จะกลับตัวด้วย) อีกอย่าง venom ยังไม่ได้กำเนิด canage เลย
โดย: devil amature IP: 125.25.61.162 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:33:12 น.
  
- รู้สึกงงๆแหม่งกับความสัมพันธ์ของเกว็น พ่อเกว็น??? และ เอ็ดดี้ (แฟนเกว็น??) ความสัมพันธ์มันดูหลวมๆชอบกล
เพราะดูแรกคิดว่าน่าจะความสัมพันธ์กันดูๆไป เราเข้าใจผิดหรือเปล่าเนี่ย งง งง
- โดยรวมโอเค สนุก เพลินๆดีค่ะ
- แต่ที่ชอบสุดเป็นข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้มากมายค่ะ ที่การเติบโตของ สไปดี้
ทำให้ตัวเองเติบโตไปด้วย
ทั้งการเตือนสติ เห็นความอัปลักษณ์ที่มาจากใจเราเอง
ทั้งการที่จะพ้นด้านมืดได้ การให้อภัยคนอื่นและตัวเอง ได้จากใจ
และ เตือนสติให้เห็นว่าหลายครั้งเราอาจเข้าใจอะไรผิดๆเพราะ เกิดจากคิดปรุงแต่งของเรา(โดยไม่รู้ตัว) ซึ่งทำให้บดบังสิ่งดีๆสิ่งจริงๆไปอย่างน่าเสียดายค่ะ
- ขอบคุณ คุณผมอยู่ข้างหลังคุณ นะคะ ที่ช่วย รีวิวทั้งสามภาคค่ะ ทำให้เห็นภาพ เห็นความเชื่อมโยงโดยเฉพาะเรื่องลุง ยิ่งทำให้เข้าใจสไปดี้มากขึ้นค่ะ และ ภาพจูบที่นางเอกโกรธมากๆ เข้าใจชัดขึ้นอีก ว่าจูบของเราจากภาค1 นี่เอง
- ยังไงคงหาทางดูภาคสองให้ได้ค่ะ

และ ที่ชอบสุดๆๆๆ คือ ที่คุณผมอยู่ข้างหลังคุณตั้งชื่อ ว่า "แมงมุมดำตัวนั้น ฉันเห็นมันอยู่ในใจเราทุกคน" ใช่เลยค่ะ อยู่ในใจเราทุกคนจริงค่ะๆ

เป็นการเตือนสติที่ดีค่ะ

ขอบคุณนะคะ
โดย: Mr.Bear's dream วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:56:39 น.
  
ขอบคุณ รีวิวของคุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณมากๆ ค่ะ อ่านแล้วได้คิดตามอยากจะดูเรื่องนี้อีกรอบแล้วสังเกตตามที่คุณเขียนเล่าจัง ... ดูๆ ไปแล้วรู้สึกตัวบทหนังจะหลวมๆ ง่ายไปนิดเหมือนกัน แต่ความสนุกของหนังใช้ได้เลยค่ะ
โดย: hana IP: 203.157.48.150 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:30:55 น.
  
ดูแล้วมาอ่าน รู้สึกหนังเรื่องนี้ชอบมากค่ะ (3 ภาคเลย) ... เป็นฮีโร่ในดวงใจคนนึง ยิ่งรวมภาคนี้เข้าไปแล้ว สุดยอดค่ะ เป็นฮีโร่ที่อนาถาสุด ชาวบ้านสุดๆ ไม่รู้จะสุดยังไงแล้ว
คิดไม่ออกเลยถ้าบทบาทของ Spidy ไม่ใช่ Tobey เขาเล่นได้สุดๆ มากเลยค่ะ ติดดินมากๆ
และก็เสียดายเกว็นเหมือนกันค่ะ ออกมาตอนแรกดูดีมากเลย แต่ตอนหลังเหมือนลืมไปเฉยๆ ซะงั้น
และก็เรื่องที่เอ็มเจมาบอกเลิก แล้วแบบไม่มีเคลียร์ ไม่มีสงสัย ตัดไปเลย เหมือนไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่ บอกเลิกแล้วก็น่าจะเฉลยให้สไอดี้รู้นิดนึงนะ
ไม่ถูกใจตอนจบอีกตอนนึงอ่ะ เหมือนรวบๆ ไปหน่อย แม้อาจจะมีภาค 4 ก็จริง แต่ก็อยากให้จบดูดีมากกว่านี้ เอาจบแบบภาคแรกก็ดีนะ แบบงานศพ ดูทึมๆ หน่อย
... บอกแค่ส่วนที่คิดว่าไม่ดีละกันค่ะ เพราะนอกเหนือจากนั้นก็ถือว่า ดี-ดีเยี่ยม ค่ะ
ป.ล. ภาคนี้ตอนแฮร์รี่ความจำเสื่อมน่ารักขั้นรุนแรงค่ะ โทเฟอร์ เกรซก็เล่นได้น่าตื๊บตอนที่ได้ทำงานในสนพ. แล้วก็น่าสงสารมากตอนที่เห็นสไปดี้ควงเกว็น
โดย: Wisther วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:46:10 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยคับ กลัวคนแยะ คับ
โดย: sikhara IP: 125.25.134.87 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:43:16 น.
  
..หลานเพิ่งไปดูมาวันนี้เองค่ะ...
..
...แต่ว่าเรายังไม่ได้ไปเลยค่ะ...
โดย: MYOMYO วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:26:19 น.
  
ชอบ spidey ภาคนี้ที่สุดอะค่ะ
เพราะว่าตัวละครเยอะดี สนุกสนาน แล้วก็ได้เห็นฮีโร่ เลวด้วย.. เป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีในหนังฮีโร่ทั่วไป
โดย: alizm IP: 203.153.170.91 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:29:36 น.
  
สองฉากที่พี่ไม่ชอบเป็นฉากเดียวกับผมเด๊ะเลย
โดย: nanoguy วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:24:32 น.
  
อย่างที่คุณ"ผมอยู่ข้างหลังฯ"ว่าเลยครับ

ภาคนี้เหตุการณ์และตัวละครเยอะเกินไป ทั้งๆที่ภาคก่อนๆ ตัวร้ายตัวเดียว ปมใหญ่ๆปมเดียวก็มากพอจะขับดันหนังได้สบายๆ แต่ภาคนี้ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าเหตุการณ์ทุกอย่างมันรีบๆเกิด รีบๆจบไปหมด ตัวละครเดี๋ยวโกรธกันเดี๋ยวคืนดี ยังบิ๊ลด์อารมณ์ไม่ทันเลย อีกอย่างคือเหมือนจะทำเผื่อๆ ว่าต่อให้ไม่มีภาคต่อ ก็จะปิดฉากไตรภาคได้ลงตัวในระดับหนึ่งด้วยการตายของแฮร์รี่ แต่ถ้าจะต่อก็พอจะต่อได้(ไม่ยืนยันว่าเวนอมตายจริง)
อีกอย่างนึงคือตัวละครเกวนสเตซี่นี่น่าเสียดายมากครับ บทบาทเธอแทบไม่มีความสำคัญ อีกทั้งพ่อหล่อนด้วย(อุตส่าห์ใช้บริการเจมส์ครอมเวลล์ทั้งที) อีกตัวก็เอดดี้บรู๊ค+เวนอม ที่ผมว่าเหมือนจะสร้างให้กลายเป็นตัวร้ายธรรมดาๆไป ทั้งๆที่ผมว่าตามเรื่องผมว่าตัวนี้มีมิติที่น่าสนใจ และจะกลายเป็นคล้ายๆ counterpart (ใช้คำนี้ถูกมั้ยหว่า)ของสไปดี้ไปตลอด

ปล.ผมถูกใจเป็นบ้าเลย ตอนที่รู้ว่าโทเฟอร์จะได้เล่นเป็นเอดดี้ รู้สึกติดใจว่าไอ้หมอนี่มีอะไรคล้ายๆกะโทบี้ตั้งแต่เค้าเล่น That's 70 Show ละ

ปล.2 สงสารเด็กสาวข้างห้องอ่ะ เป็นตัวรองรับอารมณ์ปีเตอร์แท้ๆเลย
โดย: runner IP: 58.8.119.159 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:47:35 น.
  
ยังคงชอบภาค 2 มากสุด(ไม่มีส่วนให้หงุดหงิด) ภาคนี้ไม่ค่อยชอบตอนปีเตอร์ด้านมืดแบบฮาๆ ยิ่งฉากเต้นดูเว่อร์มันเสียอารมณ์หนังเลย แต่ส่วนที่คุณลุงคนซื่อ อันนี้พอเข้าใจว่าอาจต้องรักษาเกรียติของเจ้าของบ้าน แต่เมื่อถึงที่สุดก็เลยบอก

ที่ไม่ชอบสุดๆ คือบทของ เอ็ดดี้ ทั้งที่เป็นบทที่ดูร้ายและดูน่าสงสารมากๆ ออกแนวดราม่า แทบจะทำเป็นเรื่องได้อีกเรื่อง แต่หนังกลับดูเล่นง่าย ทั้งที่มาและตอนจบ ทั้งที่เขาเหมือนกับพีทในอีกมุมนึง ดูคนเขียนไร้เยื้อใยกับตัวละคนนี้มากๆ ไม่เล่นให้คนดูสงสาร ไม่เล่นให้คนดูเข้าใจตัวละครนี้เลย นี่คือที่รับไม่ได้สุดแล้ว

แต่เพราะบทของ แฮรี่ คนเดียว(+ ฟริ้นท์ มาร์โก้ นิดหน่อย) ที่ทำให้ภาคนี้มันสุดๆ จริงๆ ทั้ง มิตรภาพ ความแค้น การให้อภัย จนลบข้อด้อยทุกจุดของหนังเรื่องนี้ในตอนจบ
โดย: mehn IP: 124.120.239.229 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:09:32 น.
  
Bryce Dallas Howard เล่นเรื่องนี้แล้วนึกถึงตอนเล่น Lady In The Water แล้วเหมือนคนละคน ปกติเจ๊แกไม่ใช่คนสวยนี่หน่า แต่ภาคนี้ โห!!!

พูดถึง Sandman ตอนกลายเป็นปีศาจทรายยักษ์นี่ เอ่อ..................... คิดว่าสไปเดอร์แมนต้องไปโมตัวเองมาเพิ่มเลยทีเดียว ถ้าต้องเจอแบบนี้บ่อยๆ สงสัยถ้าเป็นคนญี่ปุ่นสร้างได้มีขับหุ่นยนต์แมงมุมไปต่อยตีกันแน่ๆ เหอๆๆ

ขำฉากหลุดอยู่ฉาก ตอนเฮียโทบี้ดูชุดสไปเดอร์แมนสีแดงทำไมมันดูเหมือนของก๊อปให้เด็กเล็กใส่เลย เห็นแล้วก็ฮา

ส่วนเฮียแฮรรี่นี่ ยิ้มเย้ยซะอย่างนั้น เผ็นผมก็คงยิงกบาลไปแล้วเนี่ย 555+ เย้ยได้น่ากระทืบจริงๆ

ปล.เฮีย Bruce Campbell (พระเอกEvil Dead) ยังคงตีบทแตกได้เช่นเคย
โดย: โปงลางคุง IP: 124.120.96.8 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:18:23 น.
  
ฮามากตั้งแต่ "ดึกดำดี๋ย" จน -> ดูไปนั่งคิดช่วยสไปเดอร์แมนไป คิดออกแต่วิธีราดปูนซีเมนต์ให้แข็งตัวแล้วปล่อยแช่เป็นอนุสาวรีย์ 55

รู้สึกว่าก็สนุกดี ไม่แย่อย่างที่เค้าพูด ๆ กัน แต่ก็คิดเหมือนกันเลยค่ะว่า บทคราวนี้มันโดด ๆ ไงก็ไม่รู้ แบบว่า ไม่ได้อยากได้ดราม่าอะไรจากหนัง action หรอกนะ แต่ไม่ชอบเหตุผลของคุณลุงพ่อบ้านเหมือนกันเลยค่ะ คุยกับเพื่อนเหมือนกัน แต่พอมาอ่านบล็อคพี่ก็ได้คำตอบตรงใจสุด ๆ ^^

เพิ่งรู้ว่า คุณเกว็นคือคุณนางเอกคนนั้น ก็ว่านางเอกคนนี้หน้าเหมือนตุ๊กตาจัง
โดย: คิม IP: 124.120.153.73 วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:13:39 น.
  
ไปดูมาแล้ว ชอบมากมาย เห็นด้วยอย่างที่คุณได้กล่าวไว้

มีบทอ่อนแอเยอะ แต่ความสนุกทำให้พร้อมยกโทษ

เพราะอย่างว่า...เราดูหนังเอาบันเทิง และ..ชอบหนังประเภทฮีโร่อยู่แล้ว

ในส่วนของสไปดี้ กับการหลงระเริงจนเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ร้ายแรงตามมา มันชีวิตเราๆท่านๆนี่แหละ กับการใช้ชีวิตโดยประมาท

แต่โดยรวมเราว่า ก็โอเคนะหนังเรื่องนี้ ชอบทั้งสามภาคเลย
โดย: K-modjung วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:04:31 น.
  
เพิ่งดูมามะกี๊

หนังมันอืดๆไปหน่อยเนอะ แต่ก้อสนุกดี [แม้จะสู้ภาค2ไม่ได้ก้อเหอะ]

ขอบคุณสำหรับ Review ดีๆนะคับ ^ ^
โดย: -lvl๐๐*lvl'๐๐- IP: 222.123.116.162 วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:17:39 น.
  
มีหลายส่วนมากเลยที่น่าพูดถึง เช่น นิวกอบลิน หลังจากกลับใจเพราะคนรับใช้อาวุโสมาเล่าความจริง
ตรงนี้มันเหมือนขาดไปว่า อ้าว แล้วสำนึกในใจที่พ่อคอยมาตามหลอกหลอนอยู่เรื่อยล่ะ
มันหายไปเกลี้ยงเลยเหรอ? กลับมาเป็นพระเอกขี่ม้าขาว (เครื่องร่อนดำๆ) ซะงั้น


เป็นต้นครับ
โดย: กึ่งยิงกึ่งผ่าน วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:58:46 น.
  
ชอบภาค 2 มากที่สุดครับ
ส่วนภาคนี้เหนื่อยครับ ดูเเล้วเมื่อยครับ
จุดโหว่เต็มไปหมด เเต่ตอนฮา ฮาดีครับ
โดย: บิกวอร์ IP: 125.26.84.71 วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:32:31 น.
  
เข้าไปโรงหนังพร้อมอาการหวาดเสียวเล็กน้อย เพราะคนเต็ม และแอบเห็นว่ามีเด็กๆ ... แต่ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
ตอนเดินออกมาจากโรงหนัง ไม่รู้สึกอิ่มกับหนัง ไม่ประทับใจอะไรมากมาย แต่บอกได้ว่าไม่เสียดายตัง แล้วก็ไม่เสียอรรถรสอะไรนะคะ ดูเพลินเหมือนกัน
จะแอบขัดใจก็ตรงฉากสุดท้ายของ sandman นี่แหละค่ะ ว่าตกลงจะเอาไง รู้สึกตัวเองไม่เคลียร์กับตัวละครตัวนี้นี่แหละค่ะ

แอบชอบตอนโทบี้ดูร้ายๆนะคะ เป็นแบดบอยที่เท่ดี .. แต่พอกลับมาดูตอนเป็นคนดี อืมมม หน้าตาแบบนี้ดูสบายตากว่าค่ะ
โดย: kenmania IP: 58.8.85.154 วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:04:09 น.
  
ชอบภาค 2 ที่สุดครับ ภาคนี้มันดำเนินเรื่องไม่ค่อยดี อืดอาด และเฉลยปมง่ายดายเหลือเกิน

ผิดหวังเหมือนตอนที่ไปดูเอ็กซ์เมน 3 เลยครับ เพราะชอบภาค 2 มากๆ
โดย: ฆ่าไม่นับสับไม่เลี้ยง IP: 58.137.65.10 วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:31:09 น.
  
ชอบมากตั้งแต่เป็นการ์ตูน ... รู้ข่าวจะสร้างเป็นหนังก็รอด้วยใจระทึก

ภาคแรกได้ชมก็ชอบ แต่ยังไม่จุใจ ... และรอดูภาคต่อไปทันที [ไม่ชอบสัดส่วนของโทบี้ตั้งแต่ภาคแรก แต่ชอบสัดส่วนตัวแสดงแทน ที่โยนตัวผาดโผน ดูแมนคล้ายการ์ตูนมากกว่าอีก แต่ก็ไม่เป็นไร การแสดงด้านอื่นรวมก็ดี โดยเฉพาะการสื่อสารทางสายตา ]

ภาคสองได้ชมก็ชอบอีก แต่ยังไม่จุใจ และรอภาคต่อไป ... มาเมื่อไหร่ก็จะดู

ภาคนี้ก็เช่นกัน อืมม ชอบและยังรอชมภาคต่อไปอยู่ดี ว่าจะมาไม้ไหน

หรือนี่คือ เสน่ห์ของหนังภาคสามารถสร้างภาคต่อได้เรื่อยๆ ดูไม่จุใจ และรอดูภาคต่อไปเรื่อยๆ

แต่แวะอ่านทีเดียวได้เห็นตลอด 3 ตอน นับว่าจุใจ สมใจ หายคิดถึงตัวหนังสือฝีมือ คุณ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ไปได้เยอะเลยค่ะ
โดย: bua ja วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:48:14 น.
  
ชอบมากเลย ชอบที่สุดแล้ว
ความเหนเหมือนคุณเลย ซึ้งมากมาย
โดย: Ken IP: 203.113.39.9 วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:29:25 น.
  
สวัสดีครับ เพิ่งไปดูมาเมื่อคืนเอง หลังจากผ่านการวางแผนฝากลูกซับซ้อนซ่อนเงื่อนสุดๆ เรื่องนี้ผมชอบมากเลยพลาดในโรงไม่ได้ครับ ส้นเท้าก็ดันมาเจ็บพอดีเลยเป็นการเดตกับแฟนที่ทุลักทุเลพอสมควรทีเดียว

วิธีปราบแซนด์แมน ที่ผมนึกออกคือให้ตกลงไปในถังน้ำแล้วปิดฝา จากนั้นนำไปขังไว้ในที่ที่ไม่มีทราย เพราะเห็นว่าต้องใช้ทรายเป็นแหล่งกำเนิดใช่เปล่า?

ขัดใจคุณลุงเหมือนกัน ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกฟะ แฮร์รี่ตูหน้าเละไปแล้วเห็นไหมนั่น

ส่วนเวนอมในความเห็นผมปราบง่ายไปนิด อุตส่าห์เป็นตัวร้ายที่ผมชอบสุดแล้วนะเรื่องนี้

อีกฉากที่ขำคือตอนเอ็ดดี้มาถ่ายรูปสไปดี้แล้วบอกที่ปีเตอร์ถ่ายน่ะมันฉุๆ อืมม์ ก็ฉุจริงด้วยแหละเนอะเมื่อเทียบกับภาคคอมมิคส์

สรุปชอบภาค 2 สุดครับ รองลงมาก็ภาคนี้ ภาคแรกรู้สึกธรรมดาครับ

ผมยอมรับว่าคริสเตน ดันส์เล่นได้สมบทบาทเป็นเอ็มเจ แต่ผมมองยังไงเธอก็ไม่สวยครับ เป็นดาราที่ผมไม่คิดว่าสวย พอๆ กับคาเมรอน ดิแอซ นั่นแหละ ขออภัยแฟนคลับด้วยนะครับ

อ่านข่าวเห็นว่าภาคสี่จะทำอีก แต่ถ้าโทบี้ไม่เล่น แซมไม่กำกับ ดันส์ไม่เล่นก็คงจะไม่ดูล่ะครับจนกว่าจะมีใครมารีวิวให้อ่านก่อน

เดือนนี้ยังมีไพเรทสามอีก สงสัยต้องฝากลูกกันอีกแล้ว
โดย: Unregistered user วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:17:36 น.
  
ดูแล้วๆ สนุกดี อาจจะมีบางส่วนที่ไม่ชอบ แต่ก็ไม่เยอะมากพอที่จะรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่สนุก สรุป ชอบมาก

ขอบคุณที่เขียนให้อ่านด้วยจ้า
โดย: avada_kedavra IP: 58.136.32.1 วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:13:46 น.
  
สนุกดีครับ ไปดูแบบไม่คาดหวังอะไร
ชอบมีคนมาบอกว่าภาคนี้ไม่สนุกๆ
โดย: ThirskUK IP: 218.186.9.3 วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:02:20 น.
  
โดยส่วนตัวก็ชอบภาค 3 นะคะ โดยเฉพาะ แฮรี่ ยิ้มที อิฉันละลายค่ะคุณ โลกนี้สว่างไสว ปิ๊งๆ

แต่ถ้าถามความประทับใจแล้ว ภาค 2 ดูแล้วตาตาร่วงง่ะ

ภาค 3 ชอบที่สร้างปมได้ต่อเนื่อง แล้วก็มีปมของหลายๆคนง่ะ

ปล.ชอบรีวิวเหมือนเดิมค่ะ อิอิ
โดย: มีนา IP: 124.120.177.242 วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:05:32 น.
  
^_^
โดย: FuRiEs IP: 125.26.243.147 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:34:42 น.
  
สุดยอดเลยครับ ตอนนั่งดูหนังแต่ละเรื่อง ไม่เคยคิดพินิจพิเคราะห์อย่างนี้ มาอ่านบทความของคุณนี้ทำให้คิดตามไปด้วย แล้วกลับไปดูหนังอีกทีแล้วมีความสุขครับ
(พ่อผมอายุ54เล่นคอมใม่เป็น เขาชอบบทความคุณมากครับ)
โดย: จี๊ปสะพานสูง IP: 210.86.146.109 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:46:18 น.
  
ชอบอ่านรีวิวของคุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ ค่ะ อิอิ

เรื่องไหนไม่ได้ดู ก็เข้ามาอ่าน
เรื่องไหนดูเสร็จแล้ว ก็เข้ามาอ่าน

ชอบแง่คิดและมุมมองของคุณ ผมอยู่ข้างหลังคุณ จัง

สำหรับเรื่องspiderman3ไปดูมาแล้ว ชอบมากๆเหมือนกันค่ะ
.....
เว้นแต่ติดใจเรื่องพ่อบ้านเรื่องเดียว อิอิ
โดย: บีบี IP: 158.108.211.54 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:53:17 น.
  
ตอนแฮร์รี่เอาตัวมารับแทนspidyนี่เราตกใจมากๆเลยอ่ะ ไม่คิดว่าจะต้องตาย
โดย: jan IP: 125.25.202.139 วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:28:48 น.
  
+ อะจ๊ากกกก มาช่าไป(ไม่)หน่อย ... ชาวบ้านบนๆ เค้าเลยเขียนสิ่งที่ผมรู้สึกไปหมดแย้ว แหะๆ ... ก็คงเห็นคล้ายกับคนอื่นๆ แหละครับ คือภาคนี้ถึงบทจะไม่ค่อยลงตัวและไม่แน่นเท่าที่ควร กับมีการจับหลายประเด็นเกินไป จนทำให้ตัวประกอบบางคนมีบทบาทน้อยไปนิด ... แต่ความสนุกของเนื้อเรื่องก็ช่วยกลบจุดอ่อนต่างๆ เหล่านั้นไว้ได้ ทำให้คนดูเพลินไปกับเนื้อเรื่องได้จนจบ อีกทั้งยังสามารถคงคอนเซ็ปต์ของหนังชุดนี้เอาไว้ได้ ... นั่นก็คือ เป็นหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีเรื่องราว เนื้อหาไม่กลวง (และน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เลือกโทบี้ แม็คไกวร์ มารับบทไอ้แมงมุม เพราะโทบี้ฉายแววเป็นนักแสดงดราม่ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว), มีแง่คิดและประเด็น, ตัวร้าย ถึงจะร้าย แต่ก็มีที่มาที่ไป ไม่ใช่ร้ายลอยๆ ลูกเดียว

*** [Spoiler alert จ้า] ***
+ บทภาคนี้มันไม่เนียนในหลายจุด ... ตอนที่สำคัญที่สุดก็คงเป็นตอนที่พ่อบ้านเฉลยเรื่องราวและทำให้แฮรี่กลับใจ เพราะมันเป็นการหาทางออกให้กับเรื่องราวที่ง่ายดายเกินไปหน่อย (จริงๆ ผมแอบสังหรณ์ไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่าสุดท้าย 2 ตัวนี้น่าจะต้องร่วมมือกัน ... เพราะถ้าให้มีวายร้าย 3 คน รุมสกรัมพระเอกคนเดียว ก็คางเหลืองพอดี น่าจะต้องเป็น 2 ต่อ 2 ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ)
+ เนื้อเรื่องตอนแฮรี่ความจำเสื่อม ดูโดดๆ ไปนิด (และก็ยังรู้สึกงงๆ กับความขัดแย้งในใจของแฮรี่ ที่ถึงกับ "สามารถตายแทนปีเตอร์ และ MJ ได้" แต่กลับอยากแก้แค้นแทนพ่อซะขนาดนั้น) ... รวมทั้งตอนที่ปีเตอร์ทำเปรี้ยวเพราะโดนดำดึกดึ๋ยเข้าสิง(กลืนกินจิตวิญญญาณ)ด้วย (โทบี้เล่นแล้วตลก เพราะมันดูไม่ค่อยเข้ากับบุคลิกของตัวเค้าเท่าไหร่) ... บทมันเลยทำให้ปีเตอร์ดูเซ้นสิทีฟน้อยกว่า แฮรี่เยอะเลยอ่า (ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ห้อยหัวลงมาจูบ ถ้าปีเตอร์เข้าใจผู้หญิงซักนิด จะต้องรู้ว่าช็อตนี้ไม่สมควรทำอย่างแรง ต้องเก็บไว้ให้คนที่เรารักคนเดียวเท่านั้น) ... ถ้าผมเป็น MJ ผมจะเลือกแฮรี่ตั้งแต่แรกแล้ว ทั้งรวยกว่า (แหะๆ) แถมยังเข้าใจผู้หญิงมากกว่า ... ตอนทำกับข้าวในครัวด้วยกัน ดูโรแมนซ์ซะ

*******************************

+ ถึงจะมีจุดโหว่นั่นนิดนี่หน่อย แต่โดยรวมๆ ก็จัดว่าดูสนุก เพลินๆ ดีนะครับ
+ ตกลงว่า แซนด์แมน กับ เวนอม ยังไม่ตายเหรอครับเนี่ย? ไม่ได้เป็นแฟนการ์ตูนซะด้วยสิ
+ ถ้าจะมีภาคต่อ คงต้องทำอีก 3 ภาค ... กลายเป็น 6 ภาคไปเลย ... แต่ถ้าจะเปลี่ยนทีม ผกก. กับดารานำ มันก็ดูกระไรอยู่น้า (อยู่ที่ว่าเจ้าตัวจะอยากทำต่อรึเปล่าอ่ะดิ)
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 9 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:57:34 น.
  
เขียนดีครับ อ่านเพลินเลย

- ภาคนี้ก็สนุกดีครับ จุดเด่นที่สุดก็คือการพัฒนาบุคลิกของตัวละครอย่างที่คุณว่าไว้แหละครับ ถึงจะทำให้กลายเป็นหนังชีวิตมากกว่าหนังแอ็คชั่นก็เถอะ แต่ก็ยังดูสนุกอยู่ดี

- sandman กับ venom เป็นดาราตลกทั้งคู่เลย ข้อความที่ใครก็จำไม่ได้แล้วพูดเอาไว้ว่า

"A comedian makes a great actor."

ท่าจะจริง โดยเฉพาะ sandman ผมว่าแกแสดงได้ดีเลยล่ะ

(ข้อความที่ว่า รู้สึกว่าจะเป็นนักแสดงหญิงคนหนึ่ง กล่าวชม Tom Hanks)

- วิธีทำลาย sandman ให้เอาไฟเผา ให้ทรายหลอมกลายเป็นแก้ว เคาะให้แตกก็เรียบร้อยโรงเรียนก๊อบบลินครับ (มีฉากหนึ่งตอนที่ new goblin พ่นไฟใส่แขน sandman ยักษ์ แล้วกลายเป็นแก้วแตกไปด้วยครับ)

- ไบรซ์ ในเรื่องนี้สวยบรรเจิดมากๆ เลย ดูดีไปหมดทั้งรูปร่างหน้าตา ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นสาวตาบอดใน The Village จะนึกไม่ออกเลย เสียดายบทของตัวละครตัวนี้กับพ่อที่เป็นตำรวจใหญ่เหมือนกัน แต่ก็...นะ แค่นี้ก็ยัดเรื่องราวของตัวละครไม่ลงแล้ว (แต่ถ้าตัดฉากเต้นรำเย้ย MJ ออกไป อาจจะยัดลงก็ได้ )

- คุณลุงพ่อบ้านนั่น... สุดยอดแล้วครับ ผมเกือบหัวเราะออกมาในโรงแล้ว ในใจคิดว่า โห... เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด มาเข้าใจปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ได้ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ

ไว้จะแวะมาคุยใหม่ครับ ขอโทษด้วยถ้าเขียนยาวเกินไป
โดย: คนทับแก้ว วันที่: 10 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:07:17 น.
  
โดยรวมทำได้ดี
ภาค 2 ดีกว่า
สิ่งที่ไม่ชอบคือ ดูแล้วบางครั้งคิดไปถึง แบทแมนภาค 2 ที่เคยผิดหวังสุดๆมา เนื่องจากภาคนี้เน้นที่ผู้ร้าย เน้นที่เพื่อน เน้นที่ตัวพระเอก จนกลายเป็น
การที่สไปเดอร์ ออกต่อสู้กับผู้ร้ายเป็นเรื่องรองลงมา ยังไงก็ตามความสุขอย่างนึงของการดูหนังซูปเปอร์ฮีโร่ คือการได้เห็น ฮีโร่ใส่ชุดฮีโร่ออกต่อกรกับผู้ร้าย ซึ่งในภาคนี้มีน้อยมาก
นับเป็นนาทีได้เลย
โดย: speech IP: 124.120.29.206 วันที่: 10 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:26:46 น.
  
คนทับแก้ว ... อย่าลังเลใจที่จะแสดงความเห็นยาวๆเลยครับ Blog นี้ยินดีและดีใจเสมอ ที่มีเพื่อนผู้อ่านมาแสดงความเห็น ยิ่งยาวยิ่งดีกับคนอ่านคนอื่นๆด้วยครับผม

ขอบคุณครับกับทุกๆความเห็นที่แวะมาพูดคุยกันครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:35:48 น.
  
อ่านจบแล้ววว เขียนดีมากๆ
หนังสนุกดีชอบตอนปีเตอร์จ๊าบ
คิดเหมือนคุณคนทับแก้วเลย
- ไบรซ์ ในเรื่องนี้สวยบรรเจิดมากๆ เลย ดูดีไปหมดทั้งรูปร่างหน้าตา ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นสาวตาบอดใน The Village จะนึกไม่ออกเลย
มาอ่านถึงจำได้นะเนี่ย
โดย: Cookie Kids IP: 203.148.251.150 วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:51:01 น.
  
รู้สึกผิดหวังอย่างแรงอ่ะค่ะ มันไม่ใช่อย่างที่คิดเลย น่าจะออกมาได้ดีกว่านี้ เนื้อเรื่องมันดูเอื่อย เหตุการณ์มันดูขัดแย้งกับความเป็นจริง ดูมันมั่วๆอย่างไงไม่รู้เลยอ่ะ บอกได้ว่า เสียดาย
โดย: aimmy (hey_happy ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:42:11 น.
  
มาขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ดีดีชิ้นนี้ค่ะ
ตรงใจเรามากมาย ^ ^
อยากดูสามภาคต่อกันมั่งจังเลย...
(หาเรื่องไปดูภาคสามอีกรอบ 55+)

โดย: Amore_AK* IP: 203.113.80.8 วันที่: 15 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:55:47 น.
  
สังเกตกันมั้ยครับ
Sam Raime ดังจากหนังสยองขวัญทุนต่ำ เรื่อง Evil Dead ทั้ง 3 ภาค และพระเอกคู่ขวัญของเค้าคือ Bruce Campbell

ซึ่งลูกเล่น เล็กๆของ Spiderman ทั้ง3 ภาค นั้น Sam ให้ Bruce เข้ามาแจมเล่นๆ ทั้ง สามภาค สังเกตดีๆ ครับ ถ้าหากภาคสาม บ่อย ที่เข้ามาเอาแหวนและจัดฉากขอแต่งงานให้พระเอกคือ Bruce Campbell ครับ
และในภาค หนึ่ง ภาคสองก็มีเหมือนกัน ...
โดย: หยุนชง IP: 58.9.158.243 วันที่: 20 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:16:00 น.
  
เพิ่งไปดูมาวันนี้เอง
ส่วนที่ผมชอบที่สุดเป็นส่วน love story ของ สไปดี้ที่สุดอ่ะฮะ รู้สึกว่า อืมม์ ถ้าสไปดี้จะต้องอกหัก มันก็ต้องเป็นเพราะอะไรแบบนี้อ่ะ แล้วก็ชอบที่เค้าเอามันมาเล่นอ่ะ
โดย: pecochan วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:37:27 น.
  
ผมชอบอ่านจริงๆๆ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ ฮิ 5 5 5 5 5
มันมันส์ดีแหละเพื่อน ถ้าใครไม่ชอบก็ไป
แต่ผมชอบคนหนึ่งแล้วกันแหละนะจ๊ะตัว.

โดย: kingkong IP: 221.128.119.2 วันที่: 22 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:23:59 น.
  
ภาค 2 สนุกเป็นบ้าเลยคับ ภาคนี้เลยออกจะผิดหวังอ่ะ
โดย: Big IP: 203.170.231.232 วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:37:24 น.
  
โดยส่วนตัวชอบ Spiderman 2 มากกว่าอ่ะค่ะ ภาค 3 นี้แอบเบื่อหลายๆฉากเลย แต่พอฉากแอคชั่นก็มันมาก

ส่วน Pirates 3 อันนี้แม้หลายๆคนจะไม่ชอบ แม้ความสนุกจะไม่เท่าภาคที่แล้ว แต่เราชอบภาคนี้มากที่สุดเลยค่ะ มันกลมกล่อมพอดีแล้ว แต่อยากให้มีบทระหว่างแจ็คกับทีคมากกว่านี้นะ ส่วนบทของวิล ภาคนี้เน้นเยอะมาก เหมือนกับจะให้เป็นตัวหลักในภาคหน้าต่อเลย(ถ้ามี)

สรุประหว่าง Spiderman 3 กับ At World's End ชอบ AWE มากกว่าจ้า
โดย: Kitsunegari วันที่: 24 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:16:40 น.
  
เข้ามาอ่านและ โอ้ ....
เห็นด้วยกะเจ้าของบล๊อกนี้ทุกประการมากๆ

ด้วยความที่ตัวละครภาคนี้มีเยอะมาก
และ แต่ละตัว มี ปม ทั้งนั้น
การจะหาเวลายัด และ คลี่คลายทุกปมให้จบในเวลาเพียง 2 ชม มันยากมากๆๆๆ
ไหนจะฉากแอคชั่น ที่ ต้องเอาใจคนดูอีกเล่า

ไม่ชอบ และคิดมายัดเยียด
ฉาก ลุง-คนใช้ มาบอกแฮรี่ ดื้อๆ
ทำเอา เราเซ็งเลยค่ะ
นี่มันปมสำคัญของเรื่องนะคะ
แต่ดัน มาแก้ให้conflict หายด้วย
การพูด 1 ประโยค
ห่วย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
มาก!!!!!!!!!
ทำหนังแบบนี้
ไปทำละครสมัยก่อนที่เค้าฟังตามวิทยุดีกว่าไหม
หึหึ
เฉลย ทุกอย่างด้วยประโยคเดียว
แหมอยากเมลไปด่า 555แต่ภาษาไม่แข็งแรงค่ะ


ทั้ง สาม ภาค ชอบภาค สองมากที่สุด
surprised มากที่ภาคสอง
ฉากรถไฟ นั้น เปิดเผยหน้าตาของสไปดี้ ให้คนหลายคนในรถไฟเห็น
แล้วมีลุงตะโกนขึ้นมาว่า
"he is just a kid"
ว๊าวววววววว
ก้อ นี่แหละ คนธรรมดา
ฮี่โร่จริงๆ ก้อเป็นคนธรรมดาสามัญเนี่ยแหละค่ะ

ภาคสาม นี่ ชอบมากๆ เรื่อง conflict ด้านความรัก กับ MJ ค่ะ
Realistic มาก ( เราเจอมาหมดแล้วทุกช๊อตเลย แบบในหนังเดี๊ยๆ )



คิดเหมือนกันว่าจะหาสไปเดอแมนที่ไหนเทียบ โทบี้แมคควาย
จะหา MJ ที่ไหน เทียบเคียง ัดันส์ ได้หนอ
ดัสน์มิใช่คนสวยแต่เป็นคนมีสเหน่ จัดๆ

เป็นแฟนสไปดี้ มานานมากแล้วค่ะ
ตั้งแต่ภาคแรก
เพราะรู้สึกว่า
สไปเดอแมน เป็นหนังดราม่า
ตั้งแต่ภาคแรก

-- ค้นพบว่า ความเป็นคน ของสไปดี้ มีสูงมากๆ --

เลยตั้งใจว่าจะติดตามตั้งแต่นั้น ...


ปล ภาคนี้ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ดูแก่ไปเยอะ จากภาคสอง ง่ะ



โดย: vodca วันที่: 26 พฤษภาคม 2550 เวลา:22:56:45 น.
  
เพิ่งไปดูมาตอนหนังกำลังจะออกจากโรง

โดยรวมแล้ว Spiderman ถือเป็นหนังที่ดีและดูสนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง เมื่อเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆ ที่สร้างจากการ์ตูน

แต่ถ้าให้เทียบกัน 3 ภาคแล้ว ผมผิดหวังภาคนี้อย่างแรงอ่ะคับ

ช่วงบีบ ช่วงผ่อน ดูมันผิดจังหวะไปหมด หลายๆ ฉากเล่นเอาหาวหวอดๆ ดูแล้วจะหลับซะงั้น

โชคดีที่ยังมีฉาก Action มันส์ๆ + เทคนิคพิเศษและมุมกล้องเจ๋งๆ มาคอยปลุกให้ตื่นอยู่เรื่อยๆ



ส่วนเรื่องตัวบทนั้น ไอเดียที่หนังต้องการจะสื่อถือว่าเยี่ยมทีเดียว

แต่ไหงพอทำเป็นบทหนังออกมาแล้ว กลับสอบ "ไม่ผ่าน" ซะงั้น

บทหลายๆ ตอน อ่อนมากๆ ดูแล้วผิดหวัง อย่างที่ จขบ บอกไปแล้ว



แต่ที่ผมตะขิดตะขวงใจที่สุด คือ พัฒนาการของตัวละคร ในส่วนของ เจมส์ ฟรานโก ตอนเอ๋อ อ่ะคับ

หัวโขกเสาหน่อยเดียว ฟื้นขึ้นมากลายเป็นคนดีซะงั้น

บทหนังมันบอกว่า อีตานี่ความจำระยะสั้นเสื่อม เลยลืมความเคียดแค้นที่มีต่อ Spiderman กลับมาดีกับพระเอก "เหมือนเดิม"

แต่ผมว่ามัน "ดีกว่าเดิม" อ่ะคับ

ผมจำภาคแรกไม่ค่อยได้ ใครดูภาคแรกขึ้นใจแล้ว ช่วยบอกผมหน่อยครับว่า

เคยเห็นภาพ เจมส์ ฟรานโก มานยิ้มแบบ nice สุดขีด ดูเป็นคนดี๊คนดี เหมาะเพื่อนพระเอกที่สุดในโลก เหมือนในภาคนี้ปะคับ

ถ้าจำไม่ผิด ผมว่ามันแค่ไม่ใช่คนเลว แต่ก็ไม่ได้ดูดี ดู nice เหมือนใช้โฟมล้างหน้ายี่ห้อเดียวกับ วิน กะ เวียร์ อย่างงี้นะคับ

ออกแนวขี้อิจฉา เก็บกดซะด้วยซ้ำ ไม่ใช่เหรอครับ

แต่ประเด็นนี้ ผมยกความผิดให้คนเขียนบทกับผู้กำกับครับ

ส่วน เจมส์ ฟรานโก ผมชอบการแสดงของเค้านะครับ หล่อสไตล์เอี้ยๆ ดูเท่ได้ใจกระเทยพันธุ์ดึกมั่กๆ (ผมป่าวเป็นนะ ..5..5..5..)



สำหรับยัยชะนี เคิร์สเตน ดันส์ นั่น ดูกี่เรื่องๆ ก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีมุมไหนสวย (ดูดีสุดคงเป็นเรื่องวิมเบอร์ดันมั้ง)

แต่ก็ OK ครับ ถือว่าเธอเป็นผู้นำ Trend แฟชั่น ทรงผม + การแต่งตัว

ทำให้เห็นว่า ผู้หญิงหน้าบานๆ แหกๆ ก็ดูดีได้ตามอัตภาพ

ตอนนี้ผมเห็นบรรดาสาวหน้ากว้าง ไว้ผมทรงเดียวกับเธอกันทั้งมหาลัยเลยอ่ะคับ

5...5...5...



ปากเสียอีกแล้วตรู

เผ่นดีกั่ว หุ..หุ..

\\(O*v*O)//

โดย: ผมอยากแอบเข้าข้างหลังคุณ (I love หมอหญิงซินปี) IP: 203.209.94.54 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:3:39:32 น.
  
^
^
55555 เข้ามาขำคุณ I love หมอหญิงซินปี ... ถึงจะมาช่า(โคตะระ) แต่ก็ยังฮากระจายเหมือนเคยนะขอรับ
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:03:03 น.
  
วิจารณ์ได้เยี่ยมเหมือนเคยเลยครับ

ผมเพิ่งเคยดู spiderman ในโรงเต็ม ๆ ก็ภาคนี้เองครับ ชอบมาก ๆ เลยครับ ให้เต็ม 10 เลยครับ ชอบบท ชอบทุกอย่างเลย
โดย: lkunl IP: 144.5.59.109 วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:14:53:33 น.
  
โดยส่วนตัวผมชอบภาคนี้มากสุดนะ
แม้ว่าจะตกๆหล่นๆเรื่องการต่อเนื่องของตัวละคร
เช่นลุงคนรับใช้ของแฮรี่
ตัวหนังเองก็พยายามยัดว่าแกก็คุ้นเคยใกล้ชิดกับแฮรี่
พอที่จะบอกสาเหตุการตายของพ่อแฮรี่ในตอนท้าย
แม้ว่าความสมเหตุสมผลจะน้อยไปหน่อย
เพราะลุงแกออกมาไม่กี่ฉากเอง
และในภาคก่อนๆก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรเลย

และก็เสียดายเอ็ดดี้ตายง่ายไปหน่อย
แล้วก็ตกลง Sandman ถ้าเกิดพี่แกไปปล้นอะไรที่ไหน
แล้วสไปดี้เราจะจับพี่แกไงเนี่ย

สุดท้ายถ้าทำภาค4 แต่ทีมนักแสดง+ผู้กำกับ ไม่ใช่ชุดนี้
เนื้อหาของเรื่องจะรักษามาตราฐานที่ ลุงแซมแกทำไว้ได้ป่าวเนี่ย
โดย: T55 IP: 203.113.17.175 วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:17:01:40 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด