United 93 , ทรงพลัง และ สะเทือนใจ


5 ปีก่อน ... วันที่ 11 กันยายน ผมทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดและนั่งดูทีวีด้วยความเพลิดเพลิน ระหว่างรอว่าจะมีงานมาให้ทำหรือไม่ ยังจำได้ว่า ช่องสามตอนนั้นกำลังเป็นละครที่แอนดริว เกร็กสัน ติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แล้ว จู่ๆ ทีวีก็รายงานข่าวผ่านตัววิ่งว่า เครื่องบินตกที่ตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ผมเองยังนึกไปถึง ตึกเวิล์ดเทรดบ้านเราอยู่เลย จนกระทั่งภาพข่าวที่ฉายออกมา ผู้คนรอบตัวผมที่ทำงานต่างอุทานด้วยความตกใจอย่างไม่คาดหมาย เมื่อได้เห็นการกระทำของมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกันที่รุนแรง อุกอาจ และ โหดร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ดูการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์

ปัจจุบัน ... ภาพเหล่านั้นเหมือนแผลเป็นในจิตใต้สำนึกของผู้คนที่มีชีวิตอยู่ร่วมกันในศตวรรษนี้ ไม่มีใครจะลืมภาพวันนั้นลงไปได้ ผู้คนอีกหลากหลายต้องใช้ชีวิตด้วยความระแวดระวัง และ เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ 9/11 ใครๆก็มักคิดถึงภาพ WTC ที่เครื่องบินพุ่งเข้าชนทีละลำ ก่อนตึกแฝดจะพังครืนลงมาเหลือเพียงเถ้าธุลีลอยคลุ้งทั่วเมือง หลายคนคงลืมไปว่า วันนั้นนอกจากเครื่องบินลำที่พุ่งชน WTC และ เพนตาก้อน ยังมีเครื่องบินโดยสารอีกลำหนึ่งที่พุ่งดิ่งลงพื้นดิน ก่อนจะไปถึงเป้าหมาย

...เหตุการณ์ในครั้งนั้นถูกนำมาสร้างเป็นหนัง 2 เรื่องพร้อมกันในปีเดียวโดยมิได้นัดหมาย

แม้จะเป็นเรื่องราวของ 9/11 เหมือนกัน แต่ความแตกต่างอยู่ตรง การโฟกัส ไปยัง กลุ่มคนต่างสถานที่ เรื่องหนึ่ง เล่าเหตุการณ์ของ คน ที่อยู่ในตึก WTC และ อีกเรื่องหนึ่ง เล่าเหตุการณ์ของ คน ที่อยู่ในเครื่องบินลำที่ไปไม่ถึงปลายทาง

United 93 คือเรื่องหลัง

เรื่องราวในหนังเรื่องนี้ แทบไม่ต้องเล่าอะไรมาก เพราะ เหตุการณ์ช็อกโลกครั้งนั้น จะมีใครกันที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ จะมีกี่คนกัน ที่ได้รู้ว่า รายละเอียดของเหตุการณ์วันนั้นเป็นอย่างไร ผู้คนที่ทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยและการบินหลายหน่วยงาน เขารับมือกับเหตุการณ์กันอย่างไร อเมริกาเป็นอย่างในหนังแอคชั่นทั่วๆไปที่เคยดูหรือไม่ ที่ทุกอย่างมีพร้อมสรรพรอปฏิบัติการณ์ ถ้าเป็นแบบนั้น แล้ว ทำไมเครื่องบินลำแรกชนตึกแล้วจึงปล่อยให้ลำที่สองชนซ้ำได้อีก

United 93 พาคนดูไปสำรวจสถานการณ์

ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกองบังคับการบิน , กองทัพ ฯลฯ ล้วนต้องเผชิญกับฝันร้ายที่พวกเขาไม่ได้ตั้งตัว เมื่อรู้ข่าวว่าเครื่องบินถูกยึด และ ฝันร้ายยิ่งกว่าเมื่อการแกะเทปที่ได้ยินผู้ก่อการร้ายคุยกัน พวกเขาได้ยินตัว s หลังคำว่าเครื่องบิน นั่นหมายถึง เครื่องบินที่ถูกยึดไว้ดำเนินการครั้งนี้ มีมากกว่า 1 ลำ

และ ฝันร้ายที่สุด คือ นี่เป็นเหตุการณ์จริงที่ไม่ได้มีฮีโร่ ไม่ได้มีเทคโนโลยีไฮเทค ไม่ได้มีหน่วยสืบราชการลับเด็ดๆเหมือนในหนัง ทุกฝ่ายต่างต้องรับมือกับเหตุการณ์อย่างไม่ได้มีความพร้อม นำมาซึ่งความสับสนอลหม่านวุ่นวาย

การที่หนังได้บุคคลในเหตุการณ์จริงมาร่วมแสดงและให้ข้อมูลในวันนั้น ยิ่งทำให้หนังดูเหมือนจริงมากยิงขึ้นไปอีก

United 93 คือ เครื่องบินลำที่ดิ่งลงพื้นดินโดยไปไม่ถึงเป้าหมาย

พิเคราะห์ดูจากเครื่องบินสามลำที่พุ่งชนสถานที่สำคัญๆ ทำให้เชื่อได้ว่า ลำที่สี่หรือลำ UA93 นี้ เจตนาของผู้ก่อการร้ายก็คงต้องมุ่งหวังให้เครื่องบินลำนี้ไปสู่ที่หมายที่ใดที่หนึ่ง บ้างก็ว่าเป็นทำเนียบขาว บ้างก็ว่าเป็นแคมป์เดวิด ฯลฯ แต่ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง จึงทำให้เครื่องบินลำนั้นไปไม่ถึงจุดหมาย บ้างก็ว่าเพราะถูกยิงตก , บ้างก็ว่าเพราะมีการต่อสู้ขัดขืน ฯลฯ

ไม่มีใครรู้ว่า ความจริง บนเครื่องบินลำนั้นก่อนตกเป็นเช่นไร แต่ ความจริง หนึ่งเดียวที่มีหลักฐานยืนยัน คือ ข้อความหรือเสียงของคนบนเครื่องที่ส่งไปยังคนที่อยู่ที่บ้าน ก่อนพวกเขาเสียชีวิต

นั่นคือ ความจริง ที่ผกก.นำมาขยายความต่อด้วยจินตนาการ ว่า หากเหตุผลของเครื่องบินดิ่งลงพื้นเป็นเพราะ พวกเขา ผู้โดยสารบนเครื่องลำนั้น ตัดสินใจ ยึดเครื่องบินคืน เพราะรู้ว่า ผู้ก่อการร้ายไม่มีวันที่จะยอมเอาเครื่องลงด้วยดี และ เครื่องบินลำนี้จะเป็นระเบิดพลีชีพทำลายเป้าหมายในประเทศตัวเอง

หากเป็นเช่นนั้น บนเครื่องบินลำนั้นจะเป็นอย่างไร

เนื้อหาส่วนนี้ของหนังดูยั่วยวนชวนให้เป็นหนังในแนวทางแอคชั่นฮีโร่ เชิดชู ความรักชาติเป็นอย่างยิ่ง แต่ ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้โชว์ความเป็นฮีโร่ ไม่ได้โชว์ความยิ่งใหญ่ของอเมริกา แต่แสดง เรื่องของ คน ที่เหลือทางเลือกสำหรับการปกป้องชีวิตตัวเอง และ ปกป้องประชาชนเบื้องล่างที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ให้ต้องรับกรรม

ทางเลือกที่ต้องเลือกระหว่าง อยู่เฉยๆรอให้เครื่องบินตกลง หรือ ต่อสู้ทั้งที่ไม่มีอาวุธไม่มีแผนการณ์ใดๆกับผู้ก่อการร้ายที่เพิ่งฆ่าคนตายและมีระเบิดในมือ ทางเลือกทั้งสองทางดูจะไม่สามารถหลีกหนี ความตาย ได้พ้น

...หนังจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนเครื่องราวกับเป็นเหตุการณ์จริง คุณจะทำอย่างไร ในเวลาที่คุณอยู่บนเครื่องที่ถูกเหล่าผู้ก่อการร้ายยึดครอง และ คุณบังเอิญได้รับข่าวมาว่า ในเช้าวันนั้น มีเครื่องบินที่พุ่งเข้าชนเป้าหมายคือตึกเวิลเทรดเซ็นเตอร์ และ เพนตาก้อน เครื่องบินของคุณเป็นลำที่ 4



คุณย่อมคาดเดาได้ว่า นี่ไม่ใช่การจี้เครื่องบินหวังเรียกค่าไถ่ธรรมดา แต่ คือ ปฎิบัติการณ์พลีชีพ ของพวกกลุ่มก่อการร้าย คุณไม่มีทางที่จะได้แล่นลงสู่พื้นดินโดยสวัสดิภาพแน่แท้ ไม่ว่ารัฐบาลจะมีข้อเสนออะไรให้กับพวกมันก็ตาม

วินาที่ที่คุณรู้ทั้งรู้แน่ว่า กำลังจะต้องตายแน่นอน คุณจะทำอย่างไร

และนี่คือ "ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต" ที่หนังถ่ายทอดออกมาได้สมจริงจนน่าขนลุก

เราเคยคิดกันมาก่อนบ้างหรือไม่ หากเป็นเรา ช่วงเวลาเศษเสี้ยวสุดท้ายของชีวิต หากมีโอกาสบอกลา เราจะคุยกับใคร เราจะบอกรักใคร เราจะขอบคุณใคร เราอยากจะขอโทษใคร ฯลฯ

...ผู้โดยสารบนเครื่องเมื่อได้รับรู้ข่าวสารภาคพื้นดิน และ คาดเดาเหตุการณ์ได้ว่า ผู้ร้ายที่ยึดเครื่องบินคงไม่มีทางที่จะยอมเอาเครื่องลงไม่ว่าจะกรณีใดๆ พวกเขารู้ว่าเวลาสุดท้ายของชีวิตกำลังคืบคลานมาถึงในไม่ช้า ต่างโทรศัพท์กลับไปหาคนที่รัก บอกรัก บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย บอกถึงจุดที่เก็บพินัยกรรม บอกฝากฝังให้ดูแลคนที่ตัวเองเป็นห่วง บางคนก็หยิบยื่นโทรศัพท์มือถือของตัวเองให้คนที่นั่งข้างๆที่ไม่มีโทรศัพท์ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสได้ร่ำลาคนที่บ้าน



ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่สะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง หนังเกาะกุมอารมณ์คนดูให้นิ่งเงียบและสวดอ้อนวอนไปกับพวกเขา เพราะ เราสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่แค่หนัง แต่นี่คือ เรื่องราวของ คนจริงๆ

พวกเขาบนเครื่องบินลำนั้น โทรศัพท์หาคนใกล้ตัวจริงๆ และ พวกเขาก็ไม่มีโอกาสได้กลับไปพบกับลูกเมียหรือญาติพี่น้องหรือคนรักจริงๆ เพราะ ผลสุดท้าย เครื่องบินตกลงที่ทุ่งหญ้าในเมืองเพนซิลวาเนีย

...ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นเช่นไร เครื่องบินอาจจะตก เพราะพวกเขาตัดสินใจยึดเครื่องบินคืน แต่ไม่สามารถปกป้องได้ หรือ จะเป็นเพราะ ถูกกองทัพสหรัฐยิ่งให้ตกก่อนถึงจุดมุ่งหมาย

แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้ลงเอยด้วยดี แต่ สิ่งที่พวกเขาทั้งหมด ตัดสินใจลงมือทำ คือ สิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่พวกเขาจะทำได้ คือ ความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ธรรมดาจะทำเพื่อปกป้องชีวิตตัวเองและคนที่ตัวรัก และ ผลลัพธ์ที่หนังถ่ายทอดออกมา คือ การกระตุกจิตวิญญาณของคนดูให้รับรู้และมีส่วนร่วมกับ โศกนาฏกรรมที่สะท้อนความโหดร้ายของจิตใจคน ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

.... พวกเขาบนเครื่องบินสวดอ้อนวอนให้เครื่องบินลงถึงพื้นโดยสวัสดิภาพ เหล่าผู้ก่อการร้ายสวดมนต์ขอให้ภารกิจสำเร็จด้วยดี คนที่รอคอยข้างล่างอธิษฐานให้นำญาติตัวเองกลับมาถึงที่หมายด้วยความปลอดภัย แต่ ไม่ว่าพระเจ้าของใครก็ไม่สามารถปกป้องและพาให้พวกเขาได้ไปถึงจุดหมายที่ต้องการ เพราะ หัตถ์ของพระเจ้าไม่ได้มีมากพอที่จะปกป้องดูแล มือของมนุษย์ที่คอยจะเข่นฆ่าทำลายล้างกันอย่างไม่หยุดหย่อน มีเพียงมือเดียวที่จะหยุดไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ก็คือ มือของมนุษย์ด้วยกันเอง

แต่เราจะหยุดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็เพิ่งจะมีการจับกุมและตัดตอนแผนการณ์ก่อการร้ายที่ลอนดอน ได้ ก่อนที่จะเกิดขึ้นซ้ำรอยได้อย่างเฉียดฉิว

หรือ มนุษย์เรา จะไม่มีวันที่จะอยู่กันได้อย่างสันติสุขจริงๆ หรือ จะเป็นเพราะ แรงขับของความก้าวร้าว ในจิตใจมนุษย์ เหมือนกับที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ เคยตอบจดหมาย ไอน์สไตน์ ไว้ว่า เป็นเพราะแรงขับนี้เองที่จะมีอยู่ติดตัวไปกับมนุษย์และนำไปสู่สงคราม การทำลายล้าง และ มันติดตัวคนเรามาอย่างอัตโนมัติ นั่นจึงทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทุกยุคทุกสมัยที่ผู้คนจะต้องทำร้ายกันตลอดไป

เป็นเช่นนี้จริงๆหรือ ?


... สำหรับ United 93 คนดูอาจต้องทำการบ้านกับตัวเองเล็กน้อย ในการเตรียมตัวว่า นี่ไม่ใช่หนังที่มีเนื้อหาเรื่องราวเป็นบท เป็นพล็อตประเภท มีพระเอก มีผู้ร้าย มีการวางแผน มีจุดหักมุม ฯลฯ ไม่ใช่หนังที่ยึดเครื่องบินกันเหมือน Executive decision หรือ ถองเข่าตีศอกมันกันระเบิดเถิดเทิงแบบ Con Air แต่ หนังเล่าเรื่องเหมือนสารคดีบรรยายเหตุการณ์ นั่นทำให้ หนังเรื่องนี้ เราคงจำตัวละครคนไหนไม่ได้เป็นพิเศษ ไม่มีพระเอก ไม่มีผู้ร้ายชัดๆ มีแต่ คน ที่อยู่ในเหตุการณ์

และการเล่าเรื่องแบบแสดงเหตุการณ์ไปเรื่อยๆอย่างสมจริงนี้เองจึงทำให้

ช่วงเวลา 30 นาทีแรกของหนัง คือ ความน่าเบื่อและชวนง่วงปนเวียนหัวอย่างยิ่งยวด

ช่วงเวลาหลังจาก UA 93 ถูกยึด คือ ความตึงเครียด ตื่นเต้น กดดัน

ช่วงเวลาที่ผู้โดยสารเดาได้ว่า ตัวเองน่าจะไม่รอด คือ ช่วงเวลาที่สะเทือนใจอย่างรุนแรง น้ำตาไหลพรากขณะดูอย่างไม่รู้ตัว

ช่วงเวลาหลังจากนั้นจนหนังจบ คือ ช่วงเวลาที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง

....งานกำกับชิ้นนี้ของ ผกก. Paul Greengrass ที่คนดูส่วนใหญ่รู้จักจาก The Bourne Supremacy เป็นผลงานที่คนดูที่รักหนังดราม่า และ มีความอดทนประมาณหนึ่ง ไม่ควรพลาด ไม่ควรพลาด และ ห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง นี่คือหนังที่ทรงพลังและน่าจดจำ และ คุ้มค่ากับการได้ดูในโรงภาพยนตร์มากกว่ารอเป็นแผ่น ช่วงเวลาทั้งหมดในเครื่องบินนับตั้งแต่ถูกยึดไปจนจบ ช่างสมจริง และ ดึงอารมณ์ร่วมคนดูได้อย่างเต็มเปี่ยม เป็นฉากที่คนได้ดูยากจะลืมเลือนไปอีกนาน และ แม้ช่วงเวลา 30 นาทีแรกของหนังจะน่าเบื่อ แต่เมื่อดูจบเราจะพบว่าการมีช่วงเวลานั้นมีประโยชน์กับตัวหนังมาก เพราะหากตัดทิ้งไป ก็จะทำให้ครึ่งหลังไม่ดึงคนดูให้อินกับหนังได้มากขนาดนี้

สิ่งที่ชอบ

1.ฉากในเครื่องบิน ... นับตั้งแต่เครื่องขึ้นสู่ท้องฟ้าและกลุ่มผู้ก่อการร้ายเริ่มจะยึดเครื่องบิน ฉากในเครื่องบินนั้นยอดเยี่ยมเกินกว่าจะบรรยายได้ จังหวะในฉากแอคชั่นนั้นดูสมจริงจนน่าขนลุก ช่วงเวลาที่กดดันก็ทำได้ชนิดตอกตะปูให้คนดูไม่อยากลุกไปไหน หนังทำได้ลงตัวน่าเชื่อถือ การสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูของหนังก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะช่วงที่ผู้คนบนเครื่องรู้วาระสุดท้ายของตัวเอง นี่คือ ฉากที่ดีที่สุดในหนังที่ได้ดูปีนี้ น่าชื่นชม น่าตื่นตะลึง น่ายกย่อง

2. Paul Greengrass ... น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง กับผลงานชิ้นถัดๆไป

3.ความรู้สึกหลังดูหนังจบ ... หนังหลายเรื่องที่ หนังจบแต่อารมณ์คนดูยังไม่จบ หลายเรื่องที่มีบางสิ่งให้เราได้คิดต่อหลังเดินออกจากโรง หลายเรื่องมีความรู้สึกติดค้างต่อเนื่องตามมา เรื่องนี้ก็เช่นกัน

สรุป ... เป็นหนังที่ไม่ได้รับประกันว่าคนดูทุกคนจะต้องชอบ เพราะหลายคนต้องเวียนหัวกับลีลาการถ่ายทำ หรือ เบื่อหน่ายกับช่วงเวลาตอนต้นที่มีแต่เจ้าหน้าที่พูดกันไปมา แต่นี่คือ หนังที่รับประกันว่า เมื่อดูจบ เป็นหนังอีกเรื่องที่มันไปสะกิดต่อมจิตวิญญาณของคนดูที่ได้ดูทุกคน ให้ต้องรู้สึกนึกคิดอะไรบางอย่างจากหนังเรื่องนี้ บางคนอาจรู้สึกรังเกียจและอยากหยุดความรุนแรงในโลกนี้ให้หมดไป บางคนอาจรู้สึกสะเทือนใจและหดหู่ บางคนคิดอยากลุกมามีส่วนร่วมในการสร้างความปรองดองให้กับเพื่อนมนุษย์หรือคนใกล้ตัว ฯลฯ และ หนังเรื่องสุดท้ายที่เข้ามาถึงจิตวิญญาณทำให้ผมรู้สึกเช่นนี้คือ Hotel Rwanda

ขอยืนยันว่า United 93 อาจไม่ใช่หนังที่ดูสนุก แต่นี่คือหนังที่อยู่ในหมวด ต้องดู และผมบันทึก United 93 เป็นหนังที่ดีที่สุดในใจผม ในรอบปีนี้ไปแล้วอีกหนึ่งเรื่อง

ป.ล. ... เจ้าของบล้อกไม่อยู่หน้าจอ สองวัน ฝากบล้อกให้เพื่อนๆดูแลก่อนเช่นเคยจ้า


เริ่มต้นอ่าน Blog นี้มีข้อสงสัย + แวะเวียนมาพูดคุยถาม-ตอบ คลิกไปคุยกันที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป



Create Date : 19 สิงหาคม 2549
Last Update : 23 สิงหาคม 2549 18:08:51 น.
Counter : 2691 Pageviews.

25 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
ทีวีอนิเม หน่วยผจญคนไฟลุก ประกาศผู้ที่มารับบทเป็น Joker iamZEON
(12 ก.พ. 2562 16:25:58 น.)
:: ฉันเห็น :: กะว่าก๋า
(15 มี.ค. 2562 07:14:59 น.)
--- น ก แ ส ก --- ภูเพยีย
(11 มี.ค. 2562 10:24:51 น.)
  
ชอบหนังเรื่องนี้มากเหมือนกันครับ
สำหรับตอนต้นของเรื่อง ผมไม่เบื่อนะ
กลับชื่นชมที่นักแสดงทุกคนทำหน้าที่ แสดงได้อย่างสมจริง
สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของบรรดาเจ้าหน้าที่

และจริงครับ ตอนจบของหนังมันมีพลังอะไรบางอย่างน่ะ มันเล่นกับความเงียบ ความว่าง
แต่เล่นเอาผมอึ้ง และหมกมุ่น ทบทวนกับหนังเรื่องนี้ หลังจากดูหนังจบอยู่นานเอาการ
โดย: King Of Pain วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:2:38:48 น.
  
ต้องดูซะแล้ว ขอบคุณครับ
โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:7:41:20 น.
  
นั่งน้ำตาร่วงตอนที่ทุกคนรู้ตัวแล้วว่าต้องตาย มันทรมานใจมากๆ ครับ ที่ต้องรับรู้ ตอนโทรศัพท์ไปร่ำลาคนรักหรือครอบครัว ผมแทบตายคาเก้าอี้ มันเศร้ามากๆ เลย พาลคิดว่าทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วย ออกจาโรงเกือบสุดท้ายเช่นเคย เพราะน้ำตาไหลไม่หยุดซะที
โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:11:31:16 น.
  
ชอบเช่นกันค่ะ

ตอนต้นเราไม่เบื่อนา แต่เครียดและกดดันสุดๆ ค่ะ รวมทั้งการส่ายไหวของกล้องทำให้เกิดอาการอยากอ้วกแค่นั้น แต่ไม่ได้รู้สึกว่าน่าเบื่อแต่อย่างใด



เป็นหนังที่ไม่สนุก แต่ดีจริงๆ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:12:12:29 น.
  
ผมกลับชอบช่วงต้นที่เป็นเรื่องราวภาคพื้นดินครับ
มันบีบมาก แล้วก็แสดงให้เห็นถึงความอลหม่านได้ดีมากด้วย เพราะว่าอะไรๆมันวุ่นวายบ้าบอคอแตกไปหมด
โดยเฉพาะความงี่เง่าของบุช - -*

คนอื่นดูแล้วน้ำตาไหล แต่ผมไม่ไหลแฮะ...
สงสัยจะเป็นพวกใจแข็ง - -*
โดย: nanoguy IP: 203.113.34.61 วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:21:37:38 น.
  
ขอบคุณสำหรับงานวิจารณ์ดีๆ เหมือนเช่นเคยนะคะ ไม่พลาดแน่ๆ สำหรับเรื่องนี้ ก็เป็นหนังแนวประจำตัวขนาดนี้ เด๋วไปดูแล้วจะมาร่วมแสดงความคิดเห็นนะคะ
โดย: aorengja IP: 203.107.194.109 วันที่: 19 สิงหาคม 2549 เวลา:22:26:56 น.
  
ไปดูมาเรียบร้อยแล้ว ดีอย่างที่ จขบ. ว่าไว้จริงๆ จำลองเหตุการณ์ได้เสมือนจริงๆมากมั่ก ราวกับว่าเราได้เข้าไปอยู่ในเครื่องบินลำดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะตอนจบนี้อินมากมั่ก อยากให้คนรักหนัง โดยเฉพาะคอหนังแนวดราม่าได้ไปดูกัน ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ
โดย: aorengja IP: 203.107.194.245 วันที่: 20 สิงหาคม 2549 เวลา:22:23:29 น.
  
+ เห็นด้วยที่คุณ จขบ. ใช้คำว่า "ทรงพลัง" ซึ่งเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับหนังเรื่องนี้ ... แล้วยิ่งนี่เป็นการจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช็อคโลกให้มีสภาพใกล้เคียงกับเช้าวัน 911 มากที่สุด ทำให้อึ้ง สลดหดหู่ และสะเทือนใจสุดๆ ถึงแม้ว่าคนดูทุกคนแทบจะรู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบแล้วก็ตาม ... ภาพตอนทุกคนตะลึง เมื่อเห็นเครื่องบินลำที่ 2 ชนตึก WTC ที่ 2 สดๆ หน้าจอ รวมทั้งภาพสุดท้ายตอนจบเรื่อง ทำได้กระชากอารมณ์สุดๆ
+ เห็นว่า WTC ของโอลิเวอร์ สโตนก็ทำออกมาได้ดีนี่ครับ เมืองไทยรู้สึกจะเข้าเดือนกันยา หลังสัปดาห์ 911 เล็กน้อย เห็นท่าจะต้องดูอีกเรื่องซะแล้ว
+ ตอนที่คนบนเครื่องโทรอำลาญาติพี่น้อง บีบหัวใจมากๆ ทำให้ชวนนึกถึงหนังเกี่ยวกับความตายและเวลาที่เหลืออยู่หลายๆ เรื่อง เช่น My life without me, The Baberians invasion และที่อยากดูอีกเรื่อง (หนังอนาคต) ก็คือ Time to live หนังใหม่ของฟรังซัว โอซอง ... แต่หนังเหล่านี้ ตัวเอกล้วนแต่เป็นโรคร้าย อย่างน้อยก็มีเวลาเป็นเดือนๆ นานพอที่จะจัดการกับชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ... แต่สำหรับเรื่องนี้ เวลาของชีวิตที่เหลือ นับเป็นนาที ไม่ใช่ยาวนานเป็นเดือน ดังนั้น จึงชวนใจสลายเสียเหลือเกิน
+ อยากรู้ว่าถ้าตอนนั้น อัล กอร์ (ผู้เน้นเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม) ได้เป็นปธน. แทนปิศาจบุชน้อย โลกของเราจะสงบสุขกว่านี้มั้ย ... ไม่แน่นะ สงครามบุกอิรักอาจไม่เกิด อาจไม่มีเหตุการณ์ 911 และการก่อการร้ายอันเลวร้ายที่ตามมาอีกหลายครั้ง ... และอาจมีการออกกฎหมายที่อเมริกา เพื่อลดสภาวะ Green House Effect ลงก็เป็นได้ !
โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 21 สิงหาคม 2549 เวลา:12:28:26 น.
  
เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกอึดอัดตลอดทั้งเรื่อง

แม้จะรู้จุดจบอยู่แล้ว แต่น่าแปลก วินาทีสุดท้ายที่อยู่ในห้องนักบิน ผมกลับเผลอลุ้นตามในหนังไปด้วย " เชิดหัวขึ้น เชิดหัวขึ้นสิวะ "

หลังหนังจบช่วงหนึ่งแอบคิดไปเองว่า เหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าเป็นความจริง ไม่ใช่เพียงบทหนังหรือนิยาย

ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับตอนดู Nobody knows จบเลย ยิ่งเวลาผ่านไป ตะกอนความคิดมันก็ตกลงมาเรื่อยๆ ความรู้สึกเศร้าลึกๆมันก็เกิดขึ้นมา

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดูจบแล้วมันต้อง"เขียน"ระบายออกมาเหมือนกันครับ

โดย: keano (jonykeano ) วันที่: 21 สิงหาคม 2549 เวลา:17:08:04 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ ทั้งลุ้นทั้งตื่นเต้นไปกับหนัง ทั้งๆที่ก็รู้ว่าบทสรุปมันจะออกมายังไงอยู่แล้ว

สำหรับช่วงแรกๆของหนัง กุ้งคิดว่าแอบน่าเบื่อนิดๆ เพราะมันเป็นช่วงการปูเรื่องซึ่งยังเรื่อยๆเฉื่อยๆอยู่ แถมตัวละครก็เยอะแยะมากมายจนน่าสับสน แต่ยิ่งดูยิ่งดูก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ ลุ้นซะจนมือเย็นเฉียบ และก็ยัง "ช็อคและสะเทือนใจ" กับภาพเครื่องบินลำทั้งสองลำที่ชนตึก ทั้งๆที่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้ดูภาพนี้ แถมช่วงหลังก็สะเทือนใจซะจนน้ำตาไหล ดูจบออกมาแล้วตายังแดงอยู่เลยค่ะ (อายคนอื่นจัง)

สรุปคือชอบหนังเรื่องนี้ค่อนข้างมากเลยค่ะ ระหว่างดูก็คิดอะไรหลายอย่าง ดูจบก็ยังมีอะไรให้ได้คิดต่อ ถ้าเป็นเราที่อยู่บนเครื่องลำนั้นเราจะทำยังไง / เราจะโทรหาใคร ฯลฯ และบอกตรงๆว่าวันนั้นพอออกจากโรงแล้ว ก็มีแอบกลัวชาวตะวันออกกลางนิดๆ เหมือนกัน

ป.ล. พี่จขบ.นั่งดูละครเรื่อง "ทางผ่านกามเทพ" ใช่มั้ยคะ เพราะกุ้งก็นั่งดูเหมือนกัน จำได้ว่าตอนนั้นติดเรื่องนี้งอมแงม แล้วก็ได้เห็นข่าวนี้รายงานเข้ามา ก็แอบงงๆอยู่ (ตอนแรกคิดว่าเป็นเวิร์ดเทรดที่ไทยเหมือนกันค่ะ) ก็เปลี่ยนช่องไปช่องอื่น ปรากฏรายงานข่าวนี้เช่นกัน และก็เริ่มตัดภาพจากสำนักข่าวต่างประเทศมาให้ดูหลายๆภาพ ก็แบบตกใจ ตอนแรกแอบโป้งที่กำลังดูละครเพลินๆอยู่มาตัดเข้าอะไรก็ไม่รู้ แต่ตอนหลังคือไม่อยากดูละคงละครแล้ว
โดย: ลิปดา-พิลิปดา IP: 161.200.255.161 วันที่: 26 สิงหาคม 2549 เวลา:15:51:09 น.
  
ช่วงท้ายๆเรื่อง เกร็งจริงๆครับ-เล็บจิกเบาะ-
โดย: mayhem IP: 124.157.170.146 วันที่: 4 กันยายน 2549 เวลา:1:22:00 น.
  
เพิ่งได้ดูเดี๋ยวนี้เอง สนุกมาก
ชอบทั้งเรื่องไม่คิดว่าตอนต้นเรื่องมันน่าเบื่อเลย
เพราะมันคือเวลาที่เกิดขึ้นจริงๆ ก่อนเครื่องจะ take off (ดูพวก เรียลิตี้โชว์น่าเบื่อกว่านี้อีก)

ตอนท้ายหัวใจเต้นตุบๆ ลุ้นมากๆ เราดูแบบไม่รู้ตอนจบหรอกนะ
อ่านแค่คำโปรยๆนึกว่าลำนี้รอดลำเดียว
พอตอนเครื่องบินดิ่งวูบนั่นแหละ
ถึงได้ตกใจว่า เฮ้ย มันไม่รอดนี่หว่า
เลยยิ่งอิน เพราะมีความหวังพร้อมในเรื่องเลย ว่าผู้โดยสารจะยึดเครื่องคืนได้

ดูจบ นิ่งไปหลายนาที แล้วก็สะอื้นออกมาดัง ฮักๆๆๆ ดีที่อยู่คนเดียว (เราโหลดมาดู) ร้องไห้โทรไปหาแฟน บังคับให้มาดูด้วยกันอีกรอบคืนนี้

ไปเตรียมตัวร้องไห้อีกรอบดีกว่า...

หนังดีมากกกกก ใครพลาด เสียดายแย่เลย
โดย: เรสมี IP: 61.47.96.53 วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:14:58:02 น.
  
ผู้ร้ายดูรั่วๆ ไงไม่รู้ น่าจะปกป้องตัวเองได้มากกว่านี้
โดย: malatankian IP: 158.108.18.193 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:15:03:24 น.
  
อ่านเเล้วอยากดูตะหงิดๆ
โดย: bigwores วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:17:49:13 น.
  
เพิ่งดูเมื่อวานครับ

ดูแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

บางครั้งเหงื่อออกมือเลย (อินเอามากๆ)

มันรู้สึกเหมือนถูกตะปูตอกตรึงเอาไว้อย่างที่คุณบอกจริงๆแหละ

แต่หนังแบบนี้อาจมีบางคนไม่ชอบ หรือบางคนรู้สึกเฉยๆ

แต่ผมคิดว่ามันเจ๋งมากครับ

ผู้กำกับคนนี้ น่าติดตามผลงานในครั้งต่อไปจริงๆ
โดย: Dr.Manta (Dr.Manta ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:55:25 น.
  
เป็นหนังที่รออ่าน end credit อย่างนิ่ง ๆ เงียบ ๆ พร้อมน้ำตาคลอ ๆ ไปจนจบเลยค่ะ
โดย: pip IP: 124.197.27.203 วันที่: 4 ธันวาคม 2549 เวลา:7:22:26 น.
  
สุดยอด....ทั้งในแง่ของดราม่าและแอ็กชั่น
สมจริง...กดดัน เร้าอารมณ์ และปรุงแต่งน้อยเสียจนไม่น่าเป็นหนัง
ทรงพลัง.....มีไคลแมกซ์ที่น่าทึ่ง
หลายคนเห็นว่าหนังคือกิจกรรมความบันเทิงเพื่อคร่าเวลา
แต่สำหรับบางเรื่องดูเพื่อเรียนรู้เข้าใจชีวิต ผู้คน ซึ่ง united 95 คือเหตุผลอย่างหลัง

โดย: ตนแปลกประหลาดคน IP: 58.64.125.159 วันที่: 11 ธันวาคม 2549 เวลา:22:10:15 น.
  
อ่านแล้ว อยากดูเลย

เวลาดูหนังแนวนี้ หรือได้ยินได้เห็นเรื่องเกี่ยวกับเวลาที่เหลือน้อยนิดในชีวิต

มันทำให้รู้สึกทุกทีว่า ชีวิตคนเราไม่แน่นอน ถ้าอยากจะทำอะไร ก็อย่าลังเลที่จะทำ เพราะเราอาจจะไม่มีโอกาสทำมันอีกครั้งหนึ่ง
โดย: poojan IP: 202.133.176.70 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:19:57:40 น.
  
เพิ่งดูจบ เห็นด้วยหลายๆ ส่วนเลยครับ
ไม่มี Hero ใดๆ แค่ปุถุชนธรรมดา ในหนังเรื่องนี้
หดหู่และไม่ชอบความรุนแรงเลยครับ
หากไม่ชอบ เราต้องไม่ทำ ใช่ไหมครับ
โดย: คนขับช้า วันที่: 31 มกราคม 2550 เวลา:23:31:36 น.
  
เพิ่งตัดใจดูได้คะ
กลัวตัวเองจะเศร้าเกินไป
แล้วก็ได้เศร้าสมใจ...มันทั้ง น่ากลัว น่าสะเทือนใจ

โดยเฉพาะตอนที่ทุกคนต่างสวดอ้อนวอนพระเจ้าของตัวเอง... มันน่าเศร้าจริงๆ
ไม่น่ามาดูหนังก่อนจะเดินทางเลย อาทิตย์หน้าจะลืมหนังเรื่องนี้ได้ไหมเนี่ย
โดย: The SoVo (http://kangalala.spaces.live.com/) IP: 125.200.64.228 วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:48:24 น.
  
ผมว่าช่วงเวลาที่คนร้ายเริ่มทำร้ายคนบนเครื่องบิน (ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังของเรื่อง) เป็นอะไรที่สุดจะบรรยายครับ เหมือนเหตุการณ์จริงมากๆ ต้องไปดูกันเองแล้วจะรู้ครับ

สรุปมันก็เลยสนุกแค่ตอนท้ายครับ
โดย: YoiChi IP: 202.57.178.112 วันที่: 29 กันยายน 2550 เวลา:10:29:25 น.
  
7.5/10 คะแนน

ช่วงท้ายของเรื่องน่าทึ่งมากๆครับ เหมือนกับสะกดคนดูให้เข้าไปในเหตุการณ์ยังไงยังงั้นเลย

การดำเนินเรื่องในช่วงแรก เหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าตั้งใจดูจริงๆแล้ว หนังจะค่อยๆปูพื้นไปเรื่อยๆค่อยๆดึงคนดูไปเรื่อยๆ จนถึงจุด Peak สุดๆ

โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:33:57 น.
  
อ่านไป นึกตามฉากไป น้ำตาไหลไม่รู้ตัว
โดย: นุ๊ก IP: 58.10.33.72 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:1:06:46 น.
  
ช่วงแรกกะจะปิดหละ
พี่บงการให้ดูต่อ
อืม สุดยอดจิงๆ ผมขนลุกเลย(หนังสยองรึเปล่าเนี่ย)
โดย: pazuzu IP: 114.128.49.139 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:44:45 น.
  
ดูเรื่องนี้แล้ว
ช่วงแรก ง่วงมากกกกก
ช่วงหลัง มีน้ำตาซึม

นี่หรือสิ่งที่มนุษย์ทำกับมนุษย์
โดย: i love johnny depp IP: 125.25.18.119 วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:1:22:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด