รับน้องสยองขวัญ , หายใจเข้าก็ เฮ้อ หายใจออกก็ เฮ้อ


Spoiler alert บทความเรื่องนี้มีการเฉลย จุดสำคัญและตอนจบ ของเรื่อง



...หนังตระกูล ไล่ – ฆ่า – ล่า - เชือด ถูกสร้างกันออกมาเกลื่อนกลาด และ หลายเรื่องท้ายที่สุดกลายเป็นหนังเกรดบีในกะบะลดราคาที่คนดูดูจบแล้วจบไปไม่เหลืออะไรในความทรงจำนอกจากเสียงกรี๊ดชั่วคราว เพราะหนังในแนวนี้ หากจะสร้างอย่างมักง่ายมันก็ง่ายเหลือเกิน กับการให้คนๆหนึ่งไล่ฆ่าคนในจอ โดยเนื้อหาไม่ต้องมีอะไรมากก็ได้ ดังนั้น เรื่องที่จะถูกบันทึกในความทรงจำของคนดูก็ย่อมต้องเป็นหนังที่มีบทที่ดีพอในการทิ้งอะไรไว้กับคนดูมากกว่า เลือด

...หนังไทยในตระกูลนี้ยังมีไม่มากนัก ที่ผ่านๆมาหนังไทยแนวนี้ที่ผมชอบและคิดว่าดีที่สุดคือ 303 กลัว/กล้า/อาฆาต ที่ทำออกมาได้ถึงทั้งความสยองและการเล่าเรื่อง จะมีจุดที่ทำให้ผิดหวังก็ตรงตอนจบที่พยายามแหวกเกินไป แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนดูหลังหักเท่ากับการหักมุมใน รับน้องสยองขวัญ

รับน้องสยองขวัญ เป็น การกลับมาของหนังในแนวนี้ที่พร้อมจะเรียกคนดูขาโหดให้กลับมาสนใจได้ ด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับการรับน้องกลุ่มหนึ่งนอกสถานที่ ที่ความสยองเริ่มต้นจากการตายของรุ่นน้องทีละคนๆ จนต้นตอสยองถูกเปิดเผยในตอนท้ายที่สุด

.... หนังเริ่มต้นได้ดีทีเดียวกับการปูพื้นให้คนดูได้ย้อนคิดถึงประเพณีรับน้อง ที่ทั้งสนุกสนานเฮฮากับเกมส์และท่าเต้นขำขำอย่างท่าไก่ย่าง ซาบซึ้งประทับใจกับมิตรภาพและประเพณีบายศรีสู่ขวัญ เครียดกดดันกับพี่ว้ากที่ตะคอกใส่อยู่ตลอด ก่อนที่หนังจะพาคนดูเดินทางไปกับเหล่ารุ่นน้องรุ่นพี่ที่ต้องไปรับน้องนอกสถานที่ แต่เหตุการณ์คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นเมื่อสถานที่ที่ตั้งใจไปพักแรมปิดไม่ให้เข้า รุ่นพี่กลุ่มหนึ่งจึงตัดสินใจไปทางลัดตามที่ชายนิรนามคนหนึ่งมาบอกทาง และ อีกกลุ่มหนึ่งตัดสินใจกลับบ้าน แต่แล้วระหว่างทางก็เกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อสะพานไม้ที่เสื่อมสภาพพังและส่งผลให้รถบัสจมดิ่งสู่แม่น้ำเบื้องล่าง เหล่านักศึกษาต้องตะเกียกตะกายหาทางเอาตัวรอดกลางป่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอก พร้อมกับการมาของใครบางคนที่มามอบความตายให้แต่ละคนอย่างสยดสยอง

...หนังแสดงให้เห็นความคึกคะนองของพวกรุ่นพี่ที่ไม่เคยรับฟังใคร การเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ที่มีให้เห็นกันอยู่ได้เรื่อยๆ ไม่จำกัดเฉพาะสถานศึกษา แต่รวมไปถึง สถานที่ทำงาน ไปจนถึง ระดับประเทศชาติ หนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หากมีผู้นำที่มีเชื้อของ ความคึกคะนองหลงอำนาจ สามารถก่อให้เกิดความเลวร้ายมากสุดได้แค่ไหน ไม่ว่าจะสถานการณ์ใดก็ตาม หากเรามีผู้นำที่หลงตัวเองและเชื่อมั่นจนไม่ฟังเสียงรอบข้าง ก็มักพาคนในการดูแลไปพบกับความตายไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

...รับน้องสยองขวัญ เป็นหนังไล่ฆ่าที่อยู่ในกลุ่มใช้ตัวละครมาก ต่างจากพวก I know what you did last summer ที่มีตัวละครหลักแค่ไม่กี่คน ดังนั้นหนังจะไปคล้ายกับ Battle Royal มากกว่า ที่มีการฆ่ากันตายภายใต้เวลาและเนื้อที่จำกัดโดยจะมี คนที่ต้องตาย จำนวนมาก เมื่อมี คนที่ต้องตาย มาก สิ่งสำคัญคือหนังจะทำอย่างไรให้คนดูเกิดความรู้สึกร่วมกับตัวหนัง นั่นคือเกิด ความผูกพันกับตัวละคร ความผูกพันไม่ได้หมายถึงว่าต้องชอบ แต่หมายถึงการรู้จักตัวละคร ไม่ใช่ว่าหนังปาไปค่อนเรื่องตายกันไปเป็นเบือโดยที่คนดูไม่ได้รู้สึกอะไรกับการตายเหล่านั้นเลยเพราะไม่ใช่พระ-นางของเรื่อง

ดังนั้น หากไม่เลือกแจกแจงรายละเอียดเนื่องจากเวลาจำกัด วิธีการที่น่าจะใช้ก็คือการสร้างเอกลักษณ์ให้ตัวละคร ตัวอย่างเช่น Battle Royal ที่ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ตั้งแต่รูปร่างหน้าตาการแต่งกายและบุคลิกนิสัยที่ดูไม่ซ้ำแบบกัน เพราะลองคิดดูว่าถ้าแต่ละคนมีคาแรคเตอร์เหมือนๆกันหมด ต่อให้ฆ่ากันโชกเลือดแค่ไหน สิ่งที่คนดูจะจำได้ก็เป็นแค่ การฆ่า แต่ไม่ใช่ ตัวหนัง ที่จะติดความทรงจำของคนดู

ส่วนนี้เป็นส่วนที่รับน้องสยองขวัญ ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ตัวละครหลายตัวตายไปแบบที่คนดูจำไม่ได้ว่าคนที่ตายเป็นใคร และ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรหากจะต้องตาย เช่น การตายของตัวละครที่ชื่อป๊อก ที่ตัวละครผู้หญิงในเรื่องคร่ำครวญว่า “อย่าตายนะป๊อก” ในขณะที่ผมได้แต่นั่งคิดว่า “ป๊อกไหนวะ” ก่อนที่จะคิดออกว่า ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาทีหนังฉายไปที่หน้าตัวละครตัวนี้ชั่วเสี้ยววินาทีบนรถบัส ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยโผล่มามีความสำคัญอะไรเลย นี่เป็นจุดอ่อนหนึ่งที่หนังไม่สามารถกระจายจุดเด่นของตัวละครรองๆไปได้ ตัวละครหลายตัวดูไม่ต่างกัน ดูคล้ายกันเกินไป โดยเฉพาะตัวละครผู้ชายรุ่นน้องทั้งหลายที่ไม่มีอะไรโดดเด่นน่าจดจำ แม้แต่ตัวเอกของเรื่องที่ชื่อ ไม้ ที่ดูกลืนไปกับตัวละครชายคนอื่นๆในเรื่อง มีเพียงตัวละครตัวเดียวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและตัวนักแสดงเองก็เล่นได้ดีเช่นกัน คือ บท โน๊ตรุ่นพี่จอมเผด็จการ สังเกตว่าหลังจากตัวละครตัวนี้ตายไป หากไม่มีน้องๆสาวๆในชุดนักศึกษามาวิ่งไล่ให้ถูกฆ่า ผมคงจำใครไม่ได้อีกต่อไป เพราะทุกคนดูเหมือนกันไปซะหมด แถมตัวละครในเรื่องยังมีความสัมพันธ์ต่อกันน้อยมาก มี conflict ต่อกันก็น้อย ยิ่งทำให้ตัวละครทั้งหลายจึงเป็นเหมือนหุ่นที่ถูกจับมาให้ฆ่าในหนังเท่านั้น

...ความรู้สึกของผมขณะดูการจัดความตายที่เกิดขึ้น มันเหมือนหนังพยายาม set สถานที่และรูปแบบการตายไว้ แล้วพยายามจับเหยื่อมายัดให้อยู่ใน setting นั้น โดยไม่ได้สนเลยว่ามันสมเหตุสมผลหรือไม่ แทนที่จะตั้งต้นจากว่า ในสถานการณ์นั้นตัวละครจะคิดหรือรู้สึกอย่างไร เช่น เมื่อติดอยู่ในมินิมาร์ทร้างกลางป่าที่รู้ว่ามีอันตรายคุกคาม หนังน่าจะเริ่มต้นจากที่ว่า ถ้าเราเป็นตัวละครจะทำอะไรต่อไป ไม่ใช่ว่า จะทำอย่างไรให้ตัวละครตายตรง setting ที่จัดไว้เสียที เพราะถ้ายึดเอาตามข้อหลัง เราจึงได้เห็นตัวละครที่ตัดสินใจโง่ๆ เช่น เดินไปในบ้านร้างคนเดียว โผล่หัวเข้าไปดูรถที่ไม่น่าไว้วางใจ และ ที่สิ้นคิดมาก คือ ยืนบนชักโครกที่โคลงเคลงแต่สอดหัวออกมาทางช่องพัดลมระบายอากาศ เพื่อ ให้มีฉากชักโครกล้มแล้วคอถูกแขวนให้ฆาตกรมาตัดคอ

หรือ บางจังหวะที่หนังทิ้งช่วงเพื่อต้องการให้มีคนตายแต่บังเอิญเดินกันไปสองคน เมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คนหนึ่งวิ่งไปรับโทรศัพท์ในตู้ก่อนที่จะต้องตายเพราะรถวิ่งถอยหลังมาเจาะท่อไอเสียพ่นควันใส่ตู้ แต่เพื่อนที่มาด้วยกันอีกคนกลับถูกกักตัวไว้เพียงเพราะหมูมาจ่อเท้าดมๆ ทำให้ไปช่วยเพื่อนไม่ทัน แต่หนังใช้วิธีตัดสลับเร็วๆให้ดูตื่นเต้น ทั้งที่ดูแล้วไม่น่าเชื่อเลยว่า ที่ช่วยเพื่อนไม่ทัน เพราะติดหมู

...ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือ การแสดงให้เห็นวิธีการที่ได้มาซึ่งการฆ่า ที่ขาดความน่าเชื่อถือมากจนมันทำให้เราดูไปตะขิดตะขวงไป เข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของหนังแนวนี้ ที่ต้องมีตัวละครโง่ๆทุกเรื่องเพื่อที่จะได้ตายสมเจตนารมย์ แต่ความโง่ของตัวละครนั้นมันไม่ควรขัดกับธรรมชาติการคิดของคนธรรมดามากจนเกินไป ไม่เช่นนั้น มันกลายเป็นความจงใจยัดเยียดโดยคนเขียนบทมากกว่าจากความคิดของตัวละครที่น่าจะเกิดขึ้น

...หนังเลือกสถานที่ได้ดี ทำให้บรรยากาศทำออกมาวังเวง ดูไร้ทางออก และ สิ้นหวัง การถ่ายทำในป่าเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศของหนังดูน่ากลัว หนังไม่ประสบความสำเร็จกับ การทำให้ตกใจ แต่หนังเน้นไปที่ ความสยองกับความสะอิดสะเอียนของการฆ่า ซึ่งรูปแบบหลังแค่เน้นโหดๆเช่น เอาเลื่อยไฟฟ้าหั่น หรือ เอามีดตัดคอ หรือ รถทับ ฯลฯ แต่แบบแรกที่ต้องใช้กลวิธีในการจับจังหวะแล้วทำให้คนดูตกใจ หนังยังไม่สามารถแสดงความสามารถตรงจุดนี้ออกมา ทั้งที่จริงแล้วจังหวะบีบคั้นกดดันของหนังทำได้ดีในบางฉากโดยไม่จำเป็นต้องใช้เลือดมากเลย เช่น ในฉากที่ตัวละครตัวหนึ่งกำลังหอบใกล้ตายและตัวละครอีกตัวไปหายาพ่น เป็นฉากที่ไม่ต้องมีเลือดแต่ก็ให้อารมณ์ลุ้นกดดันได้ดี ทั้งจากการแสดงที่เล่นได้เหมือนสมจริงกับการตัดต่อภาพไปมา น่าเสียดายที่ความดีของฉากนี้ต้องพังทลายในพริบตาเมื่อตัวละครตัวนี้ฟื้นขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นการช่วยสนับสนุนความไม่น่าเชื่อถือของหนังให้มากขึ้นไปอีก

...หากได้ดูหนังสยองขวัญอยู่เรื่อยๆการตายของแต่ละศพในเรื่องจัดได้ว่าคุ้นตา แต่จะว่าไปแล้วในยุคที่หนังสยองผุดเป็นดอกเห็ด การพยายามที่จะสร้างฉากฆ่าตัวละครก็มีมาไม่รู้กี่รูปแบบแล้ว จะสร้างสรรค์การตายให้มันสยองต่างออกไปก็คงทำได้ยาก ในเรื่องจึงดูเหมือนจะพยายามเน้นให้เห็นกันจะจะตามากขึ้น กับ เลือดที่ใช้กันมากเป็นพิเศษ ซึ่งก็ทำออกมาได้น่ากลัวในหลายฉาก ส่วนนี้เป็นส่วนที่หนังทำออกมาได้ค่อนข้างดี และ การเล่าเรื่องของหนังก็ทำออกมาไม่น่าเบื่อ ไม่สะดุดมากนัก แม้ว่าจะไม่เรียบเนียนต่อเนื่อง แต่ ก็ทำให้คนดูทั้งตกใจและรอลุ้นการเอาตัวรอดของตัวละครต่อไปได้เรื่อยๆอย่างไม่รู้สึกรำคาญ อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า หนังไทยเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นบ้างกับการเล่าเรื่อง

...โดยปกติของหนังสยองขวัญ ใช่ว่าจะเป็นแค่การไล่ฆ่ากันอย่างเดียว หนังแต่ละเรื่องก็จะมีประเด็นหรือแก่นในตัวของมันออกมา อย่าง I know what you did last summer ก็จะเป็นเรื่อง การปกปิดและหนีความผิดที่ตัวเองก่อ ก่อนที่ความจริงนั้นจะเหมือนกรรมที่วิ่งไล่ตามทีละคน หรือ ขนาดหนังเชือดกันแบบจะๆจนคว้าเรท NC-17 อย่าง Haute tension ก็ยังมีเรื่องของแรงขับที่ผลักดันตัวละครให้ออกมาฆ่า รวมไปถึงการหักมุมที่แสดงถึงสภาวะจิตที่แตกสลาย หรือ ไม่นานมานี้อย่าง House of wax ก็ยังมีประเด็นเรื่องของพี่น้อง ฯลฯ ซึ่งมันทำให้หนังเรื่องนั้นมีอะไรให้คนดูมากไปกว่าการไล่ฆ่า หากทำได้ดีก็ยิ่งจะมีส่วนช่วยให้หนังเรื่องนั้นขึ้นทำเนียบน่าจดจำ แต่หากไม่มี ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้กำกับและทีมงาน ว่าจะบันดาลเฉพาะการฆ่ากันอย่างไร้แก่นสาร ให้ไปอยู่ในความทรงจำคนดูได้อย่างไร

ความจริงแล้ว รับน้องสยองขวัญ มีประเด็นที่สามารถจะแตกไปได้หลายอย่าง แต่หนังไม่หยิบเอาอะไรมาใช้เลย กลับเดินหน้าฆ่าลูกเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ ความกดดันที่เกิดขึ้นจากการตายครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ทำให้คนดูรู้สึกได้ว่าตัวละครกำลังเครียดหรือประสาทกินเหมือนอาการที่แสดงออก หนังแค่ใส่คำพูดประมาณว่า เราจะรอดมั้ยนะ กับ สีหน้ากลัวหวาดหวั่นพรั่นพรึง โดยดูยังไงก็ไม่สมจริงแต่ดูเป็นการจัดแต่งมากกว่า ทั้งที่หนังไม่ใช่การไปเที่ยวแล้วถูกฆ่า หนังอุตส่าห์หยิบจับ การรับน้อง ซึ่งเป็นประเพณีที่น่าสนใจให้มาโยงเกี่ยวกับการฆ่าในหนังสยองขวัญ แต่หนังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากเรื่องของ การรับน้อง เลย นอกจากชุดนักศึกษาตัวเล็กๆกับนักศึกษาสาวน่ารักๆ

...สิ่งเดียวที่เหมือนจะทำให้หนังมีอะไรที่ต่างจากหนังสยองเรื่องอื่นๆ คือ ตอนจบ ที่เตรียมไว้หักมุมชนิดเดาไม่ได้ เป็นตอนจบที่น่าสนใจกับประเด็นที่เตรียมไว้ นั่นคือ

ประเด็นที่สรุปให้เรื่องราวทั้งหมดเป็น Reality show รวมไปถึง การเสียดสีความลุ่มหลงมัวเมากับการโหวต SMS ตัดสินชะตาชี้เป็นชี้ตายตามรายการทีวีปัจจุบัน ไม่น่าแปลกใจที่ การโหวตด้วย SMS ในรายการทีวีทุกวันนี้ยังประสบความสำเร็จทางรายได้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะการได้โหวตตัดสินชะตาชีวิตของคน มันตอบสนองความต้องการเบื้องลึกของคนเรา ในระดับหนึ่งเรามีความสุขกับการโหวตคนที่เรารักและชื่นชม ในอีกระดับหนึ่งมันก็เป็นการโหวตที่ตอบสนองความรู้สึกที่ได้ควบคุม การได้อำนาจที่จะจัดการชีวิตของคนอื่น จึงเห็นได้ว่าแทบทุกรายการที่นิยมออกมาประกาศว่า ผู้เล่นในเกมส์จะอยู่หรือจะตกรอบ จะได้รางวัลหรือจะต้องออกจากบ้าน คุณคือผู้ตัดสิน เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธทางจิตวิทยาที่ใช้ประโยชน์จากคนดูได้มาตลอด

...หากมองย้อนกลับไปหลังจากหนังเฉลย ก็จะพบว่าความจริงแล้วหนังวางคำใบ้ให้คนดูไว้อยู่เป็นระยะๆอยู่แล้ว ทั้งภาพที่ปรากฎบนจอบางช่วงเหมือนสัญญาณไม่ชัด หรือ บางฉากที่วิ่งไล่ตัวละครเหมือนดูจากกล้องถ่ายวิดิโอ เป็นการบอกว่าภาพที่เราได้ดูเป็นการถ่ายทำโดยมีคนตามถ่ายอยู่ และ ก็สามารถอธิบายความน่าสงสัยบางอย่าง เช่น มินิมาร์ทร้างกลางป่า ว่า มันคงเป็นฉากหนึ่งที่ทีมงานได้เตรียมไว้ แต่ คำใบ้คำอธิบายเหล่านั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะคนดูจำไม่ได้เสียแล้ว หลังจากหนังเฉลยออกมาแบบ คาดไม่ถึง และ ทำให้คนดูต้องตกตะลึงพรึงเพริศ พลางคิดไปว่า ช่างกล้านัก ที่เฉลยกันแบบนี้

...มันเหมือนกับการมีความคิดสร้างสรรค์ แต่อยู่ผิดที่ผิดทาง ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ไม่ได้ดูว่าที่ผ่านๆมาหนังทั้งเรื่องมันเข้ากับตอนจบแบบนี้ได้หรือไม่ เหมือนกับ มีภาพจิ๊กซอว์ดีๆในมือสองส่วนแล้วพยายามจับมันมาประกบกัน โดยไม่ดูว่า รอยต่อของสองส่วนนี้ มันไม่ได้เข้ากันเลย นับตั้งแต่ตัวบทเองที่ขาดความรอบคอบรัดกุมในการจะตอบโจทย์ว่าทั้งหมดเป็นรายการฆ่าตามโหวตของคนดู หนังบางเรื่องที่เนื้อหาดูไม่น่าเชื่อถืออย่าง Battle Royal เลี่ยงไปพูดถึงว่าเป็นโลกอนาคต บางเรื่องที่บทสรุปเป็น reality show เหมือนกันเลี่ยงไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดเป็นหนังที่ฉายแบบใต้ดิน แต่ในเรื่องนี้ การเฉลยมาว่าเป็น reality show ปกติในโลกปัจจุบันในประเทศเรา ที่แม้แต่เด็กก็โหวตได้ ดูยังไงก็ขัดความรู้สึกและคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ เช่น เหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลาแค่วันเดียวซึ่งไม่น่าจะโหวตอะไรได้ทัน , การฆ่าหลายตอนก็เป็นโดยไม่สามารถกำหนดได้ ,หนังยังให้มีตัวละครอีกกลุ่มขึ้นรถกลับบ้านไปแล้วกลุ่มนั้นจะไม่รู้และหาทางช่วยเพื่อนเชียวหรือ ฯลฯ หนังเต็มไปด้วยรูโหว่ ที่คนสร้างไม่สามารถตามไปอุดได้หมด

และ ประการสำคัญ ความน่าเชื่อถือของการเฉลยหมดไปจาก ตัวพิธีกร ที่ออกมาบอกกับคนดูว่านี่คือ reality show คาแรคเตอร์วัยรุ่นของเขาขาดความน่าเชื่อถือว่าจะมาเป็นพิธีกรเกมส์ชีวิตแบบนี้ ดูแล้วน่าจะเหมาะไปโผล่ในรายการประเภทมิวสิควิดิโอมากกว่า แค่การหักมุมกะทันหันก็ยากที่จะทำให้คนดูเชื่อได้แล้ว พอมาเจอตัวละครบุคลิกแบบนี้ยิ่งทำให้คนดูรับไม่ได้มากขึ้น

... ผู้กำกับ ภาคภูมิ วงษ์จินดา จาก ฟอร์มาลีนแมน : รักเธอเท่าฟ้า ทำหนังออกมาได้ดีทีเดียว หนังดำเนินเรื่องไปได้เรื่อยๆทำให้คนดูได้ หายใจเข้าก็ เฮ้อ หายใจออก ก็ เฮ้อ เป็นพักๆ เป็นการถอนหายใจทั้งจากความสยดสยองของการฆ่ากันในเรื่อง ทั้งจากความรู้สึกสลดกับความสิ้นคิดของตัวละคร และ จากน้องปีใหม่ น้องแพท น้องพลอย น้อง...ฯลฯ

ไม่มีช่วงไหนที่รู้สึกว่าน่าเบื่อ หรือ รู้สึกว่าสะดุดอย่างจังๆ (ยกเว้นตอนเฉลยว่าเป็น reality show ความรู้สึกขณะนั้นอยากจะชื่นชมในความช่างคิดแต่มันกลับทำไม่ได้เพราะความรู้สึกประมาณว่า อะไรกันนี่ มันกลบความอยากจะชื่นชมไปหมด) แต่มันก็ยังไม่ใช่หนังสยองขวัญที่ขึ้นหิ้งน่าจดจำ และ ผมเองก็ยังชอบ 303 มากกว่าเรื่องนี้อยู่ดีถึงจะมีตอนจบที่น่าผิดหวังเหมือนกัน ปัญหาของหนังคิดว่ามีอยู่กระจัดกระจายทั้งจากบท ทั้งการแสดง แต่การเล่าเรื่องและกำกับฉากสยองจัดได้ว่าทำได้ดีทีเดียว แต่จะดีกว่านี้ ถ้าความสยองจะไปเน้นที่ จังหวะ และ ความรู้สึก มากกว่าไปเน้น ที่ความแหวะและสยองแบบเน้นๆที่ภาพเลือดสดๆกรีดจะๆ ซึ่งหนังไทยยุคปัจจุบันดูเหมือนจะพยายามเน้นไปที่ส่วนนี้นำมาเป็นจุดขายด้วยเข้าใจว่า สยดสยอง แต่มันเป็น ความน่าขยะแขยงมากกว่า และ แสดงให้เห็นว่าผู้สร้างเองไม่มีความสามารถในการกำกับความสยองตื่นเต้นจึงชดเชยไปที่ใส่เลือดสดๆและตับดิบๆเหล่านี้นี้แทน

สิ่งที่ชอบ

1.ไอเดีย ... ถ้าหนังทำได้ลงตัว จะเป็นการหักมุมที่เดาไม่ถูกและน่าจดจำ แฝงนัยยะการเสียดสีสังคม แม้มันจะออกมาน่าผิดหวัง แต่ก็จัดได้ว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจ และ ไอเดียการออกรูปแบบการฆ่าในหนังแม้ว่าจะคุ้นตาคนดูหนังสยองๆมาก่อน ก็ยังทำออกมาได้น่าสนใจไม่น้อย อีกทั้งไอเดียประยุกต์ ประเพณีรับน้อง มาคู่กับ ความสยองขวัญ ก็จัดได้ว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจเช่นกัน น่าเสียดายที่มีดีแค่ไอเดียแต่ขาดการต่อยอดมันออกมา

2. ความสยอง ... หลายฉากทำได้ดี ฉากมองทะลุหัวเห็นสมองเต้นตุ้บๆ แม้จะคุ้นๆกับมุมกล้องประเภทมองทะลุหัวไปเห็นคนที่ยืนดูอยู่อีกฝั่ง แต่ก็ยังทำออกมาได้แปลกตาอยู่ รวมไปถึง ความตายในหลายๆตอนก็ตื่นเต้นได้เรื่อยๆ

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ตอนจบ ... นับตั้งแต่พิธีกรหนุ่มออกมาแนะนำรายการ เมื่อนั้นหนังก็เหมือนกับการกระทำอัตวินิบาตกรรมตัวเองทันที

2. การแสดงของนักแสดงหลายคน ... ไม่เพียงแต่บทไม่เอื้อแต่การแสดงของหลายคนก็ไม่ทำให้ผมเชื่อเช่นกัน ว่าทุกคนต้องตกในสภาพกดดันสุดขีด หลายตอนที่ตัวละครคร่ำครวญให้เพื่อนฟื้นขึ้นมา แต่ดูยังไงก็ไม่รู้สึกว่าตัวละครนั้นมีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ ดูเป็นการพูดตามบทเท่านั้นเอง

สรุป ... เป็นหนังที่เหมาะกับการไปดูเป็นหมู่คณะ ที่จะกรี๊ดกันได้อย่างสนุกสนาน หรือ จะไปดูเป็นคู่ที่สามารถสวีทกันในโรงจากการตื่นเต้นกุมมือ(แต่ควรระวังสำหรับหนุ่มๆที่ไปกับแฟนจะจ้องสาวๆในเรื่องเพลิน) เป็น หนังไล่เชือดแบบไทยๆที่ทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง เรียกได้ว่า นับตั้งแต่ 303 ผมยังไม่ได้ดูเรื่องไหนที่ดีได้มากไปกว่านี้ คงไม่เสียดายตังค์กับเงินที่เสียไปสำหรับคอหนังแนวนี้ หากยอมรับได้กับจุดอ่อนและจุดหักมุมที่ทำออกมาดังที่เล่าไว้ข้างต้น




ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 11 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2548 13:28:54 น.
Counter : 4677 Pageviews.

76 comments
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
นุ่งซิ่นชวนแว้นคลายร้อน ตะลีกีปัส
(11 มี.ค. 2562 12:44:10 น.)
  
หึๆ ถ้าผมไปดูคงเอาหลอกสาวไปกรี๊ดมาซบแขนมากว่าจะไปดูเอาสาระล่ะครับสำหรับเรื่องน

เป็นบทความที่ดีครับี้
โดย: เด็กเหนือหนีหนาว (EE.Jump ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:05:41 น.
  
คงไม่ได้ดูคะ
โดย: Angel Tanya วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:25:53 น.
  
ระวังสาวอ้วกใส่แขนนะคะคุณ
ฉากสยองนองเลือกมาก
แค่ดูตัวอย่างก็อยากวิ่งหนีแล้ว
โดย: ชมทะเล วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:46:03 น.
  
ไม่ได้ดู เพราะอยู่ไทย แต่กลับไปอาจจะไปหาดูมังคะ เพราะคนพูดถึงกันเยอะจิงๆ เรื่องนี้
โดย: นางมารนอกสังกัด วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:32:12 น.
  
ดูแล้วไม่ให้ความรู้สึกผูกพันกับตัวละครเลย จำได้ก็จำได้แต่บทเด่นๆ ส่วนคนอื่นที่ไม่เด่นก็จำไม่ได้เพราะคนเล่นเยอะเกินไป
โดยรวมแล้วถือว่าโอเคครับ สยองตามหน้าหนัง ดูสนุก ลุ้น หวาดเสียวเกือบตลอดเรื่อง
เสียแต่ตอนจบที่หักมุมแบบนี้.. ทำลายทั้งเรื่องเลยครับ ถึงแม้ช่วงหลังๆ ของเรื่องความน่าสนใจอาจแผ่วลงบ้าง แต่เมื่อเฉลยปั๊บ ทำให้ไม่ชอบในหนังเรื่องนี้ไปพอสมควร

แต่โดยรวมโอเคครับ หนังดูสนุก ตื่นเต้น คนเล่นน่ารัก ฯลฯ ดูได้เพลินๆ ครับ
โดย: iui (iui ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:3:50:55 น.
  
อยากดูจัง
โดย: zaesun วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:56:39 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลย......เด๋วต้องไปดูซะแล้ว
โดย: ครีเอทีฟ หัวเห็ด วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:6:12:22 น.
  
ห่วย

โดย: นต IP: 210.1.12.100 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:08:13 น.
  
ตอนแรกคิดว่าไม่มีอะไรจะแย่เท่า ผู้หญิง 5 บาป อีกแล้ว หลังจากอ่าน...ให้คะแนนสุดห่วยพอกัน ...ทำไมน้า...คิดอะไรดีกว่านี้ไม่ได้แล้วหรือไง
โดย: Focus IP: 62.254.128.5 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:01:12 น.
  
เหอๆๆ เราจาบอกว่า (ขอโม้หน่อย) ไอ้ป๊อกอ่ะ เพื่อนเราเอง มันบอกว่ากรูได้ออกมาแปปเดียวเอง ก้อตายแหละ หนังเปนยังไงไม่รู้ แต่ยังไงขอเชียร์เพื่อนก่อนละกานนะ
จะดีจะชั่วก้อเพื่อนเรา *-*
โดย: *ruru* IP: 203.144.158.126 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:08:47 น.
  
เห็นโปรโมทในทีวี เค้าบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีบท เพราะต้องการอารมณ์สด ๆ ของนักแสดง

และผู้กำกับชื่นชมนักแสดงว่าเก่งมาก ๆ

ส่วนตัวคิดว่าไว้แผ่นออกค่อยเช่ามาดูจะดีกว่า
โดย: เจ้าหญิงส้ม วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:16:10 น.
  
โดย: erol วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:50:16 น.
  
ไม่ค่อยกล้าดูหนังประเภทนี้เท่าไหร่ค่ะ

ก็เลยคิดว่าคงไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้

ก็เลยอ่านซะละเอียดหมดได้เลย


เราชอบสามศูนย์สามเหมือนกันค่ะ

แต่ตอนนั้นกว่าจะรวบรวมความกล้าไปดูได้..แทบตายเหมือนกัน
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:49:50 น.
  
ว่าแต่เมื่อไหร่จะได้ไปดูหนังในช่องคอมเม้นท์ล่ะคะ?


เราว่าจะไปดูพรุ่งนี้
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:53:36 น.
  
ห่วยสุดๆๆๆ
หนังไม่มีบท จะเป็นหนังได้ไง
โดย: หุหุ IP: 158.108.12.128 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:58:14 น.
  
สวัสดีค่ะ แวะมาอ่านค่ะ
ชอบแว๊ปจากงานมาอ่าน blog คุณมากค่ะ
โดย: Michiyo วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:14:28 น.
  
สาวไกด์ใจซื่อ ... เร็วๆนี้ครับ ล่าสุดเพิ่งไปดู Yes มา แล้วก็ตั้งใจว่าจะเป็น เจ้าสาวซากศพ กับ Nana นี่ละครับ

Michiyo ... ขอบคุณครับ ผมเองก็ชอบแว่บจากงานมาอ่าน blog ตัวเองครับ

ขอบคุณทุกท่านกับทุกความเห็นครับ ยังรอความเห็นถัดๆไปอยู่เสมอครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:17:42 น.
  
แวะมาอ่านครับ ไม่ชอบหนังประเภทนี้เลยไม่ได้ไปดู แต่ชอบอ่านที่วิจารณ์นะครับ
โดย: PlankTON IP: 202.142.195.194 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:53:45 น.
  
ดูจากตัวอย่างแล้ว น่าหวาดเสียวดี แต่มันไปนึกถึง ไอ โน ว้อท ยู ดิส ลาส ซัมเมอร์ ไงไม่รู้ ตั้งใจว่าจะไปดูเหมือนกัน แต่คงต้องรอให้คนดูน้อยๆก่อน กลัวเสียอารมณ์ อย่างเมือ่คืนวันพุธไปดู โอริเวอร์ ทวิช มาไม่น่าเชื่อว่าหนังแบบนี้ วันแบบนี้ ยังมีคนดูนิสัย อี้อี่อ๊าอ่า อยู่ด้วย ได้ยินเกือบทั้งเรื่องเลย
โดย: merf1970 (merf1970 ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:20:20 น.
  
มารออ่าน Corpsed Bride ค่า
โดย: azzurrini วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:05:49 น.
  
แวะมาเก็บข้อมูลคำแนะนำครับ ขอบคุณครับ
โดย: Zantha วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:15:24 น.
  
กำลังจดๆ จ้องๆ อยู่ว่าจะไปดูดีป่าวอ่ะ
โดย: goddess_piggy วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:33:43 น.
  
อ่านวิจารณ์คุณแล้วชอบค่ะ ละเอียดและเห็นภาพดี เรื่องนี้คงไม่ไปดูค่ะ

มีเรื่องขำๆ เหมือนกัน เกิดขึ้นในขณะที่นั่งดูหนังเรื่อง Saw2 ตอนต้นๆ ของเรื่อง เด็กสาวสองคนที่นั่งติดกันกระซิบถามว่า พี่ค่ะ? ไม่ใช่? เรื่องรับน้องสยอง2 หรือค่ะ? พอเราบอกว่าเรื่องSaw2 สองสาวก็ลุกขึ้นบ่นกระปอดกระแปด ออกจากโรงหนังไปเลย.. (งัยนี่..มีภาคแรกตอนไหน น้องจ๋า... ภาคแรกจะรอดมั๊ยนี่)
โดย: ta IP: 202.183.140.133 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:39:11 น.
  
ดูมาแล้วเหมือนกันครับ รับไม่ได้กับตอนจบ เพราะทำลายหนังทั้งหมดไปเลย และตอนดูก็รู้สึกด่าตัวละครบางตัวว่าทำไมโง่อย่างนี้เนี่ย ออกมาจากโรงทุกคนด่าเป็นเสียงเดียวกันว่าจบแบบนี้ได้ไงเนี่ย เฮ้อ เหนื่อยครับหลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ
ปล. ครับ ถูกใจน้องปีใหม่มากเลย แจ้งเกิดก็คราวนี้แหละ
โดย: hamee IP: 202.183.190.14 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:56:26 น.
  
ขอบคุณครับ สำหรับข้อมูล
โดย: badzboyz IP: 61.7.129.23 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:20:05:31 น.
  
โดย: Film IP: 58.10.44.30 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:03:56 น.
  
ไปดูมาวันนี้ หนังก็โอเคดีค่ะ แต่ตอนจบ
โดย: alisa IP: 58.9.190.188 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:05:39 น.
  
ถ้าลองแอบชำเลืองมาที่โปสเตอร์เรื่องนี้ก็จะพบคำตอบว่าทำไมเหตุใดบทภาพยนตร์เรื่องนี้ถึงได้ออกมาในแบบที่เราๆเห็นกัน(จะเห็นว่าเรื่องโดยใคร โปรดักชั่นคือ บา....ซึ่งมีปัญหามากที่สุดกับบทที่ไม่ลงตัวแล้วยังดันนำมาสร้าง)
โดย: Film IP: 58.10.44.30 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:11:15 น.
  
วิจารณ์ได้ดีค่ะ
โดย: J IP: 61.91.113.234 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:14:31 น.
  
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ทำให้ผมประหยัดเงินได้ 100 กว่าบาทเลย
โดย: ปาเป้บูบ้า IP: 58.136.84.235 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:18:03 น.
  
กิ๊ก
โดย: 12 พฤศจิกายน 2548 IP: วันที่: 1:30:28 เวลา:58.8.26.197 น.
  
ไม่ไหวเลยครับ รับไม่ได้ ตอนจบฆ่าตัวตายทั้งเรื่องเลย ออกมาจากโรง อยากจะขำ แต่ขำไม่ออก อยากจะร้องไห้ ก้ทำไม่ได้ อึดอัดมากๆ อย่าไปดูเลยครับ The Texas Chainsaw กินขาด 100 %
โดย: ห่วยมาก IP: 61.91.79.251 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:33:01 น.
  
โดย: huruhim IP: 210.246.160.3 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:47:51 น.
  
โดย: เจ้าป้าจังกึม IP: 58.147.48.29 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2548 เวลา:13:49:26 น.
  
ไม่ชอบแนวนี้เท่าไหร่ แต่วันนี้เพิ่งไปดูหนังมา ได้ดุตัวอย่างเรื่อง "ลองของ" ที่มะหมี่เล่น
กับคำโปรย เสียวสยองทุก 2 นาที อืม
ถ้าเป็นงั้นจริงไม่ดูแน่นอน เดี๋ยวหัวใจวายกันพอดี
โดย: Bi-tong IP: 203.118.109.70 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:27:40 น.
  
ไปดูเรื่องนี้มาแล้ว ค่อนข้างผิดหวังทีเดียวครับ ดูแล้วมีความรู้สึกว่าเหมือนหนังฝรั่งหลายๆเรื่องจริงๆ ที่นึกถึงมากที่สุดก็คือ I Know/I Still Know What You Did Last Summer และ The Texas Chainsaw Massecre โดยเฉพาะฆาตกรที่ใส่ชุดและอาวุธที่ตามไล่ล่าตัวละครไม่ผิดเพี้ยนไปจาก 2 เรื่องนี้จริงๆครับ แต่ว่าผิดหวังว่าไม่มีที่มาที่ไปของการไล่ล่าหรือของฆาตกรเลยแม้แต่น้อย เลยดูจะไม่มีเหตุผลเอามากๆทีเดียว มีแต่ภาพการฆ่าและการไล่ล่าเหยื่อที่รุนแรงอย่างเดียวจริงๆเลยครับ จนรู้สึกโหดมากๆจนหลายฉากน่าสะอิดสะเอียนจนคล้ายๆ Texas Chainsaw ทีเดียวครับ แต่ขณะที่บางฉากก็มีดนตรีประกอบสนุกซะจนหายตื่นเต้นไปเลย คงทำไว้ไม่ให้หนังน่ากลัวหรือตึงเครียดจนเกินไปมั้งครับ จริงๆถ้าทำหนังให้มีความตื่นเต้นอย่างมีชั้นเชิงมากกว่านี้อย่างเช่นใน I Know/ I Still Know ต้นตำรับ คงจะน่าสนใจกว่านี้มากๆครับ

โดยส่วนตัวจะรู้สึกว่าหนังจะโทนๆ I Know/ I Still Know และ The Texas Chainsaw ค่อนข้างมาก มากกว่า Battle Royale เพราะถึงจะเป็นการฆ่าจำนวนมากๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นฆาตกรผู้ล่าจะเป็นคนเดียวหรือสองคนตามล่าเด็กๆวัยรุ่นน่ะครับ แต่ก็รู้สึกอยู่เหมือนกันว่าหนังพยายามแสดงให้เห็นเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีกับเพื่อน ตรงนี้ที่น่าจะมีส่วนคล้ายๆ Battle Royale ครับ

เห็นด้วยและเข้าใจว่าหนังคงพยายามเน้นสื่อประเด็นเกี่ยวกับการรับน้อง ความเสี่ยงและความรุนแรงจากอันตรายต่างๆจากการรับน้องที่ดูเหมือนจะเกิดจากการเอาแต่ใจและไม่ฟังใครของรุ่นพี่บางคน ทั้งๆที่จริงๆดูแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าเนื้อหาในเรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวกับการรับน้องเลย นอกจากการพาน้องมาตกที่นั่งลำบากในสถานการณ์ที่อันตรายในต่างจังหวัด ดูแล้วไม่น่าจะชื่อว่า รับน้องสยองขวัญ เลยนะครับ

ตอนแรกเดาว่า ฆาตกรคงเป็นหนึ่งในบรรดากลุ่มรุ่นพี่รุ่นน้องนั่นเอง แล้วก็คงเอาฉากของการรับน้องต่างจังหวัดเป็นสถานที่สำหรับการไล่ล่า หรือเกิดจากภาวะความกดดันจากความเครียดหรือจากการสูญเสียชีวิตของเพื่อนสนิทหรือของแฟนของตัวละครบางคนที่ทำให้คนใดคนหนึ่งกลายเป็นฆาตกรไป ซึ่งน่าจะทำให้เนื้อหาน่าสนใจ เพราะมีที่มาที่ไปของการไล่ล่าเหยื่อของฆาตกรมากขึ้นครับ

ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ที่น่าสนใจของคุณผมอยู่ข้างหลังคุณครับ
โดย: Tempting Heart วันที่: 12 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:33:42 น.
  
แอบฮา

อยากดูซะงั้น
โดย: ก. IP: 210.246.162.65 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:29:24 น.
  
คงไม่ดูแน่ๆแหละ
โดย: p_tham วันที่: 13 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:48:38 น.
  
จะเลือดสาดเหมือน the wax house หรือเปล่าไม่รุ้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมอยากดูเพราะเอาตื่นเต้น แต่ไม่มีเพื่อนไปดูด้วยเลย
โดย: christian chang IP: 210.1.18.82 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:46:40 น.
  
สวัสดี รับน้องสยองขวัญงุดๆเลย
โดย: tai IP: 203.151.140.121 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2548 เวลา:3:16:42 น.
  
ไว้รอดู VCD ดีก่า
โดย: aaa IP: 202.57.180.213 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:32:08 น.
  
พึ่งไปดูมาวันนี้เองครับ
สำหรับผมพึ่งไปดูมาก็ชอบนะครับ โดยเฉพาะตอนจบอ่ะครับคิดได้ไงเนี่ย

แล้วก็สาวๆในเรื่องน่ารักครับ ตัวหนังสำหรับผมนี่ก็โอเคนะครับใช้ได้เลย

แต่ผมก็เห็นด้วยนะครับที่ว่า 303 ดีกว่า
โดย: เรียวอิจิ IP: 61.91.95.157 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:30:14 น.
  
ช่วงแรกอยากดูตอนนี้ไม่อยากดูและ
โดย: ผู้เยียมชม IP: 61.91.127.161 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:37:24 น.
  
อ่อ คนเขียนเขียนออกมาจากความรู้สึกจิงๆเหรอคะ คือแบบว่ามานสุดยอดมากเลยอ่ะ แบบมันเปงคำพูดที่เราอยาจะเอ่ยแต่มานลำดับไม่ถูกอ่ะค่ะ คือคุณสื่อออกมาได้ดีแล้วก้อเข้าใจว่ามันเปงยังไง แบบง่ายๆก้อคือคุณเขียนได(หรือวิพากหนังเรื่องนี้)สื่อความรู้สึกออกมาดีกว่าหนังเรื่องนี้ทำเสียอีก ^^ ชื่นชมๆ เปงนักวิจารหนังตัวจิงหรือเปล่า ชอบมากๆเลยอธิบายถูกใจ ^^
โดย: พลอยๆๆ (ยังไม่ตายอ่ะ) IP: 203.188.57.246 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:32:58 น.
  
thank
โดย: ncm IP: 58.8.26.152 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:04:17 น.
  
ตามมาจากห้องนู้นครับ จขกท. เขียนบทวิจารณ์ได้ดีทีเดียวและมีมุมมองที่ใกล้เคียงกับผมมากเลย( นึกว่าจะมีผมคิดคนเดียวเสียอีก ) แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างจะไม่ชอบกับภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นๆก็คือ การให้ความสำคัญกับดาราตัวแสดง ครับ น่าเบื่อมาก ดูแล้วมีความรู้สึกว่าวงการนี้ดาราคนไหนที่ทางค่ายพยายามจะปั้นขึ้นมาเพื่อเป็นนางเอก แม้มาเล่นหนังสยองขวัญ เธอก็จะไม่มีทางโดนทำอะไรได้เลย เหรอ??? เห็นแล้วน่าเบื่อครับ นี่กระมังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คุณภาพการแสดงของดาราไทยไม่เคยโตขึ้น


หลายส่วนชอบครับแต่สิ่งที่เบื่อคือ

" นังแพท เลิกโอเวอร์แอ็กติ้งได้แล้วเว้ย!! "

เฮอเฮอ ขอบคุณ จขกท. ที่ช่วยให้ได้ระบาย
โดย: ลอร์ด โวลเดอร์มอร์ต IP: 203.118.116.209 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:50:08 น.
  
ตอนแรกก็ดูแล้วน่าจะสนุกนะ
แต่ตอนจบนี้ ผู้กำกับคิดผิดหรือเปล่านี้
มันไรระยิ่งนัก ทั้งๆที่ควรจะจบแบบ เหลือรอด
หรือตามสตายหนังฝรั่ง หนังเรื่องนี้จะไปได้ไกลเลย
โดย: DM Fustromic (Elementals ) วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:02:14 น.
  
เห็นด้วยกับสิ่งที่บรรยายมาทั้งหมด แบบว่าดี แต่ไมเสร็จ แต่หนังไทยเดินมาตามทิศทางที่ดีขึ้นแล้วครับ
โดย: aaeyposh IP: 61.47.99.141 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:19:24:35 น.
  
หนังสุดห่วย

แต่บทวิจารณ์ไม่ห่วยจ้า
โดย: Ryuichi วันที่: 18 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:53:44 น.
  
คงไม่ไปดูอะค่ะ รอVCDดีกว่า ^^
โดย: florentyna IP: 58.10.188.91 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:21:59:03 น.
  
ไม่ได้ดูค่ะเรื่องนี้ แวบเข้ามาอ่าน เพราะเห็นวิจารณ์ตอบจบกันเยอะ รู้สึกเหมือนกันเลยค่ะ หนังไทยแนวนี้ชอบ303 สุดๆแล้ว
โดย: AsianDelight IP: 129.11.121.186 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:23:25 น.
  
ตายตอนจบจริงๆครับ
โดย: Ooh_hoO IP: 58.64.101.190 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:3:10:54 น.
  
หม
โดย: 20 พฤศจิกายน 2548 IP: วันที่: 11:35:59 เวลา:203.188.40.90 น.
  
โทษค่ะเผลอกดไปมันก็เลย add เป็นความคิดเห็นที่ 53 เข้าเรื่องนะคะ ปกติเป็นคนชอบดูหนังแนว สืบสวน สอบสวน ฆาตกรรม แต่เรื่องนี้คิดว่าไม่อยากดูเพราะคิดว่าคงจะเป็นแนวที่เดาๆเรื่องได้ แล้วเมื่ออ่านทั้งหมดแล้วก็คิดว่าถ้าตัวเองเป็นคนที่ไปดูในโรงหนังก่อนที่จะทราบว่าตอนท้ายเป็นยังไง คิดว่านะคะ อาจจะคิดไป 2 อย่าง 1. โห! ทำอย่างนี้ได้ไงเนี่ยที่ลุ้นๆมาเนี่ยสรุปแล้วเป็นงี้เหรอ หรือ 2. ถ้าเดาไปตลอดจนคิดแล้วว่าฆาตกรน่าจะเป็นประเภทนั้นประเภทนี้แล้วออกมาเป็นอย่างนี้ อาจจะคิดว่านายแน่มากที่ทำให้ งง ได้ขนาดนี้ เพราะส่วนตัวแล้วอ่านนิยายสืบสวนฆาตกรรมค่อนข้างมากและจะเดา คิดไปด้วย ส่วนใหญ่ถูก แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่อ่านแล้วเดาแทบตาย กลายเป็นคนที่เล่าเหมือนคนที่เป็นคนสืบสวนเป็นคนฆ่าเอง ตอนนั้นก็คิดประมาณนี้เหมือนกัน
เอาเป็นว่าสรุปว่าถ้าไปโดยไม่รู้ว่าหนังจะจบยังไงแล้วถึงตอนจบคงเซ็งเหมือนถูกหลอก แต่ตอนนี้รู้แล้วจบยังไง ก็อยากจะลองไปดูว่า มี shot ไหนบ้างที่สามารถจับผิดได้ว่ามันจะเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ในรายการค่ะ
โดย: หมู IP: 203.188.40.90 วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:42:35 น.
  
เป็นบทวิจารณ์ที่เขียนได้ดีครับ

จริง ๆ ผมอคติกับเรื่องนี้ตั้งแต่ชื่อเรื่องแล้ว มันเหมือนสนับสนุนความขี้ระแวงของผู้ใหญ่บ้านเรายังไงไม่รู้

จริง ๆ ผมก็เกลียดการว๊ากน้องหรือสร้าง unity แต่นโยบายบ้าบอของพวกผู้ใหญ่ตอนนี้มันทำให้กิจกรรมดี ๆ อย่างอื่น ชะงักไปด้วย

โดย: ShadowServant (ShadowServant ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:43:25 น.
  
ยังไม่ได้ดูค่ะเพราะอยู่ต่างประเทศ สรุปแล้วทุกคนในเรื่องคือตายกันจริงๆใช่ป่าวคะ เอ ถ้าเป็น Reality Show นี่มันไม่น่าถึงกับตายจริงๆนะแบบสร้างฉากให้ตายจะน่าเชื่อกว่า เพราะการฆ่าคนสดๆผ่านรายการแบบนี้มันไม่อยู่แล้วในความเป็นจริง ใครช่วยตอบให้หายสงสัยหน่อยค่ะ
โดย: Mimi_Ne IP: 82.64.101.8 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:37:27 น.
  
ไปดูด้วยความคาดหวังต่ำสุดแล้วแต่ก็ยังผิดหวังจนได้ การทำงานแบบไม่มีบทผู้กำกับต้องแม่นเรื่องและเอาอยู่จริงๆนะผมว่าถึงจะรอด เนื้อเรื่อง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีฉากไหนที่ทำให้คนดูนึกย้อนและเชื่อได้เลยว่ามันเป็นการจัดฉากฉ่าตามคำสั่ง แต่ก็ขอบคุณครับที่ทำให้ได้คิดว่าในเมื่อเราไม่ได้ชื่นชอบความรุนแรงแล้วจะไปเสียเวลานั่งดูหนังที่ขายภาพลักษณะนั้นทำไม เอาใจช่วยนะครับแต่รบกวนคิดให้มากและรอบคอบกว่านิดหน่อยครับผม
โดย: คลุกวงใน IP: 221.128.120.2 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:28:05 น.
  
ไม่กล้าไปดูครับ
โดย: Trigueiros IP: 61.91.87.253 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2548 เวลา:2:53:16 น.
  
สาระอยู่ตรงไหน นอกจากฆ่ากันอย่างเดียว
โดย: คำเหลา IP: 58.147.1.195 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:51:35 น.
  
อยากดูก็ไปซื้อแผ่นมาดูเหอะ ไปดูในโรงหนังเสียดายเงินป่าว ๆ อะนะ
โดย: คำล่า IP: 58.147.1.195 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2548 เวลา:16:53:11 น.
  
รอดูวีซีดีครับ ทีแรกจะไปดูเเล้ว เหนหลายคนบอกหนังห่วยเลยกะรอดูแผ่นละกัน
โดย: sins IP: 58.10.95.158 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:23:44:38 น.
  
เป็นหนังที่ คิดว่าไม่ได้ดู(ไม่ชอบแนว) และก็คงไม่ได้ดูดังคาด
โดย: polyodon IP: 61.19.52.38 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:9:52:13 น.
  
ไม่ได้ดู แลยเข้ามาอ่าน
แต่ก็เหมือนไปดูเองเลย
คอมเม้นเขียนยากจังเลยง่ะ พื้นมันสีดำ ตัวหนังสือก็สีดำ..
พิมอะไรไปมั่งแล้วหว่า
โดย: SFFC IP: 203.113.80.8 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2548 เวลา:12:20:56 น.
  
อ่านแล้วรู้สึกไม่อยากดูยังไงไม่รู้แหะ
โดย: gunkung IP: 61.90.78.35 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:07:27 น.
  
ช่างกล้านัก
โดย: NaM_pRiG IP: 58.64.104.162 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:55:24 น.
  
เสียดายเวลาที่หลงไปนั่งดูครับ
โดย: treva IP: 202.5.88.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:41:13 น.
  
ตามอ่านอยู่เรื่อยๆ ครับ เรื่องนี้ไม่คิดจะดูอยู่แล้วเลยเข้ามาอ่านตอนจบได้
แอบขำตรงนี้ครับ
"ในขณะที่ผมได้แต่นั่งคิดว่า “ป๊อกไหนวะ”"
ฮ่าๆๆ
โดย: absent-minded IP: 218.6.247.244 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2548 เวลา:5:32:30 น.
  
ดีจัง ที่ไม่ได้ไปดู
โดย: Queen_of_Rain IP: 61.90.236.128 วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:14:40:43 น.
  
ไปดูมาแล้ว..เคืองใจตอนจบฮะ
โดย: fox IP: 61.91.71.192 วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:17:15:08 น.
  
อ่านแล้วฮา
โดย: แก้มป่อง IP: 202.142.193.16 วันที่: 14 กันยายน 2549 เวลา:20:43:36 น.
  
สนุกมากอยากไปดูอีกชอบมาก
โดย: พลอย IP: 203.113.17.142 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:12:00:41 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ..
เซงงตอนจบเหมือนกันเลยย..
นั่งลุ้นแทบตาย สุดท้าย เป็น Reality ซะนี่..
โดย: ฉันขอมีเธอในหัวใจ วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:20:20:42 น.
  
รถวิ่งเข้าป่ามาเปีปเดียวเอง ยังสว่างอยู่ด้วย เดินตามถนนย้อนกลับไปก็ถึงทางออกแล้ว

จะเดินเข้าป่าให้หลงกันทำไมงงจัง
โดย: sanya IP: 58.8.167.171 วันที่: 30 มิถุนายน 2552 เวลา:17:44:55 น.
  
ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับที่ออกมาอธิบายเหตุผลที่ใช้โครงเรื่องแบบนี้ว่า "ต้องการสื่อถึงการฆ่าผู้บริสุทธิ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้" มันเกี่ยวกันตรงไหนคะ ไม่เห็นเข้าใจเลย ไร้แก่นสารมาก ผู้วิจารณ์คิดได้ดีเกินผู้กำกับอีกค่ะ น่าชื่นชมจริงๆ
โดย: I am you IP: 117.47.20.169 วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:03:14 น.
  
ดูแล้วน่ากลัวจัง ตายจริงหรือป่าว
โดย: ฟ้า IP: 192.168.1.108, 124.157.153.97 วันที่: 31 มกราคม 2553 เวลา:14:59:57 น.
  
ไม่ตายจริง ไม่เห็นน่ากลัวเลย
โดย: ฟ้า IP: 192.168.1.108, 124.157.153.97 วันที่: 31 มกราคม 2553 เวลา:15:03:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด