The Holiday , จะทำอย่างไรในวันที่ใจเจ็บ


คุณจัดการกับชีวิตอย่างไรในวันที่ใจสลาย


ก่อนจะถึงช่วงหยุดยาวเทศกาลคริสต์มาสไม่กี่วัน



สาวชนบทจากอังกฤษอย่าง ไอริส ค้นพบว่า เพื่อนร่วมงานของตัวเองที่แอบคบกันมานาน ประกาศเปิดตัวคู่หมั้นกลางอากาศโดยไม่มีระแคะระคายมาก่อน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาทียังจู๋จี๋สวีทหวานกันอยู่



สาวอเมริกันสุดฮิปอย่าง อแมนด้า ค้นพบว่า คนรักที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันไปมีอะไรกับรีเซพชั่นของบริษัท แถมยังตำหนิว่าเธอเป็นเหมือนตัวการที่ทำให้ชีวิตคู่ไปไม่รอดจากความบ้างานและไม่ใส่ใจอีกฝ่าย

...หลังจากรับรู้ความจริงที่ทำให้หัวใจต้องแตกสลาย คนหนึ่งร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง คนหนึ่งไม่หลั่งน้ำตาแต่ว่ามีอาการทางกาย แม้จะแตกต่างทางการแสดงออกแต่ทั้งสอง มีความรู้สึกลึกๆในใจไม่ต่างกัน นั่นคือ

ความเจ็บปวด

...เมื่อต้องเจ็บปวดจากความรัก หลายคนพยายามทำตัวให้ยุ่งเหมือนกับที่เคยอ่านเจอในคอลัมน์หรือตำราจิตวิทยา ด้วยเชื่อว่า อะไรๆมันจะดีขึ้น แต่ปรากฎว่ายิ่งทำอะไรต่อมิอะไร ใจก็ยังเจ็บอยู่เหมือนเดิม

และสิ่งที่สองสาวในหนังเรื่องนี้เลือกทำ คือ เปิดเว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการแลกเปลี่ยนบ้าน และจัดการแลกเปลี่ยนบ้านกันเป็นเวลาสองสัปดาห์ ด้วยหวังว่า การเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

...ในตอนต้น ทั้งคู่พบว่า แม้เดินทางข้ามทวีปหลายพันไมล์ ใจก็ยังไม่หายเจ็บ เช่นเดียวกับที่หลายๆคนพยายามหาอะไรทำให้ยุ่งๆด้วยหวังว่าจะผ่านช่วงเวลานั้นไปและ หัวใจจะกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม

ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงต้องโยนคู่มือทำใจทิ้งไป เพราะเข้าใจว่า วิธีเหล่านั้นไม่ได้ผล ซึ่งที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เหตุที่ไม่ได้ผล

นั่นเป็นเพราะสิ่งที่ ทั้งเรา ทั้งไอริส และ อแมนด้า พยายามจัดการคือ พฤติกรรม แต่สิ่งที่เจ็บช้ำอยู่ข้างในคือ ความรู้สึก

ไอริส เปลี่ยนแปลงแค่พฤติกรรม แต่ ความรู้สึกของเธอยังผูกใจไว้กับ แจสเปอร์ ผู้ชายที่มีเธอเป็นแค่คนสำรอง ส่วน อแมนด้าแค่ย้ายบ้าน แต่ ความรู้สึกของเธอยังถูกจำกัดกรอบด้วยความคิด

ศาสตร์ที่เรียกว่า Enneagram ซึ่งใช้เพื่อเข้าใจตัวเองและคนอื่นๆนั้น แบ่งคนออกเป็น 9 ลักษณะ(type) และ จับกลุ่มรวมกันได้เป็น 3 ศูนย์ ลักษณะของคนที่เด่นในความคิดจะมีศูนย์กลางที่สมอง และ ลักษณะคนที่ใช้ความรู้สึกเป็นหลักก็จะมีศูนย์กลางอยู่ที่หัวใจ ซึ่งนั่นคือ ลักษณะเด่นของสองตัวละครหลักในเรื่อง

...หลายฉากในหนังฉายตัวตนของสองสาวให้เราได้เห็นว่า อแมนด้า คือคนที่ใช้ความคิดนำทางชีวิตไป เราจะเห็นภาพความคิดเธออยู่ตลอดเวลา และ เห็นว่าเธอจมอยู่กับความคิด ส่วน ไอริส คือ คนที่ใช้ชีวิตโดยให้ความสำคัญกับความรู้สึก เธอพร้อมที่จะเจ็บและพร้อมที่จะสุขโดยไม่ทันได้คิดว่า สิ่งที่เป็นอยู่นั้นมันดีจริงๆสำหรับเธอหรือไม่ เธอเจ็บปวดโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่ต้นก่อนจะถูกบอกเลิก กับการมีชีวิตแบบหวานอมขมกลืน อยู่ใน วงจรของความร้าวราน

วงจรของความร้าวราน เป็น วงจรความรักที่เหตุผลไม่อาจช่วยเหลือใครให้หลุดพ้น


ตัวอย่างเช่น เราอาจบอกเพื่อนเราไม่รู้ต่อกี่หน ให้เดินออกมาจากคนรักประเภทเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายที่มีแต่คอยทำร้ายจิตใจ

บทจะร้าย ก็อาจอาละวาดทำร้ายร่างกาย หรือ ไปสวีทหวานกับอีกคน ทำให้ต้องทนเจ็บช้ำ จนคิดที่จะเลิกราจากอีกฝ่ายไปเสียที แต่ พอบทจะดี ก็หวนกลับมาเอาอกเอาใจ และ ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ จนลืมวันเก่าๆที่เคยเจ็บและเลิกคิดจะแยกทาง ทั้งที่รู้ว่า อีกไม่นาน ความเดี๋ยวร้ายของเขาก็จะกลับมา

แจสเปอร์ คนรักเก่าของไอริสเป็นกรณีศึกษาที่ดีของ คนรักที่มักจะฉุดให้อีกฝ่ายต้องตกอยู่ในวงจรนี้ คนรักที่ไม่เคยเห็นคุณค่าใดๆนอกจากหวังให้ตัวเองมีความสุข และ มีความสามารถในการปรนเปรอคำหวานและการเอาใจ

แจสเปอร์ ทำให้ ไอริส รู้สึกถึงการมีคุณค่า การเป็นคนสำคัญ และ ผู้ชายอย่างแจสเปอร์ก็คือคนที่ฉวยโอกาสจากความสัมพันธ์ด้วย การสร้างคุณค่าจอมปลอมเพื่อหวังผลตอบแทน

ไอริส ไม่รู้ตัวหรอกว่า ตัวเองไม่ได้เริ่มต้นเจ็บปวดตอนที่รู้ความจริง แต่เธอนั้น เจ็บแบบไม่รู้ตัว นับตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาอยู่ในวงจรนี้ ความเจ็บที่มีคำหวานและการเอาใจ คอยกลบไว้ให้ลืมว่าตัวเองนั้น เจ็บปวดและทุกข์ทรมานมากมายเพียงใด

ไอริส และ อีกหลายๆคน ไม่ทันได้ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง ไม่ทันตระหนักว่าตัวเองนั้นดีเพียงพอ ไม่ทันได้รู้ว่าชีวิตที่ดูเหมือนจะมีความสุขในวงจรที่ว่านี้แท้จริงแล้วมันเหนื่อยแสนสาหัส และ เรายังดีพอหรือมีค่ามากพอที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้

วงจรนี้ก็เป็นวงจรเดียวกับที่ ไมล์ ชายหนุ่มที่เธอพบในบ้านหลังใหม่ต้องเผชิญ ทั้งคู่ได้มีโอกาสที่จะหลุดจากวงโคจรนี้ไอริสจะสามารถเดินออกมา เมื่อวันที่เธอได้สัมผัสถึงความรู้สึกภายในได้เข้าใจไม่ใช่แค่ที่เหตุผล แต่ได้สัมผัสเข้าไปข้างในจริงๆ ว่า การมีชีวิตอยู่ในวงจรนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีจริงๆ



ไม่ใช่แค่นั้น การมีเธอ ที่ดีอย่างสม่ำเสมอและจริงใจ ก็ช่วยให้ ไมล์ ได้ค้นพบ ใครบางคนที่ยืนอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจในวันที่ใจเจ็บปวด เมื่อทั้งสองหลุดจากวงโคจร ก็ทำให้ได้พบ คนที่เติมเต็มกันและกัน ได้พบ ชีวิตที่ดีกว่าเดิม

...ส่วน อแมนด้า ที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวใดๆ ก็ไม่รู้ว่าทำไมภายในร่างกายมันจึงแสนอึดอัดทรมาน การไม่มีน้ำตาของ อแมนด้า ไม่ได้แปลว่า เธอไม่เจ็บปวด

เหตุผลอธิบายได้จาก ข้อเท็จจริงที่ว่า คนที่มักแสดงออกด้วยอาการทางกาย(somatization) มักเป็น คนที่ไม่ถนัดหรือไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกของตัวเอง และ ไม่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเหมาะสม จิตใต้สำนึกจึงแปรเปลี่ยน ความรู้สึกไม่ว่าจะเป็น โกรธ เกลียด ร่าเริง ดีใจ ฯลฯให้ออกมาเป็น อาการทางกาย เช่น หายใจไม่อิ่ม เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ปวดหัว นอนไม่หลับ ฯลฯ



เราจะเห็น อแมนด้า เพียรพยายามหาอะไรทำให้หมดวัน และ สมองของเธอนั้นจัดการเปลี่ยนความรู้สึกให้ออกมาเป็นหนังตัวอย่าง แทนภาพความคิดความรู้สึกของตัวเธอ และ สมองก็คอยจะหาเหตุผลต่างๆนานาในการตัดสินใจว่าเธอควรหรือไม่ควรคบกับเกรแฮม

สิ่งที่เธอขาดหายไปนั้นคือ การพยายามสัมผัสความรู้สึกและความต้องการตัวเอง ว่าใจเธอนั้นปรารถนาอะไร ไม่ใช่ สมองสั่งว่าควรทำอะไร

อแมนด้าอยู่กับ ความกลัว และ ความคิด ที่มักจะคอยจินตนาการเรื่องราวต่างๆล่วงหน้า เธอลืมไปว่า ความรักไม่ได้อาศัยความคิด แต่ ความรักมีรากมาจากความรู้สึก



ในตอนท้าย การร้องไห้ จึงเป็น สิ่งที่ร่างกายเธอช่วยเธอให้ได้กลับไปเข้าใจว่า ความรู้สึกรักใครสักคนนั้นมันยิ่งใหญ่กว่าเหตุผลนานัปการที่เธอยกตัวอย่างมาอยู่กับใครสักคน


… ชื่อหนัง The Holiday นอกจากจะหมายถึงช่วงเวลาวันหยุดของตัวละคร ยังมีความหมายพาคนดูเข้าไปนั่งอยู่ในบรรยากาศผ่อนคลาย คล้ายกับการใช้ชีวิตในวันหยุดสบายๆ ตามสไตล์ของผู้กำกับ แนนซี่ เมเยอร์ส เจ้าแม่ของหนังนุ่มนวลชวนฝัน อบอวลด้วยความสุข และ บทสรุปอันรื่นรมย์ เหมาะสมกับเทศกาลวันหยุด นั่นทำให้ หนังของเธอไม่เหมาะกับคนดูผู้ไม่ชอบหนังในแนวทางเรียบง่ายขายความสุขสำเร็จรูป แต่ หากมองให้ลึกซึ้งแล้ว ในความง่ายไม่มีอะไร the Holiday ก็ใช่จะตื้นเขินไปเสียทีเดียว

จริงอยู่ว่า หากเทียบกับหนังที่ให้อารมณ์อบอุ่นอิ่มสุขสองเรื่องก่อนของเธออย่าง What Women Want และ Something’s Gotta Give แล้ว The Holiday ดูจะด้อยกว่าชัดเจนในแง่ของความแปลกใหม่ เพราะ พล็อตหนัง The Holiday เป็นสูตรสำเร็จที่พบได้ในหนังโรแมนติกทั่วๆไป แทบจะไม่มีจุดเด่นอะไรในตัวเหมือนกับสองเรื่องนั้น

แต่ The Holiday กลับทำให้ผมรู้สึกประทับใจได้มากกว่าหนังสองเรื่องก่อน หนังผสมผสานทุกอย่างกันได้แบบลงตัว ทีมนักแสดงที่มาเล่นกันแบบสบายๆและเข้าคู่กันได้ดี ทุกตัวละครไม่ถูกทอดทิ้งและมีเสน่ห์แถมยังแอบมีคนดังโผล่มาเป็นแขกรับเชิญให้ฮือฮาเล็กๆ บรรยากาศที่อบอุ่นเหมาะสมกับช่วงเวลาแห่งความสุข มีคติสอนใจให้ฉุกคิด และ ข้อสำคัญ นี่เป็นงานของ แนนซี่ เมเยอร์ส ที่ผมรู้สึก เลี่ยน น้อยกว่างานเก่าๆของเธอ

...สี่ตัวละครหลักฝากความน่ารักในหนัง ชนิดปล่อยพลังเสน่ห์กันแบบไม่ยั้ง คาเมรอน ดิอาซ ดูจะพิเศษน้อยกว่าคนอื่นๆตรงที่บทของเธอคุ้นตาจากหนังเรื่องก่อนๆไม่มีมุมใหม่ๆอะไรน่าสนใจ แจ๊ค แบล็ก ดูแปลกตาไปบ้างก็แค่มีความบ้าลดน้อยลง ในขณะที่บทหนังช่วยส่งเสริมให้ จู๊ด ลอว์ กับ เคต วินสเลต ได้แสดงให้เห็นมุมใหม่ๆของพวกเขา



เราจะได้เห็นมุมที่อ่อนไหว อบอุ่นของ จู๊ด ลอว์ ซึ่งพักหลังมักรับบทค่อนข้างซีเรียส ยิ่งตอนที่เปิดบ้านตัวเองรับคาเมรอน ดิอาซ เข้ามาเป็นช่วงเวลาที่สร้างความเป็นหนังครอบครัวในอุดมคติให้กับหนังเป็นอย่างดี และ เราก็จะได้เห็นมุมที่ร่าเริง ดูเป็นเด็กๆ ของ เคต วินสเลต ซึ่งไม่เห็นบ่อยนักเพราะ ถ้าเราไม่ติดภาพเธอในชุดวิตคอเรียกระโปรงสุ่ม ก็จะเป็นบทดราม่าหนักๆอยู่เสมอ ฉากเธอกระโดดโลดเต้นตอนย้ายเข้าบ้านใหม่ๆ หรือ ฉากที่เธอหลุดจากวงจรความร้าวราน เป็น ฉากน่ารักๆและชวนให้ประทับใจ สมกับที่ แจ๊ค แบล็ก ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เขารู้สึกคุ้มค่ามากกับการเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเหมือนได้มาดูเคต วินสเลตเล่นหนังแถมยังได้เงิน(ค่าตัว)อีกต่างหาก



ไม่ใช่แค่ตัวละครหลักๆเท่านั้น เหล่านักแสดงสมทบก็มาปล่อยความน่ารักแบบไม่เกรงใจคนดู ขนาดคุณลุง เอลี่ วอลแลชที่รับบทอาเธอร์ ยังมาพร้อมความกุ๊กกิ๊กเล็กๆและดูดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อต้องประกบกับ เคต วินสเลต เช่นเดียวกันกับ ลูกสาวอายุ 4-5 ขวบของจู๊ด ลอว์ ที่น่ารักและส่งเสริมบรรยากาศความอบอุ่นในครอบครัวให้ดูชวนฝันมากขึ้นไปอีก

สิ่งที่ชอบ

1.บรรยากาศของความสุข... ส่วนประกอบทุกอย่างตั้งแต่ การแสดง เนื้อหา ดนตรีประกอบ การถ่ายภาพ และ อากาศที่กำลังเริ่มหนาวในบ้านเรา ช่างช่วยให้หนังเรื่องนี้ส่งทอดบรรยากาศของความสุขและอบอุ่นมายังคนดูได้เป็นอย่างดี ชนิดที่แฮปปี้ตอนดู และ ตอนเดินออกมาจากโรง

2.บทหนัง ... ชีวิตของตัวละครในหนังผ่านการเขียนบทที่คนเขียนบท ดูจะเข้าอกเข้าใจจิตวิทยาความรักเป็นอย่างดี การสร้างความแตกต่างของสองนักแสดงนำ (คนหนึ่งศูนย์สมอง / คนหนึ่งศูนย์ใจ) การผูกเรื่องราวความรักที่นำมาซึ่งปัญหาชีวิตและการค่อยๆพาตัวละครคลีคลายปมปัญหาพาไปสู่บทสรุปตอนจบได้อย่างน่าเชื่อถือ

3.ความน่ารักและเข้าคู่ของนักแสดง ... การจับคู่ของตัวละครแต่ละคู่ แต่ละชุด เข้ากันได้ดี และ การโชว์เดี่ยวก็ปล่อยเสน่ห์ให้คนดูสดใสพร้อมจะลืมความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงไปชั่วขณะนั่งดูหนัง

สรุป ... น่าดูเป็นอย่างยิ่ง และ เหมาะเป็นอย่างมากกับบรรยากาศหรือช่วงเวลาหน้าหนาว ช่วงเวลาแห่งความสุขเช่นนี้ ชวนให้คิดถึงหลายปีก่อนที่ช่วงเวลาเดียวกันนี้ ผมออกมาจากโรงหนังสัมผัสลมหนาวพร้อมความรู้สึกอิ่มใจจาก Love actually และ นับจากนั้น ช่วงเวลาหน้าหนาวแบบนี้ก็ขาดหนังที่สร้างความรู้สึกเช่นนั้นอีก The Holiday กลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้ง ดูคนเดียวก็สดใส ดูกับแฟนก็ชื่นใจ ห้ามพลาดสำหรับคอหนังรักโรแมนติก เพราะระยะหลัง หาหนังแนวนี้ที่ดีๆมาสร้างความอบอุ่นจี๊ดจ๊าดได้ยากเหลือเกิน



The Holiday คือ หนังโรงเรื่องสุดท้ายของปีที่จะรีวิวในหมวด “ดูแล้วมาคุยกัน” ครับ จากบทความในหมวดนี้ทั้งสิ้น 70 เรื่อง (อู้ว เพิ่งนับ ไม่อยากจะเชื่อว่าปีนี้เขียนได้เยอะขนาดนี้) ขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามอ่าน ,เพื่อนๆที่คอมเม้นท์แสดงความเห็นพูดคุย และ เป็นกำลังใจกันมาตลอดทั้งปี

Blog ถัดๆไปในหมวดนี้ ขอเชิญชวนเพื่อนๆมาร่วมพูดคุยส่งท้ายปีกับ 10 คาแรคเตอร์ประทับใจของปี ,10 ฉากประทับใจ และ 10 หนังชอบ 5 หนังไม่ชอบ ปิดท้ายปี 2549 นี้ ปีหน้าฟ้าใหม่ มา “ดูแล้วมาคุยกัน” อีกครั้งครับ

Merry christmas ล่วงหน้าครับทุกๆคน



ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไปแว้ว)
ปีใหม่นี้ มอบ"หนังสือรัก" เป็นของขวัญแด่คนที่คุณรัก



ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 24 ธันวาคม 2549
Last Update : 25 ธันวาคม 2549 13:06:07 น.
Counter : 2133 Pageviews.

47 comments
ทีวีอนิเม หน่วยผจญคนไฟลุก ประกาศผู้ที่มารับบทเป็น Joker iamZEON
(12 ก.พ. 2562 16:25:58 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
:: ฉันเห็น :: กะว่าก๋า
(15 มี.ค. 2562 07:14:59 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  
Cool Slideshows



ส่งสุขถึงจขบ ที่น่ารัก ด้วย..

หนังสือรัก น่ารักดีครับ..

สมรัชนะ ลูกเรือไทยในต่างแดน..

จ่ายค่าบริการ บาทเดียว ดูเพลินแล้วนะครับบบบ อิอิ..

โดย: สมรัชนะ คนเขียนหนังสือเสิร์ฟสำราญสวรรค์บนเรือ (sochana9 ) วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:0:46:25 น.
  
อืมม์..น่าดู..น่าจะกำจัดความเหงาในอารมณ์ได้ดีในช่วงที่อากาศเป็นใจในช่วงนี้เนอะ..
โดย: ป้าละม้าย (katombaiya ) วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:1:00:42 น.
  
อ่านแล้ว อยากไปมากยิ่งขึ้น
เพราะตอนไปดู เอรากอน เห็นตัวอย่างก็อยากดูแล้วครับ ต้องหาเวลาไปดูแล้ว
โดย: takky_sc วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:1:01:35 น.
  
อยากดูอะค่ะ

เพราะงั้นขอยังไม่อ่านนะคะ แหะๆ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:11:17:29 น.
  
รอเงินอีกรอบครับ...
เงินรอบล่าสุดนี่แค่กินข้าวยังแทบไม่พอ 555+
โดย: nanoguy (nanoguy ) วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:12:23:05 น.
  
จะไปดูพรุ่งนี้ค่ะ
โดย: ฟอ รอ ฟัน..โช๊ะๆ (ฟ้าคงสั่งมา ) วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:17:06:28 น.
  
อ่านแล้วทำให้รู้สึกอยากชวนใครซักคน คนๆนั้นไปดูจัง

แต่ก็นั่นแหละคงริบหรี่เต็มทน แต่ว่าจะลองดู
โดย: Teen.. IP: 124.120.0.223 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:21:27:39 น.
  
ไม่มีรีวิวเรื่อง Love Actually เหรอ ไหนๆก็ช่วงคริสมาสต์แล้วอ่ะ เราชอบเรื่องนี้มากๆเลยนะ
โดย: แพรฟ้า IP: 58.8.99.83 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:21:51:31 น.
  
ตอนแรกเห็นเผินๆ นึกว่าเป็นหนังโรแมนติคปกติ แต่ตอนนี้ชักเริ่มอยากดูเข้าแล้วนะครับเนี่ย
โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:22:04:21 น.
  
ไปดูมา ประทับใจเหมือนกัน ออกมายังอมยิ้มอยู่เลย
โดย: หลังจอ วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:23:51:50 น.
  
>> พรุ่งนี้ว่าจะไปดูเรื่องนี้ค่ะ แต่อย่างที่บอกในหน้าแรกว่าแอบเซ็งเล็กน้อยที่ไปดูคนเดียว ท่ามกลางคู่รักหลายๆ คู่

>> จำไม่ได้นะว่า Love Actually มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ... น่าจะซักสองปีก่อนหรือเปล่า แต่จำได้ว่าสองปีมาแล้วที่ช่วงคริสต์มาสมีหนังดูแล้วทำให้รู้สึกอบอุ่นใจและประทับใจอย่างนี้... ก็มีเรื่อง Love Actually และ Noel (ใครหาดีวีดีเรื่องนี้เจอช่วยบอกด้วย...อยากได้ๆ...ตามหามานานมากแล้ว) และก็คิดว่าเรื่องนี้ก็คงทำให้คริสต์มาสนี้เรามีความสุขอีกเช่นเคย... (แม้ต้องไปดูคนเดียวก็ตาม T^T)
โดย: SnowBelL IP: 58.136.73.168 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:1:10:32 น.
  
หยึยย ... ทุกท่านที่เขียนมาข้างบนๆ แทบจะยังไม่มีใครได้ดูกันเลยเหรอครับ? (เห็นมีดูแล้วคนเดียวเอง) ... ผมก็กะว่าจะดู แต่วันเสาร์ที่ผ่านมาดันไปลองของแปลก (หนังอีกเรื่องนึง) มาซะก่อน เลยไม่ทันได้ดูเรื่องนี้ ... ไว้ถ้าเก็บทัน (คงต้องหลังปีใหม่เลยแหละ ไม่รู้จะออกไปรึยังง่า) ก็จะดูนะครับ
โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:11:02:12 น.
  
ไปจัดการดูมาเรียบร้อยแล้ว
ประทับใจค่ะ
(โดยเฉพาะรอยยิ้มของจู๊ดลอว์ ><)
น่าแปลกใจที่คนดูน้อยมาก ...


*สรุปว่าโพลาเอ็กเพรซไม่ได้เอากลับมาฉายในไอแม็กซ์อีกรอบใช่ไหมคะ T-T
โดย: Abstract Life IP: 61.47.64.73 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:0:32:41 น.
  
วันนี้ไปดูมาแล้วค่ะ ถือว่าเป้นการดูหนังส่งท้ายปีที่ประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ขอบคุณนะคะ ที่มีบทความดีๆๆมาให้อ่านและแลกเปลี่ยนกัน
โดย: จอย IP: 203.148.136.67 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:3:30:08 น.
  
ประทับใจค่ะ ยิ่งมาอ่านบทความของคุณ ยิ่งซาบซึ้งใจใหญ่ อยากดูอีกสักรอบ
โดย: ลิส IP: 58.137.12.3 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:14:04:15 น.
  
อ่านแล้วอึ้งค่ะ เหมือนมี อแมนด้า กับ ไอริส ผสมกันอยู่ในตัว เดิมอยากดูเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็น ต้องหามาดูให้ได้ค่ะ

โดย: กุ๊ก IP: 124.120.17.61 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:17:10:31 น.
  
ไปดูมาแล้วค่ะเป็นหนังรักที่น่าประทับใจ อบอุ่น ชอบบทของไอริส และการแสดงของ เคท วินสเลด ค่ะ
โดย: poky IP: 125.24.128.213 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:17:55:04 น.
  
เป็นหนังที่น่ารักมั่กๆ

โดย: พด IP: 58.9.125.162 วันที่: 29 ธันวาคม 2549 เวลา:20:53:29 น.
  
อยากดูจังเลยค่ะ นี่เป็นหนังโรแมนติกคอเมดี้เรื่องแรกของปีเลยนะที่เราอยากดู

ถ้าได้ดูจะมาอ่านละเอียดอีกทีค่ะ
โดย: azzurrini วันที่: 29 ธันวาคม 2549 เวลา:23:43:20 น.
  
ไปดูมาแล้วค่ะ ชอบแต่มีความรู้สึกเหมือนไม่จบ แบบว่าอยากรู้ว่า อแมนด้ากับเกรแฮม เค้าจะทำยังไงกับชีวิตเค้าต่อไปไม่รู้ทำไมรู้สึกแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะมันดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อไปหน่อยมั้ง แต่จู๊ต ลอว์ หล่อมากๆ
โดย: akachan IP: 124.121.94.170 วันที่: 30 ธันวาคม 2549 เวลา:0:21:10 น.
  
...ไปดูวันนี้มารอบที่สองแล้วฮะ รอบแรกไปดุแล้วชอบมากๆๆ ชอบเคทมากเลยฮะ วันนี้นัดเจอเพื่อนเก่าเลยพาไปดูอีกรอบ หนังดีๆเราก็อยากให้คนอื่นได้ดู ได้รู้สึกดีเหมือนเราบ้าง พอดูจบ เพื่อนก็..."หนังดีมากๆ" มันโทรไปเล่าให้พ่อฟังเลย เพราะมันไม่ค่อยได้ดูหนังน่ะฮะ ต่อมความประทับใจเลยบอบบาง พอได้ดูก็...หนังดีเนอะฯลฯ และผมว่าจะไปดูเป็นรอบที่สามอีกน่ะแหละ:) อยากบอกว่าชอบเคทอีกครั้งนึงครับ น่ารักมาก......................
โดย: Armenhotep (Armenhotep ) วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:0:49:54 น.
  
เขียนบรรยายออกมาได้อย่างที่เราคิดแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ แต่คุณกลับเขียนออกมาได้อย่างลงตัว และยังกระเทาะเปลือกและช่วยขยายเนื้อเรื่องแถมแบ่งหัวข้อให้อีก เจ๋งจริงๆ
โดย: daisyrox IP: 124.121.55.200 วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:1:01:48 น.
  
แล้วอีกศูนย์นึง คืออะไรน่ะครับ อยากรู้

ปล. ถ้าอยากดู Kate แบบผสมระหว่างเครียดกับน่ารัก ต้องดู Little Children ครับ สุดยอดมากเรื่องนี้
โดย: Ten Fifty-Nine IP: 66.214.171.133 วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:10:03:40 น.
  
หนังน่ารักมาก ๆ เลยค่ะ ช๊อบ..ชอบ

อ่านความคิดเห็นของคุณยิ่งทำให้ภาพในหนังชัดเจนยิ่งขึ้น

โดย: ฉันอยู่ตรงนี้ IP: 58.136.224.191 วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:21:08:02 น.
  
ได้ดูเร็วกว่าที่คิดค่ะ ชวนพี่สาวไปดูมาวันนี้ ปรากฏว่ามีแต่โรงแบบ honeymoon sweet ซะนี่

หนังน่ารักดีค่ะ แม้จะไม่มีอะไรที่โดดเด่นหรือโดนใจเป็นพิเศษ แต่ก็ให้ความรู้สึกดีๆหลังดูจบได้

เห็นพี่พูดถึงเรื่องศูนย์หัวแล้วนึกถึงภาพตัวเองตอนที่พยายามจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออกแบบ Amanda เลย เฮ่อ... เป็นฉากที่ชอบค่ะ

ชอบตัวเอกทั้ง 4 ตัวค่ะ โดยเฉพาะ Jude Law เพิ่งเห็นความน่ารักในตัวเค้านะเนี่ย

ปล. หลังออกจากโรงหนัง พ่อโทรมาบอกเรื่องระเบิดในกรุงเทพฯ แล้วรีบให้กลับบ้าน น่าเศร้าจังเลยนะคะ
โดย: azzurrini วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:22:44:11 น.
  
รู้แต่ว่าเหมือนดูตัวเองค่ะเรื่องนี้



เลยเศร้าไปด้วย และคิดตามเฮ้อออออออ
โดย: K-modjung วันที่: 2 มกราคม 2550 เวลา:22:59:21 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ....ถือว่าเป็นหนังปิดท้ายปีได้อย่างสวยงามที่สุดสำหรับเรา..ชอบมาก...มาก..ไม่รู้จะบรรยายออกมาอย่างไร ...รู้แต่เพียงว่าดูแล้วทำให้อิ่มเอมใจ...ค่ะ
โดย: pan IP: 202.5.80.228 วันที่: 2 มกราคม 2550 เวลา:23:45:39 น.
  
ไปดูมาเพราะเพื่อนเลี้ยงตอนรู้สึกว่าอกหัก รู้สึกดีมากมาก แต่พอมาอ่านบทความแล้วรู้สึกดีกว่ามากมากสอนเราให้รู้จักความรักได้มากขึ้น ความรักเป็นสิ่งที่ดีแต่ถ้ารักแล้วต้องเจ็บปวดก็อย่าทำนะ
โดย: poonarak555 IP: 202.151.4.108 วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:13:18:08 น.
  
The holiday เป็นหนังโรงเรื่องสุดท้ายที่คุณจะรีวิว แต่สำหรับเราหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของปีที่ไปดูมาค่ะ

ดูแล้วก็รู้สึกดีนะคะ อบอุ่น น่ารัก แต่ยังไงๆก็ชอบ Love actually มากกว่าค่ะ
โดย: พุดดิ้งสีชมพู IP: 58.8.141.230 วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:19:58:52 น.
  
สวัสดีค่ะ
ชอบมากๆๆ เลยค่ะ จนอยากให้เพื่อนๆน้องๆได้ดูกัน
ชอบคนเขียนบทเข้าใจรายละเอียดของอารมณ์ผู้หญิง วิธีการให้คุณค่าตัวเอง การรู้สึกไร้ค่าของผู้หญิงได้ดีทีเดียว

ชอบหลายๆๆตอน ดูแล้วอิ๊น อิน สนุก ขำ เศร้า สุข สะใจ และอิ่มใจค่ะ
SPOILER ALERT!!!!!!!
ฉากที่ชอบสุดๆๆ คือ วินาทีที่เคทแจ้งใจ ว่าไม่ใช่ตัวเองที่ไม่ดี หลงเข้าใจผิด แต่เป็นความไม่ได้เรื่องของชายคนนึงต่างหาก รู้สึกดีดี๊สะใจ ที่เธอหลุดจากวงจรอุบาทของชายที่ไม่ได้เรื่องได้ราวคนนั้นได้ เย้เย้
อีกฉากที่ชอบที่ คาเมรอน ร้องไห้ได้แล้วจนสัมผัสเสียงของหัวใจได้

แม้หลายตอนจะเว่อร์เกินจริงไปหน่อย แต่โดยรวมดีชอบ ชอบ ชอบค่ะ
โดย: I like the holiday really!! IP: 58.9.161.76 วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:22:14:58 น.
  
ตามมาอ่านครับ ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน มีคนบอกว่าหนังผู้หญิง แต่ก็ดูแล้วเดินยิ้มออกจากโรงได้เลย ^^

ชอบหลายๆมุขในเรื่องนี้ครับ คิดมาได้ไง โดยเฉพาะตอนเช่าดีวีดีเนี่ย ที่ไมล์หยิบ The Graduate มาวิจารณ์ให้ไอริสฟัง แล้วมีดัสติน ฮอฟแมน ยืนเหล่อยู่ใกล้ๆ ฉากนี้ผมฮาลั่นโรงเลยละครับ เหอๆ
โดย: mid-o-light IP: 203.154.15.211 วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:16:10:17 น.
  
ดูเหมือนเจ้าของบล็อกจะทำหน้าที่วิจารณ์ได้ดีมากทีเดียวค่ะ

ถ้าจุดหลักของการวิจารณ์ มีไว้เพื่อให้คนอยากไปดูหนังละก็.... หน้าที่นี้ไม่บกพร่องแต่อย่างใด

เสริมอีกนิดว่าอธิบายมุมมองในเรื่องความรักได้ดีมากๆค่ะ อ่านแล้วเข้าใจอะไรๆดีขึ้น

ไว้จะแวะมาอีกค่ะ
โดย: Iris IP: 161.200.255.162 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:14:15:22 น.
  
ในที่สุดก็ได้ไปดูหนังเรื่องนี้กับคนที่ลุ้นให้ไปดูด้วย
แต่ผลออกมาทำเอาผมต้องอึ้ง
หนังยอมรับว่าชอบมากๆ คุ้มแล้วที่ไปดู
มีอะไรหลายอย่างที่โดนทีเดียว
แต่ที่อึ้งคือคนที่ไปดูด้วยเขาต้องน้ำตาไหล
ไม่วายหนังจบกัลบมาที่รถแล้วเขาก็ยังร้องไห้หนักกว่าเดิม
ผมเข้าใจเขานะ เขาบอกว่าเขาเหมือนไอริส เขายังไม่หลุดพ้น

เฮ้อ นี่ผมคิดผิดหรือคิดถูกเนี่ยที่ชวนเขาไปดู
โดย: Teen.. IP: 124.120.4.7 วันที่: 12 มกราคม 2550 เวลา:22:09:23 น.
  
ก่อนหน้านี้ที่ดูหนังตัวอย่างรู้สึกเฉยๆ ไม่อยากดู แต่พอได้ไปดูแล้วชอบมากๆ ประเดิมโรงหนัง sf world ด้วยยิ่งชอบไปใหญ่ พอมาอ่านคอลัมน์นี้ก็ได้เข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นอีก ขอบคุณค่ะ
โดย: ท่าเรือรามา IP: 202.44.72.3 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:16:11:25 น.
  
ชอบมากๆเหมือนกันค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เป็นแฟน Love Actually อยู่แล้ว แล้วก็มาหลงรักเรื่องนี้อีกจนได้ เพื่อนๆหลายคนก็หลงรัก Jude Law จากเรื่องเหมือนกัน จากที่แทบไม่เคยสนใจเค้ามาก่อนเลย เราเองหลงรัก Jude Law & Kate Winslet สุดๆไปเลยค่ะ (ต้องใช้คำว่าหลงรักจริงๆนะ แค่ชอบมันไม่พอ) ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ค่ะ
โดย: Sasapin IP: 161.200.255.162 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:14:57:02 น.
  
คงไม่ช้าไปนะคะ สำหรับ the holiday
เพิ่งมีโอกาสได้ดูแผ่นเมื่อวานนี้เองค่ะ
รอยยิ้มยังอวลอยู่จนถึงเดี๋ยวนี้
เสียดายนะคะ ไม่ได้ดูในโรง ((ไม่รู้ไปอยู่ซะทีไหน))
ยิ่งได้มาอ่านที่คุณเขาเขียนถึงหนังเรื่องนี้
และได้อ่านทุกข้อความของทุกคนที่โพสไว้
ถึงโอกาสที่ได้เจอช้ากว่านี้ แต่กลับรู้สึกคุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ
สำหรับใครที่เพิ่งผ่านมาเจอข้อความของพวกเรา
ขอเป็นอีกหนึ่งเสียง ชวนคุณไปหาหนังเรื่องนี้มาดูนะคะ
คุณจะรู้สึกเหมือนพวกเรา อย่างน้อย.. เชื่อว่าคุณจะได้รอยยิ้มกลับไป
ขอบคุณสำหรับบทวิจารณ์ และทุก ๆ ข้อความค่ะ
ขอบคุณ Jude Law และ Kate Winslet คุณสองคนน่ารักมาก
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการได้รัก นะคะ
happy holiday to you naka..

โดย: primme IP: 202.12.118.36 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:46:59 น.
  
อย่างที่ว่าแหละครับ คอหนังรักไม่ควรพลาด ดูแล้วอุ่นหัวใจดี
ถ้าให้เทียบ ชอบเรื่องราวคู่ของอแมนด้ามากกว่าครับ เพราะจะเน้นที่ความรู้สึกกับความรักมากกว่า ซึ้งมากกว่า
เรื่องราวคู่ของไอริสจะออกแนวเยียวยาทางใจซะเป็นส่วนใหญ่ ฉากซึ้งๆก็ไม่ค่อยมี ก็เลยดูแล้วไม่อินเท่าไหร่กับการที่สุดท้ายสองคนคบกัน จริงๆนะ
ป.ล.คงเป็นเพราะผมดูโดยหวังกับเรื่องนี้ทางด้านรักซะมากกว่าด้วยอ่ะนะ
แต่โดยรวมถือว่าดีทีเดียวเลยครับ
โดย: donkiyote IP: 125.24.208.62 วันที่: 7 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:30:27 น.
  
ค่ะถูกต้องที่สุดค่ะ แต่เพิ่งได้ดูแผ่นค่ะ
โดย: สีอ่อน IP: 202.28.27.6 วันที่: 4 มิถุนายน 2550 เวลา:15:48:56 น.
  
ผมชอบ kate winslet เอามากๆเลยคับเธอน่ารักมาก.......มากและสวยอีกต่างหากใตรล่ะจะไม่รักเคทเธอแสดงได้แบบสุดยอดจริงๆบอกไม่ถูกเลยคับหลงรักเธอเข้าอย่างจังและจะรักเธอตลอดไปเธอทำให้ผมต้องร้องให้และสงสารเธอแต่ตอนสุดท้ายก็สะใจคับที่เธอตัดขาดได้ ผมรักหนังเรื่องนี้จิงๆนะ และรักเคทสุดหัวใจในวันนี้และตลอดไป
โดย: ปอม IP: 58.8.186.211 วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:04:57 น.
  
เพิ่งไปยืมแผ่นมาดู เข้ามาอ่านวิจารณ์ก่อนดูค่ะ อยากดูหนังรักค่ะ
โดย: ตะวันรอนตอนเช้า IP: 124.157.219.145 วันที่: 21 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:47:28 น.
  
เพิ่งดูจบครับ แล้วก็รีบเข้ามาอ่านใน Blog คุณหมอเลย
เป็นหนังดีมากครับ นักแสดงเล่นได้ดี โดยเฉพาะ Kate Winslet กับ Jude Law
ยกให้เป็นหนังรักในดวงใจเลยครับ
โดย: So Yesterday IP: 58.136.95.176 วันที่: 31 ตุลาคม 2550 เวลา:18:38:22 น.
  
ชอบเหมือนกันค่ะ แต่พอนึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกเหงาๆยังไงก็ไม่รู้ เพราะเพิ่งอกหักมาค่ะ และเรื่องนี้ก็เคยดูกับคนนั้น...
โดย: annie IP: 58.137.97.161 วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:13:30:26 น.
  
เพิ่งได้ดูค่ะ ........ หนังแบบนี้เราพลาดไปได้ยังไงนะ???? ชอบมากๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ อบอุ่นมากๆๆๆๆๆ
โดย: ความรักจับมือเขียน IP: 58.9.23.245 วันที่: 26 มกราคม 2551 เวลา:20:10:26 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้มากเลย ดูกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลย ชอบตัวแสดงนำทั้ง 4 มาก ลงตัวดี โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้ดูหนังที่ Kate Winslet แสดงมากนัก แต่ชอบ Kate ในเรื่องนี้มากเพราะว่าแสดงได้น่ารักและมีชีวิตชีวามาก ชอบสำเนียงแบบอังกฤษของเธอจัง และอีกคนที่ชอบคือ Jack Black เพราะไม่เคยเห็นอีกด้านที่น่ารักของเขา แบบไม่หลุดโลกดี ส่วนอีกคู่ก็น่ารัก ฉากที่ชอบก็คือตอนที่ Miles รู้ตัวว่าตัวเองถูกคนที่เขารักนอกใจ เป็นฉากที่อยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้าน Amanda โดยที่ Iris พยายามที่จะบรรยายความรู้สึกที่บอกว่าเธอเข้าใจความรู้สึกของ Miles ในตอนนี้ แต่แล้วเธอก็ต้องเป็นฝ่ายเล่าความในใจของตัวเอง ชอบประโยคคำพูดของ Iris ตามไดอะล็อกนั้นจัง ดูเหมือนว่าเธอเข้าใจชีวิตและความรู้สึกและความเป็นไปต่างๆแต่ไม่สามารถหลุดพ้นวงจรของความร้าวรานได้ในตอนนั้น และชอบอีกหลายฉากที่ Miles กับ Iris อยู่ด้วยกันรวมทั้งมุขตลกจนทำให้ Iris หยุดหัวเราะไม่ได้ ดูแล้วใจเบิกบานดี
โดย: Ton IP: 58.9.64.42 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:14:01:01 น.
  
ชอบมากๆับหนังเรื่องนี้
เพลงเพราะด้วย
โดย: เด IP: 203.158.160.32 วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:23:21:36 น.
  
เพิ่งจะดูจบวันนี้ค่ะ (ใช้เวลาดูสองวันเพราะไม่ค่อยว่าง)

ดูเสร็จก็มาตามดูคอมเมนท์ของเพื่อนๆในพันทิบ

ดีใจจังที่คุณผมอยู่ข้างหลังคุณเขียนถึงเรื่องนี้ด้วย

ทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องของหนังได้ดีมากขึ้น

ขอบคุณค่ะ

(แล้วจะติดตามเรื่องต่อๆไปค่ะ)
โดย: ตุ๊ก IP: 125.25.70.8 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:20:10:25 น.
  
อยากกอ่านบทวิจารย์เรื่องเลิฟแอ็กชัวลี่ของคุณหมอจังครับ
โดย: chee1313 IP: 119.42.112.87 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:35:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด