กั๊กกะกาวน์, "ใจ"คุณเต้นอย่างไรเมื่อคุณมีความรัก
..........เป็นที่น่าแปลกใจว่าหนังไทยที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น(ผมคิดเอง)ที่ผ่านมา หนังที่อยู่ในกลุ่มหนังรักดีๆมีน้อยมาก ทั้งๆที่คนไทยเราน่าจะทำหนังรักได้ดีไม่แพ้ชาติอื่นในเอเชีย ในช่วงปีที่ผ่านมามีเพียงเรื่องเดียวที่ผมชอบคือThe letter

...........หนังรักที่เป็นเรื่องราวหลักเดินเรื่องโดยคน2คนและไม่มีองค์ประกอบอื่นร่วมมาก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้คนดูประทับใจหรือติดตามได้จนจบ ในปีนี้มี2เรื่องที่ผมได้ดูและประทับใจในลักษณะนี้คือ the letter ที่เล่นกันแค่2คนแต่จุดเด่นอยู่ตรงที่บทบาทการแสดงและความลึกของตัวละครและความบีบคั้นของเนื้อหา ในขณะที่Lost in translationมีจุดเด่นตรงบรรยากาศความเหงาที่ทำให้รู้สึกได้จริงซึ่งพิสูจน์ออกมาตอนจบที่มันรู้สึกจี๊ดอย่างแรง (LastLifeก็เป็นอีกเรื่องที่คล้ายกันแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันเป็นเหงาปลอม)

..............เรื่องนี้ผมตัดสินใจดูด้วยสาเหตุ1.ผมชอบหนังรัก 2.เป็นหนังของเพื่อนสมาชิกในพันทิพ(อันนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจยากเพราะมีอคติคืออยากเชียร์ ) 3.เสื้อในหนังก็เป็นเสื้อที่ผมเคยใส่ และ 4.เป็นหนังไทย ขอเพียงเป็นหนังไทยที่ทำออกมาไม่ดูถูกคนดูหรือเป็นหนังที่รู้จักทีมผู้สร้าง(เช่นหนังของเป็นเอกหรือหนังของยุทธเลิศ) ผมก็จะไปอุดหนุนอยู่โดยไม่ลังเล ด้วยเหตุนี้วันนี้ผมจึงนั่งมอเตอร์ไซค์ไปต่อรถไฟฟ้าแล้วก็มาอยู่ที่นั่งA15ในโรงลิโด้3รอบ16.30น. และน่าดีใจแทนคนสร้างที่รอบนี้คนดูค่อนข้างหนาโรงทีเดียว

.......................หนังเป็นเหมือนเรื่องที่พูดถึงการเรียนรู้ การที่จะรู้จักความรักของตัวนางเอกที่เป็นนักศึกษาแพทย์และได้มารู้จักกับพระเอกที่พักอยู่คอนโดห้องตรงข้ามกัน หนังเข้าใจเล่นในการที่หยิบยกเรื่องของหัวใจ(ในเชิงกายภาพ)มาเปรียบเทียบกับเรื่องของความรัก กับคำถามที่ดีว่า คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีความรัก หัวใจคุณมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

สิ่งที่ชอบ

1.บทเพื่อน.......เพื่อนพระเอกเป็นบทที่เล่นได้ดีและทำให้หนังตื่นขึ้นจากบรรยากาศราบเรียบได้ จะเห็นว่าหลายเรื่องบทนี้มักจะเป็นบทที่ขโมยซีนอยู่เสมอยิ่งถ้าได้คนที่มีลักษณะแบบนั้นจริงๆการแสดงก็เป็นเหมือนการไม่แสดง ในขณะที่เพื่อนของนางเอกที่เป็นนักศึกษาแพทย์ผู้ชาย ก็เล่นได้ดีและทำให้ส่วนที่มีเพื่อนนั้นทำให้หนังสนุกขึ้นมามากกว่าส่วนของตัวพระ-นาง

2.ตอนจบ.....ผมดูจนกลางเรื่องและก็เดาถึงตอนจบว่าจะจบแบบไหน(มันก็คงจบได้อยู่แค่2แบบถ้าหนังมาแนวนี้) และหนังก็เลือกจบได้ในแบบที่ผมประทับใจและรู้สึกดี มันสามารถตอบเรื่องราวที่หนังเล่ามาตอนแรกได้ทั้งหมด เพราะถ้าจบอีกแบบผมคงรู้สึกขัดใจและคิดว่ามันไม่สมจริงเลย

3.20นาทีสุดท้ายของหนัง.....อาจจะตะกุกตะกักไปบ้าง แต่ช่วงนี้ของหนังนับตั้งแต่ฉากที่ผมชอบมากคือตอนที่นางเอกหยิบรูปถ่ายให้เพื่อนและคลี่คลายสถานการณ์ รูปนั้นดูเหมือนไม่มีอะไรแต่มันอธิบายความรู้สึกเหตุกาณ์ของตัวละครเพื่อนทั้ง2คนนั้นได้ดีเหมาะกับชื่อเรื่องภาษาอังกฤษของหนังด้วยเช่นกัน และตั้งแต่นั้นมาหนังก็กลับมาทำให้ผมรู้สึกอินตามไปกับหนังด้วยจนจบ

4.นางเอก.....น่ารักมากๆๆๆๆครับ ไม่มีคำบรรยายใดๆนอกจากคำนี้ และยังเสียดายว่าถ้าบทมีอะไรที่ลึกหรือมากกว่านี้เธอจะมีเสน่ห์มากๆเลยทีเดียว

5.มุขตลก......ได้ผลค่อนข้างดีแทบทุกฉากครับ ไม่ถึงขั้นฮามากแต่ก็ยิ้มได้ทุกที(ชอบที่สุดคือตอนที่อาจารย์มาเขียนชื่อแนะนำตัว แหมมุขนี้เข้าใจคิด )

6.คำถามของอาจารย์.....คำถามของหนังที่โยงเรื่องของหัวใจที่เป็นอวัยวะที่เต้นตลอด24ชั่วโมง ไปกับเรื่องของความรักที่เป็นเรื่องของหัวใจเช่นกัน แต่เป็นคนละระนาบของความหมาย(กายภาพและนามธรรม) ว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรเรามีความรักแล้ว หัวใจที่คนเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรักมันบอกอะไรเราได้หรือไม่ ตัวเรารู้ใจเราหรือไม่เป็นคำถามที่หนังเปิดได้น่าสนใจ แต่เสียดายที่ตอนจบหนังให้คำตอบกับคำถามนี้น้อยไปหน่อย

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.บทพระเอกนางเอก......ทั้งที่2บทนี้น่าจะมีความสำคัญมากที่สุดแต่ผมกลับรู้สึกว่า2คนนี้คือคนที่ราบเรียบที่สุด หนังไม่ให้ความลึกใดๆกับทั้ง2คนเลย เช่น ถ้าจะถามว่า2คนนี้เป็นคนยังไงผมคงอธิบายให้ฟังไม่ได้เลย หรือมีที่มาที่ไปอย่างไร และสำคัญคือบทนางเอกที่ถึงแม้จะเป็นนักศึกษาแพทย์แต่การเป็นนักศึกษาแพทย์ไม่ได้หมายความว่าเธอต้องดูเงียบราบเรียบ ไร้อารมณ์แบบนี้ หนังน่าจะใส่ความลึกหรือมีลักษณะนิสัยที่มีสีสันมากขึ้น

2.บทพูดของพระ-นาง......ผมรู้สึกเหมือนทั้ง2คนกำลังมาถกกันในเรื่องปรัชญาของความรักแทบทุกทีคุยกัน และทำให้ฉากที่มี2คนนี้มันน่าเบื่อ และเนื้อความที่คุยกันผมก็จับอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน

3.บรรยากาศ.........ทั้งที่ผมเป็นคนชอบหนังรักที่บรรยากาศเนิบๆเช่นChristmas in august แต่เรื่องนี้ด้วยจากข้อ1และข้อ2 ก็เลยส่งเสริมให้หนังมีโทนที่แบนและราบจนเข้าขั้นเฉื่อยจนชวนหลับในช่วงต้น และผมรู้สึกถึงขั้นว่าเหมือนหนังตัดความรู้สึกของคนดูและหนังออกจากกัน ทำให้เหมือนผมนั่งเฝ้าดูเรื่องของคนอื่น

4.ดนตรีประกอบ......เพราะมั้ย? เพราะนะครับ แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันไม่เข้ากับหนังมันคล้ายและเหมาะกับหนังเกาหลีมากกว่า อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหูผมหาเรื่องหรือเปล่า แต่ตอนที่เป็นดนตรีเพลง"จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ"มันเข้ากับหนังได้มากกว่าและทำให้ซาบซึ้งกับช่วงนั้นได้ดี

5.ปวดตา.....ผมเข้าใจนะครับถึงที่มาของหนังเรื่องนี้และทำไมมันออกมาแบบนี้ แต่เชื่อว่าคนที่ไม่ได้เล่นเน็ตและไม่รู้อะไรเลย ดูแค่โปสเตอร์กับการโฆษณาต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อเข้าไปดูภาพที่ออกมาในแบบหนังเมื่อ10กว่าปีที่แล้ว ไม่ใช่ย้อนยุคแบบฟ้าทะลายโจร แต่มันไม่ชัดและทำให้ต้องเพ่งจนปวดตาอยู่หลายตอน

6.จังหวะที่สะดุดและเดาได้.....หลายจังหวะของหนังมาในจังหวะที่คนดูเดาได้ว่าต่อไปจะออกมาอย่างไรมุมใดเรื่องยังไง และหนังก็เดินแบบนั้นโดยไม่มีความแปลกใจหรือให้ความรู้สึกที่มากกว่าคนดูคิด หรือบางตอนจังหวะของหนังมันก็ขัดๆประดักประเดิกอย่างบอกไม่ถูก (เช่น ผมไม่ชอบฉากที่ให้นางเอกรับโทรศัพท์ของพระเอก หรือ ฉากพระเอกโกรธในร้านอาหารกับฉากที่เพื่อนนางเอกโกรธเพื่อนชายมันดูดราม่าหนักๆแต่มันไม่เข้ากับเหตุการณ์และดูเป็นการแสดงมากไปเหมือนดูละครทีวี)


สรุป..... ผมให้คาดหวังกับหนังเรื่องนี้มากกว่าการเป็นหนังนักศึกษาเพราะผมเสียเงิน100บาทเพื่อเข้าไปดูหนังใหญ่ไม่ได้มาให้กำลังใจหนังนักศึกษาและหนังก็เปิดตัวเหมือนหนังใหญ่เรื่องหนึ่งเลย(ถ้าเป็น"ลี้" ก็จะเป็นอีกกรณีหนึ่ง) และ ก็สรุปได้ว่าไม่ผิดหวังแต่มันก็ให้อะไรกลับมากับคนดูอย่างผมค่อนข้างน้อย ถ้านี่เป็นหนังนักศึกษาถือว่าเป็นหนังที่สอบผ่านได้คะแนนสูงแน่นอน แต่ในกรณีเป็นหนังใหญ่เรื่องหนึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่ดีและสอบผ่านโดยอาจผ่านแบบคะแนนไม่ดีนัก แต่ก็มีอะไรดีๆที่น่าจับตามองและเป็นกำลังใจให้กับเรื่องต่อไปของผู้สร้างเรื่องนี้เช่นกัน

ปล.......แต่คงเป็นอีกเรื่อง ถ้าสมมติว่าผมเป็นคนดูที่เป็นกลุ่มคนที่ไม่รู้อะไรมากนอกจากคาดการณ์ว่าเป็นหนังรัก จากโปสเตอร์(ที่สวยมากๆตรงข้ามกับภาพในโรง) และได้เป็นคนเล่นเน็ตหรือชอบอ่านหนังสือภาพยนตร์ ผมเชื่อว่าหนังเรื่องนี้อาจสอบตกพร้อมกับอารมณ์เสียดายตังค์ จนผมคิดว่าถ้าจะเปิดตัวในหนังใหญ่เรื่องหนึ่งให้การโปรโมตแบบหนังใหญ่เรื่องหนึ่ง ก็น่าที่จะทำออกมาในคุณภาพของหนังใหญ่เรื่องหนึ่งเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคนที่ไม่รู้อะไรเลยอาจรู้สึกเหมือนถูกหลอกได้


2/12/2004



Create Date : 25 มกราคม 2548
Last Update : 23 กันยายน 2558 1:20:36 น.
Counter : 1628 Pageviews.

17 comments
:: ปูรณฆฏะ :: กะว่าก๋า
(18 มี.ค. 2562 06:13:13 น.)
Anyone Who Had A Heart (Oldies) - Dionne Warwick ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(10 มี.ค. 2562 10:31:45 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เหม่ยเซียนถาว เกศสุริยง
(4 ก.พ. 2562 10:59:41 น.)
  
เป็นเรื่องนึงที่สนใจอยากดูจาก VCD เพราะเห็นว่าภาพปกสวยดี เรื่องย่อดูน่าสนใจค่ะ
โดย: sunsun IP: 61.91.203.200 วันที่: 4 เมษายน 2548 เวลา:20:52:30 น.
  
ที่สนใจคงเป็นเพราะพลอตเรื่องเหมือนพ่อกับแม่เราเลยแต่ตอนจบไม่เหมือนในหนังหรอกนะค่ะ....
โดย: fairy tale IP: 61.90.99.6 วันที่: 7 กันยายน 2548 เวลา:0:16:48 น.
  
สงสารนิหน่า
โดย: Ryuichi IP: 58.9.4.186 วันที่: 21 กันยายน 2548 เวลา:22:41:47 น.
  
เดี๋ยวจะไปเช่ามาดูแล้วกัน
โดย: @power วันที่: 17 ธันวาคม 2548 เวลา:16:53:52 น.
  
เช่ามาดู
แผ่น 1 ถึงขั้นชอบ
แผ่น 2 น่าเบื่อซะเฉยๆ ให้คะแนนไม่ถูกเลย
โดย: รักเด็กข้างบ้าน วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:4:28:30 น.
  
เป็นหนังนักศึกษาจริงๆ
โดย: Superpun IP: 202.69.140.233 วันที่: 10 มกราคม 2550 เวลา:13:54:28 น.
  
เป็นหนังเกี่ยวกับความรักที่เราชอบมากๆเลย ดูมาเกือบ40รอบแล้วอ่ะ แผ่นจะเป็นรอยหมดแล้วแต่ชอบมากๆ
โดย: gugagig IP: 124.120.147.53 วันที่: 26 เมษายน 2550 เวลา:22:41:48 น.
  
ก็เป็นหนังดีอีกเรื่องนะ อย่างน้อยนักแสดงก็ทำให้คนดูรู้สึกเหงา จนคิดว่าหนังเรื่องนี้เหงาเป็นบ้าเลยว่ะ
โดย: ok IP: 203.154.48.46 วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:14:10:18 น.
  
เป็นหนังที่ประทับใจที่สุดทิเคยดูมา ถึงคนอื่นเค้าจะว่ายังงัยก้อเหอะ ชอบป่าน และนุช น่ารักดี
โดย: Pookan IP: 125.25.147.186 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:18:31 น.
  
ชอบมาก ก ก

พึ่งได้ดู มานทำให้เข้าใจความรู้สึกดีมาก

ตรงแผ่นสอง ตอนที่คุยกายง่ะ

เกี่ยวกะกว่าผู้หญิงคิดไง ผู้ชายคิดไง

มันใช่ๆ มากๆ
โดย: มิ้นท์ IP: 222.123.57.246 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:13:09:11 น.
  
ยังไม่สะใจ เม้นอีกก่อน 55+

นั่งดูอีกอยู่นะนิ ชอบมากๆ

มันเปนหังแนวอารมณ์ง่า ที่ต้องใช้ใจดู

ดูแล้วเศร้ามาก ร้องไห้เรย ตอนแผ่น 2 ที่เค้าคุยกาน ที่ เขาเอาผ้าลงมาซักอ่ะ แร้วพระเอกไม่รับโทรศัพท์แล้ว ป่านก้เลย ถามไรเงี้ยแหละเริ่มร้องจากตรงนั้นแหละ

แล้วภาพสุดท้าย ที่จบ ร้องไห้เรย ป่านไป นั่งยุคนเด้วที่ ตรงนั้นน่ะ ฮืฮืฮืฮืฮื

ภาพถ่ายในหนังเรื่องนี้ ก้มีส่วนอย่างมาก ที่ทำไห้อารมณ์เหงาได้ขนาดนี้ รัก คนทำหนังจังเลย
โดย: มิ้นท์ IP: 222.123.57.246 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:13:13:01 น.
  
ชอบตอนที่ป่านเอารูปขึ้นมาดู แล้วเปิดไปเจอรูปสีของตัวเอง ที่เป็นรูปเดียวที่ปรากฏในหนัง

เป็นคนธรรมดา ดูหนังที่ไม่ได้คาดหวังอะไร แต่ประทับใจมาตั้งแต่เข้าโรง จนทุกวันนี้ ไม่มีอะไรทำ ก็ยังนั่งดูหนังเรื่องนี้อยู่

ดูหนังให้มีความสุข อย่าไปซีเรียส
โดย: tatatuitui IP: 114.128.40.60 วันที่: 3 กันยายน 2551 เวลา:21:00:31 น.
  
เรื่องนี้ดูแล้วนำตาไหล แบบไม่มีสาเหตุ
เป็นหนังที่เหงามากๆ
โดย: eve IP: 58.8.161.136 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:18:05:17 น.
  
ไปหามาดูกันนะ น่าสงสารนางเอกกับพระเอกจัง
เจอกันช้าไปก็เเบบเนี่ย
โดย: ฝน IP: 203.155.120.58 วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:20:04:00 น.
  
อยากจะบอกว่า หนังเรื่องนี้ ถูกใจมากๆเลย

ถึงแม้ว่า บทพระเอกกับนางเอก มันจะแลราบเรียบ

อาจจะดูน้อยคำพูด

แต่ทั้งหมดตามความรู้สึกที่มี

มันสื่อออกมาจากภาพยนตร์

โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูดสื่อมากมาย

แต่ภาพในหนัง มันก็สื่อออกมาให้เราเห็นเอง

^^
โดย: Lookpla IP: 119.31.67.46 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:11:52:34 น.
  
เพิ่งมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้ล่ะ เห่อเห่อ

เป็นคนที่ชอบดูหนังรักเหมือนกัน แล้วเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ชอบ หนังอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่ว่า แต่ก็ตอบโจทย์อารมณ์เหงาได้ดี อาจไม่ได้คลี่คลายความเหงา แต่ก็ทำให้เราอยู่กับมันได้อย่างสันติ

ไม่ใช่คนที่เข้าใจเรื่องกลไกอะไรของการทำหนังหรือเรื่องยุทธศาสตร์ของการนำเสนอในแง่ทฤษฎีต่างๆ แต่หนังเรื่องนี้ก็สวย ไม่ได้ดูอย่างคาดหวัง แค่ดูแล้วเข้าถึงเรื่องที่ต้องการเสนอ ^^+
โดย: Ms. Nada IP: 124.122.181.184 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:22:16:58 น.
  
ขอกลับมาหนังเก่าซะหน่อย เพราะ หนังเรื่องนี้ผมชอบมากกกกกกกก

สาเหตุที่ผมชอบ มาจากความชอบส่วนตัวและความเหมือนอะไรบางอย่าง

ผมเป็นเด็กสายทางการออกแบบและเล่นกล้องเหมือนพระเอก และ ผมมีสาวในเสป็กเหมือนในเรื่องคือ เรียบร้อย มีโลกส่วนตัว ใส่แว่น และ เรียนหมอ
แหม แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ผมไม่ชอบเรื่องนี้ครับ ในเมื่อมันตรงใจซะขนาดนี้ แม้ว่าฉากจบ ทั้งคู่ไม่ได้จบกันเป็นแฟนแบบที่ผมอยากให้มันเกิดขึ้นจริง (กับผม)

ผมว่าเรื่องนี้มันขายความธรรมดานะ แต่เป็นความธรรมดาที่มันมีเสน่ห์ ใช้ภาพเล่าเรื่องมากกว่าคำพูด ใช้เสน่ห์ของภาพและลักษณะของคนสองคนที่มาเจอกัน
เล่าผ่านชีวิตของการถ่ายรูป เล่าผ่านการเรียนในวิชาแพทย์เกี่ยวกับเรื่องหัวใจ อย่างประโยคต้นเรื่อง ที่ว่า "ในทางการแพทย์เราจะรู้ได้อย่างไรเมื่อคนเรามีความรัก"
ใครเรียนหมอแล้วเจอประโยคนี้แล้วไม่คิดตามนี่ไม่มีแน่ๆ ไหนจะเรื่องมุมมองการมองภาพผ่านเด็กศิลป์เกี่ยวกับความหมายของ"ที่ว่าง" เด็กศิลป์ VS เด็กวิทย์
แล้วก็ยิงปรัชญาใส่กันซะอย่างงั้น ซึ่งถ้าจับดีๆ หนังเรื่องนี้ สอนปรัชญาอะไรหลายๆฉาก

สิ่งที่ผมเสียดายกับเรื่องนี้ คงเป็นเรื่องบทของตัวละครที่ดูธรรมดาเกินไปหน่อย พระเอกก็ดูทำตัวแย่ในตอนแรกๆในฉากเมาเหล้ากลับหอ แหม ไม่เหลือมาดเลย
แล้ว นางเอก ที่ดูไร้อารมณ์ไปหน่อยครับ ทั้งๆที่ผมว่าถ้าเธอยิ้มคงน่ารักใจละลายได้ไม่น้อยเลย อย่างที่บอกว่า เพื่อนนางเอกทำได้ดีกว่าครับ ^^

ผมว่าหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่หนังรัก แต่เป็นหนังปรัชญาเสียมากกว่า เพราะ ดูแล้วไม่ได้ช่วยให้เกิดความรู้สึกอินเลิฟโลกสีชมพู
แต่ภาพที่หนังเล่า มันก็สวยดีครับ ผมชอบนะ ผมอยู่เชียงใหม่ ไม่เคยไปสวนรถไฟ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ทำให้ที่นี่น่าไปมากขึ้น
(แต่ตอนนี้ผมเคยไปแล้วนะครับ ผมหมายถึงตอนที่ดูหนังน่ะ ผมไม่เคยไปสวนรถไฟเลย) และ ผมก็ได้ข้อคิดอะไรจากหนังเรื่องนี้หลายอย่าง

หนังเรื่องนี้ขายความธรรมดาครับ เพราะงั้นคงหวังอะไรมากแบบหนังดราม่าขายเรื่องราวแบบ The letter ไม่ได้
ผมก็ดูหนังเรื่องนี้นานแล้ว จำอารมณ์ตอนดูหนังครั้งแรกไม่ได้แล้ว แล้วมันก็ผ่านมานาน ตอนนี้ขอกลับไปดูอีกรอบล่ะกันครับ

ผมชอบหนังไทยที่เอาเรื่องธรรมดาๆใกล้ตัวเรามาเล่าได้อย่างสนุกครับ เช่น หนีตามกาลิเลโอ ซีซั่นเซ้น ปิดเทอมใหญ่...
แต่ผมไม่ค่อยชอบแนวหนังไทยนิยายซึ้งๆ เช่น The letter ข้างหลังภาพ เท่าไหร่ เพราะ มันเหมือนโดดมาจากหนังสือนิยายไทย
เช่น พวกบ้านทรายทอง โกโบริ ซึ่งผมในวัย ที่เป็นวัยรุ่น คงไม่ตรงกันเท่าไหร่ (แต่หนังเค้าดีครับ ผมเข้าใจ หนังดีมาก แค่มันไม่ใช่แนวผม)
ผมแค่อยากดูหนังธรรมดาๆ ไม่ต้องอะไรมาก แต่แค่ให้เรารู้สึกอินกับมันได้ เหมือนเราเข้าไปแสดงเอง แบบนี้มันสนุกครับ
เหมือนที่เคยได้ผลมาแล้วกับ หนังของ GTH เช่น แฟนฉัน,ปิดเทอมใหญ่,365ตามติดชีวิตเด็กเอ็นต์ ประมาณนี้ครับ
หนังแนวนี้ผมเรียกง่ายๆว่ามันเป็นหนังธรรมดาที่มีเสน่ห์ครับ ใกล้ตัวเรา เราเข้าถึงตัวละครได้ง่าย มากกว่าหนังเวอร์ๆ อินจัดๆแบบเกาหลี

ps.อนึ่ง ผมอยากได้ DVD จากเรื่องนี้เหลือเกินเคยซื้อไว้ แล้วเพื่อนมันเอาไปหายแล้วอ่ะ หนังเก่าหาซื้อยากมาก หาที่ไหนได้ครับเนี่ย
โดย: ฺBoatmaster IP: 112.142.125.97 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:2:03:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด