Sky Captain and The World of Tomo, หนังไซไฟสไตล์"ฟ้าทะลายโจร"

.....ผมย้อนเวลาไปกับหนังเรื่องนี้กับยานอวกาศ"สยาม" วันนี้เวลา18.30น. เป็นการตัดสินใจที่ถูกที่จะขอย้อนยุคไปกับยานพาหนะที่เป็นสไตล์ย้อนยุคเหมือนกัน แต่ผมก็พบว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างหนึ่งนั่นคือ ต้องพบกับภาพที่ไม่ค่อยคมชัดเท่าไหร่นักและต้องเพ่งสายตาเวลาดูพอสมควร (แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของโรงหนังเพราะกับเรื่องอื่นๆก็ยังพอใช้ได้แต่เผอิญเรื่องนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะนัก) ขณะนั่งดูกลางเรื่องพนักงานบนยานก็เดินมาที่นั่งผมพร้อมคนอีกคนและส่องไฟฉายไปที่ที่นั่งผม (เหมือนกับตอนที่เค้ามาค้นระเบิดกัน ก็ทำให้ผมคิดไปไกลแต่สุดท้ายคือเป็นเพียงคนที่ดูรอบก่อนทำกุญแจตกไว้จะมาหาคืน)

.......คงเป็นยากเหลือเกินในยุคนี้ที่จะสร้างหนังแนววิทยาศาสตร์(sci-fi) ให้แหวกหรือแตกต่างมากขึ้นนับตั้งแต่การวิวัฒนาการการสร้างหนังมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ความตื่นตาตื่นใจแบบ ID4 หรือโลกอนาคตอย่างใน A.I./minority report เป็นงานท้าทายอย่างมากสำหรับผู้สร้างหนังว่าจะทำอะไรให้คนดูสมัยนี้ตื่นตาตื่นใจได้อีกในเมื่อคนก่อนๆก็ทำไปเกือบหมดแล้ว (เรียกได้ว่าการเห็นไดโนเสาร์ในยุคJurassic Park คือความมหัศจรรย์แต่ตอนนี้กลายเป็นภาพชินตาที่อาจดูได้จากสารคดีตามเคเบิล) ทีมผู้สร้างหนังเรื่องนี้จึงอาจคิดว่างั้นเราก็ทำหนังในแบบที่คนดูสมัยนี้ไม่เคยดูเลยดีกว่าจะทำอย่างไรก็เอาหนังสมัยก่อนโน้นเลยนี่แหละที่คนรุ่นนี้อาจจะไม่เคยได้ดูกันในโรง( เช่น เรือเหาะ/หุ่นกระป๋อง/จรวด/ปืนเลเซอร์แบบปลายกรวยเด็กเล่น)

..........หนังเรื่องนี้เปรียบเสมือนเอาหนังสมัยก่อนกลับมาทำใหม่ แต่ทำด้วยทุนที่หนาขึ้น นำไปสู่งานสร้างที่ดูใหญ่โตขึ้น จากหุ่นกระป๋องบุกโลกที่เราดูสมัยก่อน ถ้าเรามาดูสมัยนี้อาจจะมองดูหลอกตา แต่กับเรื่องนี้ ก็ยังคงใช้หุ่นกระป๋องเหมือนในสมัยก่อนแต่ดูแล้วชวนให้คล้อยตามมากกว่ามานั่งจับตาว่าไอ้นี่มันกระป๋องนมนี่หว่า และที่โดดเด่นคือสไตล์ภาพและการเล่าเรื่อง ที่หลายคนอาจคุ้นเคยกับการตัดต่อแบบตื่นตาตื่นใจแบบหนังยุคใหม่และมีการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนหักมุม อาจจะเบื่อและไม่คุ้นเคยกับการเล่าเรื่องแบบง่ายๆใส่ใจในรายละเอียดบางอย่าง(จนเกือบน่าเบื่อ)และมุขพ่อแง่แม่งอนในหนัง

สิ่งที่ชอบ

1.สไตล์.......กับงานโปรดักชั่นแบบนี้ ภาพ/สี/แสง(แต่ละฉากแสงและเงาที่เล่นกับตัวละครสวยจนเหมือนดูภาพวาดเลยทีเดียว) ที่ปรากฎบนจอสร้างความแปลกตาและน่าประทับใจและทึ่งกับความกล้าหาญของผู้สร้างหนังเรื่องนี้มาก ที่กล้าจะแตกต่างออกมา และเชื่อเหลือเกินว่าจะไม่ได้พบในหนังเรื่องไหนอีกเลยในยุคนี้(ถ้าไม่มีคนคิดทำซ้ำ)

2.สนุก.....ในตอนแรกมีความคาดหวังกับหนังเรื่องนี้ต่ำพอสมควร เพราะคิดว่าคงมีดีแค่งานของภาพแต่เมื่อได้ดูแล้วผลออกมาว่า หนังเล่าเรื่องได้สนุกและชวนติดตามได้ตลอด อาจจะมีช่วงน่าเบื่ออยู่บ้างในช่วง10-15นาทีแรก แต่ด้วยความโดดเด่นเหลือเกินของงานสร้างก็ทำให้สามารถผมไม่ง่วงหลับไปและติดตามต่ออย่างสนุกสนาน

3.ฉากแอคชั่น.....เป็นการสร้างฉากแอคชั่นแบบเก่าๆแต่ใส่เทคนิคสมัยใหม่ที่ดูสมจริงมากขึ้น(เช่นการระเบิด) ทำให้ดูแล้วตื่นตาตื่นใจดีครับ โดยเฉพาะฉากที่ผมชอบมาก คือ กองทัพนกเหล็ก

4.ฉากกุ๊กกิ๊ก...........ในความรู้สึกส่วนตัวดาราสองคนนี้ดูไม่ค่อยเข้ากันได้เท่าไหร่นักกับบทคู่รัก แต่เวลาที่จะเล่นบทพ่อแง่แม่งอนแล้วก็ทำให้คนดูอย่างผมยิ้มตามและหัวเราะได้ทุกครั้งไป

5.Angelina Jolie.........ผมไม่ใช่แฟนประจำของเธอและก็ไม่ได้ประทับใจอะไรเธอมากนักที่ผ่านมา ตอนแรกที่เห็นชื่อยังคิดอยู่ว่าน่าจะเป็นการเลือกตัวแสดงที่ไม่เหมาะสม แต่หลังจากได้ดูหนังต้องขอกลับความคิดแรกกลับไป180องศา เพราะผมคิดว่าเธอเป็นคนที่ดูดีที่สุดในหนังเรื่องนี้ และ เท่มากๆครับขอบอก


สิ่งที่ชอบน้อย

1.Jude law...โดยปกติเค้าเป็นพระเอกที่ผมคิดว่าเป็นคนมีเสน่ห์คนหนึ่งทีเดียว แต่กับเรื่องนี้สำหรับผมตอนที่ได้ดูมีความรู้สึกขัดๆกันอยู่ในบางอย่าง หนึ่งคือคู่พระนางดูไม่เข้ากันเท่าไหร่นัก(เหมือนที่บางคนใช้คำว่าไม่มีchemistryต่อกัน) เวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันมันเกิดความรู้สึกอึดอัดๆขัดๆอย่างบอกไม่ถูก แต่พอได้ดูเวลากวินเน็ธขึ้นจอคนเดียวเธอก็ยังดูมีน่ารักและเข้ากับบทได้อยู่บ้าง แต่เวลาJude law อยู่บนจอมันกลับให้ความรู้สึกไม่โดดเด่น/ไม่เท่และถูกกลืนไปกับงานสร้างข้างหลังแทน คือไม่ใช่ว่าเค้าเล่นไม่ดีผมคิดว่าการแสดงก็ยังอยู่ในระดับมาตรฐานแต่บท Sky Captain นี้เป็นบทที่ไม่เหมาะกับพระเอกคนนี้

2.ตอนจบ....ก็ยอมรับว่าบทกุ๊กกิ๊กของทั้งคู่จะเป็นแบบไม่แสดงออกมาตรงๆ ออกมาในเชิงพ่อแง่แม่งอน จบแบบนี้ก็เข้ากับหนังที่เล่ามาตลอดเรื่อง(ก็อาจจะดีกว่าการให้มันโรแมนติกแบบจูบกันแล้วพระอาทิตย์ขึ้น) แต่มันห้วนและสั้นเกินไปกับหนังที่ทำได้ตระการตามาตลอดแบบนี้มันเหมือนกับทำให้อารมณ์ค้างไปซะเฉยๆ หลายคนก็อาจจะชอบในแง่ที่ว่ามันน่ารักดีแต่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก (จบแบบนี้อาจจะเหมาะถ้าหนังเรื่องนี้เป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้เป็นธีมหลัก)

สรุป......ตอนที่พิมพ์อยู่ทำให้ผมนึกถึงหนังไซไฟอีกเรื่องที่ทำออกมาแบบย้อนยุคและผมก็ชอบนั่นคือ Mars attack ของทิมเบอร์ตั้น จึงอาจสรุปได้ว่าเป็นหนังที่ไม่ใช่ทุกคนจะชอบและอาจเป็นอีกเรื่องที่อาจแบ่งคนดูได้เป็น2กลุ่มชัดคือ ชอบ-ตื่นตาตื่นใจ/ทึ่งกับงานสร้าง/สนุก ลุ้นพร้อมยิ้มและหัวเราะไปกับหนัง กับ ไม่ชอบ-น่าเบื่อ/ช้า/ไม่ตื่นเต้น/ภาพห่วยเหมือนดูหนังสมัยก่อน สำหรับผมอยู่ในกลุ่มแรกครับ และอยากมากๆที่จะแนะนำให้ได้ไปดูกัน เพียงขอให้อย่าหวังไปเปรียบเทียบกับหนังไซไฟสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคย แต่ไปดูเสมือนหนึ่งหนังใหม่อีกเรื่องเท่านั้น คุณจะมีความสุขกับหนังเรื่องนี้ได้อย่างเต็มอิ่มครับ

1/11/2004



Create Date : 25 มกราคม 2548
Last Update : 29 มกราคม 2548 23:41:24 น.
Counter : 1283 Pageviews.

4 comments
:: ปูรณฆฏะ :: กะว่าก๋า
(18 มี.ค. 2562 06:13:13 น.)
การทำภาพนูนต่ำ “ข้างหลังหญิงสาวในเสื้อโค้ตสีแดงเชอร์รีที่ดูเหมือน” (ไข่ย้อย ดากานดา) A Bas-Relief ทุเรียนกวน ป่วนรัก
(22 ก.พ. 2562 01:47:57 น.)
跟老婆打架了 วิวาทกับภรรยา Kavanich96
(5 ก.พ. 2562 02:37:33 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  
ผมว่าป็นหนังที่ดูสนุก และ ต้องดูในโรงเท่านั้นครับ หนังไม่น่าเจ๊งเลย อยากดูภาคต่อ เรื่องนี้ 8/10 ครับ
โดย: navagan(navagan@hotmail.com) IP: 202.44.135.34 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:19:00:51 น.
  
ฉากที่ผมชอบที่สุด คือ
ฉากจบครับ
ที่นางเอกถ่ายรูปสุดท้าย แล้วพระเอกบอกว่า...
แล้วก็จบ... สะใจมาก Perfect

ป.ล. โจลี เท่ มากกก
โดย: รูปสุดท้ายแล้วนะเคอะ ที่ร้ากก IP: 203.144.215.58 วันที่: 12 เมษายน 2548 เวลา:13:23:44 น.
  
ผมดูในโรงแล้วหลับง่ะ ไม่รู้ทำไม แต่อาจจะเพราะเหนื่อยก้อได้ (น้อยครั้งมากกจะหลับในโรง)
โดย: หนุกๆ IP: 158.94.87.177 วันที่: 6 มกราคม 2549 เวลา:10:08:05 น.
  
เราก็ชอบโจลีสุดๆเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้เจ๊เค้าเท่ห์ เฉียบสุดๆ
โดย: Ura_Ura วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:43:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด