เมล์นรก หมวยยกล้อ , รถเมล์สายนี้ไม่ตลกแต่สนุก
ถึงมิตรรักผู้อ่านทุกท่าน ก่อนอ่านบทความนี้ ขอเชิญชวนมาร่วมกันที่นี่จ้า


ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับ 'การเซ็นเซอร์' ในหนังหรือในทีวี ปัจจุบัน (ทั้งกรณี 'เบลอ' และ 'แบน')
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5310223/A5310223.html




...แรกเริ่มเดิมที ผมคิดจะบอกผ่านหนังเรื่องนี้ เพราะ หนังตัวอย่างที่ตัดออกมา มันชวนให้ ไม่น่าดู เอาเสียเลย ทั้งมุกแป้ก(สำหรับผม) และภาพรวมที่ทำให้เข้าใจว่า รถเมล์สายนี้อาจเป็นแค่ หนังตลกเอาฮาตีหัวเข้าบ้านอยู่อย่างเดียว

แต่ด้วยเครดิตของ เรียว กิตติกร ผู้กำกับที่เคยทำหนังอย่าง โกลคลับ หนึ่งในหนังไทยที่ผมชื่นชอบ ก็เลยชวนให้คิดว่า หนังน่าจะมีอะไรดีๆอยู่บ้าง

เสียก็แต่ ผมค่อนข้างผิดหวังกับผลงานหลังจากโกลคลับ

พรางชมพู มีพล็อตที่เจ๋ง มีสเกลที่ใหญ่ และ เลือกนักแสดงเด่นๆมากหน้าหลายตา น่าเสียดาย ที่พอรวมๆออกมา กลายเป็นว่า หนังกลับหลวมๆดูแล้วโหรงเหรง

อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม ถือว่าเป็นความกล้าของการทำหนังไทย ที่หยิบเรื่องราวที่อธิบายยากและค่อนข้างเป็นนามธรรม นำมาสร้างเป็นหนัง แถมยังเป็นหนังเจาะกลุ่มวัยรุ่นอีกต่างหาก หนังฉายแววความคิดสร้างสรรในตัวสูง แต่ ปัญหาคือ เมื่อดูไปถึงกลางๆเรื่อง ผมรู้สึกว่า หนังเริ่มวนไปวนมา เนื้อหาไม่ไปถึงไหน และ มีความไม่ลงตัวอยู่มาก หลายฉากพยายาม 'แนว' เกินไป และ จังหวะของหนังบ้างก็อืด บ้างก็ล้นๆ

ผลของความผิดหวังและเสียงร่ำลือในทางลบทำให้ผมทอดทิ้ง เดอะเมีย ก่อนจะกลับมาขึ้น รถเมล์นรก สาย หมวยยกล้อ

และผมก็พบว่า บางที ในตอนนี้ จุดแข็งของ เรียว กิตติกร อาจจะเหมาะกับการทำหนังเล็กๆสะท้อนสังคม มากกว่า หนังสเกลใหญ่ หรือ หนังที่ไฮคอนเซ็ปท์ ไอเดียบรรเจิด ซึ่งเขายังคุมองค์ประกอบให้ออกมาพอดีๆไม่ได้ เหมือนหนังยังไม่อยู่หมัดอยู่มือ

...เมล์นรกฯ เป็น เรื่องราวเล็กๆของคนตัวเล็กๆในสถานที่เล็กๆ แต่ กลับก่อเหตุลุกลามใหญ่โตโกลาหล

รถเมล์ที่มีผู้โดยสารหลากหลายอาชีพ นั่งอยู่ร่วมกัน แต่ด้วยวันสงกรานต์ ท้องถนนไม่เป็นใจ คนขับรถเมล์ปากหมา พารถเมล์ตัวเองไล่กวดรถกะบะที่สาดน้ำใส่ ทำให้ ผู้โดยสารหนึ่งคนไม่สามารถลงป้ายที่ต้องการ จากนั้น ก็ตามมาด้วยความคลุ้มคลั่งสุดจะทน ผู้โดยสารถือปืนเข้าขู่คนขับหวังให้ขอโทษและเลี้ยวรถกลับที่เดิม

เรื่องราว โอละพ่อ ขยายความต่อไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะ ความเอาแต่ใจ , การท้าทายกันไปมา , ความเห็นแก่ตัว , ความอยากเอาตัวรอด , ความใจร้อน ฯลฯ ผลสุดท้ายทุกฝ่ายก็ได้บทเรียน

...ผมดูหนังเรื่องนี้จบคิดถึง บุญชู หนังสมัยก่อนที่ไม่เน้นงานสร้างไฮโซหรูหรา ไม่ต้องเล่าเรื่องราวยากๆให้มากความ ไม่ต้องจับตัวละครที่มาจากกลุ่มคนส่วนน้อยในสังคม อย่างไม่กี่ปีก่อน ชื่อชอบชวนหาเรื่อง ของคุณบัณฑิต ฤทธิกล ก็เคยพยายามเล่าเรื่องแบบนี้ แต่ตอนนั้น หนังค่อนข้างเละและเลอะไม่มีทิศทางชัดเจน

...ฉากหนึ่งในหนังที่ตัวละครกระเป๋ารถเมล์ ถาม เจ้าของปืนในมือว่า “พี่จะยิงคนด้วยเรื่องแค่นี้จริงๆหรือ”

มันทำให้ผมย้อนนึกถึง ภาพข่าว ของ คนขับรถที่ถูกยิงตายเพียงเพราะขับรถเลนขวา แล้วพอโดนไล่มาอยู่เลนซ้าย ไม่ยอมชะลอตามที่คันหลังจี้ เพียงเท่านี้ ก็ถูกตามมายิงตาย หรือ แค่เหยียบเท้ากันก็ควักปืนเข้ามาลั่นไก

คนเราฆ่ากันตายได้ง่ายๆเพียงนี้เชียวหรือ ?

จะโทษอากาศร้อนอย่างเดียวก็ไม่ได้

...เมล์นรกฯ ช่วยชี้แจงให้เราได้เห็น ต้นตอของการลุกลามของความรุนแรง มันเริ่มจากอะไรได้บ้าง

สถานการณ์บนรถเมล์ สะท้อน สถานการณ์ความวุ่นวายในสังคม ตั้งแต่ระดับคู่รัก , ระดับครอบครัว ไปจนถึง ระดับการเมืองที่ร้อนระอุ

การไม่ลดราวาศอกให้แก่กัน เช่น เรื่องไรฉันจะยอมแกซิต้องยอมฉันก่อน , ถ้าเขาได้ฉันต้องได้ด้วย ฉันไม่ยอมเสียเปรียบ

ความเห็นแก่ตัว เช่น คนอื่นเป็นไงหนูไม่รู้ แต่หนูต้องรอด , ใครจะทำอะไรก็ทำไป ไม่ใช่เรื่องของฉัน

การถือทิฐิ ถืออัตตาตัวเองเป็นใหญ่ เช่น กรูไม่กลัวมรึง, มรึงรู้มั้ยกรูลูกใคร

บุคคลประเภทตัวชง เช่น ลุยเลยดิ ไม่แมนเลยวะ ใจใจเลยพี่ เล่นมันตัวตัวเลย (แต่ไอ้พวกตัวชง จะยืนชงอยู่ห่างออกไปประมาณสิบเมตร)

การโทษคนอื่น เช่น ฉันไม่ผิด , ฉันไม่เคยผิด ,แกนั่นแหละผิด ฯลฯ

...ปัจจัยปลีกย่อยเหล่านี้ เป็นเหมือน ปัจจัยที่ช่วยทวีความรุนแรงและโหมไฟให้หนักขึ้น ทั้งที่จุดเริ่มต้น อาจเป็นปัญหาหรือความขัดแย้งแค่ขี้ผง

หากเพียง ป๋าเทพคนขับ จะยอมขอโทษแต่โดยดี และ จอดให้ลงดีๆ ไม่ใช่ เย้ยหยันและแกล้งขับกระตุกจนเจ้าทุกข์หกล้ม

หากเพียง โน้สกระเป๋ารถเมล์จะช่วยประนีประนอมแต่แรก ไม่ใช่ รับบทตัวชงที่เชียร์ให้แต่ละฝ่ายลุยใส่กัน

หากเพียง เนาวรัตน์ จะลดราวาศอก ยอมให้ ซูโม่กิ๊กลงไปตั้งแต่ตอนที่ เจรจากันด้วยดีแล้ว

หากเพียง ซูโม่กิ๊ก จะคิดถึงลูกสาวที่ต่างจังหวัดตั้งแต่แรกก่อนจะเลยเถิด และ ลงเสียตั้งแต่ตอนต้น

หากเพียง ฯลฯ

หลายๆ “หากเพียง” มันแสดงให้เห็นว่า ปัญหาบนรถเมล์นรกสายนี้ รวมไปถึง ปัญหาความขัดแย้งทั้งหลายในสังคม มีโอกาสแก้ไขได้นับสิบนับร้อย แต่ เรากลับปล่อยโอกาสเหล่านั้นทิ้งไป

นั่นทำให้

...ในครอบครัวที่พ่อแม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ด้วยมีลักษณะตัวละครแบบในหนัง ลูกๆที่อาศัยอยู่ในบ้านก็จะเป็นเหมือน อิม อชิตะ ที่ปวดอึเจียนตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า อดทน

ในประเทศที่ผู้นำหรือฝ่ายปกครองคอยจ้องแต่เอาชนะคะคานกัน ด้วยลักษณะตัวละครแบบในหนัง ประชาชนในปกครอง ก็ได้แต่เป็นเหมือน อิม อชิตะ ที่ปวดอึเจียนตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปว่า อดทน

ทั้งที่ ขอแค่รู้จักยอมให้แก่กันบ้าง รู้จักปล่อยวาง รู้จักการให้อภัย หรือ รู้จักสมานฉันท์ อย่างที่พูดๆกันอยู่ ไฟที่ร้อนแรงก็พร้อมจะดับลงได้ไม่ยากเย็น

อิม อชิตะ ก็จะสามารถลงมาเข้าห้องน้ำได้อย่างสบายแฮ , ลูกๆในบ้านก็จะได้กลับไปมีความสุขในครอบครัวเช่นปกติ และ ประชาชนก็จะได้กลับไปทำมาหากินอยู่ดีมีสุขอย่างมั่นใจ

... แต่เมื่อต่างฝ่ายต่างคิดถึงตัวเอง ต่างฝ่ายต่างเอาแต่โทษคนอื่น โยนความผิดกันไปมา ไม่คิดถึงการเสียสละ ก็เชื่อได้เลยว่า รถเมล์สายนั้น ไม่มีวันได้จอดให้คนลง ปัญหาต่างๆเหล่านั้นย่อมไม่มีวันมีทางออกด้วยสันติวิธี

... ยังมีปัญหาสังคมอื่นๆที่หนังพยายามสอดแทรก เช่น สงกรานต์ที่ไม่เคยเกรงใจคนอื่น , ปัญหารถเมล์นรกจริงๆที่จอดไม่ตรงป้าย ขับไม่สนใจผู้โดยสาร ซิ่งกันบนถนนหลวง ฯลฯ นั่นทำให้ เมล์นรก ไม่ใช่ หนังตลกฮาก๊าก แบบเดียวกับหนังอย่าง แสบสนิทฯ สำหรับผม เมล์นรกฯ มีฉากฮาก๊ากแค่หนึ่งถึงสองฉาก ส่วนที่เหลือนั้น เป็น ความสนุกสนาน ชวนติดตามเป็นแกนหลัก โดยมี ความขำระดับหึๆเป็นตัวแถม

การกระจายลักษณะตัวละครถือว่าหนังทำได้ดี บุคลิกที่แตกต่าง และ ปูมหลังที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น หนุ่มโรคจิต , คู่สามีภรรยา , เจ๊ปากจัด , หมอสาวผู้ถูกเข้าใจผิด ฯลฯ ช่วยให้หนังไม่กระจุกไปที่มุมใดมุมหนึ่ง แต่เราจะเห็น ความคิดอ่านและความต้องการเอาตัวรอด ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะตัวของแต่ละคน

ผู้กำกับสามารถคุม นักแสดงให้เล่นออกมาในโทนใกล้เคียงกัน ไม่มีใครเด่นเกินใคร และ เชื่อว่านี่น่าจะเป็นงานยาก เพราะแค่ ป๋าเทพ กับ โน้ส อุดม ก็ยากอยู่แล้วที่จะไม่ทำให้คนแรกหลุดจากบท และ ไม่ให้คนหลังแปรสภาพหนังเป็นเดี่ยวไมโครโฟนของตัวเอง และ เรียว กิตติกุลก็ทำได้ดี ไม่แพ้กับที่ คงเดช เคยเปลี่ยนแปลง หม่ำ ใน เฉิ่ม เชื่อเลยว่า เป็นงานยากใกล้เคียงกัน ที่จะทำให้นักแสดงที่บุคลิกเฉพาะตัวแข็งแรง ต้องมาเปลี่ยนแปลงให้เป็น คนในหนัง

ป๋าเทพ ในหนังเรื่องอื่นๆอาจดูหลุดจนรู้สึกรำคาญ แต่ในหนังเรื่องนี้กลับเล่นได้พอเหมาะพอดีกับบทของตัวเอง เช่นเดียวกับ โน้ส อุดม ที่ดูคล่องแคล่ว เหมือนกับทำการบ้านของการเป็นกระเป๋ารถเมล์มาดีทีเดียว อย่างช็อตที่หมุนตัวขึ้นรถก็ดูยังกับกระเป๋าตัวจริงมาเอง และ ไมได้ฉายความเป็น โน้ส จากเดี่ยวไมโครโฟน มากจนเกินไป แม้จะยังมีหลุดๆให้เห็นบ้าง เช่น ฉากเขินอายแล้วต้องทำท่าบิดผม ผมออกจะชอบ โน้ส จากเรื่องนี้มากกว่า โคตรรักเอ็งเลย เสียด้วยซ้ำ เพราะเขาทำให้บทของเขาดูไม่ล้นจนเกินไปเหมือนเรื่องเก่าๆที่เคยเล่น

คนอื่นๆในหนังก็ทำหน้าที่ได้เยี่ยม การรับส่งบทไปมาถือว่าทำได้ดีเรียกได้ว่า เฉพาะการรับส่งบทดีกว่า นเรศวร เสียด้วยซ้ำ คนที่ช่วยเพิ่มดีกรีความขำให้กับหนังได้มากสุด ย่อมไม่พ้น อิม อชิตะ ยิ่งช่วงท้ายที่ต้องกลั้นสุดฤทธิ์ด้วยท่าโยคะและลีลาแปลกๆ กับสีหน้าชนิดสุดๆ ถือว่าเด็ดไม่แพ้ สปอตโฆษณาทิชชู่อาม่า ยังมี ซูโม่กิ๊ก ที่ห่างหายจากจอใหญ่ไปนาน แววตาของเขาทำให้ตัวละครของเขาดูมีความลึก ดูมีอะไรๆซุกซ่อนอยู่ในความโกรธของตัวเอง

บทของหนังเป็นอีกส่วนที่ต้องชม ถึงแม้ช่วงต้น สัมผัสได้ถึงความกระท่อนกระแท่น เหมือน รถที่ยังสตาร์ตไม่ติดดี แต่พอไปซักพักหลังเครื่องติด ก็กลายเป็นความเพลิดเพลินรื่นไหล หนังสามารถผูกเรื่องราวภายใต้พื้นที่จำกัดเช่น บนรถเมล์ ได้เป็นชั่วโมงโดยที่ไม่ทำให้เรารู้สึกเบื่อ อีกทั้งสามารถโยงไปกับสถานการณ์นอกรถเมล์ เช่น ชีวิตของแฟนโน้ส ได้อย่างเข้าท่า แถมตัวหนังยังแฝงข้อคิดที่น่าสนใจ

ปลายทางของหนังที่ไปจบที่ชนบท ให้ภาพของความรู้สึกดีๆและบรรยากาศไทยแท้ๆ แต่น่าเสียดายที่บทช่วงท้าย การพาไปสู่จุดหมายของรถเมล์คันนี้ดูเหมือนหนังจะหาทางคลี่คลายง่ายเกินไปนิด

จากความหงุดหงิดไม่พอใจของตัวละคร หนังไม่ปูให้เห็นรายละเอียดในการเปลี่ยนแปลง ให้เราเกิดความเชื่อถือพอว่า การกระทำและคำให้การต่อตำรวจตอนท้ายนั้น ไฉนจึงเป็นเช่นนั้นไปได้ และ ฉากจบสุดท้าย ก็ดูจบแบบแกนๆ จืดๆไปหน่อยเมื่อเทียบกับส่วนที่เหลือของหนัง

สิ่งที่ชอบ

1.บทหนัง ... กระท่อนกระแท่นช่วงแรก ขาดๆเกินๆบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เริ่มเข้าที่ บทหนังผูกเรื่องในสถานการณ์บวกสถานที่จำกัดได้ดี แถมยังมีข้อคิดและการเสียดสีสะท้อนสังคมน่าสนใจ ประการสำคัญคือ ตัวหนังสนุกชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ

2.การกำกับ … เป็นผลงานที่ผมชอบรองจากโกลคลับของผู้กำกับคนนี้

3.นักแสดง ... ต้องชมทั้งทีมที่เล่นกันได้ดี รับส่งบทได้ดี และ นักแสดงนำอย่าง ป๋าเทพ , โน้ส ,ซูโม่กิ๊ก ก็คุมหนังให้ไปตามทิศทางของผู้กำกับอย่างไม่ออกนอกลู่นอกบท

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.การคลี่คลายช่วงท้าย และ ฉากจบสุดท้าย ... ผมชอบปลายทางที่หนังพาไป แต่กระบวนการนั้นคลี่คลายง่ายไปนิดในตอนท้าย และ มันเรียบไปนิดในซีนสดท้ายบนรถเมล์ ตอนจบของหนัง มันน่าจะโดนได้มากกว่านี้ ไม่แน่ถ้าจบแค่ที่ต่างจังหวัดแล้วปิดฉากที่โน้สขับรถเมล์แล้วโทรศัพท์กลับไปยังอาจจะ คลิก มากกว่านี้

สรุป ... อย่าคาดหวังความ ฮาก๊าก เพราะ ถึงจะมี เทพ โพธิ์งาม และ โน้ส อุดม พร้อม ซูโม่ กิ๊ก แต่หนังไม่ได้มีโทน ฮาก๊าก ขนาดนั้น หนังเรื่องนี้ ไม่ตลก แต่สนุก อารมณ์รวมๆของหนัง เป็น ความสนุกแกมขบขัน แอบหยิกกัดสะท้อนสังคม

เชียร์ให้ไปดูสงกรานต์นี้ หากมองหาหนังที่ดูแล้วขำขำ อารมณ์ดี และ มีข้อคิด เป็นหนังไทยเล็กๆที่ผมคิดว่าน่าชื่นชม นี่เป็นหนังของ เรียว กิตติกร ที่ซอฟต์ลงกว่าเรื่องก่อนๆ เล็กกว่าเรื่องก่อนๆ ไม่ได้ถึงกับจ๊าบหรือแนวสุดๆ แต่ ผมชอบทีเดียว

สุขสันต์วันสงกรานต์นะครับ เพื่อนผู้อ่านทุกๆคน



ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่คือการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป หาไม่เจอถามจากพนักงานขายได้เลยจ้า)






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป




Create Date : 13 เมษายน 2550
Last Update : 13 เมษายน 2550 23:38:45 น.
Counter : 3250 Pageviews.

34 comments
การทำภาพนูนต่ำ “ข้างหลังหญิงสาวในเสื้อโค้ตสีแดงเชอร์รีที่ดูเหมือน” (ไข่ย้อย ดากานดา) A Bas-Relief ทุเรียนกวน ป่วนรัก
(22 ก.พ. 2562 01:47:57 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
:: ฉันเห็น :: กะว่าก๋า
(15 มี.ค. 2562 07:14:59 น.)
  
มาจ่ายค่าบริการค่ะ ว่าจะไปดูพรุ่งนี้

สวัสดี ปีใหม่ไทยนะคะ
โดย: เนเน่กับกระต่ายน้อย วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:2:09:39 น.
  




สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ คุณ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"


เที่ยวให้สนุกน่ะค่ะ

**ว่าจะไปดูในวันสองวันนี้แหละค่ะ.

โดย: icebridy วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:2:20:26 น.
  
กำลังดูว่าจะได้ไปดูวันไหน ตั้งใจไว้ว่าจะไปดู
โดย: Teen.. IP: 124.120.1.236 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:7:49:51 น.
  
เอ่อผมว่า...ผมเชื่อคุณคับ...ไม่ดูดีก่า
โดย: Kurt Narris วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:9:32:29 น.
  
ไปดูมาเมื่อวานค่ะ...
ก็สนุกอย่างที่ จขบ ว่าค่ะ คนเต็มโรงเลย...

^
^แอบเห็น"ไม่ต้องจับตัวละครที่มาจาก
กลุ่มคนส่วนน้อยในสังคม"
โดย: Nutjung (คนส่วนน้อย ) วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:12:04:00 น.
  
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ
ขอให้คุณผมอยู่ข้างหลังคุณมีความสุขมากๆ
เดินทางปลอดภัยนะคะ

ขออนุญาตแอดบล็อกด้วยนะคะ
ชอบงานเขียนของคุณ หนังบางเรื่องไม่ได้ดูก็มาอ่านที่บล็อกคุณนี่ล่ะค่ะ

ขอบคุณจ้ะ
โดย: ป่ามป๊าม วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:13:00:22 น.
  
เราว่าหนังฮามากเลยนะคะ หลายๆตอน
เช่นนน .. ตอนที่ โน้ตบอกว่า เป็นกระเป๋านะ ไม่ใช่ประกัน
แปดบาทจะให้เคลมทุกอย่างเลย55555555
เราขำก๊ากเลยค่ะดังสุดในโรงแล้วมั้ง55555555

โดย: crushiie IP: 58.9.92.206 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:14:16:20 น.
  
เรื่องนี้ดาราคุณภาพครับ ช่วยพยุงหนังได้เยอะ
เพราะว่าหนังเรื่องนี้ฝากชีวิตไว้กับดารานักแสดงทั้งสิ้น...

อิมยังสุดยอดเหมือนเดิม
ถ้าได้ดู โกยเถอะเกย์ บทเธอแตกต่างกับเรื่องนี้คนละซีกโลกเลย
(และคนละซีกจักรวาล เมื่อนึกถึงบทของเธอใน ชัตเตอร์ และ 13 เกมสยอง)
น่าจะเป็นดาราคุณภาพล่ารางวัลได้ในอีกไม่ช้า

ปล. เรื่องนี้ถึงเฟรช-อริศราจะไม่ได้แสดงความสามารถอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยให้คลายความคิดถึงไปได้เยอะเลย
โดย: nanoguy วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:16:58:21 น.
  
สวัสดีวันสงกรานต์ค่ะ

ไปดูมาเมื่อวานนี้เองค่ะ แบบว่าหนังก็มาฮาเรื่อยๆ นะ ก็มีบางฉากที่พอหัวเราะกล้อมแกล้มนิดหน่อย ก็ถือว่าไม่สอบตกด้านตลกค่ะ แต่รู้สึกดีนะ ว่าหนังไทยก็ไม่ได้ไม่ดีไปซะทุกเรื่อง ยิ่งคำหยาบในเรื่องนี้ ดูมันพอเหมาะพอเจาะ ไม่พ่นออกมาเพื่อให้ขำเหมือนหลายเรื่องก่อนหน้าในปีนี้

ดูแล้วรู้สึกว่าอารมณ์ของหนังมันวูบๆ ยังไงก็ไม่รู้อะค่ะ พอฉากฮาๆ มันจะมาเป็นพักๆ พอเงียบก็ดูเงียบๆ ไปเลยอะ เหมือนตัดดิ่งเป็นดราม่าไปซะงั้น ... แต่เรื่องวูบๆ นี้เป็นแค่ความรู้สึกไม่ชอบส่วนตัวนะคะ... โดยรวมคือระดับดีค่ะ

เรื่องความเห็นแก่ตัว การโทษคนอื่น ฯลฯที่คุณaorta พูดมา ส่วนตัวคิดว่าหนังมันแสดงถึงสังคมไทยได้ดีนะคะ มีแอบน้ำตาซึมๆ ไปบางฉากด้วย

******สปอยล์ (มั้งนะคะ)******
ถามคุณหมอหน่อยค่ะ ถ้าลูกปืนโดน aorta เนี่ย มันจะอยู่ได้นานขนาดนั้นไหมคะ --- ไม่ได้จับผิดนะคะ แค่อยากรู้เอง...
โดย: Wisther วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:17:03:51 น.
  
ไปดูมาแล้ว ดีใจที่คุณชอบ เหมือนที่เราก็ชอบ
โดย: Finfama IP: 203.114.112.105 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:17:19:15 น.
  
สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ

เพิ่งไปดูมา เลยต้องขอมาดูบทวิเคราะห์ วิเคราะห์ได้น่าสนใจ ชอบครับ

ผมชอบประโยคเดียวกับความคิดเห็นที่ 7 คือ ผมรู้สึกว่า คนสมัยนี้จะชอบหาคนรับผิดชอบ หน้าที่ใครหน้าที่มัน "ถ้าผมเป็นกระเป๋า ผมไปทำแล้ว" ทั้งๆที่คุณก็เป็นผู้ชายที่ตัวใหญ่ที่สุดในรถแล้ว

แต่ก็น่าคิดเหมือนกันนะครับ ว่าจริงๆแล้วใครควรจะต้องไปเจรจาต่อรองกับคนร้าย กระเป๋าเปรียบเสมือนแอร์โฮสเตสได้หรือเปล่า ต้องคุ้มครองผู้โดยสาร เหอะๆ แต่ค่าตอบแทนต่างกันเยอะ
โดย: fzero วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:18:22:18 น.
  
:)
โดย: lolzz IP: 58.8.48.153 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:19:26:37 น.
  
แม่หนูอยากดูเรื่องนี้ค่ะ อ่านบทวิจารณ์ของพี่แล้ว ก็ยิ่งมั่นใจที่จะพาแม่ไปดูค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
โดย: ต้มขาว IP: 58.9.200.56 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:19:52:22 น.
  
ไปดูมาแล้วค่ะ เราว่านี่มันหนังการเมืองชัด ๆ

คนมีปืนอะเป็นคนคุมสถานการณ์ แต่ ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร กะ อีก ตอนตอนโน้สลาออกอะ

สงสัยพักนี้ เราเข้าห้อง ราชดำเนินมากไป
โดย: เนเน่กับกระต่ายน้อย วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:20:59:54 น.
  
หวัดดีวันสงกราต์นะคะ อยากไปดูเหมือนกันค่ะ ชอบพี่อิม ตั้งแต่ 13 เกมส์แล้ว
โดย: หมวยแก้มป่อง วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:21:17:43 น.
  
ผมว่าจบได้ดีนะครับ
ไม่โหดร้ายเกินไป ดูสบายๆ กับวันสงกรานต์
หากคิดว่าเราควรเว้นวรรคในบางเรื่อง
เรื่องนี้จบได้ดีครับ เพราะมันก็จบในแบบที่เราอยากให้เป็น (หรือเปล่า)
โดย: ดี IP: 124.120.236.34 วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:22:51:25 น.
  
ไปดูมาแล้วครับ สนุกและให้อะไรหลายๆอย่าง

ทั้งแง่คิด ประเด็นเสียดสีสังคม ทุกวันนี้คนเป็นแบบนี้จริงๆครับ
โดย: poser (poser ) วันที่: 13 เมษายน 2550 เวลา:23:40:36 น.
  
ไปดูมาเหมือนกันครับ ชอบ ครับเรื่องนี้
เฟรช น่ารักครับ
นอกเหนือ จากเฟรช น่ารักเนี่ยะ
ยังเล่นประเด็นสังคม ได้เนียนดีครับ
โดย: hedgehog IP: 202.183.174.129 วันที่: 14 เมษายน 2550 เวลา:1:04:01 น.
  
Wisther ... ถ้าโดน aorta จริง เรียบร้อยภายในไม่กี่นาทีแล้วคับ นั่นแน่ มาจากไทยดีวีดีหรือเปล่า ถึงรู้ว่า aorta คือ ผมเอง

...สุขสันต์วันครอบครัวเพื่อนผู้อ่านทุกท่านครับผม
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 14 เมษายน 2550 เวลา:19:33:17 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ..
5 นาทีแรกก็ตกใจกับภาษาคำพูดอยู่เหมือนกันเพราะในโรงที่ไปดูก็มีพ่อแม่พาเด็กเล็กๆไปดูด้วย...
แต่ชอบนะเรื่องนี้สนุกดีถึงจะไม่ฮาทั้งเรื่อง...แอบเสียดายว่าตอนจบมันจบแบบง่ายไปหน่อย....
ในเรื่องชอบอิมนะ เธอเป็นสีสันของเรื่องดี เฟรซ กับเฟิร์น ก็น่ารักดี....
โดย: narusaru IP: 203.113.67.70 วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:14:10:14 น.
  
หนังดูสนุกมั่กๆแถมมีสาระสอดไส้เอาไว้อีกต่างหาก หนังไทยที่ทำให้รู้สึกได้อย่างนี้คงมีไม่บ่อยนัก ผมเห็นด้วยว่าตอนจบมันรู้สึกว่าห้วนๆไปนิดแต่ก็ OK ครับ สรุปแล้วชอบครับ
โดย: โอ๊ต บิเต่า ^_________^ IP: 124.120.143.83 วันที่: 16 เมษายน 2550 เวลา:10:01:59 น.
  
ถ้าไม่นับตอนจบที่ "ง่าย" และ "ห้วน" ไปหน่อย ก็นับว่าเป็นหนังตลกร้ายที่ใช้ได้ทีเดียวครับ
ออ เฟรช น่ารักม๊ากมาก
โดย: runtboy วันที่: 16 เมษายน 2550 เวลา:13:08:42 น.
  
ไปดูมาแล้วครับ ดีกว่าที่คิดเอาไว้พอสมควร ถือเป็นหนังไทยดีๆ เรื่องหนึ่งที่ได้ดูในรอบหลายปีนี้ครับ (ผมเป็นคนไม่ชอบดูหนังในโรง ชอบซื้อดีวีดีมาดูมากกว่า) ดีกว่าหนังตลกหยาบๆ พวกโกยฯ ,แสบฯ มากครับ คำหยาบในหนังฟังไม่ขัดหูเลยแม้แต่นิดเดียว (พขร,พกส รถร่วมที่ไหนจะพูดคุณผมกันล่ะครับ)
ไม่ตลกแบบฮาก้าก แต่ให้ข้อคิดดีๆ เยอะทีเดียว คนสมัยนี้ นิดๆ หน่อยๆ ก้ถือปืนมาไล่ยิงกันแล้ว ใจมันร้อนกันเหลือเกิน ยอมกันไม่เป็น บางคนก็ดีแต่ยุส่ง บางคนก็ดีแต่ขวางเขา บางคนก็เห็นแต่ตัวเอง จริงๆ แค่หันหน้ามาคุยกัน รับฟังกัน เรื่องมันก็จบแล้ว -*-

ไว้แผ่นออก จะไปซื้อแผ่นแท้มาเก็บครับ สนับสนุนหนังไทยดีๆ ที่ไม่คิดแต่จะตีหัวเข้าบ้านแต่เพียงอย่างเดียวครับผม
โดย: PlankTON IP: 202.142.195.194 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:9:21:07 น.
  
อย่าไปหลอกคนที่ยังไม่ได้ดูเลย
โดย: bb IP: 58.136.117.245 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:13:08:07 น.
  
กำลังจะไปดูวันนี้อ่ะคับ
โดย: Mr.North Star IP: 58.9.159.81 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:15:01:38 น.
  
ดูแล้วค่ะ .. ชอบมาก
ฮาก๊ากเลย.. ขำอิง
โดย: หมูดำตัวกลม IP: 202.183.216.11 วันที่: 17 เมษายน 2550 เวลา:15:36:59 น.
  
อืม ... ไกลกว่าจากที่ผมคิดไว้ตอนที่ได้ดูหนังตัวอย่างจมเลยอ่ะครับ ท่าทางจะมีสาระเอาการอยู่ ... เสียแต่ว่าคงดูไม่ทันแล้วล่ะครับ มีหนังเข้าเวทติ้งลิสต์รอดูของผมอีกบานเลย เรื่องนี้ไว้เก็บทีหลังตอนเป็นแผ่นแล้วกันเน้อ
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 18 เมษายน 2550 เวลา:13:16:46 น.
  
ชอบครับ สนุกดี
โดย: bigwore IP: 125.26.81.76 วันที่: 19 เมษายน 2550 เวลา:18:28:11 น.
  
เพิ่งกลับมาจากโรงหนังสดๆ ร้อนๆ ค่ะ

แอบสงสัยตัวเองว่าเส้นลึกเกินไปรึเปล่า ชาวบ้านเขาฮากันสนั่นโรง เพื่อนที่ไปด้วยขำก๊าก ตัวเองนั่งดูนิ่งๆ อมยิ้มนิดๆ
ดูแล้วคิดถึงสังคมช่วงนี้นะคะ อาการแบบคนบนรถเมล์จริงๆ ... ชอบคู่ของอ้นศรีพรรณ น่ะค่ะ .. คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ แต่มันกินใจจริงๆ
โดย: kenmania IP: 58.8.92.56 วันที่: 20 เมษายน 2550 เวลา:23:31:44 น.
  
อื้ม...สนุกดีน่ะ ผมชอบ
โดย: Morino IP: 124.120.89.35 วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:13:59:24 น.
  
เพิ่งไปดูมาค่ะ อาจจะช้าสักหน่อยแต่ก็ดีใจที่ได้ดู ไม่เสียดายตังค์นะ แต่ก็ไม่ถึงกับชีวิตนี้ห้ามพลาด
ชอบ
- ตอนที่ทุกคนพยายามให้โน้สไปไกลเกลี่ยว่าต้องการอะไร โน้สบอกงั้น ขอลาออก
- ทิ้งปืน
- กรูมีปืนเนี่ย กรูถามว่ามันข้างนอก / ข้างใน?
- ฉากที่มีน้ำสาดเข้ามาในรถก่อนรถจะจอด ตกลงว่า มันสงกรานต์ หรือ สงคราม?
*จำไม่ได้แล้ว*
ไม่ชอบ
- ไม่ชอบเสียงประกอบ บางช่วงทำให้ drama ได้มากกว่านี้แต่ทำได้ไม่ถึง
- จริง ต้องบอกว่าชอบหรือเปล่า แต่ไม่ชอบคนที่มีนิสัยอย่างตัวละครที่จิ๊ก เนาวรัตน์เล่นมากกว่า
- ทอมหายไป?
- จบง่าย ๆ (ไม่สวยงะ)

จำไม่ได้แล้วละ
แต่ชอบอ่านเรื่องของคณผมอยู่ข้างหลังคุณ มาก
ขอบคุณที่เขียน ขอบคุณที่คิด
โดย: อัน IP: 61.7.139.70 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:55:44 น.
  
หนังดีครับ มีสาระ

ไม่ตลกถึงกับขำก๊าก แต่ก็ทำให้อมยิ้มได้ตลอดทั้งเรื่อง

เรื่องการแสดงออกทางแววตา ผมว่าซูโม่กิ๊กแสดงออกได้ดีที่สุดถึงความสับสน แค้นเคือง หวั่นใจ สำนึกผิด ความคิดถึงลูก อารมณ์ทั้งหมดอยู่ในดวงตาคู่นั้น

เยี่ยมครับ
โดย: ต้นตระการ IP: 125.24.81.128 วันที่: 5 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:59:45 น.
  
6.5/10 คะแนน

สำหรับผมดูเรื่องนี้แล้วไม่ค่อยมีอะไรให้น่าจดจำครับ ฉากฮาจริงๆมีไม่เกิน 3 ฉาก ที่เหลือแค่ยิ้มๆเท่านั้นเอง (ฮาแต่คุณซูโม่กิ๊ก)

ผมดูเรื่องนี้แล้วนึกถึง Little Miss Sunshine ครับ ที่ดำเนินเรื่องหลักๆอยู่แค่ในรถคันเดียว (ไม่รู้ใครเลียนแบบใคร) ซึ่งใน Little Miss Sunshine มันสร้างความประทับใจ อิ่มเอมใจ และซึ้ง มากกว่าเรื่องนี้หลายเท่าตัวนัก

ปล. ความเห็นไม่ค่อยเหมือนคนอื่น ขออภัยจริงๆครับ
โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:15:11:41 น.
  
ดูแล้ว ชอบมากครับ
โดย: คนขับช้า วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:6:48:46 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด