Hannibal Rising , ความน่าผิดหวังของหนังฮานนิบาล
..ขอแทรกฝากบทความนี้ไว้กับผู้อ่านครับ หากเห็นด้วยวานส่งต่อแนวคิดนี้ต่อๆไปครับ

**** อย่าทำร้ายเด็ก ด้วยการพาไปดูหนังที่ไม่เหมาะกับเด็กเลยครับ (เมื่อผู้ใหญ่อุ้มเด็ก5ขวบ เข้ามาดู Hannibal rising) ****
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5328389/A5328389.html




...ตอนแรกก็คิดว่าจะบอกผ่าน เพราะ เสียงร่ำลือมาว่าหนังน่าผิดหวัง อีกทั้งมีหนังหลายเรื่องเข้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ด้วยได้บัตรฟรีจากการซื้อหนังสือที่บูธนานมี ก็เลยเปลี่ยนใจไปดู แอบหวังว่าอาจจะเซอไพรส์ประทับใจ เพราะ หนังสองเรื่องอย่าง number 23 และ The reaping ที่ดูมาช่วงสงกรานต์คะแนนคำวิจารณ์ดูเน่าเสียยิ่งกว่า ผมยังดูสนุกเพลิดเพลิน

...ฮานนิบาล เป็น แบรนด์สินค้าที่รับประกันเชื่อว่า ขายได้ และ น่าจะขายดี เพราะสามภาคที่ผ่านมา หนังกวาดคำชมมากบ้างน้อยบ้าง ลดหลั่นกันไป

จุดสูงสุดของซีรี่ส์ฮานนิบาล คือ จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้ ที่สร้างมาตรฐานไว้สูงลิบ ด้วยการขึ้นไปคว้า ห้ารางวัลยักษ์ใหญ่บนเวทีออสการ์ ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำทั้งชายและหญิง , ผู้กำกับ และ บทภาพยนตร์

ส่วนตัวผมเอง ชอบแต่ ไม่ได้เป็นคนถึงกับคลั่งไคล้ฮานนิบาลใน The Silence of the Lambs เท่าไหร่ ผมกลับสนุกกับ Red dragon และ Hannibal เสียมากกว่า เรื่องแรกฉากกระซวกตอนต้นช่างได้ใจ เรื่องหลังเป็นการโชว์เดี่ยวของเซอร์ แอนโทนี่ ชนิด ซาดิสม์อย่างมีระดับ

...หนังพาเรื่องราวมาถึงทางตันเต็มทีในภาคสุดท้ายอย่าง Hannibal หากอยากจะสร้างภาคใหม่ คงไม่มีทางเลือกไหนที่ดีกว่า สูตรยอดฮิตของหนังในปัจจุบัน เหมือนกับที่ Star wars พาคนดูไปสู่จุดเริ่มต้นของ ดาร์ธ เวเดอร์ หรือ Batman พาเราไปรู้จักที่มาที่ไปของบรูซ เวย์น

การเล่าเรื่องในสไตล์ prequel ย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของการมาเป็น จิตแพทย์ฆาตกรโรคจิต คือ หนทางรอดเดียวของหนังซีรี่ส์นี้ที่น่าจะทำได้อย่างน่าสนใจ แต่บังเอิญว่า Red dragon ก็ย้อนกลับไปแล้ว หากจะเหลืออะไรให้เล่าอีกคงต้องนั่งไทม์แมชชีนย้อนไปไกลกว่านั้น

เพราะ แฟนานุแฟนของฮานนิบาล ย่อมอยากรู้ว่า

ฮานนิบาลในวัยกระเตาะ เขาเติบโตมาอย่างไร ถึงได้ออกมาเป็น จิตแพทย์รสนิยมไฮโซ ผู้นิยมสมองย่างถ่าน บวก ความปราดเปรื่องเกินกว่าใครจะตามทัน

...น่าสนใจตรงการผูกปมของฮานนิบาล เริ่มที่ บาดแผลจากสงครามในวัยเด็ก



สงครามในลิธัวเนีย ส่งผลให้ครอบครัวถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงเขากับน้องสาวที่สู้ชีวิตในบ้านร้างเพียงสองคน แต่ สงครามและความหิวโหยไม่ปรานีใครเมื่อทหารกลุ่มหนึ่งก็เข้ามา ยึดบ้าน สุดท้าย ต้มน้องสาวของเขามากินเพื่อประทังชีวิต

จากจุดนี้ เป็น การเริ่มต้นของรสนิยมการกินของฮานนิบาล ที่บทหนังผูกปมในภาคนี้ ผูกเงื่อนไขทางจิตวิทยา ช่วยให้เราอธิบายว่า ทำไมฮานนิบาลรุ่นใหญ่ถึงนิยมกิน สมองคน

...‘การกิน’ ของฮานนิบาลมีที่มาจาก ‘การถูกกิน’ของน้องสาว

‘การกิน’ ในHannibal risingไม่ใช่ความอร่อยติดลิ้นแต่เป็นสัญลักษณ์ของ การแก้แค้น แถมมันยังเป็นตัวแทนของการกลืนกินน้องสาวกลับมาหาตัวเอง (เพราะเนื้อของพวกนั้นก็มีน้องสาวของตัวเองอยู่เลือดเนื้อที่เติบโตมา)

.. .ความแค้นของฮานนิบาล คือการแสดงออกของ ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถช่วยเหลือน้องสาวในฐานะพี่ชาย และ สุดท้ายความเจ็บปวดที่เจ็บแสบเมื่อรู้ความจริงว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่กินน้องสาวตัวเอง

ฝันร้ายของ ฮานนิบาล + การสะดุ้งตกใจบ่อยๆ (Hyperarousal) + การเห็นภาพซ้ำๆ ในอดีต (flashback) เข้าได้กับ อาการเจ็บป่วยที่เรียกว่า Post traumatic stress disorder (PTSD) ภาวะเดียวกับผู้ที่ประสบภัยรุนแรง เช่น ไฟไหม้ ข่มขืน สึนามิ และ เขาไม่สามารถเยียวยาอาการใดๆที่เกิดขึ้นได้เลย นอกจากการเก็บตัวเงียบและระบายอารมณ์กับคนที่ทำรุนแรง ก่อนที่จะมา การไล่ฆ่าเหยื่อที่เขาสืบพบว่า พวกที่ฆ่าน้องสาวของเขายังมีชีวิตอยู่

... หนังเขียนบทเพื่ออธิบาย พฤติกรรม ของฮานนิบาลตอนโต ได้อย่างเข้าใจคิด ทำให้เราพอเข้าใจลักษณะการใช้ชีวิตที่เกิดขึ้นในตอนอื่นๆ แต่สิ่งหนึ่งที่หนังกลับขาดหายไป คือ การปูคาแรกเตอร์ให้เราเชื่อว่า คนๆนี้จะเติบโตมาเป็นฮานนิบาล หนังหลายเรื่องเล่าตัวละครตั้งแต่เด็กยันแก่ เราดูแล้วก็เชื่อว่า เด็กคนนี้จะแก่ไปเป็นตัวละครคนนี้


...ผมไม่เกิดความรู้สึกแบบที่ว่าเลยกับ ฮานนิบาล ในภาคนี้

อย่าลืมว่า ภาพในวัยผู้ใหญ่ของคนทุกคนสะท้อนลักษณะบางอย่างของวัยเด็ก และ ภาพในวัยเด็กของทุกคนก็สะท้อนภาพเมื่อเติบใหญ่ แม้ชีวิตคนๆนั้นจะเปลี่ยนแปลงมากมายเพียงใดก็ตาม

ถ้าเราเห็นคนที่โตมาเป็นคนชอบกร่าง ชอบดูถูกคนอื่น ชอบทำตัวขวางสังคมให้เป็นจุดเด่น หากไล่ย้อนกลับไป เราก็จะพบว่า คนเหล่านี้เติบโตมาจาก การไม่เป็นที่ยอมรับและปมของความรู้สึกด้อยในใจ จึงต้องชดเชยด้วยลักษณะเช่นนั้น

ถ้าเราเห็นคนที่หวาดระแวง ไม่ไว้ใจใคร ไล่ย้อนกลับไปก็น่าจะพบ ว่าชีวิตที่ผ่านมาไม่มีใครให้ความมั่นคงปลอดภัยในชิวิต เช่น เจมส์บอนด์ ของ เคร็ก แดเนี่ยล ก็ช่วยให้เราเข้าใจว่าเพราะอะไร ต่อมาเขาจึงใช้ผู้หญิงราวกับเป็นกระดาษชำระ เจมส์บอนด์ของเคร็ก แม้จะห่ามมุทะลุ แต่ บางอย่างในตัวทำให้เราเชื่อพอที่จะไปโยงกับเจมส์บอนด์ของ ฌอน คอนเนอรี่

....บาดแผลสงครามในวัยเด็กที่มีผลต่อจิตใจของฮานนิบาล ส่งผลให้เขาต้องกลายเป็นฆาตกรโรคจิต ในส่วนนี้เข้าใจได้ ดังนั้นหาก ฮานนิบาล คือ หนังฆาตกรแบบเดียวกับ ไอ้หน้าหนังในสิงหาสับ(The Texas Chainsaw Massacre) ตัวหนัง เพียงเท่านี้ถือว่า หนังสร้างออกมาได้อย่างน่าพอใจ เพราะ ในต้นฉบับไอ้หน้าหนัง ก็อธิบายจุดกำเนิดการมาเป็นฆาตกรได้แบบนี้เหมือนๆกัน

แต่ ฮานนิบาล ต่างจาก ไอ้หน้าหนัง ก็ตรง ความฉลาดหรืออัจฉริยภาพ เขาสามารถฆ่าคนได้โดยไม่ต้องลงมือเอง หรือ การฆ่าอย่างมีชั้นเชิงของเซอร์แอนโทนี่ สะท้อนกึ๋นของคนที่ชื่อฮานนิบาล ซึ่ง อัจฉริยภาพจุดนี้คือ ความโดดเด่นแตกต่างจากฆาตกรคนอื่นๆ แต่หนังไม่ทำให้เราได้เห็น ความเฉียบคมหรือหลักแหลม ในตัว ฮานนิบาล แม้แต่นิดเดียวในหนังภาคนี้

อาจไม่จำเป็นต้องดูนิ่งลุ่มลึก ไม่จำเป็นต้อง ปราดเปรื่อง เหมือน เซอร์แอนโทนี่ แต่อย่างน้อยก็น่าจะสร้างคาแรกเตอร์ที่เป็นส่วน ภายในตัวละคร ให้มี บางส่วนที่ทำให้เราเชื่อว่า คนๆนี้ คือ ฮานนิบาล เพราะหนังสร้างแต่ ภายนอก เช่น จังหวะการพูดหรือการยิ้มเท่านั้นเอง

ฉากเดียวที่ผมคิดว่า มีรัศมีของฮานนิบาลอย่างน่าเชื่อถือที่สุด คือ ฉากจัดการกับหนึ่งในบัญชีแค้นที่โตมาเป็นพ่อคนในห้องครัว ฉากนี้ให้ความรู้สึกเดียวกับซีรี่ส์ฮานนิบาลทั้งหมดที่เคยมี

ส่วนที่เหลือนอกจากนี้ ฮานนิบาล เป็นแค่ ไอ้หน้าหล่อโรคจิตไล่ทวงแค้น เท่านั้นเอง

...หากจะมองหาว่าอะไรที่ทำให้ ฮานนิบาล ภาคนี้ไปได้ไม่ถึงในระดับเดียวกับ ผลงานเก่าๆ ผมคิดว่าปัญหาหลักมาจากตัวบทภาพยนตร์




บทภาพยนตร์ที่พยายามจะให้ความสำคัญกับ วิธีการฆ่าในเชิงการกระทำ เช่น คิดการตายโหดๆ การตายเท่ๆ จนหลงลืมว่า ซีรี่ส์ชุดฮานนิบาลที่ผ่านมาๆนั้น ความเหนือชั้นของการฆ่าในหนัง ไม่ใช่เหมือนกับเรื่อง Saw ที่ผ่านๆมา ความเด่นของฮานนิบาล อยู่ตรง ความสามารถวางแผนที่จะฆ่ามากกว่า วิธีการ

บทภาพยนตร์ยังเล่าเรื่องไปแบบเดินไปข้างหน้าไร้ซึ่งพล็อตรอง ไร้ซึ่งทางแยก ไม่ได้แสดงกึ๋นเหมือนซีรี่ส์ฮานนิบาลทั้งสามเรื่องที่สร้างมา ที่เราจะเห็นว่า เนื้อหาของหนังไม่ได้มีอยู่แค่ การไล่ฆ่าคน แต่ยังจะมีพล็อตเรื่องซ้อนกันอยู่ นั่นทำให้ในภาคนี้ ฮานนิบาล มีภารกิจเดียวไม่ต่างอะไรจากนางเอกของ Kill bill นั่นคือ ไล่ฆ่าคนตามบัญชี จนทำให้ความรู้สึกผมเหมือนนั่งดูหนังในแนว ไอ้หน้าหล่อโรคจิตไล่คิดบัญชีฆ่า มากกว่า นั่งดูซีรี่ส์ฮานนิบาล

สิ่งเดียวที่ผมชอบจาก Hannibal rising นอกจากฉากในครัว ก็คือ ช่วงเวลาในวัยเด็กที่หนังเริ่มต้นอย่างมีความหวัง ทำให้เราเข้าใจฮานนิบาล เพียงแต่เสียดาย ที่พอ ฮานนิบาลแตกเนื้อหนุ่มแล้วเดินทางไปหาคุณป้ากงลี่ พร้อม การฝึกวิชาดาบซามูไร ช่วงเวลาหลังจากนั้น ความขลังในตอนต้นก็หดหายดูขัดๆและตลกๆ ไม่สมเหตุสมผล (ฉากซามูไรทั้งหลายในเรื่องดูขัดตา , ฉากรอดจากกระสุนเพราะกระบี่มันดูช่างเป็นบทที่ง่ายผิดวิสัยบทหนังฮานนิบาล หรือ บทสรุปปิดท้ายชวนให้สงสัยว่า ปิดท้ายดังขนาดนี้ ฮานนิบาลเรียนจนจบเป็นจิตแพทย์ไฮโซได้อย่างไร)



ซึ่งถ้าไม่มีฉากฆ่าโหดๆเข้ามา ช่วงเวลาครึ่งหลังคือช่วงเวลาที่น่าเบื่อเป็นพักๆ เพราะ เราอยู่แล้วว่า พระเอกยังไงก็ต้องรอดมาเล่นหนังต่ออีกสามภาค ดังนั้น จึงแทบไม่เหลืออะไรให้ต้องลุ้นอีก

น่าเสียดายที่ช่วงเวลาส่วนใหญ่ไปเน้นการไล่ล่า ทำให้ ปมในวัยผู้ใหญ่ที่ตัวละครงกงลี่เอ่ยถึง ความรู้สึกรักในใจของฮานนิบาล ในตอนท้าย มันดูไม่มีความหมายและอ่อนยวบไปในทันที ทั้งที่ การเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจตัวละครระหว่าง การเลือกที่จะรัก เลือกที่จะกลับใจ และ เลือกที่จะฆ่า เลือกที่จะแก้แค้น เป็น จุดขัดแย้งเดียวที่เหลือที่หนังน่าจะเล่นสนุกกับความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้ แต่ กว่าจะใส่เข้ามา มันก็สายเกินไปเสียแล้ว

สิ่งที่ชอบ

1.กงลี่ ... เธอคือมณีเม็ดงามเม็ดเดียวที่มีในหนังเรื่องนี้ แม้ผมจะรู้สึกว่า หนังใช้ กงลี่ ได้น้อยที่สุดในบรรดาหนังทั้งหลายของเธอในช่วงปีสองปีนี้

2.ปมของ’การกิน’

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.นักแสดงนำ กัสปาร์ อุลลิแอล... หล่อ ดูโรคจิต สะใจ ทำการบ้านมาดีทั้งสำเนียงการพูด จังหวะการพูด และรอยยิ้ม แต่ แค่เพียง รูปลักษณ์ทีเห็นจากภายนอก เขาไม่สามารถสื่อความเป็นฮานนิบาล จาก ตัวตนของเขา ผมไม่สามารถโยงและเชื่อได้ว่าเขาคือฮานนิบาลในตอนโต ซึ่งก็เป็นผลมาจากบทที่เน้นแต่เฉพาะภาพลักษณ์ภายนอก

2.บทภาพยนตร์ โดย โธมัส แฮริส ...ตามที่ว่าไว้ข้างต้น

3.ผู้กำกับ ปีเตอร์ เว็บเบอร์ ... เคยทำได้ดีใน Girl with pearl earring เพียงแต่ การทำได้ดีคราวนั้น หนังก็ยังมีความน่าเบื่อในบรรยากาศดราม่าย้อนยุค พอมาถึงเรื่องนี้ เขาก็ยังคงไม่ทิ้งสิ่งที่ติดตัวมา นั่นคือ ความน่าเบื่อ เขาไม่สามารถทำให้คนดูกดดันได้เท่ากับสามเรื่องที่เคยสร้างมาแม้แต่น้อย

สรุป ... ถ้าจะมองว่าเป็นหนังฆาตกรโรคจิตเรื่องหนึ่งโดยไม่คิดถึง ฮานนิบาล ก็พอดูได้แต่ก็ไม่ถึงกับต้องดู จะรอดูแผ่นก็ไม่ถึงกับน่าเสียดายหรือพลาดอะไรไป เพราะช่วงนี้ มีหนังอีกหลายเรื่องที่ผมรู้สึกว่าดูสนุกและคุ้มค่ากว่าฮานนิบาล ดูจบแล้วนึกเสียดายว่า โธมัส แฮริส ไม่น่าจะฝืนสร้างฮานนิบาลขึ้นมาอีกเลย ถือว่า เป็นการสร้างภาคใหม่ที่ทำให้ซีรี่ส์ฮานนิบาลต้องมีขาลง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อ สามภาคที่ผ่านมา ขนาดตอนที่แย่ที่สุด มาตรฐานก็ถือว่าสูงอยู่ดี


ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่คือการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป หาไม่เจอถามจากพนักงานขายได้เลยจ้า)






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 24 เมษายน 2550
Last Update : 24 เมษายน 2550 20:23:33 น.
Counter : 6417 Pageviews.

23 comments
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  
ไปดูเพราะเพื่อนๆ อยากดู และตั๋วฟรีเช่นกัน ก็เกริ่นกับเพื่อนไว้บ้างก่อนดู ถึงรูปแบบหนังย้อนกลับมาทำภาคแรก แต่ก็ยังได้ยินเสียงบ่นอยู่ดี


ส่วนตัวเองไม่ผิดหวังเท่าไหร่เพราะอ่านคำเตือนไปบ้าง และเตรียมใจไปมากแล้ว (ฮา) แต่บรรยากาศหนังขาดความขลังของ ฮานนิบาล จริงๆ นี่นา ... อารมณ์ประมาณเผลอไปดู 24 series 5 ภาคที่มันส์สุดๆ ก่อน แล้วต้องมาตามเก็บ 1-4 น่านหละ


มาตามอ่าน + เก็บรายละเอียด โดยเฉพาะประเด็นทางจิตวิทยาที่ไม่มีใครเขียนได้เจาะลึกแบบนี้ คือความแตกต่างที่ดูหนังจบแต่ละเรื่อง แล้วต้องคอยติดตามอ่านเสมอ


ขอบคุณและรออ่านเรื่องต่อๆ ไปค่ะ
โดย: bua ja วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:1:42:30 น.
  
แฟนอยากดูมาก ๆ เลยอ่ะ
โดย: ป้าจะอิ๊บ (jipnaja ) วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:10:08:39 น.
  
ผมเขียนไว้ที่ 'หน้าแรก'(หน้าเก่าๆ) และ 'คุยกันสบายๆ' ถึงหนังเรื่องนี้ไว้พอสมควรแล้ว ... ตรงนี้ขอไม่ออกความเห็นแล้วกันครับ ... และเนื่องด้วยยังมีบัญชีตกค้างของตัวเองอีก 1(+2) เรื่อง ที่พอหลังจากวันพุธนี้ ก็อาจหลุดหายไปจากโปรแกรมฉายทั้งหมด (Sunshine + The fountain + Black book - ที่คุณ จขบ. ดูหมดแล้วทั้ง 3 เรื่อง) ... ดังนั้นคาดว่าเรื่องนี้คงเก็บไว้รอดูจากแผ่นทีหลังอ่ะครับผม
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:10:40:04 น.
  
ถ้าจะบอกว่าคำวิจารณ์หนังเรื่องนี้ยังสับสนอยู่ คุณจะโกรธผมมั๊ย??

จริงอยู่ การวิจารณ์ ต้องเกิดในภาวะที่เป็นกลาง ไม่มีอคติ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า คำวิจารณ์เป็นการแสดงออกทางอารมณ์ของผู้วิจารณ์ เพื่อ ให้ผู้รับสารได้มีความรู้สึกร่วมได้กับอารมณ์ที่คุณรู้สึก

แต่คำวิจารณ์ข้างต้นนี้ยังรู้สึก "เบา"อยู่มาก อาจเป็นเพราะคุณไม่มีเจตนาจะ กระทำการรุนแรงลงไปก็เป็นได้ แต่สรุปแล้วก็อ่านเพลินดีครับ ได้สาระเยอะมาก
โดย: ฟาฬ IP: 210.86.146.194 วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:11:25:40 น.
  
ยังไม่ได้ดูตัวหนัง แต่ได้อ่านหนังสือไปบ้างเล็กน้อย
จึงไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องนี้มากนัก...
โดย: ST.Exsodus วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:11:39:35 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ เพราะเพื่อนบอกโนเวย์ ไมละเน้อ หนังดีจะตาย ติดตามทุกภาคเลยนะ มีทั้ง DVD ทังหนังสือ (แต่ภาคนี้ ไม่ค่อยเหมือนสามภาคที่ผ่านมาเลยเนอะ)
โดย: Cheerfully วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:22:15:58 น.
  
ข้าน้อยเป็นแฟนพันธุ์แท้ของทั้ง blog ผมอยู่ข้างหลังคุณ และทั้ง Hannibal

ชอบที่ทั้งคู่มีส่วนคล้ายกันจินตอัจฉริยะ เก่งสุดยอด ยกนิ้วให้

คุณหมอ มองทะลุตัวละครและบทไปถึงหลังจอ และอธิบายเหตุผล ที่มาที่ไป อย่างลึกล้ำ ใช้หลักจิตวิทยาทำให้สนุกน่าติดตามได้ และมีแรงส่งเหลือพอที่จะได้ผมกลับไปเอาหนังมาดูอีกรอบ

คุณฮาน มองความคิดของเหยื่อออก และวางแผนอย่างลึกล้ำ ขยี้เหยื่อให้ตายทั้งร่างกายและจิตใจ ใช้หลักจิตวิทยาอย่างสูง..ถึงสูงมาก โหดชวนแหวะ แต่มีเหตุผล น่าติดตาม และมีแรงส่งพอที่จะสร้างภาคต่อได้อีกเรื่อยๆ

เขียนไม่ค่อยเก่งเหมือนคุณหมอนะ แต่รับรองว่า จะตามไปอ่านทุกตัวอักษร
โดย: pra.cha IP: 58.8.6.114 วันที่: 24 เมษายน 2550 เวลา:22:18:45 น.
  
ยินดีต้อนรับกลับบางกอกร้อนๆ ค่ะ โดยส่วนตัว หลงรักคุณหมอ เลคเตอร์จาก ภาค hanibal เหลือเกิน เพราะเสน่ห์ทั้งหมดของท่าน แสดงออกอย่างชัดเจนอยู่ที่ภาคนั้น และนับถือ เซอร์แอนโทนี ฮอปกินส์ หมดใจ ที่ถ่ายทอดความสุนทรีย์ของ คุณหมอ เลคเตอร์ ออกมา แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของนักแสดงจะต่างจากรูปลักษณ์ตัวละครในหนังสืออย่างมาก เข้าใจว่าผู้คัดเลือกตัวแสดง คงคัดเลือกจาก บุคลิกที่ให้ความ "ลุ่มลึก" ซึ่งพบได้จากหลายๆ เรื่องที่ เซอร์แอนโทนี แสดง
สำหรับภาคนี้ เห็นทีคงทำใจได้แค่รอเช่าดีวีดีค่ะ เพราะอ่อนใจเหลือเกินที่ เลคเตอร์ หนุ่มดันเล่นเป็น KiLL BiLL ไปเรียนวิชาซามูไร กะเค้าด้วย
ขอบคุณคุณเจ้าของบล็อกและสมาชิกท่านอื่นๆ สำหรับรีวิว และความคิดเห็นที่มาแชร์กันนะคะ
โดย: FuRiEs IP: 125.24.193.126 วันที่: 25 เมษายน 2550 เวลา:12:46:48 น.
  
เราติดตามการรีวิวของ คุณมาตลอดเลย ชอบมากๆเลยฮะ
แต่เรื่องนี้ คือเราว่ามันไม่เหมือนภาคอื่นๆ แต่เราก็เชื่อนะคือเราชอบนึกว่าตอนเด็กๆมันก็หยั่งงี้แหละ
แล้ว พวกนี้ยังเป็นพวกที่กินน้องอีก เลยต้องไล่ฆ่าแบบเอาให้ตายๆกันไปข้างไม่ต้องละเมียดอะไรแล้ว
พอคิดได้งี้เราก็เลยดูได้เพลิน
แต่ก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบซามูไรกะมุขยิงปืนแล้วโดนดาบเหมือนกันแฮะ-*--
โดย: London bridge is falling down IP: 210.86.220.205 วันที่: 25 เมษายน 2550 เวลา:23:58:29 น.
  
เราชอบตอนนี้นะ แล้วก็คิดว่านักแสดงนำเค้าเล่นได้ดี คือ เค้าทำหน้าที่ของเค้าดีแล้ว สำเนียงการพูด จังหวะจะโคนก็ดี จะผิดก็คนคิด "บท" มากกว่า เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเรา ให้เค้า 10/10 เลย

ส่วนที่เห็นด้วยกับ จขบ. ก็คือ
1.ฉากที่ร้านอาหาร ฉากนั้นเป็นฉากเดียวเหมือนกันที่เรารู้สึกว่า เค้าคือ"ฮันนิบัลคนเดียวกัน"

2.หนังไม่สามารถสื่อให้เข้าใจได้ว่า ทำไมเค้าถึงได้แข็งแรง + ฉลาดได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่ความฉลาดระดับอัจฉริยะของฮันนิบาลเป็นจุดเด่นของตัวละครตัวนี้เลย

สรุปแล้วส่วนตัวชอบภาคนี้มากกว่าเรดดราก้อนนะคะ ถึงบทจะไม่ดี(แลดูไม่สมเหตุผลหลายฉาก)แต่ทำให้เข้าใจตัวฮันนิบาลมากขึ้น + ตื่นเต้นระทึกใจกว่าเรดดราก้อนเยอะ
โดย: พยายามสวย~* วันที่: 29 เมษายน 2550 เวลา:2:18:41 น.
  
ไม่มี spoil alert แล้วหรอครับ
คือผมเห็นเรื่องก่อนๆจะมีเตือนไว้

เห็นเรื่องนี้ไม่มีเลยอ่าน ตั้งแต่ยังไม่ไปดู
จนรู้เรื่องหมดเลย งืมๆๆๆ

...ความแค้นของฮานนิบาล คือการแสดงออกของ ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถช่วยเหลือน้องสาวในฐานะพี่ชาย และ สุดท้ายความเจ็บปวดที่เจ็บแสบเมื่อรู้ความจริงว่าตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่กินน้องสาวตัวเอง <<< ตรงนี้อ่ะคับ spoil T_T

แค่แสดงความเห็นเฉยๆนะครับ ไม่ได้คิดอะไรมากมาย อิอิ
โดย: เล่งฮู้ IP: 58.9.170.158 วันที่: 8 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:42:57 น.
  
ผมว่าหนุกดีนะครับ หนังสื่อการเอาตัวรอดสันดารในตัวคนได้ดีมาก เมื่อเข้าตาจนแม้แต่คนเหมือนกันยังกินกันได้ เหมือนคติว่า เกิดเป็นคนอย่าไว้ใจคน
โดย: Golfxxjung IP: 125.25.209.25 วันที่: 20 กรกฎาคม 2550 เวลา:0:17:28 น.
  
ผมคิดเหมือนคุณ เล่งฮู้ อ่ะครับว่าสงสัยคุณเจ้าของบล็อกลืมเตือนว่าจะ spoil แล้ว
โดยรวมๆ ก็สนุกดีครับ แม้จะไม่มีอะไรโดดเด่นเหมือน 3 ภาค ก่อนหน้า ตรงนี้ผมพอเข้าใจว่าฮันนิบาลในภาคนี้ยังเด็กอยู่มาก การตัดสินใจทำอะไรจึงไม่ค่อยรอบคอบหรือมีการวางแผนที่ดีเท่าไหร่ ไล่ล่าฆ่าไปดื้อๆ แบบนั้นแหละ คงจะไปเทียบกับฮันนิบาลวัยชราที่มีประสบการณ์โชกโชนไปแล้วไม่ได้ แต่ก็คิดเหมือนคุณเจ้าของบล็อกว่าหนังใช้เวลากับการไล่ล่ามากไป (จริงๆ น่าจะลดจำนวนเหยื่อให้น้อยลง) ควรจะใช้เวลาสื่อให้เห็นความคิด จิตใจ การดำเนินชีวิตของฮันนิบาลมากกว่านี้
โดย: AronSun IP: 124.120.241.113 วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:15:11:31 น.
  
บทภาพยนต์มันก็มาจากหนังสือที่ โธมัส แฮริส แต่งนั่นแหล่ะค่ะ อย่างนี้คงต้องโทษคนแต่งแล้วล่ะ (สงสัยคงหมดมุข)
โดย: Mucki_girl IP: 193.24.32.39 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:18:45:35 น.
  
เคยอ่านนิยายแล้วครับ
โดย: - - IP: 124.121.19.172 วันที่: 25 สิงหาคม 2550 เวลา:7:54:28 น.
  
หนังสนุกตื่นเต้นไม่เลวเลยนะ แต่ด้วยอารมณ์ที่กระโดดไปมาไม่ต่อกัน บวกกับเนื้อเรื่องที่ค่อนไปทางแย่ด้วยแล้ว แนะนำให้หาเช่าดีกว่าครับ อย่าซื้อเลย
โดย: TheChamp IP: 58.8.104.140 วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:2:36:58 น.
  
โดยส่วนตัวไม่ได้ติดใจในการดูจากภาคอื่นๆมาก่อนพอมาดูภาคนี้จึงมองว่าเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่สื่อถึงวัยเด็กจนวัยรุ่น คิดว่าชอบภาคนี้มากทีเดียว ไม่เห็นจำเป็นต้องเปรียบเทียบกับตอนที่เขาโตแล้วเลย แอนโทนี่เล่นนี่มันตอนอายุเท่าไหร่แล้หล่ะ กว่าจะถึงวันนั้นน่าจะมีช่วงต่อออกมาอีกภาคดีไหมคะ จะได้ชัดเจน
โดย: Aing.. IP: 202.28.179.3 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:2:20:16 น.
  
มันก็สนุกดีนะ มีอะไรๆชวนให้ติดตาม เห็นด้วยกับความเห็นที่ 17 ค่ะว่าไม่เห็นต้องเอาไปเปรียบเทียบเลย ส่วนตัวละครก็เหมาะสมดี ชอบพระเอกตรงที่โรคจิตภายใต้เงาสุภาพบุรุษอ่ะแถมยังหล๊อหล่ออีกต่างหาก(เหอๆ)
โดย: เด็กเกือบดี IP: 210.86.209.43 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:13:58:12 น.
  
ก่อนอื่นต้องขอชมกับเรื่องในตอนนี้เรยคะ
ประทับใจกับบทบาทของตัวละคร และนักแสดง
ดูแล้วทำให้รู้สึกเห็นจัยและสงสาร ออกแนวดราม่านะ ถึงแม้จะมีฉากโหดๆบ้างก้ตาม
จิงคะที่ว่าอย่าเอาไปเปรียบกับภาคที่ฮันนิบาลมีประสบการณ์โชกโชน ต้องนึกว่าตอนนี้เปนปฐมบทของเรื่อง ผู้แต่งก้อยากที่จะให้นักแสดง มีพฤติกรรมที่คล้ายกัน แต่ประสบการณ์จะให้เทียบกับที่เซอร์แอนโทนี่ เล่นภาคตอนโตแล้วคงจะเทียบกันไม่ได้
หวังว่าจะเข้าจัยมากขึ้นอิกนิกนะคะสำหรับคนที่ดูแล้วเรื่องนี้ยังไม่ถึงจัย หรือยังไม่เหมาะที่จะเข้ากับแอนโทนี่ได้
แต่เพราะบทนะแระ ต้องการสื่อถึงวัยเดก วัยเริ่มหยั่งรุ้ถึงความต้องการของตนเอง ม่าช่ายว่ามาถึงก้อัจฉริยะ ฆ่าแบบมีชั้นเชิงแต่เล็ก
โดย: คนเพิ่งดู IP: 58.8.182.139 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:30:48 น.
  
หนังเป็นยังไงหรอ มันส์มากมะ โหดแบบเจสันมะ แล้วมันส์ฉลาดขนาดไหน เห็นบอกซะน่าดูเลย พูดแล้วก็อยากดูเลยวะ แต่ไม่แน่ว่าดีหรอเปล่าชอบแบบว่าฆ่าแบบโหดๆ ไม่ชอบไห้หนังมันพูดมากเกินไป ช่วยตอบด้วย
โดย: คนชอบดูหนัง IP: 203.172.179.90 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:16:17 น.
  
โธ่ๆ คุณ คุณมันก้อเปนคนบ้าไม่ต่างจากฮันนิบาลหรอก ยังจะมีหน้ามาพูดชม กงลี่ อีก ถุย
โดย: I Lov Hanny IP: 61.7.140.213 วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:23:16:36 น.
  
ทีแรกไม่คิดจะดูหรอกทุกภาคของ Dr.Hannibal Lector ที่ผ่านมาหน่ะ แต่พอมาดูปฐมบทภาคนี้แล้ว เกิดความรู้สึกอยากดูภาคก่อนๆหน้ามาก(ตอนลุงแอนโธนี่แสดง) ในส่วนตัวแล้วเห็นด้วยนิดๆ กับการตามฆ่าศัตรู แหมคุณ... ถ้าเป็นอิฉันก็จะตามฆ่ามันให้เดี้ยงยังงี้แหล่ะ กินน้องสาวของเราทั้งคน ส่วนเรื่องความฉลาดล้ำลึกอะไรนั่น ก็คนมันยังเด็ก ยังหนุ่ม จะให้สุขุมเยือกเย็นเหมือนตอนแก่ยังไร สรุปว่าชอบมากอยากให้มีภาคต่อๆๆๆๆๆๆ ไป เอาเป็นเกี่ยวกับโคตรเง่าเหล่าตระกอก็ไม่ว่า
โดย: hanniby IP: 61.19.21.3 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:15:15:10 น.
  
Ha๎n๎n๎!l3a๎L-l2!$!n๎g๎.

๓ํๅuๅuoํๅมxิ๓`|ม่lJี€U


โดย: Ha๎n๎n๎!l3a๎L-l2!$!n๎g๎. IP: 118.173.53.230 วันที่: 24 สิงหาคม 2552 เวลา:14:05:18 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด