Brokeback Mountain , รักซ่อนเร้น


ข้อมูล: Brokeback Mountain มีความยาว 134 นาที , หนังสร้างจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกับหนัง เป็นงานของนักเขียนชื่อ E. Annie Proulx ซึ่งเคยมีผลงานชื่อ The Shipping News ที่ถูกดัดแปลงไปเป็นหนังแล้วเช่นกัน , หน้งได้รับเรท R , ใน IMDB.com ให้คะแนนเรื่องนี้ 8/10 ส่วนใน //www.rottentomatoes.com ให้เรื่องนี้ Fresh ด้วยคะแนน 85 % , ตัวหนังเข้าชิงรางวัลออสการ์ 8 รางวัล ได้ลูกโลกทองคำมา 4 รางวัล (รวมผู้กำกับและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) รางวัลล่าสุดที่ได้มาคือคว้า BAFTA Awards ไป 4 รางวัล หนึ่งในนั้นคือสาขานักแสดงสบทบชายของ Jake Gyllenhaal


Spoiler alert : บทความเรื่องนี้เฉลยตอนจบของหนังและเล่าจุดสำคัญจากในหนัง



คนหนึ่ง คือ คนที่ไม่กล้าแสดงออก เป็นคนเก็บกดงึมงำ ไม่ใช่คนที่เก่งในการแสดงออกของความรู้สึก (introvert)

คนหนึ่ง คือ คนเปิดเผยแสดงออกชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เปิดเผยความรู้สึกความต้องการของตัวเองอย่างไม่ปิดบัง (extrovert)

... ทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมงานการดูแลฝูงแกะบน เทือกเขา Brokeback ในช่วงเวลาที่อ้างว้างเงียบเหงา มิตรภาพได้ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ ตามมาด้วย sexที่เกิดขึ้นกลางเต็นท์ และ อารมณ์ความรู้สึกผูกพันก็ก่อตัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เวลาแห่งความสุขนั้นมีจำกัด เมื่อถึงวันที่ภาระงานสิ้นสุดลง วันที่สองคนลงจากเขา คือ วันที่ต้องร่ำลาโดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะได้พบกันอีก

คนหนึ่งอยู่บนรถหันหน้ามองอีกคนอย่างอาวรณ์เห็นอีกคนก้มหน้าเดินเหมือนไม่สนใจ โดยหารู้ไม่ว่าเมื่อตัวเองเคลื่อนคล้อยลับสายตาไป ท่าทีที่เหมือนไม่มีอะไรของอีกฝ่ายก็ระเบิดอารมณ์ออกมาพร้อมน้ำตาในตรอกแคบแห่งๆหนึ่ง

...ต่างฝ่ายต่างออกไปมีชีวิตและสร้างครอบครัวของตัวเอง จวบจนสี่ปีต่อมา

ฝ่ายหนึ่งส่งโปสการ์ดถึงอีกคนว่าจะไปเยี่ยมเยือน อีกคนรออีกฝ่ายมาเยี่ยมอย่างใจจดใจจ่อกระวนกระวาย ทั้งสองฝ่ายไม่รู้ว่าหากได้พบกันแล้วความรู้สึกบนเขา Brokeback จะยังคงหลงเหลืออยู่หรือไม่ จนเมื่อทั้งสองคนได้พบกัน นาทีที่ทั้งสองสวมกอดกัน ความรู้สึกที่เก็บกดไว้อย่างเคลือบแคลงก็ระเบิดขึ้นมาอีกครั้งและแสดงออกมาชัดเจนว่าทั้งคู่ยังคงต้องการกันและกัน

...ทั้งคู่แม้จะต้องการกันเพียงใด แม้จะรักกันมากแค่ไหน แต่ก็ไม่สามารถจะอยู่ครองคู่กันได้ ไม่ใช่แค่ว่าเพราะทั้งสองคนมีครอบครัวแล้ว แต่ยังเป็นเพราะ ทั้งสองคนเป็นเพศเดียวกัน

Ennis(Heath Ledger) ถูกเลี้ยงดูมาให้มีความหวาดกลัวรักร่วมเพศโดยอัตโนมัติอย่างไม่รู้ตัวตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อพ่อพาเขาไปดูคนถูกกระทืบตายและอวัยวะเพศบุบสลายจากการถูกเข้าใจผิดว่าเป็นรักร่วมเพศ ดังนั้นหากเขาจะเติบโตมาอย่างมีความเป็นรักร่วมเพศ ก็ยากที่เขาจะยอมรับมันออกมาได้ตรงๆ เพราะส่วนที่ถูกฝังไว้คือศีลธรรมในใจ( superego) คอยตัดสินว่าการเป็นรักร่วมเพศเป็นสิ่งผิดและอาจนำมาสู่อันตรายอันยิ่งยวด แต่เมื่อเขาได้มาพบกับ Jack ทำให้ความรู้สึกที่แท้จริงของเขาได้ถูกปลดปล่อยออกมา

...สีหน้าเรียบเฉยของเขาหาใช่เพราะไร้อารมณ์ ตอนที่ Jack มองจากบนรถในการจากกันครั้งแรกเขาคงเห็นว่า Ennis ดูไม่มีที่ท่าอนาทรร้อนใจโดยไม่รู้เลยว่าไม่กี่วินาที่ต่อมา คนที่แสดงออกมากกว่าคือ Ennis

หากเขาได้มาเห็น Ennis เหมือนกับคนดูแล้วจะพบว่า การที่ Ennis พร้อมจะชกต่อยกับคนเสียงดังในงานดูพลุ พร้อมระเบิดอารมณ์ใส่รถที่ขับมาเฉียดใกล้ มันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนไร้ความรู้สึกแต่เขาเป็นคนที่มีบุคลิกเก็บความรู้สึกที่รุนแรงไว้ภายใน และ พร้อมจะระเบิดออกมาได้รุนแรงกว่าคนทั่วไปเมื่อไม่สามารถเก็บความรู้สึกนั้นได้ (บุคลิกเช่นนี้พบได้ในชีวิตทั่วไปหรือตัวอย่างจากหนังก็เหมือนคาแรกเตอร์หม่ำ ในเฉิ่ม)

... ฉากที่เขาระบายอารมณ์ร้องไห้ในตรอกตอนแรก เป็นได้ทั้ง น้ำตาของความสับสนของคนที่ไม่เคยรู้รสนิยมทางเพศของตัวเองมาก่อนแล้วเพิ่งมาค้นพบ , น้ำตาของคนที่ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะรู้สึกกับใครสักคนมากขนาดนี้และคนๆนั้นเป็นผู้ชาย หรือ อาจเป็นน้ำตาของความผิดหวังและโกรธที่ตัวเองไม่ยอมแสดงความรู้สึกอะไรออกมา ได้แต่ปล่อยให้รถลาลับจากสายตาไปโดยไม่รู้ว่าจะมีโอกาสพบกับอีกฝ่ายอีกหรือไม่

…Jack (Jake Gyllenhaal) ที่มีบุคลิกตรงกันข้าม จึงไม่เข้าใจว่า ทำไม Ennis ถึงไม่ยอมออกจากเมืองที่เงียบเหงา , ทำไม Ennis จึงไม่ยอมเดินออกจากชีวิตที่ซ้ำซากจำเจไปอยู่เมืองเดียวกับเขา และ ข้อสำคัญ ทำไม Ennis จึงไม่ยอมตอบรับการไปใช้ชีวิตร่วมกันกับเขา ไปร่วมสร้างฝันมีฟาร์มเล็กๆและบ้านอยู่ร่วมกัน ไปยังที่ๆทั้งสองคนจะได้พบกันตลอดเวลาไม่ใช่ปีละไม่กี่ครั้งที่ Brokeback

รักของ Jack คือ รักที่ไม่เข้าใจเหตุผลของ Ennis และ รักของเขาใช้ความรู้สึกนำทาง ในขณะที่รักของ Ennis คือ รักที่ใช้เหตุผลอยู่บนพื้นฐานความจริง และ ความหวาดกลัวจากภาพที่ถูกปลูกฝังไว้ในวัยเด็ก



..ความแตกต่างเล็กๆน้อยๆเช่นนี้เองทำให้ชีวิตคู่ของหลายๆคู่(ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรักร่วมเพศ)เกิดปัญหาได้ เพราะฝ่ายที่แสดงออกชัดเจนมักจะไม่เข้าใจบุคลิกของอีกฝ่ายพาลพาไปคิดว่า อีกฝ่ายรักเราไม่เท่ากับเรารักเขา หรือ คิดว่าอีกฝ่ายนั้นไร้ความรู้สึก ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย คำตอบที่แท้จริงออกมาจากปากของ Ennis เองว่า เหตุที่เขาไม่ไปไหนและไปไม่เป็น เพราะ Jack เพียงคนเดียว ดังที่เขาบอกว่า Why don't you just let me be ? It's because of you that I'm like this! I ain't got nothing... I ain't nowhere

ความรักของ Jack เป็นเหมือนเส้นด้ายที่คล้องทำให้ Ennis ไปไม่เป็น และ ที่เขาไม่ไปไหนเกิดจากความกลัวเพียงหนึ่งเดียว ความกลัวที่จะสูญเสียความรักและการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเป็นสุขเช่นนี้ไป เพราะ สำหรับ Ennis เขาคิดเสมอว่า การออกไปใช้ชีวิตสองคนในโลกกว้างมันย่อมมีโอกาสที่ผู้คนจะรับรู้ ภาพในวัยเด็กที่ยังคงหลอกหลอนอยู่มันคอยกระตุ้นเตือนให้เขาหวาดกลัว เหมือนอย่างที่เขาถาม Jack ว่าเคยไหมเวลาออกไปไหนมาไหนเหมือนคนมองราวกับว่าคนอื่นรู้ความจริงนี้ ความกลัวต่อการถูกลงโทษไม่เคยหายไปจากใจ Ennis

...Brokeback จึงเป็นสถานที่เดียวที่สุดที่เขาจะปลอดภัยและมั่นใจ(security base)ว่า ความรักของเขาและ Jack สามารถเติบโตได้อย่างไม่ร่วงโรย

ลองคิดภาพวันที่ทั้งสองคนลงจาก Brokeback ตัว Jack ยังมีทางออกอื่นๆให้กับชีวิต แม้ภรรยาจะหมกมุ่นกับงานแต่ก็ยังมีครอบครัวที่รอเขาอยู่ เขายังสามารถไปเม็กซิโกเพื่อปลดปล่อยแรงปรารถนาที่เก็บไว้เมื่อตัวเองต้องการ ตรงข้ามกับ Ennis ชีวิตหลังหย่าร้างของเขาไม่เหลือใครอีกเลย และ เขาก็ไม่ใช่คนที่มีบุคลิกออกไปหาใครคนอื่นในยามที่เปล่าเปลี่ยวอ้างว้างได้เช่นเดียวกับ Jack

...ดังนั้นการที่เขาอยู่ในเมืองนี้ต่อไป คือ สิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้เพื่อเก็บความรักนี้ไว้ เขาจะมีทางเลือกอื่นใดได้เหมือนอย่างที่เขาบอก Jack ว่า บางสิ่งที่แก้ไขไม่ได้เราก็จำต้องเลือกทนอยู่กับมัน( If you can't fix it, you gotta stand it.) มันคือวิถีชีวิตและวิถีความรักของเขาเองที่ยอมเจ็บปวดเพื่อให้ความรักนั้นคงอยู่ตราบนานเท่านาน

...ในท้ายที่สุด ความจริงที่ Ennis รับรู้จากพ่อแม่ของ Jack คือ ความฝันของ Jack ที่อยากมีบ้านร่วมกันกับเขารอคอยการตอบรับจากเขาอยู่เสมอมา

Jack บอกพ่อแม่ว่าวันหนึ่งเขาจะพา Ennis มาที่บ้านหลังนี้ให้พ่อแม่ได้รู้จัก น่าเศร้าที่วันนั้นคือวันที่ Jack เหลือเพียงแค่เถ้ากระดูกและความทรงจำ Ennis ได้แต่เพียงเก็บเสื้อตัวที่หายไปบนเขา เสื้อที่เปรอะคราบเลือดมาตลอดหลายสิบปีแสดงให้เห็นถึงความทรงจำที่ Jack ไม่ต้องการชำระล้างให้มันสูญสลายไป

...หากเสื้อยีนส์สีน้ำเงินสวมทับเสื้อเชิ้ตมันหมายความถึง ตัว Jack ที่โอบกอด Ennis มาตลอดที่บ้านของ Jack ภาพสุดท้าย ที่เสื้อเชิ้ตกลับมาสวมทับเสื้อยีนส์ อยู่เคียงข้างภาพ Brokeback ที่บ้านของ Ennis มันก็คงหมายถึงเวลานับจากนี้ไป Ennis จะรับ Jack มาอยู่ด้วยกันและโอบกอดเขาไว้ไปตลอดกาล

หาก Brokeback คือ ความทรงจำในการใช้ชีวิตร่วมกันที่เกิดขึ้นปีละไม่กี่หน นับแต่นี้ไป ทั้งสองคนนั้นจะอยู่ด้วยกันตลอดไป


... ความรักทำให้คนสุขได้และบันดาลให้คนเจ็บปวดได้เช่นเดียวกัน และ บางครั้งความรักก็ไม่สามารถจะหาทางออกใดๆให้กับชีวิตที่จะเจ็บน้อยไปกว่านี้ได้ อีกทั้งอาณุภาพของรักนี้เองที่ไม่ได้ทำให้แค่เจ้าตัวสุขหรือทุกข์ได้เท่านั้น มันยังสามารถบันดาลให้คนรอบตัวล้วนต้องเจ็บปวดตามไปด้วยกัน เช่นใน Brokeback Mountain ไม่มีตัวละครใดที่ไม่เจ็บปวด เธอเหล่านี้ล้วนต้องเจ็บปวดจากความจริงของความรัก

Alma ภรรยาแสนดีของ Ennis (Michelle Williams) ...วาดฝันถึงอนาคตครอบครัวที่สวยงาม เธอมีลูกกับเขา เธอปรารถนาให้ Ennis มีความสุขจึงคิดจะย้ายเข้าไปในเมือง แต่ก่อนที่ความฝันนั้นจะเป็นจริง เมื่อ Jack ก้าวเข้ามาสู่ครอบครัว ความฝันและอนาคตรวมไปถึงอดีตหลายปีที่ผ่านมาของเธอก็พังทลายชั่วพริบตา ในวินาทีที่เธอเห็นภาพสามีของเธอจูบชายอีกคน สีหน้าแววตามันบ่งบอกชัดเจนถึง ความเจ็บปวดอย่างเกินจะเอื้อนเอ่ยออกมา

แม้จะเจ็บแต่เธอเองก็ยังเก็บงำสิ่งทีได้เห็นและความรู้สึกที่มี เชื่อว่า เธออาจจะยังมีความหวังลึกๆว่าสิ่งที่เห็นนั้นไม่เป็นความจริง เพราะจากที่เธอเฉลยว่าเธอเคยแอบส่งโน้ตไว้ในถังตกปลาก่อนที่จะพบว่าถังที่ใช้ตกปลามาหลายปีนั้นไม่เคยเปียกน้ำเลย มันแสดงให้เห็นว่าเธอเองก็อาจยังไม่อยากจะยอมรับความจริงในตอนแรก เธอยังคงใช้ชีวิตกับเขาเหมือนไม่มีอะไร ยอมให้เขาไปพบกับ Jack อยู่เรื่อยๆ และ ยังร่วมหลับนอนกันเหมือนสามีภรรยาทั่วไป จนเมื่อความจริงไล่ต้อนอย่างที่เธอปฏิเสธไม่ได้ ภาพฝันและวันในอนาคตของเธอจึงจบลงอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เธอเก็บไว้มาตลอดทั้งความโกรธ ความเกลียด ความขยะแขยง ฯลฯ ได้มาระเบิดออกในห้องครัวหลังจากการหย่ากัน ในวันที่เธอไม่อาจทนมันได้อีกต่อไป

ยิ่ง Ennis พูดน้อยเท่าใดยิ่งทำร้ายใจเท่านั้น เพราะหัวอกคนเป็นภรรยาอย่างเธอ ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรคนรักของเธอจู่ๆจึงเปลี่ยนไปได้เพียงนี้ เธอเจ็บทั้งที่รู้ความจริงว่าสามีรักกับชายคนอื่นและเจ็บทั้งที่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้เพราะอะไร

Cassie Cartwright คนรักใหม่ของ Ennis (Linda Cardellini) ... เธอพยายามที่จะทำให้ Ennis มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เธอเชื่อว่าเธอกับ Ennis และลูกสาวของเขาน่าจะมีชีวิตที่ดีร่วมกันได้ แต่ แม้จะรักเขามากเท่าใด สุดท้ายเขาก็ตีจากหายไปจากเธอด้วยประโยคที่ว่า เขาคงไม่ใช่คนสนุกพอ มันทำให้เธอไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเขาจึงเข้าใจว่าเธอเรียกร้องความสนุกจากเขา ทั้งที่เธอรักก็เพราะรักตัวเขาไม่ใช่ที่ความสนุก เธอเองได้แต่เจ็บปวดกับความจริงที่ไม่มีวันล่วงรู้และ Ennis ก็ต้องเจ็บปวดกับความจริงที่ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ว่า เขาไม่สามารถรักเธอได้แม้เธอจะดีเพียงใดเพราะเขามีคนที่รักแล้วคือ Jack

...ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น จริงอยู่มันเป็นผลโดยตรงมาจากความรัก (การเป็นชู้และสถานภาพรักร่วมเพศ) ในขณะเดียวกันมันก็เป็นผลจากกรอบของสังคมที่บีบให้คนสองคนต้องจำทนใช้ชีวิตอย่างไม่มีที่ให้ไป

...ความเป็นเพศชายหรือหญิง (sexual identity)ถูกกำหนดมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ส่วนอัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity)นั้นมนุษย์สามารถบอกได้ตั้งแต่อายุ 2-3 ขวบว่าตัวเองเป็นหญิงหรือชาย และ ความรู้สึกสนใจทางเพศ(sexual orientation) ว่าชอบเพศหญิงหรือชายสามารถเกิดและเปลี่ยนแปลงเมื่อไรก็ได้ และ มันไม่ได้เกิดจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียวชนิดที่อยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนได้ง่ายๆ เพราะในปัจจุบันการศึกษาที่ยังคงวิจัยกันอยู่อย่างต่อเนื่อง มีข้อมูลใหม่ๆอยู่เสมอพบว่ามูลเหตุของมันมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งทางชีวภาพ (neurohormonal system , genes ฯลฯ)และจิตสังคม (การเลี้ยงดู , ภาพลักษณ์ของพ่อแม่ ฯลฯ) เหมือนกับคนเป็นเบาหวานจะไปบอกว่าไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงก็เป็นไปไม่ได้ คนเป็นผู้ชายแท้ๆจะไปบอกให้รักผู้ชายก็เป็นไปไม่ได้

พ่อแม่ส่วนหนึ่งรักลูกมากแต่รังเกียจลูกขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าลูกเป็นรักร่วมเพศ ทั้งที่ลูกไม่ได้มีอะไรบกพร่องด่างพร้อยไปจากเดิมเลย แต่ความเป็นลูกนั้นสูญสลายไปโดยปริยายพร้อมกับความเป็นรักร่วมเพศ เช่นเดียวกันกับในสังคม คุณค่าหรือความเป็นคนของคนๆหนึ่งสามารถสูญสลายได้เมื่อเขาเปิดเผยตัวเองออกมาในสังคมที่ปฏิเสธรักร่วมเพศ

ส่งผลให้ทุกวันนี้ อาจมีบางคนที่เป็นอย่าง Jack ซึ่งไม่หวั่นเกรงและกล้าประกาศออกมาอย่างเปิดเผย ในขณะที่ก็ยังมีอีกหลายคนที่เป็นอย่าง Ennis ก็ได้แต่เก็บงำตัวตนเองและไปมีชีวิตอย่างผู้ชายทั่วๆไปเพื่อบังหน้า เพราะหวาดกลัวการลงโทษจากพ่อแม่และสังคม ซึ่งมันส่งผลกระทบกับคนที่ถูกเลือกมาเพื่อบังหน้าเมื่อความจริงเปิดเผย

...จริงๆแล้วสังคมอาจไม่จำเป็นต้องสนับสนุนเห็นดีด้วย แต่ การปฏิเสธ หรือ สร้างขอบเขตข้อจำกัด ก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อแม่ ที่ลงโทษลูก เพียงเพราะ ความเป็นรักร่วมเพศ

หากสังคมเลือกที่จะยอมรับอย่างเข้าใจ ให้โอกาสและให้ที่ยืนแก่เพศที่สามเหมือนชายหรือหญิงโดยไม่ลดคุณค่าหรือดูหมิ่นความเป็นมนุษย์ เชื่อได้ว่า มันไม่ได้เพิ่มทำให้ประชากรที่เป็นเกย์หรือเลสเบี้ยนเพิ่มมากขึ้น เพราะคนที่จะเป็นก็เป็นอยู่แล้วสุดแต่พวกเขาหรือเธอจะแสดงออกหรือไม่เท่านั้นเอง ผลดีที่จะเกิดขึ้นอีกทางคือความเจ็บปวดที่เกิดกับคนที่มีชะตากรรม Alma , Cassie , Jack และ Ennis จะลดน้อยลงอีกด้วย


...ตอนผมดู Nana ผมสงสัยว่าการที่ตัวเองไม่ใช่ผู้หญิง จะทำใจให้ผมเชื่อและประทับใจกับเรื่องราวของสองสาวนี้ได้หรือไม่ Nana เป็นตัวอย่างที่ดีที่ผู้กำกับแสดงให้เห็นว่า ธีมที่หนังต้องการนำเสนอนั้นไม่ว่าจะอยู่ภายใต้บริบทใดย่อมสามารถเข้าถึงคนดูทุกคนได้ หากตัวผู้กำกับมีความสามารถมากพอในการนำเสนอ มิตรภาพใน Nana จึงทำให้ผมประทับใจและเป็นหนึ่งในหนังที่ผมชอบที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะไม่ใช่ผู้หญิงก็ตาม

Brokeback Mountain ในตอนแรกผมก็คิดเช่นเดียวกันว่าตัวเองอาจไม่ได้ประทับใจกับมันได้มากนัก แต่ Ang Lee พิสูจน์ให้เห็นได้แล้วว่า ผู้กำกับที่มีความแม่นยำในการนำเสนอประเด็นเป็นเช่นไร เพราะ Ang Lee ก็ไม่ใช่รักร่วมเพศแต่เขาสามารถทำให้คนดูไม่ว่าจะเป็นหญิงแท้ ชายแท้ หรือ เพศที่สาม ประทับใจกับหนังได้ทุกคน จริงอยู่มันเป็นหนังที่ใครก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความจริงไม่ได้ว่ามันเป็นหนังเกย์ แต่สิ่งที่คนได้ดูแล้วจะพูดถึงหนังเรื่องนี้ต่อ ไม่ใช่ในฐานะหนังเกย์ แต่มันคือหนังรักชั้นดีเรื่องหนึ่ง หนังทำให้เราเข้าใจได้ถึงความจริงที่ว่า ความรักคือภาษาสากลที่มนุษย์ทุกคนสามารถรับรู้และเข้าใจได้

ลองหลับตาตัดประเด็นของรักร่วมเพศออกไป เราจะพบว่า ชีวิตของ Jack และ Ennis ก็ไม่ต่างอะไรจาก โรมิโอและจูเลียต ไม่ต่างอะไรจากขวัญ -เรียม ไม่ต่างอะไรจากอินซูและโซยอง ใน April snow เพราะทั้งหมดนี้มันคือเรื่องราวของ ความรักของคนสองคนที่รักกันมากแต่ไม่อาจครองคู่กัน โดยกรอบจำกัดจากปัจจัยแวดล้อม อันได้แก่ ข้อขัดแย้งของสองตระกูล เศรษฐานะชนชั้น และ สถานภาพสมรส สำหรับกรอบของ Jack และ Ennis คือ สถานภาพรักร่วมเพศ ที่ถูกจำกัดจากกรอบของสังคม

...หนังแสดงการต่อสู้ในจิตใจของคนสองคนที่พยายามจะหาทางออกให้กับชีวิตคู่ ตัวละคร Ennis มีความน่าสนใจมีมิติความลึกและมีพัฒนาการที่ชัดเจน จากเด็กที่ถูกปลูกฝังความกลัวมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นรักร่วมเพศจนสุดท้ายกลายเป็นความรักที่ตัวเองไม่สามารถถอดถอนความรู้สึกได้ มันส่งผลให้เวลาที่ Ennis มาจับคู่กับ Jack ที่มีบุคลิกตรงกันข้าม มันจึงทำให้เราได้เห็นพัฒนาการที่ทั้งสองคนร่วมกันเดินเคียงคู่ตามเวลาหลายสิบปีบนจอ เป็นการจับคู่ที่มีเคมีเข้ากันได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้ง หนังยังแสดงให้เห็นผลกระทบที่เกิดกับคนรอบตัว (Michelle Williams เล่นดีจริงๆโดยเฉพาะ สีหน้าช็อคตอนรู้ข่าวกับสีหน้าขยะแขยงในห้องครัว ชีวิตจริงเธอเองก็เป็นคนรักของ Heath Ledger และ มีลูกสาวร่วมกัน 1 คน)

... ขณะดูหนังผมรู้สึกว่าหนังให้ความรู้สึกเดียวกับ Sideways เมื่อปีที่แล้ว คือ หนังเล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนธรรมดาๆในสังคม เรื่องของคนเพียงไม่กี่คน เป็นหนังเล็กๆแต่คุมอารมณ์และความต่อเนื่องได้อย่างคงเส้นคงวา ไม่มีช่วงใดหนักไปหรือเบาไป ไม่มีช่วงไหนยืดเยื้อหรือเร่งรัด ซึ่งจุดเด่นนี้เองเป็นจุดเด่นที่ทำให้เรื่องนี้อยู่เหนือกว่าคู่แข่งที่เข้าชิงรางวัลในปีนี้หลายๆเรื่อง

Ang Lee ถ่ายทอดอารมณ์ของหนังออกมาได้อย่างอ่อนไหวและละเมียดละไมเหลือเกิน องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้อารมณ์ของหนังออกมาได้เศร้าสร้อยอ้อยอิ่งขนาดนี้ คือ การแสดงที่ยอดเยี่ยมของ Heath Ledger และ ดนตรีประกอบโดย Gustavo Santaolalla ยิ่งสมทบกับภาษาที่สวยงามในหนัง ทั้งจากบทสนทนาและจากภาษาภาพที่รังสรรค์ขึ้นมา ภาพเสื้อสองตัวที่ซ้อนทับกัน ภาพรูปถ่ายที่ติดข้างเสื้อ ล้วนมีความหมายแฝงให้คนดูได้ตีความและมีความหมายสำหรับตัวละครในเรื่อง ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้มีดีทั้ง เนื้อความ และ อารมณ์ ที่สื่อสารมายังคนดู


สิ่งที่ชอบ

1.ความอ่อนไหวละเมียดละไม ... หากปล่อยใจไปกับหนังให้อารมณ์ของหนังได้ถ่ายทอดออกมา โดยไม่ต้องไปสนว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไร เราก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่หนังถ่ายทอดออกมาผ่านภาพและเสียงของหนังเรื่องนี้ งดงามด้วยความอ่อนไหวและละเมียดละไมมาก ทั้งจากภาพและเสียงของหนังซึ่งทำหน้าที่ในตัวเองได้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ

2. Ang Lee... Crouching Tiger, Hidden Dragon คืองานที่ยอดเยี่ยมแล้ว มาถึง Brokeback Mountain นี่เป็นงานในระดับ Masterpiece ที่เยี่ยมไม่แพ้กัน เรื่องนั้นยากตรงที่ว่า จะทำปรัชญาตะวันออกให้คนตะวันตกเข้าใจได้อย่างไรและเขาก็ทำได้แถมทำได้ดีเสียด้วย มาถึงเรื่องนี้โจทย์ก็ยากไม่แพ้กัน และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นได้ด้วยการ การถ่ายทอดความรักของรักร่วมเพศให้คนที่ไม่ใช่รักร่วมเพศรู้สึกประทับใจตามไปด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นคนเพศใด ชนชั้นใด ล้วนแต่มีความรักด้วยกันทั้งสิ้น

3. Heath Ledger ... ยกนิ้วให้ทั้งสองมือ เคยเห็นเขาเล่นหนังมาก็หลายเรื่องก็ไม่คิดว่าจะทำได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ เสียงหลุบต่ำงึมงำในลำคอกับบุคลิกท่าทางของเขา สามารถทำให้คนดูเชื่อได้ว่า ชายคนนี้ในชุดคาวบอยหลงรักผู้ชายอีกคนได้มากขนาดยอมเจ็บปวดขนาดนี้

4.ดนตรีประกอบ โดย Gustavo Santaolalla ... เศร้าสร้อย กินใจ หนังจบแล้วแต่ดนตรียังติดหูและทำให้ผมต้องฮัมเบาๆออกมา ล่าสุดซื้อซีดีดนตรีประกอบมาเก็บไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

5. Love That Will Never Grow Old... เพลงประกอบของ Emmylou Harris ที่ทั้งเพราะและความหมายดีๆเพลงนี้ บาดลึกมาก

สรุป ... เป็นอีกเรื่อง ที่หนังจบอารมณ์คนดูไม่จบ สิ่งที่ค้างคาคือภาพในหนัง ดนตรีประกอบในหนัง บทสนทนาที่ยังคงวนเวียนตามติดมาและสัญลักษณ์ต่างๆมากมายที่หนังทิ้งค้างไว้ให้ได้กลับมาถกเถียงกันต่อ นี่เป็นหนังที่ผสมผสาน เนื้อหา และ อารมณ์ กันได้อย่างลงตัว เสียดายที่หลายคนไปตีตราว่ามันเป็นหนังเกย์ ทำให้ต้องพลาดหนังดีๆเช่นนี้ไป เพราะหากจะให้นิยาม คือ หนังรักเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนบริบทต่างจากหนังรักทั่วไปคือเพศของตัวละครเท่านั้นเอง ในเมื่อมันเป็นหนังที่พูดถึงความรัก ก็ยากยิ่งนักที่คนที่เคยมีรักจะไม่ประทับใจ



ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง







ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 1 มีนาคม 2549 22:23:48 น.
Counter : 6062 Pageviews.

191 comments
Don't Worry Be Happy - Bobby McFerrin ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(24 ก.พ. 2562 16:10:07 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
นุ่งซิ่นชวนแว้นคลายร้อน ตะลีกีปัส
(11 มี.ค. 2562 12:44:10 น.)
  
มาจ่ายค่าบริการครับ
เขียนดีนะครับ ผมเองไม่มีโอกาสได้ไปดูในโรง เพราะอยู่ต่างจังหวัด ก็ได้แต่โหลดตัวหนังกับ sub มาดู สิ่งแรกที่ต้องบอกคือ ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้ค่อนข้างยาก ซึ่งก็คงเป็นเพราะดีกรีภาษาอังกฤษของผมไม่มากพอด้วย แล้วยิ่งมาเจอสำเนียงคาวบอยจากตัว Ennis นี่ บางประโยคฟังเฉยไม่ได้เลย ต้องดู sub อังกฤษตลอด แต่ข้อดีก็คือผมได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับพื้นฐานของตัวละครในบทสนทนาค่อนข้างเยอะทีเดียว เช่น เรื่องนิกาย Methodism ที่ครอบครัว Ennis นับถืออยู่ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและการดำเนินชีวิตของเขา ซึ่ง Heath Ledger ก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดี

อีกอย่างที่ผมชอบก็เหมือนกับ จขบ คือ เพลงประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเพลงบรรเลง หรือเพลงที่มีเนื้อร้อง ล้วนแต่สนับสนุนอารมณ์ของหนังได้เป็นอย่างดี ส่วนผมชอบเพลง I don't want to say goodbye เสียงเศร้าๆ ของ Teddy Thompson ที่ทำยังวนเวียนอยู่ในหัวอยู่ทุกวัน และคงอีกนาน
โดย: T_Ang วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:32:25 น.
  
มาลงชื่ออ่านค่ะ

วันก่อนเผอิญว่าง ว่าจะไปดูเรื่องนี้
เห็นแต่ GoldClass ...เฮ้อ..
ได้แต่เดินออกมาด้วยความเซ็ง
โดย: ยาคูลท์ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:2:01:40 น.
  
ก่อนอื่นต้องขอชมว่าดูหนังได้ลึกถึงรายละเอียดของคาแรคเตอร์ตัวละครได้ดี และสามารถบรรยายได้มากกว่าที่ตัวละครสะท้อนให้เห็นเสียอีก ในส่วนตัวของผมขอมองในมุมอื่นบ้างก็แล้วกัน โดยเฉพาะแกนของเรื่องที่บอกความสัมพันธ์อันลึกซื้งผูกพันของคาวบอยสองคนที่ยาวนาน กว่า 20 ปี ในส่วนตัวแล้วความรู้สึกที่ผู้กำกับ (และผู้เขียนบท) พยายามอุตส่าห์ปูพื้นมาในช่วงต้นนั้น โดยเฉพาะฉากที่สะท้อนพัฒนาการของตัวละครทั้งสองที่เริ่มประทับใจกันนั้นมันลอยๆ พิกล ที่สะดุดที่สุดก็คือเลิฟซีนครั้งแรก (น่าจะเรียกว่าเซ็กซ์ซีนมากกว่าสินะ) ซึ่งเป็นจุดหักเหครั้งสำคัญ ของชีวิตตัวเอกนั้นดูรีบร้อนและแปร่งๆ พิกล คนที่ไม่มีประสบการณ์กับผู้ชายมาอย่างเอนนิสดูจะรู้งานมากเลยนะว่าต้องทำอย่างไรกับแจ็ค ในขณะที่แจ็คก็ดูจะเป็นฝ่ายรับที่คล่องแคล่วเกินตัว เหอๆ แหม..เซ็กซ์หนแรกมันไม่ลื่นขนาดนั้นหรอก (ยิ่งอยู่กลางทุ่ง อุปกรณ์อะไรก็ไม่มี) ยังจำได้เลยว่าตัวเองเงอะงะขนาดไหนตอนที่มีอะไรครั้งแรก แล้วกว่าจะก้าวไปถึงตรงนั้น มันต้องมีจังหวะจะโคนอีกเยอะ ไม่ใช่ดึงมือมากอดปั๊บ ก็กระโจนใส่กันอะไรจะขนาดนั้น แจ็คควรจะต้องทำงานหนักกว่านั้นหน่อยกว่าที่จะให้นายทึ่มเอนนิสรู้งาน ก็ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเปรียบเทียบกับคนยุคสมัยโน้นหรอกนะ แต่หลังจากมีประสบการณ์กับแฟน(ผู้ชาย) มาแล้วก็พอบอกได้ว่า ดูแล้วขำ..อิอิ

จริงๆ หลังจากนั้น บทยังมีเวลาที่จะให้ทั้งสองสานสัมพันธ์ได้โรแมนติกและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่านั้น โดยใช้สัญลักษณ์อะไรได้อีกมากมาย มากกว่าแค่เหตุการณ์สนุกๆ แบบชายหนุ่มเล่นหัวกัน เพราะมันจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คนดูเชื่อว่าทั้งสองคนเริ่มผูกพันกันจริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะเอนนิส ซึ่งเป็นหนแรกของชีวิตที่เขาก้าวเข้ามาสู่โลกสีม่วง อะไรคือแรงจูงใจให้เขายอมรับแจ็คเข้ามาในชีวิตอย่างเต็มหัวใจ ผู้กำกับคงพยายามให้เอนนิสคงความเป็นคาวบอยดิบๆ ที่แสนจะแม๊นแมน จนรู้สึกว่า..เอ้อ..เน้นไปหน่อยหรือเปล่า โอเค การแสดงความสับสนเก็บกดของการแสดงออกที่บางครั้งก็นิ่ง บางครั้งก็รุนแรง ก็ทำให้คาแรคเตอร์นี้ดูมีสีสัน แต่พัฒนาการของอารมณ์ของเขาล่ะ บางทีบอกตามตรงว่าไม่ค่อยเข้าใจ ช่วงที่มาพบแจ็คอีกครั้งก็ทำให้เห็นว่าถ่านไฟเก่านั้นยังร้อนแรงไม่คลายถึงขนาดละความสนใจจากเมียและลูกได้ง่ายๆ แต่พอตัวเองหย่าเมียแล้ว กลับอึ้งๆ ไม่อยากจะพบกับแจ็คสักเท่าไร ความสับสนทางอารมณ์ตรงนี้มันก็เก๋ดีนะในแง่ของการตีบท แต่บอกได้ว่าทำดูแล้วไม่ค่อยอินเท่าไร Motivation มันตกๆ หล่นๆ พิกล

ยิ่งตอนที่ตัดผวัะมาที่เอนนิสมาเยี่ยมลูกกินข้าวกับเมียเก่าซึ่งกำลังท้องกับผัวใหม่ แม่คุณก็นั่งหน้าบูดอารมณ์บ่จอยพาลลุกขึ้นมาอาละวาดเรื่องชู้เก่ากับอดีตสามีจนเป็นเรื่องเป็นราว มานั่งนึกดู ตอนที่หล่อนยังไม่เลิกกะผัวทำไมไม่ลุกขึ้นมีปฏิกิริยาเสียตอนนั้น อยู่ดีๆ รอให้ระเบิดลงตอนมันสายเสียแล้ว คิดว่าคนเขียนบทคงคิดว่าจังหวะมันคงเด็ดกระมัง แต่ดูแล้ว..เฮ้อ..อะไรของมัน..ยังดีที่ตัวแสดงเล่นกันได้ดีก็เอาตัวรอดไปได้

วิธีการเล่าเรื่องตามลำดับเวลาไปเรื่อยๆ พร้อมกับการตัดต่อแบบตรงไปตรงมาโดยหลีกเลี่ยงเทคนิคการเชี่อมต่อซีนแบบอื่น (อย่างDissolve คงกลัวมันแฟนซีไปกระมัง) ก็ไม่ได้ทำให้เรื่องดูลื่นไหลได้อารมณ์นัก บางทีก็สะดุดความรู้สึกอยู่บ้างเป็นระยะ น่าจะเป็นปัญหาของการตัดต่อ (ที่ไม่ได้คิดไว้ล่วงหน้า) คิดว่าอั้งลี่คงอยากคงความนิ่งและเรียบง่ายของหนังไว้ให้มากที่สุด ซึ่งก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกแล้วที่พยายามคงบรรยากาศและอารมณ์ พร้อมสไตล์ของการแสดง เพียงแต่ Transition ของแต่ละซีนน่าจะคิดให้ละเอียดกว่านี้

จริงๆ แล้วเนื้อเรื่องออกจะเมโลดราม่าพอๆ กับ Lan Yu และ Yossi & Jagger (แถมตัวเอกยังบังเอิญมาตายตอนจบเอาง่ายๆอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเหมือนกันเดี๊ยะทั้งสามเรื่อง..ทำไมต้องเขียนให้ตายด้วย ..ไม่เข้าใจเหมือนกัน) แต่สไตล์ของเรื่องที่ดูนิ่งและลึกกว่าก็เลยทำให้ Brokeback มีความคลาสสิคกว่าตรงนี้ รวมทั้งมาตรฐานการแสดงที่รับส่งได้ดี ก็ทำให้ดูน่าประทับใจกว่า แต่บอกตามตรงว่าความรู้สึกไม่ได้ปลื้มมากอย่างที่คาดไว้จากการอ่านวิจารณ์ของหลายๆ คน

20 ปีมันน่าจะนานพอที่คนจะโตเป็นผู้ใหญ่และเรียนรู้จากความสัมพันธ์ แต่ดูเอนนิสจะจมอยู่กับ..อะไรก็ไม่รู้..ข้อเสนออะไรก็ไม่เอาทั้งนั้น กูจะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ แหละ ..ก็ถึงได้นึกชมคุณเจ้าของบล็อคที่ช่างมองเห็นเบื้องลึกในความคิดของพระเอกได้ แต่เอาเถอะ คนเขียนบทเขาคงอยากให้บทเอนนิสเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิต ก็พอยอมรับได้ตรงนี้ และอั้งลี่ก็ฉลาดพอที่จะให้การตายของแจ็คเป็นเพียงจินตนาการ ไม่ต้องมีอะไรให้เห็นนอกจากสีหน้าและความคิดที่ต่างกันของเอนนิสและเมีย รวมทั้งสัญลักษณ์เก๋ๆ ตอนจบของเสื้อสองตัว พร้อมโปสการ์ดวิว Brokeback (ยังกะข้างหลังภาพยังไงยังงั้น) ก็ทำให้หนังมี Impact กับความรู้สึกคนดูได้ดี เพื่อนหลายคนนั่งซับน้ำตาก็ฉากนี้แหละ เอ..แต่เราทำไมไม่ร้องไห้เลยฮิ สงสัยความรู้สึกโรแมนติกมันด้านชาไปแล้วกระมัง สิ่งที่อยากจะบอกคือ..ถ้าเป็นหนังของเกย์ ก็น่าจะให้เกย์ทำดีกว่านะ อย่างน้อยความสมจริงในรายละเอียดน่าจะดีกว่านี้ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังดูน่าเชื่อถือ ประทับใจและราบรื่นลงตัว
โดย: ผ่านมา IP: 61.90.117.251 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:3:00:25 น.
  
อ่านแล้วอึ้ง คิดว่าถ้าดูแล้วคงต้องร้องไห้แน่ๆ
หลายปีมาแล้วที่หัวใจของผมมันแข็งแห้งกระด้าง
หนังเรื่องนี้คงช่วยฟื้นฟูชีวิตจิตผมขึ้นมาได้บ้าง
ขอบคุณมากๆสำหรับคำวิจารณ์และคำแนะนำความคิดเห็นดีๆเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้
ไม่ผิดหวังจริงๆที่รออ่าน ขอบคุณครับ
โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:7:40:21 น.
  
เขียนดีเกินไปแล้ว

โอ้วว

ชอฉากตอนแรกๆที่แจ๊คยืนอยู่ข้างๆรถ สีเสื้อเป็นสีเดียวกะท้องฟ้าเลย โอ้วววว
โดย: PADAPA--DOO วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:23:04 น.
  
ยังไม่อ่านๆๆๆๆ


ขอไปดูก่อนนะคะ แล้วจะมาตามอ่านเช่นเดิม
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:35:25 น.
  
มาอ่านค่ะ
ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เช่นเดียวกัน
แต่รอออกดีวีดีก่อนค่อยดูค่ะ
โดย: BBwindy วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:48:27 น.
  
สุขสันต์วันทำงานนะคะ


โดย: เสียงซึง วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:13:18 น.
  
ชอบ Michelle Williams ค่ะ สีหน้าท่าทางที่เธอแสดงออกทุกซีนกินขาด สามารถข่มทุก character ที่อยู่แถวนั้นได้หมด แม้กระทั่ง Heath Ledger

ภาพยนตร์เรื่องนี้ดิฉันชอบตรง Score และภาพสวย อย่างอื่นแม้จะไม่เป็นอย่างที่คาดหวังมากนัก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกสะดุดแต่อย่างใด
โดย: Tai-Sarunya วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:30:13 น.
  
วิเคราะห์หนังได้ดีไม่มีตกเลยนะครับ..(ปรบมือให้ครับ)
ส่วนหนังผมยังไม่ได้ไปดูเลย จากที่อ่านมาทำให้อยากดูเข้าไปอีก..แต่กลัวตรงที่มันเป็นหนังเกย์นี่แหละ..ขอทำใจอีกนิดจะไปดูให้ได้แน่ ๆ (กลัวค้นพบตัวเองน่ะ หุหุ)
โดย: lotviler@hotmail.com IP: 61.90.63.49 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:25:09 น.
  
เพื่อนผมที่ได้ดูแล้ว ออกมาถามผมว่า "เรื่องนี้มันจะได้oscar ได้ยังไง(วะ)"
ผมไม่ได้ตอบ เพราะขี้เกียจ
แต่ผมก็มีคำตอบว่า ทำไม "ตัวเต็ง"เป็นสิ่งที่*น้อยที่สุดที่ brokeback จะทำได้ (ไม่กล้าฟันธงครับ เพราะเพิ่งได้ดู แค่ 2 เรื่องคือ BB กับ munich)

ผมว่าหนังเรื่องนี้ เต็มไปด้วย symbol ที่ต้องตีความ(ผมคิดว่า แกะที่ตายอาจ represent superego ที่เริ่มสั่นคลอนของennis )
และ เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่"จบ แต่คนดู ไม่จบ" (the hours กับ lost in translation เคยทำให้ผมมีอาการแบบนี้มาแล้ว)
2ข้อนี้ เป็นเหตุผลหลักของผม ที่ตอบคำถามเพื่อน(ในใจ)

ขอชื่นชม ข้อเขียนครับ เขียนได้คม และ มีความสมดุลระหว่าง"อารมณ์"และ"เหตุผล" มากๆครับ และยกย่องการหยิบทฤษฎีจิตวิเคราะห์(ที่ผมคิดว่ายากมาก)มาปรับใช้ได้อย่างกลมกลืนมากๆครับ (เก่งจัง)

ป.ล. คุณ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" คิดว่า "i swear" หมายถึงอะไรครับ คือผมงงๆ

โดย: โกโต้ เคนสุเกะ IP: 210.246.150.30 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:38:40 น.
  
โกโต้ เคนสุเกะ... สำหรับประเด็น "I swear" มีคนตีความกันมากมายหลายหลากกันไปครับ คนที่อ่านหนังสือบอกว่าในหนังสือขยายความคำพูดนี้มากกว่านี้ ประโยคจากหนังสือเป็นดังนี้ครับ (อ้างอิงจากกระทู้ในพันทิป)

"Jack, I swear---" He said, though Jack had never asked him to swear anything and was himself not the swearing kind.

...สำหรับความเห็นผม มองว่า นัยหนึ่งมันเหมือนการตอบรับของการที่จะอยู่ดูแลและรักอีกฝ่ายไปชั่วชีวิต อีกนัยหนึ่งแม้ทั้งสองคนจะไม่มีโอกาสได้แต่งงาน เคยเห็นเวลาตอบรับในพิธีแต่งงานบางครั้งเขาก็ตอบรับคำนี้ ว่าสาบานจะอยู่ดูแลอีกฝ่ายไปชั่วชีวิต

...หากชอบตีความทางสัญลักษณ์ ลองตามไปที่ link ความเห็นจากใน imdb ที่มาปะลงในพันทิปนี้ได้เลยครับ ตีความไว้เยอะเลย >> //www.imdb.com/title/tt0388795/board/flat/32200135

ขอบคุณกับทุกความเห็นที่เข้ามาคุยกันครับ โดยเฉพาะความเห็นคุณผ่านมาที่ให้แง่มุมที่น่าสนใจอีกด้าน

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:07:16 น.
  
รออ่านอยู่เลย
อ่านแล้วหมือนเอาความรู้สึกของเราที่ไม่รู้จะพูดออกมายังไง ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้ตรงใจแป๊ะๆเลย
ขอบคุณนะคะ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
โดย: linkinbee IP: 58.9.247.74 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:28:27 น.
  
ชอบเรื่องนี้มากๆค่ะ รอคอยที่จะดูมาตั้งแต่ได้ยินว่าจะเข้าโรงไทย ดีใจมาก^^

และตัวหนังก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แถมยังเศร้ามากๆ (ร้องไห้เลยแหละ)

ส่วนบทความอ่านแล้วตรงใจมากค่ะ เขียนดีนะคะ^^
โดย: zazae IP: 161.200.131.159 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:14:14 น.
  
ตามมาอ่านครับ สุดยอดครับ
โดย: WindowSeat IP: 203.146.148.130 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:08:39 น.
  
good one.
โดย: kit20m IP: 210.86.147.195 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:48:50 น.
  
บรรยายประเด็นในมุมมองของผู้กำกับได้ยอดเยี่ยมทีเดียว

หาก Ennis เลือกความรัก ผลของมันก็ไม่ต่างกับตอนนี้มากเท่าไหร่
เลือกสังคม ยังมีคนรักที่ยังพอจะเข้าใจ
เลือกความรัก ไม่แน่ใจว่าครอบครัวของเขาจะยอมรับได้มั๊ย
โดย: mda IP: 203.159.12.15 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:54:27 น.
  
รู้ไหมว่าผมคิดยังไงกับ "I swear" ....
ความรู้สึกแรกเลยขณะที่ดูอยู่คือ เอนนิสคงหมายความว่า เขาสัญญาว่าจะเอาอังคารของแจ็คไปโปรยที่ Brokeback Mountain อย่างที่แจ็คต้องการ (เพราะแต่แรกครอบครัวของแจ็คเองก็ไม่อยากให้ใครมายุ่ง ) แต่เอนนิสคนเดียวเท่านั้นที่รู้ถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างเขากับแจ็ค และ Brokeback Mountain (เหอะๆ ไม่ทราบว่าถูกหรือเปล่านะครับ)
แปลกดีนะ ไม่น่าเชื่อว่าคำเดียวทำให้เป็นปริศนา จนคนดูมากมายต่างตีความกันวุ่น ถือได้ว่าเป็นกลยุทธในการสร้างความรู้สึกต่อเนื่องทางอารมณ์กับหนังได้เด็ดทีเดียว
โดย: ผ่านมา IP: 61.90.121.51 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:58:02 น.
  
(เมื่อกี้พิมพ์แล้วมันไม่ติดอะครับ - -* เนตรวน)

ผมชอบ Michelle Williams มากกว่า Heath Ledger ซะอีก ถึงเธอจะโผล่มานิดเดียว ชอบฉากที่เธอแสดงสีหน้าตอนเห็นเอนนิสไปจูบแจ๊คที่ซอกกำแพงข้างบ้าน

ส่วน I swear นี่... ยังไม่ได้คิดเลยครับ ว่าจะสื่อถึงอะไรได้บ้าง แต่เท่าที่อ่านจากประโยคในหนังสือ ก็พอจะกระจ่างพอสมควรครับ

ปล.1 Anne Hathaway สวยคมๆ
ปล.2 ทำไมมีฉาก "สนองneed" คนดูได้ครบทุกเพศทุกวัยขนาดนี้ล่ะครับ แอบคาใจนิดๆ
โดย: nanoguy IP: 203.113.34.61 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:25:50 น.
  

>> I can feel the painful from secret LOVE
...like ENNIS love Jack

but still have some beautiful memory of it ..
โดย: wee IP: 203.113.41.36 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:11:31 น.
  
อยากไปดู ยังสอบไม่เสร็จเลย ตอนนี้มีหนังที่ต้องดู 3 เรื่องละ
-brokeback mountain (เลือกเปนเรื่องแรกเพราะอ่านบทวิจารณ์นี้เลยนะเนี่ย
-munich (หนังสปิลเบิร์กไม่เคยพลาด
-เด็กหอ(รุ่นน้องที่ รร. เล่นค่ะ)

แล้วมาลุ้นกันอีกทีตอนออสการ์ว่าbrokeback จะได้กี่รางวัล
โดย: โทยะ อากิระ IP: 61.91.220.96 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:30:16 น.
  
ได้ดูแล้วค่ะ ตอนแรกบอกตรงๆ ว่าอี้งกิมกี่ ดูแล้วมันไม่รู้สึกถึงกับเศร้า แต่มีน้ำตาคลอๆ บ้าง ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวละครเท่าไหร่ คิดว่ามีทางเลือกทำไมไม่เลือก พอมาอ่านความรู้สึกของ Ennis ยอมที่จะเจ็บปวดมากกว่าที่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันในเวลาเพียงน้อยนิด ก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ ที่บอกความรู้สึกของตัวละครได้ละเอียดยิบ จนรู้สึกว่าต้องไปดูอีกรอบหนึ่งค่ะ
โดย: N_view วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:53:44 น.
  
มาจ่ายค่าบริการเช่นกันคะ เป็นคำวิจารณ์ที่ทำให้เราเข้าใจหนังมากขึ้น ยอมรับว่าหนังมีความสมบูรณ์ในหลายๆด้านโดยเฉพาะผู้แสดง ผ๔้กำกับ และตากล้องภาพ(เรือผู้กำกับภาพ) กรี้ดภาพสวยมาก น่าทำสมุดภาพนะ อยากได้ง่ะ.. กรี้ดเจค..ตาหวานหยดมาก ผู้ชายอาไร้น่ารักน่ากินเป็นที่สุด เป็นผู้ชายที่ยิ้มทั้งปากและตา ออกจากโรงหนังมาก็มาคุยถกกันต่อกับเพื้อนสาว2คนว่าY..Y..หื่น..หนื่นจังฟะ..รู้สึกเกย์ที่ยืนใกล้จะสะดุ้ง...เหมือนจะไม่เชื่อว่าสาวๆกลุ่มนี้จะ Yกันขนาดนี้หุหุหุ..
โดย: สายลมที่พริ้วไหว IP: 58.9.140.210 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:57:09 น.
  
เป็นอีกเรื่องที่คุณเขียน comment ได้กินใจ สวยงาม มากค่ะ
โดยส่วนตัว ก้อชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้อินมากนัก
แต่พอเปิดหน้านี้ขึ้นมา เสียง ธีม ซาวด์แทร็กมันดังขึ้นมาด้วย ฟังแล้วชวนให้หวนคิดถึง ฉากต่าง ๆ ของหนังเรื่องนี้มากเลย
โดย: m*m IP: 58.136.67.103 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:49:03 น.
  
เขียนถึงไว้ใน Blog เหมือนกันค่ะ

เป็นหนังที่ดูแล้วประทับใจมากๆค่ะ เหมือนที่พี่เขียนคือ "หนังจบ อารมณ์คนดูไม่จบ"

ชอบการแสดงของทุกคน และประทับใจ Michelle Williams มากๆ

ตอน Ennis จะไปตกปลา แล้วลูกวิ่งมาหา เขาอุ้มลูก ส่งให้ Alma เธอรับมาอุ้มไม่ร้องไห้ พอ Ennis คล้อยหลังไป เธอร้องไห้แบบน้ำตาไหลพราก เศร้ามากๆเลยค่ะ

ตอนที่ Ennis รู้จากพ่อ Jack ว่า Jack เตรียมที่ไว้สำหรับให้ทั้ง 2 คนมาอยู่ด้วยกันไว้แล้ว ยิ่งเศร้า มันเจ็บใจเหมือน...เฮ้อ ก็รักกันแท้ๆ ทำไมไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ
หนังรักบางเรื่อง เศร้า เพราะไม่สมหวังในรัก ฝ่ายนึงรัก อีกฝ่ายไม่รู้ หรือไม่รักตอบ
แต่เรื่องนี้เศร้ามาก ตรงที่ต่างฝ่ายก็รักกัน แต่กลับอยู่ด้วยกันไม่ได้


ชอบ OST มากๆ ซื้อมาเก็บไว้แล้วเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะ I don't want to say goodbye ฟังแล้วอินมากๆๆๆๆ ฮือ
โดย: ที่ได้พบกับเธอ นั่นคือโชคชะตา วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:06:19 น.
  
So Cool +++
เจ๋ง
ได้อรรถรส
โดย: Like your comment IP: 221.128.106.108 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:13:00 น.
  
ที่ได้พบกับเธอ นั่นคือโชคชะตา ...ชอบแทร็ค I don't want to say goodbye มากๆเช่นกันครับตามประสาชอบเพลงรักเศร้าเคล้าน้ำตา เศร้าทุกเพลงเลยอัลบั้มนี้ เป็นOST.ที่ชอบที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา รู้สึกคุ้มมากๆ ยิ่งฟังยิ่งเศร้า

ขอบคุณทุกๆความเห็นที่มาคุยกันต่อครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:15:00 น.
  
อยากดูจังเลยค่ะ ต้องจมกองน้ำตาอยู่ตรงนั้นแน่ ๆ
โดย: Susie วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:28:09 น.
  
เขียนรีวิวได้ดีมากเลยครับ ละเอียดเจาะลึกจริงๆ ตัวผมเองตอนดูจบใหม่ๆ รู้สึกติดใจแต่ก็ไม่ได้ซึ้งมากนัก เพราะคิดตามไม่ทัน ก็อาศัยอ่านความคิดเห็นหลายๆ คนนี่ล่ะครับ พอได้คิดตามแล้ว กลายเป็นฉากในหนังมันไหลกลับเข้ามาในหัวอะครับ ซึ้ง เศร้ามากๆ เนี่ยนึกทีไรก็ยังเศร้าอยู่เลย ทั้งที่ดูมาจะครบอาทิตย์อยู่แล้ว

สำหรับความเห็นของผม Ang Lee ไม่คิดจะนำเสนอความรักในมุมของเกย์แต่แรกแล้วครับ เรื่องนี้นำเสนอความรักในแบบสากลมากกว่า คือความรักแท้ๆ ที่เกือบจะเป็นอุดมคติอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันดันเกิดกับคน 2 คนที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะเหตุผลทางทัศนคติของตัวละคร และสังคมในเวลานั้น ก็เลยกลายเป็นโศกนาฏกรรมไป

ตัวละครทุกตัวมีมิติ และนักแสดงทุกคนก็เล่นได้ดีมากๆ ครับ สำหรับผม ผมคิดว่าคนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องนี้คือตัว Ennis เอง เขาเป็นคนที่มีปมปัญหาในใจตั้งแต่เด็ก ทั้งเรื่องที่เสียพ่อแม่ไปก่อนวัยอันควร ต้องอยู่อย่างลำบากแร้นแค้น แล้วพี่ๆ ที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายก็ชิงแต่งงานไปก่อน ลองคิดดูว่า เด็กอายุแค่ 10 ปลายๆ ต้องอยู่ตัวคนเดียว ดิ้นรนคนเดียวมันจะรู้สึกอย่างไร นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ Ennis กลายเป็นคนที่ต้องการความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตมากๆ และกลัวการเปลี่ยนแปลงสุดๆ ซึ่งนำไปสู่บทสรุปแสนเศร้าของเรื่องนี้

และด้วยเหตุผลเดียวกันยังส่งผลให้ Ennis ในวัย 19 นั้น มีอีกบุคลิกนึงที่หลายคนไม่ได้พูดถึง นั่นคือ Ennis กลายเป็นคนที่โหยหาความรักความเข้าใจอย่างมาก โดยไม่แสดงออก (ความรู้สึกแบบนี้ คนที่ไม่เคยมีคนรักจะเข้าใจได้ดีเลยครับ) เมื่อ Ennis เจอ Jack ได้ใช้เวลาร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ตนเองไม่เคยได้มี Ennis จึงเปิดใจรับ Jack เข้ามาเต็มๆ ถึงแม้อีกใจนึงจะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งผิดอย่างร้ายแรงก็ตาม หลังจากนั้น Ennis ก็เลือกที่จะทนอยู่กับความขัดแย้งใจตัวเองนานถึง 20 กว่าปี ซึ่งสำหรับคนที่กล้าและมีความคิดค่อนข้างอิสระอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไม Ennis ถึงเลือกที่จะทนนานขนาดนั้น แต่สำหรับคนที่เคยอยู่ในสภาพที่จำกัด และไม่สมารถเลือกทางตามที่ใจตัวเองต้องการได้ คงสามารถเข้าใจความคิดของ Ennis ได้ไม่ยาก มันเป็นความรู้สึกที่ทรมานใจอย่างมากเลยทีเดียว แถมการแสดงของ Heath ในเรื่องนี้ก็จัดได้ว่าสุดยอด ผมรู้สึกได้ถึงความกดดัน ความเศร้า ความสับสนจากตัวเค้าเกือบทุกฉากทุกซีนเลย มีคะแนนเท่าไหร่เทให้หมดหน้าตักเลยครับ

ตัวละครที่ประทับใจรองลงมาก็หนีไม่พ้น Alma ภรรยาของ Ennis ซึ่งทนอยู่กับสามีที่ไม่ได้รักเธอเลยถึง 5 ปี (หลังจากที่ Jack กลับมา) Michelle เองแสดงได้ใจผมไปทุกซีนเช่นกัน เธอปลดปล่อยอารมณ์ของผู้หญิงที่ทั้งตกใจ สับสน และเสียใจออกมาได้สุดๆ เรียกได้ว่าฉากอารมณ์ของเธอกลบตัวพระเอกได้มิดเลย ผมเชื่อว่าทุกคนที่ไปดูแม้สัมผัสความเศร้าของตัว Ennis ไม่ได้ แต่ก็ต้องเศร้าใจไป Alma แน่นอน

คนสุดท้ายที่ต้องซูฮกให้เลย ก็คือตัว Ang Lee เอง เค้าเลือกวิธีนำเสนอได้โดนใจมากๆ เรียบง่าย เสมือนจริง เรื่อยเฉื่อย อ้อยอิ่ง ปล่อยให้คนดูเข้าไปใช้ความรู้สึกสัมผัสกับตัวละครเอง ซึ่งวิธีนี้เสี่ยงมากจริงๆ กับการที่ไม่สามารถดึงคนดูให้มีอารมณ์ร่วมด้วยได้ ผมได้ไปอ่านบอร์ดของ IMDB พบว่ามีคนจำนวนหนึ่งเหมือนกันที่ไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ที่เค้าต้องการจะสื่อได้ ถึงกับวิจารณ์กันเสียๆ หายๆ แต่ส่วนใหญ่กว่า 80% ให้คะแนนเต็มครับ นั่นสะท้อนถึงฝีมือของผู้กำกับชาวตะวันออกคนนี้ได้โดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร ส่วนตัวผมนั้น ไม่เคยได้ดูหนังที่ทำให้อารมณ์ค้างได้นานขนาดนี้มาก่อนเลย (ผมดูหนังไม่เยอะด้วยมั้ง แหะๆ) ที่ติเห็นจะมีเรื่องเดียวคือเรื่องอิมเมจของตัวละครที่ควรจะโตขึ้นตลอด 20 ซึ่ง Jack เองก็โตขึ้น ไว้หนวดมีพุงด้วย แต่สำหรับตัว Ennis เองผมว่ามันโดดๆ ไปนิด บางฉากดูแก่ บางฉากดูหนุ่ม ยิ่งฉากสุดท้ายทำไมผมรู้สึกเหมือนเห็น Ennis ตอนอายุ 19 เลยล่ะ แต่อันนี้ก็ไม่ใช่ข้อเสียที่ถึงกับทำให้อารมณ์สะดุดได้

ส่วนสุดท้ายต้องบอกว่าชอบอัลบั้ม OST ของหนังเรื่องนี้มากๆ ทุกเพลงไพเราะ เนื้อหาก็เป็นสากลแต่โยงเข้าเนื้อเรื่องได้เนียนสุดๆ เรียกว่าฟังทีไหร่นึกถึงเนื้อเรื่องในหนังขึ้นมาทันที ที่ชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นเพลงบรรเลง ของ Gustavo Santaolalla ที่ยิ่งเอามาฟังเปล่าๆ แล้วกลับยิ่งเหงายิ่งเศร้ากว่าฟังในเรื่องเสียอีก น่าเสียดายที่สั้นไปหน่อย ส่วนเพลงร้องต้องยกให้ I Don't Want to Say Goodbye เหมือนกับ คห บนๆครับ เพราะจับใจและได้อารมณ์สุดๆ เลย

ไม่ว่าเรื่องนี้จะได้ออสการ์กี่ตัวหรือไม่ได้เลยก็ไม่สำคัญสำหรับผมครับ เพราะเรื่องนี้ได้ใจจากผมไปแล้วเต็มๆ
โดย: ผ่านมาอีกคน IP: 58.64.111.65 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:14:02 น.
  
มาจ่ายค่าบริการเช่นกัน
ผมไปดูมาสามรอบแล้วครับ
ยิ่งมาได้อ่านที่คุณวิจารณ์ พาลน้ำตาจะไหลอีก
หวังว่าคงมีรอบ 2 นะครับ
ผมว่าหนังยังมีอะไรให้มองลึก ๆลงไปอีก
เดี๋ยวว่าง ๆ จะมาแจมด้วย
โดย: Tichakorn IP: 58.8.96.206 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:2:06:58 น.
  
ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้ผมตกหลุมรัก
"Jake Gyllenhaal" อย่างจัง
เขาแสดงได้ดีมากกก มากซะจนผมคิดว่าเขาเป็นเกย์จริงๆ

โดย: yoyobsb IP: 203.107.218.20 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:7:30:58 น.
  
สวัสดีค่ะ
เป็นหนังที่งามและเศร้า
ตอนดูก็เศร้า น้ำตาไหล
มาอ่านที่คุณผมอยู่ข้างหลังคุณเขียน ทำให้คิดถึงก็รู้สึกเศร้า
อ่านที่คุณผ่านมาอีกคน แสดงความเห็น ก็รู้สึกเศร้า สงสารไปกับชะตากรรมของตัวละครทุกตัวโดยเฉพาะเอนนิส อัลมา
Spoiler
เห็นด้วยว่าเอนนิสเป็นคนที่เก็บอารมณ์มากๆๆๆๆ จนเป็นแบบที่เรียกว่าเก็บกด อีกฉากที่เห็นได้ชัดคือ ฉากที่เอนนิสโทรศัพท์ ไปหาแจ็คแล้วรู้จากภรรยาว่าแจ๊คตาย เอนนิสยังมีท่าทีเฉยๆๆๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โอ้ช่างเก็บอารมณ์ได้สุดๆๆๆๆๆ
เลย
คิดว่าคนที่ทุกข์ที่สุดคือคนที่ไม่มีสามารถแสดงออกอย่างซื่อสัตย์กับความรู้ตนเอง เพราะการเก็บกดอารมณ์สุดแสนทรมานจริงๆๆเลย ทั้งเอนนิส อัลมาช่วงก่อนระเบิดอารมณ์
และมองมาตัวละครเอนนิสมีที่มาที่ทำให้เขากลายเป็นคนบุคลิกอย่างนี้ ดูแล้วก็น่าเห็นใจ

ประโยคสุดท้าย I swear.... ตอนดูไม่รู้หรอกหมายถึงอะไร แต่รู้สึกได้ว่าเศร้า เศร้า เศร้า จนน้ำตาไหลพราก เพราะด้วยคำพูดเพียงแค่ 2 คำ และที่เหลือหายไปในลำคอเช่นเคย แต่สำหรับเอนนิส มันคือการแสดงออกของความรักอันมหาศาลที่เค้ามีต่อแจ๊คผู้เป็นที่รัก
โดย: รักต้องเปิด IP: 202.28.181.9 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:09:05 น.
  
อีกนิดนึง ขอชมผู้กำกับอั้งลี่ ที่ช่างทำหนังได้ละเมียดอารมณ์เหลือเกิน เป็นหนังรักที่เศร้าแต่ก็งามจับใจ
มีอยู่ฉากนึง ที่รู้สึกทึ่งคือ ฉากที่อัลมาช๊อคเห็นสามีกับแจ็ค ที่ทึ่งเพราะทำให้ความรู้สึกเศร้ากับรู้สึกตลกมาในเวลาเดียวกันได้ ไงเนี่ย
โดย: รักต้องเปิด IP: 202.28.181.9 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:01:10 น.
  
แฮะๆ เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลยคับ ... มาแป๊ะไว้ก่อน เพราะเพื่อนผมมันบอกว่าไม่อยากดูคนเดียว แต่มันยังไม่ว่าง เลยต้องรอมันอยู่เนี่ย (ผมยังด่ากลับไปเลยว่า แล้วมรึงมาดูกะกรูเนี่ย ไม่ยิ่งไปกันใหญ่เหรอ? ไปกันเป็นคู่เชียว อิๆ) ... เด๋วดูเสร็จแล้วจะกลับมาอ่าน และเขียนอีกครั้งครับผม
โดย: บลูยอชท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:49:21 น.
  
เขียนได้ดีครับ
จะไปดูรอบ 2 เร็ว ๆ นี้ครับ
โดย: sahachai IP: 58.8.243.90 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:00:42 น.
  
เป็นเพราะความเอื่อยของหนัง
หรือเพราะอารมณ์ของผมยังไม่พร้อมที่จะดูหนังเรื่องนี้นะครับ
ที่ทำให้ผมไม่รู้สึก "อิน" เท่าที่เพื่อนหลายคนตั้งข้อสังเกตไว้

ผมชอบการแสดงของ Hedge จริงๆ ครับ
ฉากในตรอก และฉากกอดเสื้อ
เป็นฉากที่สะเทือนอารมณ์ทีเดียว


ป.ล. และตอนนี้ ผมก็กำลังผ่านสิ่งที่คุณเขียนไว้ครับ
..ความแตกต่างเล็กๆน้อยๆเช่นนี้เองทำให้ชีวิตคู่ของหลายๆคู่(ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นรักร่วมเพศ)เกิดปัญหาได้ เพราะฝ่ายที่แสดงออกชัดเจนมักจะไม่เข้าใจบุคลิกของอีกฝ่ายพาลพาไปคิดว่า อีกฝ่ายรักเราไม่เท่ากับเรารักเขา หรือ คิดว่าอีกฝ่ายนั้นไร้ความรู้สึก ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย
โดย: Marvellous Boy วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:10:40:36 น.
  
**************SPOIL******************
...สงสัยเรื่องนึง
สรุปแล้ว Jack ตายยังไงครับ
1. โดนลมยางระเบิดใส่
2. โดนพวกเกลียดเกย์รุมฆ่า
3. โดนเมียสั่งเก็บ
4. ไม่บอก ปล่อยให้คนดูคิดเอาเอง
โดย: sungod IP: 58.136.194.231 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:34:38 น.
  
ได้ไปดูเรื่องนี้มาแล้ว 2 รอบ สนุกมาก ประทับใจมากๆ ค่ะ ถ้าวีซีดีออกแล้วจะซื้อเก็บไว้แน่นอน ผู้กำกับเก่งมาก นักแสดงก็ฝีมือเยี่ยม ปกติชอบเจค กิลเลนฮาลอยู่แล้ว พอมาดูเรื่องนี้ก็ชอบฮีธ เลดเจอร์เพิ่มอีกคน อยากให้ทั้งคู่ได้รางวัลออสการ์ ถึงคู่แข่งจะเป็นตัวเต็งแต่เราก็เชียร์สองคนนี้ล่ะค่ะ

สำหรับความประทับใจในหลายๆ ฉาก ก็มีฉากที่ทั้งสองคนต้องจากกันหลังจากเสร็จงานเลี้ยงแกะ แจ๊คกับเอนนิสได้ร่ำลากันเพียงนิดเดียว แจ๊คมีท่าทีอาลัยอาวรณ์ แต่เอนนิสกลับทำเฉยเหมือนไม่มีอะไร แจ๊คขับรถออกไปมองเอนนิสในกระจกด้วยสายตาอาวรณ์ หลังจากรถลับไปแล้วเอนนิสเดินผ่านตรอกแคบๆ และก็แอบมาร้องไห้และเสียใจเหมือนจะอาเจียนแต่ไม่มีอะไรออกมา ฉากนั้นทำให้รู้ว่าเขาเป็นคนเก็บความรู้สึกมากๆ ตอนแรกเราดูก็ยังนึกว่าทำไมเอนนิสไม่เสียใจมั่งเลย แต่ที่จริงแล้วเอนนิสเสียใจมาก แต่ก็ไม่ยอมบอกแจ๊ค
กับอีกฉากที่แจ๊คมาพบเอนนิสหลังจากที่ไม่เจอกัน 4 ปี เอนนิสตื่นเต้นมากๆ ถึงกับลางานมานั่งรอแจ๊คที่บ้าน และความตื่นเต้นมากๆ ทำให้เขากินเหล้าระหว่างรออย่างใจจดใจจ่อ พอแจ๊คมาถึงเขาก็ดีใจมาก ซึ่งตอนนี้เราได้เห็นอมยิ้มแบบกรุ้มกริ่มของเอนนิส และเอนนิสก็รีบวิ่งลงไปทักและทั้งสองคนก็กอดกันแบบสุดๆ ตอนนั้นจะเห็นว่าเอนนิสดีใจมากๆ จริงๆ และด้วยความคิดถึงอย่างล้นเหลือที่อยู่ในเบื้องลึกของจิตใจ หลังจากเหลือบมองซ้ายขวา เขาก็ใช้มือสองข้างจับปกเสื้อแจ๊คและดันเข้าไปในมุมตึก ซึ่งตอนนั้นสีหน้าของแจ๊คก็ยังงงงงอยู่ แต่แล้วเอนนิสก็จูบแจ๊คด้วยจูบที่ดูดดื่มที่สุดเท่าที่เคยเห็นในหนังมา นั่นแหละทำให้ประตูที่กั้นความรู้สึกของแจ๊คเปิดออกและแจ๊คก็เป็นฝ่ายจูบเอนนิสตอบอย่างดูดดื่มเช่นกัน ที่ประทับใจเพราะตอนแรกคิดว่าแจ๊คเองแม้จะรักเอนนิสมาก แต่ในการมาครั้งนี้เขาเองก็มาแบบกล้าๆ กลัวๆ ไม่รู้ว่าเอนนิสจะคิดอย่างไร และคิดไม่ถึงหรือไม่กล้าคิดว่าเอนนิสจะจูบเขาก่อน เพราะถ้าเอนนิสไม่จูบแจ๊คก่อน ก็คิดว่าแจ๊คคงไม่กล้าจูบเอนนิสก่อนหรอก เพราะแจ๊คก็คงจะเจียมตนเนื่องจากในวันที่จากกันเขาเห็นว่าเอนนิสไม่ได้แคร์เขาสักเท่าไรเลย ฉากนี้นักแสดงเล่นได้ดีมากๆ ประทับใจแม้จะเป็นฉากที่ชายกับชายจูกันแต่ถ้าเราตัดประเด็นนี้ไปและทำใจให้กว้าง คิดว่าความรักไม่ได้จำกัดเพศ ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่สามารถเกิดกับใครก็ได้ เราจะเห็นเลยว่าฉากนี้เป็นฉากที่สวยงามและน่าประทับใจ แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าสงสารอัลมา ภรรยาของเอนนิสก็ตาม แต่สำหรับเราแล้วเราเข้าใจพระเอกทั้งสองคนก็เลยชอบฉากนี้ ลืมบอกว่าเราเป็นหญิงแท้ๆ นะ แต่เราก็รับได้อ่ะ
และก่อนหน้าฉากนี้ที่เอนนิสได้รับโปสการ์ดของแจ๊ค ตอนแรกเรายังเดาไม่ถูกว่าเอนนิสจะคิดอย่างไรที่แจ๊คจะมาหา แต่พอเราได้เห็นอมยิ้มของเอนนิสเราก็รู้ได้ทันทีว่าเขาดีใจ

สำหรับฉากเลิฟซีนซึ่งจำเป็นต้องมี เราคิดว่าผู้กำกับก็ทำออกมาได้ดีมาก ฉากที่เอนนิสกับแจ๊คมีอะไรกันครั้งแรกโดยแจ๊คเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และตอนแรกเอนนิสก็เหมือนขัดขืนแต่แจ๊คไม่ยอมเลิกตื๊อ ทำให้ทั้งสองเกิดความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเรามาคิดดูว่าถ้าตอนนั้นพอเอนนิสขัดขืนแล้ว แจ๊คก็เลิกพยายาม เรื่องมันคงไม่เกิดเป็นแบบนี้หรอก อันนี้ก็เห็นใจในความพยายามของแจ๊คนะ แล้วก็โชคดีด้วยล่ะที่ตอนนั้แจ๊คมึนๆ เพราะกินเหล้าเข้าไปเยอะก็เลยเอาไงเอากัน

ยังมีอีกหลายฉากหลายตอนที่ประทับใจ อยากให้คนที่มีความรักไปดู แล้วคุณจะรักและประทับใจหนังเรื่องนี้เหมือนกับที่หลายๆ คนรู้สึกค่ะ
โดย: jake@heat IP: 210.246.160.2 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:21:18 น.
  
ยังไม่ได้ดู อ่านแล้วอยากดูครับ
โดย: kid IP: 203.170.175.57 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:33:59 น.
  
เชื่อมั๊ยว่าตอนเข้ามาในบล็อค ได้ยินเสียงเพลงนี้ใจสะดุดลง มันเศร้าจัง เหงาหงอย มันเป็นอารมณ์ที่บรรยายไม่ถูกเลย ยิ่งพออ่านสปอยของคุณแล้วความรู้สึกยิ่งเพิ่มทวี ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้เลยค่ะ แต่ตั้งใจแล้วล่ะ ว่าจะไปดูให้ได้ เพลงนี้เพลงอะไรหรอคะ ใครเป็นคนแต่ง เค้ามีซีดีขายมั๊ยคะ ชอบมากๆเลย เพียงดนตรีก็กินขาดแล้ว กินใจมากๆ
โดย: หน้ากากแสงจันทร์ IP: 222.153.99.110 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:45:41 น.
  
หน้ากากแสงจันทร์ ... เพลงนี้เป็นดนตรีประกอบของหนังเรื่องนี้ครับ เป็นแทร็คสุดท้ายของอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ Brokeback Mountain มีเป็นซีดีวางขายแล้วครับ

Marvellous Boy ... ขอให้ผ่านช่วงเวลานั้นไปได้ด้วยดีนะครับ หนึ่งหนทางที่จะผ่านไปได้คือต่างฝ่ายต่างเปิดใจ ยอมรับและเข้าใจอีกฝ่ายน่าจะมีส่วนช่วยได้มาก

sungod ... ความเห็นของผมคือหนังไม่บอกครับ หนังฉลาดที่จับฉากความตายของ Jack มาซ้อนในความคิดของ Ennis ซึ่งมีความฝังใจในอดีตอยู่แล้ว จึงทำให้ฉากนี้คนดูตีความคิดกันเองได้แตกต่างกันไป

ขอบคุณทุกๆความเห็นที่มาคุยกันเช่นเคยครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:49:27 น.
  
ชอบมากค่ะ เป็นหนังรักที่ไม่มีการบอกว่า "I love you." (หรือว่ามีแต่เราฟังไม่ออกหว่า) ประโยคสุดท้าย "Jack, I swear..." coverทุกสิ่งทุกอย่างของทั้งสองคนเอาไว้ มันมากกว่าแค่พูดว่า I love you.
เป็นหนังที่เหงา เศร้า และอบอุ่นปนๆกันค่ะ ...parting is a sweet sorrow...
แต่ดูBBแล้วรู้สึกอึดอัด และเครียดกว่า Munich
ชอบทั้งสองเรื่อง แต่BBครบเครื่องกว่า และHeathแสดงได้เยี่ยมมาก
โดย: Donna Corleone IP: 61.47.123.102 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:42:47 น.
  
ตามมาอ่านตามสัญญาค่ะ อาจจะช้าไปนิดนึง แหะๆ

แต่ไม่ผิดหวังเหมือนเคยเลยค่ะ ขอบคุณมากที่เล่าเรื่องราวแล้วถ่ายทอดมาให้ค่ะ
โดย: นมัสเต วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:07:27 น.
  
สวัสดีค่ะ ... เพิ่งได้เข้ามาอ่านครั้งแรก

ก่อนอื่น ขอชมก่อนเลยค่ะ
เขียนได้ดีมากๆๆ ... ใช้ภาษาได้สวยงามและถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง

รักหนังเรื่องนี้มาก ... เป็นหนังรักที่เศร้าและประทับใจที่สุดเลย

ทั้งผู้กำกับ , นักแสดงโดยเฉพาะ Heath และ Jake รวมทั้งทีมสร้างหนังเรื่องนี้ทุกคน ยอดเยี่ยมมาก

ขอเชียร์ให้ได้รับรางวัล Oscar เยอะๆ หลายๆ สาขาเลยค่ะ
โดย: louktarn IP: 203.118.74.94 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:37:04 น.
  
พออ่านบ็อคจบแล้ว เหมือนภาพต่างๆที่ดูในหนังมันทยอยออกมาเลยครับ เขียนได้สุดยอดเลยครับ ซึ้งเลยครับ ดูหนังจบ ผมกลับมานั่งอึ้ง รู้สึกโหวงๆ สองสามวัน จะบอกว่าสุขใจก็ไม่ใช่ จะว่ามันทุกข์ใจก็ไม่ใช่ มันบอกไม่ถูก พอได้ฟังเพลงใจมันก็เหมือนเข้าไปอยู่ในหนัง โหวงๆอีกแล้วววววว
โดย: Thus Spoke Eitthakorna วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:54:20 น.
  
มาตามอ่านครับ

ยังไม่มีเวลาไปดูในโรงซะที
ดูดีวีดีผีมาเดือนกว่าแล้วครับ

เดี๋ยวต้องชวนแฟนไปดูให้ได้

คงเหมือนหลายๆคนที่ ก่อนดูก็คิดไว้ว่า
ต้องซาบซึ้งกินใจ น้ำตาไหลพราก

แต่ตอนดูก็แบบเรื่อยๆดูไปเพลินๆ
ตกใจบางฉาก น้ำตาซึมเล็กน้อยในบางตอน

แต่วันหลังจากดูจบไปแล้วนี่สิ
ทำไมเรื่องราวในหนังมันยังมาวนเวียนอยู่ในหัวนะ

ตามเข้าไปอ่านทุกกระทู้ของ BBM ก็ยิ่งอินเข้าไปใหญ่

ร้องให้มากกว่าตอนดูหนังอีกอ่ะ
โดย: winter love song วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:33:23 น.
  
ขอบคุณครับ ที่เขียนรีวิวดีๆ อย่างนี้ให้อ่าน

ยิ่งทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้มากขึ้น...
โดย: hiro103 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:49:31 น.
  
ขอบคุณมากครับที่เขียนบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้ครับ ขณะที่ดูหนัง ผมอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก มันเศร้านะครับ ไม่มีน้ำตาแต่มันไหลซึมอยู่ข้างใน มันสะท้อนชีวิตเกย์ไม่น้อยเลย เศร้าต่อมาอีแหลายวัน ทำให้ผมได้คิดและนึกถึงตัวเอง
ขอบคุณครับ
โดย: รักเพื่ออะไร IP: 200.126.223.145 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:22:50 น.
  
หนังจบ อารมณ์คนดูไม่จบ...เป็นอย่างนั้นจริงๆ แหละค่ะ
ทันทีที่ดูจบ...ไม่ได้ร้องให้นะ
แต่อึ้ง...มันรู้สึกเหมือนมีอะไรมากดทับตรงหัวใจ
จะร้องให้ก็ร้องไม่ออก
กลับมาถึงบ้าน ล้มตัวลงนอน ภาพฉากสุดท้ายก็ยังคงตืดตา
คงจะดี หากหนังจะหาใครสักคนมาเป็นแพะรับบาปที่ทำให้คนที่รักกันมากสองคนต้องจบลงด้วย...ความตาย ความรู้สึกของฉันจะได้เทความเกลียดลงไปหาใครคนนั้น
แต่เพราะนี่คือหนังชีวิต ทุกคนมีทั้งทำถูก ทำผิด ไม่อาจจะโทษใครได้ ...ได้แต่โทษตัวเอง...ที่อ่อนไหวเกินไป...(รึเปล่านะ)
...ซึ้งตั้งแต่ดนรีประกอบในซีนแรกของหนัง
จนกระทั่ง "Jack, I swear" คำพูดสุดท้ายของเอนิส
รับรองว่าจะซื้อเก็บทั้งดีวีดีและก็ซาวน์แทร็คค่ะ
โดย: แม่นางน้อย IP: 202.28.27.3 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:37:24 น.
  
ไปดูมาแล้วรอบนึง
และกำลังคิดว่า ถ้าว่างจะไปดูอีกสักรอบค่ะ ^^

ปล.อย่างกะบทความไซไค....
โดย: โยเกิร์ตรสสตอว์เบอร์รี่ IP: 202.28.181.10 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:37:48 น.
  
ดูหนังตั้งแต่วันที่ 14 กพ 2549 ตอนนี้ยังเศร้าอยู่เลย นึกถึงคำพูดตอนที่ Ennis มีปากเสียงกับ Jack จนเก็บความอัดอั้นไม่ไหวน้ำตาคลอเบ้า แล้วJack ก็วิ่งมากอดรัดและปลอบ, Ennis กล่าวประโยคที่ว่า I can't stand anymore , Jack เก็บกด เก็บกด เก็บกด มากๆ
โดย: pornpoj IP: 203.118.73.116 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:53:45 น.
  
เขียนดีมากๆ ครับ ทำให้สามารถเข้าใจอารมณ์ของตัวละครได้ดีขึ้นมาก ยอมรับเลยว่าผู้เขียนมีความรู้ ความสามารถ อย่างแท้จริงในด้านของพัฒนาการมนุษย์ ในช่วงของเอกลักษณ์แห่งตน ซึ่งเป็นแนวทางของจิตวิทยาพัฒนาการ (ผมเรียนทางด้านจิตวิทยามา ดูหนังในตอนแรกยอมรับว่ายังไม่ลึกซึ้งเท่ากับมาได้อ่านบทความอันนี้) อีกอย่างที่รู้สึกชอบในความสามารถของผู้เขียนคือ การถ่ายทอดเรียบเรียงวิเคราะห์ออกมาอย่างดีเยี่ยมมากๆ หลายคนมีความเข้าใจ แต่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาให้ผู้อื่นได้ดี.... ขอยกย่องนะครับ

อยากรู้จักจริงๆๆ ครับ... g_horizon9@hotmail.com
โดย: PONG IP: 203.144.188.7 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:11:46:18 น.
  
สนุกมากๆ ค่ะ ชอบเจคที่สุดๆๆๆๆๆ
โดย: jake IP: 210.246.160.4 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:14:58 น.
  
วิจารณ์ได้ดีค่ะ
โดย: Bette IP: 58.11.68.143 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:11:30 น.
  
แหะๆ มารายงานตัวแล้วครับ ... มาช่า แต่มาชัวร์ ก็อ้ายเจ้าเพื่อนตัวดีของกระผมแหละ กว่าจะว่าง ปกติถ้าดูคนเดียวผมก็ดูไปตั้งแต่ตอนเข้าใหม่ๆ แล้วล่ะ ... ประเด็นต่างๆ คนส่วนใหญ่ก็วิเคราะห์วิจารณ์กันไปเยอะแล้ว ผมของมองในประเด็นที่ผมคิดแล้วอาจยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงก็แล้วกันนะครับ
+ ที่คุณผ่านมา #3 เขียนไว้ก็จริงเหมือนกันนะครับ เป็นมีมุมมองนึงที่ผมเองก็มองไม่เห็น แต่พอมาอ่านก็เออ หลายๆ อย่างก็เป็นอย่างที่เค้าเขียนไว้เหมือนกัน ... แต่โดยภาพรวม ผมก็ถือว่าเรื่องนี้อารมณ์หนังและความละเมียดละไมอยู่ในขั้นดีถึงดีมาก อังลีทำงานได้ประณีตมากมาย
+ ผมว่าที่คนส่วนใหญ่อินกับเรื่องนี้มาก ... เพราะประเด็นที่พูดถึงในหนังเรื่องนี้ ถ้าจะมองกันให้กว้างขึ้นก็น่าจะเป็นตัวแทนของรักต้องห้ามทุกรูปแบบ ทำให้ตอนจบส่วนใหญ่จะเป็น tragedy ... แต่ที่เรื่องนี้ดูดีขึ้นมาอีกขั้นก็คือ อังลี เค้าใส่อารมณ์ตะวันออก (เอื่อยเฉื่อย ละเมียดละไม แต่ลุ่มลึก กินใจ เศร้าขึ้นๆ เรื่อยๆ จนแม้แต่คุณออกจากโรงกลับบ้านไปแล้ว ความรู้สึกนั้นก็ยังคงอยู่ - ประเด็นนี้ผมเคยเจอมาแล้วกับเรื่อง All about Lilly Chou-Chou กับ Nobody knows หดหู่อยู่เป็นอาทิตย์ๆ เลยครับ) เข้าไปในหนังตะวันตกแท้ๆ อย่างธีมคาวบอยได้อย่างกลมกลืน
+ หนังมีนัยยะของคอนแทรสต์ในหลายๆ อย่างเช่น คาวบอย (แม๊นแมน) แต่ดันชอบชายด้วยกัน / คนนึงเป็นบุคลิกแบบเปิด รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรและอะไรที่จะมาสนองความต้องการและความสุขของตัวเองได้ ส่วนอีกคนมีบุคลิกแบบปิด(มากๆ) ซึ่งจะได้กล่าวถึงในย่อหน้าถัดไป / ภาพทิวทัศน์ BB Mount. ที่สวยงามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กับความรู้สึกของเอนนิส ที่เหมือนเล็กจิ๊ดเดียว ฯลฯ
+ ขอพูดทฤษฎีอะไรบางอย่าง อาจไม่ได้อยู่หรืออยู่ในตำราจิตวิทยาที่ไหนซักแห่งที่ผมเคยอ่านมา ... ผมว่าพฤติกรรมของตัวละครอย่างเอนนิสเนี่ย สามรถอธิบายด้วย "ทฤษฎีกรอบ" ครับ ... คือ ผมเชื่อนะว่าเราแต่ละคนมีกรอบอะไรบางอย่างที่จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมอยู่ มันอยู่ที่ว่ากรอบการยอมรับที่แต่ละคนวางไว้นั้นแคบหรือกว้างแค่ไหน ... ซึ่งคนอย่างเอนนิสเนี่ยแหละครับ ที่กรอบแคบที่สุด อยู่ชิดติดตัวเค้าเลย (เวลาคนกรอบกว้าง (ค่อนข้าง) มากอย่างผมดู เลยรู้สึกอึดอัดแทนเลยอ่ะครับ ... ส่วนพวกที่อาจเรียกกันว่าใช้ชีวิตคุ้ม นั่นคือพวกที่แทบจะหาขอบเขตของกรอบไม่ได้ นั่นคือ เค้าลองทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ไปมันทุกที่ที่อยากไป กินเที่ยวตามใจปรารถนา (อย่างผมเองยังไม่ถึงขั้นนี้ ถ้าเกินลิมิตที่ผมคิดไว้แล้ว ผมก็จะไม่ยอมรับหรือไม่ก้าวข้ามกรอบของผมออกไป)
+ เอนนิสเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ที่น่าหดหู่และเก็บกดที่สุดเท่าที่ผมเคยดูมา แต่ก็มีเหตุผลรองรับว่าเป็นเพราะกรอบที่เค้าสร้างไว้กักขังจิตวิญญาณตัวเองมันเล็กมาก จนเค้าไม่สามารถหลุดออกไปจากกรอบนี้ได้เลย ทุกอย่างพังพลายไม่ว่าจะเป็นชีวิตตัวเอง, ชีวิตคู่, ครอบครัว, ความสัมพันธ์กับลูกสาว (ตอนที่ลูกอึดอัดขอมาอยู่ด้วย แล้วเค้าอ้ำอึ้ง) และคนอื่นๆ (ตอนที่เค้าพยายามเริ่มใหม่กับสาวบาร์) และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือความรัก(แท้)ที่เค้ามีกับแจ๊คนั่นเอง ... จนกระทั่งฉากสุดท้ายโน่นแหละ ที่เค้าเปลี่ยนใจยอมเป็นงานแต่งงานของลูกสาว นั่นอาจเป็นครั้งแรกที่เค้ากล้าก้าวออกจากกรอบที่ผมว่าเอาไว้
(ยาวไปแล้วมั้ง แต่ยังมีวัตถุดิบบางอย่างค้างอยู่ในหัว ขอญาตต่อภาค 2 อีกอันนะครับ)
โดย: บลูยอชท์ (รอบ 2/ภาค1) IP: 210.1.33.130 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:18:50 น.
  
^
^
พิมพ์ผิดเยอะมาก กลับไปแก้ไม่ได้ด้วยดิ อายจังแฮะเรา - -" สงสัยต้องคีย์ใน notepad แล้วตรวจปรู๊ฟก่อนแฮะ ถ้าอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องต้องขออำภัยด้วยนะคร้าบ

มาว่ากันต่อ ...
+ 4 คาแรคเตอร์หลักทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาก ... มิเชลล์ วิลเลียมส์แสดงฉากหัวใจสลาย(ตอนที่เห็น 2 ชายจูจุ๊บ)ได้เยี่ยมสุดๆ /ฮีธ ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับการยอมรับฝีมือการแสดงเท่าไหร่) มีเท่าไหร่ก็ใส่เข้ามาหมดเลยแฮะในเรื่องนี้ เยี่ยมครับ / แอน แฮธาเวย์ จนถึงตอนท้าย ทำให้ผมแทบจะลืมภาพสวยใสคิกขุใน Princess Diary ของเธอไปเลย / เจค ผมว่าเค้าแสดงบทแต๋วแตกได้เก่งมากเลยนะครับ ทั้งสายตา, สีหน้า, พฤติกรรมหื่นๆ ฯลฯ ตั้งแต่ต้นเรื่องจนหมดช่วงของเค้า (เอ๊! หรือว่า ......... 555)
+ รักต้องห้าม เมโลดราม่าแบบนี้ ทำให้ผมย้อนกลับไปนึกถึงงานเก่าๆ ที่กินใจบางเรื่อง อย่าง The Bridges of Madison County หรือ Far from heaven เลยครับ
+ ชอบชื่อไทยของหนังมากมาย (ทั้งๆ ที่อีกหลายๆ เรื่อง ตั้งได้ห่_ยแตกมากกก) ... "หุบเขาเร้นรัก" คือนอกจากเพราะแล้วยังมีความหมายที่ลึกซึ้งแอบแฝงอยู่อีกด้วย
+ เพื่อนผมคนนึงที่เป็น ... แล้วไปดูเรื่องนี้มา (ซึ่งเค้าเล่าว่าเค้าเคยคิดจะแต่งงานเพื่อปกปิดสถานภาพและหนีความกดดันทางสังคมต่างๆ) ... พอดูเรื่องนี้จบ เค้าบอกว่าไม่เอาแล้วครับ เห็นในหนังก็มากเกินพอ เพราะมันไม่ใช่แค่ชีวิตตัวเองที่พัง แต่นั่นคือเค้ากำลังจะลากคนอีกหลายๆ คน ที่ไม่มีความผิดหรือมีส่วนรู้เห็นกับตัวตนของเค้า ให้ลงนรกไปพร้อมๆ กัน อย่างน้อยก็ภรรยากับลูกที่จะเกิดมานี่แหละ ที่น่าสงสารที่สุด ... นับว่าโชคดีครับ ที่เพื่อนผมคนนี้มันตัดสินใจได้ (จากการได้ดูตัวอย่างจากหนังเรื่องนี้) ... เพราะผมว่ายิ่งสังคมยอมรับคนกลุ่มนี้มากขึ้นเท่าไหร่ การที่บางคนต้องแต่งงานเพื่อบังหน้าก็น่าจะลดน้อยลงเท่านั้นแหละครับ (เหมือนการขยายกรอบการยอมรับของคนส่วนใหญ่ในสังคมให้กว้างขึ้นนั่นเอง)
+ ตอนต้นที่มีฉากเสื้อหาย แล้วพอดีในหนังตัวอย่างมันมีฉากฮีธกอดเสื้อ ผมก็พอจะนึกออกแล้วครับ แต่มีเซอร์ไพรซ์อีกนิดตรงที่เค้าเอามาคลุมซ้อนกันเหมือนได้โอบไว้ในอ้อมกอดตลอดเวลาเนี่ยแหละ คิดได้ไงวะเนี่ย โมแรนทีคเจงๆ เล้ยยย
+ ฉากจบ คำว่า "I sware" แล้วให้คนดูไปตีความกันเอาเอง ... ทำให้ผมรู้สึกคล้ายหนังเรื่องนึงคือ Lost in translation ที่บิลล์ เมอร์เรย์เข้าไปกระซิบอะไรบางอย่าง (ที่คนดูอยากรู้มาก) ข้างหูสการ์เล็ต แล้วให้คนดูจินตนาการต่อเอาเอง ว่าเค้าบอกอะไร จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับ 2 คนนี้ต่อไป หรืออาจไม่ได้เจอกันอีกเลยชั่วชีวิตก็ได้ ... แต่ของ BB นี่ตีความได้ง่ายกว่าหน่อยนึง (แต่ถ้าถามผม ผมขอจินตนาการว่า เอนนิสสาบานว่า ..... เค้าจะรักแจ๊ค(เหมือนที่รักมาชั่วชีวิต)ตลอดไป หรืออาจจะเหมือนคำว่า "I do" ในการตอบตกลงเป็นสามีภรรยาในพิธีแต่งงานคริสต์ ในงานแต่งงานที่ไม่มีวันมี ระหว่างเค้าทั้งสองก็เป็นได้ครับ)
+ (ถกประเด็นของคุณ sungod#37) 555 ข้อ 3 คิดได้ไงอ่ะครับ โดนเมียสั่งเก็บเนี่ย ... ถึงเธอจะเปรี้ยวปรี๊ดซะขนาดนั้น แต่คงไม่เหี้ยมมั้ง ถ้าโดนสั่งเก็บน่าจะเป็นพ่อตาสั่งมากกว่า (เมียยังแอบยิ้มเลย ที่ผัวกล้าขัดพ่อ) ... ส่วนฉากที่โดนรุมตื้บนั่นก็น่าจะเป็นความกลัวที่ฝังหัวเอนนิสอยู่ เพราะฉะนั้นเรื่องจริงก็น่าจะเป็นตามที่ภรรยาเค้าบอกนั่นแหละครับ)
โดย: บลูยอชท์ (รอบ2/ภาค2) IP: 210.1.33.130 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:00:35 น.
  
ชอบเรื่องนี้มากเลยครับ โดนจริง ๆ
โดย: บาส IP: 203.113.50.137 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:56:32 น.
  
ตอนดูแรกๆก็คิดว่าหนังเรื่องนี้มันเรื่อยๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย แต่ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกจมดิ่งเข้าไปสู่ในหนัง โดยเฉพาะฉากที่ Annis ระเบิดอารมณ์ออกมา เมื่อมาถึงตอนจบ ความรู้สึกมันดิ่งลงและไม่สามารถจะขึ้นมาได้อีก ทั้งเศร้า หดหู่ เหมือนมีอะไรมากดดันจิตใจ อยากจะเล่าให้ใครซักคนฟังเพื่อระบายความรู้สึก ไม่รู้ว่าคนอื่นที่ดูจะรู้สึกเหมือนกันมั้ย หิหิ
โดย: one-way IP: 210.86.216.196 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:13:07 น.
  
ได้มีโอกาสฟัง OST ของเรื่องนี้แล้วช่างไพเราะ ทำให้ดำดิ่งไปกับอารมณ์ของความรักที่มีทั้งเศร้า สุข เหงา และเจ็บปวด


เพลงที่ชอบเป็นพิเศษ เหมือนคุณผมอยู่ข้างหลังคุณ (ไม่ได้เลียนแบบนะ)คือ Love that will never grow old เป็นเพลงรักโศกซึ้งที่เศร้า เหงาและหวาน
โดย: รักต้องเปิด IP: 202.28.181.9 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:14:51:12 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ
ชอบมาก ว่าจะไปดูอีกรอบ

คุณบรรยายได้แจ่มแจ้งดีจัง กินใจมากค่ะ
โดย: ขิม IP: 203.152.58.82 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:15:33:15 น.
  
ก่อนได้ดูหนังเรื่องนี้ รู้สึกว่า ......หนังเกย์อ่ะ
ตอนดู รู้สึกว่า ภาพสวย ดนตรีกินใจจัง แล้วก็อารมณ์อึมครึม
พอดูจบ รู้สึกชื่นชมกับทุกๆอย่างที่รวมมาเป็นหนังเรื่องนี้ ทั้งตัวเรื่อง บทหนัง นักแสดง ดนตรี ภาพ ผู้กำกับ และความเข้าถึงความรู้สึกแบบสุดๆ สื่อความรักระหว่าง "คน" 2 "คน" ได้กินใจ และละเอียดลึกซึ้งเหลือเกิน จนบางครั้ง ยังแอบคิดว่า ถ้าจะมีความรักที่ไม่สมหวัง แต่สวยงามได้ขนาดนี้ ก็ยอม
ดูจบ ไปโหลดหนังสือมาอ่าน เป็นเรื่องสั้น ภาษาอ่านไม่เข้ายากนัก เขียนบรรยายธรรมชาติละเอียดเห็นภาพดี คำพูดแสดงความรู้สึกของตัวละครก็เหมือนในหนังเลย อ่านไปก็ลองพูดไปด้วย รู้สึกเหมือนได้ดูหนังอิกรอบดี
ส่วน soundtrack ฟังตัวอย่างจากเวบ ก็เพราะดี country จ๋า เห็นมีแต่คนชม เดี๋ยวพรุ่งนี้ว่าจะไปซื้อมาเก็บไว้หน่อย
โดยส่วนตัว ยกให้เป็นหนัง oscar แห่งปีเลย
ป.ล. จิงๆอยากไปดูอิกรอบ แต่ไหนๆจะซื้อ dvd อยู่แล้ว งั้นทนรอละกัน
โดย: gifu IP: 202.28.181.10 วันที่: 1 มีนาคม 2549 เวลา:2:18:45 น.
  
ขอแจมครับ ดูมา 2 รองแล้ว ต่างโรงกัน แต่ความรู้สึกมันบอกไม่ถูกครับ ไม่ร้องไห้ในโรง แต่ออกมาปล่อยโฮที่บ้าน กับที่ทำงาน 3-4 รอบแล้วครับ คือผมเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนหรอกนะครับ แต่คิดถึงอกเขาอกเรา มันบอกไม่ถูก ความรักที่ไม่ค่อยจะสมหวัง ทำอะไรก็ไม่ได้ ติดกับประเพณี ขนบเก่า ๆ สำหรับส่วนหนังนั้นเพลงเพราะมาก เศร้ามาก ฟังทีไร น้ำตาท่วม คือผมเป็นคนชอบเพลง สไตล์นี้อยู่แล้วด้วย บรรยากาศของหุบเขาก็ดีครับ นักแสดงเล่นเนียนดีมากเลย
ซีนที่เมียของ เอนนิส มาเห็นตอนพระเอกทั้งสองจูบปากกัน ผมเข้าใจเลยนะว่าหัวอกคนที่เป็นเมียเป็นอย่างไร เฮ้อ ... ถ้าการกลั่นแกล้ง ความอยุติธรรมที่มีต่อเกย์ น้อยลงกว่านี้ โศกนาฏกรรมแบบคงจะไม่เกิดขึ้นบ่อย ๆ นะครับ ผมว่านะ
โดย: ธีรศิลป์ IP: 202.28.180.130 วันที่: 2 มีนาคม 2549 เวลา:20:17:59 น.
  
จะตามมาอ่าน Munich แต่ว่ามาขอ Comment ตรงนี้แทน เพราะว่าเชียร์เรื่องนี้อยู่น่ะค่ะ ... ชอบเรื่องนี้มาก ๆ เหมาะจะได้ ภาพยนต์ยอดเยี่ยมมากที่สุดเลยค่ะ ตั้งแต่ดูหนังรางวัลมา.. เพราะเนื้อเรื่องติดตรึงใจ ไม่มีทางลบเลือน...โอ้ความรักจงเจริญ!! แต่ยังไม่ได้ไปดูอีกสองเรื่องที่อยากดูเลยค่ะ Walk the line กับ TransAmerica อยากดูเหมือนกัน
โดย: aoi IP: 203.157.48.252 วันที่: 3 มีนาคม 2549 เวลา:16:09:27 น.
  
ตอนนี้ผมอยู่เยอรมัน หนังเรื่องน้ยังไม่เข้า แต่ผมก็เยน้ำตาไปมากมายเมื่ออ่านกระทู้ของคุณ ผมเป็นเหมือนอย่างแจ็คในขณะที่คนรักของผมกลับเหมือนเอนิสอย่างไม่ผิดเพี้ยน เมื่อก่อนผมเองไม่เคยเข้าใจในตัวแฟนผมเลย เราทะเลาะกันเสมอเรื่องที่ผมคิดว่าเค้าไม่รักผมเหมือนอย่างที่ผมรักเค้า ผมคิดเองอยู่เสมอว่ามีเพียงแต่ผมเท่านั้นที่ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อความรักของเราในครั้งนั้น จนสุดท้ายเมื่อได้มาอ่านบทความของคุณแล้วนั่งนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาที่มันเกิดขึ้นระหว่างสองเรา ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมีเพียงอย่างเดียว คือ ผมอยากขอโทษเขาคนนั้น ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าสิ่งต่างๆ ที่เค้าทำให้นั้นเค้าเองต้องทุ่มเทมากแค่ไหน กว่าที่จะทำได้มากแค่นั้น ผมเองต่างหากที่ไม่เคยเห็นค่ามันเลย ผมอยากบอกว่าเขาว่า ผมขอโทษนะ แม้สุดท้ายนี้เราจะห่งไกลกันแต่ผมก็ยังรักคุณอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง สุดท้ายผมขอขอบคุณเจ้าของบทความที่ได้มอบความกระจ่างแก่ผม ขอบใจนายมากนะ
โดย: นายนุ IP: 84.191.19.137 วันที่: 3 มีนาคม 2549 เวลา:18:19:45 น.
  
วันนี้เพิ่งไปดูมาค่ะ ตอนดูอยู่กระสับระส่ายมากเพระไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเลย แต่พอมาอ่านแล้วก็เข้าใจขึ้นมากค่ะ กะว่าจะไปดูอีกรอบ
โดย: J IP: 58.10.76.212 วันที่: 4 มีนาคม 2549 เวลา:0:27:42 น.
  
สุดท้าย หนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้ Best Picture จากเวที Oscar ผิดหวังมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร แต่อย่างน้อยก็เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่เราประทับใจ
และเนื้อเรื่องมันกินใจ และประทับใจในคำว่า รัก ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหนก็ตามครับ ชอบเพลง I don't want to say goodbye มากฟังหลายรอบแล้วก็ยังไม่เบื่อเลย ครับ //webboard.mthai.com/6/2006-02-08/196280.html?21 ลองเข้าไปฟังที่นี่ครับ
โดย: หนังดีเรื่องหนึ่ง IP: 58.136.64.91 วันที่: 7 มีนาคม 2549 เวลา:10:11:02 น.
  
แถวบ้านหนังเรื่องนี้เพิ่งเข้าฉานเมื่อวานเอง วันนี้เลยโผล่ไปเสนอหน้าในโรงทันที
หลายฉากดูไม่เข้าใจแต่ก็ซึ้งน้ำตาท่วมจอ เพิ่งมากระจ่าง
เข้าใจก็ตอนอ่านบทความของคุณเจ้าของบล็อกนี่หล่ะค่ะ
เขียนบรรยายได้ดีมาก ชื่นชม ๆ

***
ฉากJack ตาย คาใจมาก เถียงกับเพื่อนซะ ไม่มีใครยอมใคร
ยังไงตัวชิวเทียนเอง ก็ยังคิดว่าภาพ Jack โดยรุมทำร้ายนั้น
เกิดจากEnnis คิดไปเองว่า Jack ตายแบบนั้น (เพราะ Ennis ฝังใจเรื่องนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว)
โดย: ชิวเทียน วันที่: 11 มีนาคม 2549 เวลา:6:27:27 น.
  
มาจ่ายค่าบริการค่ะ
ไปดูมารอบเดียว ชอบมากๆเลย
ซึ้งจัด ร้องไห้ซะตาแดงเลย
จนปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นอ่ะ เวลาอ่านพวกทู้แล้วนึกถึงน้ำตามันจะคลอๆ
แต่เพลงที่เปิดในบล็อกอ่ะค่ะ ได้ยินเมื่อไหร่น้ำตาไหลเมื่อนั้น
ยิ่งอ่านบล็อกไป ฟังเพลงไป น้ำตาไหลเลย ไม่รู้ว่าอาการแบบนี้ เป็น โรค brokeback ด้วยป่าวเนี่ย
แล้วก็ขอบคุณด้วยนะคะ อ่านบล็อกแล้ว เข้าใจเนื้อเรื่องบางตอนเพิ่มขึ้นเยอะเลย

โดย: ชอบจัง IP: 61.47.97.250 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:8:06:14 น.
  
เข้ามาจ่ายค่าบริการเหมือนกันค่ะ

ขอบคุณนะคะที่เขียนให้อ่าน อ่านแล้วรู้สึกคิดถึงหนังเรื่องนี้อีกแล้ว

ไปดูมา 3 รอบ

สิ่งที่ประทับใจที่สุด(ในความรู้สึกของตัวเองนะคะ) คือ ความรักของทั้งสองคนค่ะ สายตาที่ Jack มอง Ennis มันช่างบ่งบอกความรู้สึกรักล้นใจ และน้ำตาของ Ennis ที่รัก Jack แต่ไม่รู้จะทำยังไง
โดย: สองจุก IP: 203.146.253.107 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:9:29:55 น.
  

yehhhhh......DVD is coming soon...

post on April 4 in USA
โดย: wee IP: 203.113.41.36 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:10:24:04 น.
  
อ่านแล้วอยากดูมาก ๆ เลย
โดย: รุ่งริ่ง IP: 203.156.190.25 วันที่: 18 มีนาคม 2549 เวลา:9:57:40 น.
  
ดูมาแล้ว
อยากบอกว่าได้ยินเพลงแล้วจะร้องไห้
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ
โดย: nj IP: 61.91.96.3 วันที่: 18 มีนาคม 2549 เวลา:23:36:14 น.
  
ชอบครับไปดูมาแล้ว และก็ชอบชื่อ ผมอยู่ข้างหลังคุณ ฟังแล้วเสียวดีครับ
โดย: หุหุ IP: 61.19.188.112 วันที่: 19 มีนาคม 2549 เวลา:11:05:48 น.
  
ดูจบแล้วรู้สึกอึดอัดหดหูอัดแน่นอยู่ข้างใน
ไม่ใช่ความรู้สึกเศร้านะ เพราะไม่รู้สึกอยากร้องไห้เลย
ผู้กำกับยอดเยี่ยมมาก นักแสดงก็แสดงได้ดีทุกคน ภาพสวยอลังการ แถมเพลงเพราะอีกต่างหาก
โดย: บีเจ IP: 203.113.16.241 วันที่: 19 มีนาคม 2549 เวลา:21:34:40 น.
  
Thank you very much for another great review.
I just want to mention about Ann Hathaway (as Lureen, Jack's wife). She is also brillant in this movie especially the phone scene with Ennis.
I can't believe that I've watched this movie five times already
โดย: anonYmous IP: 64.119.43.102 วันที่: 20 มีนาคม 2549 เวลา:7:41:31 น.
  
เขียนได้ดีมากๆเลยค่ะ เพิ่งมีโอกาสได้ไปดูมาวันนี้ร้องไห้ตั้งแต่ในโรงพอเริ่มหายหน่อย มาอ่านblog ของคุณนี่อารมณ์เศร้ากลับมาอีกแล้วค่ะ
แต่ชอบมากๆเลยนะคะ โดยเฉพาะเอนนิส
โดย: Earth IP: 203.157.14.247 วันที่: 22 มีนาคม 2549 เวลา:19:25:03 น.
  
ดูเรื่องนี้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน
ยังนั่งอ่าน และ ดูทุกอย่างที่เกี่ยวกับบ๊อกแบ๊กเมาเท่นมาทุกวัน
และยังพยายามจะลากใครไปดูด้วยกันอีก

ไม่รู้คุณ ผ่านมา นี่เขียนหลังจากดูได้แล้วสักพัก หรือว่าดูแล้วมาเขียนเลยทันทีกันแน่ เพราะดูเหมือนอารมณ์คุณจะยังไม่ตกตะกอนเท่าไหร่ เลยมองหนังเรื่องนี้ในมุมที่ประหลาดๆ ดี
เรื่องนี้ตอนเราดูจบ แล้วแบบเดินมึนๆ ออกมาจากโรง ผ่านไปสักสามชั่วโมง เริ่มตื่น อารมณ์มันเริ่มไหลเข้ามา คราวนี้และฟีเวอร์ของจริง เราชอบที่หนังมันไม่ได้ราบลื่นจนเกินไป เค้ามีวิธีการทำให้เรื่องมันสะดุด มันอึ้ง ในจุดที่มันควรจะเป็น แล้วความเอื่อยเชื่อย เรียบง่าย ผสานกับดนตรีที่กระแทกใจสุดๆ ผู้กำกับอั้งลีได้ใจเราไปแล้ว ...

โอ๊ยยย...ยิ่งอ่านยิ่งอยากดูอีกรอบหนึ่งอ่ะ



คนที่ทุกข์ที่สุดคือคนที่ไม่มีสามารถแสดงออกอย่างซื่อสัตย์กับความรู้ตนเอง
โดย: หยุงหญิง IP: 222.149.219.171 วันที่: 24 มีนาคม 2549 เวลา:0:47:41 น.
  
ถึงแม้ยังไม่ได้ดูตัวหนัง แต่แค่ฟังดนตรีแล้วถึงขั้นเกือบน้ำตาคลอเลย
โดย: EE IP: 124.157.178.128 วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:17:18:20 น.
  
ดู Trailer จบแล้วชอบครับ
หาเพลงประกอบมาฟัง ก็ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่
ไปดูจริงๆ แล้ว ทั้งเมื่อยทั้งเหนื่อย ดูแล้วไม่สนุก กลายเป็นถามตัวเองเลยว่า เรื่องนี้ดียังไงคนถึงชอบกันนัก ทั้งที่ปกติ ผมก็เป็นคนที่เออออกับคนส่วนใหญ่อยู่แล้ว คงต้องใช้คำว่าผิดหวัง เพราะหวังไว้อีกแบบ แต่ก็พูดได้ว่าเป็นหนังดีเรื่องนึง เพียงแต่ผมผิดหวังเพราะเข้าไม่ถึง
ก็เลยกะว่าจะซื้อดีวีดีเก็บไว้ ดูอีกรอบในวันที่สมองโล่งๆ จะได้รับหนังให้เต็มที่กว่าเดิม
โดย: ayres IP: 58.64.103.45 วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:3:32:01 น.
  
ขอบคุณค่ะ คุณเขียนได้ละเอียดดีจัง เราได้ดูแบบแวบ ๆ เลยอยากทราบว่าตอนจบ jack ตายเพราะอะไรเหรอคะ ขอบคุณมากค่ะ
โดย: ออย IP: 58.8.2.16 วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:14:01:28 น.
  
แหมตอนแรกว่าจะดูดีมั้ย กลายเป็นว่า ต้องดูให้ได้เลยซะงั้น ..ฮิฮิ..
โดย: Pinky Princess IP: 203.153.174.241 วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:1:10:07 น.
  
เพลงประกอบมีเป็นอัลบั้มเลยหรอคับ หน้าปกเป็นไงง่ะ หาซื้อได้ที่ไหนครับ MP3 มีไหม บอกทีนะ ดูเป็น10 รอบ ร้องทุกทีเลยง่ะ มันเศร้ามากๆๆๆ
โดย: McQueens IP: 203.144.187.18 วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:19:10:56 น.
  
เพิ่งดูในแผ่นเมื่อวาน ประเด็นต่างๆในหนังคงไม่ต้องพูดแล้วเพราะหลายๆคนวิเคราะห์ซะละเอียดยิบ สำหรับผมแล้วไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะซาบซึ้งกับหนังได้ขนาดนั้น นี่ถ้าเล่าให้เพื่อนฟัง สงสัยเพื่อนมองแปลกๆแน่ หึหึ

โดย: yatiko IP: 203.146.55.130 วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:54:56 น.
  
เพิ่งจะได้ดู ชอบมากคร้าบ หนังจบไป แต่มันยังฉายไปเรื่อยทุกฉากทุกตอนไหลเข้ามาให้สมองไม่มีหยุดเลยครับ และก็คงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ขอบคุณผู้กำกับ อั้งลี่อย่างจริงใจด้วยใจจริงคร้าบ
โดย: กายคร้าบ IP: 203.151.33.220 วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:53:39 น.
  
เพิ่งจะได้ดู ชอบมากคร้าบ หนังจบไป แต่มันยังฉายไปเรื่อยทุกฉากทุกตอนไหลเข้ามาให้สมองไม่มีหยุดเลยครับ และก็คงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ขอบคุณผู้กำกับ อั้งลี่อย่างจริงใจด้วยใจจริงคร้าบ
โดย: กายคร้าบ IP: 203.151.33.220 วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:06:08 น.
  
เพิ่งจะได้ดู ชอบมากคร้าบ หนังจบไป แต่มันยังฉายไปเรื่อยทุกฉากทุกตอนไหลเข้ามาให้สมองไม่มีหยุดเลยครับ และก็คงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ขอบคุณผู้กำกับ อั้งลี่อย่างจริงใจด้วยใจจริงคร้าบ
โดย: กายคร้าบ IP: 203.151.33.220 วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:06:11 น.
  
เพิ่งจะได้ดู ชอบมากคร้าบ หนังจบไป แต่มันยังฉายไปเรื่อยทุกฉากทุกตอนไหลเข้ามาให้สมองไม่มีหยุดเลยครับ และก็คงจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ขอบคุณผู้กำกับ อั้งลี่อย่างจริงใจด้วยใจจริงคร้าบ
โดย: กายคร้าบ IP: 203.151.33.220 วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:06:33 น.
  
เข้ามาร้องไห้อีกรอบ ชอบบทความที่เจ้าของบลอกเขียนมาก เป็นมุมมองที่ละเอียดลึกซึ้งมากครับ
โดย: when you tell me that you love me IP: 221.128.109.85 วันที่: 17 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:55:19 น.
  
ต้องขอขอบคุณเจ้าของblog นี้มากๆที่ช่วยทำความกระจ่าง บ้างบทบ้างตอนของ BBM ชอบที่คุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" เขียนมาก

ผมเพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้เมื่อวานนี้เอง ทั้งๆที่หนังออกมานามนแล้ว แล้ววันนี้ก็มีเพื่อนใจดีส่ง OSTมาให้อีก ....ทำให้ประทับใจทุกสิ่งทุกอย่าง จากหนังเรื่องนี้มาก วันนี้เลยสั่งซื้อDVD ของแท้ กะดูอีกหลายๆรอบ ช่วงหลังเลิกงานก็จะไปซื้อหนังสือมาอ่านด้วย

อยากบอกคนอื่นที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ครับ ว่า ความรักไม่มีเพศ มีแต่คนสองคนที่รักกัน
โดย: innature IP: 203.146.104.41 วันที่: 18 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:41:07 น.
  
สวัสดีค่ะคุณที่อยู่ข้างหลังดิฉัน

เพิ่งดูเมื่อวาน DVD ไม่ได้ดีอย่างที่ expect ไว้เลย ตอนแรกอยากดูมาก ๆ แค่เห็นภาพก็ซึ้งแล้ว แต่พอดู ๆ ไป ก็รู้สึกว่าถ้าไม่ได้เป็นผู้ชายกับผู้ชาย ก็เป็นหนังรักรันทดที่คนนึงตายตอนจบ ให้เป็นที่ประทับใจ สไตล์ hollywood หนังเรื่องนี้อาจตรงใจตรงที่สามารถ relate กับทุกคนที่มีรักที่ไม่สมหวังได้ ไม่เฉพาะเกย์เท่านั้น ชอบฉากสวย ๆ ซึ้ง ๆ หลายฉาก แต่ดูแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมได้ออสการ์แค่ตัวเดียว

พอดีเพิ่งดู Eternal Sunshine of the Spotless Mind ใน HBO เหมือนกัน ทึ่งกับเรื่องนี้มากกว่า เป็นคนชอบอะไรแปลก ๆ แบบนี้ (แม้จะหลับไปราว 20 นาที)

มีเวลาจะตามไปอ่านวิจารณ์ eternity ต่อค่ะ แล้วก็จะดู brokeback อีกรอบ

รู้มั้ยคุณวิจารณ์ lost in translation ได้ดีกว่าตัวหนังอีกแน่ะ ตอนแรกดูไม่ชอบ พออ่านวิจารณ์คุณแล้วกลับไปดูอีกทีชอบเลย

ขอบคุณค่ะ คุณหัวล้าน ฟันเหยิน ที่อยู่หลังดิฉัน (มุขเดิม)
โดย: ดิฉันอยู่ข้างหน้าคุณ IP: 58.8.2.14 วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:13:25:57 น.
  
ดูหนังเรื่องนี้แล้วผมต้องแกล้ง ขำ ไม่งั้นมันจะร้องไห้
โดย: keo IP: 124.120.223.101 วันที่: 12 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:07:41 น.
  
ขอบคุณนะค่ะที่เขียนบทวิจารณ์ดีๆอย่างนี้ให้ได้อ่านกัน มันตรงใจไปหมดเลยอ่ะ ฝากบอกคนที่ยังไม่อินกะหนังด้วยนะค่ะว่า ต้องดูซ้ำค่ะ หุๆๆ
โดย: ilovenightlife IP: 202.142.192.42 วันที่: 14 กรกฎาคม 2549 เวลา:18:07:39 น.
  
ดูจาก ดีวีดี หลายรอบมาก อินไปเป็นเดือนเลย มุมมองของคุณลึกซึ้งจริงๆ
โดย: the pirate wears prada IP: 125.25.6.32 วันที่: 5 สิงหาคม 2549 เวลา:15:57:01 น.
  
ดูแล้วหลายรอบ คิดว่า ในรอบปีที่ผ่านมานี้ หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดีที่สุด
โดย: fongbeer IP: 61.19.30.44 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:13:36:15 น.
  
ละเอียดอ่อนจังค่ะ
กับทุกความรู้สึกของการแสดง
กับทุกอารมณ์ของผู้แสดง
รายละเอีดยเกี่ยวกับฉากเสื้อผ้าทุกแง่มุม
คุณสัมผัสได และพร้อมที่จะเข้าใจ
ในมุมมองของสิ่งที่เรียกว่าความรัก
คุณมองออกมาได้อย่างสวยงาม อ่อนโยนค่ะ
โดย: ปะการัง IP: 61.7.137.156 วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:19:08:26 น.
  
ดึ่งดูจบไปตะกี้ ชอบเพลงตอนจบ we was a friend of mind
โดย: Ta Pling IP: 203.118.70.116 วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:22:02:03 น.
  
เริ่มดูครั้งแรกเดือน ก.ค.49 ตอนออกเป็น VCD
นับจากนั้นมาในชีวิตจิตใจก็เป็น brokeback ไปหมด VCD DVD soundtreak เรื่องสั้น บทวิจารณ์ บทความจากทุกที่ อ่านหมดค่ะ ดู DVD ไปไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว เป็นหนังที่ประทับใจที่สุดที่เคยดูมาเลย บทวิจารณ์ของคุณเยี่ยมมากคงต้องกลับไปดูอีกรอบ
โดย: tai IP: 58.9.63.199 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:14:35:09 น.
  
มีบางฉากที่ผมยังสงสัย คือ

ฉากที่เอนนิส ไปที่บ้านของแจ็ค แล้วพ่อของแจ็ตก็พูดว่า

แจ็คพาเพื่อนชายมาคนนึง อยากรู้ว่า คนนั้นคือใคร

ปล. ไม่ใช่เอนนิสนะ

b_sukrit@hotmail.com

ใครรู้ช่วยตอบด้วยนะครับ

ขอบคุณมาก

เส้า *
โดย: life-alone IP: 125.25.12.207 วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:23:59:46 น.
  
ตอนดูรอบแรกก็ชอบแล้วนะ แต่ไม่ยักกะเสียน้ำตาซักหยด แถมแอบเคืองหนังนิดๆที่ทำให้อารมณ์สะดุด ตอนใกล้ๆจบ แต่พอมาดูอีกรอบสิครับ โอ้โห น้ำตาไหลโจ๊กๆๆ มันออกมาเองง่ะ

แต่ผมขำฉากที่ Jack บอกว่า No more beans น่ะ จริงๆแล้วเขายังไม่ได้กินถั่วกันเลยหนิ 55555555
โดย: lonely cowboy IP: 58.8.85.209 วันที่: 19 ตุลาคม 2549 เวลา:20:38:23 น.
  
ดูแผ่นมื่อ 2 วันก่อนค่ะ
ยังไม่เข้าใจว่า คนส่วนใหญ่ติดใจอะไรกับหนังเรื่องนี้

ดูแล้วไม่มีความรู้สึกอะไรร่วมกับตัวละครเลยอ่ะค่ะ
สงสัยจะตายด้านซะแล้ว - -"

ปล.เพลงฟังไม่ได้อ่ะค่ะ อยากฟังจัง
โดย: SFFC IP: 203.114.103.228 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:18:20:17 น.
  
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4812159/A4812159.html

ผมขอฝากลิงค์หน่อนะครับ พี่ก๊ก
ใครที่ชอบ Brokeback mt. ก็สามารถเข้าไปแสดงความคิดเห็นได้ครับ

โดย: life-alone IP: 203.188.10.159 วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:23:19:24 น.
  
ไม่ผิดหวังจริงๆ

ไม่ผิดหวังที่เข้ามาอ่านวิจารณ์ในบล็อกของคุณนะคะตั้งใจมากๆที่จะมาหาคำตอบในบล็อกนี้ค่ะ และไม่ผิดหวังจริงๆ

ดูหนังจบเมื่อวานนี้เอง มันอึ้งๆ ทั้งเหงา ทั้งเศร้า และสับสนอะไรบางอย่างอยู่
บอกไม่ถูกน่ะ


เราไม่เข้าใจ เอนนิส
เราไม่รู้ว่าเขารักแจ๊คมากมายขนาดนั้น กว่าจะรู้ก็จบพอดี
เราตีความผิดไป ก็บนภูเขา เอนนิสบอกเองว่า ที่ยังไม่อยากลงจากเขา เพราะยังเก็บเงินได้ไม่พอ แจ็คยังจะให้ยืมเงินเลย และสีหน้าและท่าทางเอนนิสก็เฉยๆ กึ่งๆละอายใจ เราตีความเอาว่าเขาก็คงไม่ได้เป็นเกย์ แต่น่าจะสถานการณ์พาไป ทำนองนั้น ตีความเอาจากที่เขายังคิดๆไม่อยากเข้าเต้นส์ ตอนที่เเจ็ค ถอดเสื้ออยู่ในเต้นส์
พอลงจากเขาเห็นเขาคิดหนักและไม่มองหน้าแจ็ค ก็คิดว่าเอนนิสละอายใจในสิ่งที่ทำกัน แล้วที่เห็นเขาร้องไห้ เราก็ดันไปคิดว่าเขาคงเสียใจที่ยังเก็บเงินได้ไม่พอแต่งงานน่ะ

เรายังแอบรักเอนนิสเลย ที่เป็นผู้ชายน่ารักดีคิดถึงเรื่องสร้างครอบครัวมากจนเสียใจได้มากขนาดนั้น และถ้าเราเป็นภรรยาเอนนิสเราคงอภัยให้เอนนิส ในสิ่งที่เขาทำกันบน ภูเขาโบร็คแบ็คน่ะ


.............แป่ว.................มีใครเป็นอย่างเราบ้างไหมเนี่ย..........................


เราพึ่งจะรู้ว่าเอนนิส รักแจ็คก็ตอนแจ็คจะมาเยี่ยม และเอนนิสแสดงความตื่นเต้นมาก เราพึ่งรู้ว่าเอนนิสเป็นเกย์ ตอนนั้นเอง รู้พร้อมๆเมียเอนนิสเลย................................

หลังจากนั้นเราก็ดูไปก็ลุ้นไป กลัวว่าจะเป็นโศกนาฏกรรม จนเีมียแจ็ค มากินข้าวกับเพื่อนที่มีสามีเป็นเกย์เหมือนกัน ลุ้นแทบตายว่าจะเป็นบ่อเกิดของโศกนาฏกรรม แต่กลับไม่มีอะไรในก่อไผ่ งั้นฉากนี้มีทำไมไม่เข้าใจเลย

แล้วเมียแจ็ครู้ไหม หรือว่ารู้แล้วเลยฆ่าแจ็ค หรือเพราะแจ็คตายก็เลยรู้ เพราะตอนคุยโทรศัพท์กับเอนนิส ดูแล้วเธอ ไม่ได้เสียใจสักเท่าไรเลย ดูเธอแค้นๆชอบกล เอนนิสซะอีกแสดงความเสียใจของคนที่ต้องเก็บทุกอย่างไว้ข้างในได้ดีมากๆจนเราต่อมน้ำตาแตกเลย ตอนนี้ดูแล้วคิดว่ารู้จักเอนนิสแล้วนะ แต่พอเอนนิสไปหาพ่อแม่แจ็ค เรากลับไม่เข้าใจเอนนิสเลย ทำไมในเมื่อเขารักแจ็คขนาดนี้ ทำไมไม่ออกจากกรอบซะที ไปอยู่ซะที่บนภูเขาโบร๊คแบ็ค ก้าวออกจากกรอบ เพื่อเอาเสื้อไปคืน หรือเพื่อ.....................เพื่อ.......................... เพือ...... ................................ ..................................................นั่นซิเพื่ออะไร..................................แต่อย่างน้อยก็น่าจะทำอะไรบ้างไม่ใช่มาอยู่เหมือนเดิมๆ และเอาแต่ร้องไห้เสียใจแบบนี้


แล้วที่เขายอมไปงานลูกสาว เพราะเขายอมก้าวออกจากกรอบงั้นหรือ นี่ถ้าไม่ได้มาอ่านบล็อกนี้ ก็คงยังงงกับเรื่องนี้อยู่นะเนี่ย

แล้วจะมีใครเข้ามาไขข้อข้องใจเราไหมน้า........................................

นี่เป็นการเขียนยาววว เรื่องแรกในชีวิตเลย

อะไรจะอินกับหนังเรื่องนี้ได้มากขนาดนี้............
โดย: ผ่านมาเหมือนกัน IP: 124.121.67.141 วันที่: 20 ธันวาคม 2549 เวลา:21:16:55 น.
  
เวลาที่ดูหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะรอบไหนครั้งที่เท่าไรมันทำให้หัวใจร้องไห้ได้ทุกครั้ง
โดย: Ura_Ura IP: 124.120.165.94 วันที่: 25 มกราคม 2550 เวลา:11:24:04 น.
  
จะเชยมั้ยถ้าจะบอกว่าเราเพิ่งได้ดูหนังเรื่องนี้เมื่อวานนี้เอง ไม่รู้ว่าเมื่อปีที่แล้วตอนหนังเข้าโรงเราไปทำอะไรอยู่ที่ไหน ได้ยินคนพูดกันเยอะมากๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจไปดู

นี่ก็ยิบสิบสี่ชม.มาแล้วที่เรานั่งน้ำตาหยดแหมะๆ นั่งอึ้ง จุก เสียด เมื่อนึกถึงหนัง นึกถึงตัวละครที่โดนหางเลขกันครบเรียงตัว ไล่ตั้งแต่ Ennis, Jack, เมียๆ ลูกๆ นึกถึงดนตรี นึกถึงแกะ นึกถึงเชิร์ต ยิ่งมาอ่านบล็อคคุณก็ยิ่งช่วยคลายข้อสงสัยของเราหลายข้อให้กระจ่าง ทำให้เข้าใจตัวละครมากขึ้น ยิ่งอินกันเข้าไปใหญ่ นี่พิมพ์ไปน้ำตาก็ซึมไป
ขอยกนิ้ว(โป้ง)ให้กับผู้กำกับ หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทำให้เราเสียน้ำตาได้มากและนานที่สุด
ให้กับ Heath Ledger ที่แสดงอารมณ์เก็บกดออกมาให้ดูหดหู่มากถึงมากที่สุด
ให้ Jake Gyllenhaal ที่ใช้สายตาในการแสดงได้ดีมาก เค้าสามารถความรู้สึกออกมาทางสายตาได้ดีมาก ทั้งความรัก และความผิดหวัง


สิ่งที่ตามมาจากหนังก็คือ อยากให้สังคมยอมรับ ตอนรับ เปิดรับกลุ่มคนรักร่วมเพศมากกว่านี้นะคะ อย่างเช่นยอมให้มีการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน เค้าก็คนเหมือนกัน ก็ไม่เข้าใจว่าจะริดรอนสิทธิเค้าได้ยังไง

เฮ้อ...ขอบคุณนะคะ บทวิจารณ์เยี่ยมมากๆ
โดย: cuccy IP: 151.41.208.212 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:10:57 น.
  
ผมเพิ่งได้ดู แล้วก็ ร้องให้ เป็นคนร้องให้ง่ายอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ ได้รู้ถึงว่ารักนี้มันเจ็บปวดมากแค่ไหน ไม่ไช่เพียงเรา ที่สึกแย่ คนอื่นก็เมือนกันโดยเฉพาะ เช่น Ennis กับ Jack
ไม่น่าเชื่อเลยว่า Heath Ledger Jake กับ Gyllenhaal แสดงเป็นบทของ ชายรักชาย อย่างเอาจริงเอาจังเยี่ยมขนาดนี้
sorry I am not good in thai , but I tried my best.
โดย: lift IP: 61.47.109.98 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:11:59 น.
  
กระทู้ข้ามปีเลยนะเนี่ย ดังดีดังนานจริงๆ
Heartbreaking movie ของจริง
แต่ปีนี้ต้องไปดู Babel (ออกเสียง B B คล้าย Brokeback เลย เพราะภาพและเสียงเป็นคนทำคนเดียวกับ Brokeback ครับ)
โดย: megamount IP: 61.19.199.143 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:54:50 น.
  
จะช้าไปไหม ถ้าจะบอกว่าเพิ่งได้ดู แต่พอดูจบมันจุกๆจังเลยครับ และยังสงสัยในหลายจุดเลยseach googleจนมาเจอspoiler ซึ่งclearได้หลายจุดที่สงสัยได้เลยครับ เยี่ยมมากๆ
โดย: KheeL IP: 203.130.159.4 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:00:11 น.
  
//59c5e37ddf1cc77461f1b0eecabc46d7-t.fb4pfgd.info 59c5e37ddf1cc77461f1b0eecabc46d7 [url]//59c5e37ddf1cc77461f1b0eecabc46d7-b1.fb4pfgd.info[/url] [url=//59c5e37ddf1cc77461f1b0eecabc46d7-b2.fb4pfgd.info]59c5e37ddf1cc77461f1b0eecabc46d7[/url] [u]//59c5e37ddf1cc77461f1b0eecabc46d7-b3.fb4pfgd.info[/u] 57d12818c724def9553d777cb035c034
โดย: Octavio IP: 81.203.230.188 วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:15:56:29 น.
  
โดย: Shemar IP: 190.73.228.75 วันที่: 23 พฤษภาคม 2550 เวลา:18:51:13 น.
  
โดย: Jade IP: 83.46.65.224 วันที่: 26 พฤษภาคม 2550 เวลา:15:36:21 น.
  
273b64a3b7b7da0bdde3b4f4b2cadfde cartum tribual seta procuro empresa ferro teste hospital foto indio 899833c87d41a40d77c99858b4681e10
โดย: Keaton IP: 85.137.33.111 วันที่: 27 พฤษภาคม 2550 เวลา:5:42:36 น.
  
โดย: Ramon IP: 62.42.6.98 วันที่: 27 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:53:47 น.
  
โดย: Jonathon IP: 83.44.129.18 วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:34:41 น.
  
โดย: Xander IP: 200.82.55.15 วันที่: 29 พฤษภาคม 2550 เวลา:5:37:51 น.
  
1abc71ed6a0d61a6f9b9470af045d44d vice alterar site teoria outorga historia tereza loja norma conserto a91f06099d8916d08fc86aebeef191c8
โดย: Keegan IP: 201.208.94.229 วันที่: 30 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:54:21 น.
  
โดย: Malakai IP: 201.243.139.96 วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:9:16:14 น.
  
โดย: Brandan IP: 83.252.235.157 วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:23:01:34 น.
  
โดย: Stewart IP: 201.213.49.35 วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:0:23:17 น.
  
โดย: Michael IP: 91.90.192.4 วันที่: 17 มิถุนายน 2550 เวลา:3:13:03 น.
  
โดย: Brodie IP: 201.139.148.237 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:4:38:04 น.
  
โดย: Myron IP: 200.90.69.40 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:5:19:44 น.
  
โดย: Drew IP: 190.51.141.245 วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:6:34:12 น.
  
อ่านแล้วช่วยให้หายข้องใจ + อึดอัด ไปได้ค่ะ
โดย: Love it IP: 58.8.139.157 วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:3:11:33 น.
  
โดย: Antwon IP: 201.255.176.17 วันที่: 11 กรกฎาคม 2550 เวลา:7:38:45 น.
  
โดย: Dillon IP: 217.125.254.57 วันที่: 15 กรกฎาคม 2550 เวลา:4:35:57 น.
  
//0c7ea83cb1b4be2566c7e3d6c0862f6e-t.xkktxb.org 0c7ea83cb1b4be2566c7e3d6c0862f6e [url]//0c7ea83cb1b4be2566c7e3d6c0862f6e-b1.xkktxb.org[/url] [url=//0c7ea83cb1b4be2566c7e3d6c0862f6e-b2.xkktxb.org]0c7ea83cb1b4be2566c7e3d6c0862f6e[/url] [u]//0c7ea83cb1b4be2566c7e3d6c0862f6e-b3.xkktxb.org[/u] 8d1f2bfe3cbc5359328d95464cab8b7c
โดย: Dimitri IP: 201.37.72.97 วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:38:49 น.
  
คุณคือใครกัน...ทำไมดูหนังได้ละเมียดละมัย ละเอียดอ่อนลึกซึ้งได้ขนาดนี้...เขียนได้ดี และขอขอบคุณที่ช่วยให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มากขึ้น
โดย: ni IP: 58.10.158.107 วันที่: 17 สิงหาคม 2550 เวลา:11:26:44 น.
  
จ่ายค่าบริการครับ
พอดีพึ่งมีโอกาสดู
ดีมาก
โดย: ดีมาก IP: 202.28.62.245 วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:16:59:47 น.
  
ผมก้อเพิ่งเข้ามาดูเหมือนกานอ่ะรู้สึกว่ามันยังเศร้าไม่หายเรยอ่ะทำไงดีมันยังอยู่ในหัวสมองผมอยู่เรยอ่ะ ผมยังสงสัยอยู่เหมือนกานอ่ะตอนที่แอนนิสไปหาพ่อแจ๊คที่บ้านอ่ะ พ่อแจ๊คบอกว่าแจ๊คพาเพื่อนที่ไม่ใช่แอนิสจากเทกซัซมาช่วยงานที่บ้านอยากรู้อ่ะว่าเปงใครตอบหน่อยอ่ะ
ตอนนี้ผมยังร้องไห้อยู่เรยอ่ะกะว่าจะไปดูอีกรอบอ่ะเหอๆ
โดย: OB-AOF IP: 202.44.8.100 วันที่: 30 กันยายน 2550 เวลา:13:52:39 น.
  
9/10 คะแนน

ผมชอบหนังเกย์ครับ (เชียร์เรื่อง เพื่อนกุรักเมิงว่ะ ด้วย) เพราะมันเป็นความรักที่รุนแรงมาก และผมค่อนข้างที่จะรับรู้ถึงความรู้สุกของตัวละครเป็นอย่างดี (มีเพื่อนเป็นแบบนี้เยอะ)

คนที่มี อคติ อยากให้เปิดใจ สำหรับหนังเกย์ดูบ้าง แล้วคุณจะรู้ว่ามันมากกว่า ความรักของ ชาย-หญิง อีกด้วยซ้ำ
โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.181.222 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:42:07 น.
  
ขอจ่ายค่าชมด้วยนะครับ เพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อกี้นี้เอง

เฮ่อออ เศร้า

โดย: thop IP: 202.91.19.192 วันที่: 29 ธันวาคม 2550 เวลา:14:57:24 น.
  
จ่ายค่าชมค่ะ
ตอนแรกที่ดูจบแรกๆ รู้สึกโกรธ Ennis มากๆ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Jack จนกระทั่งอีกฝ่ายตายจากไป แม้ว่าจะรู้ว่า Ennis มีปมในใจมาตั้งแต่เด็กก็ตาม เห็นสายตาของ Jack เวลามอง Ennis จากไปทั้งตอนไปเลี้ยงแกะที่เขาโบรกแบ๊ค และตอนสุดท้ายที่ขับรถจากไป ขอยอมรับว่า Jake แสดงได้ดีมาก เห็นถึงความรักในแววตา ส่วน Heath ก็เป็นบทละครที่ซับซ้อน และเพิ่งมาเข้าใจในตัว Ennis มากขึ้นเมื่อได้อ่านบทวิจารณ์ของพี่หมอ
ท้ายสุดนั้นคนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือ Ennis เอง ที่ต้องทนอยู่ในสภาพนั้นไปตลอดชีวิต
ปล.เสียดาย Heath Leadger มากๆ ที่เสียชีวิต เค้าแสดงได้เยี่ยมมากจริง Rest In Peace Heath ~~
โดย: แฟนขาจร IP: 124.120.171.26 วันที่: 27 มกราคม 2551 เวลา:16:40:52 น.
  
ประทับใจมาก อ่านแล้วยังมองภาพในหนังออก เป็นนักวิจารณ์ระดับปรมาจารย์ได้เลยครับ อ่นแล้วนึกถึงคุณสนานจิตร อาจารย์นพมาศ แววหงส์ ในมติชน
โดย: เสียงแคน IP: 203.158.177.4 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:8:38:01 น.
  
ประทับใจมาก อ่านแล้วยังมองภาพในหนังออก เป็นนักวิจารณ์ระดับปรมาจารย์ได้เลยครับ อ่นแล้วนึกถึงคุณสนานจิตร อาจารย์นพมาศ แววหงส์ ในมติชน
โดย: เสียงแคน IP: 203.158.177.4 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:8:38:16 น.
  
ประทับใจมาก อ่านแล้วยังมองภาพในหนังออก เป็นนักวิจารณ์ระดับปรมาจารย์ได้เลยครับ อ่นแล้วนึกถึงคุณสนานจิตร อาจารย์นพมาศ แววหงส์ ในมติชน
โดย: เสียงแคน IP: 203.158.177.4 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:8:54:45 น.
  
ดูจบแล้วสงสารแจ็คมากที่สุดเลยอ่ะ
อยากเล่นเพลงที่ใช้กีตาร์โปร่งเล่นเป็นอ่ะค่ะ
ใครนึกไม่ออกก้อลองเปิดในDVDดูอ่ะค่ะเปิดเมนูมันจะมีอยุู
โดย: Jake G.FC. IP: 203.130.159.6 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:14:06:06 น.
  
เขียนได้โดนใจมากครับ
ช่วยให้ผมมองเรื่องนี้ลึกกว่าที่เห็นและยิ่งชอบมากเข้าไปอีก
โดย: นอร์ท IP: 125.27.14.166 วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:13:38:14 น.
  
หวัดดีครับ

เป็นแฟนบทความคุณจากฟิลม์แม็ค

เพิ่งทราบบล๊อค เลยตามมาอ่าน

ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
โดย: kittisakka IP: 125.24.224.67 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:23:07:58 น.
  

ขอบคุณที่ทำให้เข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น
ขอบคุณจริงๆค่ะ
โดย: วันฝนตก IP: 203.155.228.248 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:12:53:27 น.
  
ความจริง ไม่เคยรู้จักเรื่องนี้เลย

แต่มาอ่านเพราะ เห็นว่า the king and the clown (หนังเกาหลี) เคยบอกว่า the king and the clown เป็น Brokeback Mountain ฉบับเกาหลี เลยมาหาดู
โดย: มาจ่ายค่าอ่าน IP: 222.123.30.158 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:22:48:24 น.
  
เขียนดีมากๆๆๆๆๆ
โดย: ิดีคับ IP: 125.24.228.32 วันที่: 27 ธันวาคม 2551 เวลา:10:49:50 น.
  
ทุกวันนี้ยังคงคิดถึงหนังเรื่องนี้เสมอ ความรู้สึกที่ได้ดูหนัง และหลังจากดูจบ ก็ยังคงอยู่จนทุกวันนี้
โดย: Jussy IP: 125.24.30.242 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:01:39 น.
  
เพิ่งดูเรื่องนี้เมื่อกี๊ หนังสวย สวยในอารมณ์ แต่ปิดก่อนจะดูให้จบ กลัวจบแบบร้ายกาจ ...สัญญาว่าจะไปเปิดดูให้จบค่ะ
โดย: magicapple IP: 125.25.141.172 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:52:13 น.
  

ดูจบแล้ว บอกไม่ถูก ว่ารู้สึกยังไง
แต่สงสารEnnis คับที่ต้องทนต่อความรัก ที่ไม่สมหวัง T_T
โดย: 12omantiC_Za.. IP: 125.25.27.98 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:3:51:03 น.
  

ดูจบแล้ว บอกไม่ถูก ว่ารู้สึกยังไง
แต่สงสารEnnis คับที่ต้องทนต่อความรัก ที่ไม่สมหวัง T_T
โดย: 12omantiC_Za.. IP: 125.25.27.98 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:3:51:27 น.
  
ต้องจ่ายค่าบริการใช่บ่

55 ถ้าไม่เขียนอธิบายว่าเป็นเสื้อของทั้งสองคนนี่

นึกไม่ออกเลย งงกับเรื่องเสื้ออยู่ นึกว่าของแจ็ค

แต่ก็เหมือนของเอนิส แต่เก็ทแล้ว

เขียนดีจังเลย อ่านแล้วร้องไห้อีกรอบ T^T

ขอบคุณมากค่ะที่มาเขียนบทความดีๆให้อ่าน
โดย: กิ้งกือ IP: 124.120.193.166 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:49:43 น.
  
เพิ่งได้ดูทางช่อง 7 ค่ะ ช่อง 7 ตัดไปเยอะเหมือนกัน
แต่ที่แน่ๆ รู้ว่าพี่ฮีธ แจ๊ค และมิเชลล์ เล่นดีมากๆ เลยค่ะ เด๋วต้องไปหาดูเต็มๆเสียแล้ว
โดย: aloha IP: 61.90.106.43 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:58:18 น.
  
'' ทำไมเราไม่ได้อยู่ในที่อุ่นๆบ้าง " แค่ประโยคนี้ก็...
โดย: MBS IP: 118.172.59.10 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:56:34 น.
  
เพิ่งได้ดูจากช่อง 7 เหมือนกัน พอดีว่างอยู่บ้านเลยได้ดู ไม่คิดว่าจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้อ่ะ ยังคิดอยู่ว่า ตอนที่หนังเข้าฉายใหม่ๆ ดันไม่ไปดู เพราะคิดว่าเป็นหนังเกย์ แต่พอได้ดูแล้วหดหุ่ เศร้า มาก ทุกอย่างลงตัวมาก วิวก็สวยมาก เพลงเพราะ ใครยังไม่ได้ดูไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ขอแนะนำว่าควรจะได้ดูสักครั้ง
โดย: โดดเดี่ยวไม่เดียวดาย IP: 124.121.202.150 วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:5:30:27 น.
  
เนื้อเรื่อง ภาพ อารมณ์ ความรู้สึก ศิลปะ มาก มาก เป็นภาพยนตร์ในดวงใจอันดับต้นๆเรื่องนึงทีเดียว
ปล.จุ๊บทีนึงนะ เจค จิลเลนฮาล ที่ไฝมุมปากด้านซ้ายอ่ะ " พ่อหุบเขาเร้นรัก " ของช้าน..
โดย: นกซ์ IP: 222.123.122.103 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:36:13 น.
  
ชอบข้อเขียนของคุณเป็นอีกเรื่องที่ดูแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเดนนิสจะอยู่ต่อไปได้ยังไง เราก็เป็นแบบนั้นอยู่ แต่ก็รู้สึกรักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม ยังบอกเพื่อนที่ดูอยู่ด้วยกันเลยว่า คนแบบนี้มีอยู่จริงๆ นะ อยากจะยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็นมันก็สายไปแล้ว ได้แต่คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาจนลมหายใจหมดไปเอง จบพร้อมกับความจริงที่ตายไปแล้ว
โดย: oui IP: 58.9.75.41 วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:19:50:13 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้แล้วบทความของคุณหมอครับ

อ่าน+ดู แล้วรู้สึกดีจัง

ขอบคุณมากๆครับสำหรับบทความดีๆ
โดย: killers IP: 124.121.9.125 วันที่: 30 ธันวาคม 2552 เวลา:15:53:14 น.
  
ดูหนังแล้วไม่เข้าใจบางตอน เลยหาสปอยเลอ อ่านblogคุณแล้วเข้าใจ และประทับใจหนังเรื่องนี้ขึ้นมากๆ ได้ข้อคิดหลายแง่มุม
ขอบคุณที่เขียนblogดีๆค่ะ
โดย: ami IP: 110.164.241.154 วันที่: 15 มีนาคม 2553 เวลา:5:38:05 น.
  
พี่พูดตรงใจผมทุกอย่างเลยครับ
โดย: Chalres IP: 124.120.24.16 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:15:25:23 น.
  
การที่เราฝืนความรู้สึก มันช่างทรมาน
Brokeback Mountain


ไม่เคยดูหนังเรื่องไหน ซึ้ง เศร้า อินอารมณ์เท่าเรื่องนี้
โดย: in IP: 10.0.100.38, 58.8.158.223 วันที่: 13 สิงหาคม 2553 เวลา:5:11:50 น.
  
อ่านแล้วอึ้ง ไม่คิดว่าหนังดีแบบนี้ ยังมีอยู่ เคยดูแต่ ตัวอย่างหนัง แต่ไม่กล้าดู (ก็มันเป็นหนังเรต R แถมอายูเรายังไม่ถึง 18 ด้วย) แต่พออ่านบทวิจารณ์แล้ว ก็อยากดูมาก ขอบคุณจริงๆครับ
โดย: alaude IP: 124.122.158.35 วันที่: 15 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:23:13 น.
  
ตอนเเรกที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ผมยังอยู่ ม.ปลาย บอกตามตรงดูเพราะกระเเส เเล้วพอดูจบก็เฉยๆไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แอบสบประมาทเล็กน้อยด้วย เเต่ พอ ห้าปีผ่านไป อยูดีๆอะไรดลใจให้อยากดูมากก็ไม่รู้ ก็เลยไปซื้อเเผ่นมาดูอีก เเล้วสาบานต่อพระเจ้า ให้ตายเถอะ ผมดูไปได้ยังไง ตั้ง 11 รอบเเล้ว !!!
ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกที่มีตอนนี้ ออกมาเป็นคำพูดยังไงดีเลยครับ ร้องไห้อยู่ในใจมันเป็นแบบนี้นี่เอง T_T
ปล. คิดถึง ฮีท มากจริงๆ
โดย: minidemon IP: 183.88.249.90 วันที่: 19 มิถุนายน 2554 เวลา:10:44:02 น.
  
ลืมขอบคุณ จขกท กับ ทุกความเห็นทุกที่ทุกคนร่วมเเชร์ร่วมแบ่งปันความรู้สึกที่มีกับหนังดีๆเรื่องนี้นะครับ
ขอบคุณมากๆเลยครับ
ปล. อยากไปตามรอย BBM มั่งอ่ะ มันมีภูเขานี้อยู่จริงๆ ป่ะครับ / อยากไปเคารพศพ ฮีทด้วยอะ (คลั่งจัด หายใจเข้าออกเป็น BBM)
โดย: minidemon IP: 183.88.249.90 วันที่: 19 มิถุนายน 2554 เวลา:10:51:00 น.
  
รู้คับว่ามันเป็นไปได้ยากมาก แต่ผมมีความคิดเดียวกับminidemon โลกมักไม่ตามใจเราคับแต่แค่คิดว่าจะสู้ก้อรู้สึกว่าจะชนะคับ ผมจะรอในบลอ๊คนี้นะคับ
โดย: bbmloveforever IP: 223.207.101.73 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:15:13 น.
  
ขอบคุณครับสำหรับบทความวิจารณ์หนังดีๆ เรื่องนี้ผมเพิ่งได้มาดูครั้งแรกเมื่อปลายปี 54 นี้เอง เพราะเหมือนกับหลายๆคนที่เข้าใจว่าเป็นหนังเกย์และเกาะกระแสโปรโมตเกินจริง (แต่ก็ซื้อซีดีเก็บเอาไว้ตั้งแต่ปี 51 แล้ว ในฐานะหนังได้รางวัล)

อาการที่เกิดขึ้นกับตัวเองตอนแรกคิดว่าเป็นแค่คนเดียว พอวันรุ่งขึ้นหลังจากดูหนังแล้วลองมาอ่านคอมเมนต์ต่างๆในอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกเหมือนเราแฮะ คือร้องไม่ออก มันเศร้าแบบจุกๆ เป็นความเศร้าที่ไม่รุนแรง แต่ร้าวลึก แล้วก็แฝงความอบอุ่น ความสวยงามอยู่ในอารมณ์นั้น อาการมันคาอยู่ในใจถึง 2-3 วัน ต้องมาเปิดหนังดูซ้ำๆทุกวันเพื่อจะรีดน้ำตาออกให้ได้ ไม่งั้นอึดอัดมาก จนนี่ผ่านไปจะปีเต็มๆแล้วก็ยังนึกถึงเนื้อหาในหนังอยู่เสมอ (แต่ไม่ค่อยกล้าหยิบมาดูอีก เพราะกลัวจะเป็นแบบเดิม) พูดได้เต็มปากว่าเกิดมาไม่เคยดูหนังเรื่องไหนแล้วเกิดอารมณ์อย่างนี้มาก่อน เต็มที่ก็แค่ร้องไห้กับฉากนั้นๆไปเลย แต่ Brokeback Mountain เป็นหนังที่สร้างความรู้สึกพิเศษให้คนดูจริงๆครับ เดี๋ยววันนี้จะกลับไปดูอีกทีแน่ๆ

ปล. สำหรับประเด็นที่แจ็คไปเจอสามีเพื่อนที่เป็นเกย์เหมือนกัน ผมเข้าใจว่านำเสนอเรื่องที่แจ็คเริ่มตัดใจจากเอนนิสเพื่อมองหาคนอื่นที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน (ไม่แน่ คนที่เขาพาไปพบพ่อแม่อาจจะเป็นคนนี้ก็ได้ เพราะในตัวหนังรู้สึกจะไม่ได้เอ่ยถึงว่าเป็นใคร แต่อีตานี่เป็นคนที่แจ็คพบก่อนจะเป็นฉากที่กลับไปบอกเลิกกับเอนนิส)
โดย: LoveHeath IP: 110.171.27.244 วันที่: 23 สิงหาคม 2555 เวลา:14:58:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด