Spanglish , เรื่องราวที่กระจัดกระจายแต่ให้แง่มุมหลากหลายในครอบครัว


...เคยรู้สึกมั้ยว่าบางครั้งเพราะภาษาพูดทำให้เราสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง

...บางครั้งที่เราต้องการใครสักคนอยู่ข้างๆแต่เมื่อเจอใครคนนั้นก็ไม่ได้พูดมันออกมา

...บางครั้งอยากบอกความรู้สึกดีๆ อยากบอกรักใครสักคนเราก็ไม่ได้บอกไปตรงๆว่าเรารักเขามากแค่ไหน

เราไม่ได้พูดสื่อสารออกมาตรงๆเหมือนที่ใจเราคิด เพราะกว่าความรู้สึกในใจที่แท้จริงจะออกมาสู่โลกภายนอกมันผ่านความเป็นตัวตนของเราหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็น ความเขินอาย ทิฐิ ความกลัว ฯลฯ

สิ่งเหล่านั้นมันแปรเปลี่ยนภาษาใจออกมาให้แตกต่างออกไปเมื่อกลายเป็นภาษาพูด และหลายครั้งก็ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจภาษาใจที่อยู่ข้างในของเรา

....การก้าวเข้ามาของ Flor Moreno โดยใช้ความหลงทางของภาษาเป็นตัวนำร่อง ไม่ได้นำมาเพียงภาษาที่แตกต่าง วัฒนธรรมที่แตกต่าง การก้าวเข้ามาสู่ครอบครัว Clasky ทำให้เราได้ตามเธอเข้าไปรู้จักกับครอบครัวนี้ ทั้งในเรื่องของแต่ละบุคคล และเรื่องราวความสัมพันธ์ของแต่ละคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นแม่ผู้วิตกจริต พ่อที่ใจเย็นเป็นคนง่ายๆ ยายอดีตนักร้อง และลูกอีกสองคน

ครอบครัวที่ John Clasky พยายามจะนำสมาชิกเดินทางไปข้างหน้าให้ราบรื่นที่สุด มันดูเหมือนจะสวยงามราบรื่น แต่ลึกๆแล้ว เขาเองก็รู้อยู่ว่ารอยร้าวบางอย่างในครอบครัวมีมาโดยตลอด เขาเลือกที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายๆเหมือนกับนโยบายที่เขามีกับอาชีพและร้านของตัวเอง แต่สมดุลย์อันนั้นที่เขาพยุงมาตลอดมันกำลังจะพังทลาย เพราะคนในบ้านไม่ได้เป็นเหมือนอาหารที่เขาถนัดและควบคุมได้ดังใจคิด

Deborah…เป็นตัวละครหนึ่งที่มิติน่าสนใจและน่ารำคาญไปพร้อมกัน ทั้งท่าทีเชื่อมั่นในตัวเองไม่คิดถึงใจคนอื่น มีบุคลิกภาพที่จะคอยอยู่เหนือคนอื่น (Narcissistic) หากแต่ในใจของเธอกลับเปราะบางเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่มั่นคง พฤติกรรมของเธอที่ช่วยผดุงความไม่มั่นคงและทำให้เธออยู่เหนือคนอื่น คือการทำทุกอย่างเพื่อควบคุมคนอื่น ในใจลึกๆเธอโหยหาใครสักคน ใครสักคนที่เข้าใจในจิตใจเธอ

....จนเมื่อ Cristina ตามแม่ของเธอเข้ามายังครอบครัวนี้และทำให้ความเป็นแม่ของเธอที่ไม่เคยได้รับการยอมรับจากในครอบครัว กลับได้รับจากคนนอกอย่าง Cristina เธอเองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะควบคุม Cristina ให้อยู่กับเธอ เธอทำเพื่อคนอื่นและหวังว่าจะได้รับการตอบรับ

สิ่งดีๆที่เธอทำให้ทั้งกับลูก กับ Cristina กับ Florและใครต่อใครมันน่าจะทำให้ทุกฝ่ายมีความสุข แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม เพียงเพราะว่าทุกสิ่งที่เธอทำ เธอทำโดยไม่เคยคิดถึงใจของอีกฝ่ายหนึ่งเลย ขาดความพยายามที่จะเข้าถึงใจของคนรอบข้าง ขาดความเห็นอกเห็นใจ(empathy)

การให้ของเธอ เป็นเพียง ข้าวของเครื่องใช้ ปัจจัยภายนอก แต่ไม่ใช่ในเรื่องของใจและความรู้สึก ตัวอย่างที่เห็นชัดที่เปรียบเทียบได้คือ ความรักลูก กับ การสอนลูกให้ยอมรับในตัวของตัวเอง

- Flor พยายามที่อยากจะให้ลูกภูมิใจและเป็นตัวของตัวเอง เธอเลือกที่จะให้ลูกเธอยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นโดยไม่ต้องอายในตัวตน

- แต่ Deborah กลับพยายามทำไปในทิศตรงข้าม คือเธอไม่ยอมรับตัวตน(รูปร่าง)ของลูกสาวเธอ และทำให้ลูกสาวเธอเกิดความรู้สึกที่ไม่ยอมรับรูปร่าง(ตัวตน)ของตัวเอง


...หนังเริ่มต้นและจบลงชนิดที่หลายคนอาจจะขัดใจ เพราะคล้ายๆมันไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน แต่ผมเองชอบตอนจบที่เกิดขึ้น หนังทำให้คนดูรู้จักกับครอบครัว Clasky ไปพร้อมๆกับ Flor Moreno คนดูก็เปรียบเสมือนตัวเธอ ที่ได้เข้าไปรู้ เข้าไปเห็น เข้าไปเกี่ยวข้อง และเมื่อถึงจุดหนึ่งเธอก็ต้องเดินออกมา ไม่ใช่เป็นเพราะเธอตกหลุมรักหัวหน้าครอบครัว แต่เป็นเพราะหนังก็จะบอกด้วยว่าครอบครัว Clasky ไม่ใช่ครอบครัวของเธอและของคุณ(คนดู)ที่ต้องจัดการ

เธอมีสิ่งที่ตัวเองต้องทำและรับผิดชอบนั่นคือครอบครัวของเธอเอง คนดูก็เหมือนกับเธอที่ต้องปล่อยครอบครัว Clasky ไว้ข้างหลัง และให้คนในครอบครัวต้องจัดการเรื่องราวของเขาต่อไป ส่วนเราก็ควรกลับมาดูแลครอบครัวเราเอง

สุดท้ายเมื่อ Cristina โตขึ้นแล้วมองย้อนกลับไปเหตุการณ์ตอนเด็ก ถ้าวันนั้นแม่เธอไม่พาเธอออกมาจากครอบครัว Clasky เธอเองในวันนี้ก็คงไม่สามารถเติบโตและสามารถภูมิใจในตัวของตัวเอง และอาจจะไม่สามารถรู้สึกภูมิใจในความเป็นลูกของแม่เช่นทุกวันนี้ก็ได้

....มองโดยเนื้อหาของหนังแล้วผมคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังชีวิตที่หนัก สามารถสร้างเป็นหนังดราม่าเข้มข้นแต่ผู้กำกับเลือกที่จะเล่า ด้วยการลดความหนักของหนังโดยผ่านการมองของตัวละครบุคคลที่สามอย่าง Flor Moreno พร้อมกับใส่บุคลิกตัวละครหลักตัวหนึ่ง ให้ออกมีคาแรคเตอร์สุดขั้วอย่าง Deborah

ในขณะที่อีกตัวละครหลักที่รับบทโดย Adam Sandler ก็มาในภาพทีเล่นทีจริงและนุ่มนวลอยู่ในตัว หากถามว่าหนังสนุกมั้ยผมตอบตามความรู้สึกขณะดูในโรงSF Emporium รอบ16.20น.ว่าไม่สนุก แต่แปลกที่มันก็ทำให้ผมจดจ่อกับเนื้อหาได้จนจบโดยไม่รู้สึกเบื่อเช่นกัน

.....ความไม่สนุกของผมเกิดจากความรู้สึกว่าหนังไม่ต่อเนื่อง ปัญหาเกิดจากการการตัดต่อเรื่องราว บางฉากคนดูยังไม่รู้เลยว่าหนังจะสื่ออะไรหนังก็รีบตัดสลับไปอีกฉากหนึ่ง ผมรู้สึกว่าสิ่งที่หนังต้องการสื่อนั้นค่อนข้างกระจัดกระจาย ออกมาออกมาอย่างไร้ทิศทางและทำให้เหมือนเป็นคนละบทละตอนกัน โดยไม่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียว

บางช่วงเหมือนจะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัว Clasky แล้วบางช่วงก็โดดไปเรื่องความสัมพันธ์ของ Johnและ Flor โดยมันไม่ประสานกลมกลืนกัน (ประเด็นกิ๊กกันของสองคนนี้ทำให้หนังหลุดเส้นทางออกไปพอสมควร ยังดีที่ตอนจบหนังยังกลับมาที่ประเด็นครอบครัวไม่ใช่กลายเป็นหนังรักโรแมนติกไป)

บางตอนหนังก็กลับมาเน้นในเรื่องความสัมพันธ์ของ John และ Deborah เหมือนกับคนสร้างตัดใจไปทางใดทางหนึ่งไม่ได้อยากจะเล่าหลายเรื่องไปพร้อมๆกัน ครั้นเวลาไปแตะเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ไปไม่ถึงที่สุด และไม่รู้ว่าไปเพื่ออะไร เช่น เรื่องการที่ John ประสบความสำเร็จในงานเชฟกับทัศนคติที่เขามีต่องาน หนังเล่าเรื่องส่วนนี้มาให้รับรู้และผ่านไปทื่อๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนดูอย่างผมตามหนังได้เพียงช่วงๆ แต่ตามหนังทั้งเรื่องไปไม่ถูกว่าหนังจะพาไปในทิศทางไหนกันแน่ แม้แต่ชื่อหนังภาษาไทย ก็ยังสื่อไปอีกทางหรือคำโปรยบนโปสเตอร์หนังที่ว่า "Every family has a hero." ผมยังว่าสื่อถึงหนังได้ไม่ตรงนัก

....นอกจากนี้หนังยังผสมความหนักเบาของเนื้อหาและถ่ายทอดออกมาสลับกันเป็นคนละโทนอารมณ์ บางครั้งเหมือนหนังจะทำตัวเองให้เป็นดราม่าคอมิดี้ แต่ไม่กี่นาทีถัดมาหนังก็เกิดอยากจะเป็นดราม่าหนักๆขึ้นมา ทำให้คนดูอาจปรับอารมณ์ไม่ได้ว่าหนังจะเอายังไงกันแน่

คาแรคเตอร์ของตัวละครเป็นอีกส่วนที่ไม่ลงตัวนัก หันงให้รายละเอียดของตัวละครอย่าง Deborah มาก และเกือบจะหลุดออกจากความเป็นคนจริงๆจนกลายเป็นการ์ตูนไป(ขนาดให้รายละเอียดมาก เราก็ยังไม่รู้เลยว่าเธอทำงานอะไร?) ส่วนตัวละครที่เหลือบางตัวกลับน้อยจนบางคนแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลยต่อหนัง (เช่นบทลูกชายคนเล็ก ที่ผมคิดว่าถ้าหนังจะให้มีลูกสาวคนเดียวก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องราวแม้แต่น้อย)

สิ่งที่ชอบ

1.มุมมองของหนัง....หนังมีความพยายามที่จะเล่าเรื่องราวในครอบครัวได้อย่างน่าสนใจ ไม่มองและเล่าเรื่องในระนาบเดียวเช่นสามี-ภรรยา แต่หนังมองครอบครัวเป็นโครงสร้างที่แต่ละคนมีความสัมพันธ์ต่อกัน หนังทำครอบครัว Clasky ให้เหมือนภาพจำลองของครอบครัวในสังคมจริงที่มีทั้งปัญหาคู่สามีภรรยา ปัญหาส่วนตัว ปัญหาพ่อ-แม่-ลูก ความเป็นพ่อ ความเป็นแม่ ฯลฯ

2. Paz Vega....ในบทบาทของความเป็นแม่เธอถ่ายทอดออกมาได้ดี สื่อสารความรู้สึกทั้งความรักและห่วงลูกสาว ในรูปแบบเป็นตัวของตัวเองส่งถึงคนดูได้ชัดเจน ยิ่งฉากตอนท้ายตั้งแต่ออกจากบ้านจนถึงขึ้นรถโดยสารเป็นฉากที่ผมชอบและซาบซึ้งที่สุดฉากหนึ่งของหนัง (ผมเองชื่นชมเธอมากเป็นพิเศษเพราะเรื่องเดียวที่ผมได้ดูเธอคือ Sex and Lucia (ที่เสื้อผ้าเธอน้อยกว่าเรื่องนี้หลายเท่านัก55) นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนเดียวกันอาจจำไม่ได้ เพราะเรื่องนั้นทำให้คนดูหลายคนจดจำเธอจากอย่างอื่นมากกว่าแค่หน้าตาและการแสดง)

3.Adam Sandler...รับบทนี้โดยรักษาสมดุลย์ในตัวไม่ให้มากหรือน้อยเกินไปได้อย่างพอดี ทั้งในฉากที่ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ เป็นอีกหนึ่งบทดราม่าที่เบาๆนุ่มๆ อบอุ่นผสมหนักที่เขาเล่นได้ดีหลังจากที่ผมเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งใน Punch-Drunk Love

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความกระจัดกระจาย...หนังจับไม่มั่นเอาไปซักทาง (หนังสามารถที่จะเน้นไปที่เรื่องของแม่-ลูกหรือความเข้าใจในครอบครัวก็ยังได้) แต่การที่หนังพยายามจะเล่าหลายเรื่องแล้วไม่สามารถทำให้มันไปในทิศทางเดียวกัน จึงทำให้การดูหนังเรื่องนี้ของผม เหมือนนั่งรถที่ติดๆหยุดๆเป็นพักๆ เดี๋ยวขับเร็วเดี๋ยวขับช้าเดี๋ยวเลี้ยวซ้ายเดี๋ยวเลี้ยวขวา ไม่สนุกเพราะขณะที่กำลังจะอินกำลังจะสนุกหนังก็วกไปอีกเส้นทางหนึ่งเสียแล้ว (ยิ่งในเรื่องความรู้สึกระหว่างกันของ Johnและ Flor ที่ผมคิดว่า ไม่จำเป็นต้องให้น้ำหนักในหนังมากขนาดนั้นในหลายตอน เพราะมันทำให้หนังหลงมากยิ่งขึ้นว่าตัวเองจะเล่าเรื่องของอะไรกันแน่)

2.ความไม่ต่อเนื่อง...การเล่าเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งในหนัง ไม่ค่อยราบรื่นเหมือนอยากจะเล่าเรื่องพระเอกกับที่ร้าน ก็เล่าแล้วจบห้วนๆแล้วมาต่อเรื่องความสัมพันธ์ของพระเอกกับภรรยาที่ยังไม่ไปถึงไหน ก็สลับไปเรื่องอื่นต่อโดยไม่มีความเชื่อมโยงในแต่ละช่วงตอน

3. Téa Leoni + Deborah Clasky ในช่วงแรก..ไม่รู้ว่าเธอเล่นดีมากจากบทที่ให้มาแบบนั้น หรือเธอเล่นได้น่ารำคาญเอง เพราะในช่วงแรกที่เธออยู่บนจอเป็นช่วงเวลาที่น่ารำคาญกระอักกระอ่วนใจอย่างที่สุด ยิ่งฉากเลิฟซีนบนเตียงจนเธอไปถึง orgasm เป็นฉากที่ผมพูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง รู้แต่ไม่ใช่ฉากที่น่าจดจำ แต่มันกลับทำให้คนดูต้องจำติดตา(ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ดีและน่าจดจำเหมือนกับ Meg Ryan ทำที่โต๊ะอาหารใน When Harry met Sally)

อย่างไรก็ดีฉากนี้ก็เป็นอีกฉากหนึ่งที่ฉายความเป็นตัวตนของตัวละครนี้ออกมาได้ชัดมากขึ้น ทั้งการพยายามควบคุมและอยู่เหนือกว่า ความเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง การขาดความเข้าใจและสนใจจิตใจคนอื่น เป็นการแสดงที่ทำให้ตัวละครตัวนี้เด่นออกมาและแทบจะหลุดไปเป็นตัวการ์ตูนซึ่งมันทำให้อารมณ์ในบางตอนที่น่าจะหนักผ่อนลงมา ลดความน่าเชื่อถือเพราะความเกินจริงของตัวละคร (แต่เมื่อหนังเดินเรื่องไปเรื่อยๆ ผมก็เริ่มคุ้นเคยกับเธอได้ในที่สุด)

สรุป....หนังทั้งเรื่องไม่สนุกแต่ก็ไม่น่าเบื่อ ไม่ซาบซึ้งหรือประทับใจเท่ากับตอนที่ได้ดู James L. Brooksกำกับ As Good as It Gets (อยากดูหนังคอมิดี้น่าจะผิดหวัง อยากดูหนังบันเทิงสบายๆอาจจะผิดหวัง หนังออกจะเป็นหนังดราม่าครอบครัวที่หนัก แต่เลือกที่จะไม่ทำออกมาเป็นหนังดราม่าหนักๆเต็มตัว สำหรับคนดูที่เป็นลูกสาวของแม่น่าจะดูเรื่องนี้แล้วชอบเป็นพิเศษ กับเนื้อหาแม่ลูกถึงสามคู่ในเรื่อง) หนังทำออกมาได้ดีเป็นตอนๆตามแต่เหตุการณ์ การผสมผสานทั้งความรู้สึกจริงและเกินจริงจากนักแสดง การหยิบยกเรื่องหนักๆหลายมุมในครอบครัวมาเล่าแบบทีเล่นบ้างทีจริงบ้าง มันทำให้หนังเรื่องนี้มีภาพที่ต่างจากหนังครอบครัวทั่วๆไป และมีอะไรๆที่จับต้องกลับไปคิดได้ดี หากหนังเรื่องนี้ทำออกมาเป็นซี่รี่ส์หรือละครผมคิดว่าเรื่องราวของหนังน่าจะได้รับการถ่ายทอดออกมาได้มากและลึกตามเจตนาของผู้สร้างมากกว่านี้



ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 05 พฤษภาคม 2548
Last Update : 10 เมษายน 2549 0:58:49 น.
Counter : 1739 Pageviews.

7 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
การทำภาพนูนต่ำ “ข้างหลังหญิงสาวในเสื้อโค้ตสีแดงเชอร์รีที่ดูเหมือน” (ไข่ย้อย ดากานดา) A Bas-Relief ทุเรียนกวน ป่วนรัก
(22 ก.พ. 2562 01:47:57 น.)
สวนลุงวุฒิ อ.ภูเรือ จ.เลย : อาณาจักรของกุหลาบหินแห่งภูเรือ JinnyTent
(24 ก.พ. 2562 18:45:14 น.)
+ ตุง หรือ ธุงอีสาน + wicsir
(4 มี.ค. 2562 11:02:11 น.)
  
แวะมาอ่าน ..... รีวิวได้ละเอียดดีคะ ^^

เราชอบอดัม แซนเลอร์ ... ตลกหน้าตายชะมัด
โดย: เสือดาว วันที่: 5 พฤษภาคม 2548 เวลา:17:54:04 น.
  
อยากดูมั่กๆ


แต่แถวบ้านไม่เข้าเลยซักโรง

ไม่รู้ว่าจะเข้าอยู่รึเป่า
โดย: PADAPA--DOO (PADAPA--DOO ) วันที่: 5 พฤษภาคม 2548 เวลา:18:40:42 น.
  
แต่ผมกลับชอบ Téa Leoni นะ โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนนั้นกลับเป็นจุดที่เด่นมาก ๆ ที่ทำให้คนดูเห็นชัดความไม่ทันสังเกตความรู้สึกของผู้อื่นของตัวละครที่ Tea Leoni แสดงออกมา ผมว่าถ้าตัดเธอออกหรือคนมาแสดงแทนไม่ได้ดีเท่าเธอเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรเลย
โดย: Bluejade วันที่: 5 พฤษภาคม 2548 เวลา:21:04:21 น.
  
สวัสดีค่ะ
ในเรื่องรู้สึกโดยรวมเนื้อหาอาจจะไม่แน่นพอที่จะทำให้หลายคนกล่าวขวัญถึงแต่ก็มีอยู่ 2 ฉากที่รู้สึกชอบ
1. ฉากที่ Paz Vega วิ่งแข่งกับTea lioni ฉากนี้สื่อความหมายในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่
2. ฉากจบระหว่าง Paz Vega กับลูกสาว เป็นฉากที่ช่วยให้หนังเรื่องนี้มีน้ำหนักมากขึ้น และลุกออกจากโรงหนังด้วยความรู้สึกบางอย่างได้สักที(โดยก่อนหน้านี้เรื่องจะลอยๆ ไม่ลงอารมณ์หรือประเด็นอะไรที่ชัดเจน ทำให้ขณะที่ดูไม่ค่อยเกิดความรู้สึกอะไรชัดเจนสักอย่าง) และเป็นฉากที่ดูแล้วรู้สึกอิน อาจจะเป็นความรู้สึกระหว่างแม่กับลูกสาวที่ทำให้รู้สึกโดนใจค่ะ

-ชอบการแสดงของ Paz Vega ค่ะถ่ายทอดอารมณ์ความเป็นแม่ได้ดี เคยเห็นเธอ จาก Talk to her ซึ่งเรื่องนั้นเธอเล่นได้สวยใสมาก และมาเรืองนี้บทที่แตกต่างมากแต่เธอเล่นได้เนียนดีค่ะ
โดย: sunsun IP: 61.91.203.79 วันที่: 7 พฤษภาคม 2548 เวลา:20:02:05 น.
  
ผมว่าหนังดีครับ
แต่นับว่าเป็นหนัง drama เรื่องหนึ่งที่คนชอบดูdrama อย่างผมบอกว่า "ไม่สนุก"
ชื่นชมการเล่าเรื่องจากเรียงความขอทุนการศึกษา
แต่กลางๆเรื่อง หนังจะให้เสียงพากษ์ของหนูน้อยขึ้นมาตอนไหนก็ไม่รู้ ทำให้สับสนและเสียความ smooth ของหนังไปเลยครับ
โดย: โกโต้ เคนสุเกะ IP: 210.246.150.30 วันที่: 29 มกราคม 2549 เวลา:21:29:28 น.
  

//fearbgrfaawbd.host.com
desk3
[url=//feasbgrfaawbd.host.com]desk4[/url]
[link=//feaabgrfaawbd.host.com]desk6[/link]
โดย: Janetlto IP: 69.106.226.119 วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:3:26:11 น.
  
ชอบฉากที่ลูกต่อว่าแม่กลางถนน แล้เชื่อมโยงไปถึงป้ายรถแม่ทำเอาน้ำตาคลอเลยครับ ......แซนวิสไข่ดาวที่พระเอกทำก็ทำให้กลืนน้ำลายด้วยเช่นกันครับคุณหมอ
โดย: chee1313 IP: 119.42.112.87 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:12:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด