หมากเตะรีเทิร์นส , หมากเกมส์นี้ น่าจะดีได้มากกว่านี้


ผมสังเกตหนังของ GTH มาหลายต่อหลายเรื่องในช่วงหลังๆนับตั้งแต่ วัยอลวน 4 ผมพบว่า จุดร่วมหนึ่งที่ดึงดูดผมชนิดต้องชมทุกครั้งที่เขียนเสมอ คือ การที่ GTH ช่างสรรหา นักแสดงสาวๆได้น่ารักเสียทุกเรื่อง และ เธอเหล่านั้นต่างก็เล่นหนังเป็น ไม่ใช่แค่มีบทแค่ทำสวยในหนังอย่างเดียว

ส่วนจุดร่วมอื่นๆที่เป็นเอกลักษณ์เด่นชัด คือ งานสร้างที่ดูดี , การถ่ายภาพที่สวยงาม และ บทที่ไม่สะเปะสปะ เรียกได้ว่า หากเทียบหนังเป็นบ้าน หนังทุกเรื่องของ GTH ค่อนข้างไว้ใจได้ในเรื่องของ โครงสร้าง ขายได้ในแง่ของภาพลักษณ์ เข้าไปอยู่ก็น่าจะให้ความพึงพอใจไม่เสียดายตังค์ แต่ หากสนใจในเรื่องของรายละเอียดภายใน จะพบความแตกต่างที่เห็นชัดกว่าภายนอก แม้บ้านเหล่านี้จะเกิดจากสถาปนิกก๊วนเดียวกันจากทีมแฟนฉันก็ตาม

ไล่มาตั้งแต่ แฟนฉัน , เพื่อนสนิท , เด็กหอ จนถึง ซีซั่นเชนจ์ ทั้งสี่เรื่องสามารถจัดเป็นหนังแพ็กเกจเดียวกัน คือ ไม่ต้องบอกชื่อผู้กำกับ แค่ตัดมาสองสามฉากก็พอเดาได้ว่าเป็นหนังมาจากที่ไหน นี่เป็นทั้งจุดแข็งคือ คนดูค่อนข้างมั่นใจในการเสียเงินเข้าไปดู และ นี่ก็กำลังจะกลายเป็น จุดอ่อนของทีมนี้ ตรงที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับหนังตัวเอง ไม่สามารถสลัดความเป็นหนังในแนวโหยหาอดีตได้พ้น และ คนก็อาจจะเริ่มรู้สึกได้ว่าจำเจ

หมากเตะรีเทิร์นส เป็น งานชิ้นแรกของทีมแฟนฉันที่เดินออกมาจาก ภาพลักษณ์หนังตระกูลวันวานยังหวานอยู่

มองแค่ภาพภายนอก หรือ ดูแค่เอาเพลิน หมากเตะรีเทิร์นส สอบผ่านไปอยู่กลุ่มเดียวกับ 4 เรื่องข้างต้นได้ เป็นอีกหนึ่งหนังไทยที่ดูสนุกเพลินๆ แต่ หากลองสนใจในรายละเอียดมากขึ้นอีกนิด ก็จะพบเห็นว่า บ้านหลังนี้แม้มีโครงที่คล้ายคลึง มีรูปภายนอกที่ดูดีใช้ได้ แต่รายละเอียดภายในไม่ได้เนี้ยบ และ ดีเท่าเรื่องก่อนๆ

หมากเตะรีเทิร์นส เป็นหนังที่น่าจะขายได้ไม่ยาก(ถ้าไม่โดนแบนไปเสียก่อน) กับ พล็อตประเภท กลุ่ม loser หรือ underdog ต้องมาต่อสู้เพื่อเอาชนะความฝัน ตัวอย่างที่ดีของหนังตระกูลนี้ที่เกี่ยวกับกีฬาก็เช่น cool runnings

พล็อตของหมากเตะจัดได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จที่ขายได้ ดังนั้น พล็อตประเภทนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูง (แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะซาไกยูไนเต็ด ก็ไปไม่รอดมาแล้ว)

แต่ หมากเตะรีเทิร์นส มีพล็อตรองที่ทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ คือ พล็อตที่พูดถึง ความขัดแย้งของพระเอกที่เป็นคนไทย ต้องไปทำทีมให้กับชาติอื่น กลับมาสู้กับคนไทยด้วยกันเอง



พงศ์นรินทร์ อุลิศ โค้ชฟุตบอลระดับอินเตอร์คุมทีมอยู่ต่างแดน ตัดสินใจลาออกเพื่อหวังจะกลับมาเป็นโค้ชทีมชาติไทย ทำทีมไทยไปบอลโลก แต่แล้วก็ถูกดัดหลังจากนายกสมาคม(ในหนัง)ที่ไม่ได้เรื่อง ดูไม่เคยสนใจใครและเอาใจตัวเองเป็นใหญ่ ตัดสินใจเลือกโค้ชฝรั่งมาทำแทน ทำให้ พงศ์นรินทร์ ต้องกระเด็นไปอย่างเสียหน้า และ ทำให้เขาเลือกไปเป็นโค้ชให้กับทีมอาวี ประเทศบ้านพี่เมืองน้องของไทย ก่อนที่เส้นทางการแข่งขันจะทำให้สองชาตินี้ต้องมาพบกันเพื่อหาผู้ชนะหนึ่งเดียวที่จะเป็นตัวแทนโซนเอเชียไปบอลโลก


ปมขัดแย้งในตัวละครนี้ มีดีและแรงพอที่จะผลักดันให้ หมากเตะ กลายเป็นหนังคอมิดี้เจ๋งๆเรื่องหนึ่ง เป็นหนังที่มีบทแข็งแรงและมีดีมากไปกว่า การต่อสู้ของกลุ่มคนตัวเล็กๆ

น่าเสียดาย ที่ ตัวบทของหมากเตะ ไม่สามารถพาหนังไปได้ไกลพอ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ การต่อสู้ของทีมรองบ่อน หรือ ในส่วนของความขัดแย้งในใจพระเอก หนังล้วนสัมผัสประเด็นเหล่านี้แค่ผิวเผินมาก ตัวละครที่เป็นนักฟุตบอลของทีมอาวีที่เป็นเหมือนตัวชูโรง แต่หนังกลับไม่สามารถสร้างความน่าประทับใจให้กับตัวละครเหล่านั้น ไม่ต้องดูตัวอย่างอื่นไกล Shoalin soccer ก็พูดถึงทีมฟุตบอลในหนังตลกเหมือนกัน แต่ หนังสามารถสร้างเอกลักษณ์ของตัวละครได้มีความลึกมากกว่าเรื่องนี้ ที่เราจะได้รู้จัก ตัวละครซึ่งสามารถบรรยายลักษณะเฉพาะตัวด้วยคำเพียงสี่ห้าคำ เช่น นักเตะพลังช้าง นักเตะอารมณ์ร้อน นักเตะหน้าหล่อมีความรัก นักเตะบ้าผู้หญิง แถม นักเตะบางคนก็ถูกลืมไปจนเหมือนไม่มีบทบาทอะไรเลย เช่น คนที่มารับบทโกล์ในเรื่องที่แทบจะไม่ได้พูดอะไร

พอรู้จักตัวละครแค่ตื้นเขินเช่นนี้ สิ่งที่หนังจะพาคนดูไปก็พาไปได้ไกลแค่ ความฮา แต่การจะพาอารมณ์คนดูไปให้รู้สึกร่วมของการมุ่งมั่น หรือ การร่วมมือฝ่าฟันอุปสรรคนั้น เป็น ความล้มเหลวในหนัง ซึ่งปกติ ในส่วนนี้นั้นควรจะเป็นของตายในหนังสูตรนี้

ดูได้จากบทพูดที่ คอนเซ็ปท์ดี ประโยคเด็ด แต่ พอตัวละครพูดออกมา มันกลับไม่มีพลัง ไม่ปลุกเร้า ไม่อิน ไปกับเหตุการณ์ในหนัง ขั้นตอนในการพัฒนาการอารมณ์ของหนังกระท่อนกระแท่น และ ไม่ทำให้รู้สึกคล้อยตาม เช่นในฉากที่น้อย โพธิ์งามลุกขึ้นมาปลุกใจ , ฉากที่โค้ชประกาศสู้กับทีมชาติไทย หรือ ฉากที่โค้ชบอกให้เล่นตามใจต้องการ ฯลฯ ทั้งที่มันเป็นสูตรชนิดทำให้คนดูรู้สึกหัวใจพองโตแน่ๆ แต่ ตัวละครพูดจบกลับไม่รู้สึกอะไร มิหนำซ้ำบางคนยังอาจรู้สึกขัดๆเสียด้วยซ้ำ

นั่นเป็นเพราะนอกจากความผิวเผินจะเกิดกับตัวละคร ตัวบทเองก็ขาดรายละเอียดและเล่าเรื่องเพียงผิวเผิน หวังเพียงจะใช้สูตรสำเร็จไปนิด พอถึงจุดเร้าอารมณ์ก็ใส่มันเข้าไปเหมือนไม่มีที่มาที่ไป

ตัวอย่างตอนที่โค้ชบอกให้ลูกทีมเล่นให้สนุกไม่ต้องคิดอะไรมาก ก็ ตัวนักเตะไม่ได้เล่นบอลแบบสนุกๆอยู่แล้ว พล็อตส่วนนี้เหมือนกับการ์ตูนเรื่อง วัยกระเตาะตึงตึ่งตึ๊ง ที่ประมาณว่า ตัวเอกเป็นนักเปียโนที่รักการเล่นแบบไม่มีกรอบเกณฑ์ เขาชอบเล่นเปียโนในป่า ดังนั้นเวลาแข่งตอนแรกๆเขาจึงไม่ถนัด สุดท้ายเขาก็ต้องเล่นแบบที่ตัวเองชอบจึงแสดงศักยภาพตัวเองได้เต็มที่ แต่ นักเตะทีมอาวี บทหนังไม่ได้บอกให้เรารู้มาก่อนเลยว่า พวกเขาเล่นฟุตบอลเพราะรัก หรือ เล่นแบบสนุกแล้วจะเล่นได้ดี

ซึ่งถ้า ตอนแรกฉายให้เห็นภาพของนักฟุตบอลทีมนี้ เล่นบอลแบบสนุกๆ แล้วถูกบังคับให้มีแผน จนเสียตัวตนไป ฉากนี้จึงจะมีความหมาย หลายๆฉากในหนังก็ประสบภาวะเช่นนี้ นั่นคือ ตบเข้าสูตร แต่พอเข้าสูตรแล้วพาอารมณ์คนดูไปต่อไม่ได้



มุกตลกในหนังส่วนใหญ่ผมก็ขำ และ คนดูในโรงก็ขำ แต่เป็นความขำที่ไม่คม เป็นความขำในระดับกลางๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ผมเองชอบมุกง่ายๆของแก๊งสามช่าแต่ฮาสุดๆ หรือ มุกคมๆที่ยิ้มไปชมคนคิดไปอย่างในเพื่อนสนิทหรือซีซั่นเช้นจ์ มากกว่า มุกในหนังเรื่องนี้

ประการสำคัญ ผู้กำกับ ยังค่อนข้างไม่แม่นยำในจังหวะของการเล่นมุก หลายมุกที่ถูกปล่อยออกมามันไม่โดนจังๆ คนดูขำเพราะตัวมุกที่มันสำเร็จรูปชนิดใครเล่นก็ฮา บวกกับความสามารถของนักแสดงบางคน แต่เชื่อว่า หากจัดจังหวะให้ดีบวกขยี้มุกให้ตรงจุด ยังจะฮากว่านี้ได้อีก มันเหมือนกับมุกตลกประเภทโป๊งชึ่ง ที่แม้จะมีพูดจะเล่นด้วยบทเดียวกัน ตีด้วยถาดเดียวกัน แต่ หากทีมที่เล่นต่างกัน ผลลัพธ์ก็ได้ความฮาต่างกัน




สิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้ คือ การคัดตัวนักแสดงที่เลือกมาได้ดี เช่น ตัวพระเอกที่รับบทโค้ช , บทของน้อย โพธิ์งาม , บทนางเอก(น่ารักมั่กๆ ดูจบแล้วคิดถึงภูมิแพ้ของตัวเอง ไม่เห็นมีใครมาทาวิคส์ให้เลยวุ้ย) ฯลฯ นักแสดงเหล่านี้มีบุคลิกที่เข้ากับบทและทำให้ตัวละครนั้นดูดีขึ้นแม้ตัวบทจะอ่อนยวบก็ตาม



และ อารมณ์ในสนามฟุตบอลก็ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว น่าแปลกที่ผมไม่อินกับ ฉากเตะบอลใน Goal ซักเท่าไหร่ ยกเว้นฉากยิงฟรีคิก(ใน goal เหมือนผู้กำกับจะไม่ได้ชอบดูบอล เลยกำกับอารมณ์ในสนามบอลไม่ได้ฟีลคนเชียร์บอล) แต่พอมาเรื่องนี้ ผมกลับรู้สึกสนุกและลุ้นขณะเตะบอลในสนามมากกว่า ยิ่งได้สีหน้าอารมณ์ของนักแสดงประกอบที่มาเล่นเป็นกองเชียร์ก็ดูช่วยปลุกระดมความตื่นเต้นได้ดี

ประเด็น ไทย – ลาว ที่เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต จนนำมาซึ่งการแบน หากดูในฐานะคนไทย ก็ไม่รู้สึกว่า หากเปลี่ยนอาวี เป็น ลาว จะแย่อย่างไร เพราะ หนังไม่ได้มีทีท่าดูถูกชนชาติลาว แต่ หากลองดูในฐานะคนลาว ก็อาจจะไม่รู้สึกดีนัก ที่เห็นคนชาติอื่นเอาตัวละครชาติตัวเองไปทำอะไรตลกๆ ดังนั้น การเปลี่ยนเป็นชาติ อาวี หากเปลี่ยนเพราะทางลาว ไม่สบายใจ ส่วนตัวแล้วก็เห็นด้วยอยู่ เพราะความ สำคัญของการที่ต้องเป็นประเทศลาว มีอยู่แค่ฉากเดียว คือ ฉากที่น้อยพูดในห้องเก็บตัวตอนทะเลาะ นอกจากนั้น หนังจะเปลี่ยนเป็นชาติไหนก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรต่อเนื้อหา ขอแค่ว่า เป็นประเทศที่ฟุตบอลยังไม่พัฒนาก็พอ และ การเปลี่ยนจาก ลาว มาเป็น อาวี ในหนังก็ทำได้ไหลลื่นไม่สะดุดแต่อย่างใด

สิ่งที่ชอบ

1.เค้าโครงเรื่อง ... น่าสนใจมากตรงเรื่องย่อที่สร้าง conflict ของสองสัญชาติ และ ความขัดแย้งในใจของโค้ชไว้น่าสนใจ และ เป็นจุดที่ทำให้ผมอยากดูว่าหนังจะเล่นกับเนื้อหาตรงนี้อย่างไรต่อ เช่น การพัฒนาความสัมพันธ์ของโค้ชกับลูกทีม , ความไม่ไว้วางใจของนักเตะที่มีต่อโค้ช , ความรู้สึกขัดแย้งในใจของตัวโค้ช , ความขัดแย้งของคนในชาติกับตัวละคร ฯลฯ (เสียดายที่หนังไม่ได้ใช้อะไรเลย)

2.นางเอก ... น่ารัก เจ้าของบล้อก ปลื้ม จบ

3.อารมณ์ในสนามบอล

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ความผิวเผินและตื้นเขินของบท ... หนังตลกไม่ใช่ว่าไม่ต้องสนใจบท และ บทของหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ย่ำแย่หรือเลวร้าย บทของหนังเรื่องนี้ยังดีกว่าหนังคอมิดี้หลายๆเรื่องที่ใช้มุกชนมุกไปเรื่อยๆ เพียงแต่รู้สึกเสียดายมากๆว่า บทของหนังเรื่องนี้มีศักยภาพที่จะไปได้ดี มีโอกาสที่จะทำได้สนุกและเข้มข้นมากกว่า sholin soccer เสียด้วยซ้ำ แต่ คนที่นำเค้าโครงเรื่องมาทำกลับทำให้หนังเป็นได้แค่ หนังตลกธรรมดาๆเรื่องหนึ่ง

2.ไม่อิน ... ครั้งสุดท้ายที่เช็คหัวใจผมก็ยังไม่ตายด้านและปกติผมเองก็เป็นคนบิวต์ง่าย แต่ทั้งที่นี่เป็นหนังสูตรสำเร็จ ผมอินกับอารมณ์ที่หนังจงใจบิวท์ได้ไม่ถึงครึ่ง เช่น ฉากเด็กเอาลูกบอลมาปะผนัง หรือ ฉากต่างๆที่กล่าวไว้ข้างต้น ขนาดดนตรีขึ้นเพื่อปลุกอารมณ์ หรือ บีบคั้น ก็ยังไม่คล้อยตาม

3.จังหวะของมุก ... หลายๆมุกที่ยิงมันยังไม่โดนจังๆ มันเหมือนกะจังหวะได้ไม่ลงตัวนัก

สรุป ... หมากเตะรีเทิร์นส กลับมาฉายอีกครั้ง ก็ถือว่าเป็นหนังไทยที่ดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่แย่ และก็ ไม่เยี่ยม แต่หากต้องไปยืนเทียบกับรุ่นพี่ๆอย่าง เพื่อนสนิท เด็กหอ หรือ ซีซั่นเช้นจ์ หมากเตะ พอสู้ไหวในส่วนของรูปลักษณ์ภายนอก แต่ ยังต้องปรับปรุงอีกมากในแง่รายละเอียดภายในโดยเฉพาะตัวบทและการกำกับ จริงที่ว่าหนังดีเมื่อเทียบกับหนังคอมิดี้ทั่วๆไป แต่ก็อย่าลืมว่า หนังคอมิดี้ทั่วๆไปของบ้านเราก็ไม่ได้เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่จะใช้วัดเปรียบเทียบได้


ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรกของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ

หนังสือเกี่ยวกับอะไร ? มีที่มาอย่างไร ? ชวนไปอ่านเบื้องหลังของหนังสือได้ที่ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=13&month=10-2006&date=19&blog=1


(วางขายที่บูธ W19 โซนเอเทรียม และ J11 เพลนนารี่ฮอลล์)
เฉพาะงานนี้ ลด 20% จ้า


....หากเปรียบ ความรักและความสัมพันธ์ เป็น "ต้นไม้" ต้นไม้ต้นนี้ไม่สามารถเติบโตได้ด้วยตัวเอง และถึงแม้ว่ามันจะเติบโตขึ้นเป็นต้นใหญ่เพียงใด หากขาดซึ่งการเอาใจใส่ดูแล ขาดคนรดน้ำดูแล ก็ย่อมต้องตายลงไปในที่สุด หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเหมือน "คู่มือ" ที่จะช่วยให้คุณได้รู้จักและเข้าใจต้นไม้ของคุณมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้ง เสนอวิธีหรือเสนอปุ๋ยที่จะช่วยดูแล ต้นไม้ของคุณ ให้เติบโตผลิดอกออกผลร่มรื่นงดงาม รวมทั้ง ฟื้นฟูสภาพที่แห้งเหี่ยวให้กลับคืนมาสดชื่นอีกครั้ง



ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

เริ่มต้นอ่านครั้งแรก ชวนคลิก ชวนคุยกันที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 24 ตุลาคม 2549
Last Update : 24 ตุลาคม 2549 0:41:05 น.
Counter : 3721 Pageviews.

11 comments
การทำภาพนูนต่ำ “ข้างหลังหญิงสาวในเสื้อโค้ตสีแดงเชอร์รีที่ดูเหมือน” (ไข่ย้อย ดากานดา) A Bas-Relief ทุเรียนกวน ป่วนรัก
(22 ก.พ. 2562 01:47:57 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
สวนลุงวุฒิ อ.ภูเรือ จ.เลย : อาณาจักรของกุหลาบหินแห่งภูเรือ JinnyTent
(24 ก.พ. 2562 18:45:14 น.)
  
ส่วนตัว ไม่ได้ดูหนังไทยประเภท ฮา ๆ เท่าไร
พอมาฟังว่ามันไม่ค่อยมีอะไร ยิ่งทำให้อยากดูน้อยลง
ว่าแต่ยังไง ก้อเชียร์ หรือดู เขาหน่อยก้อดีนะครับ อย่างน้อย จะได้มีหนังออกมาอีก เยอะ ๆ
โดย: MTO IP: 124.120.207.55 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:1:22:23 น.
  
ไปดูมาแล้วสนุกดี แต่ SEASONS CHANGE ดีกว่าเยอะ
โดย: bas IP: 58.8.26.128 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:11:59:13 น.
  
ไปดูมาแล้วสนุกดี แต่ SEASONS CHANGE ดีกว่าเยอะ
โดย: bas IP: 58.8.26.128 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:12:00:10 น.
  
เป็นไปได้ไหม???
ผมว่าน่าจะดีนะครับที่ ก่อนจะออกฉาย หรือตัดต่อ ให้ผู้วิจารณ์ ไปดูก่อน แล้วช่วยกันคิด วิจารณ์ เสร็จแล้วอาจจะถ่ายเพิ่ม ปรับบท ตัดต่ออย่างไรค่อยว่ากัน

หนังไทยน่าจะมีแต่หรังคุณภาพแน่ ๆๆ เลย

อันนี้อยากให้เป็นไปได้ครับ น่าจะดี
โดย: แวะมา IP: 202.29.6.226 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:13:03:25 น.
  
เคยดูแต่ version เดิมที่เป็นประเทศลาวค่ะ ไม่รู้ว่านอกจากเปลี่ยนชื่อประเทศแล้วมีอะไรที่เปลี่ยนไปอีกบ้าง

แต่โดยรวมเราก็โอเคกับเรื่องนี้นะ (ในฐานะหนังไทย)
โดย: unwell วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:13:43:47 น.
  
ปกติหนังไทยค่าย GTH ผมมักเลือกอุดหนุนนะครับ เพราะค่อนข้างมั่นใจในศักยภาพโดยรวม ทั้งการผลิต, การกำกับ, บทภาพยนตร์, การแคสติ้งตัวละคร ฯลฯ ... แต่สำหรับหมากเตะ ผมคิดไว้ว่าจะบายตั้งแต่แรก (ผมไม่ค่อยชอบหนังแนวกีฬา underdog เท่าไหร่) ... แล้วยิ่งได้ดูหนังตัวอย่างก็ยิ่งชัวร์ เพราะผมไม่ค่อยขำมุกที่เค้าปล่อยออกมาอ่ะครับ ผมไม่ใช่พวกเส้นลึกนะ แต่มุกที่จะโดนผม มันคงคนละแนวกับมุกแบบนี้มั้งครับ ... แต่ถ้าคนชอบดูหนังตลก ไปดูเพลินๆ ก็คงได้อยู่
โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.233 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:15:44:35 น.
  
อยากดู(ทุกเรื่อง)ค่ะ
แต่คงต้องรอให้ออกมาเป็นแผ่นก่อน (ไม่รู้จะอีกนานแค่ไหน ฮือๆ)
โดย: นกน้อยในไร่แห้ว (ไม่ได้ล็อคอิน) IP: 129.62.88.205 วันที่: 25 ตุลาคม 2549 เวลา:1:45:25 น.
  
อาจเพราะผมชอบฟุตบอลด้วยมั้งครับ
ผมเลยคิดว่าผมชอบหนังเรื่องนี้
ถึงหนังจะขาดหลายๆอย่างอย่างที่คุณว่ามาก็จริงอ่ะนะครับ
พระเอก + เวินสะหวัน + แม๋น + โกล์ น่าจะเก่งจริง
...
ปล. ชอบมุข miss call พูดได้น่ารักน่าหยิกมากกกกกก กับมุขตัววิ่งของ 49er's อิอิ
โดย: the-xi.glomblog.com IP: 58.10.74.138 วันที่: 26 ตุลาคม 2549 เวลา:14:57:10 น.
  
จะว่าไปแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นหนังไทยที่น่าดูเหมือนกัน แต่ว่าไม่อยากจะคาดหวังอะไรมากอ่ะค่ะ เอาไว้ดูขำๆ
โดย: Mocha Macchiato วันที่: 26 ตุลาคม 2549 เวลา:21:42:26 น.
  
เพิ่งได้ดูตอนมาเป็นแผ่นครับ
ถ้าดูเอาสนุกๆ ก็ถือว่า OK ครับ ยิ่งคนชอบฟุตบอลยิ่งทำให้ดูสนุกขึ้น ทั้งนางเอกทั้งนางงามจักรวาลสวย น่ารักทั้งคู่ ถ้าผมเป็นบักแสงคงเลือกยากน่าดู อิ อิ

เห็นด้วยกับเจ้าของบล็อกครับว่าหนังยังดึงอารมณ์ร่วมคนดูได้ไม่ดีพอ ถ้าเทียบกับ Cool Runnings แล้ว เรื่องนั้นทำให้ผมจำมาได้จนถึงทุกวันนี้เลย ตัวละครโดดเด่น ดึงอารมณ์คนดูได้ดีมาก
โดย: AronSun IP: 124.120.232.76 วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:25:38 น.
  
ได้ดูจนได้ค่ะ
(ตกสมัยอีกแล้ว)
อารมณ์ยังไม่ถึงขั้นจริงๆ
มุกแป้กหลายอัน อย่าง ตอนที่โค้ชพงศ์นรินทร์ตะโกนว่า "เก็ทอิทททท" แล้วทุกคนทำหน้างง ... เกือบลืมขำไปเลยอันนี้

แต่ดำเนินเรื่องได้น่ารักดี
ชอบฉากทาวิคส์ ฉากพระนางคุยกันภาษาอีสาน นักบอลคนนี้หน้าหล่อได้ลาวมากๆ (ลาว นี่ไม่ได้ว่านะคะ แบบดูเจี๊ยมเจี๋ยม จริงใจ ใสซื่อมากๆ )

ที่ชอบอีกคือคำพูดน่ารักๆ ในเรื่อง (แต่แพ้วัยอลวนนะ) กับมุกที่ปล่อยมาแล้วฮา เราขำได้เยอะอ่ะค่ะ สงสัยเส้นตื้น ช่วงนั้น (ยังไงก็ชอบมุกหนังจีทีเอชอยู่ดี)
โดย: The SoVo (http://kangalala.spaces.live.com/) IP: 122.16.126.6 วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:23:53:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด