Final Destination 3 , เหล้าเก่าในขวดเก่า


ข้อมูล: หนังมีความยาว 93 นาที / กำกับโดยผู้กำกับ James Wong จาก Final Destination 1 / หนังได้รับเรท R กรุณาอย่าพาเด็กเข้าไปดูในโรง / ใน IMDB.com ให้คะแนนเรื่องนี้ 6.3/10 ส่วนใน //www.rottentomatoes.com ให้เรื่องนี้ Rotten ด้วยคะแนน 44 %



...ตอนดูหนังจบ แวบแรกผมผิดหวัง แล้ว ผมก็เปลี่ยนใจเป็นพอใจ เมื่อ ผมถามตัวเองว่า คาดหวังอะไรจากหนังในตระกูล Final Destination ?

หากได้ดู Final Destination 3 เป็นครั้งแรก เชื่อได้เลยว่า หนังเรื่องนี้จะต้องได้รับคำชื่นชมในแง่ที่ มันเป็นหนังสยองขวัญไอเดียดีดูสนุก แต่การที่ได้ดู Final Destination มาแล้วสองภาค การได้ดูภาคสาม มันหลงเหลือแค่ หนังสยองขวัญที่สนุกดี ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์คือสิ่งที่หายไป

...ทั้งสามภาคล้วนอาศัย การมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า หรือ ความรู้สึกคุ้นเคยกับเหตุการณ์เหมือนเคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาก่อนที่เรียกว่า Déjà Vu ของตัวเอกเป็นจุดเริ่มต้น

ใน Final Destination 1 พระเอกเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าของเครื่องบินระเบิด จึงบอกให้คนลงจากเครื่อง คนที่ลงมารอดตาย ก่อนที่ความตายจะไล่ฆ่าทีละคน Final Destination 2 เปลี่ยนจากเครื่องบิน เป็น การเห็นเหตุการณ์รุนแรงบนถนนจากรถขนซุง ก่อนที่อุบัติเหตุยาวเป็นทอดๆจะคร่าชีวิตคนบนเส้นทาง นางเอกสามารถเอาตัวรอดและพาเพื่อนๆรอดจากอุบัติเหตุนั้นได้ก่อนที่จะถูกตามฆ่าไปทีละราย และล่าสุด Final Destination 3 ที่ตัวเอกคือหญิงสาวชื่อ Wendy กำลังมีความสุขกับแฟนและเพื่อนสนิทในช่วงเวลาจบปีการศึกษา ระหว่างการเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก เกิด มองเห็นอุบัติเหตุรถไฟเหาะของตัวเองเกิดร่วงตกจากรางเธอ จึงตัดสินใจลงจากเครื่องพร้อมคนในรถขบวนเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดรอดชีวิต แต่ ชีวิตที่หลุดรอดมา ก็ถูกความตายทวงคืนทีละชีวิตด้วยวิธีการที่โหดยิ่งกว่า


... การได้ James Wong ผู้กำกับจากภาคแรก ต้นตำรับแนวคิดความตายอย่างสร้างสรรค์ กลับมากำกับภาคสามนี้ เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมคาดหวังไว้ว่า คนต้นฉบับที่คิดค้นสูตรขึ้นมา จะนำพาภาคสามนี้ให้มีอะไรสร้างสรรค์แปลกใหม่ออกไป กลับกลายเป็นว่า สิ่งที่เขาทำคือแค่เชื่อมโยงเหตุการณ์จากภาคแรกบางส่วนเท่านั้น ส่วนที่เชื่อมโยงนั้นก็ดูเอามาเชื่อมแค่ให้เข้าประเด็นเท่านั้น ไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกถึงความต่อเนื่องเหมือนตอนดูภาคสองแล้วรู้สึกว่ามันมีความผูกพันกับภาคหนึ่ง

สิ่งที่น่าผิดหวังคือ การไร้ซึ่งความแปลกใหม่หรือความคิดสร้างสรรค์ใดๆทั้งสิ้น โครงเรื่องทั้งหมด แทบจะเป็นการยกจากภาคแรกมาใส่ในภาคนี้แทน มีอุบัติเหตุ --> มีคนรอด --> ลมพัดไหวๆ --> ความตายไล่ฆ่า (แถม ยังฆ่าตามลำดับที่นั่งเหมือนในภาคแรกอีกด้วย) ทุกอย่างสืบทอดกันมาโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง จนกลายเป็นว่า ภาค 3 เป็นภาคที่เนื้อเรื่องเล่นง่ายที่สุด ซับซ้อนน้อยที่สุด หนังเดินหน้าฆ่าทีละคนสองคนตามสูตรสำเร็จ ไร้ลูกเล่นหรือลูกล่อลูกชนใดๆในบทหนังเลย จนรู้สึกเสียดายเหมือนกัน ทั้งที่ภาคสองยังมีรายละเอียดปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆที่ฉีกตัวเองต่างไปได้ แต่ภาคนี้แทบจะไม่มีเลย จนดูเหมือนคนเขียนบททุ่มเทหัวคิดไปที่วิธีการตายอยู่อย่างเดียว

...แต่อย่างที่ผมตั้งคำถามไว้กับตัวเองในตอนแรกไว้ก่อนแล้วว่า คนดูคงต้องถามตัวเองว่า คาดหวังอะไรจากหนังในตระกูล Final Destination ?

เพราะแน่นอนว่าสิ่งที่คนดูให้ความสำคัญและสนใจที่สุด ย่อมไม่ใช่ว่า หนังมีความลึกซึ้งหรือซับซ้อนขนาดไหน เพราะหากนั่นคือสิ่งที่คนดูคาดหวัง โอกาสผิดหวังรออยู่เต็มที่

...สำหรับผมแล้วความคาดหวังในการดู คือ ความตายของตัวละคร ซึ่งเป็น พระเอกที่แท้จริงของ Final Destination มาทุกภาค คนดูย่อมอยากรู้อยากเห็นว่า ตัวละครทั้งหลายจะตายในรูปแบบใด คนดูย่อมรู้อยู่แล้วว่าไม่มีใครที่จะรอดได้อยู่ดี จนเหมือนกับว่า การได้ดู Final Destination ก็แทบไม่ต่างอะไรจากการดูหนังในตระกูล Friday the 13th เพียงเปลี่ยนจาก การให้เจสันมาไล่ฆ่าตัวละครให้ตายแบบโต้งๆ เปลี่ยนเป็น ความตายมาทวงชีวิตของตัวละครให้หาที่ตายอย่างมีชั้นเชิง ยิ่งสามภาคที่ผ่านมา โครงเรื่องของหนังย่ำซ้ำรอยเดิมมาตลอด ก็ไม่แปลกใจหากพบว่าต่อไปเราจะได้เห็นภาคสี่หรือห้าตามต่อมาอีก

...ภาคแรกเป็นความแปลกใหม่ที่คนดูไม่เคยได้ดูแนวคิดแบบนี้มาก่อน ทุกอย่างในหนังจึงติดตาน่าจดจำ ฉากการตายไม่จำเป็นต้องเลือดกระเซ็นมาถึงหน้าคนดูก็ทำให้คนดูรู้สึกกลัวตามไปด้วยได้ เพราะหลายฉากคนดูยังไม่เคยเห็น ความตายที่มาจึงมาอย่างไม่คาดคิดไม่คาดฝัน อย่าง ยืนอยู่ดีๆรถก็มาโฉบไป หรือ ฉากการตายด้วยวัสดุอุปกรณ์ในห้องมันก็ดูใกล้ตัว จนทำให้คนดูเกิดความเสียวขณะนั่งทำงานอยู่ไม่น้อย เรียกได้ว่า ความตายในภาคแรกไม่จำเป็นต้องพึ่งเลือดให้มากมาย แต่ให้คนดูได้ซึมซับความสยองไปนอนหวาดหวั่นต่อที่บ้านได้เป็นอย่างดี

...แต่พอมาถึงความตายในภาค 2 เราจะพบว่าหนังจงใจใส่เลือดให้มากขึ้น ใส่ความโหดให้มากขึ้น ให้คนดูเห็นกันเต็มตามากขึ้น และ จำนวนการตายก็มากขึ้น มันช่วยตอกย้ำความเป็นพระเอกของความตายได้เป็นอย่างดี เพราะคนดูดูจะสนุกกับการรอลุ้นว่าตัวละครจะตายเพราะอะไร นี่เป็นหนังที่ไม่ใช่คนดูจะเอาใจช่วยตัวละครแต่อย่างใด

...ใน ภาค 3 นี้ก็เช่นกัน หนังไม่รีรอที่จะจัดสรรความตายแปลกๆใหม่ๆมาให้คนดู ซึ่งยังคงเจตนารมย์จากภาคนสอง คือ การได้เห็นความสยดสยองทุกข์ทรมานของตัวละครกันแบบเต็มตา แต่ไม่รู้ว่า เป็นเพราะความเคยชิน (ฉากตายฉับพลัน , ฉากตายมีอะไรมากระแทกกระทั้นหัว) หรือ ความตายที่เคยเห็นมาบ้างแล้วในหนังสยองขวัญเรื่องอื่น(ถูกอบตาย ) หรือ ความคาดหวังที่สูงเกินไป จึงทำให้ความตายในภาคนี้ไม่ชวนให้น่าจดจำเหมือนสองภาคที่ผ่านมา จะมียกเว้นก็แค่ ฉากยิงหัวดังปั่กๆ ที่ผมรู้สึกว่าเป็นความตายที่เด่นที่สุดในภาคนี้

...ต้นตอของความตาย ที่หนังใช้ รถไฟเหาะตกราง ดูจะเสียเปรียบรุ่นพี่ๆพอสมควร พอ ความตายพี่ใหญ่ที่เกิดจากเครื่องบินระเบิดนั้น แม้จะไม่สยอง แต่กลับน่าจดจำมากที่สุด เพราะการปูรายละเอียดก่อนเกิดเหตุทำได้มีกึ๋นมากกว่า ตั้งแต่เพลงที่พระเอกได้ยิน สัญลักษณ์ต่างๆที่บอกใบ้มา ฉากที่เห็นเครื่องบินระเบิดผ่านกระจกในสนามบินจึงดูคลาสสิคเป็นพิเศษ ในขณะที่พี่รองของความตายอย่าง อุบัติเหตุบนไฮเวย์ ก็ดูสยองกันแบบเป็นชุดๆค่อยเป็นค่อยไป เห็นกันทุกช็อตว่าตัวละครค่อยๆตายอย่างไร สถานที่เกิดเหตุดูกว้างขวางชวนตื่นตา แต่กับ ความตายน้องเล็กอย่าง รถไฟเหาะตกราง มันเกิดในสถานที่จำกัดคับแคบ มันดูเล็กๆไม่น่าทึ่งเท่ารุ่นพี่ ความตายที่เกิดขึ้นมันเร็วจนดูแทบไม่ทันสยอง การตัดต่ออย่างรวดเร็วส่งผลให้ไม่ทันได้เก็บความน่ากลัวเข้าไปในความทรงจำ เพราะเผลอไปชั่วครู่พวกเขาก็ตายไปเสียแล้ว

...อีกจุดหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าด้อยกว่าสองภาคที่ผ่านมา คือตัวนักแสดงในภาคนี้ นอกจากน้องสาวนางเอกแล้ว ที่เหลือดูธรรมดาจนไม่น่าจดจำ แม้แต่นางเอก Mary Elizabeth Winstead ที่ดูจากภาพนิ่งแล้วสวยดีแต่พออยู่ในหนังเธอกลับไม่เด่นเท่าบทที่เธอเล่นสมทบในเรื่อง Sky high ตัวนักแสดงที่เหลือดูขาดเสน่ห์ไม่น่าสนใจ ยิ่งบวกกับบทที่เรียบๆกลางๆแบนราบตามสูตรหนังสยองขวัญด้วยแล้ว คนดูคงจำตัวละครได้แค่จากความตายของพวกเขาหรือจากฉากเปลือยของสองสาวเท่านั้นเอง


สิ่งที่ชอบ

1.ความตื่นเต้นจากความตาย ... ซ้ำๆแต่ก็ยังสนุกได้อยู่ ไม่ได้รู้สึกน่าเบื่อหรือทรมานแต่อย่างใด ความตายที่หนังประเคนมาให้สร้างความหวาดเสียวได้ทุกฉาก การกำกับฉากแอคชั่นความตายทำได้อย่างรู้จังหวะ แม้เราจะเดาได้ว่า ตัวละครกำลังจะตายในฉากนี้แล้ว แต่เราก็ยังคงตกใจอยู่ดี บวกกับ บทที่ใส่ใจรายละเอียดของการตาย ชนิดที่ว่า กว่าจะตายแต่ละฉากได้ มีการผ่านกระบวนการคิดที่เตรียมมาอย่างดีสำหรับกลวิธีการตาย

2.ภาพถ่ายกับความตาย ... เป็นจุดเดียวที่เป็นความคิดสร้างสรรค์น่าจดจำของภาคนี้ สนุกดี เหมือนนั่งเล่นเกมส์ไขปริศนา

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ซ้ำๆย่ำรอยเดิม ... อย่างที่บอกรู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะคาดหวังอะไรจากการดูหนังแนวนี้ แต่กระนั้น ผมเองก็ยังแอบผิดหวังเล็กๆ เพราะเห็นว่าภาคสอง บทยังมีรายละเอียดแตกต่าง ภาคนี้จึงแอบหวังกึ๋นหรือมุกที่หนังจะสอดใส่ในบทให้ซับซ้อน แต่ภาคนี้แทบจะไม่มีอะไรแหวกแนวเลยแถมยังสู้ภาคสองไม่ได้ด้วย ทั้งที่ได้ผู้กำกับต้นฉบับมา จนมันเริ่มเป็นลางไม่ค่อยดีที่บอกไว้ว่า หากเมื่อไหร่ที่คนดูเบื่อหรือหนังทำฉากการตายได้ไม่ติดตา ก็ถึงคราวปิดฉากตระกูล Final destination อย่างถาวร

2.นักแสดงขาดเสน่ห์ ... ไม่รู้เป็นยังไง แต่แม้แต่ตัวนางเอกก็ยังรู้สึกว่า ไม่เด่นเลย ยิ่งตัวประกอบทั้งหลายที่ทะยอยตายก็ดูธรรมดาเสียเหลือเกิน (ยกเว้นน้องนางเอกน่ารักฮับ)

3.ตายเร็ว ... ถ้าลดอัตราเร็วของความตายให้ช้ากว่านี้ เช่น ฉากการตายบนรถไฟเหาะ ฯลฯ มันน่าจะทำให้คนดูได้ทันซึมซับความสยองสนองความต้องการกลับบ้านได้มากกว่าเดิม ลองทบทวนภาพความตายของเส้นลวดที่รัดคอตัวละครในห้องน้ำภาคแรกดูมันติดอยู่ในความทรงจำมากกว่า

สรุป ... สำหรับคอสยอง ดูก็สนุกสยองตื่นเต้นแอบปิดตาคุ้มค่าตั๋ว แต่ ไม่ดูก็ไม่ได้น่าเสียดายจะรอแผ่นก็ได้ ใครไม่เคยดู Final Destination มาก่อน ก็จะสนุกในไอเดีย แต่สำหรับคนที่ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมาครบสองภาคก่อนหน้านี้แล้ว ภาคนี้คงเติมเต็มได้แค่ ความตื่นเต้นในการตายแต่ละฉากเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นอีก หนังให้ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะ คือ ตื่นเต้นตกใจ แต่พอหมดรอบก็จบแล้วจบเลยไม่มีอะไรให้ติดค้างในความทรงจำ

ปล ... รอบที่ไปดูมา เจอพ่อแม่พาเด็กอายุประมาณ 6-7 ขวบเข้ามาดูในโรง เลยอดเขียนถึงไม่ได้ ไปอ่านกันได้ที่พันทิปตามลิงค์นี้เลยครับ >> //www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A4191147/A4191147.html


ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 15 มีนาคม 2549
Last Update : 15 มีนาคม 2549 0:10:00 น.
Counter : 2133 Pageviews.

25 comments
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
สวนลุงวุฒิ อ.ภูเรือ จ.เลย : อาณาจักรของกุหลาบหินแห่งภูเรือ JinnyTent
(24 ก.พ. 2562 18:45:14 น.)
--- น ก แ ส ก --- ภูเพยีย
(11 มี.ค. 2562 10:24:51 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  
สวัสดีครับ ...
คือผมชอบภาคแรกของหนังเรื่องนี้นะครับ แต่ผิดหวังกับภาคที่สอง ก็เลยไม่อยากดูภาคที่สาม
แต่ถ้าวันไหนเซ็งๆ ไม่มีอะไรทำอาจจะไปดูก็ได้
งงตัวเองวุ้ย !!!
โดย: King Of Pain วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:0:26:13 น.
  
ชอบฉากยิงหัวปั้กๆๆๆเหมือนกันครับ... ฉากนั้นเพื่อนผมลุกไปห้องน้ำพอดี น่าเสียดาย... ชอบเรื่องภาพถ่ายเหมือนกัน... (จะยิงแล้วค้างอยู่ข้างหลังก็ไม่ได้ ต้องทะลุมาข้างหน้าอีก บรื๋อออว)

เสียดายที่สองสาว (ที่แต่งหน้าทำผมเหมือน Paris Hilton กับ Nicole Richie) น่าจะชื่อ Ashley กับ Jessica คงจะฮาดี.. 555+

ตัวละคร Wendy ผมว่าแปลกๆ เหมือนไม่ต่อเนื่อง... ในที่นี้คือเธอ "เดี๋ยวอ้วนเดี๋ยวผอม" น่ะครับ

โดย: nanoguy IP: 203.113.35.10 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:0:45:53 น.
  
เพิ่มครับ

น้องนางเอกน่ารักด้วยคน
โดย: nanoguy IP: 203.113.35.10 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:0:50:29 น.
  
อยากไปดูครับ แต่ก็พอเดาๆ ได้แล้วล่ะว่าทางหนังมันจะมาอีท่าไหนน่ะครับ
โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:3:25:17 น.
  
ผมชอบภาคสองครับ ผมว่าภาพสวยหวาดเสียวดี
ภาคนี้กำลังไปหามาดูครับ

ผมแวะมาชวนไปเที่ยวที่ใหม่ๆอีกแล้วครับ ว่างๆแวะไปเยี่ยมชมน๊ะครับ
โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:7:16:02 น.
  
อืม ... ผมเหมือนคุณ King of Pain #1 เลยครับ ... ภาคแรกผมดูใน UBC โดยส่วนตัวหนัง horror แบบนี้ก็พอจะดูได้นะ ... แต่ที่ชอบคือไอเดียของพล็อตมากกว่า ... ซึ่งพอภาค 2 ก็ตามไปดูจาก UBC อีกครั้ง ก็พอใช้ได้ (แต่ความสร้างสรรค์ลดลง) ... ส่วนภาค 3 นี้ก็คงรอ UBC เช่นเคย อิๆ (จะบอกทำไมเนี่ย?!?) - แบบว่าผมไม่ค่อยชอบไปดูหนังหยองๆ แหวะๆ ในโรงอ่ะครับ แต่ถ้าเป็นหนังผีบรรยากาศหลอนๆ หรือหนังผีแบบตื่นเต้นโตะจายก็ค่อยน่าดูหน่อย
โดย: บลูยอชท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:8:10:11 น.
  
มาเก็บข้อมูล อ่านแล้วพอจะเดาเรื่องได้เลยเพราะ ดู 2 ภาค มาแล้ว
โดย: โจเซฟิน วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:9:22:54 น.
  
ความแปลกใหม่อีกอย่างของภาค 3 น่าจะเป็นทุกฉากความตาย นางเอกจะอยู่ร่วมด้วยทุกครั้ง ...
และเลือดเปื้อนหน้าทุกครั้งไป

โดยรวมภาค 1 เจ๋งสุด
โดย: คนที่คุณก็รู้ว่าใคร IP: 203.144.196.34 วันที่: 15 มีนาคม 2549 เวลา:14:51:20 น.
  
ดูแล้วงงเหมือนความตายจะใบ้อะไรให้นางเอกหลายอย่างมาก จนงงไปหมด ก็ใครจะไปจำรายละเอียดภาพ ลำดับการถ่าย คนในเหตุการณ์ อะไรๆ เยอะแยะนักหนาได้อย่างคนเขียนบทล่ะ
แล้วก็เล่นตายถี่ ตายเร็ว อย่างกับอยู่ในช่วงโปรโมชั่นไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอบ้าง นับว่าภาคนี้อยากลืม ๆ ไปซะ ไม่สนุกเหมือนภาคก่อน ๆ ที่ดูจะได้ลุ้นมากกว่านี้
โดย: Cutetetsu วันที่: 16 มีนาคม 2549 เวลา:20:24:37 น.
  
รู้สึกเหมือนกันว่าถ้าคิดมุกใหม่ๆบ้าง คงจะน่าดูกว่านี้
โดย: alizy IP: 203.153.175.223 วันที่: 17 มีนาคม 2549 เวลา:17:51:55 น.
  
เห็นด้วยทุกประการครับ ที่กล่าวมาครับ
โดย: Ackaru IP: 210.86.146.252 วันที่: 18 มีนาคม 2549 เวลา:0:54:03 น.
  
ขอเพิ่มนิดนึงยังไงก็คุ้มค่าตั๋วครับ 120บาท/4เต้า เต้าละ 30 555+
โดย: Ackaru IP: 210.86.146.252 วันที่: 18 มีนาคม 2549 เวลา:0:56:44 น.
  
โพสในกระทู้แล้ว แต่มาโพสที่นี่อีกรอบนะคะ

***********
ตามความคิดเรา (ที่ยังไม่ได้ดูภาค 1 และดูภาค 2 แต่จำไม่ได้แล้ว)

เราว่าตอนฉากรถไฟเหาะหนังบิ๊วมาดีนะคะ
ขนาดเราที่ไม่กลัวอะไรพวกนี้เลยยังแอบหยองๆ หวาดๆ รถไฟเหาะจนไม่อยากขึ้นไปตามนางเอกได้ และเราว่าฉากนี้ลงตัวที่สุดแล้วค่ะ เปิดเรื่องได้ดี ผสานความขัดแย้งระหว่างความสวยงาม น่าเล่นของสวนสนุก กับลางร้ายได้ดีค่ะ แต่เห็นด้วยที่ว่ามันตายเร็ว จนทำให้ความสยองลดลงค่ะ ไม่ติดตาตรึงใจ ดูแทบไม่ทันเลย

ส่วนฉากอื่นแล้ว จังหวะของภาค 3 เร็วมากๆค่ะ โดยเฉพาะหลังๆเหมือนยัดเยียด แกต้องตายแล้ว เลยตายติดกันเกินไปนิด (แต่ก็ตั้ง 10 คนเนอะ?) แล้วภาพจะตัดเร็วมาก โดยเฉพาะในฉากอุปกรณ์ก่อสร้างที่ถ้าหลุดไปนิดนึง จะตามไม่ค่อยทันว่ามันเชื่อมโยงไปสู่ความตายได้อย่างไร ต้องตั้งใจดู ความสยองก็เลยลดลงบ้าง ตามที่ จขกท บอก แต่ก็มีข้อดีนะคะ จังหวะหนังไวๆแบบนี้ก็ทำให้ไม่มีจังหวะเบื่อเลย เร้าความสนใจของคนดูได้ดีค่ะ ดึงคนดูอยู่

ขอเสริมอีกนิด ตรงที่ตัวละครในภาคนี้หลายๆตัว ไม่ได้ทำให้เราอยากเอาใจช่วยให้รอดชีวิตเลยค่ะ
โดยเฉพาะ ที่พอนางเอกมาเตือน แล้วก็ยังคึกคะนอง ไม่เชื่อ อะไรแบบนั้น แล้วยังทำตัวน่าหมั่นไส้
ก็เลยเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ตัวละครขึ้นมา มีความรู้สึกแฝงเล็กๆว่า "เออ ดี ไม่เชื่อใช่มั้ย ปล่อยมันตายๆไปเลย"

สาเหตุก็คงด้วยนิสัยของตัวละครแต่ละตัว และหนังไม่ได้ปูพื้นให้คนดูผูกพันกับตัวละครเลย

หรือเราซาดิสเองหรือเปล่าหว่า?


นอกนั้นก็เห็นด้วยกับ จขกท นะคะ และไม่ผิดหวังด้วย เพราะยังไม่เคยดู FD ในโรงเลยค่ะ นี่ภาคแรก เหมือนจะตอบโจทย์เราได้ดีทีเดียว
โดย: PeaRtoNy IP: 202.57.180.172 วันที่: 19 มีนาคม 2549 เวลา:23:40:57 น.
  
เราชอบฉากที่ 2 สาวนั้นตาย
ไม่ดูทรม๊าน ทรมาน

โดย: ฟ้าฝนไม่เป็นใจ IP: 61.7.149.77 วันที่: 20 มีนาคม 2549 เวลา:20:23:16 น.
  
ผมว่าภาคนี้ CONCEPT ต่างจากภาค 1-2 ครับ
1. ก่อนเห็นเหตุการณ์ จะมีการบอกเหตุที่จะทำให้เกิดเหตุกาณณ์ที่จะตายครั้ง แรก (แต่ก็จะรอด) เช่นภาค 2 รถนางเอกน้ำมันเครื่องรั่ว คือมันจะเกี่ยวกับความตายที่กำลังจะเจอ (แต่สุดสายรอด)
2. พอรอดจากความตายที่ต้องตายตอนแรก และเมื่อความตายจะตามมาไล่ล่า เมื่อนั้นถึงจะเห็น ลางบอกเหตุต่างๆของแต่ละคน และตังเอกก็จะตีความและรีบไปช่วย (คือเมื่อความตาบครั้งแรกไม่สำเร็จ ความตายจึงพยายามไล่ล่าด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งตัวเอกจะจับเค้าลางได้)
3. ภาค 3 เปี๋ยนไป อย่าลืมว่ารูปถ่ายในกล้องที่สุดท้ายใช้เป็นข้อมูล ตีความการตายที่จะกลับมาไล่ล่าแต่ละคนนั้น ผิด CONCEPT ของภาคก่อนๆ คือถ้ายังไม่พ้นความตายแรก (ที่กำหนดมา เหมือนว่าจะต้องตายแน่ๆ) เค้าลางที่แสดงก็จะเกี่ยวกับความตายครั้งนั้นที่กำลังจะเกิด
แต่ภาค 3 กลับสามารถถ่ายรูปไว้ และเป็นเค้าลางของการตายที่จะเกิดครั้งที่ 2 ได้ (งั้นแสดงว่าความตายวางแผนไว้แล้วว่าครั้งแรกจะตายกี่คน ดังนั้นที่ไม่ตายหมดเป็นการถูกกำหนดมาก่อน ไม่เหมือนภาคอื่นๆที่รอดมาได้ด้วยตัวเอง)

คือสรุปผมว่าเขาทำออกมาขัดๆ งงๆ นะถ้าเทียบกับภาคที่แล้ว
โดย: Movie Mania IP: 202.142.201.2 วันที่: 27 มีนาคม 2549 เวลา:0:38:53 น.
  
อยากจะแนะนำ ถ้าชอบดูหนังออกแนว
final ก้อน่าจะดู saw นะคะ น่ากัวม่ายแพ้กัล
โดย: addict IP: 124.121.73.123 วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:19:23:46 น.
  
งงความเห็นที่ 15 มากๆ
โดย: ปุ๋ย พันทิป IP: 202.139.195.252 วันที่: 26 สิงหาคม 2549 เวลา:8:40:30 น.
  
ดูแล้วทุกภาคชอบมากๆอยากให้สร้างภาคต่อไปอีก
โดย: x IP: 125.26.45.154 วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:35:49 น.
  
นางเอกน่ารักอะ อวบๆแก้มป่องๆ
โดย: YoiChi IP: 202.57.178.112 วันที่: 28 กันยายน 2550 เวลา:16:51:45 น.
  
ภาค 1 ดีกว่าจริงๆ

โดย: aLoHa IP: 58.9.87.32 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:18:28:34 น.
  
7/10 คะแนน

สำหรับผมชอบภาค 1 มากที่สุดแล้ว ถึงแม้ภาค 3 จะทำฉากการตายได้สมจริงกว่าก็เหอะ ภาค 1 เป็นอะไรที่สยอง ประกอบกับยังไม่รู้พล็อตเรื่องของหนังว่าจะมาไม้ไหน ทำให้ภาค 1 เป็นภาคที่น่าจดจำที่สุดสำหรับผม

ปล. นางเอกภาค 3 น่ารักมากๆ
โดย: นักวิจารณ์สมัครเล่น IP: 125.24.35.141 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:38:44 น.
  
ที่บ้านก็มีครบ 3ภาค ดู 6000000ล้านครั้งก็ยังไม่เบื่อแต่ทำไมไม่สร้างภาค4เรวๆล่ะ
โดย: ลูกน้ำค่ะ IP: 118.175.74.62 วันที่: 24 มกราคม 2551 เวลา:19:57:23 น.
  
ส่วนตัวผมชอบภาค 2 ครับ ดูมันต่อเนื่อง ลื่นไหล ฉับไว และเป็นเหตุเป็นผลดีครับ แสดงว่าคนเขียนบท ทำการบ้านมาอย่างดี เช่น นักแข่งรถที่โยนสปาเกตตี้แล้วลื่นเอง คิดได้ไงอ่ะ ทำตัวเองแท้ๆ เนอะ...อุตส่าห์จริงๆ แล้วหนังเขาบอกใบ้ให้แล้ว ว่าจะต้องตายเพราะลื่น เพราะฉากแรกเนี่ย เขาลื่นตุ๊กตาที่วางไว้หน้าห้องน่ะครับ

ภาค 1 ก็ดีครับ ดูลึกลับ ซับซ้อน โดยเฉพาะ ฉากที่เพื่อนพระเอก ถูกรัดคอในอ่างน้ำอ่ะ ติดตามากๆ เลย จริงๆ มันแค่เรื่องง่ายๆ แต่ทำให้ตายได้เลยนะ
ดูแล้วไม่กล้าแขวนลวดในห้องน้ำเลยครับ ชอบตอนที่ พอจัดการเสร็จแล้ว น้ำในห้องน้ำ มันหดกลับคืนไปที่เดิมอ่ะ โอย....ดูแล้วขนลุก ความตายมาเหนือเมฆจริงๆ ถ้าเพื่อนพระเอก วางกรรไกรไว้ใกล้ตัวกว่านี้ คงเอื้อมมาหยิบ ไปตัดลวดได้ คงไม่ตาย พระเอกภาค 1 หล่อมากๆ อ่ะ

ความคาดหวังที่สูงเกินไป จึงทำให้ความตายในภาคนี้ไม่ชวนให้น่าจดจำเหมือนสองภาคที่ผ่านมา จะมียกเว้นก็แค่ ฉากยิงหัวดังปั่กๆ ที่ผมรู้สึกว่าเป็นความตายที่เด่นที่สุดในภาคนี้
++ใช่ครับ ถูกต้อง ประโยคนี้โดนใจจริงๆ ผมก็คาดหวังกับหนังเรื่องนี้มาก เลยผิดหวังนิดๆ แต่ยังติดตามอยู่นะ

ชอบมากเลยครับ คุณหมอเขียนได้แจ่มมากๆ
เดี๋ยวว่างๆ จะตามไปเม้นส์ให้ ทุกเรื่องเลย
//www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7280341/A7280341.html#25
ขอบคุณครับ ที่นำบทความดีดี มาให้อ่าน...
โดย: ยามเฝ้าหัวใจ IP: 222.123.118.104 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:3:46:11 น.
  
ผมอยากรุ้ว่ามันเกี่ยวกับซาตานไหม เพราะเห็นภาค 1 ก่อนขึ้นเครื่องพระเอกมันเห็นเลข 666
โดย: น. IP: 180.183.123.244 วันที่: 16 มีนาคม 2560 เวลา:22:32:47 น.
  
ผมอยากรุ้ว่ามันเกี่ยวกับซาตานไหม เพราะเห็นภาค 1 ก่อนขึ้นเครื่องพระเอกมันเห็นเลข 666
โดย: น. IP: 180.183.123.244 วันที่: 16 มีนาคม 2560 เวลา:23:19:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด