Flightplan , ขึ้นได้สูง บินได้สวย ลงไม่นิ่ม


...เหตุการณ์ 9/11 ทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ผู้คนมีความหวาดกลัวซุกซ่อนอยู่และรู้สึกว่า การถูกคุกคามในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านไปแล้วแต่ความหวาดระแวงต่อสังคมกับคนรอบข้าง เพิ่มขึ้นมากขึ้นไปจากเดิม

จาก 9/11คนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คือกลุ่มคนที่สูญเสีย คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ที่ไม่ได้สูญเสียจากเหตุการณ์นั้นแต่ต้องรับผลลัพธ์ติดตัวต่อไปเช่นกัน นั่นคือ กลุ่มชนชาวตะวันออกกลางที่บริสุทธิ์ พวกเขาถูกมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนแปลงไปจากอคติทางสังคม กระบวนการคิดอย่างเหมารวม (overgeneralization) เกิดมากขึ้นเรื่อยๆในหลายๆแห่ง กลายเป็นว่า เมื่อใดที่คุณไปอยู่ในเหตุการณ์ที่รุนแรงหรือเกิดเหตุฆ่ากันตาย ถ้าคุณเป็นคนตะวันออกกลาง เท่ากับว่า คุณกำลังแขวนป้าย ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง อยู่โดยอัตโนมัติ นั่นทำให้ ตัวละครชาวอาหรับใน Flightplan เป็นผู้ต้องสงสัยรายแรกในโลกเซลลูลอยด์ และ ทำให้คนหนึ่งคนต้องเสียชีวิตอย่างไม่จำเป็นจากวิสามัญฆาตกรรมที่ลอนดอนเมื่อไม่นานมานี้ในโลกของความเป็นจริง เพียงเพราะเขาเป็นชาวตะวันออกกลาง ผู้ร้ายในตอนนี้ที่ยังมีชีวิตหลงเหลืออยู่ในสังคมจากเหตุการณ์ 9/11 ชื่อ ความหวาดกลัว

...ความหวาดกลัว ต่อ อันตรายรอบตัว ทำให้คนเราเริ่มสร้างเกราะป้องกันตัวจากภยันตรายภายนอก ด้วยการตัดขาดจากโลกรอบตัว ไม่น่าแปลกใจที่ต่อไป น้ำใจ อาจเห็นในสังคมลดลง เพราะความสนใจที่คนเรามีต่อคนรอบข้าง ลดลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดไม่ต้องดูอื่นไกล วัฒนธรรม ipod หรือ mp3 พกพา เป็นตัวอย่างเล็กๆตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อหูฟังถูกจับยัดใส่หู โลกของคนๆนั้นก็ตัดขาด (disconnected) ออกจากสังคมรอบตัว ไม่สนใจใครหรืออะไรก็ตามที่ไม่ได้เกี่ยวกับเราอีกต่อไป

...ความสนใจสิ่งรอบข้างลดลงนี่เอง เป็นเหตุให้ Kyle Pratt (Jodie Foster) จึงต้องงงเป็นอย่างมากเมื่อใครต่อใครบอกว่า ไม่เห็นลูกสาวเธอบนเครื่องบิน ทั้งที่เธอเองมั่นใจว่าเธอและลูกขึ้นเครื่องมาด้วยกัน แต่เมื่อลูกเธอหายบนเครื่อง กลับไม่มีใครที่เป็นพยานเห็นลูกเธอขึ้นเครื่อง

ลองคิดว่าหากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่น่าฉงนว่าเด็กไปไหน แต่ที่น่าขนลุกไม่น้อย เป็นความจริงที่ว่า สังคมเราทุกวันนี้ เราสนใจคนรอบตัวน้อยลงจริงๆอย่างไม่น่าเชื่อ คิดภาพเราขึ้นเครื่องบิน ได้ที่นั่ง แล้วทันใดนั้นก็หยิบ ipod เสียบหูฟังเลือกเพลงโปรด อ่าน magazine แล้วก็จมอยู่ในโลกส่วนตัว โดยหารู้แม้แต่นิดว่าคนนั่งข้างๆเราเป็นหญิงหรือชาย ลักษณะเป็นอย่างไร และ ถ้าเขานั่งไหลตายข้างๆเราไป เราจะรู้ตัวหรือไม่

... ก่อนหน้านั้น หนังเปิดฉากด้วยการพาคนดูไปรู้จักกับ Kyle Pratt หญิงสาวที่กำลังโศกเศร้า สับสน ในเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่หนังตัดสลับกันไปมาระหว่าง เหตุการณ์ที่เธอและสามีกำลังเดินทางกลับบ้านในวันหิมะตก กับ เหตุการณ์ที่เธอกำลังจะไปจัดการกับศพของสามีคนเดียวกันนี้ เพื่อจะส่งขึ้นเครื่องบินข้ามประเทศ หนังทำให้คนดูงงงวยไปพร้อมกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นในฉากเปิดเรื่องนี้ หนังเริ่มสร้างคาแรกเตอร์ Kyle Pratt ให้มีความเคลือบแคลงตั้งแต่แรกเป็นกับดักแรกที่ผู้กำกับ ใช้ล่อลวงให้คนดูไม่มั่นใจกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา

เธอกับลูกสาวกำลังจะย้ายบ้าน จากเบอร์ลินไปนิวยอร์ค พร้อมศพสามีที่อยู่ในโลง และ บนเครื่องบินลำนั้นเอง ขณะที่เธอและลูกงีบหลับไป เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับพบว่า ลูกสาวเธอหายไป เธอตามหาลูกสาวทั่วเครื่องบินก่อนจะพบว่า ...

-ไม่มีใครบนเครื่องบินเคยเห็นลูกของเธอเลย

- แอร์โฮสเตส ยืนยันว่า เห็นเธอบนเครื่องเพียงคนเดียว

-กัปตันสั่งให้ลูกเรือช่วยกันค้นทุกซอกทุกมุมของเครื่องบินก็ไม่พบลูกสาวเธอ

-มีหลักฐานยืนยันมาจากรพ.ว่าลูกสาวเธอเสียชีวิตไปแล้วพร้อมพ่อของเธอ

..... หนังทำให้คนดูต้องสงสัยว่า Kyle Pratt เป็นแม่ที่ลูกหายไปบนเครื่องจริงๆ หรือ เป็นหญิงสาวที่เผชิญกับภาวะสูญเสียแล้วรับไม่ได้จนเกิดอาการจิตหลอน

การทำให้คนดูไขว้เขว ระหว่าง อาการหลงผิด (delusion) กับ ความจริง (reality) ยังเป็นพล็อตที่ดึงดูดให้คนดูยอมเสียเงินไปเพื่อค้นหาความจริงเสมอ ไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะมีกรณีลูกหายแบบเดียวกันนี้ใน The Forgotten ที่เล่นประเด็นนี้เช่นกัน หนังสามารถกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนดูตั้งแต่หนังตัวอย่าง ว่า แท้จริงแล้ว ความจริงมันเป็นอย่างไร ? (สำหรับผม The Forgotten ทำให้ผมผิดหวังในชั้นนี้ ) ชั้นถัดมาคือเมื่อเฉลยแล้ว หนังสามารถทำให้คนดูเชื่อถือสิ่งที่หลอกไว้มาตลอดได้หรือไม่

…ถ้าคุณตกอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับ Kyle Pratt คุณจะสงบใจได้มากแค่ไหน คุณจะบ้าคลั่งได้แค่ไหน คุณจะทำถึงขนาด Kyle Pratt หรือไม่ ถ้าคุณพบว่า ลูกคุณหายไปบนเครื่องบินและทุกคนยืนยันว่าไม่เคยเห็นลูกคุณบนเครื่อง การกระทำของเธอเชื่อว่าไม่มีใครจะตำหนิได้ ในการที่ทุ่มเททุกอย่างในความเป็นแม่เพื่อให้ได้ลูกกลับคืนมา แต่อีกด้านหนึ่งจะเห็นว่าหนังเริ่มให้คาแรกเตอร์ของ Kyle Pratt ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จะว่าไปแล้วเธอเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่สนใจแต่ตัวเองเช่นกัน หากดูจากหลายๆการกระทำของเธอที่ไม่ได้สนใจหรือแคร์ว่าใครจะเดือดร้อนอย่างไร

... มีฉากเล็กๆฉากหนึ่งที่ผมชอบในเรื่อง ฉากนี้ช่วยให้เราเห็นองค์ประกอบของความรุนแรง ว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ ผู้ก่อเหตุ และ ผู้ถูกกระทำ แต่ยังมีตัวบุคคลประเภทช่วยกระพือไฟความรุนแรง นั่นคือตัวละครหรือบุคคลประเภท “ขามั่ว” ในฉากที่ Kyle Pratt กล่าวหาชายชาวอาหรับและเชื่อว่าเขาคือคนขโมยลูกเธอไป เราจะได้ยินเสียงผู้โดยสารรอบๆซุบซิบกันว่าต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ เราจะได้เห็นชายหนุ่มที่ไม่ได้รู้ความจริงใดๆทั้งสิ้นแต่กลับช่วยโหมความรุนแรงให้มากขึ้นจนลงเอยที่ความรุนแรงในเหตุการณ์เมื่อตัวนางเอกควบคุมตัวเองไม่ได้ ตอกย้ำให้ต้องระวังไว้ว่า ในสังคมที่อ่อนไหวกับความหวาดกลัวทุกวันนี้ การยั่วยุเพียงนิดเป็นปัจจัยที่มักขยายความรุนแรงมากขึ้นกว่าที่คาดคิดเสมอ

นอกจากนี้ ในฉากนี้ไม่ได้แค่ทำให้เราได้เห็นตัวอย่าง ขามั่ว ที่มีส่วนในความรุนแรงของเหตุการณ์ แต่ฉากนี้ยังช่วยเสริมย้ำเรื่องของการสนใจแต่ตัวเองที่กล่าวไว้ข้างต้น เราจะได้เห็นคนรอบข้างที่เหมือนคนดูในเหตุการณ์ต่างเอาใจเข้าข้างนางเอกในตอนแรก จนเมื่อ เหตุการณ์ขมวดเกลียวรุนแรงมากขึ้น การเดินทางล่าช้า ,ห้องน้ำถูกปิด , ตัวเองถูกจำกัดการเคลื่อนที่บนเครื่อง , เครื่องบินต้องเปลี่ยนเป้าหมายปลายทาง นั่นหมายถึง ความเดือดร้อนส่งผลต่อตัวเอง ผู้โดยสารที่เคยมั่นใจและเห็นใจมองนางเอกเป็น แม่ผู้น่าสงสาร กลับปรบมือดังทั่วห้องโดยสาร เมื่อเธอถูกจับใส่กุญแจมือ เธอกลายเป็นผู้ร้ายในสายตาคนรอบตัวทันทีที่เธอทำให้คนรอบข้างต้องลำบาก

… Flightplan พาตัวเองขึ้นสู่น่านฟ้าอย่างมีระดับ โดยมีกัปตันชาวเยอรมันอย่าง Robert Schwentke ผู้กำกับที่ก้าวมาทำหนังฮอลลีวูดเต็มตัวเรื่องแรก เขาทำให้คนดูลุ้นระทึกกับบรรยากาศในสถานที่ปิดแคบอย่างเครื่องบิน กับ ปริศนาที่รอคอยการคลี่คลาย เสมือน งานเขียนประเภท การฆาตกรรมในห้องปิดตาย ที่คนดูกระหายใคร่รู้ว่า เกิดอะไรขึ้นในห้องปิดแคบนี้ เขาทำให้คนดูไขว้เขวในสิ่งที่ตัวเองคิด เขาวางกับดักไว้หลายจุดที่ล่อหลอกคนดูต้องสงสัย ทำให้คนดูเริ่มลังเลว่าสิ่งที่เห็นอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้

ผมบังเอิญเคยดูหนังเรื่องก่อนของเขาที่เคยกำกับเรื่อง Tattoo เป็นเรื่องของการตามล่าฆาตกรที่ล่าถลกหนังคนมาสะสม หนังให้อารมณ์เดียวกัน นั่นคือเดาได้ยากว่าใครเป็นคนทำ และ สร้างความไม่คาดคิดให้เกิดขึ้นได้เสมอเมื่อเหยื่อสามารถกลายเป็นคนที่เราไม่คาดคิดได้ทั้งนั้น หนังสะท้อนสภาพจิตใจของมนุษย์บางกลุ่มที่มีความโลภในสิ่งของที่ไม่สมควรสะสม แต่ในระบบทุนนิยม ความเหมาะหรือไม่เหมาะสมไม่ได้มีความหมายอะไรอีกต่อไป เมื่อมนุษย์เราเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง Flightplan ก็มีประเด็น ความหมกมุ่นสนใจแต่ตัวเองที่นำมาพูดถึงอีกเช่นกัน

....หนังมีกัปตันที่ดีในการพาเครื่องบินเดินทาง แต่หนังก็มีจุดอ่อนในตัวอยู่มาก หากไม่ได้บุคคลสำคัญที่เป็นเสมือนแอร์โฮสเตสที่มีฝีมือแล้ว คนดูที่เป็นเสมือนผู้โดยสารอาจสังเกตได้ แต่ เพราะแอร์โฮสเตสบนเครื่องลำนี้คือ Jodie Foster เธอสามารถดึงดูดคนดูให้เอาใจช่วยเธอและจดจ่ออยู่กับเธอโดยไม่ลังเลใจกับสิ่งรอบข้าง เธอเป็นกุญแจสำคัญที่ตรึงคนดูให้ติดตามตัวละครของเธอไปทุกซอกทุกมุมของเครื่องบินเพื่อตามหาลูก เธอให้การแสดงที่น่าทึ่ง จะมีใครที่มารับบทนี้และเล่นได้บ้าคลั่งวิตกจริตแล้วน่าเชื่อถือได้เท่าเธออีก การแสดงของเธอทำให้คนดูต้องลังเลเหมือนคนที่อยู่บนเครื่อง ว่า เธอจิตหลอน หรือ เธอพูดจริง ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ท่าทีขึงขังเอาจริง เธอทำให้คนดูได้เห็น ความเป็นแม่ ที่พยายามทำทุกวิถีทางที่จะพาลูกกลับคืนมาสู่อ้อมอก เป็น แม่คนเดียวกันที่ทำทุกวิถีทางที่จะปกป้องลูกจากอันตรายรอบนอกในห้องปิดตายใน panic room

คนที่ช่วยทำให้หนังสร้างความไขว้เขวได้มากขึ้นไปอีก คือ นักแสดงร่วมอย่าง Sean Bean ในบทกัปตันเครื่องบิน แม้ว่าบทบาทของเขาจะมีอยู่น้อยจนแทบจะเป็นไม้ประดับให้ Jodie Foster แต่เท่าที่มีในเรื่อง เขาก็แสดงฝีมือได้หนักแน่น น่าเชื่อถือ การตัดสินใจของเขาในฐานะกัปตัน ทำให้เขาดูเป็นกัปตันที่มีเลือดเนื้อเป็นคนจริงๆไม่ใช่ตัวละครในหนัง อีกบุคคลสำคัญคือ Peter Sarsgaard ที่เพิ่งประกบสาวเก่งและนักแสดงชั้นนำใน The Skeleton key ไปหมาดๆ บทที่เขาได้รับจากทั้งสองเรื่องดูแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลย เมื่อต้องรับบทเป็นคนสำคัญที่ต้องอยู่เคียงข้างนางเอกของเรื่อง ด้วยหน้าที่ที่เขามี ทำให้เขาต้องลังเลระหว่าง ความเชื่อถือในตัวนางเอก หรือ หลักฐานที่อยู่ในมือ สิ่งที่น่าชื่นชมอยู่ตรงที่ทั้งสองเรื่องนั้น เขาพิสูจน์ฝีมือให้คนดูได้เห็นว่าเมื่อต้องประกบนักแสดงมือเซียนแค่ไหนก็ตาม เขามีฝีมือและพลังดาราในตัวมากพอที่จะไม่ถูกกลืนหายไปจากจอได้ง่ายๆ

.... สำหรับผม Flightplan เปิดเรื่องได้น่าสนใจทำให้เดาได้ยากว่าหนังจะมาไม้ไหน แต่จากนั้นหนังดูแผ่วเนือยๆไปช่วงหนึ่งก่อนขึ้นเครื่อง ก่อนที่หนังจะเริ่มกลับมากดดันคนดูตั้งแต่ฉากที่เล่าต่อจากหนังตัวอย่าง คือ เมื่อนางเอกตื่นมาพบว่าลูกสาวหายตัวไป จากนั้นความระทึกขวัญและความตื่นเต้นท่ามกลางความวุ่นวายบนเครื่องถูกกระหน่ำไม่ให้คนดูได้พักจนกระทั่งถึงตอนเฉลยความจริง เมื่อนั้น ความรู้สึกผมก็ตกลงเหมือนเจอหลุมอากาศ หากช่วงตามหาลูกนั้นหนังสร้างความน่าเชื่อถือได้เต็มเปี่ยม ช่วงหลังจากเฉลยความจริง ความน่าเชื่อถือของหนังเป็นไปอย่างตรงกันข้าม หนังเริ่มทยอยส่งคำถามให้คนดู ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นมันเกิดขึ้นได้อย่างไร หากคนดูเผลอคิดตามไปด้วยก็จะเริ่มพบรูโหว่จากบทที่เขียนไว้

ความรู้สึกผิดหวังเกิดกับผม ทันทีที่หนังเปลี่ยนตัวเองจากหนังทริลเลอร์เป็นหนังแอคชั่น เป็นความรู้สึกเดียวกับ ตอนที่ได้ดู Red Eye นั่นคือ 2/3 ตอนแรกของหนัง สร้างความประทับใจ ก่อนที่ 1/3 ท้ายสร้างความผิดหวัง ผมผิดหวังเรื่องนี้มากกว่า เพราะ 1/3 ท้ายของ red Eye อาจจะน่าผิดหวังตรงที่หนังเปลี่ยนตัวเอง เป็นการไล่ล่าในแนวโรคจิตหวีดสยองแต่มันก็ยังทำออกมาได้ดีมีชั้นเชิงในความเป็นหนังไล่ล่าตระกูล Scream ในขณะที่ Flightplan ในส่วนแอคชั่นตอนท้ายเป็นเพียงแอคชั่นธรรมดาๆสูตรสำเร็จ ที่ไม่ได้โดดเด่นน่าจดจำแต่อย่างใด

สิ่งที่ชอบ

1. Jodie Foster … เธอทำให้คนดูสามารถลืมรูโหว่ของหนัง ลืมตรรกะที่น่าจะเป็น เธอเหมือนมัคคุเทศก์บนเครื่องบินระทึกลำนี้ที่พาคนดูสำรวจทุกพื้นที่บนเครื่องบินและสำรวจความจริงที่เกิดขึ้น เธอมีส่วนช่วยให้บทของเธอเข้มแข็งขึ้นและน่าเชื่อถือ จากทั้งสีหน้า สายตา หรือท่าทาง เป็นการแสดงที่คุ้มค่ากับการที่นานๆหนคนดูจะได้เห็นเธอเล่นหนัง

2. มุมกล้อง งานสร้าง และ ฉากบนเครื่องบิน … หนังใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วบนเครื่องบินได้คุ้มค่า และ เปิดเผยให้คนดูได้เห็นแต่ละตำแหน่งบนเครื่องอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน งานสร้างภายในเครื่องบินทำได้สมจริง มุมกล้องที่ถ่ายทำตามตัวนางเอกซอกซอนไปยังที่ต่างๆเคลื่อนไหวฉับไวและมีส่วนสำคัญในการกำกับความรู้สึกตื่นเต้นของคนดู

3. 2/3 เรื่องแรก … ส่วนตัวแล้วตอนแรกที่ดูไปเดาไปในใจ ก็เดาตามที่หนังเฉลยไว้ แต่ก่อนเฉลยหนังกลับสามารถทำให้ความมั่นใจนั้นไขว้เขวได้ ทำให้คนดูต้องลังเลใจว่าหรือมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด หนังค่อยๆทำให้คนดูจนตรอกด้วยหลักฐานที่นำมาคัดค้านความคิดของนางเอก แต่ตัวนางเอกที่สู้ไม่ถอยก็ทำให้คนดูไม่อาจวางใจเชื่อหลักฐานนั้นด้วยเช่นกัน เป็นช่วงเวลาระทึกขวัญสั่นผวาที่หลอนนิดๆและทำออกมาได้ดี

สิ่งที่ไม่ชอบ

1. 1/3 เรื่องหลัง … ความสนุกของผมลดลงไปเยอะตั้งแต่หนังเฉลยความจริง เป็นเพราะผมคาดหวังอะไรที่มันไม่ง่ายๆอย่างนี้ และผิดหวังเมื่อหนังพลิกตัวเองจากหนังทริลเลอร์ชั่นดีที่น่าสนใจ เป็น หนังแอคชั่นสูตรสำเร็จ หลายฉากช่วงท้ายเป็นเหมือนกับได้ดู die hard เวอร์ชั่นโจดี้ ฟอสเตอร์ (ยิ่งฉากฝ่าเปลวไฟตอนท้ายท่ามกลางคำพูดของคนข้างล่างประมาณว่า “โอ้ว ดูนั่นซิ” ) ความสนุกของช่วงแอคชั่นนี้ทำได้แค่สนุกในระดับพอเพลิดเพลิน โชคดีที่หนังมีองค์ประกอบคุณภาพหลายอย่าง อาทิ นักแสดง งานสร้าง ฯลฯ มันก็เลยทดแทนกันไปได้ไม่ให้ฉากแอคชั่นช่วงท้ายดูซ้ำซากกับหนังแอคชั่นทั่วๆไป

2. บท ... ( ข้อนี้มี Spoilers หากไม่ต้องการรู้เฉลยเนื้อเรื่อง ข้ามตัวอักษรสีฟ้าข้างล่าง ไปอ่านที่ สรุป ได้เลยครับ) ...



... ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องสามารถดำเนินมาเป็นเช่นนี้ได้ ผู้ร้ายในเรื่องคงต้องขอบคุณความบังเอิญมากกว่าแผนง่ายๆที่ตัวเองวางไว้ ผมคาดหวังว่าเหตุการณ์สำคัญแบบในเรื่องที่สร้างความน่าสนใจมาตลอด ตัวบทเองจะมีการผูกให้แผนการของตัวร้ายมีความรอบคอบรัดกุมน่าทึ่ง แต่ เมื่อหนังเฉลยออกมา มันดูตื้นเขิน ความสำเร็จของตัวร้ายล้วนมีความบังเอิญช่วยแทบทั้งสิ้น อาทิเช่น จริงอยู่ว่ามันเป็นไปได้ แต่ แผนการนั้นจะไม่สำเร็จเลยถ้าบังเอิญมีคนเห็นนางเอกและลูก หรือ มีคนคุยกับลูกนางเอก , แผนคงจะล่มทันทีถ้าบังเอิญมีคนเดินผ่านตอนที่ตัวร้ายคุยกับแอร์โฮสเตสผู้สมรู้ร่วมคิดกลางทางเดินโต้งๆ , คงจะมีคนไปเจอลูกนางเอกถ้าบังเอิญกัปตันสั่งคนอื่นให้ไปค้นพื้นที่ที่ซ่อนลูกนางเอกไว้ , แผนการก็แสนเสี่ยงมากและจบลงทันทีหากบังเอิญมีคนเห็นฝ่ายร้ายอุ้มลูกนางเอก หรือ ถ้าบังเอิญนางเอกไม่เปิดโลงศพ , กัปตันที่ดูมีเหตุผลมาตลอดกลับบังเอิญดูเชื่ออะไรง่ายๆ แถมการโอนเงินก็ดูจะทำได้ง่ายดายต่างจากหนังเรื่องอื่นที่กว่าจะโอนได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ นอกจากนี้แล้ว ถ้าตัวร้ายไม่กลับขึ้นเครื่องแต่เดินลงหนีไปเลยโดยไม่สนใจใคร แผนการก็คงสำเร็จไปแล้ว ฯลฯ



สรุป ... ในระดับความบันเทิง หนังประสบความสำเร็จกับการให้ความสนุกลุ้นระทึกตื่นเต้นแก่คนดูตลอดเวลาตั้งแต่ต้น น่าเสียดายที่หนังไปได้เพียงเท่านี้ เพราะเมื่อคนดูเกิดคิดหรือสงสัยในรูโหว่ของเหตุการณ์มันก็จะเริ่มทยอยมาอยู่เรื่อยๆ แล้วจะแบ่งคนดูออกมาอีกกลุ่ม คือ กลุ่มที่เริ่มรู้สึกว่าหนังไม่น่าเชื่อถือจนไม่สามารถอินกับหนังได้สนุกเต็มที่เหมือนช่วงแรก ขณะดูความสนุกจะลดน้อยถอยลงเพราะคำถามจะเกิดขึ้นว่า “มันเป็นไปได้อย่างไร” บวกกับฉากแอคชั่นช่วงสุดท้ายที่ลดความเป็นหนังระทึกขวัญแบบฮิตช์ค้อกให้กลายเป็นหนังสูตรแอคชั่นแบบ Die hard หรือ Air force one นั่นจึงทำให้ Flightplan จึงไม่สามารถบินได้สูงไปเป็นหนังทริลเลอร์ที่น่าจดจำ แต่ทำได้เพียง หนังทริลเลอร์สนุกคุ้มค่าตั๋วเรื่องหนึ่งแทน




ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 23 ตุลาคม 2548
Last Update : 23 ตุลาคม 2548 15:55:35 น.
Counter : 3222 Pageviews.

49 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
Don't Worry Be Happy - Bobby McFerrin ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(24 ก.พ. 2562 16:10:07 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
跟老婆打架了 วิวาทกับภรรยา Kavanich96
(5 ก.พ. 2562 02:37:33 น.)
  
ว่าจะไปดูเหมือนกันค่ะ ช่วงนี้ตามเก็บหนังเวิร์ลฟิลม์ให้หมดแล้วค่อยตามล่าอีกที ^^ (แต่เรื่องนี่มันก็มีฉายในเวิร์ลฟิลม์ เหมือนกันนิ อิอิ)
โดย: Fly to the sky วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:1:07:57 น.
  
ถ้าบอกว่าไม่ชอบจะได้มั้ย.... หนึ่งคือรู้สึกไม่ตื่นเต้นเท่าที่ควรเลย กะจะตื่นเต้นเต็มที่ อยากได้แบบเเมนออนไฟล์ ตื่นเต้นมากๆ สองคือ ดูไปสักพักก็รู้ว่าใครเป็นตัวร้ายก่อนจะเฉลย สามก็คือ ดูแล้วหนูไม่เคลียร์ ... ยังไม่เข้าใจกับฉากที่ แม่เห็นผู้ชายอาหรับที่หน้าบ้าน ยังไม่เข้าใจว่า ตอนย้ายที่เดินจากที่นั่งเดิมไปด้านหลัง จะไม่มีใครเห็นเลยหรือ เป็นไปได้ยังไง ... แล้วรู้สึกว่ามันง่ายเกินไปรึเปล่า หนังมันง่ายๆ ยังไงไม่รู้ ดูแล้วเฉยๆ ไม่ลุ้น .... หรือ หนูอาจเข้าไม่ถึงหนังก็ไม่รู้ค่ะ .... แห่ะๆ
โดย: OnLY (ออนลี้ ) วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:1:17:29 น.
  
รินชอบหนังเรื่องนี้ค่ะ ตื่นเต้นตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่ดูแล้วก้ออดที่จะเศร้าใจกับความแล้งน้ำใจของคนบนเครื่องบินไม่ได้ เห็นแก่ตัวแล้วก้อสนใจสิ่งรอบข้างต่ำจริงๆค่ะ
โดย: ameagari วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:1:19:25 น.
  
ลุ้นดีคัรบ สนุกๆๆๆๆ

โดย: อันนั้น อันนี้ อันนู้น อันไหน วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:1:24:45 น.
  
อืมม์ เห็นมาทางเดียวกับ The Forgotten เลยก็นึกอยู่ว่ามันจะเป็นเหมือนกันมั้ยหว่า แต่ท่าทางจะไม่ใช่แฮะ

คงต้องลองตามไปดูครับ แต่เท่าที่อ่านคงต้องลดความคาดหวังลงมาหน่อยวะแล้วเรา
โดย: หมื่นทิพ TRAVOLTA (เทพบุตรตบะแตก!! ) วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:3:07:25 น.
  
สวัสดีค่ะท่าจะมันดีค่ะน่าลุ้นดีค่ะวันอาทิตย์ไปเที่ยวไหนคะอือิอิอิอิ
โดย: oryzaja วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:15:16:04 น.
  
ดูสนุก
โดย: Jk IP: 202.57.190.2 วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:16:26:21 น.
  
อื้ม .. น่าดู .. เดี๋ยวไปดูดีก่า
โดย: K Potter วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:19:12:23 น.
  
ยังไม่ได้ไปดูเลยค่ะ

เข้ามาอ่านดู เพราะเห็นทางยูบีซีเอาหนังตัวอย่างมาฉายตอนช่วงบันเทิง รู้สึกว่าน่าสนุก ก็เลยอยากรู้คอมเม้นท์ของคนที่ไปดูมาแล้ว จะได้ตัดสินใจว่า ไปดูในโรงเลย หรือรอเช่าดีวีดีมาดูน่ะค่ะ
โดย: ป้าปูเป้ IP: 210.203.178.172 วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:19:48:50 น.
  
บรรยากาศแม่รักลูกและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ลูกคืนมานั้นเหมือนเรื่อง [b]The Forgotten[/b] ค่ะ แต่แนวหนังไม่เหมือนกัน The Forgotten เป็นแนว SiFi แต่เรื่อง Flightplan นั้นเป็นแนวThriller ลุ้นระทึก ...

ดูแล้วหนังเรื่องนี้ก็เสียดสีดี อันสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ 9/11 ที่ชาวสหรัฐฯ ตีตราว่าคนแขกขาวเป็นผู้ก่อการร้ายทั้งปี พอเห็นหน้าตาแบบนี้บนเครื่องบินก็คิดว่าเขาเอาลูกตัวไป

ชาวอาหรับในเรื่องก็เลยซวยเต็ม ๆ เจ็บตัวนิดหน่อย แต่ดิฉันว่าบางทีหนังเรื่องนี้ก็ทำให้คนดูคิดไปได้ว่าไม่ควรเหมารวมหมด เพราะตอนสรุปสุดท้ายก็ชี้ให้เห็นว่าชาวอาหรับพยายามช่วยเหลือนางเอกโดยเข้าไปรับก่อนที่นางเอกจะหกล้มหน้าฟาดบนพนักเท้าแขน (อูยย เจ็บจริง ๆ ฉากนี้) และตอนสุดท้ายเขายังหยิบกระเป๋าให้เธออีก

ช่างน่ารักจริง ๆ

ปล. Jodie Foster ต้องเป็นเธอเล่นเรื่องนี้ค่ะ ชอบจริง ๆ รอคอยแล้วไม่ผิดหวังเลย

โดย: Tai-Sarunya IP: 203.107.192.215 วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:20:44:14 น.
  
ขอบคุณที่ให้รายละเอียด
โดย: ชายคา วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:21:26:04 น.
  
เป็นคนไม่ชอบหนังแนวระทึกแอคชั่นอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ไปดูเรื่องนี้แล้วชอบนะค่ะ
โดย: lovemeloveyakult วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:22:57:28 น.
  
ชอบเรื่องนี้นะคะ แต่ก็ไม่มาก เพราะอีตอนเฉลยเนี่ยสิ แปร่งๆทะแม่งๆพิกล

ทำไมผู้ร้ายต้องเลือกนางเอก

ผู้ร้ายรู้ได้ไงว่า ถ้าฆ่าผัวนางเอกตาย แล้วนางเอกจะเอาศพผัวขึ้นเครื่อง

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเอาลูกน่างเอกไปซ่อน

และอีกหลายคำถาม
โดย: น้องส้วม IP: 61.91.142.231 วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:23:07:34 น.
  
ชอบมากเลยนะเรื่องนี้
สาเหตุหนึ่งคงเพราะเคยผิดหวังกับเรื่อง The Forgotten มาแล้ว (แค้นมากๆ) แค่เรื่องนี้ไม่เป็นอีหรอบเดียวกัน ก็ประทับใจสุดๆแล้ว บทอ่อนไปหน่อย แต่เราก็ไม่คิดมากนัก (เพราะมันสมจริงกว่าforgottenมากๆ ฮ่ะ เรื่องนั้นหนังยิ่งดูตัดปัญหาออกไปดื้อๆมากกว่า)
ชอบตอนจบ เหมือนนางเอกเป็นฮีโร่เลย
โดย: chocolateสอดไส้มิ้นต์ผสมถั่ว IP: 61.90.98.214 วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:23:57:27 น.
  
ชอบบทเรื่องนี้นะคะ เดาไม่ถูกเลย แต่รู้สึกว่ามันน่าจะทำได้ตื่นเต้น และสนุกมากกว่านี้อีกอ่ะค่ะ เจ้าของบล๊อกวิจารณ์หนังเก่งจังค่ะ ชื่นชมๆ
โดย: candide วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:0:34:22 น.
  
วิจารณ์ได้ตรงกับที่ผมคิดเลยครับ
หนังขาดความเป็นไปได้ในหลายๆ จุดอย่างที่ว่าไว้ครับ
แต่ก็เป็นหนังที่สนุก ตื่นเต้นดีทีเดียว บวกกับการแสดงของโจดี้ที่ยังยอดเยี่ยมเหมือนเคย
โดย: moviemania IP: 161.200.255.163 วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:15:40:24 น.
  
ชอบค่ะ แต่มีบางฉากที่ใส่เข้าไปเพื่อปูทางหลอกคนดูกันตั้งแต่ต้นเรื่อง (และก็ประสบความสำเร็จในการหลอกให้เราคิดเสียด้วย)

นอกจากนี้ หนังก็ไม่ได้อธิบายถึงมีที่มาที่ไป อย่างที่คุณความเห็นที่ 13 ว่าไว้นั้นก็ใช่ และพาจบเอาเสียดื้อๆ

ต้องยอมรับว่าโจดี้เล่นได้ดีตามมาตรฐานของเธอ และอารมณ์ของหนังที่ปล่อยให้แม่ลูกผจญภัยกันสองคน ทำให้นึกไปถึงหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของเธอ อย่าง Panic Room ซึ่งออกแนวๆ single mom เหมียนกับชีวิตจริงของเธอยังไงไม่รุ (นอกเรื่องซะงั้น)

ชอบสไตล์การวิจารณ์หนังของเจ้าของบล็อกค่ะ ไว้ว่างจะแว๊บเข้ามาอ่านวิจารณ์หนังอีก
โดย: Never be Afraid to Dream วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:20:01:05 น.
  
โจดี้ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ค่ะ

แต่ลงเอยเห็นด้วยอย่างที่วิจารณ์น่ะแหละค่ะ อะไรมันจะง่ายในตอนจบแบบน้าน
โดย: ดวงลดา IP: 203.148.136.67 วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:20:43:18 น.
  
นึกว่าจะไม่มีเรื่องนี้ซะแล้ววว

รอตั้งนาน

นึกไม่ออกเหมือนกันว่า คนร้ายขึ้นไปหานางเอกทำไม นอกจากการเล่นสนุกกันระหว่างคนร้ายกับนางเอก

เขียนได้ดีมากเลยครับ
โดย: Elrond วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:20:58:09 น.
  
ดูแล้วค่ะ ชอบมากด้วย มันดี แม่เท่ห์มั่กๆเลย (ยังเชื่อมั่นอยู่ ไม่ยอมแพ้เลย) เย้ๆๆๆ >o<
โดย: สาธู้........ IP: 221.128.109.224 วันที่: 25 ตุลาคม 2548 เวลา:22:20:45 น.
  
เขียนได้ดีมากเลยค่ะ ชอบจนต้อง add ไว้ใน farvorite เลยค่ะ

แล้วจะเข้ามาดูเรื่อยๆ นะคะ
โดย: Tenjo_Utena IP: 161.246.1.32 วันที่: 25 ตุลาคม 2548 เวลา:22:43:25 น.
  
ชอบนะค่ะ

แต่ว่า เครียดจริงๆ เครียดมันตลอดตั้งแต่รู้ว่าลูกหาย
เครียดซะต้องเครียดตามเลยอ่ะค่ะ มีจุดบอดหลายจุดจริงๆ ด้วย
แต่ว่า Jodie เล่นได้ดีมากๆ จนลืมไปเลย
โดย: loveme_loveu IP: 58.10.20.7 วันที่: 25 ตุลาคม 2548 เวลา:22:53:12 น.
  
ผมไปดูมาเมื่อวานเอง

ส่วนตัวชอบนะคับ เพราะดูแบบเอาความบันเทิง

แต่ถ้าดูละเอียดๆแบบคุณ นี่ผมคงบ้าตาย นับถือจิงๆ
โดย: ทามะจัง IP: 203.130.128.129 วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:10:33:53 น.
  
ตอนอ่านชื่อเรื่อง นึกว่าจะได้ดูอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ เฝ้ารอว่าจะมีการสู้รบกันอย่างไร
ดูไปดูมา เอ...หรือแม่เขาคิดไปเองว่าพาลูกมาด้วย
สิ่งที่ได้จากหนัง
- เครื่องบินลำนี้ใหญ่จริงๆ มีตั้งสองชั้นแหนะ
- วันหลังเราคงต้องสนใจคนรอบข้างให้มากกว่านี้
- ทำไมต้องเธอ....ไม่เข้าใจ
- เฉลยกันง่ายๆ เกินไป ไม่น่าเลย
- ถ้าแม่เป็นคนธรรมดาๆ คนนึง จะหาลูกเจอมั๊ย
- ปวดใจกับการกล่าวหาคนอาหรับจัง...
รีบเข้ามาอ่าน หลังจากไปชมมาค่ะ
โดย: mda IP: 203.159.0.10 วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:13:44:10 น.
  
ส่วนตัวก้อรู้สึกเฉยๆค่ะ
ผิดหวังมากกว่านี้มาแล้วจากthe forgotten แหะๆ
แต่มีอย่างนึง
ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกอึดอัดจังค่ะ คงเพราะมีแต่ฉากเดิมๆละมั้ง-*-
โดย: เพิ่งดูมา IP: 58.9.144.70 วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:22:30:09 น.
  
ก็ทำได้ดี ระดับนึงเลยนะ ลุ้นระทึกดี ไม่น่าเชื่อ ก็ดีกว่าที่คิดและคาดหวังกะหนังแนวทำนองนี้ เลยค่อนข้างชอบเลย
โดย: Androphobia (Androphobia ) วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:23:24:53 น.
  
สนุกดีนะเเต่ว่าจบง่ายไปจริงๆๆด้วยอ่ะเเบบว่าจบได้ไงหว่าตอนเดินเปลี่ยนที่คนไม่เหนได้ไงอันนี้เปงจุดบอดมากๆๆ
โดย: จูนเอง IP: 202.5.87.208 วันที่: 27 ตุลาคม 2548 เวลา:0:55:16 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลย ไม่รู้ตอบอะไร
โดย: ยุทธ(ดวงตาตะวัน) IP: 58.136.84.243 วันที่: 27 ตุลาคม 2548 เวลา:8:51:14 น.
  
เป็นเพื่อนเก่าของคุณอุบลวัลย์ ลิงค์มาจากบล็อกเขา จะติดต่อเขาได้ไงเนี๊ยะ รบกวนคุณได้ปะ ถ้าเจอเขาช่วยให้เขา เมล์มาหาหน่อยนะ ที่ pong99ad@hotmail.com (ขอบคุณจ้า)
โดย: กั๊ง IP: 203.151.140.120 วันที่: 29 ตุลาคม 2548 เวลา:20:45:24 น.
  
ไม่ชอบเลย บทมันมีรูโหว่ ให้พวกเราเหล่าคนดู ผู้ฉลาดทั้งหลาย แทงเยอะมากค่ะ ...
ไปดู เพราะ ฟอสเตอร์นั่นแหละ
ประทับใจ เธอตั้งแต่คอนแทค

แต่มีฉากนึงโดนใจ ที่มีนักจิตวิทยามาคุยกะเธอแล้วบอกว่า

บางทีเราต้องยอมให้ใจเราเจ็บบ้าง เพื่อจะก้าวข้ามผ่านเรื่องบางเรื่องไปได้
โดย: vodca IP: 202.183.173.52 วันที่: 30 ตุลาคม 2548 เวลา:15:23:49 น.
  
พล็อตเรื่องมีจุดบอดเยอะมากจิง ๆ ค่ะ
อาศัยความบังเอิญไปซะเยอะ
แต่ต้องชมว่าโจดี้เล่นเก่งจิง ๆ
ยังนึกไม่ออกเลยว่า ถ้าเรื่องนี้ไม่มีโจดี้ มันจะเป็นยังไงน้อออ
โดย: m*m IP: 58.136.64.52 วันที่: 30 ตุลาคม 2548 เวลา:23:18:23 น.
  
แต่แปลกนะ หนังเรื่องนี้สำหรับผมแล้วเนี้ย ช่วงแรก ๆ โจดี้ ฟอสเตอร์ เล่นดีมาก ๆ จนเหมือนเป็นหนังโรคจิตไปเลย ผมกลับอึดอัดที่โจดี้ต้องมาเดินหาลูกทั่วทั้งลำ โดยที่ไม่มีใครสนใจและเข้าใจ

ตรงนี้มันเลยทำให้ผมรู้สึกอึดอัดยังไงไม่รู้ แต่โดยรวมแล้ว ดีครับ ชอบ
โดย: โจ IP: 61.90.128.94 วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:10:29:27 น.
  
ไปดูมาแล้วคะ เห็นว่าตัวอย่างหนังค่อนข้างดี
ความจริงพอจะเดาเนื้อเรื่องออกเพราะตำรวจ
คนนั้นรู้สึกโฟกัสเยอะเหลือเกิน เลยคิดว่าน่า
จะใช่

เสียความรู้สึกที่สุดคือตอนเฉลยคะ คิดว่าเฉลย
ก็เดินไปเลยแถมเรียกให้แอร์มานั่งเฝ้าซะด้วย
มันกระทันหันไปหน่อยเหมือนจะอยากจะตัด
เรื่องจบซะงั้น

ถ้าให้คะแนนคงเป็น8/10
โดย: Conch IP: 210.203.180.176 วันที่: 31 ตุลาคม 2548 เวลา:15:39:06 น.
  
้เพิ่งไปดูมาเมื่อกี๊เองค่ะ ช่วงแรก ๆ ของหนังเล่นเอาปรือหลับเหมือนกัน มาสนุกตอนรู้สึกไขว้เขวอย่างที่เล่ามาเลยค่ะ รวมๆ ก็ ชอบค่ะ
โดย: zadako IP: 58.10.84.226 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:26:49 น.
  
กำลังคิดอยู่เลยว่าหนังมันแฝงความคิดอะไรไว้นะ พอมาอ่านบทความนี้กระจ่างเลยครับ
โดย: Pizza Hell IP: 203.151.140.118 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:0:12:21 น.
  
เพิ่งไปดูมาวันนี้ค่ะ สนุกดี แต่ก็แอบมีช่องโหว่เพียบอย่างที่คุณบอก

เพิ่มเติม : เด็กที่เล่นเป็นลูกน่ารักดีค่ะ
โดย: พุดดิ้งสีชมพู IP: 58.8.246.12 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:22:16:32 น.
  
สวัสดีค่ะ
ถ้าดูแบบไม่คิดมาก ก็ OK คงเป็นเพราะ โจดี้ ฟอสเตอร์ เล่นได้มันส์ดีค่ะ ก็เลยดูแล้วเพลินดี
บทนางเอกเรื่องนี้ เป็นผู้หญิงที่ดุดันจัง แมนสุดๆเลยค่ะ
โดย: 1993 IP: 61.91.136.110 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:40:50 น.
  
ไม่รู้ว่าทำไมปีเตอร์ ซาร์สการ์ด ถึงเลือกบทคล้ายกันจากหนังสองเรื่องที่ฉายใกล้ๆ กันด้วย แต่ชอบ skeleton keys มากกว่า.... เรื่องนั้น อ่ะ โดนหลอกจิงเลยเรา flightplan พอจะเดาได้ว่าใครเปนตัวแสบ ตอนนี้กะลังนับวันรอดู jarhead ค่ะ


เห็นด้วยกับเรื่องการแสดงอิทธิฤทธิ์ของอเมริกันชนในหนังเรื่องนี้ เด่นชัดมาก
โดย: มะแต้มมะตูม วันที่: 5 พฤศจิกายน 2548 เวลา:1:09:58 น.
  
ส่วนตัวแล้ว ชอบหนังทริลเลอร์มาก และหนังเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้เสียใจเลยในช่วง 2/3 ตอนแรก

ไม่เคยอ่านคอมเม้นหนังที่มีสาระอย่างนี้มาก่อนเลย
ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้ได้อ่านอะไรดีดีแบบนี้
ขอ add บล็อกนี้เอาไว้ในอ้อมใจด้วยคนนะครับ
โดย: เจ้าสำราญ (izah ) วันที่: 5 พฤศจิกายน 2548 เวลา:3:22:47 น.
  
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ หนังกลายเป็นความบันเทิงราคาถูกเมื่อความน่าเชื่อถือของแผนการมันอ่อนไปหน่อย
โดย: ตรี IP: 210.177.86.17 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:31:56 น.
  
อยากให้นางเอกรู้จักขอโทษ และขอบคุณอ่ะค่ะ
ทั้งตอนที่กัปตันมาขอโทษ และก็ตอนที่คนอาหรับยกกระเป๋าให้
โดย: cheatty IP: 141.44.163.169 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:5:04:19 น.
  
สนุก+ลุ้น ในช่วง2/3แรกของหนัง
แต่พอเฉลยแล้ว แอบรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยว่า
มันน่าจะไม่ง่ายอย่างนี้ เสียดาย2/3แรกที่ดีของหนัง ยังดีที่มี jodie foster ไม่อย่างนั้นอาจผิดหวังกว่านี้
โดย: บะหมี่หยกหกก้อน IP: 202.44.136.50 วันที่: 1 เมษายน 2549 เวลา:14:16:37 น.
  
เพิ่งดูมาก็ค่อนข้างชอบ แต่อย่างที่จขบ.บอก ความเชื่อถือของหนังมันน้อย แต่โจดี้ ฟอสเตอร์เล่นได้ดีสุดๆ
โดย: รักเด็กข้างบ้าน (รักเด็กข้างบ้าน ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:3:34:23 น.
  
เพิ่งได้ดูจาก DVD โดยรวมๆ ก็สนุกดีนะครับ อย่างอื่นก็เห็นด้วยกับเจ้าของ blog หมดเลย ติดใจตรงทำไมนางเอกต้องระเบิดเครื่องบินเพื่อฆ่าผู้ร้ายด้วยอ่ะ ก็เข้าใจนะว่าแค้นมาก แต่เครื่องบินลำนึงไม่ใช่ถูกๆ แค่ขังตานั่นไว้ แล้วออกมาอธิบายกับตำรวจก็น่าจะพอแล้วนะ

ดูเรื่องนี้จบก็ได้ข้อคิดว่า เราควรสนใจคนรอบข้างให้มากขึ้น แม้คนๆ นั้นเราอาจจะไม่ได้รู้จักก็ตาม
โดย: LeO2N IP: 203.114.106.189 วันที่: 13 พฤษภาคม 2549 เวลา:6:09:44 น.
  
มาอ่านแล้วเข้าใจหนังขึ้นเยอะเลย แล้วก็เห็นด้วยคะว่าตอนจบมันแปร่งๆ
โดย: tai IP: 202.142.193.16 วันที่: 23 กรกฎาคม 2549 เวลา:19:47:38 น.
  
เพิ่งดูจบ ไม่เข้าใจว่า
หลักฐานการตายของลูกนางเอกมาจากไหน
ใครปลอมขึ้น หรือผู้ร้ายปลอมเอง งง
เอ่อ แล้วบนเครื่องระดับนี้เขาไม่มีโทรทัศน์วงจรปิดหรือ
ก็อย่างที่ว่านะแหละ มันไม่สมจริง หลายจุดเนอะ
โดย: and then IP: 202.5.87.148 วันที่: 4 สิงหาคม 2549 เวลา:20:04:51 น.
  
โดย: Movies IP: 203.101.125.31 วันที่: 29 กันยายน 2549 เวลา:2:17:50 น.
  
สวัสดี
โดย: ruttarpong IP: 119.42.78.136 วันที่: 11 กันยายน 2551 เวลา:9:01:00 น.
  
//www.bestpenisproducts.com and //www.buypenisproducts.com is an all-natural, safe, and guaranteed alternative to painful and dangerous Penis enlargement methods such as surgery, straps, or rings. Penis enlargement Pills will immediately boost your performance, improve your orgasms, and increase the frequency of your orgasms within just a few weeks!
โดย: Penis Enlargement Pills IP: 125.166.186.42 วันที่: 5 สิงหาคม 2553 เวลา:3:42:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด