Hotel , โรงแรมที่ไร้เรื่องราว


…..ผมไปโรงแรม(Hotel)ที่บ้าน(House)ในวันนี้ตอนบ่ายสอง

........ที่โรงแรมมีพนักงานคนใหม่เข้ามาทำงานเป็นฝ่ายต้อนรับเธอชื่อIrene การมาของเธอเป็นการแทนที่พนักงานคนก่อนที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย บรรยากาศอันเงียบวังเวง ผู้คนรอบตัวที่ดูเฉยชาไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก ป่าที่อยู่ติดตัวโรงแรมพร้อมตำนานของหญิงสาวที่เคยถูกเผาทั้งเป็น ยิ่งเธอค้นหาคำตอบของการหายไปตัวเธอเองยิ่งค้นพบความไม่ปลอดภัยที่มาคุกคามโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไร

....หนังใช้ความเงียบเป็นอาวุธที่ค่อยๆดึงคนดูเข้าสู่โรงแรมเดียวกับตัวละคร เมื่อคนดูเริ่มคุ้นชินกับตัวหนัง(โดยไม่งีบหลับไปเสียก่อน) จะพบว่าตัวเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับIreneเหมือนเดินอยู่ในโรงแรมเดียวกันโดยไม่รู้ตัว Hotelเป็นหนังที่มีความเงียบและบรรยากาศเป็นจุดเด่นในการเล่าเรื่องและผลักดันเรื่องไปข้างหน้าไม่ใช่ตัวเนื้อหาเรื่องราว ในส่วนของพล็อตที่ควรจะเป็นประเด็นหลักคือเรื่องของหญิงสาวที่หายไปและเรื่องตำนานในป่า กลับถูกพูดถึงเหมือนเป็นเพียงส่วนประกอบย่อย มันเหมือนไม่ใช่หนังที่ทำให้คนดูเป็นผู้สังเกตการณ์แต่เป็นหนังที่ค่อยๆดึงคนดูเข้าไปมีส่วนร่วมในบรรยากาศนั้นตั้งแต่ก้าวเข้าลิฟต์แล้วมีเสียงเพลงแตกผ่านลำโพง ความรู้สึกของหนังที่มีในบางช่วงผมรู้สึกเหมือนบรรยากาศที่ได้รับจากBlair witch project ต่างไปก็ตรงที่มีการปรุงแต่งน้อยกว่า ให้ความสำคัญกับเนื้อหาน้อยกว่า ไม่ใช้กล้องเหวี่ยงไปมาให้คลื่นไส้วิงเวียน และไม่จู่โจมคนดูด้วยเสียงหรือสีหน้าอันตื่นตระหนกของนักแสดงแต่มันเกิดจากความงุนงงสงสัยของคนดูเองและความหวาดผวาเมื่อต้องเดินตามตัวละครไปในแต่ละที่

.....การวางรายละเอียดตัวละครมีอยู่น้อยมาก องค์ประกอบอื่นๆในเรื่องในส่วนของเนื้อหาและรายละเอียดมีน้อยถึงน้อยมากชนิดที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นสยองขวัญในสไตล์minimalist การแสดงของคนในเรื่องสร้างความไม่น่าไว้วางใจโดยไม่เจตนาได้ดี ความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวหนังทั้งที่แทบจะไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเลย(จะว่าไปก็มีเหตุการณ์สำคัญแค่เรื่องของพนักงานคนก่อนที่หายไปกับเรื่องสร้อย) หนังทิ้งคำถามมากมายไว้ให้คนดูขบคิดต่อในหลายฉาก เช่น ฉากจบ(วันก่อนผมเพิ่งเกิดความรู้สึกนี้กับApril Storyที่หยิบแผ่นมาดูรู้ตัวอีกที อ้าวจบแล้วเหรอ) ฉากนางเอกหวีดร้องกลางป่า(ซึ่งผมเองก็ยังงงๆอยู่จนถึงตอนนี้ว่าเธอเจออะไร แล้วทำไมฉากถัดมากลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นฉากที่เล่นกับความสงสัยโดยไร้ที่มาและไม่มีประโยชน์เลย)

....สิ่งที่หนังไม่ได้ไขความให้กระจ่างไม่ได้สร้างความแปลกใจกับผมเท่าไหร่นักเมื่อย้อนกลับไปดูตั้งแต่แรกเพราะหนังเองก็ไม่ได้อยากจะบอกอะไรมากมายตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ในความไม่มีอะไรนั้นมันก็ไม่ได้น่าเบื่อชนิดอยากออกจากโรงในทางตรงข้ามมันกลับมีแรงดึงดูดบางอย่างให้คนดูอยากที่จะเดินตามIreneค้นหาเรื่องราว ยิ่งIreneใช้ชีวิตเข้าใกล้พนักงานคนก่อนทีหายไปตั้งแต่สวมแว่นของเธอมันก็ยิ่งทำให้ตัวเธอเข้าใกล้ความมืดมนนั้นมากขึ้นและดึงคนดูเข้าใกล้เธอมากขึ้นอีกต่อหนึ่งเช่นกัน มันทำให้คนดูไม่อยากจะให้Ireneถอดสร้อยของเธอออกเพราะเราก็รู้สึกร่วมพร้อมกับเธอแล้วว่าโรงแรมแห่งนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเป็นแน่และนี่คือความสำเร็จส่วนหนึ่งของหนัง คือ การจับคนดูเข้าไปอยู่ในโรงแรมพร้อมกับIrene

สิ่งที่ชอบ

1.บรรยากาศและความเงียบ....หลังจากงีบหลับไปได้ไม่กี่นาทีแล้วตื่นมาดูต่อ มันก็เริ่มเหมือนตัวเองถูกดึงดูดให้เข้าไปในความวังเวงในเรื่อง ความเวิ้งว้างทั้งที่เกิดจากการแช่ภาพนิ่ง การใช้เสียงและความเงียบ ทำให้โรงแรมแห่งนี้ดูเหมือนกับโรงแรมเดียวกันจากเรื่องThe Shiningหนังสยองขวัญสั่นประสาทที่เกิดเหตุในโรงแรมมาย่อขนาดให้เล็กลง การค่อยๆปล่อยให้เรื่องราวเดินแบบเชื่องช้าเป็นความฉลาดที่ให้ความรู้สึกคนดูถูกเกาะกุมไปพร้อมกับตัวละคร จนอยากจะออกจากโรงกลางคันก็ทำไม่ได้แล้วเพราะอยากเอาใจช่วยตัวละครและตัวเองไปจนจบ

2.การจัดวางตำแหน่งภาพ....ไม่เพียงแต่ความวังเวงอันชวนหวาดหวั่นที่ได้รับมรดกมาจากThe Shining การจัดตำแหน่งของภาพ เช่น ฉากที่สระว่ายน้ำ ฉากเดินเข้าไปในที่แคบปลายทางอันมืดสนิท ฯลฯ เป็นงานกำกับภาพที่ทำได้ความรู้สึกยะเยือกไม่แพ้กัน

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.คำถามที่ไม่มีคำตอบ กับ ความไร้เรื่องราวแบบครึ่งๆกลางๆ....การที่หนังไม่มีเรื่องราวพื้นหลังอะไรเลย(เช่นไม่มีรายละเอียดคนที่หายไป ไม่มีเรื่องของโรงแรม ไม่มีปูมหลังตัวละครฯลฯ) คำถามที่หนังทิ้งไว้ทำให้คนคิดต่อคิดได้แค่สั้นๆไม่สามารถต่อยอดความคิดจินตนาการคนดูได้มันเหมือนกับบ้านที่โครงสร้างไม่แกร่งพอ ธีมของหนังกำหนดโดยบรรยากาศและภาพทำให้หนังน้อยแต่มากเรื่องนี้ไม่สามารถสร้างความรู้สึกหลังดูให้น่าจดจำได้เท่าที่ควรเหมือนพาคนดูไปได้แค่ครึ่งๆกลางๆทางไม่ถึงที่หมาย โดยความเห็นส่วนตัวหากจะใส่ตัวเนื้อหาบริบทเข้ามาอีกผมก็มองว่าไม่น่าจะทำให้ธีมของหนังเสียแต่อย่างใด ผมชอบชนิดที่ว่าถ้าจะไม่ให้คิดก็ไม่ต้องทิ้งเชื้อไว้เลยเล่นบรรยากาศกับอารมณ์สยองขวัญก็เล่นกันเต็มๆ หากจะเป็นหนังสยองที่น้อยแต่มากแล้วทิ้งให้ขบคิดเช่นKairoก็เป็นการทิ้งแบบมีอะไรได้ตีความไปได้ต่อเนื่อง สำหรับHotel หนังทิ้งหลายส่วนให้คิดต่อแบบครึ่งๆกลางๆ ใส่เชื้อให้สงสัยโดยไม่ใส่ใจตัวเรื่องราวว่าเชื้อที่ใส่นั้นมันสอดคล้องกับเนื้อหนังหรือไม่(เช่น ตำนานในป่าใส่มาเหมือนกับยัดเยียดให้มีใช้อธิบาย หรือ ฉากโคลสหน้านางเอกร้องกลางป่าที่ไม่มีคำอธิบาย) ทำให้การคิดต่อในHotelไม่สนุกและกลายเป็นเนื้อหาของเรื่องถูกความเงียบของหนังกลบไปโดยสิ้นเชิง

สรุป...สำหรับแฟนหนังสยองขวัญที่ชอบความวังเวง,ความน้อยแต่มากหรือบรรยากาศใหม่ๆ โรงแรมแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่น่าเยี่ยมชม แต่ถ้าอยากดูหนังผี หนังสยองขวัญพันธุ์แท้ ในตอนนี้แนะนำว่าถึงตอนจบจะฉงนงงงวยเหมือนกันแต่One missed call ของTakashi Miike โผล่มาหลอกให้เห็นกันจะๆชนิดปิดตาดูจับมือแฟนได้อย่างไม่กระดาก ในขณะที่Hotelหากไม่คุ้นเคยก็อาจจะปิดตาดูเช่นกันและซบไหล่กันหลับจนหนังจบ เครดิตที่ติดไว้โปสเตอร์ว่าเทียบชั้นPsychoผมมองว่าเป็นการโฆษณาที่ออกจะไกลเกินและเปรียบเทียบได้อย่างไม่เข้าคู่กัน


หากคุณเข้าเว็บบล้อกนี้เป็นครั้งแรก ขอเชิญชวนไปเริ่มต้น คลิกที่นี่เลยครับ --> หน้าแรก

เชิญชวนแวะไปอ่านไปคุย ค้นหาหนังเรื่องเก่าๆได้ที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 25 มิถุนายน 2548
Last Update : 26 มิถุนายน 2548 0:23:10 น.
Counter : 1337 Pageviews.

13 comments
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
นาฏศิลป์สร้างสรรค์ ชุด เหม่ยเซียนถาว เกศสุริยง
(4 ก.พ. 2562 10:59:41 น.)
  
เข้ามาอ่าน.....
โดย: ฟ้าฝนไม่เป็นใจ IP: 61.7.141.210 วันที่: 26 มิถุนายน 2548 เวลา:14:59:50 น.
  
เข้ามาอ่านด้วยคนครับ ในฐานะคนที่ยังไม่มีเงินเช่นเคย
โดย: nanoguy unlog IP: 203.151.140.117 วันที่: 26 มิถุนายน 2548 เวลา:23:13:04 น.
  
สวัสดีค่ะ
(ถ้ายังไม่ได้ไปเยี่ยมชมโรงแรมนี้ยังไม่ควรอ่านนะคะ)
ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงแรมแห่งนี้
ขณะที่เข้าชมรู้สึกว่าคงมีอะไรน่ากลัวซ่อนไว้ เพราะบรรยากาศเงียบ เงียบ เงียบ เหงา วังเวง เรื่องราวลึกลับ งง งง
และคนในโรงแรมก็ดูเหมือนคนแปลกหน้าตลอดเวลา
ทำให้ชวนอึดอัดแต่ก็ชวนค้นหาในเวลาเดียวกัน
จนกระทั่งสุดท้ายก็พบว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นเพียงโรงแรมธรรมดาแห่งหนึ่ง ที่บรรยากาศอาจจะดูเงียบ เหงา และมีเรื่องเล่าลึกลับเท่านั้นเอง เนื่องจากไม่พบสิ่งที่ต้องกลัวเลยสักอย่าง
ตอนนี้จึงรู้ว่าหลายครั้งคนเราก็มักกลัวไปเองจากความคิดจินตนาการ
ดังนั้นเรื่องนี้อาจเรื่องราวชีวิตการทำงานของพนักงานหญิงคนใหม่ในโรงแรมแห่งนึงที่มีบรรยาศชวนเเหงาและน่าเบื่อเธอจึงระบายออกโดยการกรี๊ดดด
ปล. ผู้สร้างหนังเข้าใจใช้ความเงียบ เงียบ เรื่องราวครึ่งๆกลางๆ ทำให้หนังเล่าเรื่องการดำเนินชีวิตกลายเป็นหนังที่น่ากลัวไปได้ค่ะ
โดย: sunsun IP: 202.28.179.1 วันที่: 28 มิถุนายน 2548 เวลา:11:14:57 น.
  
สวัสดีค่ะ
(ถ้ายังไม่ได้ไปเยี่ยมชมโรงแรมนี้ยังไม่ควรอ่านนะคะ)
ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงแรมแห่งนี้
ขณะที่เข้าชมรู้สึกว่าคงมีอะไรน่ากลัวซ่อนไว้ เพราะบรรยากาศเงียบ เงียบ เงียบ เหงา วังเวง เรื่องราวลึกลับ งง งง
และคนในโรงแรมก็ดูเหมือนคนแปลกหน้าตลอดเวลา
ทำให้ชวนอึดอัดแต่ก็ชวนค้นหาในเวลาเดียวกัน
จนกระทั่งสุดท้ายก็พบว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นเพียงโรงแรมธรรมดาแห่งหนึ่ง ที่บรรยากาศอาจจะดูเงียบ เหงา และมีเรื่องเล่าลึกลับเท่านั้นเอง เนื่องจากไม่พบสิ่งที่ต้องกลัวเลยสักอย่าง
ตอนนี้จึงรู้ว่าหลายครั้งคนเราก็มักกลัวไปเองจากความคิดจินตนาการ
ดังนั้นเรื่องนี้อาจเรื่องราวชีวิตการทำงานของพนักงานหญิงคนใหม่ในโรงแรมแห่งนึงที่มีบรรยาศชวนเเหงาและน่าเบื่อเธอจึงระบายออกโดยการกรี๊ดดด
ปล. ผู้สร้างหนังเข้าใจใช้ความเงียบ เงียบ เรื่องราวครึ่งๆกลางๆ ทำให้หนังเล่าเรื่องการดำเนินชีวิตกลายเป็นหนังที่น่ากลัวไปได้ค่ะ
โดย: sunsun IP: 202.28.179.1 วันที่: 28 มิถุนายน 2548 เวลา:11:15:04 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ในระดับ A+ ครับ
โดย: merveillesxx IP: 161.200.255.161 วันที่: 1 กรกฎาคม 2548 เวลา:19:22:20 น.
  
เรื่องนี้ ผมว่าเทคนิคการดำเนินเรื่องนี่ ฝีมือดีนะครับ ดูแล้วทำให้เราอยากจะรู้ว่า มันจะโผล่มาเมื่อไหร่ ( แต่ก็ไม่มีใครได้เห็น 55) นับว่ามีชั้นเชิงในการสะกดคนดูมากก ยิ่งตอนจบก็ยังเป็นปริศนา (สำหรับผม) เลยนะ ว่ามันยังไงกันแน่ คนก่อนที่หายไป หายไปอยูไหน ผมเดาว่าน่าจะอยู่ในสระน้ำ ส่วนที่นางเอกเจอดี ก็เพราะว่าไปลบหลู่เจ้าป่าเจ้าเขา น่ะครับ .. (คิดแบบไทยๆ )
โดย: merf1970 วันที่: 4 กรกฎาคม 2548 เวลา:5:41:07 น.
  
เพิ่งได้ดูจาก VCD เป็นหนังที่ชอบนะคะ
แม้แรกๆ ดูจบแล้วอึ้ง พร้อมกับคิดว่า "หนังบ้าอะไรเนี่ย!!!"
เป็นหนังที่บรรยากาศสุดยอด
การแช่ภาพนิ่งๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่ปลอดภัย
เพลงในหนังที่เรียบง่าย ฟังสบาย สไตล์ที่เปิดในห้างชั้นนำและในโรงแรมนั้น...
แต่ก่อนทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
แต่พอดูหนังเรื่องนี้จบ เพลงที่ว่ากลับทำให้รู้สึกวิเวกและไม่ปลอดภัย
ส่วนเรื่องที่ไม่มีเรื่องราวปูพื้น คิดว่าผู้กำกับตั้งใจนะคะ
เพราะถ้าทุกอย่างเปิดเผยกว่านี้ ก็อาจดูคล้ายหนังสืบสวนไปนิดๆ คงไม่ให้อารมณ์คลางแคลงใจจนเกิดความหนาวในใจได้

***ใครยังไม่ดูห้ามอ่านนะ***
ดิฉันคิดว่าฉากสุดท้ายนั้น ตัวเอกไม่ได้โดนคำสาปหรือสิ่งน่าสพึงกลัวเหนือธรรมชาตินะคะ
แต่กลับคิดว่าเธออาจถูกทำร้ายโดยเพื่อนร่วมงานที่อาจมองว่าเธอเป็นตัวปัญหา (หรือเปล่า)

ปล. ถ้าไม่เคยเห็นชื่อหนังเรื่องนี้จากเจ้าของ Blog มาก่อน ก็อาจจะมองข้ามไป ขอบคุณนะคะ
โดย: Barfinn วันที่: 22 ตุลาคม 2548 เวลา:22:07:33 น.
  
ไม่รู้เรื่องเลยครับ อะไรคือปริศนา อะไรคือความน่ากลัว
เวลาดูก็อยากรู้ว่ามันน่ากลัวตรงไหน ถ้าไม่นับแค่โรงแรมที่ไม่ค่อยมีคนคนกับแสงมืดๆ ดิบๆ
คือดูแล้วไม่น่ากลัวเลยอ่ะครับ
โดย: น้ำปลาเดือนห้า IP: 58.9.31.158 วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:15:35:20 น.
  
ต้องรีบหามาดูแล้วครับ แนวทางแบบนี้ต้องพิสูจน์ ครับ
โดย: Kritdhaphak IP: 203.118.127.169 วันที่: 24 ตุลาคม 2548 เวลา:20:16:43 น.
  
มีน้อยแต่ไห้มากครับ ...ดูจบไม่รู้เรื่องครับแต่มันชวนไห้ติดตาม เดาไม่ถูกว่าอะไรจะมาอะไรจะเกิด....และสุดท้ายสิ่งที่กลัวก็มาตอนท้ายครับส่วนตัวคิดอยู่ในใจว่าอย่าจบแบบนี้นะแล้วมันก็จบแบบที่เราคิดครับ....แต่ก็ชอบกว่าหนังเรื่องแรกของพี่แกนะ
โดย: emi902 IP: 202.41.167.246 วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:13:37:13 น.
  
ดูใน House
งงมากตอนจบ
รู้สึกเหมือนโดนหลอกจากใบปิด เพราะเขาเขียนซะเราจินตนาการว่ามันจะต้องน่ากลัวมาก
สงสัยไม่ใช่แนวเรามั้ง
โดย: thefoolcrazyman IP: 58.11.34.11 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2548 เวลา:17:48:38 น.
  
เครดิตที่ติดไว้โปสเตอร์ว่าเทียบชั้นPsychoผมมองว่าเป็นการโฆษณาที่ออกจะไกลเกินและเปรียบเทียบได้อย่างไม่เข้าคู่กัน


เห็นด้วยกับข้อความด้านบนอย่างยิ่งนะคับ...

โดย: pep IP: 210.246.66.4 วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:0:22:03 น.
  
ผมว่ามันน่าเบื่อครับ ใช้ความน่ากลัวเงียบๆ แบบซ้ำๆ อาทิเช่น ภาพนางเอกเดินหันหลังหายไปกับความมืดเนี้ย ผมเห็นใช้บ่อยเกือบตลอดเรื่องเลย เดินหายไปในระเบียงบ้าง หายไปในป่าบ้าง หายไปในถ้ำบ้าง ถ้าใช้ไม่กี่ครั้งมันก็โอเคแหละ เลยทำให้รู้สึกว่าผู้กำกับหมดมุข จริงๆ ผมเข้าใจอารมณ์และบรรยากาศของนางเอกเลยนะครับ เชื่อว่าถ้ามีการหายตัวไปของคนๆ นึงอย่างลี้ลับ มันจะมีบรรยากาศครุมเครือๆ แบบที่นางเอกประสบอยู่ แต่ว่าการดำเนินเรื่องทั้งหมดทำให้ผมเบื่อซะก่อน ยิ่งจบแบบไม่เคลียร์อีกต่างหาก ไม่ใช่ไม่เคลียร์ที่ว่านางเอกหายไปไหนนะครับ แต่ไม่เคลียร์ที่ว่าตอนนั้นเธอกรี๊ดอะไรของเธอ
โดย: อธติ23 IP: 203.148.236.130 วันที่: 4 กรกฎาคม 2549 เวลา:17:15:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด