Red lights , ผู้ชายไม่รู้ตัว ผู้หญิงไม่รู้ใจ


ข้อมูล: Red Lights หรือในชื่อฝรั่งเศสว่า Feux rouges ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมของนักเขียนชื่อดังอย่าง Georges Simenon ผู้มีชื่อเสียงในด้านหนังสือแนวสืบสวนสอบสวน ( ถ้าจำไม่ผิดมีนิยายของเขาแปลเป็นไทยขายแล้ว) , หนังมีความยาว 105 นาที , กำกับโดย Cédric Kahn เจ้าของผลงานที่คนส่วนใหญ่รู้จักจาก Ennui, L' , หนังเข้าฉายที่สยามเพียงโรงเดียว ,ใน //www.imdb.com ให้คะแนนเรื่องนี้ 7.0/10 และ ใน //www.rottentomatoes.com ให้เรื่องนี้ Fresh ด้วยคะแนน 84% , ตัวหนังเข้าชิง Golden Berlin Bear ปี 2004 และ Independent Spirit Award ในสาขาหนังต่างประเทศปี 2005

… Antoine มีนัดกับภรรยา Hélène จะเดินทางด้วยกันเพื่อไปรับลูกที่เข้าแค้มป์อยู่ต่างจังหวัด เขาอีเมลล์บอกภรรยาถึงความรู้สึกรู้สึกตื่นเต้นดีใจเหมือนเด็กหนุ่มจะได้ออกเดทครั้งแรก เขาไปรอภรรยาที่ร้านอาหารตรงตามเวลานัด แต่ภรรยามัวยุ่งอยู่กับงานจนมาสายและก็ดูจะไม่ได้สนใจตัวเขาเท่าไหร่นัก เหล้าแก้วแรกของเขาเริ่มต้นจากการรอคอยภรรยาที่ไม่มาตามเวลานัด หลังจากนั้น ขวดแล้วขวดเล่าก็เข้าปากเขาอย่างไม่มีบันยะบันยัง

ทั้งคู่แวะบ้านก่อนจึงจะเริ่มเดินทาง ด้วยการขับรถส่วนตัวไปกันสองคน ระหว่างการเดินทาง เขาเริ่มหงุดหงิด ขับออกนอกเส้นทาง ขับปาดซ้ายปาดขวาแซงหน้าแซงหลัง แวะกินเหล้าทุกจุดแวะพัก เมื่อเขาจอดเพื่อจะลงแวะไปดื่มเหล้าที่ผับแห่งสุดท้าย Hélène ยื่นคำขาดว่า ถ้าเขายังลงจากรถ เธอจะขับรถไปเองและให้เขาตามไปด้วยรถไฟ เขาจึงดึงกุญแจรถออกติดตัว แล้วเข้าไปในร้านอย่างไม่ใยดี เมื่อกลับออกมาที่รถ เธอไม่อยู่รอตรงที่นั่งเสียแล้ว เหลือเพียงโน้ตที่เขียนไว้ว่า "จะเดินทางไปเองด้วยรถไฟ"

เขาจึงเร่งรีบตามเธอไปยังสถานีรถไฟ แต่เนื่องด้วย บนถนนเส้นนั้นตำรวจตั้งด่านตรวจหาผู้ร้ายที่เพิ่งแหกคุกมา ทำให้เขาไปไม่ทันรถไฟเทียบสถานี เขาตัดสินใจแวะที่ผับหน้าสถานี แล้วรับชายคนหนี่งเดินทางไปด้วยกัน เมื่อเขาโทรศัพท์ไปยังแคมป์ที่ลูกอยู่ ก็ไม่พบวี่แววของภรรยาว่าเดินทางไปรับลูกแต่อย่างใด ภรรยาของเขาหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย และเรื่องราวถัดจากนี้ไป ชีวิตของเขากับภรรยาก็เปลี่ยนแปลงอย่างที่เขาและเธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะต้องประสบพบเจอ

... ด้วยความเข้าใจว่าเป็นหนังในสไตล์ระทึกขวัญจิตวิทยา ที่จะสร้างความหวาดกลัวตื่นเต้นตกใจหรือมีหักมุม เมื่อหนังจบลงจึงทำให้ผมรู้สึกห่างไกลจากความคาดหวังไปมาก แต่เมื่อลองละความสนใจในประเด็นนี้ไป หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทำให้เราได้สำรวจชีวิตจิตใจของผู้ชายคนหนึ่ง และ สำรวจปัญหาความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งในชีวิตคู่

สำรวจชีวิตของผู้ชาย ผู้ชายชื่อ Antoine


...ทำไมผู้ชายอย่างเขาจึงต้องหงุดหงิด ? ชีวิตของ Antoine เป็น ภาพของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เราสุ่มหาในสังคมไทยเจอได้อย่างไม่ยากเย็น ผู้ชายที่ดูเข้มแข็ง ขี้หงุดหงิด กินเหล้าอารมณ์เสียโวยวาย โดยแท้จริงแล้ว ภายในจิตใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกด้อย ขาดความเคารพนับถือตัวเอง และ ขาดซึ่งความภาคภูมิใจในตัวเอง (low self esteem) เปราะบาง ง่ายต่อการถูกกระทบให้แตกร้าว

แปลกใจไหมเพราะอะไร ผู้ชายถึงรู้สึกโกรธได้มากขนาดนี้ เวลาที่ภรรยาหวังดีกางแผนที่หรือบอกเส้นทางเดินรถให้ ลักษณะอย่างหนึ่งของผู้ชายที่หนังสือจิตวิทยาประเภท ผู้ชายมาจากดาวคนละดวงกับผู้หญิง มักพูดถึงคือ ผู้ชายไม่ชอบให้คนมาแนะนำหรือบอกทาง นั่นเป็นเพราะ การถูกบอกมันเหมือนกับการที่ทำให้ชายคนนั้นรู้สึกไร้ความสามารถ ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

แนวโน้มของคนที่สามารถถูกอ่อนไหวต่อการถูกกระทบง่าย คือ คน low self esteem ซึ่งมักจะแสดงออกมาได้ทั้งรูปแบบของ คนที่มีความภาคภูมิใจมากขนาดหลงตัวเอง(narcissist) ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ผู้นำประเภทที่ต้องมีลูกน้องชนิดคอยพยักหน้าเห็นด้วย ไม่ชอบคนค้านความคิด กับ อีกลักษณะหนึ่งของคน low self esteem คือ แสดงออกมาในรูปแบบ ขาดความมั่นใจในตัวเอง ขี้กลัววิตกกังวล คนทั้งสองกลุ่มนี้ล้วนจำเป็นต้องใช้สถานการณ์หรือใช้คนอื่นมาทำให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่า เพราะในตัวเองไม่ได้รู้สึกถึงคุณค่า เมื่อทำไม่สำเร็จหรือมีคนคัดค้านมีคนแนะนำแตกต่าง มันจึงกลายเป็นการรู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่าในตัวเอง และ นำมาซึ่งความหงุดหงิดก้าวร้าว

หลายๆเหตุการณ์ในหนังช่วยแสดงภาพของ Antoine ให้ออกมาเป็นคนลักษณะที่กล่าวข้างต้น เขาคือชายผู้รู้สึกต่ำต้อยและขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง สังเกตได้จากหลายๆองค์ประกอบรอบตัวและการแสดงออกของเขาอาทิเช่น

-การที่ภรรยามีอาชีพทนาย ส่วนเขาเป็นเพียงพนักงานบริษัทประกัน

-ภรรยาไม่แยแสอีเมลล์ที่เขาเขียนบรรยายความรู้สึกดีใจ เธอพูดถึงผ่านๆและให้ความสำคัญกับอีเมลล์งานมากกว่า

-ขณะรอภรรยาอาบน้ำ เขานั่งดูรูปครอบครัวที่ไม่มีตัวเองอยู่ในรูปแม้แต่รูปเดียวแล้วก็ตัดสินใจออกนอกไปจากบ้าน

-เขาเปรยออกมาเองว่า หากภรรยาให้ความสนใจเขาเท่าที่เธอสนใจตัวเองก็คงจะดี

...ในเรื่อง รถไฟ ถูกยกมาพูดถึงหลายครั้ง และ เขาเปรียบตัวเองเป็นเหมือนรถไฟ รถไฟต่างจากรถทั่วไปตรงที่มันไม่สามารถเลือกเส้นทางใดๆได้ ไม่สามารถออกนอกทางไปทางอื่นได้ ต้องเดินทางไปตามรางที่บังคับให้เดิน เขาคิดว่าตัวเองถูกบังคับให้มีชีวิตที่ต้องเดินตามทางทิ่ลิขิตไว้ และ เฝ้าโทษคนอื่นอย่างภรรยา แท้จริงแล้ว ไม่มีใครที่บังคับให้เขาเดินตามราง ไม่ใช่ภรรยา แต่เป็นตัวเขาเองที่มีความกลัวและไม่กล้าก้าวเดิน

การโทษคนอื่น(projection) เป็นกลไกทางจิตใจที่เขาใช้อยู่บ่อยๆในเรื่อง ในหลายตอนที่เห็นได้ว่า ภรรยาเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตัวเองมีปมอยู่แล้วก็เลยรู้สึกกระทบกระเทือน เช่น การบอกเส้นทางเดินรถที่ถูกต้อง หรือ การเตือนเมื่อเขาพาไปผิดทาง ฯลฯ เขาไม่ได้ถูกภรรยามาบังคับให้เป็นรถไฟเดินตามราง แต่เป็นตัวเขาเองที่ทำตัวให้เป็นรถไฟ แล้ว พอไม่ได้เป็นดังตั้งใจ ไม่กล้าจะทำอะไรออกมา ก็โยนความกลัวนั้นไปโทษภรรยาว่าเป็นสาเหตุ

...จากที่ผ่านมาข้างต้น ผู้ชายอย่าง Antoine จึงมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกน้อยใจ ด้อยค้า โกรธ และ ทางออกที่เขาเลือก เหมือนกับผู้ชายส่วนหนึ่งในสังคมในโลกแห่งความจริงเลือก คือ การดื่มเหล้า

มีงานวิจัยที่ทำออกมาแล้วพบว่า ผู้ชายจำนวนมากที่ติดเหล้านั้นมีภาวะโรคซึมเศร้าร่วมด้วย คนไข้กลุ่มนี้ใช้เหล้าเป็นเหมือนยาที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายยามเครียด รู้สึกเข้มแข็งยามอ่อนแอ ทำให้รู้สึกกล้าทำอะไรไม่ยั้งคิดได้ยามเมื่อรู้สึกกลัว เหล้า เป็น เหมือนยาอย่างหนึ่งที่คนใช้เพื่อบำบัดตัวเอง เพราะเหล้าไปออกฤทธิ์โดยตรงที่สมองและไปมีผลต่อสารสื่อประสาท จึงทำให้คนดื่มรู้สึกดีและหลุดพ้นออกจากความทุกข์ได้ชั่วคราว โดยไม่ทันได้คิดว่า ในเวลาเดียวกันมันก็ส่งผลทำลายสมองไปพร้อมๆกันกับทำลายชีวิตและจิตวิญญาณ เพราะกลไกที่มันละลายมโนธรรมในใจ ทำให้หลายคนต้องหลวมตัวไปก่อคดีความ ทำร้ายคนใกล้ตัว จนชีวิตหรือครอบครัวที่เคยดีงามต้องพังทลาย

... และทั้งหมดนั้น จึงทำให้ 1 วัน 1 คืนของ Antoine คือ ช่วงเวลาที่ทำให้เขาต้องเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น ที่ต้องผจญกับอันตรายด้วยตัวเอง ผจญกับความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียชีวิต สูญเสียภรรยา และ อาจจะต้องทำให้ชีวิตคู่ต้องสูญสิ้นพังทลาย น่าเสียดายที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวก็ได้เตือนเขาแล้วตลอดเวลาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยไฟแดง(Red Lights)ที่เรียงรายอยู่ตามรายทาง หากเพียงเขาจะหยุดแล้วหวนกลับมาพิจารณาความรู้สึกภายในตัวเอง แต่เขากลับตะบึงฝ่าไฟแดงนั้นอยู่ร่ำไป

สำรวจปัญหาความสัมพันธ์ของคู่รัก


... เรื่องของ Antoine และ Hélène เป็นกรณีศึกษาได้เลยถึงปัญหาชีวิตคู่ที่แต่ละฝ่ายต่างไม่รู้จักตัวเอง และ ต่างฝ่ายต่างไม่เข้าใจอีกฝ่าย

ผู้หญิง Hélène มองว่า ผู้ชาย Antoine ไม่เคยรู้ตัว (ถึงพฤติกรรมตัวเองที่งี่เง่า เจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ ฯลฯ)

ผู้ชาย Antoine มองว่า ผู้หญิง Hélène ไม่เคยรู้ใจ (ถึงความต้องการดูแลเอาใจใส่ ความต้องการให้ฝ่ายชายได้แสดงความสามารถ ฯลฯ)

...ทั้งที่เมื่อเราดูหนังจบลงแล้วเราจะพบว่า จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งมันเป็นเพียงเส้นผมบังภูเขา แต่พวกเขาไม่สามารถมองเห็นมัน และเรื่องราวดำเนินไปเลวร้ายมากขึ้น เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่พยายามพูดคุยกัน หรือ พูดคุยกันแต่เป็นการพูดอย่างปิดใจ เป็นการสื่อสารที่ไม่ได้มาจากความรู้สึก ความปรารถนาภายใน (“ฉันรักเธอ” , “ฉันอยากมีเวลาร่วมกับเธอให้มากกว่านี้”) แต่ มาจากอารมณ์ที่ขุ่นข้องใจ (“เธอมันบ้างาน” , “คุณทำนิสัยไม่ดีเหมือนเดิม”) เมื่อการสื่อสารไม่มีประสิทธิผล สิ่งที่ตามมาคือความขัดแย้ง และ นำไปสู่การล่มสลายของความสัมพันธ์

ความชอกช้ำที่เกิดขึ้นแก่ Antoine และ Hélène จะไม่สามารถหมดสิ้นไปได้เลย หากทั้งคู่ยังคงที่จะไม่เปิดใจและปรับตัวเข้าหากัน เพราะเมื่อเวลาผ่านไปในอนาคต หากฝ่ายหนึ่งยังคงมีปมที่รู้สึกด้อยไม่ได้รับการคลี่คลาย อีกฝ่ายยังคงหมกมุ่นอยู่กับโลกภายนอกมากกว่าสามี มันก็เหมือนกับระเบิดที่ถูกกลบซุกซ่อนไว้ ปัจจัยเล็กๆแต่เพียงขยะชิ้นเดียวก็สามารถจุดระเบิดขึ้นอีกครั้งได้อย่างไม่ยากเย็น

...หากมองหาความเป็น thriller จากหนังเรื่องนี้ด้วยความคาดหวังความระทึกขวัญกดดัน คงต้องผิดหวัง คนดูหลายคนอาจรู้สึกเบื่อได้ด้วยซ้ำ เมื่อนั่งดูไปแล้วพบว่า หลายฉากนั้นเป็นการถ่ายจากในรถ ทำให้เราเหมือนได้ร่วมเดินทางไปกับสองสามีภรรยา ได้เจอทั้งรถติด รถที่ขับหวาดเสียว รถที่ขับถลาเข้าพงหญ้า รถที่ทับคนตาย และ รถที่ตายสนิทข้างทาง จนแทบจะเรียกได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่ง road movie เสียด้วยซ้ำ

หนังมีฉากที่เพิ่มแรงสูบฉีดโลหิตเต็มที่แค่ฉากเดียว คือฉากพระเอกของเราต้องวัดใจกับนักโทษแหกคุก ช่วงกลางของหนังดำเนินไปอย่างเรื่อยเปื่อยแต่ก็มีบรรยากาศหลอนและไม่น่าไว้วางใจสิ่งรอบตัว ถ้าใครความอดทนสั้นอาจถอดใจไม่คิดติดตามเนื้อเรื่องต่อ หนังจะกลับมาสร้างความดึงดูดให้ติดตามมากขึ้นก็เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงช่วงที่ Antoine เริ่มพบแล้วว่า ภรรยา หายสาบสูญไป หนังทำให้เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่า อะไรเกิดขึ้นกับ Hélène และ ค่อยๆลุ้นไปเรื่อยๆว่า ผู้หญิงที่อยู่ในรพ.ตอนท้ายใช่เธอหรือไม่? , ถ้าใช่เกิดอะไรขึ้นกับเธอ? ช่วงเวลานี้ของหนังกดดันคนดูด้วยการเล่าเรื่องอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งร้อน แต่ใจคนดูจะร้อนล่วงหน้าไปพร้อมกับ Antoine โดยไม่รู้ตัว

... หนังดำเนินเรื่องหลักๆแค่จากตัวละครสองตัว Carole Bouquet ที่รับบทเป็น Hélène มีบทบาทออกมาแค่ช่วงต้นกับช่วงท้ายเรื่อง ช่วงเวลาส่วนใหญ่ในเรื่องตกเป็นภาระของ Jean-Pierre Darrousin ในบท Antoine ซึ่งเขาทำหน้าที่นี้ได้ดีเลยทีเดียวกับการรับบทชายหนุ่มที่ให้เราได้เห็นตัวตนของเขาลึกขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่เดินผ่านไป เขาเริ่มต้นทำให้เรา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของชายคนหนึ่งที่ตื่นเต้นดีใจเหมือนเด็กจะได้ออกเดินทาง และ รู้สึกเห็นใจที่เขาต้องมารอภรรยานานแสนนาน แล้ว เขาก็เริ่มทำให้เรารู้สึกรังเกียจ กลัวกับพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ขับรถด้วยอารมณ์ ก่อนที่เราจะเริ่มมารู้สึกสงสาร สมเพชเวทนา ชายคนหนึ่งที่สภาพจิตใจอ่อนแอและเปราะบาง

สิ่งที่ชอบ

1. หนังชีวิต ... หนังทำได้ดีมากในการนำเสนอชีวิตของคนๆหนึ่ง และ ชีวิตคู่ๆหนึ่ง ผ่านการเดินทางเพียงข้ามคืน ทำให้เราได้เห็นได้เข้าใจ บางเรื่องที่เราไม่เคยมองเห็นเพราะมันอยู่ภายในตัวเราจนมองข้ามไป และ เป็นบทเรียนแก่คนกำลังมีชีวิตคู่หรือมีปัญหาคล้ายคลึงสามารถดูจบแล้วไปปรับแก้กับชีวิตจริงของตัวเอง

2. Cédric Kahn ... ในฐานะผู้กำกับสมควรได้รับคำชมในการนำเสนอบรรยากาศและทิศทางของหนังไปอย่างไม่หลงทาง หนังมีแนวโน้มจะหลุดไปเป็นหนังเขย่าขวัญ / จิตหลอน / ฆาตกรโรคจิต ราคาถูกได้ง่ายๆ แต่ผู้กำกับสามารถคุมบังเหียนให้หนังเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายและเมื่อหนังจบให้คนดูได้เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสารและเข้าใจตัวละครได้ดี

3. Jean-Pierre Darrousin ... เขาไม่ใช่พระเอกหนังหน้าตาดีหล่อเหลา แต่เขามาในฐานะนักแสดงที่ขายฝีมือการแสดง และ ทำให้เราเชื่อ ทำให้เราได้เห็น ความอ่อนแอภายในความเข้มแข็งจอมปลอมที่เขาสร้างขึ้นมา

สิ่งที่ไม่ชอบ

1. หนังระทึกขวัญ... ไม่รู้จะโทษใครดีระหว่างตัวเอง กับ การโปรโมทที่ไปอ่านเจอว่านี่เป็นหนังในสไตล์ฮิทช์ค็อค ทำให้ผมเฝ้าคาดหวังหนังที่ให้ความตื่นเต้นระทึกขวัญ ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้มีน้อยกว่าที่คิดมาก

สรุป … ความรู้สึกหลังดูจบเหมือนว่าก่อนหน้านั้นตั้งใจจะซื้อของอย่างหนึ่ง แต่เข้าไปดันได้สินค้าอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ตรงจากที่ตั้งใจ แม้ผิดหวังตอนแรกแต่พอดูๆไปแล้วของที่แล้วได้มาก็เป็นของดีเช่นกัน นี่เป็นหนังฝรั่งเศสระทึกขวัญที่ไม่ได้มีความตั้งใจว่าจะทำอย่างไรให้คนดูอกสั่นขวัญหาย แต่ เป็นการทำความรู้จักสิ่งที่อยู่ภายในของคน น่าสนใจทีเดียวหากมองหาความแปลกใหม่ หนังมีอะไรดีๆให้กลับคิดกลับไปมองตัวเองและคู่ชีวิต



ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 19 เมษายน 2549
Last Update : 20 เมษายน 2549 15:36:06 น.
Counter : 1338 Pageviews.

15 comments
หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก (เปิดจองรูปเล่ม) lovereason
(20 ก.พ. 2562 09:02:30 น.)
Anyone Who Had A Heart (Oldies) - Dionne Warwick ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(10 มี.ค. 2562 10:31:45 น.)
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
+ ตุง หรือ ธุงอีสาน + wicsir
(4 มี.ค. 2562 11:02:11 น.)
  
คิดว่าจะไปดูพรุ่งนี้ครับ ...
โดย: King Of Pain วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:2:06:00 น.
  
บางช่วงให้ความรู้สึกเหมือนโฆษณาเมาไม่ขับ อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ 555

โดยรวมแล้วชอบหนังเรื่องนี้นะคะ มีกลิ่นของหนังระทึกขวัญยุคเก่าๆ แต่มันก็ระทึกจริงๆนะ พอดูจบแล้วก็หลอนเวลาขับรถคนเดียว 555

คุณ Jean-Pierre Darrousin แสดงดีมากๆๆๆๆ คือลืมไปเลยว่าเค้าคือนักแสดง เหมือนเป็นลุงขี้เหล้า ขี้โวย นิสัยน่าหมั่นไส้จริงๆ เยี่ยมมากๆ


รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ซ่อน symbol ไว้เยอะ รวมทั้งชื่อเรื่องด้วย แต่ยังตีความไม่ออกค่ะ


สรุปว่าให้ 9 เต็ม 10
โดย: บานาน่าจัง IP: 124.121.4.137 วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:3:20:44 น.
  
ใช่เลยกับประโยคนี้ "ผู้ชายไม่ชอบให้คนมาแนะนำหรือบอกทาง" เจอมาหลายรายแล้ว
โดย: cottonbook วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:8:33:27 น.
  
อืม ... กับเรื่องนี้ แปลกแฮะ ผมกลับรู้สึกค่อนข้างเฉยๆ อ่ะครับ คงเป็นอย่างที่คุณผมอยู่ข้างหลังคุณพูดด้วยแหละว่าตอนแรกคิดว่ามันจะเป็นทริลเลอร์มากกว่านี้ จริงๆ ก็ไม่ได้คาดหวังหรอกนะ ... ในส่วนของอารมณ์ดราม่าและบทเรียนเกี่ยวกับชีวิตคู่ หนังทำได้ค่อนข้างดี แต่มันมีบางจุดที่ผมรู้สึกขัดๆ ก็คือ
+ ความบังเอิญเกินไป ... ที่พระเอกจะเปิดเจอข่าวโจรคนนั้นพอดี ... แล้วพอไปดริ๊งค์ในบาร์ก็ต้องเจอโจรคนนั้นพอดี ... พอผ่านด่านตำรวจ ทั้งๆ ที่มีรูปที่แจกจ่ายไปทั่ว แต่ตำรวจดันจำโจรไม่ได้เฉยเลย ... แถมสุดท้าย โจรจะต้องเข้ามาเป็นตัวแปรตัวสำคัญของสถานการณ์ที่ทั้งพระเอกและนางเอกเจอมาอีกต่างหาก
+ มีตอนนึงที่ผมรู้สึกรำคาญ (ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นโลกแห่งความเป็นจริง ใครก็คงต้องทำแบบนั้น) ก็คือตอนที่พระเอกโทรศัพท์ไล่ตามร่องรอยของนางเอกไปตามที่ต่างๆ มันต้องยุ่งยากวุ่นวายซับซ้อนขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่รู้เค้าจงใจใส่นัยยะอะไรแฝงไว้รึเปล่า แต่มันดูยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น จนผมเซ็งว่าเมื่อไหร่จะเจอซะที ... แถมผู้หญิงที่เกิดเรื่อง ก็ดันเป็นนางเอกซะอีก (ทั้งๆ ที่ความน่าจะเป็นมันไม่น่าบังเอิญขนาดนี้)
+ สรุปว่าโดยรวมๆ พอใช้ได้ ... แต่ยังไม่ค่อย 'โดน' สำหรับผมอ่ะครับ
โดย: บลูยอชท์ IP: 210.1.33.130 วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:11:29:46 น.
  
ว่าจะช่วยโปรโมตแล้วก็ดันลืมเขียนซะงั้น
+ สำหรับเรื่อง Broken fowers ที่เข้าโรงฉายอาทิตย์เดียวกันกับ Red lights หลายๆ คนอาจได้ไปดูมาแล้วทั้ง 2 เรื่อง (รวมทั้งตัวกระผมด้วย) ... คุณผมอยู่ข้างหลังคุณได้เขียนลงบล็อกไว้แล้วนะครับที่หัวข้อ 'ดูหนังที่บ้าน' (เข้าใจว่าคุณ จขบ. คงดูจากแผ่นเลยเอาไปลงในหมวดโน้น แต่ดันเป็นช่วงเดียวกับที่หนังเข้าฉายในโรงพอดี) ... เผื่อใครอยากอ่านและอยากเขียนถึง Broken fowers จะได้ตามไปอ่านเจออ่ะครับ
โดย: บลอชท์ยู IP: 210.1.33.130 วันที่: 19 เมษายน 2549 เวลา:11:50:32 น.
  
คิดเหมือนหลาย ๆ ท่านค่ะ ค่อนข้างผิดหวังที่หนังเรื่องนี้ไม่ระทึกขวัญอย่างที่คิด มีบ้าง (นิดหน่อย) ช่วงที่ต่อสู้กันกับนักโทษแหกคุก และลุ้นว่านักโทษจะทำอะไรตัวสามีรึเปล่า?

ปล. คุณภรรยาบอกคุณสามีก่อนที่จะลงจากรถไปดื่มเหล้าว่า เธอจะขับรถไปเอง แล้วให้คุณสามีจับรถไฟไปเอง ไม่ใช่หรือคะ? พอสามีได้ยินดังนั้น จึงดึงกุญแจรถแล้วติดตัวเข้าไปในผับด้วย
โดย: Tai-Sarunya (Tai-Sarunya ) วันที่: 20 เมษายน 2549 เวลา:14:19:49 น.
  
King Of Pain ... ดูแล้วมีโอกาสก็กลับมาคุยกันใหม่นะครับ

บานาน่าจัง ... ดูจบก็คิดเหมือนกันว่าหนังเรื่องนี้เข้ากับเทศกาลดีนะ เมาไม่ขับ

บลูยอชท์ ... ฉากโทรหลายต่อ คิดถึงตอนที่เราไม่นิ่งกำลังกลัว ตื่นเต้น ฯลฯ เข้าใจว่าพระเอกในตอนนั้นก็เช่นกันคืออยู่ในภาวะสับสนตื่นเต้นเลยไม่ทันได้รวบรวมความก็วางหูไปก่อน / Broken fowers ดูจากแผ่นจริงๆครับเลยไปอยู่บล็อกหมวดโน้น ขอบคุณครับที่มาช่วยโปรโมท

Tai-Sarunya ... ผมพิมพ์ผิดไปเองครับ ขอบคุณครับที่มาบอกไม่ให้ปล่อยไก่ไว้หลายวัน เข้าไปแก้ไขแล้วครับ

...ขอบคุณครับสำหรับทุกความเห็นที่แวะมาพูดคุยกัน
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 20 เมษายน 2549 เวลา:15:41:34 น.
  
พล็อตน่าสนใจจังค่ะ อืม...น่าดูกว่า Perhaps love มั้ยหว่า (จะสอบเสร็จแล้วค่ะ กำลังว่าจะไปดูหนังซักเรื่อง
)
โดย: azzurrini วันที่: 20 เมษายน 2549 เวลา:16:28:18 น.
  
เรื่องนี้ไม่ได้ดูค่ะ ไม่เห็นโปรแกรมลงโรงแถวบ้านเลย

เปลี่ยนไปดู Perhaps Love แทน
เสียดายว่ารอบที่ดูมีแต่โรงเล็ก ดูแล้วอึดอัดเพราะเก้าอี้แข็ง ระดับสายตาไม่ธรรมชาติเอาเลย อยากดูโรงใหญ่ ๆ นั่งสบาย ๆ จัง
โดย: ยาคูลท์ วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:1:05:20 น.
  
ตอนเห็นหนังตัวอย่างก็คิดว่าหนังเรื่องนี้น่าดูใช่ย่อย แต่พอมาอ่าน Review ของเจ้าของ Blog แล้วต้องหาโอกาสไปดูให้ได้อีกตามเคย (ไม่รู้จะมีหรือเปล่า)
ปล. ตอนแรกเห็น Poster แล้วผมนึกว่า แอชลีย์ จัดด์เล่นเป็นนางเอกนะครับ เพราะหน้าเหมือนคุณภรรยาในเรื่องมาก (ถ้าดูเผินๆ) และว่างๆ ไปเที่ยว Blog ผมบ้างนะครับ ขอบคุณครับ
โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:11:55:25 น.
  
โดนเหมือนกันเลยครับ... ทั้ง trailer กับ poster หลอกซะผมเชื่อเลยว่ามันเป็นหนังแบบฮิทช์ค็อค เพื่อนผมที่ไปดูก็แอบบ่นๆ (เหมือนตอนลากเพื่อนไปดูเหมืองแร่เลย)

แต่ผมชอบเนื้อเรื่องช่วงแรกมากกว่านะครับ ชอบ Carole Bouquet ตอนที่ระเบิดอารมณ์ออกมาบนรถมากกว่า...

วันนี้ว่าจะไปดู Date Movie ครับ
ว่าแต Perhaps Love ดูรึยังครับผม?
โดย: nanoguy IP: 203.113.35.7 วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:13:01:47 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยครับ ... พอดีวันนี้ตั้งใจไปดู แต่เห็นเรื่อง Always ... เลยเลือกดูเรื่องนี้แทน และก็ไม่ผิดหวังเลยครับ
คุณเจ้าของบล็อกไม่ทราบดูเรื่อง Always หรือยังครับ ... อยากอ่านที่คุณ review ...
โดย: King Of Pain วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:22:27:37 น.
  
azzurrini ... อย่างที่บอกนะ always เถอะ

ยาคูลท์ ... Perhaps love สัปดาห์หน้าไม่พลาดแน่นอนครับ

เข็มขัดสั้น ... หน้าเหมือนจริงๆด้วยแฮะ / แล้วจะแวะไปเยี่ยมเยือนครับ

nanoguy ... Date movie ได้ยินคนดูแล้วว่าไม่คุ้มค่าเสี่ยงเสียเงินนะครับ เลี่ยงดีกว่า สัปดาห์นี้หนังน่าดูมากมาย ถ้าชอบแนวนี้รอ Scary movie 4 น่าจะดีกว่านะครับ / Perhaps love สัปดาห์หน้าครับ

King Of Pain ... Always ดีจริงๆครับ เพิ่งตั้งกระทู้เชียร์อาสาเป็นหน้าม้าให้ในพันทิปไป เดี๋ยวอีกวันสองวันจะมาเขียน blog เชียร์เช่นกันเป็น Preview ไปก่อนนะ แล้วค่อยตามเป็น review อีกที (เรื่องนี้ขอทำตัวเป็นป๋าดันครับ หนังเขาดีจริงๆ)
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 21 เมษายน 2549 เวลา:23:26:00 น.
  
สวัสดีค่ะ
หนังทำได้ดีในการเปิดเผยแง่มุมด้านจิตใจของคนๆหนึ่ง ที่ตนเองมีปมในใจ ซึ่งปมนั้นส่งผลให้
-ตนเองรู้สึกแย่กับตนเอง
-แค่นั้นยังไม่พอปมนี้ยังทำร้ายความสัมพันธ์ของเค้ากับคนใกล้ชิด
-และ ปมนี้ยังทำร้ายใจคนที่เค้ารักด้วย
และปัญหาที่สำคัญคือคนๆนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าชีวิตที่ย่ำแย่ของตนนั้น เกิดจากการจมกับปมด้อยของตนเอง

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว(เอง) ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ยเรา
โดย: red hot IP: 58.9.162.58 วันที่: 24 เมษายน 2549 เวลา:22:45:23 น.
  
ช่วงครึ่งแรกน่าเบื่ออ่ะ แต่อดทนดูจนผ่านไปได้ (มีฝรั่งคนนึงเดินออกนอกโรงตอนที่ผมดูด้วย-สงสัยรับไม่ได้)
แต่ช่วงหลัง คุ้มค่าที่รอคอยเพราะครึ่งแรกปูอารมณ์ให้เราอยากช่วย antoine
.....
แต่ผมมีข้อสังเกตนิดนึง-คือตอนที่ดูผมก็นึกไปว่า
antoine จินตนาการว่ามีนักโทษนั่งรถไปพร้อมกับเค้าหรือเปล่า เหมือนว่าจะมี antoine ที่คุย"ด้วย"กับนักโทษ (ยกเว้น bartender-แต่อาจเป็นจินตนาการของ antoine อีกก็ได้) อาจเป็นการรู้สึกผิดที่ไม่ภรรยาต้องโมโหหนีไป แล้วจินตนาการว่าต้องสู้กับนักโทษแล้วรอดเหมือนพระเอกหนัง hollywood
-หรือ- คนเขียนบทร่างไว้ 2 บท
........
หรือผมเคยชินกับบทหนังแบบ hollywood ที่เน้นหักมุมมากเกินไป
โดย: post office IP: 202.5.87.138 วันที่: 19 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:17:46 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด