Chicken Little , กุ๊กไก่ของ Disney ที่ไร้เงา Pixar


...ฉากหนึ่งในหนัง บนรถของพ่อ-ลูกไก่ขณะขับกลับบ้าน สายตาที่มองแผ่นหลังผืนใหญ่ของพ่อที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ Chicken Little ได้แต่คิดใคร่ครวญว่า เขาจะทำอย่างไรไม่ให้พ่อต้องอับอายอีก เขาจะทำอย่างไรให้พ่อภาคภูมิใจได้ เขาที่กลายเป็นตัวตลกของเมืองหลังจาก 1 ปีก่อนทำเปิ่นด้วยการตีระฆังเตือนภัยว่ามีวัตถุจากต่างดาวแต่สุดท้ายเป็นแค่ผลโอ๊ก ทำให้เขาและพ่อไม่เคยเปิดใจคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พ่อต้องการให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยเร็วและต้องการให้เขาเก็บตัวเงียบ เขาคิดว่าควรจะลืมๆมันไปเพื่อแผลจะได้ไม่ต้องเปิดมาอีก แต่มันจะผ่านไปได้หรือ ในเมื่อความปรารถนาในใจของเขายังขาดการเติมเต็มในสิ่งที่เขาโหยหามาตลอด ความต้องการที่เขายังไม่ได้รับคือ การยอมรับและเชื่อมั่นในตัวจากพ่อ

นึกภาพตัวเองเป็นเด็กที่พูดอะไรแต่พ่อไม่เคยเชื่อ แต่ไปเชื่อคนอื่นมากกว่า เวลาเกิดเหตุมีเรื่องที่ลูกมีส่วนเกี่ยวข้อง คนเป็นลูกอาจไม่ได้ขอให้เข้าข้าง ขอเพียงแค่พ่อยังยืนเคียงข้าง แต่พ่อกลับเลือกเชื่อคนอื่นไว้ก่อนและเข้าข้างคนอื่น มันก็คงทำให้ คนเป็นลูกรู้สึกน้อยใจ โกรธ ผิดหวัง ฯลฯ ความรู้สึกที่สั่งสมไว้เหล่านี้มักทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มทอดระยะห่างขึ้น ด้วยความเงียบที่อึดอัด เช่นเดียวกับ Chicken Little ที่พ่อไม่เคยเชื่อเขา พ่อไม่เคยเคียงข้างเขา พ่อเลือกให้เขาหลบหนีหน้าผู้คนเพื่อไม่ให้ต้องอับอาย แต่สำหรับเขา คนเดียวที่เขาอยากให้เชื่อเขาไม่ใช่ผู้คนในเมืองแต่เป็นพ่อตัวเอง

...โดยธรรมชาติพ่อมักจะเป็นต้นแบบ (Role Model) ในอนาคตให้กับลูกชาย ไม่ว่าจะเป็นในทางบวกหรือทางลบ ( เช่น พ่อที่เป็นคนรุนแรงก้าวร้าวทำร้ายลูกอยู่เนืองๆ ก็อาจทำให้ลูกชายกลายเป็นคนที่เบี่ยงเบนทางเพศเพราะรังเกียจความรุนแรง หรือ อีกทางก็กลายเป็นคนที่รักความรุนแรงเหมือนๆกับพ่อเพื่อเอาตัวรอดในสังคม) แต่การเป็นต้นแบบไม่ได้หมายความว่าลูกต้องเป็นเหมือนพ่อทุกกระเบียดนิ้ว เพราะตัวตนของลูกย่อมเติบโตตามวิถีทางของตัวเอง

พ่อบางคนไม่รู้ตัวไปคาดหวังและกดดันจนเด็กไม่สามารถพัฒนาไปตามกรอบตัวเอง แต่เป็นการพัฒนาตามกรอบความคาดหวังของพ่อแทน เพราะอยากจะให้ลูกเป็นเหมือนกับตัวเอง เหมือนกับ Chicken Little มีพ่อที่เป็นถึงอดีตนักกีฬาโรงเรียน ตัวเขาเองย่อมหวังว่าตัวเองจะเป็นได้อย่างที่พ่อเป็น ได้แต่หวังว่าตัวเองจะไม่ทำให้พ่อต้องผิดหวัง แต่การที่เขาไม่สามารถเป็นได้อย่างที่ตั้งใจทำให้พ่อไม่เคยเชื่อมั่น ไม่เคยยอมรับในตัวเขา พ่อจึงไม่เคยยืนหยัดอยู่ข้างลูกเพราะไม่ศรัทธาในสิ่งที่ตัวลูกเป็น ไม่เชื่อความจริงที่ลูกบอกออกมา

... แท้จริงแล้ว พ่อเองควรจะยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นไม่ใช่ในสิ่งที่ตัวเองอยาก เหมือนกับในสังคมมนุษย์เรา ตัวอย่างเช่น พ่อไม่เคยชื่นชมไม่ภูมิใจในตัวลูกชายที่ไม่ได้เป็นหมอเหมือนพ่อ ทั้งที่ลูกมีความสามารถ มีความฝันอยากเป็นจิตรกร ลูกเลือกเดินคนละกรอบกับที่พ่ออยากให้เป็นพ่อจึงไม่เคยเห็นคุณค่าในตัวลูก

เหตุเหล่านี้มักส่งผลให้คนเป็นลูกได้แต่เติบโตอย่างข้องใจในความสามารถและขาดความภาคภูมิใจในตัวเอง เพราะไม่เคยได้รับความภาคภูมิใจจากพ่อ ความรู้สึกคับข้องใจ ผิดหวัง เสียใจ กลายเป็นความขัดแย้งที่ถูกกักเก็บไว้กลายเป็นตัวถ่างความสัมพันธ์ของกันและกันให้ห่างออกไป

... การไม่พูด มักจะทิ้งช่องว่างความเงียบที่แสนอึดอัดไว้ ทิ้งความขัดแย้งให้สะสมปมให้แน่นหนาตามกาลเวลา บางคนเข้าใจว่าการพูดเป็นแค่การเปิดปากส่งเสียงโต้ตอบกันเหมือนกับที่ Chicken little เข้าใจ แท้จริงแล้ว การพูดกันมันไม่มีประโยชน์ในการคลี่คลายความขัดแย้งกันเลยถ้าการพูดนั้นเป็นแค่เปิดปากแต่ไม่เปิดใจกัน เพราะมันก็จะเกิดแค่การสื่อสารที่มีแต่ใจความแต่ไร้ความเข้าใจ เป็นการสื่อสารทางเดียวที่พูดกันสองคนไม่ใช่การสื่อสารสองทางที่แลกเปลี่ยนกัน ดังนั้นหลายครั้งความขัดแย้งของสามี-ภรรยา , พ่อ-ลูก บอกว่าคุยกันแล้วแต่จริงๆมันเป็นแค่พูดไม่ใช่คุย มันเป็นแค่ เปิดปากแต่ไม่เปิดใจ ผลลัพธ์จึงไม่มีวันเข้าใจกัน

...ผมเลือกดูลูกไก่น้อย เพราะการเต้นของมันโดยแท้ และ Chicken Little ก็มีดีตรงคาแรคเตอร์ตัวละครจริงๆเพราะนอกจากตัวเอกแล้วยังมี Runt หมูอ้วน กับ Fish ปลาในตู้กระจก คือสองตัวละครที่มีสีสัน คน(ตัว)หนึ่งเป็นแฟนตัวยงของบาบาร่า สตรัยแซนด์และเสียงดนตรี (ชอบ ทุกฉากที่ร้องเพลงกับคาราโอเกะ) อีกคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องพูดก็สามารถทำให้คนดูขำขำฮาๆด้วยสีหน้าท่าทางการแสดงออก (ชอบ มุขปลาไม่ชอบให้เคาะกระจก) แต่ขณะเดียวกันตัวละครที่เหลือกลับมีจุดเด่นแค่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้มีเสน่ห์ในตัวมากเท่าไหร่ เช่น ลูกเป็ดขี้เหร่ก็เป็นเพื่อนพระเอกที่ดูน่าสนใจน้อยสุด หรือ บทหมาป่าสาวที่ดูภายนอกเหมือนจะน่าสนใจแต่เมื่อออกมาแล้วก็ไม่มีอะไรให้จดจำ บทสำคัญอีกบทที่ผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่คือ Buck Cluck พ่อของ Chicken Little ที่เสียงพากษ์และบทของตัวละคร ไม่ทำให้ผมรู้สึกเข้าอกเข้าใจหรือเข้าถึงหัวอกคนเป็นพ่อได้มากพอ ส่งผลกระทบกับทำให้ผมไม่กินใจกับเรื่องราวความสัมพันธ์พ่อ-ลูกในเรื่องได้มากเท่าไหร่ นอกจากคาแรคเตอร์ตัวละครแล้วการที่หนังโยงไปถึงเรื่องมนุษย์ต่างดาวทำให้องค์ประกอบชิ้นอื่นๆเช่น วัตถุจากฟากฟ้าหรือ Tripods ก็เป็นตัวสร้างสีสันกับเรื่องได้มาก เรื่องราวในช่วงท้ายที่เป็นการบุกโลกสร้างความสนุกสนานตื่นเต้นได้ดี

...อารมณ์ขันในหนังมีอยู่เกือบตลอดเวลา แต่มุขของหนังยังไม่เฉียบขาดเท่าอนิเมชั่นเรื่องก่อนๆ มุขส่วนใหญ่มาจากคาแรคเตอร์ตัวละครที่มีลักษณะโดดเด่นในตัวทั้งจากรูปลักษณ์ภายนอก และ จากบุคลิกนิสัย (ใครใคร่ชอบน้องหมูขี้ตื่น หรือ จะชอบน้องปลา น้องเม่นที่ออกมาแค่ โย่ว หรือ น้องเป็ดก็ว่ากันไป) โดยส่วนตัวนอกจากมุขคาแรคเตอร์ตัวละครแล้วยังชอบมุขโรงเรียนสอนภาษา และมุขเสียงปริศนาในไร่ข้างโพด และ นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่มีมุขแป้กที่ผมเองไม่ขำเยอะอยู่เหมือนกัน หนังยังมีการใส่มุขล้อเลียนจากหนังเรื่องอื่นๆ ซึ่งมุขล้อเลียนนี้ไม่ค่อยได้เห็นในการ์ตูนของ Disney เท่าค่ายอื่นๆ ในเรื่องนี้เราจะได้พบกับการอ้างอิง War of the worlds , Signs ไปจนถึงสัตว์ตัวใหญ่กว่าที่กำลังจะเข้าโรงอย่าง King Kong

...อีกส่วนหนึ่งที่หนังหยิบมาเล่นได้อย่างสนุกสนานคือการใส่เพลงดังๆในอดีต บางเพลงเลือกเข้ามาสอดคล้องกับเรื่องราว บางเพลงก็หยิบมาใส่โดยไม่มีที่มาที่ไปชนิดเอาฮาโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น แต่ข้อสำคัญคือมันได้จังหวะลงตัว จึงเรียกรอยยิ้มจากคนดูได้ไปอีกกระบุงโกย ไม่ว่าจะเป็น If You Wanna Be My Lover , I will Survive (ขำตรงจังหวะที่ใส่เพลงเข้ามา กล้าหาญมากใส่มาได้ในฉากนั้นและมันก็ขำได้จริงๆ) , Ain't No Mountain High Enough , We Are The Champions ที่ถูกแปลงไปเรียบร้อยโรงเรียนกุ๊กไก่ (มีแอบครางแบบ Freddie mercury ซะด้วย)

...แม้ว่าเรื่องความหรรษาจากรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจะมีอยู่ต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับเรื่องที่ผ่านมาๆ ในแง่อารมณ์ความรู้สึก หรือ แก่นสาระ แล้ว Chicken Little ยังลงได้ไม่ลึกซึ้งกินใจและจับได้ไม่แน่น อาจเพราะหนังพยายามจับหลายประเด็นแต่เป็นแบบจับปล่อยๆ ไม่ได้เอาเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้มั่นไปเลย อย่าง Finding Nemo ก็ทำออกมาได้ชัดเจนและกินใจในความรักของพ่อ-ลูก หรือ Toy Story ก็เป็นเรื่องคุณค่าของสิ่งที่เราหลงลืมเมื่อกาลเวลาผ่านไป ในขณะที่กุ๊กไก่ประเด็นที่ชัดที่สุดคือ ความสัมพันธ์พ่อลูก ส่วนประเด็นคนไม่เด่นดัง VS. คนดัง , ประเด็นมิตรภาพเพื่อนพ้อง , ประเด็นการเติบโตของกุ๊กไก่กับฝันร้ายในอดีต ก็เล่าแบบผ่านๆจนแทบจะไม่ทันได้รู้สึกอะไร แม้แต่ประเด็นพ่อลูกเองมันไม่สามารถสร้างความลึกซึ้งกินใจได้ยิ่งเทียบกับ 2 เรื่องที่ฉายในช่วง 2 ปีนี้อย่าง Finding Nemo และ Robots ในปีนี้มีหนัง Disney เรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากนั่นคือ Sky High มีหลายประเด็นคล้ายๆกับเรื่องนี้แต่ทำออกมาได้ชัดเจนกว่า และเป็นตัวอย่างที่ดีของการจับประเด็นเดียวแล้วเค้นให้มั่น มันก็จะทำให้คนดูได้อะไรจากหนังไปมากกว่าความบันเทิง

...Walt Disney เป็นเสมือนรัฐบาลพรรคเดียวของวงการอนิเมชั่น โดยไม่มีใครอาจหาญเทียบชั้นได้ โชคดีที่ Disney เป็นรัฐบาลพรรคเดียวที่มีคุณภาพคนดูจึงได้รับแต่ผลงานดีๆมาตลอดโดยไม่มีใครก่อม็อบโวยวาย ทุกคนยอมเสียเงินให้ทุกครั้งที่หนังของ Disney เข้าฉาย แน่นอนการเป็นเจ้าตลาดเพียงผู้เดียวก็ต้องมีข้อเสียตามมา ข้อเสียมันก็คือการจำกัดความหลากหลาย ที่ผ่านมาแม้ว่าหลายต่อหลายพรรคที่ต้องการโค่นล้ม Disney จะมาท้าทายอำนาจก็ไม่อาจสั่นคลอนได้ ส่วนหนึ่งของรัฐบาล Disney ที่มีอิทธิพลครองใจคนดูคือการมี ก๊วน Pixar ที่สร้างสรรผลงานดีมีคุณภาพออกมาอย่างต่อเนื่อง

แต่มาถึงปัจจุบัน ดูเหมือน Disney จะเริ่มสั่นคลอนเป็นเสียที เมื่อหลายต่อหลายเจ้าเริ่มพัฒนาตัวเองจนวิ่งไล่กวดทัน เช่น DreamWorks (Shrek , Madagascar) หรือ 20th century Fox (Ice Age / Robots) และ สตูดิโอ จิบลิที่เริ่มรุกตลาดตะวันตกอย่างจริงจัง รวมไปถึงความจริงที่น่าสนใจว่าหลายปีหลัง หนังอนิเมชั่นของ Disney เองไม่มีเรื่องไหนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามเหมือนสมัยก่อนเลยยกเว้นเป็นเรื่องที่ทำร่วมกันกับ Pixar จนมาถึงวันนี้ Disney ก็ต้องมาถึงจุดแยกสำคัญเมื่อเพื่อนสนิทอย่าง Pixar ต้องมาแยกทางกันเดิน หลังจากร่วมทางสร้างอนิเมชั่น CG 3มิติกันมาร่วม 10 ปีนับตั้งแต่ Toy Story ดังนั้นงานชิ้นนี้จึงเป็นงานอนิเมชั่น CG เรื่องแรกของ Disney ที่จะได้วาดลวดด้วยตัวเองหลังแยกทางกับ Pixar และจะเป็นบทพิสูจน์ว่า 10 ปีที่ร่วมงานกันมา Disney ได้อะไรติดตัวมาด้วยหรือไม่และพร้อมจะยืนหยัดโดยไม่มี Pixar ได้หรือไม่

...ยังจำได้ว่าตอนงานอนิเมชั่น CG 3 มิติที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆ ผู้คนต่างกลัวว่าเสน่ห์ของงานอนิเมชั่นจะลดน้อยถอยลงเมื่อเทียบกับงานที่ใช้คนวาด แต่ Pixar ก็สามารถทำให้คนดูได้เห็นว่า ภาพประดิษฐ์จากคอมนั้นหากมีการเอาใจใส่ในรายละเอียด และ มีบทที่รองรับตัวละครไว้เป็นอย่างดีแล้ว การใส่ “ใจ” ลงไปในหนังไม่จำเป็นต้องผ่านมือกับปากกาแต่สามารถผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นทำได้ ส่งผลให้ Pixar เป็นสตูดิโอที่ไม่ได้ดีแค่เส้นสายลายสีของภาพ แต่ยังเอาชนะใจคนดูได้ด้วยเรื่องราวที่มีธีมหนักแน่น ประทับใจ ไม่ได้เป็นแค่อนิเมชั่นสำหรับเด็กแต่เป็นอนิเมชั่นสำหรับคนดูทุกเพศทุกวัย นับตั้งแต่ Toy Story 1 และ 2 , A Bug's Life , Monsters Inc., Finding Nemo , The Incredibles แม้แต่อนิเมชั่นสั้นๆปะหัวอย่าง Geri's Game ที่ใครได้ดูคงยังไม่ลืมความละเอียดของภาพชายแก่เล่นหมากรุกจนถึงทุกวันนี้

... Chicken Little เป็นผลงานเรื่องแรกของ Disney ที่ไร้เงา Pixar ที่ Disney แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องพึ่ง Pixar ก็สามารถถ่ายทอดความงามและรายละเอียดของภาพชนิดสู้ได้ไม่น้อยหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่ Disney ไม่สามารถรับมรดกต่อมาได้นั่นคือ ความประทับใจลึกซึ้งกินใจ จากอนิเมชั่นของค่าย Pixar ทำให้ Chicken Little มีความงามของเส้นสายลายสีไม่แพ้เรื่องใดในค่าย Pixar แต่ด้อยกว่าทุกเรื่องของ Pixar ในแง่ความรู้สึกและธีมของหนัง

ถัดจาก Chicken Little ไปแล้วยังเหลือผลงานร่วมกันเรื่องสุดท้ายของ Disney และ Pixar นั่นก็คือ Cars ที่จะมาวาดลวดลายบนจอปีหน้า และหลังจากนั้นเราคง ได้แต่เฝ้ามองว่า ในช่วงที่พิกซาร์ยังไร้เพื่อนร่วมทุน เพื่อนสนิททั้งคู่จะกลับมากอดคอรักกันได้อีกหรือไม่ หรือจะลงท้ายสายเกินไปอย่างเพื่อนสนิทไทยๆเราที่ว่า

“ฉันรักแกวะ พิกซาร์”

“มาบอกอะไรป่านนี้ ดิสนี่ย์”



สิ่งที่ชอบ

1.คาแรคเตอร์... หนังซื้อใจคนดูตั้งแต่สปอตโฆษณา กุ๊กไก่ ไม่ให้โทรศัพท์ในโรงพร้อมเต้นมาหย่าฮี๊ มาหย่าฮู๊แล้ว กุ๊กไก่ เป็นคาแรคเตอร์ที่ติดตา น่าหมั่นไส้ อยากเข้าไปหยิบแก้มถอนขนเล่นมาก ผู้สร้างใส่ความน่ารักน่าชังเอาไว้ได้เต็มเปี่ยม พอเข้าไปในหนังก็เต็มไปด้วยตัวละครที่มีลักษณะน่าจดจำ และ คาแรคเตอร์ของตัวละครเหล่านี้เองที่ทำให้หนังชวนติดตามมากขึ้น

2.รอยยิ้ม ความฮา ... หนังเรียกรอยยิ้มคนดูได้ตลอด กับ มุขตลกที่โปรยมาเรื่อยๆ และ อย่างที่บอกไว้จากข้อ 1 บางครั้งหนังไม่ต้องหย่อนมุข คนดูก็ทั้งยิ้มและขำจากสีหน้าท่าทางของตัวละครไปแล้ว

สิ่งที่ไม่ชอบ

1 ไม่เข้าถึงใจ ... เป็นความรู้สึกเปรียบเทียบที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผมเชื่อว่าคนที่ติดตามอนิเมชั่น 3 มิติมาตลอดของ Pixar ย่อมมีภาพเก่าๆติดมาด้วยตลอด ภาพเก่าๆที่คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกันทุกเรื่อง พอมาถึงเรื่องนี้ผมรู้สึกชัดว่ามันตกลงไปและไม่ได้เข้าถึงใจได้เหมือนเรื่องอื่นๆ ไม่ใช่ว่าหนังทำได้ไม่ดีแต่มันทำได้ไม่ดีเท่าเรื่องก่อนๆ ขาดความลึกซึ้งกินใจ ดูจบแล้วจบเลยไม่ได้อยากดูซ้ำ เป็นสิ่งที่ไม่ชอบและเป็นความรู้สึกเดียวที่เกิดกับเรื่องของคู่แข่งฟากตรงข้ามที่ฉายปีนี้อย่าง Madagascar

สรุป ... ไม่เสียดายตังค์แน่นอนกับคนรักอนิเมชั่น มุขอาจจะดูเหมาะสำหรับผู้ใหญ่เพราะบางมุขเป็นมุขล้อเลียนแต่กับตัวหนังค่อนไปทางโลกของเด็กมาก (ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบอยู่ในโลกของเด็กๆมากเกินไป) และ หากถูกจับมาเปรียบเทียบกับอนิเมชั่นเรื่องอื่นๆ อาจด้อยกว่าไม่มากนักแต่ด้อยกว่าแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธีม อารมณ์กินใจ หรือ มุขตลก แต่หากมองตัวมันเพียงผู้เดียวโดยไม่สนใจใครแล้ว ภาพรวมของกุ๊กไก่น้อยอยู่ในกลุ่มอนิเมชั่นคุณภาพ ที่ขำขำ มีสาระ และ ภาพสวย ส่วนตัวให้คะแนนความขำนำห่างคะแนนสาระ กินใจ มากพอสมควร


บทความเฉพาะกิจ : เชิญชวนมาพูดมาคุยถึง พ่อ ในหนังที่คุณประทับใจที่บล็อค >> ปีนี้คุณคิดถึง "พ่อ" ในหนังเรื่องไหน และ คุณประทับใจเพราะอะไร? (คลิกที่ชื่อได้เลยครับ)




ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 05 ธันวาคม 2548
Last Update : 7 ธันวาคม 2548 21:28:24 น.
Counter : 3814 Pageviews.

39 comments
Anyone Who Had A Heart (Oldies) - Dionne Warwick ... ความหมาย tuk-tuk@korat
(10 มี.ค. 2562 10:31:45 น.)
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
🙏พระมเหศวร กรุวังบัว🙏 โอน่าจอมซ่าส์
(12 มี.ค. 2562 08:07:22 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
  
แวะมาอ่านก่อนไปดูหนังค่ะ
โดย: woodchippath วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:3:07:26 น.
  
^__^ ... เข้ามาอ่านคับผมฃ
โดย: + MenGie + วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:4:13:53 น.
  
แวะมาโหวตให้ครับ ชอบผลงานที่คุณนำมาเสนอมากๆ แอบติดตามเป็นแฟนคลับมานานมากแล้ว
ขอบคุณครับที่นำสิ่งดีๆมาฝากกันเสมอมา
โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:8:30:11 น.
  
ว่าจะไปดูค่ะ
เห็นไตเติ้ลแล้วน่ารักดี
ตัวการ์ตูนก็ดูดีค่ะ
เจ้าไก่น้อยน่ารัก

แวะมาเป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกค่ะ
ทำบล็อกดีๆแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ
โดย: หมูน้อยหน้าใส วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:10:33:25 น.
  
โดย: 5 ธันวาคม 2548 IP: วันที่: 11:21:23 เวลา:158.108.211.178 น.
  
คอมมันเป็นไรไม่รู้อ่า
หนังเรื่องนี้ดูแล้วคร่า
ชอบมุขตลก และตัวลูกไก่น่ารัก
แอนนิเมชั่นของ Pixar ทำได้โอเคอยู่แล้ว
แวะมาเยี่ยมเยียนน้า
Happy Father's Day
โดย: YUI - MUNMOO (YUI_MUNMOO ) วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:11:36:06 น.
  
โอ๊ะ มีคนคิดเหมือนเราด้วยแฮะ ว่าเดี๋ยวนี่ Disney เริ่มหยุดชะงัก
โดย: noobest IP: 61.91.162.233 วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:13:54:03 น.
  
อยากดูหนังน้องไก่จัง ไม่มีใครพาไปดู ฮืออออออ

แวะมาโหวตให้สาขาภาพยนตร์ ชิงรางวัลบล็อกซะก้าค่ะ
โดย: หมี (ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด ) วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:14:05:20 น.
  
หุๆ ชอบน้องไก่มากเลยนิ ฮาดีบางตอน
โดย: วิริยะ เหลือง IP: 61.91.212.36 วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:15:22:24 น.
  
ไปดูมาแล้วเหมือนกันครับ แถมรู้สึกเลยว่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ ดูแล้วมันผ่านมาก็ผ่านไปไงไม่รู้
โดย: I want to change the world IP: 203.156.74.208 วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:16:33:57 น.
  
เคยเห็นอินะเมกุ๊กไก่ที่เต้นน่ารักจังค่ะ แต่ที่ญี่ปุ่นเห็
นรูปนี้มันอยู่ในโฆษณา แว่นตาอะค่ะ ไม่รู้ว่าคาแรกเตอร์มันคืออันไหน ของสินค้าใดค่ะ
สุขสันวันพ่อ
โดย: erina วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:16:34:34 น.
  
มาจ่ายค่าแวะมาอ่านค่ะ อิอิ มะค่อยชอบดูตูนส์ในโรงอ่ะค่ะ เด๋วมีหนังแผ่นแล้วค่อยดู
โดย: ladybear (ladybear ) วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:18:05:01 น.
  
ไปดุมาแล้วครับ สนุกมากกกก เข้าใจทุกมุขเลย สงสัยยังเด็กแน่ๆๆ เรา
โดย: HobbiT_tua_noi วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:18:27:35 น.
  
แวะมาโหวตให้ค่ะ ติดตามอ่าน review ของคุณมาตลอด อยากให้ได้รางวัลยอดเยี่ยม

สำหรับเรื่องนี้ดูมาแล้ว ทำให้คิดถึง "พ่อ" สมกับที่เค้าเอามาลงโรงฉายในวันพ่อจริง ๆ

ไม่ค่อยมีคำชมค่ะ นอกจากจะชอบที่มีดนตรีประกอบมัน ๆ กวน ๆ นอกนั้น CG และ เนื้อเรื่องก็ธรรมดา

โดย: Tai-Sarunya (Tai-Sarunya ) วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:19:48:02 น.
  
ไปดูมาแล้ว ก็สนุกดีครับ หนังดูได้เรื่อย ๆ ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่ที่ชอบที่สุดคงเป็นเจ้าปลาครับ กับฉากคิงคอง
โดย: sui_dream IP: 58.9.40.139 วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:20:10:51 น.
  
สวัสดีค่ะ
หนังทำได้สนุกประมาณนึง แต่ยังไม่ถึงใจเหมือนที่คุณบอก

ต้องขอชมคนทำโฆษณา presentation ทำได้น่าดึงดูดใจมาก เพราะใครที่เห็นโฆษณาแล้วล้วนอยากไปดูไก่น้อยผู้น่ารักทั้งสิ้น และต้องชมคนวาดการ์ตูนไก่ วาดได้หน้าตาน่าเอ็นดูเหลือเกิน

ชอบตัวละครไก่น้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูดี และชอบคาแรคเตอร์ของหมู และปลา ดูแล้วขำและขโมยซีนได้ดี
โดย: 1993 IP: 61.91.135.189 วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:21:22:57 น.
  
... ขอบคุณทุกท่านครับที่เข้ามาพูดคุยกัน จะชอบหรือเฉยๆหรือไม่ชอบก็แตกต่างกันได้เต็มที่ครับ มีความสุขในวันพ่อนี้โดยถ้วนหน้ากันนะครับ
1
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:21:28:47 น.
  
ดูแล้วอยากได้น้องกุ๊กไก่แบบนี้ซักตัว

=)
โดย: hunjang วันที่: 5 ธันวาคม 2548 เวลา:22:26:52 น.
  
เป็นหนังที่อ่อนที่สุดของ Pixar เท่าที่ได้ดูมาเลยค่ะ
แต่ก็ดีแล้วค่ะ บางครั้งเราต้อง drop ลงมาก่อน
ถึงจะพุ่งขึ้นได้ใหม่

Disney เป็นเจ้าแห่ง "การ์ตูน" ก็จริง
แต่อย่าลืมว่า พอมีการแจกรางวัล
คู่แข่งโฉบไปกินหน้าตาเฉย

แต่ต้องชื่นชม Disney นะคะ
เขาทำ marketing ดี
ทุกเรื่องที่สร้างขายได้เป็น All-time Hit ในแวดวงวีดีโอ
เพราะ Disney ไม่ยอมขายลิขสิทธิ์ให้เคเบิล
คุณพ่อคุณแม่เลยต้องซื้อวีดีโอสะสมเอาไว้
คิดดูแล้วกัน มีเด็กเกิดทุกวัน ...รวยแย่



โดย: นารูมิ วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:11:31:03 น.
  
“ฉันรักแกวะ พิกซาร์”

“มาบอกอะไรป่านนี้ ดิสนี่ย์”
เอ่อ.......พูดไม่ออก
โดย: azzurrini วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:15:33:47 น.
  
M คุ
โดย: 6 ธันวาคม 2548 IP: วันที่: 16:18:59 เวลา:202.47.233.109 น.
  
รู้สึกว่าเป็นกุ๊กไก่ ซุกซน และคาเรกเตอร์เป็นเอกลักษณ์มากๆ ที่ชอบ(ยังไม่ดู)ก็เห็นจะเป็น ชอบไก่แดนซ์ 555+ อืมเมื่อกี้ post พลาดไปไม่แน่ใจว่าไปโดน enter แล้ว Post เข้าเลยหรือเปล่า โทษนะ
โดย: M คุง IP: 202.47.233.109 วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:16:22:23 น.
  
คือเค้าให้ Comment หงะ ก็เลยต้อง Comment มา
โดย: มอมแมม IP: 203.144.208.214 วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:16:43:39 น.
  
แต่ทำมาแล้ว ตัวละครมันดึงดูดให้เข้าไปดูจริงๆน่ะ
โดย: แอบมาดู IP: 58.10.50.149 วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:22:38:02 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลย

วันจันทร์จะไปดูนานะ คนข้างตัวก็ลากไปดูเรื่อง อิออนฟลักซ์ซะนี่



สำหรับแฮรี่ เราก็เชื่อว่าสเนปเป็นคนดีเหมือนกันค่ะ เผลอๆ เล่ม ๗ อาจจะตายก็ได้ (หลังจากเฉลยให้คนดูได้รู้ว่าจริงๆ แล้วสเนปเป็นคนดีแล้ว และคนอ่านรักสเนปไปแล้ว) เพราะเจ๊แกใจร้ายจะตาย


รอนก็เป็นอีกตัวที่เราชอบค่ะ แล้วคนที่แสดงในหนังเราก็รู้สึกว่าเค้าแสดงได้ดีด้วยหละค่ะ

เราชอบเล่มนี้ในระดับหนึ่งเหมือนกันค่ะ แต่อย่างที่บอก...มันรู้สึกไม่อิ่มยังไงไม่รู้ค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 7 ธันวาคม 2548 เวลา:12:15:18 น.
  
แวะมาอ่านก่อนไปดูครับ
ขอบคุณที่มีอะไรดีๆให้อ่าน
จะติดตามตลอดไปครับ
โดย: gonz IP: 203.130.144.55 วันที่: 7 ธันวาคม 2548 เวลา:13:05:11 น.
  
เข้ามาอ่านแล้วนะครับ
โดย: Unregistered user วันที่: 8 ธันวาคม 2548 เวลา:0:40:16 น.
  
เพิ่งดูเมื่อกี้เอง สดๆร้อนๆ อิอิ
อยากให้เสียงพากย์กุ๊กไก่เป็นเสียงเด็กอะ
โดย: kwanrapee IP: 58.9.134.240 วันที่: 8 ธันวาคม 2548 เวลา:20:16:11 น.
  
วิจารย์ได้ดีมากเจงๆ เลยคราบ
ชอบคราบ
โดย: zatoru IP: 58.11.110.7 วันที่: 9 ธันวาคม 2548 เวลา:20:03:20 น.
  
กำลังจะไปดูพรุ่งนี้แล้วคับ กับ.. เอ่อ..อ.. คือ กับ... "เพื่อนสนิท" น่ะคับ
โดย: เจ้าสำราญ วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:4:50:33 น.
  
ดีมากขรับ

โดย: พนหงมอช IP: 202.133.139.28 วันที่: 11 ธันวาคม 2548 เวลา:15:30:21 น.
  
re: "..ไม่จำเป็นต้องผ่านมือกับปากกา.."
ผมว่าน่าจะเป็นดินสอมากกว่านะครับ
โดย: pen or pencil IP: 202.44.231.8 วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:10:34:09 น.
  
ไปดูเพราะความน่ารักของมันนี่แหละค่ะ
โดย: vicki IP: 58.10.31.11 วันที่: 13 ธันวาคม 2548 เวลา:21:00:53 น.
  
อยากดูค่ะ แต่ยังไม่ได้ไปดู
โดย: ต๋องตึง วันที่: 15 ธันวาคม 2548 เวลา:16:24:04 น.
  
ชอบ charater ของ fish กะ chicken แต่ดูจบแล้วไม่ประทับอะไรเป็นพิเศษ
โดย: heartfelt IP: 202.28.181.9 วันที่: 18 ธันวาคม 2548 เวลา:17:13:55 น.
  
ผมเพิ่งได้ดูหนังแผ่นครับ

เข้ามาบอกว่า เห็นด้วยอีกแล้วครับ เรื่องที่ว่า ไม่กินใจซักเท่าไหร่ ฮาๆ

แต่ที่ชอบคือ Fish นี่แหละครับ Character ของมันเฉยๆ ก็ทำผมหัวเราะได้

แล้วจะเข้ามาเรื่อยๆค้าบ
โดย: Elrond วันที่: 26 ธันวาคม 2548 เวลา:23:04:08 น.
  
คนที่ดูแล้วจะสนุกมากขึ้น น่าจะเป็นผู้ใหญ่วัยสี่สิบอัพ เหอๆ เพราะเพลงที่เอามาเล่นนั้นมีตั้งแต่ประมาณยุค 70 เป็นต้นมา แปลกใจว่าคนทำการ์ตูนคงจะต้องติดใจเพลงยุคนั้นไม่น้อย เพราะตัวเองก็ห้าสิบอัพแล้ว ดูแล้วก็ขำกับเจ้าหมูอ้วนกับอาการบ้าเพลงที่เรารู้จักทั้งนั้น แม้กระทั่งเพลงเครดิตไตเติลตอนจบของเซอร์เอลตันจอห์น ที่ชอบอีกอย่างคือการสร้างแคแรคเตอร์ของแต่ละตัว ทำได้มันมาก คนพากษ์ก็สามารถพูดอะไรยากๆ ได้อย่างนึกไม่ถึง และมุขเสียดสี War of The World ได้หนุกหนานไปอีกแบบ ถึงจะไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟกไปทั้งหมด แต่ดูจบแล้วก็บันเทิงสมความตั้งใจคนทำ แต่สงสัยอย่าง ..เด็กมันจะดูรู้เรื่องซักเท่าไรเนี่ย (วัยรุ่นก็เถอะ..)
โดย: Bkkbear IP: 61.90.85.87 วันที่: 30 ธันวาคม 2548 เวลา:10:20:04 น.
  
เพิ่งดูมาเลยค่ะ ก็สนุกเพลินๆ ดีนะ แต่ก็เห็นด้วยว่ามันไม่กินใจซักเท่าไร ดูไม่ประทับใจมาก หรืออาจเป็นเพราะเราคาดหวังความฮาไว้มากไปรึเปล่าก็ไม่รู้นะคะ

...ถ้าดูหนังเรื่องนี้รอบกลางวันๆ คงจะได้บรรยากาศดีทีเดียว ...เสียงผู้ชมเด็กๆ กรี๊ดกร๊าดกันตลอดเลยค่ะ (ใครรักความสงบควรดูรอบที่พวกเค้าน่าจะนอนแล้วนะคะ ^ ^'')
โดย: nothing IP: 203.153.201.200 วันที่: 22 มกราคม 2549 เวลา:22:11:26 น.
  
ไม่สนุกเลยอ่ะ รำคาณไก่
โดย: นัทตี้ IP: 124.121.48.219 วันที่: 2 กรกฎาคม 2549 เวลา:0:11:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด