Sky High , อยากจะเป็น hero ที่ "เปลือก" หรือที่ "แก่น"


... สังคมมักถามหาว่า ใครเป็นต้นเหตุที่ทำให้เด็กฆ่าตัวตายมากขึ้น ในกรณี วัยรุ่นสอบเอนทรานซ์ไม่ติด เด็กนักเรียนสอบได้เกรดไม่ถึงที่ตั้งใจ ฯลฯ เมื่อหาตะกร้ารองรับคนผิดได้ สื่อก็เลิกสนใจ โดยไม่ได้สนใจกันมองต่อและหาทางแก้ไขว่า อะไรที่ทำให้คนยุคนี้ยึดติดกับ เกรด กับ สถานะภาพ หรือ อันดับ กันมากมาย

หนึ่งปัจจัยที่เป็นคำตอบ คือ เรื่องของคุณค่าในสังคม ที่ไปยึดกันอยู่ตรง “เปลือก” มากกว่า “แก่น” ในตัวคน

.... ผมเชื่อว่า Will Stronghold ใน Sky High เหมือนเด็กหลายคนและอาจเหมือนเราในตอนที่เป็นเด็กๆ

…. Will Stronghold กำลังจะเข้าเรียนชั้นใหม่โรงเรียนมัธยม Sky High ในฐานะลูกของ The Commander ฮีโร่จอมพลังกับพละกำลังอันมหาศาล และ Jetstream ฮีโร่สาวผู้มีความสามารถในการบินบนท้องฟ้า 2 ฮีโร่สามีภรรยาที่โด่งดังที่สุดแห่งยุค ยุคที่ฮีโร่ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติธรรมดา พ่อแม่ของเขาเป็นศิษย์เก่าที่โด่งดังที่สุดของ Sky High เป็นอดีตเด็กนักเรียนที่มีพรสวรรค์มากที่สุด ทุกสิ่งที่พ่อและแม่ของเขาเป็น คือ สิ่งที่เขาไม่มีเลย

ที่โรงเรียน Sky High จะแบ่งเด็กในวันแรกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม hero คือกลุ่มที่มีความสามารถหรูหราอลังการงานสร้าง เช่น แปลงเป็นมนุษย์หินผา มีความเร็วเหมือนลมกรด มีความยืดหยุ่นของร่างกาย ถอดร่างได้หลายร่างๆ ตรงข้ามกับกลุ่มผู้ช่วยฮีโร่ หรือ Sidekick ที่ความสามารถมีเพียงน้อยนิด เช่น ส่องแสงในที่มืด , ปลอมตัวเป็นหนูทดลอง , เปลี่ยนรูปร่างเป็นของเหลว ฯลฯ

และเมื่อถึงคราวต้องแสดงความสามารถเพื่อที่จะแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม แน่นอน Will Stronghold อยู่ในกลุ่มหลัง

...แน่นอน พ่อเขาผิดหวังไม่น้อย พร้อมกับไปปรึกษาแม่เพื่อหาทุกวิถีทางในการเปลี่ยนลูกให้เป็น hero ในขณะที่ Will กลับบอกว่า เขาภูมิใจที่ตัวเองเป็น sidekick การไม่ได้เป็น Hero สำหรับ Will มีความหมายอย่างไร ?

..ความเป็น Hero แท้จริงแล้ว คือ ความคาดหวังที่พ่อมีตัว Will ความคาดหวังที่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งแล้วติดใส่บ่าทั้ง 2 ข้างให้ลูกแบกความคาดหวังของตัวเอง

..ความเป็น Hero มันคือ ภาพในอุดมคติ (Ego-Ideal) ที่ตัว Will เองก็อยากจะเป็น เหมือนเด็กทั่วๆไปที่จะมี ego – ideal ที่ได้มาจากพ่อหรือแม่ และเมื่อไปไม่ถึง เช่น สอบไม่ได้ เอนท์ไม่ติด ก็จะรู้สึกละอายผิดหวัง (Shame)

แล้วถ้าเขาเป็นไม่ได้ ชีวิตจะเป็นอย่างไร ?

... ในครอบครัว ที่ห้อมล้อมด้วยคนเก่งๆ พ่อเป็นหมอ แม่เป็นอาจารย์ พี่เป็นนักธุรกิจ ฯลฯ เราเป็นใครสักคนที่ไม่มีอะไรอยู่ในครอบครัว ในชั้นเรียนที่มองทางซ้ายก็นักเรียนคะแนนดีเกรดนิยม มองทางขวาก็นักกีฬาตัวโรงเรียน ส่วนเราเป็นใครตัวเล็กๆคนหนึ่งในชั้นเรียนที่กว้างใหญ่

เมื่อสังคมที่ยึดกันแค่คุณค่าภายนอกและเด็กบางคนไม่สามารถภาคภูมิใจในตัวเองได้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือบางคนก็ออกนอกลู่นอกทาง ไม่สนใจเรียน ใช้ยาเสพติด เพื่อเป็นการปลดแอกความคาดหวังที่ถูกติดตั้งจากพ่อแม่ในทางที่ผิด หรือ บางคนก็ทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตาย เพื่อหนีจากความคาดหวังที่ไปไม่ถึงแล้วละอายรู้สึกผิด

... เมื่อพ่อแม่ของเด็กๆมองคุณค่าของคนที่ เปลือก ย่อมส่งผลให้ลูกๆใช้ชีวิตเพื่อหาเปลือกมาสวมให้กับตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงตัวตนที่แท้จริง

เปลือกของพ่อแม่บางคน คือ การตัดสินคุณค่าแค่การมีลูกสอบได้ที่ 1 ชีวิตของลูกก็มีแต่การเรียนพิเศษ ติววิชา โดยไม่สนใจอื่นใด

เปลือกของพ่อแม่บางคน คือ การภูมิใจที่ลูกมีหน้ามีตาในสังคม ชีวิตของลูกก็มีแต่การหาทางออกงานสังคม โดยไม่สนใจอื่นใด

….Will Stronghold เองก็หลงใหลได้ปลื้มกับเปลือกอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อเขากลายเป็น hero เขาก็ถูกกลืนตัวตนโดยสถานภาพทางสังคม (ความเป็น hero) เหมือนกับ นางเอกใน Mean Girl เมื่อเข้าไปอยู่กลุ่มสาวพลาสติกเพื่อแกล้งเป็นในตอนแรก สุดท้ายก็ถูกกลืนแล้วกลายเป็นสาวพลาสติกอย่างแท้จริง

เฉกเช่นเดียวกัน เมื่อเราไปอยู่ในกลุ่มชั้นที่สูงกว่าหรือเหนือกว่าจากการแบ่งโดยพิจารณาแค่เปลือก ถ้าเราไม่มีความภาคภูมิใจในแก่นหรือตัวตนของเราที่มีอยู่ เราก็จะรู้สึกดีกับการที่มีเปลือกที่สูงกว่าคนอื่นๆ ความรู้สึกเหล่านั้นจะพอกพูนจนเราหลงไม่อยากออกจากสถานภาพนั้น เพราะถ้าหลุดต่ำลงมาจากสถานะนั้น เราก็กลัวจะโดนดูถูก

ดังนั้นคนเราจึงไม่สามารถที่จะเลิกการแบ่งชนชั้นกัน เหมือนกับที่ Layla เพื่อนสนิทของ Will Stronghold ตั้งข้อสังเกตว่า การแบ่งชนชั้นไม่ต้องรอถึงตอนโต แค่เข้ามัธยมมันก็เริ่มแล้ว ความพยายามปีนป่ายให้ได้สถานะภาพทางสังคมจึงไม่รู้จักจบสิ้น เพราะมันเริ่มตั้งแต่เรายังเป็นเด็กโดยไม่รู้ตัว

...แล้วหากเราไม่รู้ตัว ความสุขที่เปลือกจะพอกพูนหนาขึ้นเรื่อยๆ จนเบียดแก่นของเราลีบลงแล้วหายไปในที่สุด จนเราอาจกลายเป็นคนที่เหลือแค่เปลือกภายนอกเท่านั้น...

... พ่อแม่ จึงเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากในการเป็นกระจกให้กับลูก ว่าจะเลือกส่องให้ได้เห็น “ตัวตน” ที่แท้จริง หรือ จะเลือกส่องให้เห็นแต่ “เปลือก”

เพราะมันจะมีผลต่อการพัฒนาตัวตน (Self) ของเด็กคนนั้น ในหนังก็จะเห็นว่าแม้แต่ตัวร้ายที่ร้ายก็เพราะคนอื่นไม่เห็นคุณค่าของเขา คุณค่าอันเป็นเปลือกภายนอก ทั้งที่เขาเองก็มีความสามารถ เมื่อคนไม่ยอมรับเขาจึงต้องกลายมาเป็นผู้ร้ายในที่สุด ตรงข้ามกับ Will เมื่อเขารู้ว่าตัวเองไม่สามารถเป็น hero ในตอนแรกนั้น เขาบอกพ่อว่า เขาภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น sidekick เมื่อใดก็ตามที่เราภาคภูมิใจในสิ่งที่เราเป็นได้จริงๆ เราก็จะไม่ต้องหวั่นไหวกับคำพูดคนรอบตัว ไม่ต้องไปตามแก้ตัวคนอื่น และ เราก็จะสามารถมีตัวตนที่แท้จริงที่จะเติบโต เหมือนกับ Will และเพื่อนที่เป็น hero จากแก่นภายในไม่ใช่จากสถานะภาพ

... ในหนังเราจะเห็นหลักสูตร ผู้ช่วย hero สถานภาพที่หลายคนอาจมองอย่างดูถูก โดยลืมไปว่า เหล่า hero นั้นต่อให้มีความสามารถมากเพียงใด แต่หากไม่มีผู้ช่วยที่ดี เขาก็คงจะตายในเวลาอันรวดเร็ว ทุกวันนี้คงไม่มี The Commander หากไม่มีผู้ช่วยชีวิตเขาอย่างครูในห้องเรียน Sidekick ที่ตอนนี้กลายเป็นครูตกอับในโรงเรียน ที่แม้แต่ The Commander ยังไม่เคยจำชื่อได้หรือเล่าให้ลูกฟัง

ในหนังตอนใกล้จบ เราก็จะได้เห็นว่าสุดท้าย ต่อให้ Will จะเป็น hero ที่มีความสามารถยิ่งใหญ่มากเพียงใด หากเขาไม่มีผู้ช่วย hero ที่คนดูแคลนความสามารถอย่าง ส่องแสงในที่มืด , ปลอมตัวเป็นหนูทดลอง , เปลี่ยนรูปร่างเป็นของเหลว ฯลฯ เขาก็ไม่มีวันปกป้องโลกได้อยู่ดี และ หากจะเปรียบกับโลกมนุษย์ที่เราอยู่กันจริงๆ ตัวอย่างหนึ่งก็เหมือนกับ การผ่าตัดคนไข้ ต่อให้หมอเก่งแค่ไหน หากไม่มีพยาบาลผู้ช่วยที่ดี ไม่มีคนทำความสะอาดเครื่องมือที่ดี ไม่มีเจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่รอบคอบ ฯลฯ การผ่าตัดนั้นก็ไม่มีทางลุล่วงสำเร็จด้วยดี แต่น่าตลกตรงที่เมื่อการผ่าตัดสิ้นสุดลง คนที่ได้รับคำขอบคุณ มักเป็นหมอเพียงคนเดียว

...ในสังคมที่ยกย่องคนที่เปลือก คนที่อยู่ในสถานะสูงกว่ามักจะได้รับการยอมรับมากกว่าโดยอัตโนมัติ แท้ที่จริงแล้ว ในสังคมทุกฟันเฟือง ทุกบทบาทล้วนมีค่าสำคัญทั้งหมดทั้งสิ้น แต่เมื่อคนในสังคมมองกันที่เปลือก มันจึงทำให้ความเหลื่อมล้ำในชนชั้นนั้นไม่มีวันหมดสิ้นไป


...แม้ว่าหนังจะมีกลิ่นอายหลายส่วนผสม เช่น รถบัสสายพิเศษเฉพาะโรงเรียน Sky High ก็คล้ายๆกับรถไฟไปยังฮอกวอต + การคัดเลือกหาคุณสมบัติของนักเรียนก็เหมือนการสวมหมวกคัดสรรของที่ฮอกวอท จาก Harry Potter ,การมีพ่อแม่เป็นซูเปอร์ฮีโร่ก็คล้ายกับเรื่องราวใน Spy Kids , โรงเรียนรวมพลคนมีความสามารถก็ถอดมาจาก X-men และ ความสัมพันธ์แบบในความคุ้นเคยกันอยู่มันแฝงอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น อันนี้ก็เพิ่งได้ดูกันมาจากเพื่อนสนิท หนังเป็นเหมือนการการยำเนื้อหาหลายเรื่องแล้วปรุงใหม่ หนังเปิดด้วยลายเส้นรูปวาดเหมือนหนังส่วนใหญ่ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูน ก่อนที่จะเริ่มเดินทางเหมือนหนังของดีสนีย์ที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยไร้มลพิษ

...ตัวหนังเป็นการยำใหญ่ใส่สารพัดที่ออกมาแล้วกลมกล่อม สนุก ได้รสเฉพาะตัว ไม่รู้สึกว่าเป็นการเลียนแบบใครมา แม้ว่าจะดูเป็นหนังเด็กๆแต่ก็เป็นหนังเด็กที่ทำออกมาให้ผู้ใหญ่สามารถสนุกเพลิดเพลินได้ชนิดที่ว่าจบไม่รู้ตัว ทุกอย่างในเรื่องเป็นสูตรสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น การแบ่งกลุ่ม , การเป็น underdog , คู่อริที่กลายเป็นคู่สนิท , การแอบปิ๊ง(แม้แต่การถ่ายทำฉากนี้เป็นสูตรสำเร็จ) , การเผลอไผลลืมตัว แล้วลงเอยด้วย การกลับตัวกลับใจ ฯลฯ แต่การมีสูตรสำเร็จไม่ใช่ข้อเสียของหนังเลย เพราะผู้กำกับสามารถใส่สไตล์และความลงตัวให้สูตรสำเร็จนั้นไม่รู้สึกซ้ำซาก แต่เป็นสูตรสำเร็จที่คนดูรู้สึกสนุกไปด้วย หลายสิ่งในหนังคนดูอาจพบเห็นมาแล้วในหนังต่อหลายเรื่อง แต่หนังก็สร้างความสนุกหรรษาได้มากอยู่ แถมอาจจะมากว่าต้นฉบับบางเรื่องที่เคยดูมาแล้วด้วยซ้ำ เป็นการมีบทหนังที่ดีและผู้กำกับเองก็ควบคุมองค์ประกอบทั้งหลายให้ออกมาลงตัว

... Kurt Russell แสดงเป็นพ่อและซูเปอร์ฮีโร่ผู้เย่อหยิ่ง ทะนงตัวได้น่าหมั่นไส้ดีเหมือนกัน ส่วน Kelly Preston นั้นดูจะไม่ได้แสดงความสามารถในหนังมากนัก แต่สำหรับผมเธอก็ยังสวยไม่สร่างเช่นเคย บทโค้ชที่บางคนอาจรู้สึกคุ้นๆหน้าก็ได้นักแสดงผู้ถนัดในการขุดหลุมสู้กับผีอย่าง Bruce Campbell จาก evil dead มารับบทห้าวโหด หนังสามารถกระจายความสำคัญและความเด่นให้กับทุกบทแม้แต่บทประกอบเล็กๆอย่างคนขับรถ , ลูกสมุนวายร้าย (ฉากที่บอกให้ขโมยเกมส์ playstation ขำดี) หรือ ครูที่สอนแต่ละวิชา ฯลฯ นอกจากนี้บทหนังเองก็เต็มไปด้วย dialogue ที่ฉลาดๆทำให้คนดูยิ้มไปหัวเราะไปได้ตลอด

กลุ่มที่ต้องชื่นชมคือกลุ่มนักแสดงที่เล่นเป็นนักเรียนในโรงเรียน Sky high ทั้งหลาย แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นหน้าใหม่ๆ แต่ก็สร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเองได้อย่างน่าชื่นชม พวกเขายังจับมือกันผลักให้หนังเดินหน้าไปจนจบอย่างไม่รู้เบื่อ รายละเอียดอันเป็นองค์ประกอบอื่นๆของหนังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่มีที่ติ

สิ่งที่ชอบ

1.ความบันเทิงทุกเพศวัย ... ผมชอบที่ว่าแม้เป็นหนังเด็ก แต่คนสร้างก็สามารถทำให้เป็นหนังที่ผู้ใหญ่ดูสนุกไปด้วย ไม่ใช่ตลกแบบแหะๆขอไปที แต่เป็นความบันเทิงดีๆที่ดูสนุกอย่างมีความสุข

2.สาระสอดแทรก ... ผมชอบประเด็นการให้ความสำคัญกับ “คนไม่สำคัญ” ซึ่งที่จริงแล้วสำคัญไม่แพ้ใคร มันสามารถสะท้อนถึงสังคมทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดี รวมไปถึง ประเด็นอื่นๆที่หนังแอบใส่อยู่ทั้งเรื่อง

3.ความสนุกแม้ซ้ำซาก ... ผมชอบที่หนังรู้จักใช้ของเก่าให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ การลอกของเก่ามาทั้งดุ้นแต่เป็นการนำข้อดีจากหนังที่เคยมีแล้วมาสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเอง เป็นอีกเรื่องที่แสดงให้เห็นว่า ความซ้ำซากหรือสูตรสำเร็จหลายอย่างนั้นถ้าใช้ให้เป็น ก็ยังสนุกและได้ผลเสมอ ไม่แน่อาจดีกว่าความพยายามแหวกแนว แต่ทำออกมาไม่เข้าท่า เปรียบได้กับพ่อครัว ต่อให้มีไข่ไก่มาทำไข่เจียว หากมีฝีมือก็ย่อมอร่อยกว่า พ่อครัวที่ไม่เก่งแต่ได้ไข่ไดโนเสาร์มาทำไข่เจียว

สรุป ... นี่อาจไม่ใช่หนังที่ดีเด่นวิเศษเลอเลิศ จบแล้วก็ไม่ได้ตราตรึงในความทรงจำ เพียงแต่มันเป็นหนังที่ผมดูในโรง SF MBK เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาพลางคิดในใจขณะดูว่านี่เป็นหนังสนุกและดีเรื่องหนึ่ง เสียดายไม่รู้ว่าเหตุผลอันใดที่เลือกฉายแค่วงแคบ เป็นอีกเรื่องของปีที่พ่อแม่ลูก สามารถนั่งดูพร้อมกัน สนุกด้วยกัน และ จบลงด้วยการได้อะไรดีๆถ้าจะหยิบมาพูดมาคุย



ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง




ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 18 ตุลาคม 2548
Last Update : 10 เมษายน 2549 0:43:42 น.
Counter : 2895 Pageviews.

15 comments
:: ปูรณฆฏะ :: กะว่าก๋า
(18 มี.ค. 2562 06:13:13 น.)
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
สวนลุงวุฒิ อ.ภูเรือ จ.เลย : อาณาจักรของกุหลาบหินแห่งภูเรือ JinnyTent
(24 ก.พ. 2562 18:45:14 น.)
跟老婆打架了 วิวาทกับภรรยา Kavanich96
(5 ก.พ. 2562 02:37:33 น.)
  
รอดูเรื่องเดียวกับภาพตรงกล่องคอมเมนต์นี่ค่ะ

"คอร์ปไบรด์"... น่าดูจริงๆ
ชอบงานหลอนหม่นๆ ของทิม เบอร์ตัน
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:0:38:54 น.
  
ขอบคุณที่แนะนำหนังที่ดูได้ทั้งครอบครัว
โดย: ชายคา วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:0:54:22 น.
  
เป็นหนังทีหน้าดูอีกเรื่องหนึ่งค่ะ
โดย: Tumble วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:0:54:44 น.
  
อ้าว เห็นชื่อซ้ำกับ sky high การ์ตูน (ภาคกรรม) นึกว่าจะเรื่องเดียวกันซะอีก แต่เท่าที่อ่านก็น่าสนใจเหมือนกันนะคะ
โดย: Fruit_tea วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:0:57:00 น.
  
^
^
Sky High ภาคการ์ตูนญี่ปุ่น ก็มีทำออกมาเป็นหนัง แต่ไม่สนุกเท่าที่ควร
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:1:06:44 น.
  
มาอ่านค่ะ เรื่องนี้คงไม่ได้ดูแน่ๆ เพราะไม่มีตังค์แย้ว
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:9:57:35 น.
  
อยากดูคับ
โดย: ต้น IP: 61.91.119.25 วันที่: 18 ตุลาคม 2548 เวลา:22:33:13 น.
  
เป็นหนังอีกเรื่องที่น่าดูมากค่ะ ตอนนี้ก็รอดู Crope's Bride อยู่เหมือนกัน
เรื่อง SkyHigh คงต้องรอ DVD ออกเลยอ่ะ กว่าจะได้ดู
โดย: rookie IP: 61.91.142.106 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:13:07:17 น.
  
โรงเรียนฮีโร่นี่หนุกเหรอ..... อืม.... เราว่ากลางๆเรื่องที่มีฮีโร่หลายๆพันธุ์ก็โอเคนะ แต่มันเฉลยปริศนาตอนจบหน่อมแน้มมาก ไม่ไหวอ่ะ......

เขาต้องเลือกฉายวงแคบอยู่แล้วล่ะ ดูลุคโปสเตอร์ดิ... โบซะ

เหนื่อยเจง ๆ ตีสามอีกแระ เฮ้อ
โดย: แก่นแก้วกายกรรม วันที่: 22 ตุลาคม 2548 เวลา:3:12:45 น.
  
ไปดูมาแล้ว ผมว่าสนุกดีนะ
ถึงตอนจบจะหน่อมแน้มไปหน่อย
แต่มันก็หน่อมแน้มแค่"เปลือก"

แต่"แก่น"ของหนังเรื่องนี้
ผมบอกได้คำเดียวว่า"สุดยอด"
เป็นหนังที่สะท้อนภาพของ
ทุนนิยม/วัตถุนิยมได้ดีมากๆ

สังคมปัจจุบันนี้ต้องการกลุ่มคน
ที่มีความเป็น"ฮีโร่"อยู่ในใจ
ไม่ใช่แค่สถานะหรือ"เปลือก"มากๆ

เอาไปเลย 4/5 ดาว ^^
โดย: hAmlet IP: 202.57.137.194 วันที่: 23 ตุลาคม 2548 เวลา:2:44:03 น.
  
ผมเห็นด้วยกะพี่ทุกอย่างคับ ยกเว้นเกมส์ play station ที่พี่บอกอ่ะ เพราะผมว่า ผมได้ยินเค้าบอกว่า X-box อิอิ
โดย: jboy IP: 58.8.245.183 วันที่: 25 ตุลาคม 2548 เวลา:1:33:58 น.
  
นายแน่มาก จาก แพรวจัง+ตาลน้อย
โดย: praewjang IP: 202.28.181.9 วันที่: 26 ตุลาคม 2548 เวลา:11:39:06 น.
  
ดูมาแล้ว ชอบเรื่องนี้นะคะ สนุกดี
โดย: หนอนหลังยาว (หนอนหลังยาว ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:20:06 น.
  
สวัสดีครับ ผมชื่อ เพชร ชอบดูหนังประเภทแอ๊กชั่น ผจญภัย และฮีโร่เพราะมันสนุกและ
โดย: petch IP: 203.113.33.11 วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:22:54:36 น.
  
โรงเรียนฮีโร่นี่ก็น่าเรียน แต่มันเป็นแค่นิทาน
โท่น่าเสียดาย ถ้าผมได้เป็นฮีโร่จะดีมากเลย
ตอนแรก ๆ ดูก็ไม่สนุกอะไรมากหรอก แต่ดูไปดูมาเริ่มชอบ เพราะผมชอบดูหนังแนวฮีโร่
ถ้ามีมาฉายอีกผมจะนั่งดูอยู่บนเก้าอี้ไม่ไปไหนเลย
เพราะสนุกดูแล้วไม่
โดย: แมน IP: 203.113.33.11 วันที่: 28 เมษายน 2550 เวลา:23:08:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด