The Interpreter , ทริลเลอร์ที่ดี(แต่ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น)



....เมื่อคุณโกรธแค้นใครสักคน ถ้าทางหนึ่งคุณสามารถที่จะแก้แค้นคืนอย่างสาสม ก่อนที่คุณจะตกอยู่ในบ่วงทุกข์ไปอีกชั่วนิรันดร์ และอีกทางหนึ่ง คือปล่อยตัวคนที่คุณโกรธแค้นคนนั้นไป ยอมรับว่าชีวิตคนเรานั้นก็เป็นเช่นนี้ความอยุติธรรมมันเกิดขึ้นได้ คุณจะเลือกเส้นทางไหน

ทางเลือกข้างต้น เป็นประเด็นของหนังที่นำสองตัวละครเอกที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำมาพบกัน เป็นประเด็นที่ดูเหมือนยัดเยียดใส่เข้ามาเพื่อหวังการขมวดปมในตอนท้าย แต่ก็เป็นคำถามที่กระตุกความคิดได้ดีทีเดียวว่าถ้าคุณเป็นSilvia Broome หรือTobin Keller คุณจะเลือกอย่างไร?

... เราทุกคนล้วนต้องเคยมีความผิดหวังกับอนาคตที่เคยตั้งไว้ ผิดหวังโกรธแค้นเสียใจกับใครบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกวันนี้เราสามารถรับรู้ความรู้สึกของความเศร้าหรือความแค้นนั้น โดยให้มันผ่านชีวิตของเราแล้วปล่อยมันออกไปไว้กับอดีต ให้เหลือเป็นเพียงความทรงจำได้แล้ว หรือ เรายังเก็บมันไว้และเป็นบ่วงทุกข์ที่เราไม่เคยสลัดมันหลุด เพราะเราไม่เคยรู้ตัว


.......การมาพบกัน Silvia Broome และ Tobin Keller โดยมีชะตากรรมของประธานาธิบดีซูวานิ เป็นตัวกลางที่นำอดีตอันปวดร้าวของทั้งคู่ได้มาพบกัน

อดีตที่แสนเจ็บปวด Silvia เธอแปรเปลี่ยนความรุนแรงความโกรธแค้นมาเป็นสันติภาพ โดยการเลือกที่จะทำหน้าที่ล่ามให้กับ UN และเธอเลือกที่จะปล่อยมันไป

ในขณะที่ Keller หากมีโอกาสเขาเลือกจะจัดการกับอดีตที่ปวดร้าวของตัวเองอีกวิธีหนึ่ง เขาเลือกที่จะเก็บมันไว้

...ทั้งคู่ต้องมาค้นหาว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังแผนลอบสังหารหรือเป็นเพียงจินตนาการของ Silvia หรือ Silvia เป็นหนึ่งในผู้วางแผนการครั้งนี้

..... The Interpreter เป็นหนังที่ผมอยากดูมากที่สุดเรื่องหนึ่งจากตัวอย่างที่ทำออกมาได้หนักแน่นน่าสนใจมาก และเป็นการผนึกกำลังกันของ Sydney Pollack + Nicole Kidman + Sean Penn ในหนังตัวอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นแอคชั่นทริลเลอร์ที่คนดูย่อมคาดหวังว่าต้องมีคุณภาพที่มาพร้อมกับความบันเทิง (โดยเฉพาะการได้เห็น Sean Pennมาอยู่ในหนังแนวนี้) และกับเงิน120บาทในโรงสกาล่ารอบ16.40น.ผมก็พบว่า หนังโดยรวมมีบางอย่างที่ผมอธิบายไม่ถูกระหว่างดูว่ามันขาดอะไรไป ทั้งที่องค์ประกอบทุกอย่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ในระดับมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นการกำกับ การแสดง การเล่าเรื่อง ฯลฯ แต่มันกลับไม่ให้ความรู้สึกถึงที่สุดอยู่ดี มันเหมือนมีอะไรที่ขาดหายไปหรือไม่ทำให้มันดีเท่าที่มันควรจะเป็น

ครึ่งแรกของหนัง มีหลายช่วงของหนังที่ไม่สามารถกดดันอารมณ์คนดูได้ต่อเนื่อง แต่เมื่อถึงฉากระทึกขวัญหนังทำได้ในระดับยอดเยี่ยมให้คนดูหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่ว่าจะเป็นฉากรสบัส , ฉากตั้งแต่ประธานาธิบดีลงจากเครื่องและฉากสุดท้ายที่ห้องของประธานาธิบดี หนังให้รายละเอียดกับตัวละครค่อนข้างดีไม่ว่าจะเป็นตัวพระเอก นางเอก หรือแม้แต่ตัวประธานาธิบดีที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นฮีโร่ของคนทั้งชาติก่อนที่อำนาจจะเปลี่ยนจิตใจให้เขาไม่ต่างจากผู้นำคนก่อนๆ(ฉากที่ผมชอบฉากหนึ่งที่ประธานาธิบดีพร่ำถึงอดีตอันสวยงามบนถนนสายที่สอง ก่อนจะพบกับสถานที่เดิมแต่คนนั้นเปลี่ยนไป)

สิ่งที่ชอบ

1.ฉากกดดัน...แม้ว่าหลายช่วงที่หนังผ่อนไปจะทำให้คนดูเริ่มค่อยๆอารมณ์ที่มีอยู่ตกลงแต่เมื่อถึงฉากที่จำเป็นต้องมีนั่นคือฉากตื่นเต้นระทึกขวัญหนังก็เอาคนดูอย่างผมได้อยู่หมัด ชนิดนั่งลุ้นเกร็งหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว

2.ฉากรถบัส....เป็นฉากที่ดีมาตั้งแต่บทที่เลือกคนบนรถให้มาอยู่ในสถานการณ์เดียวกันได้ พร้อมกับการตัดต่อภาพ และดนตรีประกอบที่รุกเร้ากดดันคนดูตลอดเวลา หากได้ดูหนังตัวอย่างเราคงรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่เมื่อได้ดูฉากนี้อีกครั้งก็ยังบีบคั้นกดดันอารมณ์คนดูให้ลุ้นระทึกได้อยู่ดี เป็นฉากที่ผมชอบมากที่สุดในรอบปีสองปีที่ผ่านมา ในแง่ความรู้สึกกดดันคนดูทั้งที่เรารู้อยู่แล้วว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

3.ฉากบนถนน2nd avenue...ด้วยการที่หนังปูเรื่องมาโดยตลอด ทำให้ผมเกิดความรู้สึกในทางลบกับประธานาธิบดีร่วมไปด้วย ทำให้สะใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่ประธานาธิบดีซูวานิได้ประจักษ์กับสายตาหลังจากพร่ำเพ้อกับภาพอดีตที่สวยงาม

4. Sean Penn ...ไม่คุ้นตานักกับการได้เห็นเขามาอยู่กับหนังที่ค่อนไปทางหนังตลาดแบบนี้( หลังจากThe Game) เป็นดาราที่ผมชื่นชอบการแสดงของเขาแต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า บางครั้งที่เขามักจะมีการแสดงที่overactingอยู่นิดๆ เมื่ออยู่ในหนังดราม่าหนักๆมันก็จะกลืนไปด้วยกันได้ แต่กับหนังแอคชั่นตัวเขาจะเด่นออกมาเกินไปหรือเปล่า เมื่อได้ดูก็พบว่าเค้าจัดการกับตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของหนังได้อย่างกลมกลืนไม่โดดเด่นเกินหนังแต่อย่างใด (ตอนดูคิดเล่นๆว่า เหมือนหนังรู้อยู่แล้วว่าจะเอาเขามาเล่น ก็เลยใส่เบื้องหลังที่ขมขื่นให้กับตัวละครมาหน่อยไม่งั้นเดี๋ยวเขาจะไม่ได้แสดงอารมณ์)

5.Nicole Kidman...สวย แสดงเยี่ยม(เช่นเดิม) และดูดี คือนิยามของเธอสำหรับหนังเรื่องนี้

6.ความน่าเชื่อถือ...นอกจากรายละเอียดที่เนี้ยบโดยเฉพาะงานโปรดักชั่น ไม่เพียงเพราะการได้ถ่ายในสถานที่จริง แต่กับในสถานการณ์ในหนัง การรับมือกับภาวะรุนแรงในเรื่องและฉากที่มีการประชุม หนังทำได้อย่างน่าเชื่อถือ แม้ว่าเราเองอาจจะไม่เคยเห็นว่าการประชุมหรือสภาพที่แท้จริงเป็นอย่างไรและนั่นพาให้คนดูคล้อยตามไปกับเรื่องราวได้(อย่างน้อยก็ทำให้ผมรู้สึกอินไปกับการเกลียดประธานาธิบดีซูวานิ)

7.การสอดใส่ประเด็นทางการเมืองและสังคม....ไม่ว่าจะเป็นการเมืองของแอฟริกา(ในเรื่อง) การปกครองของซูวานี , การไม่เอ่ยชื่อคนที่เสียชีวิต , ความเจ็บปวดของคนรอบข้างที่มีผลกระทบจากการฆ่าทางการเมือง , ความผิดหวังกับคนที่เคยศรัทธา แนวความคิดในเรื่องความโกรธแค้นที่หนังยกตัวอย่างมา เป็นประเด็นที่อาจดูจงใจไม่แนบเนียนจะไม่ใส่มาก็ยังได้ไม่ทำให้หนังดูไม่รู้เรื่องแต่อย่างใด แต่การใส่เข้ามาในหนังเรื่องนี้ทำให้ไม่เพียงแต่มันจะมีอะไรมากกว่าหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ แต่มันสามารถสร้างความรู้สึกร่วมให้กับคนดูผ่านเรื่องราวฉากหลังเหล่านี้และส่งผลให้เชื่อในแง่ของแรงจูงใจและการกระทำของตัวบุคคลในเรื่อง

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.Nicole KidmanกับSilvia Broome ....ถึงแม้ว่าเธอจะสวย ดูดีและแสดงได้ดีเยี่ยมในระดับมาตรฐานแต่ผมรู้สึกแปลกๆระหว่างดูหนังจนจบดังที่บอกไว้ข้างต้นว่าหนังเรื่องนี้มันแหว่งๆในความรู้สึกบางอย่าง สำหรับตัวเองแล้วนิโคลคือหนึ่งในนั้น เธอแสดงดีแต่ผมรู้สึกว่าบทนี้ไม่เข้ากับตัวเธอและดูแล้วไม่เกิดความรู้สึกร่วมไปด้วยกับอดีตอันแสนปวดร้าวของเธอ ไม่เชื่อถือกับงานล่ามของเธอ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะบท Silvia Broome ที่หนังให้รายละเอียดดีแต่ไม่สามารถสื่อตัวตนที่ชัดเจนออกมา หรือเป็นที่ตัวนิโคลไม่เข้ากับบทและไม่สามารถสื่อออกมาได้เท่าที่ควรจะเป็น

2.Nicole KidmanกับSean Penn ... เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมคิดออกหลังจากดูหนังจบซึ่งอาจคิดไม่เหมือนคนอื่นแต่มันตอบผมได้ว่าความรู้สึกตะขิดตะขวงบางอย่างขณะดูคืออะไร? ความเข้ากันหรือที่บางคนเรียกว่ามีเคมีต่อกันไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะหนังรักโรแมนติกเสมอไป การจับคู่ของสองคนนี้เวลาที่อยู่ด้วยกันมันมีความรู้สึกที่ผมไม่รู้สึกหรืออินไปตามความสัมพันธ์ระหว่างกัน ทั้งคู่แสดงได้ดีแต่การรับส่งบทแล้วมันไม่เข้าคู่กันในความรู้สึกของผม (คู่ Sean Penn กับคู่หูสาวยังดูมีอะไรระหว่างกันที่เชื่อมความรู้สึกได้มากกว่า)

3.ความไม่น่าเชื่อถือ....ท่ามกลางความน่าเชื่อถือของการประชุม การรับมือกับสถานการณ์ แต่กับตัวการแผนก่อการร้ายที่เกิดขึ้น การแอบซ่อนอาวุธ เหตุการณ์ที่ตัวละครเข้าไปในห้องตอนท้าย การที่ตัวร้ายเข้ามารบกวนชีวิตซิลเวีย ฯลฯ ล้วนแต่ดูแล้วทำให้สงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ดูง่ายๆไม่รัดกุมและดูไม่สมเหตุสมผลด้วยกับบางการกระทำ

สรุป...หนังยาวไปนิดโดยรวมแล้วดูสนุก ถึงฉากที่ต้องเอาคนดูให้อยู่หมัดหนังก็ทำได้ดี น่าเสียดายที่ผมรู้สึกว่าหนังมีทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบในระดับมากกว่าแค่ดีแต่เมื่อทำออกมาแล้วมันยังไม่สุดๆ ไม่มีพลังเป็นที่น่าจดจำเป็นได้แค่หนังทริลเลอร์ที่ดีเรื่องหนึ่ง หากชอบหนังทริลเลอร์มีประเด็นการเมืองที่กดดัน มีดราม่าอยู่ด้วย เป็นหนังที่เหมาะสมกับการเลือกชม แต่หากชอบหนังที่มีสัดส่วนแอคชั่นมากกว่าน่าจะผิดหวัง

ปล..ช่วงปีที่ผ่านมาหนังทริลเลอร์การเมืองหาดูได้ค่อนข้างยากแต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว The Manchurian Candidate ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมค่อนข้างประทับใจและน่าดูไม่แพ้กัน(คลิกที่ชื่อหนังเพื่อเข้าไปดูเรื่องราวย่อๆได้)



ความเห็นของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป

ติดตามบทความใหม่ๆ หรือ บทความน่าสนใจ หรือ เริ่มต้นอ่านBlogนี้มีข้อสงสัย คลิกไปเริ่มต้นที่ --> หน้าแรก


รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 24 เมษายน 2548
Last Update : 23 ตุลาคม 2548 13:41:02 น.
Counter : 1850 Pageviews.

16 comments
บันทึกน้องหนาม ... รีบูเทีย (Rebutia) ดอกขาว ฟ้าใสวันใหม่
(18 มี.ค. 2562 09:43:26 น.)
++++ มามะมาพาไปชิม ร้านโอ้กะจู๋ กับ โป่งแยงแอ่งดอย ที่เชียงใหม่ รวม2ร้านไปเลยค่ะ ++++ life for eat and travel
(18 มี.ค. 2562 21:45:57 น.)
+ ตุง หรือ ธุงอีสาน + wicsir
(4 มี.ค. 2562 11:02:11 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  
ผมยังไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยครับ อยากดูเอามากๆ ดีแล้วล่ะครับ ที่อ่านผ่านๆก่อน จะได้ไม่ตั้งความหวังไว้สูง
โดย: เด็กชายรอยยิ้มโทรศัพท์และน้ำตา วันที่: 24 เมษายน 2548 เวลา:23:53:07 น.
  
คิดว่าจะไปดูเรื่องนี้อยู่เหมือนกันคะ

เพราะดูจากไตเติ้ลแล้ว น่าดู น่าลุ้นระทึก...

โดยเฉพาะฉากรถเมล์ดูแล้วลุ้นมากๆๆ

โดย: baby_15 วันที่: 25 เมษายน 2548 เวลา:1:18:56 น.
  
ไปดูมาแล้ว และชอบหนังเรื่องนี้มาก ชอบมากที่สุดในหนังทั้งหมดที่ดูมาในปีนี้ค่ะ หนังอาจจะแหว่งๆ แต่มันก็ทำให้เราเจออะไรบางอย่างที่แหว่งๆหายไปในตัวเองเหมือนกัน

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sleepwalker&month=04-2005&date=23&group=5&blog=1
โดย: rebel (rebel ) วันที่: 25 เมษายน 2548 เวลา:7:42:13 น.
  
ผมพลาดอย่างแรงที่เผลอคาดหวังสูงไปนิด เลยได้แต่เดินซึมๆ ออกจากโรงมาอย่างเซ็งๆ (เพราะดูคนเดียวด้วยแหละ) เฮ้อ.....


แต่เมื่อวานดู Sahara ผมกลับว่าโอเคแฮะ อย่างน้อยมันก็สนุกได้ประมาณ 0.8 เท่าของ National Treasure ล่ะนะ
โดย: redlum god (dog mulder ) วันที่: 25 เมษายน 2548 เวลา:10:16:39 น.
  
ดูจบแล้วก็นึกถึงที่คุณเขียนไว้ เลยตอบกับตัวเองว่า
"ถึงหนังจะสนุกแค่เป็นช่วงๆ (ก็จริง) แต่ผมไม่ง่วงแน่ๆ..."
โดย: dog mulder วันที่: 25 เมษายน 2548 เวลา:10:19:04 น.
  
ชอบฉากที่ประธานาธิบดีซูวานี่ นั่งรถผ่านถนน แล้วระลึกความหลังเหมือนกัน และก็ชอบนิโคลด้วย
เอ เหมือนเราจะดูรอบเดียวกันเลยนะคะ
ดูวันเสาร์ รึอาทิตย์ล่ะเนี่ย
โดย: Androphobia IP: 203.148.194.18 วันที่: 25 เมษายน 2548 เวลา:11:01:31 น.
  
ชอบตอนสุดท้ายอ่ะครับ... ตอนที่อยู่ในห้อง (พูดมากไม่ได้เดี๋ยวสปอยล์)

ฉากรถบัสก็ลุ้นระทึกดีครับ สรุปก็คือผมชอบหนังเรื่องนี้นะ...

นิโคล คิดแมนก็สวย น่าร้ากกก...
โดย: nanoguy วันที่: 25 เมษายน 2548 เวลา:11:16:38 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้อ่ะ ชอบมากด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าเราชอบ Sean Penn ด้วยก็ได้ แต่ว่าดูจบแล้วเรายิ้มออกจากโรงหนังน๊ะ..(ถึงแม้ว่าจะไปดูคนเดียว) เราดูให้มันเป็นหนังรัก..ในแบบของเรา ก็เลยชอบ
โดย: ลิงเผือก IP: 203.170.228.172 วันที่: 26 เมษายน 2548 เวลา:1:18:56 น.
  
เห็นด้วยที่ว่า Nicole ไม่เหมาะกะบทนี้อย่างแรง แต่ด้วยความที่เธอแสดงได้ดีมาก ก้อเลยยังพอให้อภัยอะ คิดว่าคนดูคงจะมัวแต่นั่งชื่นชทในความ "ดูดี" ของเธอมากกว่าที่จะ "อิน" กะบทที่เธอกำลังถ่ายทอดออกมามากกว่า

แต่มีแอบหลับช่วงนึงนะ จำไม่ได้ละว่าตอนไหน
โดย: Suedegirl IP: 216.136.10.66 วันที่: 26 เมษายน 2548 เวลา:10:19:27 น.
  
Androphobia....ผมไปดูวันอาทิตย์มาครับ

ลิงเผือก...หนังทุกเรื่องสามารถเป็นมุมมองที่แตกต่างได้ในแต่ละคนครับ มุมมองของคุณที่ค้นพบว่ามันเป็นหนังรักนี่น่าสนใจดี

Suedegirl.....ผมมีพวกแล้ว55 ที่มองว่านิโคลไม่เหมาะกับบทนี้ เธอเล่นดีมากเช่นเคย เธอดูดีมาก แต่เธอไม่ทำให้ผมเชื่อเหมือนที่เคยเชื่อว่าเธอคือเวอร์จิเนีย วูฟในThe hour ผมไม่รู้สึกเชื่อตามว่าเธอเป็นล่ามของUNที่มีอดีตอันห้าวและหดหู่
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 26 เมษายน 2548 เวลา:19:23:21 น.
  
คิดเหมือนกันเลยคะ
หนังยังหนุกเท่าที่ควร (จะเป็น)
ข้อดีคือ production ใหญ่ดูอลังการ
ยิ่งได้ไปถ่ายใน UN จริงๆยิ่งดูขลัง
Nicole ดูดีมั่กมาก แต่ไม่ชอบ ดูขัดๆนะคะ
เราไม่รู้สึกว่า
ดูเธอไม่น่าจะมีอดีตอันน่าคับแค้นใจขนาดนั้น
และที่สำคัญ ที่ไม่ชอบก็คือให้พระเอกกะนางเอกแอบกิ๊กกักกัน
เอาแค่ยอมรับกันก็พอนะคะ จริงๆแล้ว

ตอนนี้อยากดู Be with you, Kingdom of heaven คะ
โดย: tong IP: 203.118.118.81 วันที่: 26 เมษายน 2548 เวลา:22:47:46 น.
  
ขอแก้คะ (รีบไปหน่อย)
หนังไม่หนุกเท่าที่ควร (จะเป็น)
โดย: tong IP: 203.118.118.81 วันที่: 26 เมษายน 2548 เวลา:22:51:34 น.
  
tong....Be with you ดูแน่นอนเช่นกันครับ
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 27 เมษายน 2548 เวลา:0:53:37 น.
  
สวัสดีค่ะ
ดูแล้วสนุกฉากที่ชอบ คือ
-ฉากบนรถเมล์ เหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดามักเกิดในเหตุการณ์ที่ธรรมดาที่สุด(ช่องโหว่อันใหญ่เพราะไม่มีใครใส่ใจ
-ฉากขบวนต้อนรับ ชอบ 2 ประเด็น ให้คนดูและประธานาธิบดีรู้สึกพร้อมกันว่าความรู้สึกใหม่บนถนนสายเดิมที่ประธานาธิบดีไม่เคยมองเห็น อีกประเด็นชอบความเท่ ของกระบวนและพระเอกกับ
ฉากนี้
-นางเอกดูแล้วสวยดี
ฉากที่ไม่ชอบ คือ
-ฉากที่นางเอกจ่อปืนเพื่อบีบคั้นประธานาธิบดี ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าควรทำยังไงจะดีกว่านี้ แต่รู้สึกขัดๆชอบกลค่ะ
-และคิดเหมือนคุณtong ไม่ชอบให้พระเอก รู้สึกพึงใจในนางเอก(เข้าใจนะว่าเกิดได้เพราะนางเอกสวย)แต่น่าจะผิดจรรยาบรรณของตำรวจอารักขาและทำให้พระเอกดูไม่เป็นมืออาชีพ
โดย: sunsun IP: 61.91.117.46 วันที่: 1 พฤษภาคม 2548 เวลา:12:57:00 น.
  
โดย: ก IP: 58.147.27.142 วันที่: 13 สิงหาคม 2549 เวลา:13:36:24 น.
  
ความจริงเรื่องของเคมีระหว่างตัวละครทั้งหลัก และตัวละครรองๆมีผลให้ตัวภาพยนต์น่าดูหรือไม่น่าดู ทำรายได้หรือไม่ทำจริงๆ เรื่องนี้ผมก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน แต่นิโคลสวยมากๆกับเรื่อนี้
โดย: totopose IP: 58.97.34.50 วันที่: 14 มีนาคม 2556 เวลา:12:05:18 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด