Hide and Seek , มีปมที่ดีแต่มีบทที่อ่อน


Imaginary friend คือ เพื่อนในจินตนาการที่เด็กมักจะสร้างขึ้นมาโดยอาจหมายถึงตุ๊กตาหรือของเล่นหรือไม่มีตัวตนเลย ไม่ถือว่าเป็นความเจ็บป่วยแต่อย่างใด

....หนังเริ่มเรื่องจากความตายของแม่Emily โดยที่ก่อนหน้านั้นหนังเปิดเผยเรื่องราวบางอย่างแต่ไม่ทั้งหมด คนดูรู้แค่ว่ามันคือวันปีใหม่พ่อและแม่ของเธอไปงานเลี้ยงกลับมาแม่มาเล่นกับเธอและตีสองหกนาทีพ่อเธอตื่นมาพบศพแม่เธอตายบนอ่างอาบน้ำ หลังจากความตายของแม่ พ่อของพาไปอยู่ชานเมืองและก็เริ่มพบ"ชาลี"เพื่อนในจินตนาการของเธอ

...จังหวะเรียกความสะดุ้งของหนังมีมากกว่าหนังตัวอย่างเพียงไม่กี่ฉาก หนังพยายามที่จะสร้างความน่ากลัวจากบรรยากาศและฝีมือการแสดง ส่วนแรกผมคิดว่าหนังค่อนข้างล้มเหลวเพราะผมรู้สึกว่าการลำดับภาพและจับจังหวะคนดูนั้นหนังทำได้โบราณเหมือนหนังแนวนี้ที่สร้างมาหลายๆเรื่องไม่มีอะไรที่โดดเด่นออกไปเลย แถมดูออกจะด้อยกว่ามาตรฐานในยุคหลังที่สูงขึ้นเรื่อยๆ(เช่นถ้าจะเทียบกับมาตรฐานหนังในแนวนี้ที่ผมคิดว่าทำได้ดีมีชั้นเชิงอย่าง What's lie beneath) ทำให้ผมดูแบบดูไปได้เรื่อยๆแต่มันไม่น่าสนใจไม่ชวนติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น จะมีก็เพียงแค่อยากรู้ว่าจะเฉลยว่าชาลีคืออะไรเท่านั้น จุดเด่นคงอยู่ที่การได้สองดาราฝีมือคุณภาพที่มาช่วยให้หนังมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น การมารับบทพ่อผู้สูญเสียของRobert De Niroอยู่ในระดับมาตรฐานของเขาเองไม่มีอะไรที่น่าพูดถึงเป็นพิเศษตรงข้ามกับDakota Fanning ที่อาจจะดูโรคจิตและน่าตีมือหยิกแก้มในความเกินวัยในบางตอนนัก แต่เมื่อเรื่องราวเฉลยแล้วก็ทำให้เข้าใจว่าทำไมเธอถึงทำได้ขนาดนั้นการแสดงของหนูน้อยดาโกต้าจัดได้ว่าเธอน่าจะเป็นดาราเด็กสาวที่ฝีมือการแสดงอยู่อันดับต้นๆยากที่ใครในวัยเดียวกันจะทัดเทียมเธอได้แล้ว

.....เหมือนหนังจะใส่ใจในปมที่หนังเก็บไว้ซึ่งผมคิดว่ามันเข้าท่าดีทีเดียว แต่เหมือนหนังมีปมที่ดีแล้วหนังก็ละเลยจะใส่ใจขยายที่มาที่ไปของปมนั้น หนังมีจุดหักมุมที่จัดว่าใช้ได้ทำให้ช็อคและน่าจะได้ผลดีถ้าเพียงหนังจะสร้างหรือปูเหตุผลของการหักมุมมากกว่านี้ สิ่งที่หนังปูเกริ่นไว้เป็นแค่การปกปิดความจริงบางอย่างไว้ให้ดูไม่หมดแต่มันไม่อธิบายผลลัพธ์ที่หนังเฉลยในตอนท้าย เมื่อเฉลยถึงแม้ว่าเราจะยอมรับว่ามันเป็นจริงได้แต่มันก็เกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้? นอกจากนี้มันยังไม่ชวนตกใจเพียงพอทั้งที่ตอนแรกหนังปิดทุกอย่างไว้ให้ยากต่อการเดาแทนที่ตอนเฉลยหนังจะเปิดออกมาเลยให้คนดูตกใจแต่กลับค่อยๆบอกใบ้ทีละน้อยทำให้คนดูเริ่มเดาได้เมื่อเฉลยมันก็เลยไม่โดนเข้าจังๆอย่างที่หวัง และถ้าจะเดาก็จะเดาได้ไม่ยากเมื่อหนังพามาจุดใกล้เฉลย ที่แย่คือไม่เพียงหนังไม่ตอบคำถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้หนังยังเล่นกับความไม่สมจริงนั้นออกไปในตอนท้ายเรื่อง ยิ่งเพิ่มคำถามในใจคนดูมากขึ้นจนถึงตอนสุดท้ายว่าแล้ว"ชาลี"จะทำแบบนั้นไปทำไม (อ่านขยายความย่อหน้านี้อีกครั้งส่วนหลังหัวข้อSpoiler)

สิ่งที่ชอบ

1.ปมหลักที่หนังเก็บไว้…. ไอเดียหลักๆผมคิดว่าน่าสนใจและเข้าใจคิดมากแถมยังมีกลิ่นของความเสียดสียั่วล้อบางอย่างในตัวชาลี แต่มันขาดการเอาใจใส่ที่จะให้ความน่าเชื่อถือและที่มาที่ไป ทำให้ของดีที่อุตส่าห์คิดมาเมื่อนำมาใช้กลายเป็นความน่าผิดหวังไป

2. Dakota Fanning .... ฝีมือการแสดงของเธอจากเด็กน่ารักกลายมาเป็นเด็กป่วยจิตมาเป็นเด็กร้องไห้เธอทำได้ดีอย่างไร้ที่ติ ตั้งแต่การเคลื่อนไหวสีหน้าท่าทางน้ำเสียงและที่เด็ดคือสายตา แม้ผมจะรู้สึกว่ามันoveractingไปนิดแต่มันก็ยังเด็ดอยู่ดี

สิ่งที่ไม่ชอบ


1.มีปมที่ดีแต่มีบทที่อ่อน.....ดังที่ผมแสดงความเห็นไว้ในตอนแรกว่าหนังมีของดีในมือคือปมที่หนังซุกเก็บไว้และน่าจะสร้างความช็อคตื่นตะลึงแต่หนังไม่พยายามอธิบายเหตุผลของการกระทำเท่านั้นไม่พอช่วงหลังจากที่เรื่องของนายอำเภอจบไปและเฉลยแล้วหนังยังพอเรื่องราวไปต่อทั้งที่เรื่องที่ไปต่อนั้นไม่มีเหตุผลรองรับเลย หนังที่บทแข็งแรงเมื่อเฉลยแล้วหากคนดูไล่คิดย้อนหลังไปทุกอย่างควรจะอธิบายได้หมดโดยตัวหนังเอง ไม่ใช่ให้คนดูมาเดาว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้และการเดาแบบนี้ไม่ใช่การต่อยอดความคิดแต่มันเป็นเพราะบทหนังที่ไม่รัดกุมพอ (เอากุญแจมากลางดึกทำไม? เพื่อนบ้านทะเลาะกันทำไม? -- ทุกอย่างใส่มาเพียงเพื่อชวนเคลือบแคลงและตกใจ)

2.การเล่าเรื่อง บรรยากาศ จังหวะหลอกล่อ เรื่องราวช่วงกลาง....สำหรับผมมันไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าสร้างความประหลาดใจไม่น่าสนใจเหมือนดูไปเรื่อยๆรอหนังเฉลย เหมือนได้หนังดูหนังเขย่าขวัญเมื่อห้าหกปีก่อนแนวๆนี้ซ้ำๆ แถมกับการกำกับภาพและบรรยากาศถ้าเทียบกับหนังเขย่าขวัญรุ่นหลังๆผมคิดว่าเรื่องนี้ทำได้น่าผิดหวัง

สรุป....ในช่วงเวลาที่ขาดแคลนหนังเขย่าขวัญหักมุมการมาของHide and Seekช่วยให้แก้เหงาได้บ้าง แต่มันไม่ใช่งานที่น่าจดจำอะไรและสามารถรอดูทางแผ่นได้ ค่อนข้างผิดหวังนิดๆกับ120บาทที่เสียไปในโรงสยามรอบ16.30น. แม้จะชดเชยด้วยการแสดงของน้องดาโกตาที่ชะตากรรมของเธอมันช่างรันทดเหลือเกิน แต่ผมคิดว่าถ้าอยากจะดูเธอเก็บตังค์รอWar of the worlds น่าจะคุ้มค่ากว่า

ปล....ขอพูดถึงตัวอย่างหนังช่วงนี้หน่อยว่า ตัวอย่างThe Interpreter ดูกี่รอบผมก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นตัวอย่างหนังที่ทำออกมาได้น่าดูมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีในขณะที่ตัวอย่างของHostageทำให้ผมรู้สึกว่ามันเหมือนหนังเกรดบีทั่วไป(ไม่รู้ว่าเพราะภาพที่เอามาไม่ชัดหรือโรงสยามทำให้ภาพมันมัวมากขึ้น) ตัวอย่างของGuess Whoทำให้น่าดูและน่าฮามาก ตัวอย่างของKingdom of Heavenทำให้ผมสนใจแค่เอวา กรีนที่สวยสง่าโดดเด่นกว่าTheDreamersและตัวอย่างของA Lot Like Loveกลับทำให้ผมน้ำตาซึมได้


ถัดจากนี้คือSpoiler เฉลยปมสำคัญ และ ทำไมผมถึงคิดว่าหนังไร้เหตุผล บทอ่อน และเลอะเทอะตอนท้าย



เมื่อหนังกำหนดมาว่าพ่อของ Emily = ชาลี = ฆาตกร การที่เขากลายมาเป็นชาลีเป็นปมที่ผมคิดว่าน่าสนใจเกินความคาดหมายของคนดู(ที่หนังล่อหลอกไว้ในการวางจุดสนใจที่Emilyป่วยหรือไม่ป่วย?แต่เมื่อเฉลยพลิกผันไปกลายเป็นพ่อของเธอ)และมันยั่วล้อในประเด็นที่ว่าตัวPsychologistที่เก่งกาจก็สามารถที่จะป่วยเองได้ หากจะอธิบายการแปรเปลี่ยนเป็นสองบุคลิกนี้มันน่าจะเกิดจาก

1.เขาฆ่าภรรยา --> เขารู้สึกผิดบาปในสิ่งที่ทำยอมรับตัวเองไม่ได้ --> จึงเกิดแบ่งบุคลิกภาพออกมาเป็นชาลี = ชาลีเป็นตัวแทนของความบาป(แต่ตัวเขาเองในเรื่องพยายามจับโยงว่าชาลีคือตัวแทนของความโกรธของEmilyซึ่งคือการพยายามโยนความคิดตัวเองออกไป(Projection))

2.หลังจากเขาฆ่าภรรยา --> เขาเข้ากับลูกไม่ได้,ลูกโทษว่าแม่ตายเพราะเขาไม่ดูแลให้ดี --> ลูกเริ่มออกห่าง ---> เขาจึงเกิดแตกบุคลิกภาพออกมาเป็นชาลี เพื่อชดเชยความผิดและเพื่อเข้าหาลูก

...แต่เมื่อหนังเฉลยหนังกลับบอกเพียงว่าพ่อของ Emily = ชาลี แล้วทำไมเขาจึงกลายเป็นชาลีหนังไม่มีอะไรบอกเลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกผิดบาปตามข้อ1หรือการอธิบายตามข้อ2 หนังไม่มีอะไรสื่อเลยว่าเกิดอะไรขึ้นเพียงแค่เฉลยภาพในตอนต้นที่หนังปกปิดบางส่วนไว้แล้วให้พระเอกตื่นตอนตีสองหกนาทีเท่านั้น มันแค่เป็นการบอกคนดูว่า a=b แต่ไม่สนใจว่าa มาเท่ากับ bได้อย่างไรและเพราะอะไร
....ความเลอะเทอะที่ผมว่าไว้ในตอนท้ายคือ แล้วชาลีจะไปฆ่าEmilyด้วยเหตุผลอะไร? เพราะในตอนท้ายมันทำให้บทDavidของเดอนีโรกลายเป็นฆาตกรโรคจิตอย่างไม่มีเหตุผลและมันลดคุณค่าของหนังลงทันทีทั้งที่มีแง่มุมที่น่าสนใจมากมาย


***เชิญชวนแวะไปอ่านไปคุย กับหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนในหมวดนี้ที่ไม่แสดงรายชื่ออีก50+เรื่องได้ที่ ---> ห้องเก็บหนัง



Create Date : 18 เมษายน 2548
Last Update : 18 เมษายน 2548 23:31:38 น.
Counter : 4496 Pageviews.

18 comments
ชุดที่ 1 โอน่าจอมซ่าส์
(5 มี.ค. 2562 22:03:30 น.)
วิธีรับมือกับ...มรสุมฝุ่น Princezz Matcha Latte
(31 ม.ค. 2562 17:07:35 น.)
+ ตุง หรือ ธุงอีสาน + wicsir
(4 มี.ค. 2562 11:02:11 น.)
พระแก้วนาคสวาท : พระแก้วในรัชกาลที่ 3 ผู้ชายในสายลมหนาว
(17 ก.พ. 2562 12:00:03 น.)
  
ขอบคุณที่ช่วยวิจารณ์ให้อ่านกัน ยังไม่ได้ดูคับเรื่องนี้ แต่ถ้าดูไม่ทันจะเช่ามาดูแทนคับ
โดย: yyswim วันที่: 18 เมษายน 2548 เวลา:23:46:55 น.
  
กลัว ๆๆๆ ไม่กล้าดู
โดย: Redkiller1980 วันที่: 19 เมษายน 2548 เวลา:0:18:33 น.
  
เรื่องนี้ดูแล้วครับ ไม่ทราบว่าได้ดูตอนจบแบบไหนครับ
ในโรงพยาบาล หรือ เอมิลี่วาดรูป
หนังเรื่องนี้พอใช้ได้ครับ ตอนแรกคิดว่าจะได้ดูหนังผีขนหัวลุก
สรุปว่าน่าสนใจ แต่ไม่ค่อยมีเสน่ห์ครับ
โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 19 เมษายน 2548 เวลา:10:41:13 น.
  
อุ๊บส.. เพิ่งสังเกตว่าเข้ามาเป็นคนที่ 6800 พอดี อิอิ
โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 19 เมษายน 2548 เวลา:10:42:12 น.
  
ว่าจะไปดูเหมือนกันครับ รอจังหวะว่างๆ
โดย: nanoguy วันที่: 19 เมษายน 2548 เวลา:11:41:27 น.
  
ยังไม่ได้ดูเลยค้า
ดูหนังไม่เคยทันจ้าของบล็อคสักที
โดย: grappa วันที่: 19 เมษายน 2548 เวลา:12:17:12 น.
  
เรื่องนี้ผิดหวังนิดๆ ครับ
ถ้าพูดชื่อหนังเรื่องนึงเมื่อเร็วๆ นี้ขึ้นมาก็จะทำลายอรรถรสอย่างรุนแรงทันที

แต่หนูดาโกต้า เวลาโคลสอัพลูกนัยน์ตาเนี่ย น่ากลัวใช้ได้เลยล่ะ
โดย: redlum god IP: 203.170.228.229 วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:10:12:33 น.
  
อ้อ อยากพูดถึง trailer ของ The Intepreter ที่ดูดีเพราะเนื้อหาและดนตรีประกอบจาก Bourne + เพลงไตเติ้ลของ The Negotiator ที่ชอบมากสุดๆ ทำให้หนังที่จากเดิมน่าสนใจอยู่แล้วยิ่งน่าสนใจขึ้นเป็นทวีคูณ

วันนี้ว่าจะไปดูที่สยาม แล้วเจอกันนะครับ
โดย: redlum god (dog mulder ) วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:10:41:49 น.
  
อืม จริงๆ ต้อง สกาล่า ตะหาก (-_-")
โดย: dog mulder วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:10:46:35 น.
  
redlum god
....คงไม่เจอกันครับ เพราะผมไปดูอาทิตย์หน้า ดูแล้วเก็บมาคุยกันละกัน แต่เพิ่งรู้ว่าชื่อนี้คือคุณdog mulder
โดย: ผมอยู่ข้างหลังคุณ IP: 203.172.120.44 วันที่: 21 เมษายน 2548 เวลา:19:11:26 น.
  
แวะมาเยี่ยมครับ
โดย: eq0 (อีคิวศูนย์ ) วันที่: 22 เมษายน 2548 เวลา:19:53:59 น.
  
เพิ่งดูมาเมื่อวานครับ

กับเรื่องตอนจบผมก็เห็นคล้ายๆพี่ ผมห้ไม่เข้าใจเหตุผลที่ฆาตกรโรคจิตพยายามทำลงไปเหมือนกัน แต่โดยรวมหนังก็หลอนใช้ได้นะครับ...
โดย: nanoguy วันที่: 23 เมษายน 2548 เวลา:11:53:45 น.
  
eq0 (อีคิวศูนย์ ) ....ยินดีต้อนรับครับ กลับมาเยี่ยมกันเรื่อยๆนะครับ

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 26 เมษายน 2548 เวลา:19:26:24 น.
  
เพิ่งดูเมื่อวานเองครับ ผิดหวังมากเล้ย ชักเบื่อหนังที่หักมุมได้แย่ ๆ แบบนี้แล้วครับ มันหักมุมแบบเซ็ง ๆ อ่ะครับ
และก็ตามที่พี่ aorta บอกทุกประการ คือมันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เฮ้อ ส่วนที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้คือหนูดานี่เอง

โดย: gimkung14 IP: 221.128.68.196 วันที่: 3 กรกฎาคม 2548 เวลา:14:25:42 น.
  
ชอบเรื่องนี้ค่ะ ชอบน้องดาโกต้าทุกเรื่องเลย อิอิ

... หนังก็บอกชัดเจนแล้วนี่คะว่าทำไมถึงเป็นชาลีได้ ก็เพราะเค้าทนอึกอัดกับชีวิตคู่มานาน ที่ภรรยาห่างเหินและไปมีชู้ไงคะ ความเก็บกดจากที่เค้าเป็นคนอ่อนโยน ไม่พูดไม่จา จนสุดท้ายแสดงออกในบทชาลีไงค่ะ คือความโกรธของเค้า ไม่ใช่ของลูกไง
โดย: XziBitch IP: 61.91.100.71 วันที่: 22 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:07:34 น.
  
เพิ่งมีโอกาสได้ดูจาก ดีวีดี เมื่อคืนนี้เอง
มีหลายจุดที่ไม่เข้าใจ เลยต้องมาตามอ่านที่นี่ค่ะ
อย่างเช่น เพื่อนบ้าน , คนแนะนำบ้าน มีผลอะไรหรือไม่ ?
กุญแจดอกนั้นถูกไข โดยจิตสำนึกของพ่อใช่มั้ยค่ะ

ก็ดีเหมือนกันค่ะ นาน ๆ จะมีหนังที่ให้กลับมานั่งคิดซักที ^_^
โดย: nizaz IP: 202.57.182.72 วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:10:34:21 น.
  
ตอนจบที่หนูดาวาดรูปเด็กผู้หญิง 2 หัวนี่สื่ออะไรรึเปล่าคะ
โดย: sakuraba_o IP: 58.9.144.209 วันที่: 21 มกราคม 2550 เวลา:0:19:45 น.
  
ไม่เข้าใจเช่นเดียวกับคุณ sakuraba ค่ะ ภาพเด็กสองหัวสื่อถึงอะไรคะ เจ้าของกระทู้ช่วยเฉลยด้วยค่ะ ...ขอบคุณค่ะ
โดย: daungjun IP: 125.27.3.85 วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:04:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด