Miss potter , เรื่องของเธอ(พ็อตเตอร์)และผมฯ



ความตั้งใจเดิมคือจะปั่นต้นฉบับหนังสือเล่มใหม่ให้เสร็จในสิ้นเดือนมกราฯ แล้วจึงต่อด้วย การจัดอันดับหนัง เหมือนทุกๆปี แต่พอเห็นเพื่อนๆ blog โหวตให้เป็น Blog ภาพยนตร์ ก็เกิดความรู้สึกละอายใจในตำแหน่ง เพราะปีนี้หลังจากติดไปประจำการอยู่ facebook ก็ไม่ค่อยได้ up blog เท่าไหร่เลย

( ชวนมาอ่านมาคุยกันได้ที่ //www.facebook.com/IbehindYou )


ด้วยเหตุนี้จึงขอสำนึกผิดและขอบคุณทุกๆเสียงโหวตที่ยังติดตามกันเรื่อยมา ด้วย การแซงคิว การจัดอันดับ มาให้อ่านกันก่อน ตามนิสัย โรคชอบจัดอันดับ เหมือนคนอื่นๆ ที่จัดได้จัดดี จัดมา 5 ปีแล้ว ในบล็อก สำหรับ

10 ตัวละครประทับใจ , 10 ฉากประทับใจ และ หนังชอบ + ไม่ชอบ ประจำปี (ที่ปีหลังๆจัดหนักไปถึง 50 อันดับ)

ปีนี้จึงขอต่อเนื่องเป็น ปีที่ 6 ที่ขอทบทวนความประทับใจเกี่ยวกับหนังในปีที่ผ่านมา และ เริ่มต้นด้วย 10 ตัวละครประทับใจ โดยใช้เกณฑ์เหมือนทุกปีคือ

เป็น ตัวละคร ที่มาจากหนังทุกเรื่องที่ เจ้าของบล็อกได้ดู เหมารวมทั้ง หนังเก่า / หนังใหม่ / หนังใหญ่ / หนังชุด ไม่สนว่าจะเป็นหนังแนวไหนปีใด นับแค่ว่า ได้ดูในปีที่ผ่านมา

และ อันดับที่เลือก คงไม่สามารถนำไปอ้างอิงที่ไหนได้ เพราะไม่ได้เลือกจากแอคติ้งระดับเก้าช่อมะกอกหรือสิบออสการ์ แต่เลือกจาก ความประทับใจส่วนตัว ของเจ้าของบล็อกล้วนๆ

ซึ่งอาจจะมาจาก การเล่นดี หุ่นดี ฮาดี หรือ หน้าตาดี เราไม่มีเกณฑ์มาตรฐานใดๆทั้งสิ้น

และ นี่คือ กลุ่มตัวสำรอง ของ ตัวละครที่ประทับใจจากหนังปีที่ผ่านมา

อันดับสำรอง



Anna Kendrick- เด็กใหม่ไฟแรง – Up in the Air : ดีที่ไม่มัวแต่ไปหลงอยู่วงเวียนชีวิตรักสามเศร้าในดงหมาป่า แวมไพร์ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนในเรื่องนี้

น้องน้ำ กับ น้องเมย์ - สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า...รัก (First Love) + กวน มึน โฮ : น่ารักแบบใสซื่อจริงใจ กับ น่ารักแบบกวนๆไม่มีฟอร์ม คือ สองความน่ารักที่สามารถกลบทุกจุดอ่อนที่มีอยู่ในหนัง ที่น่าทึ่งคือ เป็นงานเล่นหนังใหญ่ชิ้นแรกของทั้งสองคนอีกต่างหาก ฉากริมสระน้ำของใบเฟิร์นนี่ ติดตรึง

ครอบครัวตัวฮา - บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน(พ่อสอนไว้) : เป็นทีมที่ทำให้คนดูมีความสุข ดูจริงใจ เป็นธรรมชาติ อยากได้เป็นเพื่อนบ้านหรือครอบครัวใกล้ชิดกัน

Leonardo DiCaprio - หนุ่มเครียดติดเกาะ - Shutter Island : ชอบมากกว่าใน inception





Chloe Moretz - จิ๋วจิ๊ด - Kick-Ass : เท่จริง อะไรจริง

Scarlett Johansson - แม่ม่ายดำ - Iron Man 2 : ไม่ได้เล่นสมศักดิศรีฝีมือมากมายที่มีอยู่ แต่ก็ส่องประกายโดดเด่นทุกครั้งที่โผล่

George Clooney - หนุ่มใหญ่นักฆ่าหวาดระแวง – The American : ชอบมากกว่าตอนชิงออสการ์ใน up in the air

Olivia Williams - ภริยาท่านนายก - The Ghost Writer : มีเสน่ห์แบบร้ายๆ เด่นแบบไม่ยอมให้ เพียซ บอนด์แน่น กับ ยวน บีวัน เคโนบี ข่มลงได้เลยแม้แต่น้อย

ลูกข่าง – totem – inception : เล่นดีมาก โดยเฉพาะลองเทคฉากสุดท้าย เป็นตัวละครตัวเดียวที่หนังจบคนยังพูดถึงไม่หยุดหย่อน


และ


ต่อไปนี้คือ



10 ตัวละครประทับใจ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ประจำปี 2553





อันดับ 10

Stanley Tucci – ฆาตกรใจโฉด - The Lovely Bones




เคยชินกับบทนิ่มๆ หรือ บทออกสาวๆหน่อย แต่พอได้ดูบทฆาตกรเลือดเย็นเรื่องนี้ ออร่าความชั่วร้ายกระจายทั่วจอสุดๆ (ขอแนะนำว่าหามาดูติดๆกันต่อจาก Easy A )


อันดับ 9

Carey Mulligan – สาวทรงเสน่ห์ - An Education




สวยสง่าราศีจับ จบ



อันดับ 8

Tobey Maguire– พี่ชายที่ตายจากไป - Brothers




พ่อหนุ่มสไปเดอร์แมน โทบี้ แมกไกวร์ ทำให้หนังที่มีเนื้อหาเครียดระดับเส้นเลือดโป่งพองอยู่แล้วแตกโพล๊ะเอาได้ง่ายๆในทุกๆห้านาทีที่เขาเปล่งพลัง(การแสดง)ในหนังเรื่องนี้



อันดับ 7

Gabourey Sidibe- ชีวิตต้องสู้ – Precious




Precious เป็นหนังที่ดีมาก แต่อาจหยิบมาดูผิดเวลา ในวันที่เหนื่อยล้าพอดูหนังเรื่องนี้ จึงทำให้ผมดูด้วยความเหนื่อยเหลือเกิน กับ ชะตากรรมของเด็กสาวที่ถูกแม่ข่มเหงถูกพ่อข่มขืน แถมไม่มีที่ยืนในสังคม

สิ่งเดียวที่เป็นกำลังใจให้ดูหนังจนจบโดยไม่หยุดแล้วมาดูใหม่งวดหลัง คือ การแสดงของ Gabourey Sidibe ที่เล่นก็เหมือนไม่เล่นจริงๆ



อันดับ 6

Julianna Margulies – เมียดีเป็นศรีแก่ครอบครัว - The Good Wife




เมียอัยการรัฐที่ชีวิตครอบครัวพัง เพราะสามีไปมีหญิงอื่นจนกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งชวนอับอาย ทำให้เธอต้องย้ายจากแม่บ้านมาเป็นทนายหาเลี้ยงชีพแทนสามีที่ถูกคุมขัง

สองสามตอนแรกที่ดู รู้สึกว่าตัวเอกไม่ได้แสดงอะไรออกมามากมาย นอกจาก ทำหน้าตาย เหมือนที่ตัวละคร ในเรื่องแซวเธอว่า poker face แต่ Julianna Margulies ค่อยๆสร้างบุคลิกตัวละครให้แข็งแรง ทำให้คนดูเชื่อในความเป็นเมียที่เข้มแข็งและมุ่งมั่น ไม่ใช่ไก่อ่อนให้คนอื่นมาเคี้ยวง่ายๆ

ฉากจบซีซั่น 1 ที่เธอโทรคุยสาย อธิบายเป็นฉากๆ ทำให้เธอ ไม่ใช่เป็นแค่ ยอดเมีย ตามชื่อหนัง แต่เธอสร้างตัวละคร ยอดหญิง ที่เก่ง และ ฉลาด ในการดำเนินชีวิต ชนิดที่ ผู้ชายหลายคนย่อมอยากมีเธอเป็นคู่ชีวิต



อันดับ 5

Emma Stone - อีนี่ ... แร๊งงงส์ - Easy A




ในสายตาแรกเห็น รู้สึกว่าเธอเป็นคนที่ไม่สวย(เมื่อเทียบกับนางเอกอีกหลายคนในฮอลลีวูด) และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เป็นนางเอกสไปเดอร์แมนเวอร์ชั่นใหม่

จนกระทั่งได้ดูเธอ แร๊งงงงส์ ใน easy a จึงเข้าใจว่า การเข้าชิงลูกโลกทองคำของเธอไม่ใช่ กระแสเรียกแขก แบบที่ จอห์นนี่ เด๊ปป์ เข้าชิงปีนี้ แต่เธอมีของจริงๆ

ทุกฉากในหนังเธอสามารถดึงดูดคนดูให้สนใจเธอได้โดยไม่ต้องพยายามจนเกินงาม เป็น ความเริ่ด เชิด แร๊งงงง ที่น่ารักแบบน่าเอ็นดู และ สู้คน

Easy A - บทเรียนจากเด็กสาวที่ใครๆก็พูดถึงเธอว่า 'อีนี่ ... แร๊งงงส์'
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=aorta&month=23-12-2010&group=14&gblog=241


อันดับ 4

Nicolas Cage - นายตำรวจเลว - The Bad Lieutenant: Port of Call - New Orleans




ปกติรำคาญ นิโคลาส เคจ เวลาเล่นหนังแบบโชว์พาวตะโกนโหวกเหวก แต่เรื่องนี้ พี่เคจ โหวกเหวกแล้วออกมามันให้อารมณ์เหมือนเวลาอาจารย์เฉลิมชัยวิจารณ์งานศิลปะพร้อมท่าทางประกอบ “ มั๊นมีพลัง มันยิ่งใหญ่ มันมีจิตวิญญาณณณณณณ มันเลวได้ใจจริงๆ “



อันดับ 3

Jesse Eisenberg - น้องมาร์คช่างซัก(เกอร์เบิร์ก) - The Social Network




ตอนเห็นหน้า Jesse Eisenberg ก็รู้สึกเอียนหน้าอยู่ เพราะพ่อหนุ่มรายนี้ เล่นหนังกี่เรื่องต่อกี่เรื่องก็เหมาบทที่สุดแสนสเตอริโอไทป์ นั่น คือ ภาพของ เด็กnerd เด็กเรียน ดู loser ดูแปลกแยก ( The Squid and the Whale , Adventureland , Zombieland ) แต่ในเรื่องนี้ เขาสามารถโชว์ของให้ต่างจากงานชิ้นก่อนๆ สร้างความลึกได้มากขึ้น

ถึงจะเป็นเด็กเนิร์ดเด็ก geek แต่ก็ไม่ใช่ประเภท ไก่อ่อนไม่มั่นใจ แต่พลิกมาในสไตล์ มั่นใจในตัวสูง ยโส พูดจาแต่ละหนก็ออกแนว “หนูไมรู้ กูไม่ผิด” แต่ก็แอบซ่อนสำนึกผิดซึ่งเป็นส่วนอารมณ์ซ่อนเร้นที่ Jesse Eisenberg เล่นได้ดีมาก

เช่น เราจะเห็น ความเป็นเด็กที่มีแววความรู้สึกผิด ในฉากร้านอาหารที่พยายามง้อให้อดีตคนรักมาคุยด้วย หรือ ตอนเห็นอารมณ์โกรธของเพื่อนที่ว่าเขาทรยศ

The Social Network - 10 ความในใจที่อยากเขียนถึงหนังของ น้องมาร์คช่างซัก(เกอร์เบิก)
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=12-2010&date=09&group=14&gblog=240



อันดับ 2

น้าค่อม - น้ำ ผีนองสยองขวัญ




มันไม่ได้เกี่ยวกับการแสดงชั้นเยี่ยมหรือน้าค่อมโชว์ฟิลลิ่งลึกล้ำ รู้แต่ว่า ในสภาวะที่สภาพจิตเครียดแบบไม่รู้จะหาอะไรมาทำให้ยิ้ม วันที่นั่งดู น้ำผีนองสยองขวัญ น้าค่อม ทำให้เสียงหัวเราะดังๆ เกิดขึ้นได้สำเร็จ

บทบาทของน้าค่อมในเรื่องนี้เป็นมาสเตอร์พีซของน้าแกเลยทีเดียว จังหวะปล่อยจังหวะขยี้แต่ละมุกเข้าขั้น ฮาจริง ฮาจัง ฮากันห้ากะโหลก ทุกวันนี้พอนั่งนึกถึงฉากในหนัง ก็ยังยิ้มได้อยู่ตลอด



อันดับ 1

Noomi Rapace - อีนี่ ... แร๊งงงส์ (กว่า) - The Girl with the Dragon Tattoo




มันไม่ใช่การแสดงที่จะถึงขั้นเข้าชิงรางวัลบนเวทีรายการต่างๆ แต่เป็นการสร้างคาแรคเตอร์ที่ได้ดูก็ลืมไม่ลง ชนิดที่พอจะพูดได้ว่า ถ้าให้ตัวละครตัวนี้มายืนเรียงแถวกับเหล่าตัวละครที่เข้าชิงรางวัล อีกสิบปีข้างหน้าคนดูคงจำไม่ได้ว่า ปีนี้มีใครเข้าชิงรางวัลบ้าง แต่ถ้าพูดถึง สาวรอยสักมังกร ไม่มีใครลืมเธอได้แน่ๆ

Noomi Rapace ทั้งใจถึง ทั้งเล่นได้เด็ดขาดดาร์คหมองหม่นได้สุดๆ ถ้าเวอร์ชั่นรีเมค คิดจะเดินตามรอยเธอคงยากที่จะตามได้นอกจากจะตีความสร้างบุคลิกใหม่ในมุมของตัวเองเธอเล่นได้ไม่แคร์ใคร ประมาณว่า ชั้นก็เป็นของชั้นอย่างนี้แหละ ดูแปลกแยก ดูแรง ฯลฯ

The Girl with the Dragon Tattoo , ฆาตกรอยู่ในหมู่พวกเรา ขอเอา'รอยสักมังกร'เป็นเดิมพัน
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=08-2010&date=03&group=14&gblog=232


10 อันดับข้างต้นคือ ตัวละครที่ ผมฯ ประทับใจ แล้วคุณประทับใจตัวละครตัวไหนบ้าง มาแบ่งปันกันครับ

แล้ว


Blog หน้า (ขอยกยอดไปเป็นต้นกุมภาฯ) มาว่ากันต่อด้วย

10 ฉากประทับใจประจำปี 2010

ต่อด้วย

50 หนังประทับใจประจำปี 2010



Link 10 ตัวละครประทับใจประจำปี ของปีที่ผ่านๆมา

10 ตัวละครประทับใจ ประจำปี 2009

10 ตัวละครประทับใจ ประจำปี 2008

10 ตัวละครประทับใจ ประจำปี 2007

10 ตัวละครประทับใจ ประจำปี 2006

10 ตัวละครประทับใจ ประจำปี 2005


***
***

ขอฝาก หนังสือเล่ม 5 ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" จ้า
(วางอยู่ตามร้านหนังสือทั่วไทยแล้ว)










อ่านจบแล้ว ชวนมาคุยกันที่นี่ครับ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=18

และ

ความเห็นของ เพื่อนผู้อ่านที่อ่านจบแล้ว และสละเวลาเขียนถึง

//blogs.lumamagic.com/?p=1957



หนังสือ 4 เล่มก่อนหน้าที่ว่าด้วย 'ภาพยนตร์ - จิตวิทยา - พัฒนาตัวเอง(self - development)' ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"








สำหรับเพื่อนๆที่เล่น FaceBook หรือ Twitter ณ.บัดนาว "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ขยายสาขาเรียบร้อยแล้วจ้า









บทความเรื่องนี้ไม่ได้ลงในกระทู้พันทิป และ ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากอ่านเรื่องราวชีวิตของเจ้าของบล็อก

...ผมนั่งเขียนถึง เธอ (มิสพ้อตเตอร์) ในวันที่ผมเปื่อย

ผมเปื่อยจริงๆครับ เพราะไม่ใช่แค่ป่วย แต่ มีแผลร้อนในที่กระพุ้งแก้มใหญ่เป้ง ในขนาดที่ทำให้เปื่อยไปได้สองวัน เท่านั้นยังไม่พอเมื่อวาน ผมยังเจออาการปวดท้อง เข้ากระหน่ำซ้ำเติมจนเข้าขั้นเปื่อยของจริง เมื่อคืนต้องตื่นนอนตีสามมาทรมานเพราะปวดแผลและปวดท้อง

ท้องของผมเป็นอวัยวะหลักที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิต เพราะเมื่อไหร่ที่ปวดท้อง สมองก็พร้อมจะ shut down อัตโนมัติ นั่นจึงทำให้ผมได้แต่นั่งเฝ้าหน้าจอ แต่ไม่สามารถเขียนเล่าเรื่องหนังได้อย่างที่ต้องการ

วันนี้ดีขึ้นมาหน่อยเลยคิดว่า ไม่อยากจะพลาดหนังที่ได้ดูไป และ คิดว่า อาการเปื่อยของผม กับ เรื่องราว มิสพ็อตเตอร์ ก็น่าจะเข้ากันได้ดี เพราะสองส่วนนี้ มีเรื่องส่วนตัวที่อยากจะเขียนถึง(บทความงวดนี้จึงเอาลงเฉพาะใน blog ) เลยอาศัยเวลาที่กำลังนั่งดูสไปดี้ภาคสองเพื่อส่งต้นฉบับให้กับครีม ก็แบ่งภาคมาเล่าถึง มิสพ็อตเตอร์

...ผมอยากดูมิสพ็อตเตอร์มากๆ ตั้งแต่หนังตัวอย่าง ผมคิดว่าหนังตัวอย่างของมิสพ็อตเตอร์เป็นผลงานของทีมงานที่เชียวชำนาญในการดึงจุดเด่นของหนังมานำเสนออย่างชาญฉลาด ทำให้ช่วงเวลาสั้นๆแค่สามสี่นาที ดูอบอุ่นโรแมนติคและน่าติดตามต่อไปในตัวหนังจริง

ยังมี ความน่าสนใจสองสามอย่างของมิสพ็อตเตอร์คือ

หนึ่ง นี่เป็นงานของผู้กำกับ Babe ที่ห่างหายการกำกับหนังไปถึงสิบปี

สอง นี่เป็นการจับคู่ครั้งที่สองระหว่าง แม่สาวบริตเจ็ด กับ โอบีวันเคนโนบีวัยหนุ่ม หลังจากที่ เคยจับคู่กันกันมาแล้วไม่เวิร์คอย่างแรงใน Down with Love

....ผมแบ่ง มิสพ็อตเตอร์ออกเป็นสามส่วน สองส่วนแรกคือส่วนที่น่าพูดถึง และ หนึ่งในสามส่วนหลังคือส่วนที่ไม่น่าจดจำ

องก์หนึ่ง : Miss potter & her friend




...ชีวิตของ บีทริกซ์ พ็อตเตอร์ หญิงสาวที่เติบโตมาในตระกูลที่ร่ำรวย แต่ความรวยก็ไม่ได้บันดาลทุกสิ่งที่ปรารถนา

เธอมีความสุขกับการวาดภาพ และ จินตนาการของเธอก็เบ่งบานเกินกว่าคนรอบข้างจะเข้าใจ เธอรักเหล่าตัวละครของเธอจนสามารถพูดคุยกับพวกมันราวกับมีชีวิต ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะ ตัวละครเหล่านั้นทั้งเจ้าปีเตอร์ แรบบิท หรือ เป็ดน้อย ล้วนเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็ก

..หนังแสดงให้เราได้เห็นตั้งแต่เด็กถึงการเป็น เด็กที่ช่างคิดช่างฝันช่างจินตนาการ นิทานที่เธอเล่าสนุกกว่าผู้ใหญ่เล่าให้เด็กฟัง จินตนาการของเธอไปไกลถึงขนาดสามารถเล่านิทานให้ตัวเองฟังก่อนนอน

แต่จินตนาการของเธอในวัยเด็กนั้น กลับเป็นเรื่องไร้สาระของแม่ ผู้ที่หนังสร้างบุคลิกลักษณะแม่ที่ค่อนข้าง perfectionist และ คอยควบคุมทุกอย่างเพื่อให้เป็นดั่งใจ

...เมื่อเธอโตขึ้น

เพื่อนๆของเธอ ไม่เป็นที่ต้องการของสนพ.เท่าไหร่ เจ้าของโรงพิมพ์มองนิทานเด็กๆของเธอเป็นแค่งานเล็กๆไม่อยู่ในสายตา เช่นเดียวกัน งานเขียนของเธอไม่เป็นที่ยอมรับของแม่ สำหรับ แม่ งานเขียนนิทานของ บีทริกซ์ ไม่ต่างอะไรจากงานเล็กๆเหมือนถักนิ้ตติ้ง

... ถึงแม่จะดูร้ายนิดๆในตอนต้น แต่หากเราทำความเข้าใจ ก็จะพบว่า หนังไม่ได้วาดภาพให้แม่เป็นคนใจร้ายไร้เหตุผล ในความไม่เข้าใจของแม่ เราได้เห็น ความรักและความห่วงใย

แม่ของ บีทริกซ์ ไม่ต่างจากแม่ของ ใน Pride and prejuidice ที่อยากให้ลูกสาวมีอนาคตที่มั่นคง มีชีวิตดีๆ นั่นหมายถึง การได้แต่งงานกับสามีที่มีฐานะและพร้อมจะดูแล

แม่รักในวิธีของแม่ที่ต้องการปกป้องลูกและอยากให้ลูกพบสิ่งดีๆ แต่ แม่ไม่เข้าใจถึง ความฝันของเธอ

ยังดีที่เธอมีพ่อที่เข้าใจ และ ยอมรับความฝันของเธอ

....พูดถึงนิทานของมิส พ็อตเตอร์ ตอนดูก็นึกถึงตัวเองและใครที่ทำงานเกี่ยวกับงานเขียนหรือเคยมีประสบการณ์คล้ายกันก็คงคิดเหมือนๆกัน แม้เราจะไม่ได้เป็นตำนานเหมือนเธอ แต่เราหลายคนก็คงเคยมีประสบการณ์ที่

เมื่อความฝันของเราไม่เป็นที่ยอมรับ และ เป็นอะไรที่ไม่ได้มีคุณค่ามากมายนัก ในสายตาคนรอบข้าง

และยิ่งเจ็บใจเมื่อคนใกล้ตัวแท้ๆ กลับไม่เห็น คุณค่าในสิ่งที่เราภาคภูมิใจ ความเจ็บปวดที่ ความฝันของตัวเองไม่ใช่ ความฝันเดียวกับคนที่เรารักและรักเราอยากจะให้เป็น

....ผมเอง ยังจำได้อยู่ว่าตอนนำเสนอสนพ. มีเพื่อนที่รู้จักบอกว่า งานเกี่ยวกับหนังไม่มีทางรุ่งและคงไมมีใครสนใจตีพิมพ์ ยังจำได้ถึงความเห็นในตอนที่พ่อและแม่มองว่าการนั่งเขียนเกี่ยวกับหนังเป็นอะไรที่เสียเวลา เป็นอะไรที่จิ๊บจ๊อยด้อยค่า น่าจะมุ่งหน้าทำแต่งานประจำที่ทำอยู่ดีกว่า

ตอนที่ บีทริกซ์ พยายามอย่างยิ่งที่จะตีพิมพ์ผลงานตัวเอง ผมจึงเข้าใจได้เลยว่า การมีงานออกมาของเธอ ไม่ใช่แค่อยากเห็น หนังสือตัวเองเป็นตัวเป็นตน

การได้ตีพิมพ์ ยังเป็นการแสดงออกของความต้องการที่จะ พิสูจน์ตัวเอง ให้พ่อแม่ได้เห็นว่า ความฝันของเธอ ไม่ใช่ ความฝันเลื่อนลอย มันคือ ความฝันที่เธอภาคภูมิใจ คือ บางสิ่งที่มีคุณค่า

และ ฉากดีๆฉากหนึ่งในหนังเป็นฉากเล็กๆแต่ชวนให้ประทับใจเป็นการส่วนตัว คือ ฉากที่แม่เธอดูไม่ใยดีกับผลงาน แต่ พ่อของเธอประเดิมซื้อหนังสือกลับมาแล้วบอกว่าเขาภาคภูมิใจในตัวเธอ

สำหรับ บีทริกซ์ การยอมรับจากพ่อที่ได้รับมา ยิ่งใหญ่ไม่แพ้การมีหนังสือเป็นของตัวเอง


องก์ที่สอง : Miss Potter and her love



...ความรักของบีทริกซ์ เริ่มผลิบานเล็กๆตั้งแต่องก์ที่หนึ่งแล้ว

บีทริกซ์ ที่ครองโสดมาชั่วนาตาปี พบรักกับ นอร์แมน วอร์น น้องชายคนเล็กของครอบครัวเจ้าของกิจการสนพ.ที่พิมพ์งานให้

ความรักก็เป็นเช่นเดียวกับงาน มิหนำซ้ำออกจะหนักกว่า เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่แม่ แต่พ่อของเธอก็ไม่เห็นดีด้วย เพราะเกรงว่า รักนี้จะเป็นรักวูบวาบ แม่ยังกังวลตรงอาชีพของชายหนุ่มที่เธอคิดว่าไม่คู่ควร

เธอยืนยันที่จะพิสูจน์ความรักกับเขา

...มีไดอะล็อกดีๆเอ่ยมาจากปากของบีทริกซ์ผ่านบุคลิกดื้อแพ่งอย่างน่ารักของเรเน่ ในช่วงองก์ที่สองนี้ เมื่อเธอแย้งแม้ถึง ความเท่าเทียมกันของบุคคล ที่เธอไม่คิดว่า การมีฐานะร่ำรวยจะทำให้คนต้องแตกต่างกัน

พ่อและแม่ยื่นข้อเสนอที่เธอและเขาต้องพิสูจน์รักแท้ด้วยเวลา

เธอและนอร์แมนเชื่อว่า ความรักที่มั่นคงของทั้งสองจะต้องทำให้ได้อยู่คู่กัน



Spoile rarea : บทความถัดจากนี้เฉลยจุดสำคัญของหนัง


องค์สาม : Miss Potter and her loss



..แม้ความรักจะตั้งมั่นเพียงใด แม้จะไม่มีมือที่สาม แต่ ความฝันในการใช้ชีวิตคู่ของเธอก็ต้องพังทลาย จาก ความตายที่มาแบบไม่คาดฝันของชายคนรัก

...คริส นูแนน อาจไม่ถนัดกับการสร้างอารมณ์เศร้าสะเทือนใจ เพราะ การตายของ นอร์แมน วอร์น ไม่ทำให้ผมอินกับความรู้สึกสูญเสียของมิสพ็อตเตอร์ได้เท่าที่ควร แถมหลังจากการตายของเขา หนังก็เดินเรื่องไปข้างหน้าอย่างเอื่อยเฉื่อย หนัง แสดงให้เราได้เห็น แต่ ไม่ทำให้เราสามารถสัมผัส ผลกระทบของความตายที่มีต่อตัวตนของพ็อตเตอร์เท่าไรนัก

ซ้ำร้าย ยังชวนผิดหวังที่หนังเลือกปิดบทสรุปของหนังให้เป็นการลงท้ายของพ็อตเตอร์กับคนรักใหม่ ด้วยจังหวะการเล่าเรื่องที่เข้าข่ายเรียบเรื่อยจนน่าเบื่อ และ การมาของชายคนใหม่ก็ให้ความสำคัญน้อยเกินไป ทำให้บทสรุปของหนังเหมือนกราฟที่ดิ่งตกลงมาจากตอนต้นอย่างน่าใจหาย

ความประทับใจที่ผมมีต่อ มิสพ็อตเตอร์ จึงมีให้แค่หนังตัวอย่าง และ สองในสามส่วนแรกของหนังเท่านั้น

... เรเน่ เซลวีเกอร์ รับบท มิสพ็อตเตอร์ ได้น่ารักเหมือนทุกบทบาทที่เธอเคยเล่น ในหนังเรื่องนี้เธอดูดีมีเสน่ห์ในตัวไม่แพ้ตอนรับบทบริทเจ๊ด หนังเรื่องนี้ยังมี เอมิลี่ วัตสัน นักแสดงมากฝีมือที่หายไปนาน มาให้ชื่นชมคลายความคิดถึง แน่นอนเรื่องฝีมือเธอไม่ค่อยทำให้ต้องผิดหวัง และก็ยังมีคุณป้าที่มารับบทพี่เลี้ยงของพ็อตเตอร์ถึงจะชราแต่ก็น่ารักเสมอทุกฉากที่ปรากฎตัว

การกำกับของคริส นูแนน ไม่ทำให้คนดูต้องผิดหวัง เพราะหนังในช่วงต้นจะทำให้คนดูเก็บเกี่ยวความสุขพร้อมรอยยิ้ม ทั้งจาก มุกตลก จาก ความน่ารัก และ จากจินตนาการของผู้กำกับ เสียดายก็ช่วงท้ายเมื่อหนังเปลี่ยนโหมดเข้าสู่อารมณ์เศร้า คริส นูแนน ทำได้ไม่ดีพอ

สิ่งที่ชอบ

1.หนังตัวอย่าง

2.หนังจริงช่วง 2/3 แรก

สิ่งที่ไม่ชอบ

1.หนังจริงช่วง 1/3 หลัง

สรุป ... น่าเสียดายมากๆ กับ ช่วง 1/3 ท้ายของหนัง เพราะผมชอบช่วง 2/3 แรกของหนังมากๆ จนตอนแรกนึกว่านี่จะเป็นหนึ่งในสิบหนังประทับใจที่สุดของปีนี้ที่ต้องจบแบบประทับใจสุดๆอย่าง Finding neverland แน่ๆ

ถึงจะผิดหวังนิดหน่อย ก็ไม่ได้ถึงกับรู้สึกเสียดายเงิน เพราะ แค่ช่วงต้นหนังทำให้ผมนั่งดูอย่างเบิกบานใจ ดูไปยิ้มไปในความน่ารักของเหล่าตัวละคร และ ทำให้ได้ย้อนกลับไปสัมผัสความรู้สึกจากประสบการณ์ตัวเองอีกครั้ง ก็คุ้มค่าแล้ว

ป.ล. ตอนบีทริกซ์เห็นหนังสือของตัวเอง ดูแล้วเกิดความรู้สึกเดียวกับตอนเห็นหนังสือของตัวเองเป็นครั้งแรกเหมือนกัน และ ความเรื่องมากในรายละเอียดของเธอก่อนจะออกมา ก็คิดถึงความเรื่องมากของตัวเองจนอดสงสารสนพ.ไม่ได้


ขอฝาก"หนังสือรัก"ไว้กับผู้อ่านด้วยเน้อ กับ พ็อกเก็ตบุ้คเล่มแรก ที ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่คือการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



(วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป หาไม่เจอถามจากพนักงานขายได้เลยจ้า)






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป











Create Date : 01 พฤษภาคม 2550
Last Update : 25 มกราคม 2554 11:15:58 น.
Counter : 3154 Pageviews.

21 comments
มหัศจรรย์แห่งรัก The Kop Civil
(13 มิ.ย. 2563 13:25:57 น.)
ฺBlog 101/2563 RIP ตั็ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง** เริงฤดีนะ
(11 มิ.ย. 2563 07:42:45 น.)
Pray : OST. Who are You - School2015 The Kop Civil
(9 มิ.ย. 2563 15:34:10 น.)
Destiny Sleepless Sea
(5 มิ.ย. 2563 13:34:21 น.)
  
ภาพตัวจริงเสียงจริงของมิสพ็อตเตอร์ เมื่อตอนอายุ 15

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:55:26 น.
  
ผลงานของเธอ ที่สาวๆหลายคนมีนิทานหรือจานชามลายกระต่ายน้อยในครอบครองโดยไม่รู้ตัว

โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:0:57:53 น.
  
เป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วทั้งอิ่มใจและอุ่นใจค่ะ ~ ..

ชอบการแสดงของ เรเน่ มาก เวลาที่เธอยิ้ม เวลาหัวเราะ หรือแม้กระทั่งแสดงสีหน้าอินเลิฟ เรเน่ทำให้ Miss potter ในเรื่องมีชีวิตชีวาดีค่ะ
โดย: อาราลียะ วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:9:35:41 น.
  
ได้มีโอกาสไปดูมา..แบบว่าชอบบรรยากาศ
ของเรื่องกะตอนเริ่มต้นเท่านั้นเอง
เสียดายที่หนังไม่สามารถถ่ายทอดความลุ่มลึกของ
miss Potter ได้อ่ะ..และความลำบากในการสู้กะสิ่งที่เธอรัก..เพราะเราชอบกระต่ายน้อยของเธอมาก
โดย: กาแฟดำไม่เผ็ด วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:26:20 น.
  
ตายแล้วค่ะ พอเห็นภาพที่คุณเจ้าของบ้านเอามาแปะไว้ ก็นึกขึ้นมาได้เลยว่าเคยได้รับหนังสือนิทานเล่มเล็กๆ ขนาดวางบนฝ่ามือจากคุณยายที่เสียไปแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นผลงานของมิสพอตเตอร์อยู่ ขอบคุณสำหรับบทความชวนหวนรำลึกชิ้นนี้ นะคะ
ป.ล. หายหรือยังคะ คุณเจ้าของบ้าน ? ดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ ู^_^
โดย: FuRiEs IP: 125.24.196.130 วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:12:51:34 น.
  
จำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนมีขันน้ำลายกระต่าย Peter Rabbit
สีชมพู ซื้อมาเพื่อเอาไว้ไปตั้งแคมป์ แต่กลับไม่ได้ใช้เลย
ตอนนี้บริจาคให้คนอื่นไปแล้วล่ะค่ะ เนื่องจากตัวดิฉัน
เองต้องย้ายออกจากเมืองนั้น

ดูหนังเรื่องนี้ทำให้พบว่าตัวละคร Peter Rabbit ถือกำเนิด
มานานแล้วมากกว่า 100 ปี
โดย: Tai-Sarunya IP: 202.28.169.165 วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:14:09 น.
  
ขออนุญาตมาท้วงติงเรื่องนามสกุลของ Mr. Norman
ที่รับบทโดย Ewan McGregor ว่าน่าจะออกเสียงเป็น "วอร์น"
(Norman Warne) ค่ะ อีกประการหนึ่ง Miss Potter ในเรื่อง
ก็ออกเสียงเรียกคู่รักของตัวเองว่า "มิสเตอร์วอร์น" นอกจากนั้น
ใน Subtitle ภาษาไทยก็เขียนว่า "มิสเตอร์วอร์น" ค่ะ

ขอบคุณค่ะ
โดย: Tai-Sarunya IP: 202.28.169.165 วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:21:47 น.
  
ต้องไปดู
โดย: ฟ้าคงฯ (ฟ้าคงสั่งมา ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:13:52:12 น.
  
อยากดูเรื่องนี้จัง
ขอให้หายไวๆ นะครับ
โดย: absent-minded IP: 222.212.71.111 วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:42:11 น.
  
ดูแล้วก็ยิ้มไปด้วย แทบทั้งเรื่อง...
โดย: red IP: 202.44.8.100 วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:44:08 น.
  
กำลังอยากไปดูเลยค่ะ
โดย: Too Optimistic วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:15:08 น.
  
หนังช่วงแรกๆ ทำให้ผมดูไปอมยิ้มไป น่ารักดีจริงๆครับ...
ช่วง 10-15 นาทีหลังนี่เองที่ทำให้หนังมันดู "โดด" เกินไปหน่อย หลังจากจุดหักมุมตรงนั้นแล้ว..
เรื่องเศร้าก็เศร้าอยู่นะครับ แต่ว่าจริงๆ หนังน่าจะตัดช่วง 10 นาทีหลังออกไปเลยก็ไม่น่าจะเสียหาย และยังจะดูดีขึ้นอีกเยอะ
โดย: nanoguy วันที่: 1 พฤษภาคม 2550 เวลา:23:38:18 น.
  
แหะๆ ดูไม่ทันแล้วครับ เย็นนี้ต้องขึ้นรถกลับบ้าน ตจว. แว้ว ... เด๋วกลับมาค่อยไปดูอ่ะครับผม
โดย: บลูยอชท์ วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:11:23:30 น.
  
ขอให้หายไว ๆ นะคะ ส่งกำลังใจมาให้อีกคนค่ะ
โดย: aorengja IP: 203.144.213.3 วันที่: 3 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:04:37 น.
  
ดูมาแล้วบนเครื่องครับ ก่อนเข้าซะอีก
เลือกดูเพราะชอบ renee คับ น่ารัก และ ยิ้มกินใจมาก เสียงเธอเวลาพูดจะดูเหมือนเด็กสาวสดใส น่ารัก มีเสน่ห์

แต่รู้สึกเลยว่า หลังจากที่ norman ตาย หนังน่าเบื่อมากอะครับ ไม่ว่าจะเรื่องที่อยู่ ๆ potter ก้อไปอยู่ตจว หรือ ว่า จะ ซื้อที่ เพื่อที่จะอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพเดิม มันเหมือนบอกข้อมูลให้ฟังเฉย ๆ แต่ไม่มีอารมณ์ร่วมอะครับ ว่าทำไมต้องทำอย่างน้าน

เฮ้อ ผิดหวังอะครับ กับเนื่อเรื่อง แต่ดูดารา ก้อ ok ครับ ผมชอบ renee เล่นกับ ewan ครับ ตอน down with love ผมก้อชอบนะครับ น่ารักดี

โดย: MTO IP: 124.120.207.146 วันที่: 4 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:46:26 น.
  
... ขอบคุณทุกๆความเห็นครับที่แวะเวียนมาคุยกันครับผม

และขอบคุณ คุณTai-Sarunya ที่ช่วยแก้ชื่อให้ถูกต้องครับ ผมเข้าไปแก้เรียบร้อยแล้วจ้า
โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 5 พฤษภาคม 2550 เวลา:1:37:27 น.
  
เรื่องนี้อยากดูมากๆค่ะ
เสียดายที่ไม่เข้าโรงใกล้บ้านเลย

Get well soon นะค้าบ
โดย: renka IP: 61.19.65.58 วันที่: 6 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:51:59 น.
  
ผมขอเห็นแตกต่างนิดหน่อยครับ ผมเห็นว่าผู้กำกับเลือกที่จะไม่ทำให้หนังดูฟูมฟายเกินไปมากกว่า ทั้งๆที่สามารถทำให้เหตุการณ์พลิกผันนั้น "จี๊ด" คนดูได้ง่ายๆ ซึ่งอาจจะทำให้มีคนชอบหนังมากกว่านี้ ผมกลับรู้สึกว่ามันกำลังพอดี และก็ชอบหนังทั้งเรื่อง จบสวย ได้ความประทับใจครับ
โดย: หุ หุ IP: 203.121.153.245 วันที่: 19 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:48:29 น.
  
ดูแล้วเหมือนกันค่ะ ส่วนตัวแล้วชอบนะคะ แต่เห็นด้วยกับคุณผมอยู่ข้างหลังคุณที่หนังไปเรื่อย ๆ แต่เราคิดว่า ตัวหนังกำลังดีเลยค่ะ สำหรับสังคมชนบทในสมัยก่อน ที่ไม่หวือหวา

สรุปว่า...ชอบค่ะ ทั้งนางเอก และเพื่อน ๆ การ์ตูนของเธอ
โดย: BlueSkyFlyAlone วันที่: 20 พฤษภาคม 2550 เวลา:21:03:20 น.
  
เพิ่งได้ดูค่ะ ชอบ 2/3 แรกเหมือนกันเลยค่ะ ส่วนหลังมันแปลกๆยังไงไม่รู้
โดย: Mucki_girl IP: 193.24.32.37 วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:17:12:06 น.
  
ดูเรื่องนี้เพราะหลงรักเรเน่ตั้งแต่เล่นเรื่องเจอรี่ แม็คไกวร์แล้วค่ะ ชอบยวน แม็คเกรเกอร์ด้วย

ชอบตอนที่พ่อของนากเอกพูดกับแม่นางเอก--ลูกเรามีชื่อเสียงมากเลยนะ มีแต่คุณเท่านั้นที่ไม่รู้---อะไรทำนองเนี้ยล่ะ จำไม่ค่อยได้แล่ว "_"a

เศร้าเหมือนกันนะ ถ้าสิ่งที่เราทำมันไม่มีค่า ไม่มีความสำคัญในสายตาของคนที่เรารัก
สิ่งที่เราภาคภูมิใจและทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีค่า มีความหมาย มีตัวตนดำรงอยู่บนโลกใบนี้ ไม่รู้ว่ามันจะยังสำคัญมากมายอยู่อีกมั้ย ถ้าไม่มีใครมองเห็น?
โดย: yahoo...the world is still OK ! IP: 118.172.210.26 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:29:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aorta.BlogGang.com

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]

บทความทั้งหมด