<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 สิงหาคม 2554
 
 
น้ำนมจากแม่สู่ลูกน้อย



(ข้อมูลจากนิตยสาร AIGLE เดือนสิงหาคม)
ฮอร์โมนความรักและความผูกพัน ในแง่ของวิทยศาสตร์แล้วในระหว่างที่แม่เจ็บท้อง (labor) กำลังจะคลอดลูกออกมานั้น ต่อมพิทูอิทารี (Pituitary gland) ใต้สมองของคุณแม่จะหลั่งฮอร์โมนที่สำคัญๆ 2 ออกมาชนิด คือ โพรแลคติน (prolactin) และ ออกซิโทซิน “love hormone”
โพรแลคติน เป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดการสร้างนํ้านมขึ้นในต่อมนํ้านม ยิ่งลูกดูดนํ้านมของแม่ต่อเนื่องมากเท่าไหร่ สมองของแม่ก็จะยิ่งผลิตโพรแลคตินออกมาอีก ทำให้มีนํ้านมออกมาตลอด ส่วนออกซิโทซิน หรือบางทีก็เรียกว่า cuddle hormone (การกอด) หรือ bonding hormone (ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความรักความผูกพัน) มีผลทั้งทางร่างกายและจิตใจของทั้งผู้รับและผู้ให้ การที่ทารกได้ดื่มนมแม่ทันทีและต่อเนื่องถึง 6 เดือนนั้น นอกจากลูกจะได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการในการเจริญเติบโตมีสุขภาพแข็งแรง โอกาสเป็นภูมิแพ้ ท้องเสียหรือไม่สบายน้อยลง สุขภาพจิตดี รู้จักอดทนและรอคอย อีกทั้งในแม่และลูกจะมีการสร้างออกซิโทซิน โดยเด็กแรกเกิดทุกคนมีสัญชาตญาณเมื่อดื่มนมแม่ ทันทีได้สัมผัสแม่เนื้อแนบเนื้อ ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคย ผลพวงทางด้านสุขภาพและจิตใจของมันจะติดตัวอยู่กับลูกๆ ไปนานแสนนาน มีการศึกษาว่าทารกที่ดื่มนมแม่หลัง 3 วันไปแล้วมีอัตราการเสียชีวิตสูงเป็น 6 เท่าของทารกที่ดื่มนมแม่ในชั่วโมงแรก สำหรับแม่เองนั้นการที่มีลูกมาช่วยกระตุ้นออกซิโทซินให้ ก็จะทำให้ผ่อนคลายมีความรู้สึกรักใคร่ทะนุถนอมลูกน้อย และการที่ลูกดูดนมแม่ทันทีหลังจากคลอดลูกจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนออกซิโทซินในร่างกาย ทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วยิ่งขึ้น และลดอาการตกเลือด ยิ่งลูกดูดนมมากเท่าไหร่แม่ก็จะยิ่งมีฮอร์โมนนี้เพิ่มมากขึ้น ความรักความผูกพันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น แค่นี้ยังไม่พอการที่คุณแม่สัมผัสโอบกอดลูกน้อยทั้งตอนให้นมหรือกล่อมให้หลับ จะช่วยเพิ่มระดับออกซิโทซินของคุณแม่ขึ้นไปอีก ที่สำคัญสมองของลูกก็จะสร้างฮอร์โมนนี้ให้ตัวเองจากการดื่มนํ้านมและการได้รับสัมผัสอันอ่อนโยนของแม่ และยังรับฮอร์โมนของแม่จากนํ้านมเข้าไปด้วย นํ้านมแม่มีโปรตีนน้อยกว่านมวัวแต่วิทยาศาสตร์ก็ต้องยอมรับว่าร่างกายคนก็ต้องแข็งแรงเติบโต แต่สมองต้องแข็งแรงและเติบโตมากกว่าเพราะต้องพัฒนาให้มีการเรียนรู้ รับรู้เรื่องต่างๆ ให้ได้มาก การที่สมองของลูกจะพัฒนาได้ดีย่อมมาจากสัมผัสที่รักใคร่ทะนุถนอมนั่นเอง
แต่ออกซิโทซินก็ไม่ใช่ส่วนประกอบอย่างเดียวในนมแม่ อาหารครบหมู่พร้อมวิตามิน ฮอร์โมนและเอ็นไซม์สำคัญๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้ก็มีอีกเพียบอย่าง โคลอสตรัม (Colostrum) หรือเรียกได้ว่าเป็นหัวนํ้านมชั้นยอดของแม่ จะมีภูมิคุ้มกันและประโยชน์สูงมาก ในขณะที่สารอาหารอื่นๆ ในนํ้านมอาจจะดูไม่เข้มข้น หรือมีส่วนผสมของวิตามินต่างๆ น้อย แต่ขอบอกว่าเป็นนํ้านมที่ผลิตมาจากคนเพื่อให้คนกิน ดังนั้นจึงย่อยง่าย และร่างกายลูกดูดซึมสารอาหารเหล่านี้ได้ดีกว่าดื่มนมหรือสารอาหารแบบอื่น พวกไขมันในนํ้านมแม่มี Smart Fat คือไขมันที่เสริมสร้าง


พัฒนาการสมองของลูกโดยเฉพาะ แล้วยังมี ไลโซไซม์ (Lysozyme) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในนํ้านมแม่มีไลโซไซม์มากกว่านมวัวถึง 3,000 เท่า แถมยังไม่สามารถเติมลงในนมกระป๋อง (formula) ได้เพราะเอนไซม์ต่างๆ จะถูกทำลายด้วยความร้อนในขั้นตอนที่นำนมผสมไปฆ่าเชื้อก่อนบรรจุกระป๋อง ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของคุณแม่กับคุณลูกทำให้โรงพยาบาลชั้นนำทั้งหลายเน้นให้คลอดแบบธรรมชาติ โดยหาวิธีให้คุณแม่สบายที่สุด
สมิติเวช ให้ความสำคัญสำหรับ “สายใยรัก” ระหว่างครอบครัวอย่างมาก เรามีโปรแกรมเพื่อการเป็นคุณแม่โดยเฉพาะ ตั้งแต่การเตรียมตัวเพื่อการคลอด ไปจนถึงการดูแลตัวเองและลูกน้อยหลังคลอด ซึ่งแบ่งเป็น :
1. Antenatal Care ศูนย์สุขภาพสตรี : การดูแลระยะตั้งครรภ์ มีการอบรมครรภ์คุณภาพ ANC Class Childbirth Education เพื่อเตรียมตัวทั้งคุณแม่และคุณพ่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ ซึ่งมีผลในการบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด หรือช่วยให้คลอดง่ายขึ้นมีการตรวจประเมิน และแนะนำเรื่องโภชนาการคุณแม่สู่ลูกน้อยอย่างถูกวิธี
2. แผนกคลอด : การเอาใจใส่ดูแล ระหว่างคลอดมีการส่งเสริมให้คลอดแบบธรรมชาติ หรือบริการการคลอดที่เหมาะสมกับคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็นคลอดวิถีธรรมชาติคลอดในนํ้า หรือผ่าตัดคลอด บริการอุปกรณ์ช่วยคลอดต่างๆ ซึ่งช่วยทั้งในด้านอารมณ์และบรรเทาความเจ็บปวดระหว่างคลอด เช่น Aroma Therapy Music Therapy มีการส่งเสริมให้นมแม่ทันทีหลังคลอด และมุ่งเน้นให้ทารกได้อยู่กับมารดาตลอดเวลาที่อยู่ห้องคลอด
3. แผนกหลังคลอด และหออภิบาลทารก แรกเกิดและห้องพักคุณแม่ : การดูแลแม่ลูกแรกคลอด ส่งเสริมการให้นมแม่จากเต้าและ ปฎิเสธการให้นมขวด สนับสนุนให้แม่-ลูกอยู่ในห้องเดียวกันตลอด 24 ชม. เพื่อแม่-ลูกได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน กระตุ้นให้ลูกดูดนมแม่ ทุก 2-3 ชม. โดยยึดหลัก ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี
4. สถาบันกุมารเวช : การดูแลแม่ลูกหลังคลอดสู่การเติบโตสมวัย ส่งเสริมและสนับสนุนการให้นมแม่อย่างต่อเนื่องจนถึงขวบปีแรกมีมุมให้บริการคำแนะนำการให้นมแม่ (Lactation Clinic) รวมถึงใช้เทคโนโลยี IP VDO หรือ Baby Homecare ช่วยให้แม่ และพยาบาลสามารถตอบปัญหานมแม่ได้จากบ้าน มีการจัดกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และนำข้อแนะนำที่มีประโยชน์ไปประยุกต์ใช้ มีการตรวจติดตามพัฒนาการเด็กสมวัยตั้งแรกเกิดถึง 5 ปี โดยคุณแม่และแพทย์ผู้ดูแลสามารถบันทึกพัฒนาการหนูน้อยไว้ใน My First Book บันทึกสุขภาพและพัฒนาการหนูน้อยตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ขวบปี

ท้ายนี้สมิติเวช ขอแนะนำเมนูพิเศษสำหรับคุณแม่ๆ ด้วย “แกงเลียงเรียกนํ้านม”




คุณค่าทางโภชนาการสูงเพราะเครื่องปรุงส่วนใหญ่มีฤทธิ์ให้ความร้อนแก่ร่างกาย ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี ทำให้นํ้านมเพิ่มขึ้น เหมาะสมที่สุดสำหรับทารก เพราะทารกแรกเกิดนั้นจะหิวนมทุกสี่ ชั่วโมง ขณะที่คุณแม่ที่เพิ่งฟื้นตัวจากการคลอดจึงแทบไม่ได้หลับได้นอนกันเลยเพราะต้องให้นมลูก ดังนั้น ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมาก็คือ นํ้านมจะน้อย พอลูกหิวขึ้นมาแล้วดูดนมไม่พอ ไม่อิ่ม ก็หลับหูหลับตาร้องจ้า จนคุณแม่หลายๆ คนถึงกับยกธงยอมแพ้ให้กับนมขวดไปเลย
คำแนะนำสำหรับคุณแม่ที่จะช่วยให้การให้นำลูกได้อย่างเพียงพอและมีประสิทธิภาพ :
• พักผ่อนให้เพียงพอ ตื่นพร้อมลูกนอนพร้อมลูก งานบ้านควรปล่อยให้ผู้ช่วยทำ
• ผ่อนคลายเวลาให้นมลูก อย่าเร่งรีบให้เสร็จๆไปเพราะนํ้านมจะหดหาย
• ดื่มนํ้ามากๆ ดื่มนํ้าอุ่นบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงต้นของการให้นมหรือช่วงที่ปั๊มนม เพราะช่วยเพิ่มนํ้านม
• ใช้กระเป๋านํ้าร้อนประคบรอบเต้านมก่อนให้นมลูก เพื่อกระตุ้นให้นํ้านมมา
• ควรให้ลูกดูดนมจากอกแม่อย่างสมํ่าเสมอและเพียงพอให้ลูกอิ่ม เพื่อกระตุ้นให้นํ้านมมาเป็นเวลา ปริมาณคงที่
• สำคัญที่สุด คงเป็นเรื่องการ “โด๊ป” หรือบำรุง แต่ห้ามตามใจปาก ต้องระวังเรื่องอาหาร เพราะจะทำให้อ้วน
ส่วนคุณแม่ที่ชอบเมนูอีสานเปรี้ยวๆ แซบๆ ก็ต้องงดไว้ก่อน เพราะลูกน้อยจะได้รับรสเปรี้ยวแซบจากนํ้านมไปด้วยคุณแม่ที่กำลังให้นมควรทานอาหารกลุ่มรสร้อน แต่ไม่เผ็ด นอกเหนือจากแกงเลียงที่กล่าวไปแล้วก็ยังมีอีก เช่น ยำหัวปลี แกงส้ม ไก่ผัดขิง ฯลฯ และพืชสมุนไพรไทยหลายชนิดที่ช่วยเพิ่มการผลิตนํ้านมแม่ ได้แก่ กะเพรา พริกไทย ขิง ฟักทอง มะรุม เม็ดขนุน ใบแมงลัก กานพลู กุยช่าย ตำลึง ฯลฯ หรือ มะละกอทั้งดิบและสุก
Tips 10 พืชผักบำรุงนํ้านม
หัวปลี มีแคลเซียมสูง โปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินอี เบตาแคโรทีน แก้โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้ บำรุงเลือด ช่วยกระตุ้นการสร้างนํ้านม (แกงเลียงหัวปลี ยำหัวปลี ลวกจิ้มนํ้าพริก ทอดมันหัวปลี หัวปลีชุบแป้งทอด)
ขิง มีโปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอ บี 1 บี 2 คาร์โบไฮเดรต ช่วยขับลม แก้คลื่นไส้ ย่อยไขมันได้ดี ลดการบีบตัวของลำไส้ บรรเทาอาการปวดท้องเกร็ง ขับเหงื่อ เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้นํ้านมไหลได้ดี (โจ๊กไก่ใส่ขิง หมูสับผัดขิง มันหรือถั่วเขียวหรือบัวลอยต้มนํ้าขิง นํ้าขิงชงดื่มร้อนๆ)


มะละกอ มีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี ซี และเส้นใยอาหารสูง ช่วยขับนํ้านม บำรุงเลือด กระดูก สายตา ป้องกันโรคลักปิดลักเปิด (ทานแบบสุกแทนของหวาน หรือนำแบบดิบไปใส่แกงส้ม)
ฟักทอง มีวิตามินเอ บี ซี ฟอสฟอรัส เบตาแคโรทีน ช่วยขับนํ้านม ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง (ฟักทองผัดไข่ แกงเลียง ฟักทองนึ่งทานเปล่าๆ จิ้มนํ้าพริกหรือใส่ในสลัด แกงบวดฟักทอง ซุปฟักทอง)
กุยช่าย ให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กคาร์โบไฮเดรต เบตาแคโรทีน วิตามินซี ช่วยขับนํ้านม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม (ผัดไทยใส่ใบกุยช่าย หรือนำใบสดกินแกล้มกับอาหารอื่นๆ)
ตำลึง มีโปรตีน มีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี แคลเซียม เหล็ก เส้นใยอาหารในปริมาณมาก ช่วยบำรุงนํ้านม เลือด กระดูก สายตา ผม และประสาท (ต้มจืดตำลึง แกงเลียงตำลึง ตำลึงผัดนํ้ามันหอย)
ใบกะเพรา มีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส เส้นใยอาหารสูง ความร้อนจากใบกะเพราช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้มีนํ้านมมากขึ้น แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หวัด คลื่นไส้ อาเจียน (แกงเลียงใส่ใบกะเพรา ผัดกะเพรา แกงป่าหรือผัดเผ็ดต่างๆ โดยใช้พริกไทยอ่อนแทนพริกขี้หนูเพื่อเลี่ยงรสเผ็ด)
ใบแมงลัก มีธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินบีและซีสูง มีรสหอมร้อน ทำให้นํ้านมไหลได้ดี ช่วยขับลม ขับเหงื่อ (ใส่แกงเลียง ใส่ขนมจีนนํ้ายาหรือใส่แกงป่าต่างๆ)
พริกไทย มีนํ้ามันหอมระเหย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต มีรสร้อน ทำให้นํ้านมไหลได้ดีช่วยขับลม ขับเหงื่อ (ใส่ในแกงเลียง แกงจืด ผัดต่างๆ)
มะรุม มีวิตามินซีสูง แคลเซียมสูง วิตามินเอสูง โพแทสเซียมสูง โปรตีนสูง โดยแคลเซียมเข้าไปเสริมกระดูกของแม่ ใบและดอกช่วยในการขับนํ้านม (แกงส้มดอกมะรุม)
อ่านความรู้เพื่อเป็นแนวทางป้องกันดูแลชีวิตและสุขภาพได้ในนิตยสารรายเดือน ไอเกิล (AIGLE) หรือ //www.aiglemag.com และพบบทความสุขภาพออนไลน์อีกมากมายที่ //www.facebook.com/DrCareBear
ไอเกิล เป็นนิตยสารรายเดือนเพื่อไลฟ์สไตล์และสุขภาพดีที่สามารถ interact กับผู้อ่านได้อย่างสนุกสนาน ท้าทาย เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายคนทำงานรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพ ต้องการสร้างความสมดุลของร่างกาย ความคิด อารมณ์ สังคม และจิตใจ เพื่อความอยู่ดีมีสุข หาอ่านได้ที่ สมิติเวช, Au Bon Pain, Greyhound, Absolute Yoga, True Fitness, California WOW, หมู่บ้านเครือแสนสิริ, ธ.ธนชาต, ธ.ทหารไทย และโรงแรมในเครือ Amari
***************************************



Create Date : 05 สิงหาคม 2554
Last Update : 5 สิงหาคม 2554 16:46:22 น. 0 comments
Counter : 919 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 

samitivej
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Follow Samitivejclub on Twitter

[Add samitivej's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com