<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
21 กุมภาพันธ์ 2555
 
 
ร้านกุหลาบเหม็น – The Stinking Rose

LA Revisited II: เมื่อท่านผู้อ่านที่รักให้ความสนใจคอลัมน์ของผม ต้องกราบขอบพระคุณ และตอบคำถามทุกท่านให้ได้ครบถ้วนครับ มีท่านผู้อ่านที่รักหลายท่านที่เป็นแฟน LA ส่ง email ผ่านมาทาง บ.ก. ของผมว่ามีร้านอาหาร หรือร้านกาแฟเก๋ๆ ที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวบ้างไหม ถามอย่างนี้ก็เข้าทางผมน่ะสิครับ
เวลาผมไป LA เพื่อนๆ สมัยเรียนของผมจะรู้ว่าต้องพาไปร้านใหม่ๆ ที่ผมยังไม่เคยไป คราวนี้ผมเลยได้ไปลองร้านใหม่ๆ แปลกๆ สมใจครับ
ผมขอเริ่มเบาๆ ด้วยร้านกาแฟนั่งสบายสไตล์ฮอลลิวู้ดนะครับ ที่เมืองซานตามอนิก้า (Santa Monica) แหม…แค่ไปเดินเล่นแถวนั้น ก็แฮ๊ปปี้จะแย่แล้ว แต่ถ้าได้ไปนั่งจิบกาแฟยามเช้าที่ร้านกาแฟแถวนั้นจะยิ่งชื่นมื่นเลยล่ะครับ ร้านที่ผมจะแนะนำนี้ ชื่อร้าน Caffe Luxxe ครับ อยู่บนถนนมอนทาน่า(Montana) ตัดกับถนน 10th ครับ เรียกว่าเกือบถึงทะเลแล้วล่ะครับ อ้อ…ต้องเป็นมหาสมุทรมากกว่าครับ เพราะชายหาด Santa Monica อยู่บนมหาสมุทรแปซิฟิกน่ะสิครับ



ทีแรกเมื่อเดินเข้าไปในร้าน Caffe Luxxe ผมว่าร้านเล็กไปนิดนะ โห…แต่คนเข้าคิวกัน ร้านกุหลาบเหม็น แบบไม่เบื่อหน่ายนะครับ ส่วนใหญ่ซื้อแบบ to go ครับ พวกที่นั่งในร้านก็นั่งคุย นั่งทำงานกันไปเพลินๆ ผมเลยต่อคิวกับเขาบ้าง จะได้สั่งคาปูชิโน (cappuccino) ของโปรดของผมบาริสต้าเขาจัดมาเต็มครับ ของผมได้รูปหัวใจ ของเพื่อนผมได้รูปโลโก้ร้านเขา อาจฟังดูธรรมดาๆ แต่เพียงแค่จิบแรกก็รู้เลยว่าอร่อยตั้งแต่ตัวกาแฟแล้ว และนม โฟม ส่วนประกอบต่างๆ ทั้งความร้อนของกาแฟมันช่างลงตัวดีจริงๆ อร่อย นุ่ม หอม ทำให้อารมณ์ของผมในเช้าวันนั้นสดชื่นรื่นเริงอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ราคาของ Caffe Luxxe อาจแพงกว่าปกติหน่อย แต่มันคุ้มค่าจริงๆ นะครับ ถามคนแถวนั้นดูได้เลย ถ้าไปร้านนี้ recommend ให้ไปหน้าหนาวครับ จะช่วยให้ความหนาวเหน็บ อบอุ่นขึ้นทันตา แล้วแสงแดดยามเช้าของหน้าหนาวนี่มันสวย คมชัด สดชื่นจริงๆ นะครับ ผมขอใช้คำว่า crisp ครับ
บางท่านอาจจะอยากนั่งเล่นที่ร้านสักพัก แล้วค่อยออกไปเดินเล่นที่บีชก็ได้นะครับ แต่ถ้าไม่อยากนั่งในร้าน เพราะคนเข้าออกเยอะ สั่ง to go ไปเลยครับ แล้วไปเดินเล่นที่บีช จะเพิ่มความชื่นมื่นอีก 2 เท่าตัวเชียวล่ะครับ อย่าลืมใส่แจ็คเก็ต หรือ คุณผู้หญิงมีผ้าห่มติดตัวไปก็ดีนะครับ อากาศดี แสงแดดสวย แต่ ลมเย็นครับ เดินๆ ไปแล้วจะหนาว เอ้า…ใคร มีโอกาสแวะได้ แวะไปลองกันนะครับ
ทีนี้มาพูดเรื่องร้านอาหารกันดีกว่าครับ ผมน่ะไม่ประสีประสาหรอกครับ แต่เพื่อนผมกับแฟนเขาสิครับ มาถามว่ายูเคยไปร้าน “The Stinking Rose” หรือยัง ผมตอบว่ายังทันที เพราะไม่มีไอเดียใดๆ ทั้งสิ้น คิดอยู่ในใจว่าจะเหมือนร้าน “กระเทียม” บ้านเราไหม แล้วพลันก็คิดว่า เออนะทำไม่ฝรั่งเขา ถึงเรียกกระเทียมว่า Stinking Rose ไม่เคยถามเขาสักที งวดนี้เลยต้องถามสักหน่อย เพื่อนผมก็ดีจริงๆ แสนรู้ไปหมด พยายามตอบมากเลยครับ ฟังๆ ดูเกือบจะเข้าทีดูเหมือนกัน
เขาว่าส่วนที่ stinking คือ ‘เหม็น’ คงเข้าใจกันได้ แต่ rose หรือ ‘กุหลาบ’ นี่สิ มายังไงเขาก็ไม่แน่ใจ เพราะถ้าถามว่ากระเทียมเป็นพืชในตระกูลอะไร ต้องตอบว่าตระกูลเดียวกับดอกลิลลี่ คือตระกูล Liliaceae แล้วจะมาเป็น ‘กุหลาบเหม็น’ ได้ไง มันต้อง ‘ลิลลี่เหม็น’ น่ะสิ แต่มันเป็นไปแล้วครับ
เพื่อนผมเล่าว่า เรียกกันมาตั้งแต่สมัยกรีกและสมัยโรมันนั่นล่ะครับ ผมเลยไม่รู้ว่าจะไปเถียงหรือถามเอากับใครได้ ที่ร้านเขาก็ตอบเลาๆ นี้ล่ะครับ ใครทราบประวัติของชื่อนี้ช่วยเล่าสู่กันฟังผ่าน บก.ผมได้เลยนะครับ อยากทราบเหมือนกันระหว่างถกเถียงกันเรื่องกระเทียม เพื่อนผมเลยขับรถพาไปให้หายสงสัยเลย ร้านนี้อยู่บนถนน La Cienega ตัดกับ Wilshire ครับ อยู่ใน Beverly Hills เลยละครับ โก้จริงๆ แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ Dress Code ไม่ต้องขนาดใส่สูทผูกไทหรอกครับ กางเกงสบายๆ เสื้อเท่ๆ ธรรมดาๆ นี่ล่ะครับ ‘เอาอยู่’
พอเดินเข้าไปทีแรกรู้สึกเฉยๆ Reception เป็น Counter ขายของด้วย พอดูดีๆ จะเห็นมีแต่ผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก ‘กระเทียม’ เยอะมากเลยเริ่มจะเก็ทแล้วว่าทำไมถึงชื่อนี้ เดินลึกเข้าไปในร้าน จะพบความเก๋อีกแบบ คือจะมี Section หนึ่งที่ที่ นั่งเป็นเต๊นท์ครับ ดูแปลกตาดี เต็นท์แบบลายทางขาวดำน่ะครับ นั่งได้โต๊ะละ 4 คน แต่อยู่ติดๆ กันเป็นพืดเลยครับ อาหารของเขาเป็นกึ่งอิตาเลี่ยน กึ่ง ซีฟู๊ดครับ ที่แน่ๆ เกือบทุกอย่างมีแต่กระเทียมทั้งน้าน…ผมน่ะชอบกระเทียมอยู่แล้วครับ เลยเลือกเมนูกระเทียมแบบจะๆ ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย จะดูสิว่าเจ๋งเหมือนร้านกระเทียมบ้านเราไหม



สำหรับออร์เดิร์ฟ ผมสั่ง Garlic Soaking in a Hot Tub เป็นกระเทียมย่างในเตาอบกับนํ้ามันมะกอก และปลาแอนโชวี่นิดหน่อย เขาใช้คำว่า a hint of anchovy น่ะครับ บดมาละเอียดเป็น Paste เลย แล้วทานกับขนมปัง Focaccia เป็นขนมปังอบใส่สมุนไพร อร่อยจริงๆ ผมน่ะรับประทานเพลินจนเกือบลืมว่า Main Course ที่สั่งไว้น่ะ เอาแบบจัดเต็มเลยก็ผมสั่งปู Dungeness เผาไว้น่ะสิครับ ปูตัวบึ้มเผากำลังดี เสริ์ฟกับนํ้าจิ้มสูตรเด็ดของร้านเขาไม่พ้นนํ้าจิ้มใส่กระเทียมแบบไม่อั้นน่ะครับ เขียนไปนี่ก็นํ้าลายสอไป รสชาติใช้ได้เลยครับ ถึงแม้จะไม่แซ่บอีหลีเหมือนกับนํ้าจิ้มซีฟู๊ดบ้านเรา แต่ก็แซ่บไม่เบาครับ แล้วปูที่นี่เขาสดจริงๆ ครับ
เพื่อนผมสั่งหอยแมลงภู่จานร้อนครับ นี่ก็ไม่เบา นํ้าจิ้มกระเทียมไม่อั้นเหมือนกันครับ อย่างที่บอกล่ะครับ ว่าทุกอย่างกระเทียมหมด ขนาดมาร์ตินี่เขายังใส่กระเทียมเลยครับ! แต่เป็นสิ่งเดียวทีผมไม่ได้ลอง เผอิญไม่ค่อยโปรดมาร์ตินี่น่ะครับ พอใกล้ๆ จะอิ่มจนอืด Waiter ประจำโต๊ะผม ก็รีบยื่นเมนูของหวานให้ในบัดดล ผมจะยอมแพ้อยู่แล้ว แต่เจ้าเพื่อนผมนี้สิ บอกว่าต้องลอง ‘ไอศกรีมกระเทียม’ ก่อนกลับ ผมก็ร้อง ‘ยี้’ อยู่ในใจ ไอ้ผมก็ชอบอยู่แล้วล่ะเรื่องไอศกรีมนี่ เลยคิดว่าเอาน่า ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว คำแรกผมกลั้นลมหายใจก่อนนะครับเพราะหวั่นใจ แต่พอหายใจออก เริ่มรู้รสปรากฏว่ามีรสหอมหวานของคาราเมล พอกลืนเข้าไปแล้ว จะได้กลิ่นของกระเทียมนิดๆ ไม่เหม็นเลย อร่อยด้วยซํ้าไป แปลกดีครับทคืนนั้นพอแปรงฟันก่อนนอน ผมต้องแปรงลิ้นหลายหนเลยครับ เพื่อกวาดกลิ่นกระเทียมออกให้หมด ไม่งั้นเช้ามาแย่แน่ ถ้ามีโอกาสผ่านไปแถวนั้นก็โฉบเข้าไปลองนะครับ ไม่ผิดหวังแน่ กระเป๋าก็ไม่แฟ็บมากครับ แล้วพบกันใหม่ ฉบับหน้านะครับ


Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2555 20:42:22 น. 0 comments
Counter : 632 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 

samitivej
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Follow Samitivejclub on Twitter

[Add samitivej's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com