<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 ตุลาคม 2552
 
 
ความจริงเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ที่คุณอาจไม่เคยรู้


ความจริงเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ที่คุณอาจไม่เคยรู้....

* มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในผู้หญิงถึงร้อยละ 40 (จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปี 2550)
* ในผู้หญิงไทย พบมะเร็งเต้านมมากเป็นอันดับ 2 แต่สำหรับในกรุงเทพฯ กลับพบมากเป็นอันดับ 1
* พบว่าผู้หญิง 1 ใน 9 คนเป็นมะเร็งเต้านม
* ไม่มีวัคซีนป้องกัน เหมือนมะเร็งปากมดลูก
* 3 ใน 4 ของผู้ป่วยไม่มีปัจจัยเสี่ยง กล่าวคือผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้
* วิธีที่ดีที่สุดคือตรวจหามะเร็งให้เจอตั้งแต่ระยะแรกเพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

คุณสามารถป้องกันตัวเองจากมะเร็งเต้านมได้

· ตรวจเต้านมด้วยตัวเองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
สามารถขอคำแนะนำการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรีและผู้มีบุตรยาก หรือ //www.samitivejhospitals.com

· ตรวจเต้านมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

· การเอกซเรย์เต้านม (Mammography)
ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรมทุกปี


ดัง นั้น...หากตรวจพบสิ่งผิดปกติหรือก้อนมะเร็งบริเวณเต้านม ตั้งแต่แรก ขณะที่ยังไม่แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกายก็มีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้


วิธีการที่ใช้ในการตรวจหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรกมีหลายวิธี คือ
1. การเอกซเรย์เต้านม [Memmography]
เป็นวิธีถ่ายภาพมะเร็งเต้านม เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถแสดงรายละเอียดของสิ่งผิดปกติต่างๆ รวมถึงเนื้องอกที่มีขนาดเล้กมากๆ เกินกว่าที่จะพบได้จากการคลำโดยเฉพาะเต้านมผู้สูงอายุ
จากการศึกษาพบว่าการตรวจโดยวิธีเอกซเรย์เต้านมมีประสิทธิภาพในการตรวจหา มะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก ดังนั้น ในอายุ 40-50 ปี ซึ่งมีอัตราเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมจึงควรได้รับการตรวจโดยวิธีนี้ทุกๆ 1-2 ปี ส่วนในหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปจะมีอัตราเสี่ยงสูงกว่า ควรได้รับการตรวจเป็นประจำทุกปี


2. การตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยงชาญ
เป็นการตรวจมะเร็งระยะเริ่มแรก โดยแพทย์จะคลำบริเวณเต้านมและบริเวณใต้วงแขน เพื่อตรวจหาว่ามีก้อนผิดปกติหรือไม่ นอกจากนั้นยังตรวจจากลักษณะต่างๆด้วย เช่น รอบบุ๋ม ตุ่ม หรือไตที่แข็งผิดปกติ การดึงรั้งที่ผิดปกติของหัวนม หรือการมีของเหลว เช่น น้ำเหลือ หรือ น้ำเลือดออกมาจากหัวนม


3. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
เต้านมใน้พศหญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงอายุ เช่น จากภาวะการมีประจำเดือน การหมดประจำเดือน ภาวะการมีบุตร การเลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา อายุน้ำหนัก และการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนบางอย่าง ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปร่างของเต้านมได้
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรตรวจเป็นประจำเดือนละครั้งเพื่อที่จะได้คุ้นเคยกับภาวะปกติของเต้านมจะ ช่วยให้สังเกตความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเดือนได้ง่ายขึ้น
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจเต้านมด้วยตนเองคือ 7 วัน หลังจากเริ่มมีประจำเดือน เพราะเต้านมจะมีความตึง หรือบวมจากภาวะปกติน้อยสุด ในหญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว ควรจะเลือกวันใดวันหนึ่ง เช่น วันแรกของเดือน เพื่อความสะดวกและเตือนตนเองในการตรวจเป็นประจำทุกเดือน หากตรวจพบสิ่งผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อตรวจให้แน่ชัดว่าเป็น มะเร็งหรือไม่ เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

สนใจสอบถามรายละเอียด
แผนกรังสีวินิจฉัย หรือ ศูนย์สุขภาพสตรีและผู้มีบุตรยาก โทร. 0-2731-7000 ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ชั้น 1 อาคาร 2 โทร. 66 (0) 2711-8555-6


Create Date : 06 ตุลาคม 2552
Last Update : 6 ตุลาคม 2552 15:25:57 น. 2 comments
Counter : 655 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับบทความครับอ่านแล้วได้สาระดีๆมากเลย

ทารก



โดย: Yellow (Kingkimson ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:10:53 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

จะมาชวนไปอ่านเรื่องราวเกี่ยวมะเร็งเต้านม แบบไม่ซีเรียส (ขำขำ) ที่บล็อกของผมครับ

โปรดคลิกไปที่ ...

”มาเล็งเต้ากู”

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 12 มีนาคม 2553 เวลา:15:43:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 

samitivej
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Follow Samitivejclub on Twitter

[Add samitivej's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com