<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
21 พฤศจิกายน 2554
 
 
5 โรคอันตรายของผู้หญิง

คำพูดที่ว่า “เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก” นั้นมันไม่ผิดเลยจริงๆ มีเรื่องราวมากมายให้ต้องคิดให้ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัวแล้ว บางคนยังมีเรื่องการงานที่ต้องทำอีกด้วย ยิ่งถ้าเป็นหญิงเก่งด้วยแล้ว ต้องเหนื่อยเป็นพิเศษกว่าเดิม


แต่ไม่ว่าจะเก่งกาจอย่างไรถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดีๆ ก็อาจลำบากมากกว่าเดิมได้นะครับ เพราะฉะนั้นควรดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดี หมอหมีมีข้อแนะนำมาฝากคุณผู้หญิงนะครับ
ตามสถิติทั่วโลกแล้ว โรคอันตรายที่ผู้หญิงควรระวังนั้นมี 5 โรคด้วยกัน คือ โรคหัวใจ มะเร็งเต้านม กระดูกพรุน โรคซึมเศร้า และโรคภูมิคุ้มกัน Autoimmune


ลองมาดูกันว่าแต่ละโรคมีความเสี่ยงจากอะไรและสามารถป้องกันได้อย่างไรนะครับ



โรคหัวใจ
โรคหัวใจเป็นสาเหตุการตายของทั้งผู้ชายและผู้หญิงเป็นอันดับต้นๆ ในผู้หญิง โรคหัวใจเป็นสาเหตุการตายสูงถึง 29% ที่สำคัญคือ เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรและอาจทำให้ทุพพลภาพได้ หรือทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงได้ ส่วนใหญ่แล้วโรคหัวใจจะพบในผู้ชายได้มากกว่า แต่ที่น่าสนใจคือ ผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ได้รับการตรวจรักษา หรือได้รับการตรวจวินิจฉัยช้ากว่าที่ควร อาการของโรคหัวใจในผู้หญิง อาจจะไม่ใช่แค่อาการเจ็บหน้าอก แต่บางคนมาด้วย อาการปวดที่บริเวณขากรรไกร ปวดที่บริเวณหัวไหล่ หรือมีคลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อย ซึ่งทำให้ไม่คิดว่าเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ


ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจได้แก่
• อายุที่มากขึ้น
• เพศชาย (มักจะเกิดโรคหัวใจในช่วงอายุที่น้อยกว่า)
• พันธุกรรม
• สูบบุหรี่
• คอเลสเตอรอลในเลือดสูง
• ความดันโลหิตสูง
• ไม่ค่อยออกกำลังกาย
• นํ้าหนักเกินมาตรฐาน
• เป็นโรคเบาหวาน


จากปัจจัยเสี่ยงที่พบ อาจแบ่งออกเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ และปัจจัยที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นจึงควรแก้ไขในส่วนที่จัดการได้ เช่น การออกกำลังกาย การควบคุมนํ้าหนัก งดสูบบุหรี่ ควบคุมระดับไขมันในเลือด ซึ่งจะทำให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดสมองได้


มะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิง และถ้าพิจารณาจากสาเหตุการตายจากมะเร็งในผู้หญิง มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการตายอันดับสองรองจากมะเร็งปอด บางครั้งความวิตกกังวลว่าจะพบมะเร็งเต้านม ทำให้ผู้หญิงหลายๆ คนไม่กล้าไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ หรือเมื่อพบว่าเป็นแล้วทำให้มีการตัดสินใจในการเลือกวิธีการรักษาที่อาจจะเกินกว่าข้อบ่งชี้ตามมาตรฐาน หรืออาจจะไม่จำเป็น


ปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านมได้แก่
• อายุที่มากขึ้น
• พันธุกรรม เกือบ 5% ถึง 10% ของมะเร็งเต้านมสัมพันธ์กับความผิดปกติของยีน ที่รู้จักกันดีคือ ยีนที่มีชื่อว่า BRCA1 และ BRCA2 genes
• ประวัติในครอบครัวมีผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านม
• เคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน
• เคยมีประวัติการตัดเชื้อเต้านมผิดปกติ
•1เคยมีประวัติการได้รับการฉายแสงที่บริเวณหน้าอก
• เริ่มมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยกว่า 12 ปี หรือคนที่เข้าสู่วัยหมดประเดือนหลังจากอายุ 55 ปี
• หญิงที่ไม่เคยมีบุตร
• เคยได้รับยาบางอย่างเช่น diethylstilbestrol (DES)
• ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
• อ้วน
ถึงแม้ว่าในครอบครัวของคุณไม่เคย มีประวัติเรื่องของมะเร็งเต้านมก็ไม่ได้ หมายความว่าคุณไม่ได้เสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม ดังนั้น คุณควรพยายามควบคุมนํ้าหนัก ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและตรวจร่างกาย เพื่อที่จะเลือกการตรวจคัดกรองที่เหมาะสมสำหรับคุณ


โรคกระดูกพรุน
อาการหลังค่อม หลังงอ ปวดหลัง หรือการที่กระดูกหักได้ง่ายกว่าปกติ เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในผู้หญิงสูงวัย ซึ่งภาวะนี้สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ยังสาว เนื่องจากร่างกายจะสร้างมวลกระดูกสะสมไว้ จนกระทั่งอายุประมาณ 30 ปี และเมื่อกระดูกไม่สามารถสร้างเพิ่มขึ้นได้ การรักษามวลกระดูกที่มีอยู่เป็นเรื่องที่จะต้องทำต่อเนื่องโดย การรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอ คือประมาณ 1,000 – 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน นอกจากการรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอแล้ว การออกกำลังกาย ชนิดที่ทำให้ร่างกายได้รับนํ้าหนัก เช่นการวิ่ง การเดินเร็ว ไม่มีคำว่าสายไปในการที่จะดูแลกระดูกให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการแตกหัก


ปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุน ได้แก่
• เพศหญิง
• อายุที่มากขึ้น
• โครงร่าง โครงกระดูกที่ค่อนข้างเล็ก
• คนเอเชียและคนขาวมีความเสี่ยงที่จะเกิดกระดูกพรุน มากกว่า
• ประวัติโรคกระดูกพรุนในครอบครัว
• การที่มีประจำเดือนไม่สมํ่าเสมอ หรือมีระดับฮอร์โมนเพศตํ่ากว่าปกติ
• การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน
• การขาดสารอาหาร
• การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือยากันชัก
• การสูบบุหรี่
• การรับประทานแอลกอฮอล์มากเกินขนาดเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงควรเริ่มทำการตรวจความหนาแน่นกระดูก


โรคซึมเศร้า Depression
โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่พบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายเกือบเท่าตัว ผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็นว่า ผู้หญิงต้องการสายสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในชีวิตผู้หญิงต้องการที่พึ่งพิงทางใจ ซึ่งถ้าไม่มีที่พึ่งพิงหรือคนที่คอยเป็นกำลังใจให้ ก็จะทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้บางครั้งการเปลี่ยนแปลง ของฮอร์โมน อาจจะเป็นปัจจัยกระตุ้นต่อการเกิดภาวะนี้ โดยเฉพาะหลังคลอด หรือเมื่อเข้าช่วงวัยหมดประจำเดือน


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้แก่
• เคยมีประวัติการเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อน
• มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า
• มีประวัติของปัญหาโรคหัวใจ
• เจ็บป่วยเรื้อรัง
• มีปัญหาในชีวิตแต่งงาน
• เคยใช้สารเสพติด
• มีการใช้ยาบางชนิดที่กระตุ้นให้เกิดการซึมเศร้าเช่น ยากันชัก ยาลดความดัน
• มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในชีวิต เช่น การออกจากงาน การเสียคนที่รัก
• โรคบางโรคจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรคซึมเศร้าได้เช่น ไทรอยด์ หรือการขาดวิตามิน
• การที่เพิ่งผ่านการเจ็บป่วยหนักร้ายแรงหรือการผ่าตัดใหญ่
• มีประวัติการถูกทารุณในวัยเด็ก
• เป็นโรคความวิตกกังวล
• มีความผิดปกติในการรับประทานอาหาร


เพื่อที่จะลดความเสี่ยง ในการเกิดโรคซึมเศร้า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หากิจกรรมต่างๆ ทำ เช่น การทำงาน การเข้าสังคม การทำงานอาสา เลี้ยงสัตว์ พยายามหาเหตุผลในการที่จะลุกขึ้นทำสิ่งต่างๆ
ความผิดปกติของภูมิคุ้มกันของร่างกาย Autoimmune Diseases


Autoimmune diseases เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากความผิดปกติ ของภูมิคุ้มกันของร่างกาย ที่ทำลายเซลล์ปกติของร่างกาย มีโรคในกลุ่มนี้มากกว่า 80 ชนิด เช่น โรค SLE โรคไทรอยด์บางชนิด เป็นต้น และที่สำคัญคือ 75% ของผู้ที่เป็นโรคกลุ่มนี้คือผู้หญิง ซึ่งโรคกลุ่มนี้ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้หญิงที่เป็นแย่ลง


สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคในกลุ่มนี้ ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ปัจจัยในเรื่องของ พันธุกรรม ฮอร์โมน และสิ่งแวดล้อมอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องได้ และเนื่องจากไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนที่บอกได้ ทำให้โรคในกลุ่มนี้เป็นโรคที่ป้องกันได้ยาก สิ่งที่ทำได้คือหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย ควรรีบพบแพทย์ เช่น การมีผื่นผิดปกติ อาการปวดบวมของข้อ นํ้าหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการบวม ปัสสาวะผิดปกติไป ผมร่วง ซึ่งอาการทั้งหมดนี้ เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้จากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ของร่างกายตัวเอง อย่าเพิกเฉยต่ออาการผิดปกติเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม จะได้ให้การรักษาตั้งแต่ระยะแรก


ดูแลรักษาตัวเองกันให้ดีๆ นะครับสงสัยอะไรปรึกษาหมอหมีกันได้ตลอดนะครับ



โรงพยาบาลสมิติเวช 





Create Date : 21 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2554 14:07:57 น. 0 comments
Counter : 799 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 

samitivej
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Follow Samitivejclub on Twitter

[Add samitivej's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com