<<
กันยายน 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
13 กันยายน 2554
 
 
ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ สมิติเวช ศรีนครินทร์ ให้ความรู้สาวๆ



(ข้อมูลจากนิตยสาร AIGLE เดือนกันยายน)

รองเท้าส้นสูงกับผู้หญิงคงเป็นเรื่องที่ขาดกันไม่ได้ จะออกงาน จะออกเดท จะทำอะไรที่ต้องการดูสวยสง่าก็ต้องส้นสูงไว้ก่อน รองเท้าส้นสูงก็มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอียิปต์ ว่ากันว่าชนชั้นสูงจะต้องใส่รองเท้าส้นสูงในงานพิธีสำคัญๆ ในขณะที่พ่อค้าแม่ค้าโรงฆ่าสัตว์ต้องใส่ส้นสูงอีกแบบนึงจะได้ไม่ต้องเดินลุยกองเลือดของสัตว์ สมัยนี้รองเท้าส้นสูงมีรูปทรงตั้งหลายแบบ แต่ถ้าดูเฉพาะลักษณะส้นอย่างเดียวอาจแยกได้เป็น
• Stiletto จะส้นแหลมมากตั้งแต่ 2-10 นิ้ว และมีเส้นผ่าศูนย์กลางของส้นส่วนที่แตะพื้นไม่เกิน 0.4 นิ้ว
• Kitten จะส้นสูงไม่เกิน 2 นิ้ว และมีเส้นผ่าศูนย์กลางของส้นส่วนที่แตะพื้นไม่เกิน0.4 นิ้วเช่นกัน
• Cone จะมีลักษณะเหมือนกรวย คือ กลมใหญ่ด้านบนและเรียวเล็กลงมา
• Prism คล้ายๆ ส้นแบบ Cone แต่เป็นสามเหลี่ยม
• Spool ทรงนี้จะเหมือนทรงโบราณที่ด้านบนใหญ่แล้วเรียวเป็นก้านลงมาแต่มาบานออกตรงปลายนิดหน่อย
• Wedge เป็นลักษณะทรงเตารีด คือส้นจะสูงและเป็นชิ้นเดียวมาจนถึงด้านหน้าซึ่งจะเตี้ยกว่า

ส้นพวกนี้ยังไงก็ต้องเขย่ง ยืน และเดินอยู่บนส้นสูงตลอดทั้งวัน คงจะมีแค่ส้นแบบ Kitten ที่ไม่สูงจนเกินไป สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็เตือนอยู่เนืองๆ เรื่องอันตรายจากรองเท้าส้นสูง เอาแค่ง่ายๆ ถ้าใส่ส้นสูงแล้วถือของหนัก เช่น ไปทำงานแล้วก็ไป shopping ตอนกลางวันหอบหิ้วของพะรุงพะรัง อาจมีอันตรายข้อเท้าพลิก เอ็นฉีก หรือถึงขั้นกระดูกหักเลย จะอะไรก็ตามถ้าใส่รองเท้าที่มีลักษณะส้นสูงเทปลายเท้าจิกแล้วล่ะก็ยิ่งใส่มาเป็นระยะเวลานานหลายปี ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณมากยิ่งขึ้น เพราะมันเป็นลักษณะการทรงตัวที่ไม่ถูกกายวิภาค โดยจะมีผลกระทบที่ข้อเท้า เพราะเป็นส่วนที่อยู่ใกล้ชิดเท้ามากที่สุด ต่อมาก็หัวเข่าที่เกิดจากการเคลื่อนไหวที่ผิดลักษณะ สุดท้ายคือ กระดูกสันหลัง เป็นส่วนที่จะต้องรับแรงซึ่งเกิดจากการยืน หรือเดินโดยขณะที่เดินอวัยวะทั้ง 3 ส่วน จะต้องทำงานผสมผสานควบคู่กันไป แต่เมื่อใช้งานหนักกล้ามเนื้อจะเกิดการอ่อนล้า ปวดเกร็งที่หลังเพราะเวลาใส่ส้นสูงแกนกระดูกสันหลังจะโน้มไปข้างหน้าร่างกายจะพยายามรักษาสมดุลโดยอัตโนมัติด้วยการต้าน และเกร็งไม่ให้ลำตัว รวมถึงแผ่นหลังเอนไปข้างหน้าจนมากเกินไป จึงเกิดการแอ่นหลัง พอแอ่นหลังมากๆ ก็จะทำให้กระดูกบริเวณบั้นเอวรับนํ้าหนักมาก เมื่อสะสมเป็นเวลานานหมอนรองกระดูกอาจจะเคลื่อนออกมา และกดทับเส้นประสาท

อาการที่น่าสังเกตคือ ปวดหลังนำ แล้วก็ร้าวลงขา ต่อมาขาอาจชาและอ่อนแรง เดินไกลๆ ไม่ไหว นั่งนานๆ ก็ไม่ได้ อาจชาลงขาเหมือนกัน และถ้าเป็นมากๆ อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะ หรือ อุจจาระไม่ได้ ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ด่วน หากผู้ที่มีอาการปวดหลังมาก และกังวลว่าจะมีอาการของหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับ


เส้นประสาท อาจต้องทำการเอ็กซเรย์, MRI เพื่อประเมินสภาวะของหมอนรองกระดูก และข้อต่อกระดูกสันหลัง “ในปัจจุบันก็มีนวัตกรรมในการรักษาที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือกินยาเพื่อรักษาอาการนั่นคือ การรักษาด้วยการผ่านคลื่นความร้อนเป็นการรักษาด้วยการผ่านคลื่น Radio Wave เข้าไปเพื่อลดความดันบริเวณหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนมากดทับเส้นประสาท” วิธีนี้จะไม่ทำลาย หรือเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อใกล้เคียง ข้อดีของการรักษานี้ก็คือ ไม่ต้องผ่าตัด ลดการสูญเสียเลือด ใช้เวลาในการรักษาน้อยเพียง 20-30 นาที ก็สามารถกลับบ้านได้ และใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติภายใน 1-2 วัน

แต่อย่ารอให้ถึงวันที่ต้องมารักษาแบบหนักจะดีกว่า รองเท้าที่เหมาะสมจึงควรมี ส้นสูงประมาณ 1 นิ้ว เพื่อให้เฉลี่ยนํ้าหนักไปที่นิ้วโป้งและฝ่าเท้า และรองเท้าควรจะนุ่มจะได้ลดแรงที่เท้ากระแทกกับพื้น
ส่วนการแก้ปัญหาด้วยการใส่รองเท้าที่ไม่มีส้นเลย ก็ไม่ดีเพราะนํ้าหนักจะลงที่ส้นเท้าเต็มที่ อาจทำให้เกิดรองชํ้า แล้วปวดฝ่าเท้าและส้นเท้าอีก ก็ต้องไปรักษาอีกแบบ แต่ถ้าอดไม่ได้จริงๆ ต้องใส่ส้นสูงจริงๆ ก็มีเคล็ดลับ คือ ทุก 2 ชั่วโมงให้พักลงจากส้น แล้วยืดเท้า stretching ให้กล้ามเนื้อคลายจากการเกร็ง ตกเย็นกลับบ้านก็แช่เท้าในนํ้าอุ่นให้เลือดไปเลี้ยง ไหลเวียนดี ก็จะช่วยถนอมสุขภาพเท้าและข้อได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก นาวาตรีนายแพทย์ ชัยพฤกษ์ ปั้นดี ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลัง และข้อ ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

สนใจสอบถามรายละเอียดที่ศูนย์กระดูกสันหลังและข้อ สมิติเวช ศรีนครินทร์ โทร. 02-378-9242 , 9244
อ่านความรู้เพื่อเป็นแนวทางป้องกันดูแลชีวิตและสุขภาพได้ในนิตยสารรายเดือน ไอเกิล (AIGLE) หรือ //www.aiglemag.com และพบบทความสุขภาพออนไลน์อีกมากมายที่ //www.facebook.com/DrCareBear
ไอเกิล เป็นนิตยสารรายเดือนเพื่อไลฟ์สไตล์และสุขภาพดีที่สามารถ interact กับผู้อ่านได้อย่างสนุกสนาน ท้าทาย เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายคนทำงานรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพ ต้องการสร้างความสมดุลของร่างกาย ความคิด อารมณ์ สังคม และจิตใจ เพื่อความอยู่ดีมีสุข หาอ่านได้ที่ สมิติเวช, Au Bon Pain, Greyhound, Absolute Yoga, True Fitness, California WOW, หมู่บ้านเครือแสนสิริ, ธ.ธนชาต, ธ.ทหารไทย และโรงแรมในเครือ Amari
***************************************





Create Date : 13 กันยายน 2554
Last Update : 13 กันยายน 2554 9:33:26 น. 0 comments
Counter : 654 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 

samitivej
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Follow Samitivejclub on Twitter

[Add samitivej's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com