<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 สิงหาคม 2554
 
 

ปวดหลังจังเลย…

ปวดหลังจังเลย...ใครบ้างล่ะคะที่ไม่เคยปวดหลัง? หากถามคำถามนี้ขึ้นมา...
คงมีคนไม่มากนักหรอกค่ะที่ตอบว่า “ไม่เคย”...



เพราะว่าร้อยละ 80 ของคนทั่วไปต่างผ่านการปวดหลังกันมาแล้วทั้งนั้น ก็อย่างที่ทราบๆกันดีค่ะ ว่ากระดูกสันหลังนั้นถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะเป็นแกนกลางของการเคลื่อนไหว เมื่อมีอาการปวดขึ้นมา ก็ย่อมทำให้เกิดอาการกังวลใจยิ่งนัก


ทำไมเราถึงปวดหลัง? แล้วมันอันตรายแค่ไหน? จะระวังและป้องกันอย่างไร?
เหตุนี้ไงคะัที่ทำให้เราต้องไปนั่งคุยกับทีมแพทย์ของโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ค่ะ มีศาสตราจารย์นายแพทย์เจริญ โชติกวณิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อนายแพทย์อนุกูล ธารางกูรวงศ์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ (ออร์โธปิดิกส์) ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์วิศาล คันธารัตนกุล แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมด้วยแพทย์หญิงณิฎชธร มติพัฒน์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

ที่น่าสนใจกว่านั้น ณ ปัจจุบัน โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้รับมาตรฐาน CCPC ด้านโรคปวดหลังจาก JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นสถาบันที่ให้การรับรององค์กรที่ให้บริการสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา


หากถามว่าอาการปวดหลังเกิดกับใคร?
คำตอบคืออาการปวดหลังมักจะเกิดกับผู้ที่อยู่ในวัยทำงานเสียเป็นส่วนใหญ่ค่ะ นั่นคือคนที่มีอายุต่ำกว่า50 ปี สาเหตุจากการพลัดตก นั่งผิดท่านั่งขับรถนานๆ นั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ และรวมถึงเรื่องการยกของหนักโดยไม่ระมัดระวัง การทำงานเกี่ยวกับดึงรั้งผลักดันสิ่งของหนักๆเหล่านี้ ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้ค่ะและถ้าเป็นส่วนผู้ที่สูงอายุตั้งแต่ 50-60 ปี อาการปวดหลังมักเกิดจากความเสื่อมของข้อต่อหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกยุบหรือหักพรุน


อาการปวดหลังจะมี 2 แบบ คือ
- ปวดที่หลัง : อาการปวดที่หลังจะปวดตื้อๆ ตึงๆ และหนึ่งคือหลังแข็งก้มไม่ค่อยลง
- อาการปวดร้าวลงขา :จะเกิดจากโพรงหรือช่องกระดูกสันหลังตีบจะมีอาการปวดชา

แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะให้กระดูกสันหลังคงสภาพดี ไม่สึกหรอง่าย?
คำแนะนำของคุณหมอคือให้นั่งหลังตรงมีพนักพิง ไม่นั่งผิดท่านานจนเกินไปนะคะ เวลายืนก็ให้ยืนในท่าขาหย่อนค่ะ และอย่าเอื้อมแขนยกของสูง ควรดันของดีกว่าดึงของค่ะ เวลายกของก็ให้ควรย่อตัวยกอย่าก้มยกของ และนอนให้ถูกท่าอย่าปล่อยตัวให้อ้วน ไม่ควรสูบบุหรี่ ออกกำลังกายให้เหมาะสมเป็นประจำและรีบพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการปวดหลังฉะนั้นจึงพึงระวังไว้เรื่องการปวดหลังไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ...ควรจะปรึกษาแพทย์มิฉะนั้นมันอาจจะลุกลามรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดกันเลยทีเดียวค่ะ
.........................................................................................

อาการปวดหลังที่ต้องรีบไปพบแพทย์

1.อาการปวดหลังต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์ ซึ่งมีสาเหตุจาก
- หมอนรองกระดูกสันหลังเลื่อน
- ข้อต่อกระดูกสันหลังเลื่อน
- หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนกดทับรากประสาทสัมผัส
- ช่องไขสันหลังตีบแคบ มีอาการปวดหลัง ชาลงขาเวลาเดิน เมื่อหยุดพักอาการดีขึ้น
- กระดูกสันหลังเคลื่อน ปวดร้าวลงขา โดยเฉพาะเวลายืนหรือเดิน
- กระดูกสันหลังคด
2.อาการปวดหลัง ภายหลังก้มยกของ เกิดจากกระดูกสันหลังพรุนหักยุบ
3.อาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชาขา
4.อาการปวดหลังและปวดขา เป็นมากขึ้นเมื่อเหยียดเข่า ยกขาสูง หรือก้มหลัง
5.อาการปวดหลังมากเมื่อหกล้ม ก้นกระแทกพื้น
6.เคยมีประวัติเป็นเนื้องอก มะเร็ง แล้วมีอาการปวดหลัง ประกอบกับมีน้ำหนักตัวลด
7.ปวดหลังและมักมีไข้ตอนกลางคืน น้ำหนักตัวลด
8.มีอาการผิดปกติในระบบขับถ่าย กลั้นปัสสาวะไม่ได้ มีอาการชารอบๆ ทวารหนัก


ด้วยความปรารถนาดีจากโรงพยาบาลสมิติเวชค่ะ : //goo.gl/MmPuQ




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2554
1 comments
Last Update : 11 สิงหาคม 2554 15:41:37 น.
Counter : 1156 Pageviews.

 

ผมก็ปวดบ่อยๆ..บางทีทนไม่ไหวก็ลงไปนอนเลย..หายปวดก็ลุกขึ้นมานั่งทำงานใหม่..

 

โดย: Kaxrus 11 สิงหาคม 2554 15:58:02 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

 

samitivej
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Follow Samitivejclub on Twitter

[Add samitivej's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com