I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!...ฉันไม่ใช่เชฟ ไม่ต้องเรียกฉันว่าเชฟ ฉันแค่คนรักการทำอาหารนะเออ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
27 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
ปลาทูต้มเค็มในซีอิ๊วดำ



พอเอ่ยถึง “ต้มเค็ม” หลายท่านที่ไม่รู้จักกับข้าวชนิดนี้อาจเข้าใจผิดคิดไปว่ารสชาติของอาหารชนิดนี้
คงมีรสเค็ม ๆ เป็นรสนำโด่ง ความจริงแล้วจะหมูต้มเค็มก็ดี ปลาต้มเค็มก็ดี มีรสหวานเป็นรสนำนะคะ
ส่วนจะหวาน/เค็มนำมากน้อยขนาดไหน ตรงนี้ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละครัวเรือนชอบแบบไหน

ปลาทูต้มเค็มจัดเป็นเมนูสำรับโบราณอีกเมนูที่บ่งบ๊งชอบมาก บ่งบ๊งจัดให้มันเป็นกับข้าวที่สุดคลาสสิค
ที่ว่าคลาสสิคก็ตรงที่มีเครื่องเคียงต่าง ๆ ที่เอามาทานร่วมด้วย อย่างผักสด อาทิ แตงกวา มะเขือเปาะ
และผักที่ทานกับเมนูนี้ได้สุดยอดช่างเข้ากันได้เป็นอย่างดี คือสายบัวสด ๆ จะแดงหรือขาวสุดแล้วแต่
และที่ขาดไม่ได้ตรงหัวหอมแดงบีบน้ำมะนาว โรยพริกขี้หนูซอยๆๆ พูดแล้วพาลน้ำลายจะไหลย้อย
ชอบทานแต่น่าเบื่อตรงเสียเวลาเคี่ยวนานกว่าปลาทูกจะเปื่อย เป็นเวลารอคอยที่ยาวนานหลายชั่วโมง

เรามันคนทำงาน ไม่มีเวลาไปจ่ายตลาดสด จำต้องอาศัยปลาทูนึ่งที่มาขายถึงหน้าประตูบ้านในทุก ๆ เช้า
หลายคนบอกว่าใช้ปลาทูนึ่งแล้วมันจะอร่อยเหมือนปลาทูสดรึ สำหรับบ่งบ๊งมันไม่แตกต่างกันเลยนะคะ
ใช้ปลาทูนึ่งดีตรงนึ่งสุกแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นคาว สบายใจและตัดปัญหาเรื่องคาวปลาไปได้เลยคะ


ส่วนประกอบทั้งหมดในการทำปลาทูต้มเค็ม บ่งบ๊งใช้วิธีปรุงรสแบบโบราณคือทำไปชิมไปนะคะ

สามเกลอ - รากผักชี- กระเทียม- พริกไทย [รากผักชี 6-7 ราก พริกไทย 1 ช้อนชา กระเทียม 8 กลีบ]
ปลาทูสด - มาก/น้อยจัดไป
ขิงแก่ - เอาขิงแก่มาทุบๆๆๆ พอแตกแล้วใส่ไป
พริกขี้หนูแดง หรือพริกขี้หนูแห้ง 4-5 เมล็ด
หัวหอมแดง 2-3 หัว เอามาทุบๆๆๆ ใส่ไป
ซีอิ๊วขาว / เกลือป่น
น้ำมะขามเปียก 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง / หรือน้ำตาลอ้อย / หรือน้ำตาลปีบ
หมายเหตุ - บ่งบ๊งใส่น้ำตาลทั้งสามชนิดลงไป




สูตรของที่บ้านบ่งบ๊งคล้ายทำต้มหัวปลาแบบญี่ปุ่น คือใส่ขิงแก่ไปด้วย ส่วนพริกขี้หนูจัดเองคะ



ก่อนอื่นใด โขลกๆๆ สามเกลอ กระเทียม พริกไทย รากผักชีให้ละเอียด
จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย แล้วใส่สามเกลอลงไปผัดให้หอม




เมื่อสามเกลอหอมฉุยดีแล้วใส่น้ำตาลปีบลงไป บ่งบ๊งใส่น้ำตาลทั้งสามชนิด
น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลปีบ และน้ำตาลอ้อยแท้ หากไม่มีก็ไม่ต้องนะคะ
ใส่แต่น้ำตาลปีบอย่างเดียวมิมีปัญาหา ที่บ้านมีน้ำตาลอ้อยติดบ้านไว้ตลอด
ที่ขอใส่น้ำตาลอ้อย คือแทนต้นอ้อยที่ต้องวางไว้ก้นหม้อตามสูตรโบราณ
แบบดั้งเดิมนั่นเอง หากไม่มีก็ไม่ต้องใส่ใจ ตัดไปได้นะคะ ...




น้ำตาลเดือดเป็นคาราเมลแล้วใส่ซีอิ๊วดำลงไป มากน้อยตามชอบแล้วกัน




ใส่ปลาทูลงไป แล้วเติมน้ำให้ท่วมตัวปลา




ใส่ปลาแล้วหรี่ไฟแล้วเดินหน้าเคี่ยวไป ... ระหว่างรอคอยก็ไปเปิดซีรีส์เกาหลีชมไปพลาง ๆ




ไปดูซีรีส์เกาหลีหวาน ๆ แล้วมาชะโงกหน้าดูในหม้อ/กระทะตุ๋นซ๊ะหน่อย ไปถึงไหนแล้ว




เหอะ หนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านไป ... ถือเป็นการรอคอยการต้มตุ๋นเปื่อยที่ใช้เวลานานมาก ๆ
ถ้าไฟอ่อน ๆ ต้องต้มนานประมาณสองถึงสามชั่วโมง .. ทิ้งไว้แล้วไปทำงานอย่างอื่น

ความเข้มของซีอิ๊วเริ่มปรากฎให้เห็น ดำปี๋แบบนี้หล่ะ ของดำที่เราอยากให้เป็นไป ...




ที่สุดแล้วการรอคอย ค๊อย คอย สิ้นสุดลง ... จัดเก็บใส่หม้อไว้ก่อน




ง่วนตั้งแต่เช้า กว่าจะได้รับประทานก็มื้อเย็นพอดี ... แต่อร่อยสมกับที่รอคอยยาวนานมาก ๆ

จัดปลาเรียงใส่จาน หั่นหอมแดง ซอยพริกขี้หนู ... จากนั้นคงต้องนึกภาพกันเองว่าเป็นเยี่ยงไร




ทำไม่ยากแค่เสียเวลานิดหน่อย แต่ก็ได้รับประทานของอร่อย ๆ สะอาดถูกปาก ราคามิตรภาพ




ขอบพระคุณมิตรรักแฟนรายการทุกท่านที่แวะมาส่งเสียงเป็นกำลังใจ .. ขอบคุณและสวัสดี




Create Date : 27 สิงหาคม 2553
Last Update : 18 มิถุนายน 2554 21:53:18 น. 16 comments
Counter : 22680 Pageviews.

 
ขอสัก 1 ตัว จะตำน้ำพริกกะปิไว้รอ น่ากินมาก ๆ เลย สีชวนรับประทานดีแท้เลย


โดย: sun_ice วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:11:38:38 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:12:33:33 น.  

 

เก่งไปหมดซะทุกอย่างจริงๆ คุณครูท่านนี้

เรียนให้ทราบว่าเป็นเมนูโปรดของคุณตาคุณยาย
เลยละครับ แต่ทางนี้ใช้ปลายี่ห้ออื่น ดั้งเดิมจริงๆ
ต้องปลาทูอย่างที่คุณครูสาธิตให้หิวกันเล่นๆใน
มื้อนี้ ....

พรุ่งนี้คุณตาคุณยายจะไปมอบซุ้มพระให้กับสถานี
อนามัยตำบลฯ แล้วจะหอบบุญมาฝากกันนะครับ.


โดย: หน่อย - ตั้ม IP: 118.172.178.133 วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:14:01:23 น.  

 
น่ากินจัง ..


โดย: เขาพิงกัน วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:14:25:42 น.  

 
เห็นเมนูบ้านพี่แล้วต้องเข้ามาเก็บสูตรดีๆไว้ทุกครั้งค่ะ

หนูเคยใช้แต่ปลาตะเพียนค่ะ เดี๋ยวจะลองใช้ปลาทูทำบ้าง

ดูแล้วน่าอร่อยค่ะ


โดย: ลำตะคอง วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:14:35:21 น.  

 
น่ากินจังเลย ต้มนานแบบนี้ที่บ้านคงลืมกัน กะทะไหม้แน่ๆค่ะ


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:14:57:52 น.  

 
ขอหนูซักตัวเหอะจ๊ะ น่ากิ๊น น่ากิน


โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:15:00:30 น.  

 
ชอบมากค่ะ อยากหาสูตรมานานแล้ว ขอลอกนะคะ


โดย: ชมชล วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:16:02:39 น.  

 
หิวเลยค่ะ พรุ่งนี้ ไปหา มา ทำ กิน บ้าง ดี ก่า^^


โดย: หม่ามีี๊๊น้องอาร์เดล (Forzyahya ) วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:23:05:21 น.  

 
น่ากินจัง วันหลังจะมาขอสูตรไปทำบ้างนะคะ


โดย: adrenaline (AdrenalineRush ) วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:5:19:05 น.  

 
เห็นขายที่ดอนหวาย เยอะเลยค่ะ..คราวนี้ไม่ต้องซื้อแล้ว...ต้มเองอร่อยแน่นอนเลย


โดย: never the last วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:9:36:33 น.  

 
_/\\_ สวัสดีวันหยุดทุกท่านคะ ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะมาส่งเสียงทักทายกัน

เมนูต้มเค็มแบบนี้ บี๊เคยใช้ปลาญี่ปุ่นมาทำ เช่น ปลาไข่[ชิชาโม๊ะ] ปลาซาบะ แล้วก็ปลาซัมมะ
ปลาญี่ปุ่นทำได้ทุกปลาคะ อร่อยดีด้วย หากไม่เชื่อต้องลองคะ ...


***************

* ขอบคุณคะ น้องแป๊ด .. ปลาทูมีเยอะคะ .. 1 ตัวจัดไปได้เลย


* ขอบพระคุณมากมายคะ คุณน้าตั้ม และคุณน้าหน่อยที่เคารพรัก
บี๊เองได้วิชาการปรุงอาหารมาจากบุพการีอ่ะคะน้าตั้ม พอทำได้คะ
เรื่องอาหารและขนม ไม่ถึงกับเก่งกาจ ขอลองทำและปรับปรุง
ไปเรื่อยให้ได้ในสิ่งที่เราพอใจและถูกใจก็ปลื้มแล้วคะ


* ขอบคุณคะ คุณเขาพิงกัน .. ล๊อกอินเก๋ไก๋เชียว


* สวัสดีคะ น้องสร .. ขอบคุณน้องสรมากมายที่แวะมาเป็นกำลังใจให้กันสม่ำเสมอ
ปลาทูต้มเค็มบี๊ไม่เคยซื้อทานคะ เกรงเรื่องคาวปลา และส่วนใหญ่ทำหวานมาก ๆ
เคยซื้อจากตลาดดอนหวาย หวานมาก ทานไม่ได้เลย ที่ตลาด อตก. หวานเช่นกันคะ


* สวัสดีคะ คุณน้องไก่ .. น้องไก่ลองใช้ปลาไข่ [ชิชาโม๊ะ] ของญี่ปุ่นทำก็ได้นะ อร่อยดีคะ


* สวัสดีคะ คุณชมชล .. บี๊แวะไปเยี่ยมและทักท่ายที่บล๊อกแล้วคะ


* หม่ามีี๊๊น้องอาร์เดล (Forzyahya .. สวัสดีคะ สูตรนี้รับรองได้ ไม่มีกลิ่นคาวปลาอย่างแน่นอนคะ
เพราะมีขิงเป็นตัวช่วยในเรื่องคาว แล้วมีพริกขี้หนูอีกด้วย เด็ดคะ


* never the last ... ขอบคุณคะน้องปุ้ย ขอบคุณที่แวะมาทักทาย
ทำทานเองดีที่สุด สะอาด และถูกปากเราด้วย ซื้อเค้าหวานจัด ทานไม่ได้คะ


โดย: บ่งบ๊ง วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:14:08:29 น.  

 
ชอบมากกกกกกกกกกค่ะ เมนูนี้
ติดใจเพราะแม่ซื้อให้ชิมที่ตลาดดอนหวายค่ะ

ถ้ามีโอกาสต้องได้ทำแน่ ๆ ค่ะ


โดย: ซามอ วันที่: 29 สิงหาคม 2553 เวลา:4:07:56 น.  

 
พึ่งได้ปลาทุมาค่ะ เลยต้องมาพึ่งสูตรพี่บ่งบ๊งแล้ว


โดย: 37dessertroom วันที่: 12 มิถุนายน 2554 เวลา:20:32:23 น.  

 
หากต้องให้กระดูกปลาเปื่อยยุ้ยนี้ ต้องใช่เวลาเคี้ยวนานไม๊ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ


โดย: กาแล IP: 207.181.225.210 วันที่: 17 ธันวาคม 2556 เวลา:12:07:33 น.  

 
เมนูนี้ชอบๆ ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับนะคะ กำลังคิดว่าจะทำยังไงให้ได้แบบที่เขาขายในตลาด


โดย: หนูเล็ก IP: 223.204.219.58 วันที่: 29 มิถุนายน 2560 เวลา:22:04:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1832 คน [?]




บ้านน้อยหลังนี้ยินดีต้อนรับทุกท่านคะ บ้านแห่งความสุข หมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปรายจ้า

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.