มีนาคม 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
31 มีนาคม 2550

บาดแผลซึ่งยากจะลบเลือน

นั่งคุยกับตัวเอง : บาดแผลซึ่งยากจะลบเลือน
เขียนโดย : สิงห์โตหมอบ
31 มีนาคม 2550




ผมนั่งเฝ้ามองดูเขา
ผู้ซึ่งกำลังเกลียดชังโลกและด่าทอทุกสิ่งรอบตัวด้วยถ้อยคำหยาบคาย
อารมณ์โกรธอันพวยพุ่ง ร้อนแรง
แต่แฝงด้วยความน้อยอกน้อยใจ ความเกลียดชังคลั่งแค้น
ปัญหามีอยู่ว่า….
คุณไม่อาจแสดงออกซึ่งอารมณ์อันเกรี้ยวกราดเกินเลยได้
โดยเฉพาะ “เขา” อาจเป็นคนซึ่งคุณไม่อาจเกลียดได้


.....................................



ช่วงเริ่มต้นในการทำงาน
ผมมีปัญหาในการปรับตัวปรับความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนในความหนุ่ม
เรามีชุดความเชื่อที่ไม่อาจให้ใครมาบั่นทอนได้
เชื่อในสิ่งที่เราคิดว่าดี ว่าถูกต้อง
แต่นั่นไม่อาจตอบ “ความพึงพอใจ” ของเจ้านายได้
เขามีประสบการณ์มากกว่า เขาผ่านงานมามากกว่า
เคยล้มเหลวมาก่อน เคยประสบความสำเร็จมาก่อน
เขาเริ่มต้นการต่อสู้ชีวิต
ตั้งแต่เรายังเป็นวุ้นที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ด้วยซ้ำ


มุมมองที่หล่อหลอมในชีวิต
แน่นอน...ย่อมหมายความว่าเราต่างโตมาไม่เหมือนกัน
ผ่านสนามรบชีวิตมาคนละสมรภูมิ คนละรูปแบบ

ครั้งหนึ่งผมเคยสติแตก เหมือนคนบ้า
เมื่อความน้อยเนื้อต่ำใจพุ่งสู่ขีดสุด
ความโกรธ ความเบื่อหน่าย ความเซ็ง
ผมชกกำแพงห้อง ถีบเก้าอี้ ร้องไห้ฟูมฟาย
แล้วก็พาตัวเองออกจากสถานที่ทำงาน
คนรอบข้างทำได้แต่ตกตะลึงและตกใจ........


เหมือนกับสะสมความเครียดในการทำงานมายาวนาน
ทั้งโดนตำหนิ ทั้งการตัดสินใจผิดพลาด
ทั้งเหนื่อยหน่ายในบรรยากาศการทำงานที่หนักหน่วง
ผมจำได้ดี...สองปีแรกของการทำงาน
ผมไม่เคยได้หยุดงานแม้แต่วันเดียว
มีพักไปสองวันนั่นคือ ท้องเสียจนไม่อาจลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปทำงานได้
ผมพบผ่านเจอะเจอผู้คนมากหน้าหลายตา
ต้องรองรับทุกอารมณ์ที่ทุกคนโยนเข้าใส่
ผิดก็โดนด่า ถูกก็โดนต่อว่า
ในตอนนั้นผมเบื่อหน่ายชีวิตเป็นอย่างยิ่ง
ร้องไห้ไม่รู้กี่หน...
คับแค้นใจ ท้อใจ เหนื่อยหน่ายคลายอารมณ์
ชีวิตมันช่างอึดอัด หดหู่........
ผมเขียนไว้ในบันทึกด้วยซ้ำว่า
เบื่อหน่ายกับสภาวะที่ตนเองต้องเผชิญอยู่มากแค่ไหน
กะเอาไว้ว่าจะทำอีกปีสองปี
ก็จะลากชีวิตของตัวเองไปให้พ้นจากสภาพแบบนี้เสียที


........................................



ปีนี้เป็นปีที่ 10 ของการทำงานที่นี่
ทุกวันนี้ผมมีความสุขในการทำงานมาก
และผมตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เวลาที่เหลือในชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่มันจะเป็นไปได้
อาการ “หลุด” ที่ผมเป็น นั่นเป็นครั้งเดียวที่เกิดขึ้น
และเป็นสิ่งที่ผมคิดว่ามันจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวและคงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของผม....

อะไรทำให้ผมพบคำตอบในชีวิตนะหรือ ?

หลังจากวันที่ผมรู้สึกเลวร้ายที่สุดผ่านไป
วันรุ่งขึ้นผมกลับไปทำงานต่อ
และผมพบคำตอบที่ว่า
สำหรับบางคน...เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงเขาได้เลย
เขาเป็นของเขามาแบบนี้ตลอดทั้งชีวิต

คุณเปลี่ยนพ่อผู้ทำงานหนักมาตลอดชีวิต
พ่อผู้เคร่งเครียดจริงจังกับงาน
ให้เป็นพ่อผู้อ่อนโยนใจดีได้ภายในวันเดียวไหม ?
คุณเปลี่ยนเจ้านายให้คล้อยตามและทำตามความคิดของคุณภายในวันเดียวได้ไหม ?
คุณเปลี่ยนลูกน้องให้กลายเป็นคนใหม่ เป็นคนเก่งทำงานได้อย่างที่คุณต้องการภายในวันเดียวได้ไหม ?

อย่าว่าแต่วันเดียวเลย
ทั้งชั่วชีวิตของคุณก็อาจไม่มีวันนั้น.......

ก็เขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร
คุณเป็นใครจะไปเปลี่ยนเขา
แต่มีสิ่งหนึ่งที่จริงแท้แน่นอน
คือคุณเปลี่ยนทัศนะคติของคุณที่มีต่อตัวเขาได้แน่ๆ
และง่ายกว่ามาก…

มองให้ออกว่าคุณกำลังโกรธอะไร
คุณอาจเกลียด “ความไม่ให้เกียรติ” ที่เจ้านายมีต่อคุณ
แต่คุณไม่ได้เกลียดเขา
คุณอาจเกลียด “ความเห็นแก่ตัว” ของลูกน้อง
แต่คุณก็ไม่ได้เกลียดตัวเขา
แยกแยะให้ออก....ว่าคุณกำลังไม่พอใจสิ่งใด
ไม่ชอบ “ความรู้สึก” หรือกำลังชิงชังที่ “ตัวบุคคล”
ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่เราทุกข์เพราะความรู้สึกแรก
นั่นคือทุกข์ที่ “ความรู้สึก” ไม่ใช่ที่ “ตัวบุคคล”


....................................


ไม่ง่ายเลยกว่าผมจะคิดได้แบบนี้
บาดแผลมากมายยังคงทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำ
เพียงแต่ผมไม่คิดกลับไปเป็นคนเดิมในวันนั้นอีกแล้ว
คนที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เหยียบย่ำความถูกต้อง
ไม่สนความถูกใจ หรือแม้แต่เชื่อมั่นในความดีงาม
“อาการหลุด” แบบนั้น ผมปล่อยให้มันเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต
มันไม่มีทางหวนกลับมามีอำนาจเหนือตัวผมได้อีกแล้ว
ไม่มีทาง.....

ชีวิตผมเหลือไม่มาก และผมไม่อยากใช้วันเวลาที่เหลือ
เพื่อไปเกลียดชังใครอีกแล้ว
หากผม “ให้อภัย” ตัวเองไม่ได้....
ผมย่อมไม่มีวันปลดปล่อยตัวเองจากกองเพลิงแห่งความโกรธ
กองทุกข์ที่แผดเผาไหม้หัวใจตัวเองตลอดเวลา


........................................


ผมหวังว่าวันหนึ่งเขาจะผ่านอารมณ์แห่งความทดท้อนี้ไปได้
ผมบอกเล่าสิ่งที่ผมเคยเจอ เคยพบ เคยผ่าน
หวังว่าเขาจะเรียนรู้และเข้าใจตัวเองมากขึ้น
หลังได้ปลดปล่อยอารมณ์ขุ่นมัวที่อยู่ในใจออกมา
ส่วนการประคับประคองอารมณ์นั้น
เขาต้องจัดการกับมันด้วยตัวเอง
เพราะเรื่องแบบนี้ทำแทนกันไม่ได้
เขาคงต้องเรียนรู้ เปิดใจ ให้อภัย
มองทุกอย่างด้วยความเข้าใจ
มองโลกอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่อย่างที่เขาอยากให้เป็น
เลิกด่าทอ และหยาบคายต่อคนเองและกับสิ่งรอบตัว
เมื่อนั้น...ความทุกข์ในใจคงถูกผ่องถ่ายออกไปจากชีวิตได้บ้าง
มิใช่เก็บกด ซ่อนงำมันไว้ใต้พรมแห่งความรู้สึก
แล้วก็นับเวลาถอยหลังรอวันระเบิดทำลายล้างความสัมพันธ์ที่มีระหว่างกัน

ผมหวัง....ว่าสักวันเขาจะหามันเจอ.









 

Create Date : 31 มีนาคม 2550
22 comments
Last Update : 31 มีนาคม 2550 7:42:31 น.
Counter : 3999 Pageviews.

 

.....เรามีบุคคลที่เราไม่อาจเกลียดเขาได้.......
และหวังว่า เราอาจเป็นหนึ่งในใจใครสักคน
ที่เขาเองไม่อาจเกลียดเรา....

และคน ๆ นั้น จะเฝ้ามองเราด้วยความเข้าใจเสมอ

 

โดย: มั บ เ มี ย ง (todayd ) 31 มีนาคม 2550 8:12:04 น.  

 

การให้อภัยกับการปลงตก บางที่ก็แยกกันไม่ออก...
แม้จะยากเย็นที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น...
แต่คงไม่ยากเกินไปที่จะเอียงเอนไปหาเขา...
เอามุมที่ดีดี มาเป็นตัวอย่าง
มองข้าม ด้านอคตินั้นเสีย...
แม้จะฟังดูเหมือนพูดง่ายแต่ทำยาก...
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป...ความเติบโตและเปิดกว้างทางความคิด ก็ย่อมจะมีได้....และทำให้เรามองโลกในมุมที่แตกต่างจากวันวาน...แยะแยะระหว่างอุดมการณ์กับความเป็นจริงออกจากกัน...



 

โดย: คนเลวที่แสนดี 31 มีนาคม 2550 8:16:34 น.  

 

แยกแยะ ค่ะ....

แก้คำผิด...อิอิ

 

โดย: คนเลวที่แสนดี 31 มีนาคม 2550 8:18:06 น.  

 

มาบอกว่าเยี่ยมคับ ผมว่าอีกหลายคนเลยที่ยังพยายามจะเปลี่ยนคนอืนอยู่
เจ๋งคับเจ๋ง

 

โดย: Kurt Narris 31 มีนาคม 2550 9:03:10 น.  

 




ผมหวัง....ว่าสักวันเขาจะหามันเจอ
...........................................
แต่เราเจอแล้ว ซึ่งก็คือ พอแล้ว





 

โดย: d__d (มัชชาร ) 31 มีนาคม 2550 9:09:41 น.  

 




แน่นอนว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนใครให้ถูกใจเราได้
แต่หากเราเปลี่ยนความคิดไปในแง่บวกได้ เท่ากับเราได้เปลี่ยนโลกทั้งใบ โลกของเขาจะหวานหรือขมก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง

" ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก "
ใช่จะเปลี่ยน (ความคิด) กันง่าย ๆ ซะเมื่อไหร่


 

โดย: printcess of the moon 31 มีนาคม 2550 9:32:35 น.  

 

ถูกต้องเรยคะ

เราถือคตินี้มาเสมอ

"จะหวังให้ใคร เป็นดั่งใจได้ฤ?"


 

โดย: nungmay 31 มีนาคม 2550 9:49:13 น.  

 

เราก็เคยเป็นแบบนั้น และเป็นหนักยิ่งกว่าคุณด้วย....

ตอนนี้เราเดินออกจากภาวะอารมณ์แบบนั้นมาแล้ว
แม้จะเพิ่งเดินออกมาได้ไม่ไกล ลองหันหลังกลับไปมันก็ยังชัดเจนอยู่
แต่เราสัญญากับตัวเองแล้วว่า เราจะไม่กลับไปเป็นแบบนั้นอีกแล้ว

การย้อนกลับไปมองมันบ่อย ๆ ทำให้เรารู้ว่าเราเดินจากมันมาไกลแค่ไหนแล้ว...

เพื่อนเราเรียกภาวะแบบนั้นว่า "เล้าหมู"
เล้าหมูที่สกปรกเต็มไปด้วยขี้หมู ฉี่หมู อาหารหมู
เมื่อเราอยู่ในนั้น เราอาจชินกับมัน ไม่รู้สึกรู้สาอะไร
แต่วันหนึ่งเมื่อเราได้เดินออกมาจากเล้าหมู ออกไปพบเจอโลกกว้างใหญ่ใสสะอาด
เรายังอยากจะกลับเข้าไปในเล้าหมูนั่นอยู่อีกหรือ??

ในชีวิตจริง เราหลีกเลี่ยงเล้าหมูไม่พ้นก็จริงอยู่ แต่เราคงไม่กลับไปเป็นหมูแล้ว
ขอเป็นคนเลี้ยงหมูละกัน - - -
ขอเฝ้ามองพวกหมูอยู่ห่าง - ห่าง
น่าจะดีกว่า

 

โดย: กากีซ่าส์ 31 มีนาคม 2550 9:57:48 น.  

 


เปลี่ยนคนอื่นเปลี่ยนยากค่ะ ทำใจให้ยอมรับบางที...ง่ายกว่า

 

โดย: เพียงแค่เหงา 31 มีนาคม 2550 10:31:48 น.  

 

เข้าใจความรู้สึก เราก็เป็นเหมือนกัน
ความทุกข์บางทีหลีกเลี่ยงมันไม่ได้ แต่เราต้องอยู่กับมันให้ได้ เราไม่ยอมแพ้ให้มัน เราต้องผ่านมันได้ซักวัน
เรามุ่งทำ มีคุณธรรมและความดี เรื่องเลวร้ายพวกนี้
มันไม่อาจชนะหัวใจที่ไม่ยอมแพ้เราได้หรอก

 

โดย: ตะวันออกไม่แพ้ 31 มีนาคม 2550 11:47:39 น.  

 

การให้อภัยและให้โอกาส เปิดใจให้คนอื่นเป็นเรื่องที่ดีมาก
การที่เราเข้าใจคนอื่น ดีกว่ารอให้คนอื่นเข้าใจเรา...สบายใจกว่า...

คนทุกคน...ต้องเรียนรู้...และเข้าใจโลก ด้วยตัวเอง ...

ชอบประโยคนี้ค่ะ..." มองโลกอย่างที่มันเป็น ไม่ใช่อย่างที่เขาอยากให้เป็น "

 

โดย: แดดร่มลมโชย 31 มีนาคม 2550 14:03:28 น.  

 

แวะมาอ่านครับ

 

โดย: คนขับช้า 31 มีนาคม 2550 14:33:57 น.  

 

...
...
เข้าใจ..และ ยอมรับ

2 คำ นี้..นู๋ ก็ ใช้ อยู่ทุกวัน

เพราะ นู๋ ก็ โดน ระเบิด ...จาก เบื้องบน อยู่ ประจำ



 

โดย: กรุณาอย่าล้ำเส้น 31 มีนาคม 2550 16:09:15 น.  

 

ชีวิตผมเหลือไม่มาก และผมไม่อยากใช้วันเวลาที่เหลือ
เพื่อไปเกลียดชังใครอีกแล้ว
หากผม “ให้อภัย” ตัวเองไม่ได้....
ผมย่อมไม่มีวันปลดปล่อยตัวเองจากกองเพลิงแห่งความโกรธ
กองทุกข์ที่แผดเผาไหม้หัวใจตัวเองตลอดเวลา

ชอบท่อนนี้จังค่ะ

 

โดย: ดา ดา 31 มีนาคม 2550 17:38:49 น.  

 

เห็นด้วยครับ เปลี่ยนอะไรใครไม่ได้หรอก

ต้องทำใจตัวเองให้ยอมรับครับ

ผมยังมีอีกหลายเรื่องต้องทำใจเหมือนกัน

 

โดย: DekChaiDam 31 มีนาคม 2550 21:49:47 น.  

 

ขอบคุณที่ มา happy birthday ให้นะคะ

 

โดย: หิมะสีดำ (หิมะสีดำ ) 31 มีนาคม 2550 22:20:01 น.  

 

แวะมาอ่านอะไรดีๆของคนชอบเขียนค่ะ ไม่อยากบอกเลยว่า เดาภาพคุณออกตั้งแต่อ่านคอมเมนท์นั้นที่บล็อกคุณแอม

คุณบอกว่าชอบอารมณ์และความรู้สึกตอนเขียนจดหมาย ซึ่งฉันพบว่าตัวเองมีเพื่อนแบบเดียวกันกะคุณนี่แหละค่ะ คนนึง เขาก็ชอบเขียนจดหมาย เขียนทีนึงยาวๆ 3 - 4 หน้ากระดาษเหมือนฉัน

ความฝันของเขาเมื่อนานมาแล้วคืออยากเป็นนักเขียน ฉันจึงไม่แปลกใจเมื่อเข้ามา แล้วพบว่าคุณเป็นคนที่เขียนอะไรได้ดี และจับใจมาก เพราะว่ามันไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของฉันเท่าไหร่ หรือจะเป็นเพราะบางที ฉันพอเดาได้ว่าเพราะคุณมีส่วนคล้ายๆฉัน และเพื่อนคนนั้นของฉัน คือบ้าเขียน

ความเห็นต่อบล็อกนี้พูดได้คำเดียวค่ะว่า เยี่ยม เห็นด้วยกับทัศนะคติและการมองโลกของคุณ เราจะฝืนเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเราเพื่อใครไปได้นานแค่ไหน

คนเหล่านั้นก็คงไม่สามารถเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง เพื่อใครได้เช่นกัน เพราะงั้นเราจึงต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับในความเป็นแบบนั้น ของผู้อื่น แทนการเรียกร้องให้ผู้อื่น เป็นอย่างที่เราต้องการ



"เรามีชุดความเชื่อที่ไม่อาจให้ใครมาบั่นทอนได้
เชื่อในสิ่งที่เราคิดว่าดี ว่าถูกต้อง
แต่นั่นไม่อาจตอบ “ความพึงพอใจ” ของเจ้านายได้
เขามีประสบการณ์มากกว่า เขาผ่านงานมามากกว่า
เคยล้มเหลวมาก่อน เคยประสบความสำเร็จมาก่อน
เขาเริ่มต้นการต่อสู้ชีวิต
ตั้งแต่เรายังเป็นวุ้นที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกนี้ด้วยซ้ำ" ชอบอันนี้ค่ะ

ยินดีที่ได้คุยด้วยนะคะ จะค่อยๆทะยอยมาอ่านที่เหลือนะคะ

 

โดย: บรรณภรณ์ 31 มีนาคม 2550 23:40:29 น.  

 

วันนี้ได้มาเติมเต็มสติปัญญาและมุมมองอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีคอมเมนต์ค่ะ
เพราะ "อิ่ม" ในถ้อยคำคมความคิดของคุณแล้ว
ได้แต่พยักหน้ากับตัวเอง

 

โดย: ชิงดวง 31 มีนาคม 2550 23:44:55 น.  

 

เข้ามาอ่าน อีกหนึ่งความคิด อีกหนึ่งแง่มุม

 

โดย: sysee 1 กรกฎาคม 2550 22:10:02 น.  

 

ชีวิตผมเหลือไม่มาก และผมไม่อยากใช้วันเวลาที่เหลือ
เพื่อไปเกลียดชังใครอีกแล้ว
หากผม “ให้อภัย” ตัวเองไม่ได้....
ผมย่อมไม่มีวันปลดปล่อยตัวเองจากกองเพลิงแห่งความโกรธ
กองทุกข์ที่แผดเผาไหม้หัวใจตัวเองตลอดเวลา
^
^
^
โดนอ่ะ

Photobucket

 

โดย: Fullgold 5 มีนาคม 2551 22:13:30 น.  

 

อืม! ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆ สรรพสิ่งในโลกล้วนอนิจจัง

 

โดย: West-Songkhla 7 เมษายน 2551 18:50:17 น.  

 

 

โดย: คมไผ่ 11 ธันวาคม 2554 10:49:43 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


BlogGang Popular Award#14


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 351 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]