เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
30 เมษายน 2550

ความฝันลมๆแล้งๆ


นั่งคุยกับตัวเอง : ความฝันลมๆแล้งๆ
เขียนโดย : สิงห์โตหมอบ
30 เมษายน 2550




สิ่งที่ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะเห็นในระบบการศึกษาของประเทศไทย

ข้าพเจ้าอยากเห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นกับครูผู้สอน อาจารย์

1. เป็นผู้รอบรู้ในวิชาการที่สอน
2. เป็นผู้เปิดประตูแห่งการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน
3. เป็นผู้มีจินตนาการ และไม่ยึดติดกับฐานความรู้เดิมจนไม่ยอมรับสิ่งใหม่ๆ
4. เป็นผู้กล้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในวิชาการที่ตนสอนอย่างตรงไปตรงมา
5. เป็นผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู
6. เป็นผู้ปลูกฝังจริยธรรม ศีลธรรม และแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่ดี ตลอดจนทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับศิษย์


ข้าพเจ้าอยากเห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้เรียน

1. เป็นผู้มีจิตใจใฝ่รู้ตลอดเวลา
2. เป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการอันเหมาะสมกับวัย
3. เป็นผู้มุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง
4. เป็นผู้ที่ลุกขึ้นโต้แย้งทางความคิดด้วยเหตุด้วยผล
5. เป็นผู้มีมนุษย์สัมพันธ์อันดีกับเพื่อนร่วมชั้น
6. เป็นผู้มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
7. เป็นผู้ที่มีมรรยาทอันดีงาม มีสัมมาคารวะต่อครูบาอาจารย์


6 มกราคม 2544

……………………………………….


ครั้งหนึ่งในชีวิต
ผมเคยฝันและตั้งใจที่จะเป็นครู
มุ่งมั่นตั้งแต่ยังไม่ได้เรียนปริญญาตรีด้วยซ้ำ
“ครูต้นแบบ” หลายคนในชีวิต ทำให้ผมศรัทธาและรักในวิชาชีพนี้
ผมคิดว่า “อาชีพครู” เป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก
เป็นอาชีพที่เสียสละ และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับผู้เรียน
ในขณะเดียวกันตัวเราเองก็ได้เติบโตและเรียนรู้ไปพร้อมๆกับผู้เรียนด้วย

ผมเลือกสายครุศาสตร์แบบไม่ลังเลใจ
แม้จะเรียนสายสถาปัตยกรรมมาแล้ว 5 ปี
ตั้งใจมากที่จะเป็นครูที่ดีหลังจากเรียนจบ
ผมจะทำงานสักสองปี ให้มีประสบการณ์จริงด้านวิชาที่ตัวเองสอน
จากนั้นจะเอาความรู้ทั้งหมดที่มีถ่ายทอดให้กับผู้เรียน
สี่หรือห้าปีค่อยไปเรียนต่อปริญญาโท
แล้วก็กลับมาสอนต่อ...


.........................................


ฝันนั้นกลายเป็นลมที่ลอยลับหายไป
เพียงไม่ถึงปีหลังเรียนจบ
ผมทำงานเป็นสถาปนิกได้ไม่ถึงเดือน
ที่บ้านเปิดร้าน เป็นธุรกิจของครอบครัว
สิบปีหลังจากนั้น...
ผมไม่เคยเดินเฉียดกรายความฝันที่แท้จริงของผมอีกเลย


.........................................


หลายครั้งที่ผมรับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง
แล้วนึกย้อนไปถึงวิธีเรียน วิธีสอนในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย
อยากให้มีวิชาที่ “ครูสอนครู”
จากครูที่แย่ ให้กลายเป็นครูธรรมดา
จากครูธรรมดา ให้กลายเป็นครูที่ดี.....

วันนี้ความฝันก็ยังคงเป็นเพียงลมที่เลือนราง
ผมหวังว่าใครสักคนจะสัมผัสกับสายลมนี้ได้
ช่วยบอกต่อด้วย...
ว่าผมยังหวังว่าใครสักคนจะรับรู้ว่ามันยังคงอยู่ในใจ
และหวังให้ใครสักคนรับเอาสิ่งที่ผมหวังไปปฎิบัติแทนตัวผม
ผมหวังแค่นั้นจริงๆ....









บันทึกนอกรอบ

เมื่อวานตอนเย็นผมเข้ามาอีกรอบ
หลังจากพักผ่อนมาทั้งวัน....
เข้ามาดูบล็อกของเพื่อนๆ รวมถึงนั่งอ่านคอมเม้นท์ในบล็อก
มีอยู่หนึ่งคอมมเ้นท์ที่ผมพิมพ์ในบล็อกตัวเอง
แล้วก็โดนแบบไปเรียบร้อย

กู้คืนมาแล้ว.....คือ บันทึกความรู้สึกที่คุณจะได้อ่าน
ถ้อยคำมีดังนี้ครับ...


...............................


ผมชอบวิธีคิดของคุณนางสาวอาร์ตนะ
ดีครับ....มีความคิดแบบสวนกระแสมากๆยิ่งชอบ
เพราะอะไร...? ผมถึงชอบ

สองบันทึกที่ผ่านมาเลือกเขียน "สอนด้วยชีวิต" ทั้งสองภาค
ด้วยตัวอย่างของพ่อแบบนักธุรกิจ
กับพ่อแบบโจร.....

ทำไมผมถึงเลือกพ่อสองแบบนี้มาเขียน รวมถึงครูที่สอนให้นักเรียนวิ่งเข้าเส้นชัยที่ 2

เพื่อนหลายๆคนก็แสดงความคิดเห็นที่หลากหลายแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน
เพียงแต่ว่าอาจจะคอมเม้นท์ไว้แบบกลางๆ
เพราะรักษาความรู้สึกของเจ้าของบล็อก
มีอยู่หลายคอมเม้นท์ที่ผมชอบ เพราะเป็นมุมมองที่ผมไม่ได้คิดถึงเลยขณะเขียน
ถึงได้บอกว่าชอบ...เพราะความแตกต่างของมุมมอง
นั่นก็เป็น ครู สำหรับผมเช่นกัน


......................................


ทั้งสองเรื่อง ของพ่อทั้งสองแบบ
ผมกำลังพูดถึงสังคมเราครับ....
ผมกำลังบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับ "คน" ของเรา
มีที่มา "ส่วนหนึ่ง" จากการเลี้ยงดูแบบผิดๆ
ให้ลูกเอาตัวรอด จนไม่คำนึงถึง "วิธีการ"
เป็นวิธีการสอนแบบ "เห็นแก่ตัว" สำหรับพ่อแบบที่หนึ่ง
สอนให้ "ไม่เชื่อใจคน" ซึ่งผมว่ามันต่างจากการสอนให้ "ระมัดระวัง" ในการทำธุรกิจกับคน....

และสอนให้ "เลวสมบูรณ์แบบ" สำหรับพ่อโจรในเรื่องที่สอง

นั่นคือสิ่งที่ผมอยากบอก......
พ่อแม่คิดแบบไหน กระทำตัวแบบไหน
ลูกก็มีโอกาสถ่ายทอดพันธุกรรมชั่วๆ เลียนแบบไปด้วย
มีวิธีสอนที่หลากหลายมากมาย
ที่ไม่ต้องโกหกลูกด้วยการหลอกให้กระโดดลงมาจากโต๊ะ
ซึ่งมีโอกาสมากที่เมื่อเติบโตขึ้น ี่เขาจะใช้วิธีคิดแบบนี้ในการทำธุรกิจ

และสำหรับพ่อโจร....
ถ้าฉลาดและกล้าสอนลูกขนาดนี้ น่าจะมีสักมุมของความคิด
ที่คิดจะฉุดพาลูกให้พ้นจากสภาพของความเป็นโจรเสียที

..............................


ถ้าพ่อแม่พาลูกไปนั่งคุยกับอาจารย์ใหญ่แล้วต่อรอง
ว่าจะมอบเงินเพื่อแลกกับการได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนดีๆ
นั่นก็เป็นการสอนภาคปฏิบัติให้กับลูกคุณแล้ว
โตขึ้นมามีลูก คุณว่าเขาจะเป็นเหมือนพ่อไหม ?
คุณว่าเขาจะเป็นนักต่อรองที่สามารถ "จ่าย" ทุกอย่าง
เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือเปล่า ?

ทำไมการสอบในทุกระดับของนักเรียน นักศึกษา
ถึงมีการโกง การทุจริต จับได้ก็มาก ปรับตกก็เยอะ
ต่อให้มีป้าย "ห้ามทุจริต จับได้ปรับตก" แปะไว้ที่หน้าผาก
ถ้าคนมันจะโกง มันก็โกง....
และถ้าเรื่องง่ายๆอย่างการทำข้อสอบยังโกงได้โดยไม่รู้สึกผิด
โตขึ้นมาคุณจะหวังอะไรได้กับคนที่โตมากับความคิดแบบนี้ครับ

ยกเอาตัวอย่างจริงๆให้เห็นสักเรื่อง...
สมัยผมเรียน.... ก่อนสอบผมบอกเพื่อนว่าใครเรียนอ่อนมาบอก
จะติวให้ หลายคนมา ผมสอนให้ไม่มีปิดบัง
วันสอบจริง บางคนสะกิดหลังจะขอลอกข้อสอบ
ทั้งที่บอกแล้วว่าจะติวให้ แต่มันไม่มา
ถึงเวลาจะขอลอกอย่างเดียว.....ผมไม่ให้ลอก
แล้วเขาก็สอบตก

คุณอยากรู้ไหมครับว่าตอนนี้ชีวิตเขาเป็นยังไง ?


................................


ผมไม่ปฏิเสธการแข่งขันนะ ผมชอบการแข่งขัน ถ้าจะบอกว่าเกื้อกูลแล้วไม่ทำอะไรเลย
โลกคงไม่มีความเจริญก้าวหน้า

ผมชอบดูกีฬา....
โดยเฉพาะวิ่ง 100 เมตรชิงแชมป์โลก
ถ้าไม่มีคำว่า "แข่งขัน"
ทุกวันนี้มนุษย์คงไม่มีใครเชื่อว่า
ในระยะทาง 100 เมตร เราสามารถใช้เวลาวิ่งไม่ถึง 10 วินาทีีี
สี่สิบปีก่อน หากใครบอกว่ามนุษย์เราจะวิ่ง 100 เมตรโดยใช้เวลาแค่ 9 วินาทีกว่าๆ ถ้าไม่ถูกกล่าวหาว่าบ้า
ก็คงถูกมองด้วยสายตาแปลกของผู้คนรอบข้าง

ีแล้วสถิติที่ถูกทำลาย มันเป็นความหมายในทางบวกสำหรับผม
วินาทีที่วิ่งออกจากจุดสตารท์...ผมคิดว่าไม่มีนักวิ่งคนไหน
สนใจที่จะมองคู่แข่งหรอกครับ
ต่างคนต่างวิ่งเพื่อ "เอาชนะตัวเอง"
เอาชนะข้อจำกัดของตัวเอง.....
ส่วนการทำลายสถิติ..ก็เป็นผลต่อเนื่องมาจาก "ความพยายามเอาชนะตัวเอง" ให้ได้เืท่านั้น...

..............................


จะวิ่งเข้าเส้นชัยที่เท่าไหร่นั่นย่อมไม่ใช่เรื่องสำคัญ
คุณมีความสุขขณะซ้อมหรือเปล่า
คุณมีความหวังขณะวิ่งหรือเปล่า
และเหนือสิ่งอื่นใด...
ผมว่าบางครั้งบางหนในชีวิต
แค่สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยได้ ก็มีความสุขเสียยิ่งกว่าคนที่ชนะที่หนึ่งเสียอีก
หากมันเป็นการวิ่งที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง.




 

Create Date : 30 เมษายน 2550
17 comments
Last Update : 30 เมษายน 2550 7:41:41 น.
Counter : 3962 Pageviews.

 

เพิ่งได้เข้ามาอ่านค่ะ หลังจากที่ปลีกวิเวกไปชั่วขณะ
ชอบข้อเขียนชุดนี้มากที่สุด อ่านแล้วได้อะไรมาก ๆ เลย

อย่าหาว่าเว่อร์นะคะ
ฉันถือว่าคุณ คือครูของฉันคนนึง
เข้ามาทีไร
ฉันต้องได้อะไรใน"หัว"กลับไปทุกที

มิใช่เห็นด้วยเสียทุกเรื่องหรอกนะคะ
บางทีมุมมองที่แปลกออกไปก็ทำให้เราได้"เห็น"กว้างขึ้นด้วยสายตาผู้อื่น

เป็นภาพจริงหรือไม่จริง นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องคิดเอง

 

โดย: ชิงดวง 30 เมษายน 2550 7:57:14 น.  

 


แวะมาทักทายวันฝนตกค่ะ

อิ อิ เดี๋ยวถึงที่ทำงานจะมาอ่าน

555 วันนี้เราได้เวลา up blog แล้วค่ะถ้าว่างเชิญนะคะ

 

โดย: เพียงแค่เหงา 30 เมษายน 2550 8:13:02 น.  

 

แปลกนะ..เราไม่ชอบฝันลมๆแล้งๆละ

เราว่า...ให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลยนะ

ดูคุณเป็นคนคิดถึงคนอื่นดีจังค่ะ
ขอให้ความฝันเป็นจริงค่ะ

บล๊อกคุณมีเนื้อหาดีจัง
ผิดกับบล๊อกเรา
ประเภทเพ้อเจ้อ..เพ้อฝันนะ

แบบโลกความจริงก็เครียดแย่แล้วนะ
เลยสร้างอะไรที่มีความสุขนะค่ะ..

มีความสุขวันเริ่มงานนะค่ะ

 

โดย: catt.&.cattleya.. 30 เมษายน 2550 8:39:29 น.  

 



สอนลูกจากบทเรียนชีวิตของพ่อกับแม่....ให้ลูกคิดและเลือกเดินด้วยตัวเอง...อยากเดินตามรอยแม่หรือพ่อ...ก็ไม่ว่า แต่หวังเพียงลูกไม่เดินไปซ้ำรอยที่มืดมน...

 

โดย: คนเลวที่แสนดี 30 เมษายน 2550 10:15:39 น.  

 

คมมากครับ

 

โดย: พีทคุง (redistuO ) 30 เมษายน 2550 10:46:34 น.  

 

แม้จะเป็นฝันลม ก็ยังดีกว่าคนที่ยังไม่รู้เลยว่าฝันอยากเป็นอะไร อย่างตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าอยากเป็นอะไร ตอนนั้น (entrance) คิดแต่ว่าต้องเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวได้ เรื่องชอบหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง
ส่วนตอนนี้รู้แต่ว่า ต้องเป็นแม่ที่ดีให้ได้

 

โดย: viji (viji ) 30 เมษายน 2550 11:08:15 น.  

 

เชิญนะครับ
สำหรับท่านที่โหยหาอดีต
วันนี้พบกับวง "อิสซึ่น" ต้นธารของอัสนี-วสันต์
ในปัจจุบัน

พบกันที่ห้องฟังเพลงเก่าครับ

 

โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) 30 เมษายน 2550 12:15:42 น.  

 


สวัสดีค่ะ...

ขอฝันเรื่องคุณครูด้วยคน..แต่คงจะไม่มีcommentเรื่องพ่อ-แม่ด้วย แต่สำหรับเรื่อง"วิ่ง"นี่ชอบมากๆ ชอบกีฬาที่เล่นคนเดียว เช่น วิ่ง,ว่ายน้ำ,แบดฯ,ขี่จักรยาน ฯลฯ แต่ชอบวิ่งเป็นที่หนึ่ง เพราะตอนเด็กเคยวิ่งแข่งมาราธอนที่ศรีราชา 10กิโล มีผู้แข่งขันเป็นหมื่นแล้วเราก็ติด1ใน1000ได้เสื้อสามารถและของรางวัลเพียบ จากนั้นเลยวิ่งทุกปี แต่ตอนนี้แค่เต้นแอร์โรบิกที่สวนลุมตอนเช้าๆก็พอแล้ว

ชอบมากๆตอนที่วิ่ง เพราะได้คิดอะไรต่อมิอะไรมากมายขณะที่วิ่ง เมื่อออกกำลังแล้วเหงื่อออกร่างกายจะหลั่งสารAdrenaline(สารแห่งความสุข)ออกมา คล้ายๆกับสารเสพติด คือถ้าไม่วิ่งก็จะไม่มีความสุข ก็จะคิดถึง อยากจะวิ่งอีก ตอนนี้ทำงานก็เหมือนกำลังวิ่งด้วยเพราะต้องแข่งกับเวลา ต้องรีบทำ รีบเดิน บางทีก็มานั่งนึกเหมือนกันว่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้นะ เป็นแบบอื่นไม่ได้หรอ ส่วนขี่จักรยาน ไปกับก๊วนชมรมขี่จักรยานวันอาทิตย์ที่เชียงใหม่ นัดที่ประตูท่าแพ จะมีการพาไปทัศนศึกษาทุกอาทิตย์ ถ้าได้ไปเชียงใหม่ก็จะแวะเข้าก๊วนเป็นประจำแต่2-3เดือนทีนะเพราะไม่ค่อยจะว่าง

อยากจะถามมานานแล้ว คำว่า"กะว่าก๋า"เป็นภาษาเหนือหรือ? แปลว่าอะไรค่ะ ข้าเจ้าบ่ฮู้เจ๊า...

 

โดย: คนผ่านทางมาเจอ 30 เมษายน 2550 15:59:10 น.  

 

....การทำอะไรได้ด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ดีสุด

เป็นสิ่งที่ฝั่งในหัวมาตั้งแต่เล็ก จนโต และ จำความได้

ตอนเด็กเลยเรียนอย่างบ้าระห่ำ

พ่อแม่บอกว่าเป็นช่วงกอบโกย

ช่วงที่พ่อแม่มีแรงหาเงินส่งเสียได้

"เต็มที่ลูก"

ช่วงที่เส้นใยสมองเป็นตาข่ายแมงมุม

เลยรีบในการเรียนรู้ทุกอย่าง

แต่เป็นการเรียนรู้ที่ต่อยอด ไม่ใช่เรียนแล้วจำอย่างเดียว

เวลาเล่นก็เล่นสุดเหวี่ยง เวลาเรียนก็ทุ่มทุนสร้าง

เพราะคิดเสมอว่านี่คือหยาดเหงื่อและมันสองของพ่อแม่

************************************

สำหรับเพื่อนค่อนข้างโชคดีที่เพื่อนหลายคนหัวดีกว่า

เราเลยอาศัยใบบุญ ในการถามและถาม พึ่งพาเพื่อนได้

***********************************

ที่บริษัทฯ ม๊าฝ่ายบุคคลเคย ถามว่าเด็กสมัยนี้ทำไมไม่สู้งาน

จบมายังไม่มีประสบการณ์แต่อยากได้เงินเดือนแพง ๆ

คิดต่อยอดไม่ค่อยเป็นกัน ทำงานเป็นหุ่นยนต์

(แค่ส่วนที่เขาเจอค่ะ ไม่ใช่ส่วนใหญ่)

ตอนนั้นเราก็ได้แต่ยิ้ม ตอบแทนใครไม่ได้หรอกค่ะ

ว่าทำไมเขาไม่อดทน และคิดต่อยอด ริเริ่มสร้างสรรค์งานได้

เพราะเราก็ยังไม่เคยทำงานแบบเต็มรูปแบบ เคยแต่แช่แวบไป แชแวบมา พอเป็นกระสัย

 

โดย: หนูนีล (นางน่อยน้อย ) 30 เมษายน 2550 17:18:11 น.  

 


โห....บล้อกนี้ยาวจัง

อ่านไม่ไหว

รู้แต่ว่า

เสียดาย

เสียดายที่ไม่มี "ครู" แบบเราในวันนี้

เคยคิดไม๊ว่า การเป็น "ครู" ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา
เราก็อาจเป็นครูได้
ถ้าเรายังอยากจะเป็น

งวดนี้ออก 7 2 (วันที่ 7 กุมภาพันธ์ อิอิ)

พรุ่งนี้ถ้ามันออกจริง ซวยแน่เลยเรา

 

โดย: sunny-low (sunny-low ) 30 เมษายน 2550 18:06:29 น.  

 

ตอน ป. 6 แม่บอกว่า ลูกแม่หน้า bright จัง เหมือนเด็กสอบได้ที่ 1เลย ทั้งๆที่ทั้งชีวิตแป้งหอมไม่เคยสอบได้ที่ 1 เลย แต่แป้งหอมพยายามสอบให้ได้ดีขึ้นทุกๆครั้ง เพื่อให้ใกล้เคียงความเป็นที่ 1 ของเรา

แป้งหอมอยากเป็นครูศิลปะ แต่ห่างไกลทั้งความเป็นครูและศิลปิน แต่ความฝันก็กลายเป็นความหวังอีกครั้งเมื่อพบว่า เราอาจเป็นครูได้โดยไม่ต้องยืนสอนในโรงเรียน และเป็นศิลปินได้แม้งานจะไม่ได้เก็บไว้ในมิวเซียม อยู่ที่การค้นพบบางอย่างด้วยตัวเองโดยเฉพาะวิธีคิด

ความฝันยังคงเป็นความหวังเสมอ ตราบใดที่เรายังไม่ได้เห็นกับตาว่ามันล้มเหลวบวกกับเราถอดใจ

"จากครูที่แย่ ให้กลายเป็นครูธรรมดา
จากครูธรรมดา ให้กลายเป็นครูที่ดี....." <--ชอบมากขอยืมไปเป็นแนวคิด

แป้งหอมยังเด็กค่ะ (ทำเป็นแอ๊บแบ๊ว 555+) นับว่าอ่อนประสบการณ์กับโลกใบนี้ เพิ่งรู้ว่าโลกนี้มีเรื่องที่คิดไม่ถึงอีกมากมาย และหลายๆเรื่องก็ไม่เป็นอย่างที่คิด แต่คิดว่า คนที่เรียนรู้โลกจะมีความสุขเสมอ และคนที่พยายามเปลี่ยนโลกจะทุกข์เสมอเช่นกัน ต้องทำตัวเองให้มีความสุขเข้าไว้นะ






 

โดย: floral_flory 30 เมษายน 2550 18:40:48 น.  

 


งวดนี้อย่าลืมอีกนะน้อง

อิอิ

เพื่อพี่จะหาอาชีพเสริม
เริ่มเบื่องานประจำแระ

ขอให้รวย ขอให้รวย

555555

 

โดย: sunny-low 30 เมษายน 2550 18:46:57 น.  

 

.......แต่บ้านหนูกำลังห่วงคนที่หนูมีโอกาสไปเกี่ยวข้องค่ะ 55555

 

โดย: หนูนีล (นางน่อยน้อย ) 30 เมษายน 2550 18:48:13 น.  

 

" ครู " ไม่จำเป็นต้องสอนในห้องเรียน สอนในตำราเรียนเสมอไปหรอกค่ะ

การที่คุณกะว่าก๋านำเรื่องราวดี ๆ มาแบ่งปันกันเสมอ ซึ่งแต่ละเรื่องก็ให้แง่คิด ให้รู้จักคิดได้เสมอ เราก็ถือว่าคุณกะว่าก๋าเป็นครูของเราคนหนึ่งนะคะ



 

โดย: ใบไม้ร่วงในป่าใหญ่ 30 เมษายน 2550 21:19:21 น.  

 

Photobucket

 

โดย: Fullgold 5 มีนาคม 2551 22:18:37 น.  

 

คุณก๋าเรามีโอกาสได้อ่านหนังสือที่คุณเขียนหมื่นตา
ถ้ามีโอกาสเหตุปัจจัยที่เอื้ออำนวยรบกวนคุณก๋าช่วยบอกสถานที่ที่คุณก๋าไปปฏิบัติธรรมให้ได้ไหมคะ ถ้าไม่เป็นการรบกวนท้งคุณก๋าและทางวัด ขอบพระคุณล่วงหน้าคะ

 

โดย: ทอรุ่ง IP: 10.18.58.225, 202.6.107.70 10 กรกฎาคม 2553 14:13:55 น.  

 

สวัสดีครับคุณทอรุ่ง

ผมไม่เคยบวช
และไม่เคยไปปฏิบัติธรรมที่วัดเลยครับ

ผมอาศัยการอ่าน การถาม และการฝึกด้วยตนเองครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 26 ธันวาคม 2553 16:27:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 346 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]