Group Blog
 
<<
กันยายน 2565
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 กันยายน 2565
 
All Blogs
 
No. 1124 เมืองในหมอก @ ปาย

No.  1124   เมืองในหมอก @ อ.ปาย



 
นั่งคีย์งานที่บ้านต่างจังหวัดอากาศเย็นค่อนข้างมาก หลังที่พักเห็นภูเขาทอดยาวแสงยามเช้าสาดส่องไป
ที่ไร่สัปรดเห็นแสง ทอดยาวไปถึงเนินเขาสูงต่ำ..ทำให้นึกถึงบ้านเกิดที่ อ.ปาย แม่ฮ่องสอน
ตอนเด็กยามเช้าอากาศหนาว....ยามตะวันลับฟ้าความหนาวเย็นกลับดังเดิม ความมืดโรยตัว


 
ความหนาวสอดแทรกเข้า ฝาห้องครัวไม้ขัดแตะ ด้านหลังที่ น้า ๆ นั่งทำกับข้าวหนาวมากจนต้อง
ใส่ฟืนเพิ่มบน กะบะลานดินตั้งเตาในครัว เราไม่ได้ใช้เตาถ่านกันเลยยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ



 
ช่วยน้าหญิงตักผัดถั่วเน่าเมอะใส่จานเสร็จ ยกไก่ต้มทั้งตัวออกจากหม้อต้มยังอุ่น ๆ อยู่ใช้มือฉีกเนื้อไก่เป็นเส้นใส่ชามใบโต
เนื้อไก่บ้านอุ่น หอมจนอด จิกใส่ปากชิมไม่ได้ เนื้อหวาน


 
น้าหยา เป็นคอ กรึบน้ำพรรค์นั้น กำลังคั่ว หอมแดง กระเทียมตะใคร้ซอยใส่ลงในหม้อดินเริ่มหอมตักใส่ครกหินให้ นพตำ
ส่วนเม็ดผักชี ดีปลี มะแขว่นแบ่งคั่วในหม้อดินนิดหน่อยใส่ครกโขลกเพิ่มความหอบที่ไม่เหมือนอย่างอื่น



พริกขี้หนูแห้ง 5 เม็ดกับพริกแห้งอีก 5 เม็ดคั่วต่อพวกนี้สุกหอมไวตักใส่ครกไปกับเกลือ
เครื่องแกงที่ตำ เริ่มส่งกลิ่นหอม



 
หม้อดินใบใหม่กำลังร้อนฉ่าบน เตาฟืน น้าหยาเป็นผู้ชายนะครับตัวโตนัยตาฉ่ำ ยิ้มเก่งเทน้ำซุบที่ต้มไก่ใส่ไปนิด คดน้ำพริก
ในครกใส่คนด้วยกระจ่าที่ร้อนจัดผัดน้ำพริกจนมีกลิ่นหอมไหม้นิด ๆ (น้าเขาบอกว่าเป็นเคล็ดลับ)

(เดี๋ยวนี้ไปทานอาหารนอกบ้าน ร้านอาหารคนจีนในไทย(บางร้าน)  ทำแกงไก่คงจะ เทหางกะทิเยอะแล้วตักน้ำพริกสำเร็จรูป

ลงไปละลายตามด้วยเนื้อไก่แน่เลย มันจึงไม่มีกลิ่นหอมแบบชาววังหรือคนไทยแท้ เขาทำ หุ หุ)
 
เติมน้ำซุปไปอีก ตามด้วยเนื้อไก่ที่ผมฉีก ส่วนคอไก่กับตีนไก่ กระดูกหลังสับพอคำเทรวมคนไปมาแล้วปิดฝา
ฟืนในเตาลุกลามเลียหม้อดินสีดำด้วยเขม่าไม่นานน้ำเดือดพุ่งพล่านไอน้ำ กลิ่นโชย
น้าหยา ตักน้ำต้มยำไก่บ้านขึ้นชิม ใช้มือหยิบเกลือป่นลงไปอีก คนไปมาตักให้ผมชิม โหรสชาติเค็มหวานจากเนื้อไก่ฉีก
แต่มันร้อนสุด ๆ จนยกนิ้วให้หน้าหยา เลยได้รับการตบหัวเบา ๆ หนึ่งทีแทนการขอบใจที่ผมชม


 
ใบผักไผ่ ก็ที่คน กท.เรียกว่า หอมจันทร์ ถูกหน้าหยาจับมาทั้งต้น ใช้มือบิดจนใบต้นอ่อนขาดโปรยลงในหม้อที่ร้อนจัด
คนไปมาแล้วปิดฝา เพียงกลิ่นหอมผักไผ่ ทำเอาลูกกระเดือกของน้า ๆ เริ่มเต้นส่วนผมลูกกระเดือกเพิ่งมีทำนองหนุ่มแตกพาน
 ก็พลอยเต้นไปด้วย 555


ทีนี้ละ ช่วยกัน ถือหม้อข้าวสวย จานผัดถั่วเน่าเมอะ



ที่ลืมไม่ลงแน่นอนคือ ยำจิ้นไก่บ้านร้อนฉ่าไปวางไว้หน้าห้องนอนใน
ตัวบ้านกินกันนอกชานไม่ได้หรอก มันหนาวสุด ๆ
 
น้าหญิง คนเมืองปายแท้ ๆ คดข้าวเม็ดสั้นร้อน ใส่จานสังกะสีให้ครบคนแจกช้อนสังกะสีเคลือบสีน้ำเงินเขียวแดง
นั่งเอามือไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าสำลี ตรงเท้าใช้ผ้าขาวม้าที่ชื้น ๆ วางรองไว้ดีกว่านั่งบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ
เรานั่งล้อมวงแต่ละคนตัวโต ต้องนั่งเฉียงนิด ๆ ไม่ให้หัวเข่าเกิน ส่วนมานพ นั่งยอง ๆ ที่มันแคบช่วยไม่ให้ขา
หนาวเย็น
รอให้น้า ๆ ตักกับข้าวครบแล้ว เป็นธรรมเนียมชาวเหนือใช้ช้อนกลางตักน้ำแกงราดข้าวกับเนื้อไก่ฉีกใส่จาน
ไอร้อนบนข้าว กับยำจิ้นไก่ น้ำหวานเนื้อไก่บ้าน เผ็ดนิดหอมหน่อยของน้ำพริกผสมกับใบผักไผ่ เนื้อไก่บ้านเคี้ยวไม่ยุ่ย
เหนียวนิด ๆ จนต้องป้อนข้าวเม็ดสั้นพันธ์พื้นเมืองนุ่มเหนียว


 
ส่วน ผัดถั่วเน่าเมอะ กลิ่นหอม(แบบนัตโต๊ะ) เป็นตัวชูรส ได้มัน เค็มหน่อย เคี้ยวหมูสับปนกับผักกาดจ้อน(แคระแกรน)
ผสมกับ ไข่ไก่ตีกระจาย ขาวช่วยให้ผัดนัว เข้ากันเหมาะเจาะหมดก่อนยำจิ้นไก่
นั่งกินไม่นานครับ มันหนาว ได้ยำจิ้นไก่ กับผัดถั่วเน่าเมอะช่วยให้อุ่นขึ้นยังสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมน้าหยาไม่กรึ๊บ 555
 
เราสามหนุ่มนั่งฟังน้า ๆ พูดคุยกัน ส่วนใหญ่จะพูดถึงความหลังครี้งที่น้าสองคนอยู่ระยอง
แรกเริ่มเดิมที แหะ ๆ พูดถึงเรื่องเก่าขอใช้สำนวนแบบนี้หน่อย คือน้าหยายังหนุ่มเห็นขบวนม้าต่างที่บ้านแม่แตงเชียงใหม่
เกิดสนใจวิถีชีวิตคน ขนสินค้าด้วยม้า เข้าไปคุย เลยรู้ว่าที่ ปายเป็นอำเภอเล็ก สงบสวยงามแถมมีแม่หญิงสวย..
เลยขอติดตามกองคาราวานมาเที่ยวด้วย
 
และแล้วได้เจอน้าผู้หญิงตัวเล็ก แทนที่จะเป็นหญิงสูงใหญ่แบบ "ไทใหญ่" เจอไม่ยอมกลับไประยองขออาศัยชาวบ้าน
ทำงานรับจ้างเป็นคนตัดไม้ ทำงานได้ดีมีแววเจ้าของคือ พ่อเลี้ยงเลยให้ เป็นคนคุมคนงาน...ให้ห้องพัก
น้าหยากับหน้าหญิงเลย เฮ็ดก้อกัน (แต่งงานแบบไทใหญ่) ข้างล่างเป็นภาพแทนเป็นชายไทใหญ่
ขอบคุณเจ้าของภาพที่ให้ใช้ด้วย ทั้งคู่สวยหล่อหน้าตาดีมาก..


 
น้าอยู่ปาย สองปีกว่ามีคนติดต่อไปเป็น ผจก.โรงหนังตงก๊กที่เชียงใหม่น้าเลยพาน้าหญิงไปอยู่ นาน ๆ จะเดินทางกลับมาเยี่ยม
พ่อแม่กับญาติน้าหญิง
 
คืนนั้นพวกเราน้าหยา นอนกันนอกห้องไม่มีอะไรกั้นหนาวสุด ๆ ผ้านวมคนละ 2 ผืนอุ่นนิดเดียวเลยนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ
 ยินเสียงไก่ขันดังเป็นระยะความหนาวสอดแทรกตรงคอลืมตามองรอบ ๆ ห้องโถงถัดไปเป็นชานบ้าน..มีแต่ความมืด
นอนรอแสงนานกว่าชั่วโมง ดูแล้วคงจะยังอีกนาน ใส่กางเกงขาสั้นเอาเสื้อผ้าสักหลาดเขียวตัวใหญ่สวมทับเสื้อผ้าสำลี
ตอนแต่งตัวยืนอยู่บนผ้านวมก้าวไปเหยียบพื้นไม้ แหยงเย็นเจี๊ยบต้องยกเท้าขึ้นแต่ตัดใจเหยียบซ้ำ
 
หยิบตลับยาสีฟันกับแปรงอันเบ่อเริ่มที่ชานบ้าน เอาน้ำราดแปรงแล้วเปิดตลับยาสีฟันใช้ขนแปรงถูไปมาให้ยาสีฟันติ
แล้วแปรงฟัน ไม่นานครับน้ำมันเย็น บ้วนปากจนสอาด ต้องบอกว่าปากสอาดมากกลิ่นเย็น ๆ
เพื่อน ๆ ที่เข้ามาอ่าน อาจจะว่า อีตาไวน์นี้โม้ ยาสีฟันอะไรเป็นตลับ เป็นแบบนั้นจริง ๆ ตอนนั้นอายุ 14 ปีเองมันนาน
หลายปี เนื้อยาสีฟันเหมือน แป้งพับ



เนื้อละเอียดแน่นแบบเดียวกับที่สาว ๆ ใช้แตะแก้มไงงั้นเลยแหละ
 
แปรงฟันเสร็จใช้นิ้วชี้จุ่มน้ำ..แตะเปลือกตาให้ขี้ตาหลุดเป็นอันเสร็จการล้างหน้าก็น้ำมันเย็น...น 555
เพื่อนสองคนยังนอนห่มผ้าไม่รู้เรื่องเราเคยตื่นซ้อมวิ่งที่สนาม ร.ร.ยุพราชวิทยาลัยทนหนาวได้..ลงไปข้างล่างไปโน่น
 ริมน้ำปายห่างจากตัวบ้านร้อยกว่าเมตรเอง


 
ยังสลัว มองน้ำปาย มีไอน้ำลอยจากผิวน้ำสู่เบื้องบน.....เดินลงตลิ่งตื้น ๆ สู่น้ำปายดินริมฝั่งนิ่มคล้ายดินโคลนเดินต่อไม่
กี่ก้าว พื้นกลับเป็นทรายปนกรวด น้ำไม่เย็น อุ่นสบายน้ำลึกเลยเข่านิดเดียว ลุยน้ำอุ่นไปอีกฝั่งฟ้าเริ่มสาง ขึ้นฝั่งเป็นนาข้าว
เก่า มีหญ้าปกคลุม น้ำค้างพร่างพรม ยามเหยียบเย็นฉ่ำ



มองไกลไปข้างหน้า
เดินลัดเลาะแปลงกระเทียม ไปด้านขวามือ แสงแดดแรกของวันเริ่ม



ส่องเห็นสีเหลืองของสวนถั่วเหลืองอยู่ข้างหน้าความหนาวเย็นไม่ลดลงเลย ต้องดึงคอเสื้อกันหนาวแนบชิดคอ ขาที่ที่เปลือย
เพราะนุ่งกางเกงขาสั้นนั้นเย็นเจี๊ยบ มิอาจะหลีกเลี่ยงได้ไม่ไกลจากนั้นเห็นมันอะลู ถูกถอนกองยังไม่ได้เก็บ ใจนึกถึง


 
 ถ้านำไปโยนใส่ขี้เถ้าร้อน ๆ ไม่นานจะระอุ สุก หอมชักอยากจะกินมองหาใครก็ไม่เจอ ไม่มีเงินติดตัวเลยทำไงดี
หนอ อยากจะขอแบ่งไป เขาคงไม่ให้....ก็ไม่รู้จักกัน
เอ...แบ่งไปสัก 10 หัวเดินตามหาเจ้าของมันอะลู แล้วค่อยบอกเขาว่าพักอยู่บ้านน้าผู้ชายคงจะดี เลยนั่งแบ่งมันเงียบ ๆ
กำลังคัดมันอะลูเพลิน สะดุ้งสุดตัว ก็ เสียงกระแอมจากด้านหลัง.....
แม๊ด มัน กา. (โขมยมันอะลูเหรอ)
ซวยแล้วทำไงดี
 
(ถ้าใครเคยไป อ.ปาย แล้วผ่านสพานคอนกรีตข้ามน้ำปาย มุ่งสู่พระธาตุแม่เย็นก่อนถึงจะเจอบ้านพัก "บ้านปายนา" เป็น
เป็นสถานที่ผม เดินไป ไร่มันฝรั่งไร่กระเทียม
 
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ    (re 254/4,338)
st ผู้เข้าชม  2,347,100
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 12 กันยายน 2565
Last Update : 12 กันยายน 2565 5:16:31 น. 28 comments
Counter : 470 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณหอมกร, คุณ**mp5**, คุณทนายอ้วน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณtanjira, คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณSweet_pills, คุณThe Kop Civil, คุณhaiku, คุณกิ่งฟ้า, คุณEmmy Journey พากิน พาเที่ยว, คุณพันคม, คุณRananrin, คุณkae+aoe


 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่

ยำจิ้นไก่กินตอนร้อนๆในหน้าหนาว
ฟินสุดๆเลยนะครับ

โรงหนังตงก๊กผมไม่ทันครับ
เก่าสุดในเชียงใหม่ที่ผมทัน
น่าจะเป็นศรีวิศาลครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:5:29:41 น.  

 
อ่านที่พี่ไวน์เล่าซึมซับความหนาวจับใจไปด้วย
ปีนี้อากาศบนดอยน่าจะหนาวมากๆ แน่พี่ไวน์



โดย: หอมกร วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:8:43:27 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:9:28:07 น.  

 
น่าจะเคยไปเคยผ่านนะคะ
ไร่พี่ไวน์
ปายน่าไปไม่ว่าเหมือนเดิม หรือ จะมี นทท.เพิ่มมากขึ้น
ไม่ชอบแค่นั่ง 1735 โค้ง อะไรปานนี้
ไม่อ๊วก ก็เอวเคล็ด ค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:9:45:38 น.  

 
โห คุณอ้อมีแค่ 2 โค้งเท่านั้นเอง โค้งเลี้ยวซ้าย โค้งเลี้ยวขวา...555

ถ้าไปกับเพื่อนไปเรื่อย ๆ แวะลงข้างทางถ่ายภาพแวะ
จิบกาแฟ กินอาหารแบบที่ผมไป ไม่อ๊วกหรอกครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:10:00:11 น.  

 
สวัสดีครับพี่
อ่านแล้วอยากไปสัมผัสอากาศหนาวที่เมืองปายเลยครับ ไก่ต้มน่ากินมากครับ น้ำพริกด้วย ยิ่งอาหารพื้นเมืองของชอบผมเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:10:50:21 น.  

 
ชอบกลิ่นของผักไผ่และมะแข่วนมากๆครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:13:18:09 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่ไวน์..

น่าทานเนื้อไก่บ้านฉีกจัง..

ท่าจะอร่อย..



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:13:35:25 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไวน์

คุณไวน์เล่านี่ทำให้นึกถึงบรรยากาศบ้านนอกสมัยก่อนนะคะ
ทำให้ธัญคิดถึงบ้านย่าเลยค่ะ สมัยนั้นถือว่ายังเป็นบ้านนอก
แม้จะไม่ไกลจากในเมือง บ้านย่าสมัยนั้นไม่มีห้องน้ำ
ต้องไปขุดดิน มีไม้พาด โอยยย ไม่อยากจะคิด ทันอยู่นะคะ 555
แต่ก็ทันแบบช่วงสุดท้ายแล้วค่ะ ไม่นานก็มีห้องน้ำห้องท่าเรียบร้อยดี
แต่ยังมีการหาบน้ำในคลองมาใส่ตุ่ม ยังเคยไปช่วยย่าหาบเลยค่ะ

อากาศที่ปายคงหนาวจับใจเลยนะคะ

สุขกายสบายใจค่ะคุณไวน์


โดย: tanjira วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:14:38:10 น.  

 
บล็อกนี้กลายเป็นบล็อกอาหารไปแล้ว 555

เอาเข้าจริง เดี๋ยวนี้อาหารหลายๆ ร้านรสชสติเปลี่ยนไปเยอะ ส่วนหนึ่งมาจากวัตถุดิบจากต่างประเทศด้วย หลายคนอาจเถียงว่าไม่เกี่ยว แต่ความเป็นจริงมันเกี่ยวแบบแยกไม่ออกเลยแหละ กระเทียมไทย กับกระเทียมจีน มันก็หอมต่างกันนะ

คุณไวน์ชอบรำลึกความหลังจริงๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:17:41:21 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่
พี่ไวน์เล่นอาบน้ำแบบตัวแห้ง ดีเหมือนกันค่ะไม่เปลืองน้ำ
ประหยัดแรงดีค่ะ สงสัยจัง ว่าปายในปัจจุบันจะหนาวเหมือนเดิม
ไหม แต่คงไม่หนาวแล้วมั้งเพราะว่าความเจริญเข้าไปถึง
บรรยายความตามธรรมชาติได้ออกมาเห็นภาพชัดเจนค่ะ
ส่วนยำจิ้นไก่ใส่เครื่องปรุงเยอะดีค่ะ คงจะหอมมากๆมะแข่นกับ
ผักไผ่หอมฉุนดี ยำใส่ไก่บ้าน(ชอบมากค่ะ) ผัดถั่วเน่าเมาะไม่เคยทาน
สุดท้ายละค่ะ อยากรู้ว่าพี่ไวน์ตอบเจ้าของมันละอูว่าอย่างไรคะ


โดย: จินดา IP: 58.8.105.243 วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:21:14:29 น.  

 
ตอนนี้เจ้าสัวเปลี่ยนแนวแล้ว
เสื่อผืนหมอนใบไม่ค่อยได้แจ้งเกิดแล้วครับพี่
กลายเป็นทุนใหญ่กลืนทุนเล็ก
กินรวบ กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว
ไม่แบ่งใครแล้ว 555

ศรีวิศาลตอนหลังฉายแต่หนังโป๊ครับพี่ 555
ซื้อตั๋วครั้งเดียวฉายวนไป
ผมเคยไปครั้บงเดียวก่อนที่จะปิดตัวไป
และกลายเป็นตึก AIS จนถึงทุกวันนี้ครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 กันยายน 2565 เวลา:21:31:09 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:5:21:08 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์ ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจที่บล็อกแจ้ซ้อนนะคะ

ตามมาอ่านเรื่องเล่าของพี่ไวน์เห็นภาพตามไปด้วยเลยค่ะ เมื่อก่อนจะย้ายบ้านเข้ามาอยู่ในตัวอำเภอก็อยู่หมู่บ้านหลังโรงงานน้ำตาลได้สัมผัสกลิ่นอายของท้องทุ่งและลำคลองใกล้บ้านเหมือนกันเลยค่ะตอนนั้นเด็กมากๆยังโดนน้ำท่วมถึงหน้าอกพ่อกับแม่ต้องพากันขนลูกและข้าวของไปอาศัยบ้านป้าที่ไมโดนน้ำท่วมตั้งหลายวัน

ชอบยำจิ้นไก่บ้านมากๆหอมผักไผ่เนื้อไก่หวานๆน้ำพริกยำที่หอมๆอยากชิมเลยค่ะ อิอิ

ภาคเหนือเราเมื่อถึงหน้าหนาวๆจริงๆเลยค่ะยังเคยก่อไฟนั่งผิงไฟพร้อมปิ้งข้าวหลามไปด้วยกับพ่อแม่และพี่น้องล้อมวงกองไฟกันไม่อยากจะลุกออกจากองไฟเลยและยังมีเมนูข้าวเหนียวปิ้งหรือข้าวจี่กินในกองไฟอร่อยมากๆค่ะ

ไว้จะมาอ่านต่อนะคะ

Diarist



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:7:45:05 น.  

 
จากบล็อก
นครพนมคนแถวนั้นบอกว่าถ้าไม่ตั้งใจจะไปไม่ถึง เพราะไกลมาก คนแวะที่อื่นกันเสียก่อนครับ สวนสาธารณะหน้าองค์พระธาตุก็บรรยากาศดีเหมือนกันครับพี่ วิ่งเสร็จก็มาเดินตลาด ไหว้พระต่อเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:8:44:02 น.  

 
แวะมาเยี่ยมชมค่ะ


โดย: Emmy Journey พากิน พาเที่ยว วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:9:30:42 น.  

 
สัวสดีครับพี่ไวน์ กลิ่นคั่วพริกนี่เป็นเอกลักษณ์เลยครับ
ผัดถั่วเน่าเมอะ กลิ่นหอมแบบนัตโต๊ะ มันจะหอมจิงหรอครับ 55555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:14:28:30 น.  

 
ตอนที่อ้อเขียนบล็อกหนังเรื่อง Bullet Train..
ซึ่งเป็นหนัง Action + ตลกร้าย
พี่ไวน์ถามว่าตลกร้าย..เป็นยังไง??

เข้าไปอ่านบล็อก จอมแก่นแสนซน วันที่ 13 กย.นี้
นี่แหละค่ะ..ตลกร้าย..(ประเภทหนึ่ง คือ ตลก แต่ทำให้คนเดือดร้อน)

จะออกแนว ทะลึ่งตึงตัง Sexy
แนวเสียสตังค์
แนวเจ็บตัว..
แนวสกปรกเลอะเทอะ ฯลฯ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:14:39:32 น.  

 
แวะมาอ่านเรื่องสนุกๆด้วยคนครับ


โดย: พันคม วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:14:43:58 น.  

 
จากบล๊อก
ขอบคุณมากรครับเรื่องคุณยาย
ยางผมเปลี่ยนไปแล้วรอบนึง นี่จะเป็นอีกรอบครับ
แบตผมเปลี่ยนไป 3 ลูกแล้ว Ameronลูกเขียว 52แอมป์ ปกติรถรุ่นผมใช้ปีละลูกคร้บ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 13 กันยายน 2565 เวลา:16:24:50 น.  

 
ผมเดาว่าลุงน่าจะอยู่ต่อ
แต่ก็อยู่ได้แค่กุมภา
แล้วก็เลือกตั้ง

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้
ผมว่าสำคัญมาก
มันกำหนดอนาคตประเทศไทยได้เลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 กันยายน 2565 เวลา:17:30:47 น.  

 
เห็นอาการของ ตจว.แล้วนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ว่า จริงๆ แล้วคนในประเทศเราก็มีความรู้เรื่องของอาหารในประเทศกันน้อยมากๆ รู้จักกันส่วนมากจะเป็นพวกพืชผักตลาดๆ แต่พวกผักเฉพาะหรือของท้ิงถิ่นนี่แทบจะไม่รู้กันเลย


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 14 กันยายน 2565 เวลา:17:44:24 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2565 เวลา:5:45:12 น.  

 
ไก่บ้านต้มทั้งตัวน่าฉีกกินชิ้นโตๆแบบหรังกำลังภายในจีนมากๆ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 กันยายน 2565 เวลา:5:51:54 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไวน์

ธัญยังสงสัยผัดถั่วเน่าเมอะจะหอมได้เยี่ยงไรหน๊อ?

จากบล็อก

ธัญหมดมุกค่ะ เลยเอาสิ่งที่เคยเขียนในเฟซมาอัพบล็อก
เลยแปลกใหม่ดีนะคะคุณไวน์

สุขกายสบายในนะคะคุณไวน์


โดย: tanjira วันที่: 15 กันยายน 2565 เวลา:7:10:37 น.  

 
นักกฏหมายบ้านเราน่ากลัวนะครับพี่
เขียนกฏหมายให้คนร้ายเป็นคนดี



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กันยายน 2565 เวลา:9:50:40 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กันยายน 2565 เวลา:5:47:11 น.  

 
บรรยากาศสดชื่นเป็นธรรมชาติดีจังค่ะพี่ไวน์
มันอะลูลูกใหญ่สวยๆ ยิ่งสดๆกองตรงหน้าเห็นแล้วอยากนำมาทำอะไรชิมจริงๆค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 16 กันยายน 2565 เวลา:9:30:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18


 
ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.