| No. 1200 ชีวิตในป่า(ตอน 3 ตำมะก๊วยเตต) |
 |
| พี่กานตื่นเตอะเย็นแล้วจะได้กิ๋นข้าวแลง. เด็กก่ำปลุก |
| แสงแดดค่อย ๆ ลับสันดอยข้างล่างเดินไปริมลำห้วยพี่พะก่อยืนเช็ดเหงื่อตัวผมเองรู้สึกปวดร้าวทั้งตัว |
พี่พะก่อครับ เราอยู่ไกลจากเมืองเท่าใดครับพี่ |
| เราอยู่ชายแดนไทยพม่าเป็นป่าลึกไม่มีคนอยู่แถวนี้จะเข้าเมืองถ้าเดินตัดตรงเราไปไม่ได้คนไทยใหญ่กระเหรี่ยงเผ่าอื่นมีปืน |
| เราเข้าใกล้ไม่ได้จะถูกยิงเลยต้องเดินอ้อมนะ กานถ้าเดินคงใช้เวลา 2 วันมั้งกว่าจะถึง อ.ปาย กานอาบน้ำแล้วกินข้าวจะได้สบายขึ้น |
| ถ้าเราเดินไปเขตพม่าจะได้เปล่า |
| ได้ซิพี่นาน ๆ ไปเดิน 2 วันเป็นเมือง ดอยก่อคนที่นั่นพูดไม่เหมือนเราคล้าย ๆ ดอยเก่อฟัง ๆ ลอยเก่อ |
| เขาเป็นพม่าเชื้อพม่าเลยเหรอพี่ก่อ |
| เขาเรียกตนเองว่าปกาเกอะยอ หรือกะยิน(Kayin)ทหารชุดเขียวปกครอง..พี่ได้ยินคนต่างถิ่นว่า เค ๆ อะไรนี่แหละ |
เคเอ็นยูใช่เปล่าพี่ก่อ  |
| น่าจะใช่นะฟัง ๆ มามียู ๆ ข้างท้ายอย่าถามพี่มากซิเมิน ๆ (นาน ๆ) พี่จะไปซื้อยามีดมุย(ขวาน) พี่ไม่ค่อยรู้เรื่องนะ 555 |
| เออน้องกานเป็นคนไทยอยู่ที่ไหน |
| ผมเกิดระยองแต่ย้ายไปอยู่ จันทบุรีตราด กับเมืองชลนะพี่ก่อ |
| หลังอาบน้ำผลัดเสื้อผ้ามานั่งกินข้าวเย็นบนแคร่ |
พี่กานกิ๋นกันง่าย เน่อ... มีผักหละ(ชะอม) ลวก  กับ ถั่วเน่าเปอะเป็นถั่วเหลืองหมักหลายวันผสมเกลือพริกชี้ห้าตำแล้วห่อใบตอง |
กล้วยหนาปิ้งไฟอ่อนจนสุก  |
| ตักข้าวใส่จานพูนตักถั่วเน่าเปอะปิ้งใส่จานคลุกกับข้าวใช้มือจับข้าวสายแบบจีบนิ้วชี้นิ้วกลางดันหัวแม่มือป้อนข้าวเข้าปาก |
เคี้ยว ตามด้วยผักชะอมลวกสุกสีเขียวรสมันนิดเค็มหน่อยอร่อย (เป็นวัฒนธรรมไทยแต่โบราณกินอาหารมือไม่เลอะเคี้ยวต้องปิดปากแตกต่างกับคน ตปท.บางแห่งใช้มือป้ายเข้าปากเพื่อนชื่อเสรีคนเล่าเรื่องน่าจะเป็นคนละเอียดอ่อนชอบนั่งนิ่งดูนัยตาลึกลับ)  |
| พี่พะก่อกับ ก่ำเห็นผมใช้นิ้วจีบเลยลองทำแบบเดียวกับผมบ้าง มือนิ้วเลยไม่มีเม็ดข้าวติดเหมือนกันเรากินข้าวจนหมดหม้อ |
| ตามด้วยน้ำเย็น ในหม้อดินข้างบ้าน |
| กานกินข้าวเสร็จแล้วนั่งพักก่อนเอาน้ำมันหมีทาให้ทั่วไหล่ แล้วเข้านอนเลยเน่อ |
| พี่ก่อทำเองเหรอ |
ไม่ได้ทำเอง ไปขอแบ่งป่ออุ้ย(ตา) หมอยาพื้นบ้านอยู่เลยไปอีก 3 ดอยพ่ออุ้ยเคี่ยวน้ำมันหมีคงจะใส่หัวปูเลย(ไพล) พริก  |
| แต้เวลาทานวดมันร้อน กับอย่างอื่นตวย(ด้วย) |
| พ่ออุ้ยไม่ใช่น้ำมันหมูเหรอพี่ |
| หมูป่าตัวผอมไม่มีมัน ในป่าลึกจะมีหมีตัวใหญ่มาก ๆ ชาวบ้านเขาไปช่วยกันล่าหมีมีไขมันหมีมันซวก(ดุร้าย) ต้องช่วยกันยิง |
| เปิ้น(เขา) จะแล่ก้อนไขมันเอาไปให้ป่ออุ้ยทำยา..หมู่เฮา(พวกเรา) ไม่สบายเป็นไข้จะไปขอยาป่ออุ้ยมากินนะ |
| กินยาในชามนี้นะอาการช้ำในดีขึ้นของป่ออุ้ยเหมือนกัน |
| ครับพี่....โหมันขมมากพี่ |
| บ่าลำกา...(ไม่อร่อยเหรอ) พี่กาน...น้องก่ำถามแล้วหัวเราะ. |
| บ่าลำแต้ ๆ(ไม่อร่อยจริง ๆ) ผมตอบใจมาเป็นกองเด็กก่ำเปลี่ยนเรียกผมจากน้าเป็นพี่แล้ว 555 |
| ล้มตัวนอนเจ็บบ่าเจ็บน่องขาชายโครง โอ้ยเจ็บไปทั่วตัวความร้อนจากน้ำมันหมีผสมยาพื้นบ้านแผ่สร้านไปทั่วช่วยได้มาก |
| ไม่นานนัก.....ได้ยินเสียงน้ำในลำห้วย ไหลจุ๋ง จิ๋ง...แผ่วเบาไปผลอยหลับไป |
| |
| วันรุ่งขึ้นกับอีกสองวันเราช่วยกันขนข้าวลงไว้ที่ลานจนหมดอาการเจ็บบ่า ค่อย ๆ หายไปวันที่ 4 เหลือเพียงแต่น่องขายังตึง |
| คงมาจากเดินขึ้นเนินดอยวันหลายเที่ยว |
| อาหารการกินเราสามคน จะหมุนเวียนเปลี่ยนแกงไก่ป่าใส่ผักแกงผักกูดแกงผักเสี้ยว(ยอดชงโค) ผักฮ้วนหมู(ขมนิด ๆ) |
| แกงสะแลเป็นดอกของต้นไม้ยืนต้นดอกเป็นตุ่มเล็กเกาะเป็นพวงใส่ปลาย่างรมควัน บางวันแกงก้านคูนใส่ปลาสด บางครั้งใส่ |
| ใส่เนื้อกวางย่างแห้ง |
| ผมกับพี่พะก่อจะผลัดกันแกงผมจะดูวิธีทำแล้วฝึกทำบ้างก่ำจะหุงข้าวเพราะผมไม่ถนัดหุงแล้วแฉะไม่อร่อยเผลอใส่น้ำมาก |
| ก็แฉะ น้ำน้อยก็แข็ง |
| ก่ำ....พี่ว่าตอนเย็นกินข้าวกับส้มตำกัน |
| อะหยัง พี่กานส้มตำ |
| ก็ เอามะละกอมาสับ ใส่พริกในครกแล้วก็ตำไง |
| อ๋อเปิ้นฮ้องว่า ตำส้มมะก๊วยเต็ด. พี่รอก่อนเน่อ...ก่ำไปเก็บมะก๊วยเต็ดมะนาวพริกแต้(พริกขี้หนู)มาให้ |
 |
ได้มะละกอมาก็ใช้มีดบางปอกเปลือกข้างลำห้วยล้างยาง เอามีดบางสับละเอียดแล้วฝานให้บางแล้วสับใส่เกือบเต็มหม้อดิน  |
| เอาหอมขาว(กระเทียม) ปาดจุกกับหัวทิ้งโขลกกับเกลือเป็นครกไม้ขนาดเขื่องตามด้วยพริกขี้หนูห้าเม็ดโขลกแป๊บเดียว |
กลิ่นหอม พริกฉุน  |
| รอเดี๋ยว..ก่ำโยนถั่วดิน(ลิสง)แห้งทั้งเปลือกใส่ตรงขี้เถ้ามีถ่านไฟแดงนิดหน่อยพักเดียวก็สุกใช้อุ้งมือบดให้เปลือกแตก |
เก็บเม็ดถั่วใส่ครก  |
| พี่กานเฮาใส่ปูดองต๋วยเน่อ มันจะลำขนาด(อร่อย) ก่ำจับปูดอยสีดำดองในไหเล็กใส่หม้อดินที่ร้อนเติมน้ำเปล่านิดครู่เดียว |
| กระดองปู 6 ตัวเริ่มเป็นสีแดงอมชมภูกลิ่นหอม |
| ใช้มีดปาดมะเขือส้ม (มะเขือเทศลูกเล็ก) ใส่ครกใช้สาก บด ๆก่ำใช้ป๊าก(ทัพพี)ไม้ตักปูดอยที่ต้มสุกใส่ครกโขลกพอแหลก |
น้ำปูออกปนกับพริกเกลือกระเทียมหอมจนปวดกราม  |
| โยนถั่วดิน(ลิสง) อบร้อนทั้งที่มีเยื่อสีน้ำตาลลงครกไม้โขลกพอแหลกขะยุ้มมะละกอสับลงโขลกดังโฉะเฉะน้ำมะละกอเริ่ม |
ออกปาดมะนาวบีบลงไป 2 ใบกลิ่นเปรี้ยวมะนามผสมกลิ่นผิวหอม  |
| ใช้ป๊ากไม้(ทัพพี) ตักใส่ชามใบโตยกไปวางบนแคร่ใต้ต้นไม้สักหน้าบ้านลำห้วยไหลดังริก ๆ |
เรากินส้มตำกับข้าวสวยเผ็ดรสหวานมะละกอดิบเค็มหน่อยหอมปูดอยดองได้กลิ่นพริกขี้หนูกระเทียม อร่อยกินจนหมด  |
| ใช้กระบวยตักน้ำที่หม้อดินในชายคาหน้าตูบ(กระท่อม) แล้วนั่งดูน้ำลำห้วยไหลช้า ๆ เสียงดังเบา ๆ |
| ชีวิตแบบชาวบ้านป่าเป็นไปอย่างช้า ๆ ยามเย็น..ตะวันคล้อยต่ำเลื่อนตัวลับทิวไม้ยอดดอย |
| ความมืดโรยตัวครอบคลุมไปทั่วแอ่งดอย.. |
| |
| ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ (Re No. 08/739/743) พิมพ์ครั้งที่ 3 |
| st ผู้เข้าชม 2,552,934. |
| ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ |
| |
| งานเขียน เรื่องสั้น (ขนาดยาวปานกลาง) |
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์
พี่ไำวน์เขียนเก่งครับ
อ่านเพลินเลย