Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2565
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 สิงหาคม 2565
 
All Blogs
 
No. 1120 อาหารยามยาก.ที่ อ.เวียงป่าเป้าเชียงราย

No.  1120  อาหารยามยาก ที่ อ.เวียงป่าเป้าเชียงราย


 
นอนฟังเสียงตกพรำ ๆ เพลินหลับต่อ..เช้าลุกมองไปที่ท้องนาต้นข้าวเขียวไกลออกไป ดอยทอดยาวไปทางขวา
ก้อนเมฆสีขาวปนเทาลอยเรี่ยยอดดอย หลังฝนตกย่อมสดใสแสงแดดสาดส่องครอบคลุมไปทั่วปริมณฑล


เดินทางมาพักผ่อน ที่บ้านแม่ห่างใต้ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงรายเช้าวันนี้ ขับรถลัดเลาะจากถนนบ้านห่างใต้ไปถนนเส้นไป 


 
อ.วังเหนือ จ.ลำปางเส้นทางนี้ไปจังหวัดพะเยา อ.จุน อ.ดอกคำใต้กับอีกหลายอำเภอ
 
แต่ผมไปไม่ถึง แวะแถวบ้านสันกู่ ไม่ไกลจาก บ้านแม่ขะจานน่าจะไม่เกิน 10  กม.จะขับขึ้นไปบนดอยสันกู่ดูท้องฟ้าแล้ว
ไม่เหมาะ เพราะน่าจะเจอหยาดฝนแต่ ไม่ดีกว่ากลัวรถติดหล่มคือจำสภาพถนนขึ้นดอยได้


 
ถิ่นเดิมที่ผม ไปทำไร่ขิง 40  กว่าไร่ร่วมลงทุนกับ น้องอีก 2 คนแล้วขาดทุนย่อยยับเพราะไร่ขิงที่กำลังงอกงามสพรั่ง
เจอเชื้อรา ใบเหลืองใน 1 ชม.กว้างกว่า 2 ไร่หมายถึง แง่งขิงเริ่มเน่าและจะเน่าหมดในไม่เกิน 7 วัน
ตอนเริ่มทำทะนุบำรุงใส่ปุ๋ย ทำหญ้า(กำจัดหญ้า) กะว่าถ้าทำแล้วจะได้ขิงไร่ละ 4,000  กก.แค่ขาย กก.ละ 10 บาท
ตกไร่ละ 4 หมื่นบาทจะได้เงิน 1,600,000 บาท(ฝันหวาน-ขายได้นิดเดียวไม่เกิน 150,000 บาท)
 
จึงตัดสินใจเรียกรถสิบล้อมาจอดรอตีนเขาเอ้ย เชิงดอยรอเกวียนขนขิงลงจากดอยที่ ระดมคนงานมาขุดถอนชั่งขิงใส่
ถุงปุ๋ยละ 33  กก.ส่งโรงงานขิงดองแถวปริมณฑลของกรุงเทพ ได้กิโลละไม่กี่บาท


แต่เรายอมรับนะครับว่าถุงปุ๋ย 33  กก.โรงงานจะถือว่าน้ำหนักเพียงถุงละ 30  กก.หายไป 3  กก.ต่อถุงเขาถือว่าเป็นเศษดิน
หลังจากเจ็งจากการทำขิงแล้วก็โชคดี มีคนฝากทำงานในกรุงเทพด้านการเงินและบัญชี
แล้วชีวิตก็มีงานตลอดและทำกิจการส่วนตัวสำนักงานบัญชีรับทำให้ลูกค้าทั่วไป
เมื่อกลับมาบ้านแม่ขะจานและเข้าบ้านสันกู่ที่เคยปลูกขิงข้างบน คุยกับชาวบ้านข้างล่างสองสามคน
ชาวบ้านเขาว่า...ถนนดีแล้วเลยขับรถขึ้นดอยมาดูไร่ ที่เคยปลูกขิง ปัจจุบัน เขาปลูกข้าวโพด สวยถนนดีกว่าเดิมเยอะมาก
จากที่ดินป่าไม้เสื่อมโทรมที่เราเช่าเขาทำไร่ เปลี่ยนไปเยอะมาก..เฮ้อ....เสียดาย จัง..................


 
เคยกลับมาเยือนถิ่นนี้หลายครั้งครั้งนี้เพื่อนรุ่นน้อง..ไปสมทบด้วย..ขับรถพาไปเที่ยว ทุ่งนาเรือกสวน


 
แถวบ้าน  พี่เบิร์ดนักร้องดังที่มีบ้านไร่กว้างมากเราได้แค่เฉียดไปนะครับเข้าบ้านเขาไม่ได้เพราะประตูรั้วปิด
แล้วก็ไม่รู้จักกันด้วย หุ หุ แถวนั้นมีบ้านสวย ปลูกไม้ดอกจัดสวนสวยหลายหลังไม่รู้ของใครบ้าง


 
เราสองคนเดินย่ำไปบนพื้นหญ้า กระทบน้ำค้างเย็นมาก ๆ แถวลำห้วยที่ไหลรินตลอดเวลา มองท้องนาที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝน


 
ที่ตกเมื่อคืนดวงอาทิตย์สาดแสงแรงขึ้นแต่ก็ยังไม่อุ่น ดูนาฬิกาแล้วเราน่าจะเข้าตลาดบ้านแม่ขะจานก่อนดีกว่า
ที่นั่นเป็นตลาดประเภท สายหยุด 555
 

 
ซื้ออาหารพื้นเมืองพร้อมกิน..จากแม่ค้ามากินเยอะเหมือนกัน กลับไปกินข้าวเช้าที่บ้านน้องสาวก็ที่เป็นร้านขายก๊วยเตี๋ยว


 
เอาลิ้นวัวที่ซื้อมาจากตลาด..ล้างเก็บไว้บนชั้นกะว่าจะทำกินเป็นอาหารเย็นลงมือทำตอน 5  โมงเย็นก็ทันกินพอดี
คือจะทำหลังร้านเลิกขายตอนเย็นลูกน้องของน้องสาวกลับบ้านแล้ว เราค่อยทำอาหารกินกัน
ชั่วโมงเดียวก็ได้กินแล้วลิ้นวัวเหนียวแต่ไม่ต้องเคี่ยวหลาย ชม. มีวิธีพิเศษ
ไม่ใช่เอายางมะละกอมาหมัก 
น้องชายนำลิ้น ล้าง ใช้มีดขูดผิวออกขยำด้วยเกลือจนสะอาด แหะ ๆ ก็ได้แต่ดู ๆ เคยอ่านในหนังสือต่างประเทศที่แปล



(ผมเคยเขียนความฝัน ในวัยเด็ก เรื่องบ้านเล็กในป่าใหญ่ของลอร่า อิงกัลล์ หมายเลขงานเขียน 303 เมื่่อคศ. 2014)
ภาพจาก กูเกิ้ล

 
แล้วนะเออ ชาวบ้านป่าในป่าลึกไม่มีอะไรกิน ก็ทำสตูว์มีเศษเนื้อย่างแห้งแข็งเศษหนังมาล้างสับ ๆ ลงเคี่ยวในหม้อเหล็ก
ในฤดูหนาวจัดไว้กินแก้หิวให้ร่างกายพออยู่ได้ นั่งมองข้างนอกมีแต่น้ำแข็ง หิมะจับต้นไม้ขาวโพลนไปไหนไม่ได้
แต่เราอยู่เมืองไทย มีทางสดวกกว่านั้น ใช้ลิ้นนี่แหละ อร่อยยามไปกินตามร้านอาหารตักเคี้ยวรสดีนุ่มดีจัง
 
นำลิ้นใส่ในน้ำเดือด ต้มไปสักพักใหญ่ พอให้หนังลิ้นสาก ๆ ลอกง่ายตักขึ้นมาขูดลิ้นสีขาวลอกออกค่อนข้างยาก นำมาตัด
เป็นชิ้นหนาใส่ในหม้อตุ๋นไอน้ำใช้ความดัน....



ให้บังเอิญไปเห็นเก็บในห้องเก็บของไม่ได้ใช้มานาน..ถ้าใช้หม้อ
ธรรมดาต้องเคี่ยวหลาย ชม.กว่าจะกินได้
 
นึกถึง ลิ้น เครื่องในสัตว์ ต่างประเทศเขาไม่ค่อยกิน เขานำเป็นอาหารสัตว์แต่คนไทยชอบมาก ๆ รวมทั้งผมด้วย
เพื่อนผมคนอยู่ใน กท.นี่แหละ เป็นพ่อค้าเนื้อสัตว์ ขายเนื้อวัวขายส่ง แต่เครื่องในไม่พอขายเลยสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ
มาขายด้วยเขาแพคมาเป็นกล่องฟรีซแข็งเป็กมา เพื่อนก็นำมาวางไว้ข้างนอก ให้ละลายนำมาขายก็เหมือนกับของสด
ผมมาต่างจังหวัดเห็นลิ้นพวกนี้แล้ว นึกอยากจะกิน น้องมาช่วยทำให้กินสบายหน่อย
 
มาเป็นลูกมือน้องชาย..นำลิ้นใส่หม้อตุ๋น เทน้ำที่ต้มเดิมนั่นแหละใส่ไปด้วย ตามด้วย หอมหัวใหญ่ซอยชิ้นโต เอามันอะลู
ปอกเปลือกผ่า 4 เพื่อนคงไม่รู้จักมั้งมันที่ว่ามันก็มันฝรั่งนี่แหละผมอยู่ภาคเหนือตอนเป็นเด็กเห็นชาวไทยภูเขาปลูก
 หัวเล็กหน่อย.


 
แครอทปอกสับเป็นลูกเตาขนาดนิ้วก้อย โยนใส่พร้อมโปรยเกลือป่น กานพลูขาดไม่ได้ก็พริกไทยดำ ใบกระวาน
เม็ดถั่วลันเตา มีอยู่ครึ่งกระป๋อง น้องสาวคงทำอาหารเหลือ เทใส่หมดเลย
อีกอย่าง นี่... เรียกอะไรไม่ถูก เห็นวางอยู่ในตู้กับข้าวของน้องสาวหักบิใส่ไปด้วยเคยเห็นเขาใส่ในหมูพะโล้ใส่แล้วสตูว์หอม


 
มะเขือเทศอยากจะใส่ชนิด ลูกเล็กเปรี้ยวแต่ไม่มี เอาลูกขนาดนี้ใส่แทนถ้าไม่ใส่เปรี้ยวจะไม่อร่อย เหยาะฉิกโฉ่พวก worcestor
sauce ก็ วูสเตอร์ซอส..พอขลุกขลิก ปิดฝาหมุนให้มันล๊อก ดังกล๊อก....
 
ตั้งไฟ ดูนาฬิกาไว้ เอาแค่ 45 นาทีก็คงจะเปือยดีระหว่างนั้นก็ทำอะไรนิดหน่อยได้ยินเสียงหม้อตุ๋นดังวิ๊ด ๆ นิด ๆ
ดูนาฬิกาแล้วครบแล้ว จะเปิดฝาหม้อ...ยั้งมือได้ทัน ไม่งั้นระเบิดโป้งฝากระเด็น น้ำกระจายแน่ เลยหยิบ
ตะเกียบ แยงเข้าไป ปุ่มข้างบนหม้อตุ๋น แล้วง้างทิ้งไว้... เสียงไอน้ำวิ๊ดพักหนี่งก็เงียบได้กลิ่นหอมโชยมาจากไอน้ำ
ความดันในหม้อคงจะหมดไปแล้ว เอามือบิดตรงด้าม เปิดฝาออก โห
 
กลิ่นลิ้น ผสมเครื่องเทศ กับฉิกโฉ่ หอมมาก เสียแต่น้ำยังไม่ข้น ไม่เป็นไรเอาแป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะใส่ชามแกงเทน้ำธรรมดาใส่
 ใส่ชามแกงคนไปมาด้วยช้อน เทลงในหม้อที่ร้อนใช้ไม้พายสักคน น้ำแป้งมันเริ่มสุกใช
ช้อนตักชิม นิด น้ำสตูว์ร้อนจัด เค็มนิดของเกลือ รสเปรี้ยวไม่มี ใช้ได้แล้วปิดฝาหม้อไว้
เห็นน้องสาวมาเมียงมอง คงได้กลิ่นหอม (ภาพแทน)


 
พวกเราอาบน้ำเสร็จ ก็ตักอาหารวางไว้บนโต๊ะอาหารน้องสาวทำแกงผักปั๋งมาเสริมคงทำที่ครัวร้านก๊วยเตี๋ยว ผักปั๋งคือ


 
ผักปังในภาษาภาคกลาง ใส่แหนมเปรี้ยว รสเผ็ดปานกลางตักชิ้มแล้วอร่อยมาก
มื้อเย็นเรากิน แกงผักปัง กับข้าวสวยร้อน ๆ ผมกินแค่ครึ่งจานแล้ว ตักสตูว์ใส่ชามตัวเองฉีกขนมปังหัวกระโหลกจิ้มสตูว์ร้อน ๆ
เวลาเคี้ยวลิ้นที่ไม่เปื่อยมาก หอมนุ่มลิ้น(ตัวเอง) มีรสเปรี้ยวของมะเขือเทศ
นิด ฉิกโฉ่เปรี้ยวหอมกว่า อร่อยสุดยอด



 
ทำสตูว์นี่น้องชายเขาทำนะครับผมเป็นเพียงลูกมือน้องชายเขาเคยทำงานโรงแรมใหญ่ในกรุงเทพ
พวกเราพี่น้อง กินกันง่าย ๆ แบบนี้แหละครับ อาหารเหนือ พื้นบ้านกับอาหารต่างประเทศ หุ หุ  ใช้สูตรโบราณที่จำ ๆ
จากหนังสือชีวิตชาวป่ากลางป่าและกลางหิมะอันหนาวเย็น
 
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ (re 215)  
st ผู้เข้าชม  2,337,362.
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
Diarist



Create Date : 29 สิงหาคม 2565
Last Update : 30 สิงหาคม 2565 4:37:45 น. 24 comments
Counter : 551 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณหอมกร, คุณhaiku, คุณ**mp5**, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณสองแผ่นดิน, คุณทนายอ้วน, คุณSweet_pills, คุณกะว่าก๋า, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณkatoy, คุณThe Kop Civil, คุณRananrin


 

ชอบบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้จัง
อาหารน่ากินด้วย


โดย: newyorknurse วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:6:40:58 น.  

 
สดชื่นเจ้า น้องเคยทำงานที่เวียงป่าเป้า ตั้งแต่ปี 2535-2544 เห็นแล้วคิดถึงบรรยากาศ และคิดถึงก๋วยเตี๋ยวต้มยำพิษณุโลกตวยเลยเจ้า


โดย: Maew-tua-lek IP: 182.232.116.119 วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:7:04:18 น.  

 
สนุกมากค่ะ หิวเลยทั้งสตูว์ลิ้น และแกงผักปังใส่แหนม..อร่อย...ขอบคุณมากนะคะ...


โดย: ธนารักษ์chanel ธนารักษ์chanel IP: 49.228.228.206 วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:8:09:25 น.  

 
ลิ้นวัวดูน่าเกลียดน่ากลัว
คนเรานี่ก็ชอบกินอะไรกันแปลกๆ นะพี่ไวน์





โดย: หอมกร วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:8:12:11 น.  

 
ปลายปี 64 ไปเวียงป่าเป้าครั้งแรก แต่เป็นการขับผ่านเท่านั้น รู้สึกถึงความสวยความฟินของอำเภอนี้เหมือนกันครับ


โดย: แซงค์ (ชายคาตะวัน ) วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:9:00:39 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:9:02:21 น.  

 
เวียงป่าเป้า ได้ยินชืีอเสียง
ยังไม่เคยไปค่ะ

จองที่ไว้ก่อนนะคะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:9:40:59 น.  

 
พวกเครื่องในสมัยก่อน ต่างประเทศไม่ค่อยกินแต่เดี๋ยวนี้เริ่มหันมากินกันเยอะขึ้นครับ สมัยก่อนแทบจะทิ้งเลย ยุคสมัยเปลี่ยนอะไรๆ ก็เปลี่ยนตาม


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:14:49:40 น.  

 
สตูลิ้นวัว ทำออกมาแล้วน่ารัปฝบปรพทานมาก
พร้อมเครื่องเคียง
และขนมปังหัวกระโหลก
พี่น้องล้อมวงกันรับประทาน
ปานหนังคายอยตะวันตกเลนค่ะ
แต่เป็นคาบอยตะวันออกแบบเหนือๆ

ฟินๆๆและมีความสุขตาม
ชีวิตช่างสวยงามค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:18:24:03 น.  

 
ตามไปเที่ยวเวียงป่าเป้าด้วยคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:22:20:06 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์
วันนี้พามาเที่ยวไกล ขับรถขึ้นเขาเก่งมากค่ะ เวียงป่าเป้า
ได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยไปค่ะ ทิวทัศน์ท้องทุ่งนาสวยงาม เขียวขจี
มองแล้วเพลินตาเพลินใจดีค่ะ พี่ไวน์คงทำอาหารฝรั่งได้หลายอย่าง
จึงอธิบายกรรมวิธีทำอาหารให้อย่างครบถ้วน555 แกล้งบอกทำไม่เป็น
ไม่เชื่อๆค่ะ


โดย: จินดา IP: 119.76.1.225 วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:22:45:28 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์

พี่ไวน์กลับไปเยือนถิ่นที่เคยเป็นไร่ขิง บรรยากาศดีจังค่ะ

ตลาดประเภทสายหยุดมีชีวิตชีวา เราก็ต้องตื่นเช้าเพื่อไปตลาด
หลายครั้งได้เห็นวัตถุดิบท้องถิ่น เดินเพลินดีนะคะ
คราวนี้พี่ไวน์ได้ลิ้นวัวมาทำสตูว์ด้วย หม้ออัดแรงดันเหมาะกับทำอาหารประเภทนี้
เปื่อยนุ่มได้ในเวลาอันสั้น
ต๋ามักเห็นใช้กันในรายการแข่งขันทำอาหาร แต่ที่บ้านไม่มีเลยยังไม่เคยใช้ค่ะพี่ไวน์

ขิงสมัยก่อนออกจากไร่ราคาประมาณ 10 บาท ไม่ทราบปัจจุบันนี้ราคาเท่าไหร่นะคะ
เห็นรอยยิ้มของคนงานในไร่ขิงสมัยนั้นแล้วน่าชื่นใจค่ะ ไร่ขิงสร้างงาน สร้างเงินให้อีกหลายชีิวิตเลย

ขอบคุณพี่ไวน์ที่แบ่งปันประสบการณ์ค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 29 สิงหาคม 2565 เวลา:23:41:46 น.  

 
เวียงป่าเป้าเป็นช่วงวิวที่สวยมากแห่งหนึ่งเลยนระครับพี่ไวน์
เวลาไปบ้านมาดามผมชอบมองดูวิวสองข้างทาง
อีกที่ที่สวยคือแม่สรวย เป็นป่าเป็นดอยดีครับ

ปลูกขิงช่วงนี้ราคาดีมากนะครับพี่
คนเอามาทำน้ำดื่มแก้เจ็บคอจากโควิด

สตูลิ้นวัว ยังไม่เคยกินเลยครับพี่






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 สิงหาคม 2565 เวลา:8:35:30 น.  

 
สวัสดีครับพี่ไวน์

เชียงรายที่พี่ไวน์เล่ามา เป็นเชียงรายที่ผมไม่รู้จักเลยครับ unseen มาก ๆเลย เพราะเชียงรายที่ผมรู้จักนี่คือ วัดร่องขุ่น สามเหลี่ยมทองคำ แม่สาย สิงห์พาร์ค ดอยตุง แม่ฟ้าหลวง ไร่ชา แม่สลอง ดอยตุง แค่นี้เลยครับ ตอนไปกับที่เรียน ป.โท ก็หลับเป็นส่วนใหญ่ เค้าพาไปไหนบ้างก็ไม่ได้จำ 5555 ตอนไปเองกับที่บ้านก็หลับเหมือนกันครับ 555555 เวลานั่งรถเที่ยวผมหนักทางหลับ ไปเยอรมันขึ้นรถไฟผมก็หลับ

ไร่ขิง มีอยู่ช่วงนึงเหมือนจะฮิต เพราะราคาดี แล้วคนหันมาปลูกกันเยอะ ผมก็นึกว่ามีแค่เรื่องราคาขึ้นๆ ลงๆ ที่เป็นปัญหา แต่ผลผลิตการเกษตรก็โรคนี่แหละครับที่เป็นอีกปัญหาใหญ่ เจอเค้าไปทีนี่ราบเป็นหน้ากลองเลย


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 30 สิงหาคม 2565 เวลา:10:23:51 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 สิงหาคม 2565 เวลา:5:03:31 น.  

 
สวัสดีครับพี่
เชียงรายบรรยากาศดีมากเลยครับ ผมเคยไปมา 2 ครั้ง อยากไปอีกหลาย ๆ ครั้งเลย แอบเสียดายที่ของพี่ไวน์เหมือนกันนะครับ บ้านของพี่เบิร์ดที่ดินกว้างขวางจัง ลิ้นของชอบผมเหมือนกันครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 31 สิงหาคม 2565 เวลา:10:08:46 น.  

 
วันนี้ผมมีโอกาสได้ฟังนักกฏหมายภาคประชาชนท่านนึง
พี่เขาเล่าให้ฟังว่าร่างกฏหมายของประชาชนที่ส่งเข้าไปสภา
ถูกปัดตกเกือบทุกฉบับครับ
โดยนายกฯ
8 ปีที่ผ่านมา
ฏกหมายจะเสื่อมลงขนาดไหน
ไม่อยากจะคิดเลยครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 สิงหาคม 2565 เวลา:21:23:17 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:5:31:09 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ไวน์
ย้อนมาดูภาพหัวบล็อก..
ท้องทุ่ง ภูเขา และ คูน้ำคดเคี้ยว
เป็นงูเลี้ยว
ธรรมชาติช่างสรรสร้างได้
เหมาะเจาะ+งดงามนัก
คนเมืองกรุงต้องการจัง

อ้อว่ามันเติมความชุ่มชื้นในหัวจิตหัวใจได้เยอะเชียว
อยากไปเที่ยวสูดOzoneให้ชุ่มปอด
ตอนนี้ได้แต่มโน..
ฟินตามบล็อกพี่ไวน์ไปก่อน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:7:28:02 น.  

 
ผมอาจจะก้าวไปบนทางอื่นแล้วล่ะครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:9:58:30 น.  

 
สวัสดีครับพี่ไวน์

จากบล๊อก
BEP ไม่น่านานนะครับ เพราะห้องพักเป็นร้อยๆ ห้องวันที่ราคาต่ำสุด 5พัน ปกติก็หมื่น เก็บตังทุกเม็ด ไม่สต๊อกของมากหนัก แถมยังมีการรับ member รายปี ที่คนสมัครกันเยอะมาก ก็ได้ไปอีกคนละ พัน เป็นเงินหมุนไปก่อนได้
วัสดุก็ไม่ได้แพงมากครับ simple มาก ๆแต่การออกแบบดี ช่วยให้มีราคาหรูหรามากเลยครับ
ช่วงวันหยุดก็รับนักท่องเที่ยวปกติ วันธรรมดารับกรุ๊ปทัวร์
แถมขึ้นชื่อว่าเครือ Grande Centre point กล้าเปิด รร ใกล้ๆ กันแบบมองเห็นกันได้เลยแบบนี้ต้องมีจุดขายที่ชัดเจน ทำการตลาดชัดเจนแน่นอนครับ ^^


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:11:23:35 น.  

 
อะลู (aloo) ในภาษาฮินดี แปลว่า มันฝรั่ง
ไม่รู้ว่าทางเหนือรับคำนี้มายังไงนะ


โดย: กาบริเอล วันที่: 1 กันยายน 2565 เวลา:16:07:01 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์

ตกปลาสลิดทำให้ได้ปลาสดๆมาทอดน่าอร่อยมากค่ะ
ต๋าซื้อปลาสลิดมา บางเจ้าก็เค็มไปนิดค่ะพี่ไวน์

ขอบคุณพี่ไวน์มากนะคะสำหรับกำลังใจ


โดย: Sweet_pills วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:0:51:09 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 กันยายน 2565 เวลา:5:14:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18


 
ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.