No. 1097 บ้านน้อย กลางป่า (EP.8 ผัดปลาย่าง)  |
| อากาศเย็นแสงสาดส่องรำไร...หมอกลอยเป็นแผ่นบางสอดแทรกไปในพุ่มไม้เล็กข้างตลิ่ง |
| หมอกกับไอน้ำจากลำห้วยรวมตัวเป็นทิวยาวไปกับสายน้ำในลำห้วยสู่เบื้องล่างแสงมากขึ้นหมอกค่อย ๆ จางไป |
| เสียงสับไม้ยังดังเป็นระยะ คงเป็นพี่ก่อใช้ขวานเล็กสับกิ่งไม้เดินไปดู ใช่พี่ก่อจริงด้วย |
| พี่ ผมขอล้างหน้า แปรงฟันเดียวมาช่วยนะ |
| ไม่ต้องพี่สับให้มันเล็กลงเท่านั้น. กานต์ไปล้างหน้าขัดฟันเถอะเดี๋ยวเราไปตากปลาที่ขอดเกล็ดผ่าแบะตัวไว้ |
| เมื่อคืนปลาคงจะแห้งสะเด็ดน้ำ จะได้ใช้ควันไม้รมให้แห้ง |
| ครับพี่ |
| เนินดินกว้างริมตลิ่ง อยู่ต่ำกว่าตัวบ้าน ก่ำกับพี่พะก่อกำลัง เสริมก้อนหินใช้ดินเหนียวจากลำห้วยโปะยาให้ก้อนหินเรียงสูงเกือบเอว |
| ติดกันคล้ายกำแพงที่เอียง ช่องว่างตรงกลางกว้างประมาณ 1 เมตรยาวเกือบเมตรครึ่งมีเศษขี้เถ้าอยู่ |
| ใช้ย่างปลาอย่างเดียวเหรอพี่ |
| ไม่ใช่ย่างทั้งเนื้อฟาน(เก้ง) ปลาพี่ทำไว้หลายปีแล้วฝนตกมาใส่ก้อนกินกับดินเหนียวหลุดไปบ้างเลยต้องก่อซ่อมทุกปี |
| กานต์ไปขนฟืนตรงโน้นมากองไว้ใกล้เตาหน่อย |
| ได้เลยพี่ ...ไม้ฟืนมากองสูงเกือบเมตร ขนง่ายเบากว่า ไม้ฟืนที่เราใช้ก่อไฟทำอาหาร ทำไมมันเบาละพี่ |
| อ๋อเป็นไม้ มะเดื่อ กับไม้ขนุนเบา ๆ พอเราจุดติดจะเป็นถ่านเร็วเราไม่อยากให้มีเปลวไฟสูงนะ |
| พี่ก่อใช้ไม้ไผ่สด วางพาดเตาสี่ท่อน แล้วเอาตะแกรงไม้ไผ่ที่ผ่าหนาเกือบนิ้วสานกว้างเท่า ๆ กับเตา ตระแกรงสีน้ำตาลปนดำน่าจะใช้ |
| มาหลายครั้ง |
| ก่ำใช้ไม้ฟืนท่อนเล็กเศษไม้ วางกองสุม ๆ ในเตาจุดไฟจาก ก้อนถ่านแดงติดไฟนิด ๆ จากครัวบ้านใช้ไม้เกี๊ยะ(ไม้สน) สีใสปนน้ำมัน |
สนถากด้วยมีดเหน็บเป็นฝอย  ใส่ที่ก้อนถ่านไฟแล้วเป่าครู่เดียวก็ลุกเป็นเปลว ใช้กิ่งไม้เล็กสุมไปอีกตามด้วยไม้ขนุน ไม้มะเดื่อ |
| ไปลามเลียลุกไปจนเต็มเตาที่ยาว ไม่นานเปลวไฟลดลงเหลือเพียงถ่านสีแดง |
| พี่ก่อเติมฟืนอีกนิดไม่ให้ลุกมาก เกิดควันคลุ้ง |
| เราช่วยกันวางปลาขาวที่ขอดเกล็ดกับปลากดไม่มีเกล็ดผ่าท้องควักใส้ วางเรียงบนตระแกรงให้ชิดกัน |
| |
| ความร้อนจากไม้ฟืนกับถ่านสีแดงผสมกับ ควันไฟลอยขึ้นไปรมปลา เนื้อปลาร้อน...มันในปลาหยด |
| ลงใส่ถ่านไฟเกิดควันม้วนสอดแทรกไปกับตัวปลาที่แล่ความร้อนที่มากับควัน ปลาหอม....พี่ก่อตัดใบตองกล้วยป่าแถวนั้นปิดทับให้ |
| ไอร้อนควันอบอวนกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว น้องก่ำคอยใส่ฟืนเพิ่ม ถ้าไฟร้อนมากจะเขี่ยฟืนออกบ้าง |
| เรานั่งห่าง ๆ คอยดูไฟนาน เกือบครึ่งวัน ใช้ความร้อนจากถ่าน เศษไม้ลามเลีย บางครั้งไฟลุกมากก็วักน้ำจากกระป๋องใส่ไปบ้าง |
| เกิดควันตลบ |
| ได้เวลาอาหารเช้า ก่ำเด็กชาย ทำอาหารง่าย ๆ นั่งกินกันที่ แคร่ไม้ไผ่หน้าตูบ(บ้านหลังน้อย) ก่ำแกงปลาสดใส่ก้านต้นตูน(คูน) ที่ |
ปลูกไว้ริมลำห้วย  ก่ำตัดมาลอกเปลือกบาง ๆ ออกใช้มีฝานแฉลมใส่หม้อกับปลา  |
| ก่ำ ทำกับข้าวลำแต้ ๆ เน่อ.....ผมชม |
| ลำกา พี่กานต์ บ่าจุ๊นา( อร่อยจริงเหรอ พี่กานต์ไม่โกหกนะ) |
| จริง พี่พูดคำไหนคำนั้น..... |
| กินเสร็จผมกับพี่พะก่อ นั่งคอยดูไฟ รมควันปลา ได้ครึ่งวันก็กลับปลาเอาอีกด้านลงคล่ำ น้ำมันปลาหยดลงใส่ก้อนถ่านสีแดงปนขี้เถ้า |
| เกิดควันหอมตัวปลาเริ่มจะสีคล้ำลง ต้องตัดใบตองกล้วยป่ามาปิดเพิ่มที่มันเหี่ยว |
| ตกบ่ายสามโมง เปิดดูเนื้อปลา กำลังสุกหอม เนื้อซุย เลยแบ่งเอาไว้สิบตัวใช้ทำกับข้าวเย็น |
| พี่ เย็นนี้ผมทำกับข้าวให้กินนะ |
| เอาเลยน้ำ พี่จะรอกิน......... |
| เราผลัดกันดูฟืนไม่ให้ลุก ใช้ไม้เขี่ยขี้เถ้ากลบถ่านที่ร้อนแรง ใครเมื่อยก็ไปนอนเอนหลังที่แคร่ไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ |
| บนตลิ่งหน้าบ้าน |
| เย็นนั้นเราปล่อยเตารมควันให้ดับไปเอง ผมเข้าครัว |
| เอาพริกแห้งสามเม็ดใหญ่ แช่น้ำจนนิ่ม ใส่ครกตามด้วยเกลือผงสีเทาใบมะกรูดนิด หอมขาว(กระเทียม) สองหัวตำพอแหลกควัก |
| ถั่วเน่าเม๊อะใส่ขนาดหัวแม่มือสองหัวแทนกะปิ ตำพอแหลกไม่มาก |
| พริกไทยป่า แช่น้ำไว้ หนึ่งช่อ. เอาหัวละแอน(กระชาย) ที่ก่ำตัวดำเอาไปล้างที่ลำห้วยสอาดนำมาซอยตามยาวได้ขยุ้มหนึ่ง |
| ไฟเตาสามเส้าลุกดีแล้ว เอาหม้อดินปากกว้างตั้งไปจนร้อนควันขึ้นตักน้ำพริกใส่ตามด้วยน้ำมันนิดหน่อยน้ำพริกแกงร้อนดังแฉ่ ๆ |
| กลิ่นหอม ฉุนคลุ้งเอาปลาย่างเนื้อซุยสับเป็นท่อนยาวสองข้อนิ้วโยนใส่หม้อดินคนไปมา |
| เสียงจามของพี่พะก่อกับ ก่ำหลายที |
| สงสัย จะลำขนาด(จะอร่อยมาก) เน่อ กานต์..พี่พะก่อตะโกนบอก |
| ต้องลำแน่นอนอยู่แล้วพี่.........ผมตอบ พลางขยุ้ม ฝอยกระชายที่ซอยตามยาวลงคลุกพอสุกตักใส่จานเต็มให้ก่ำยกไปบนแคร่ไม้ |
| หน้าบ้าน ช่วยกันยกหม้อข้าว จานไปตักข้าวกินกับ ผัดปลาย่างรมควัน |
| เนื้อปลาร่วนซุยร้อนหอม หวาน. เคี้ยวไม่นานต้องรีบกลืนมันร้อน ตักข้าวกับผัดปลาเคี้ยวกระชายช้า ๆ อร่อย |
| ไม่นานนัก ข้าวในหม้อก็หมดเพราะช่วยกันกิน ส่วนปลาย่างรมควันหมดไปครึ่งชาม เหงื่อไหลจากหัวลงท้ายทอย เผ็ดจนต้องกินน้ำ |
| เป็นระยะ เพราะทานเผ็ดไม่ค่อยได้ ไม่เหมือนดช.ก่ำกับพี่พะก่อ |
| ผมกับพี่พะก่อ คอยลุกไปดู เตาย่างปลาเป็นระยะ จนกระทั่งมืดก็ราไฟให้มอดไปเอง ความร้อนในเตายังระอุจากถ่านไม้กับขี้เถ้า |
| กลบด้วยขี้เถ้า. วันพรุ่งนี้ต้องรมควันอีกครึ่งวัน. |
| |
| ความมืด ความเย็นเข้ามาแทนที่ ลมเย็นพัดเบา ๆ ผ่านผิวกาย แสงจันทร์ขาวนวลไปทั่วแอ่งดอยเสียงน้ำลำห้วยไหลดังคลิ๊ก ๆ |
| เราลงไปอาบน้ำที่ลำห้วย สระหัวด้วย น้ำมะซักที่ตำแช่ไว้ในหม้อดินเล็กข้างลำห้วยเราใช้แทนสบู่ |
| ขึ้นจากน้ำ ผลัดผ้าตากไว้กับ ราวไม้ไผ่รวก ข้างบ้าน ล้างเท้าหน้าบ้านเหยียบบนฟาก(ไมไผ่ใหญ่สับ) บนดินที่อัดแน่นในตัวบ้าน |
| ใส่เสื้อสีกรมท่า แล้วเข้านอน เป่าไฟ จากกระถางดินใบเล็กให้ดับ เสียงน้ำในห้วยไหล |
| พี่ก่อผมถามนิด |
| ได้ซิอะไรเหรอ |
| ปลาที่เราทำไม่ใส่เกลือเหรอ |
| อ๋อเรามีเกลือน้อย นาน ๆ พี่จะพม่าต้องเดินสองวันไปซื้อเกลือ กับยาแก้ไขได้ ไฟแช๊กมาสองสามอันพี่ไม่ค่อยมีเงินไปซื้อนะ |
| ต้องเอาเนื้อเก้งกวางแห้งไปแลกได้ไม่มาก กว่าจะเดินกลับอีกสองวันเหนื่อยมาก เราใช้ไฟแช๊กสดวกดีแต่ต้องไม่ใช้บ่อยมันหมดไว |
| เลยใช้ตะบันไฟแทน เราหาเกลือจากดินโป่งมาทำเกลือแทน กานต์คงเห็นเกลือผงสีคล้ำเป็นเกลือจากดินโป่ง |
| พี่กะว่าจะพากันไปทำเกลือบนดอยเหมือนกัน |
| ทำยากเปล่าพี่ |
| ไม่ยากแต่ใช้เวลา สองวันกว่าจะได้เกลือมาใช้เราต้องไปนอนค้างที่โน่น เสียงพี่ก่อแผ่วเบา |
| เสียงน้ำไหลข้างล่างหัวย แสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่างบานเล็ก อากาศเย็นสบาย ผลอยหลับไปพร้อมกับเสียงน้ำไหล |
| |
| ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ |
| st ผู้เข้าชม 2,270,941. |
| ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ |
| |
| Diarist |
| |
เด็กยุคใหม่จะได้ก่อไฟด้วยฟืน
ก็ตอนลูกเสือเท่านั้นเองนะครับพี่ 555
แกงตูนคนเหนือชอบกินจริงๆครับ