Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2566
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
24 กุมภาพันธ์ 2566
 
All Blogs
 
No. 1171 เก็บตก ตลาดปลา Kuroshio Japan

No. 1171 เก็บตก ตลาดปลา Kuroshio Japan
ประจำวัน ศุกร์/จันทร์


 
เราไปเที่ยวญี่ปุ่นก่อนโควิดมาเยือน อากาศที่นั่นหนาวเย็น มีหิมะให้เห็นบ้างแต่เจอแน่นอน หยาดฝน

เปิดมาเป็นภาพ อาคารทางยุโรป ใช่หรือตลาดปลา หุ หุ 


 
ระหว่างที่ออกเดินทางจาก ปราสาท Wakayama Castle 



ไกด์หนุ่มว่าจะพาไปตลาดค้าปลาคุโรชิโอะ ใจผมนึกถึง
ตลาดค้าปลาที่เกาหลีใต้ อืม..วุ่นวายเฉอะแฉะ  มีปลากองเป็นแถวรอประมูล แล้วเราจะย่ำไหวหรือ…?
นั่งรถทางด่วนหมายเลข 42 เพลิน ๆ เหมือนกัน และแล้วก็เห็นชายทะเล



 
 อาคารสวยข้างบน ให้สีสมัยใหม่ เป็นทางผ่านไปตลาดปลาที่เราจะไป หุ หุ ไม่เหมือนถนนที่ไปที่ทำงานเก่าผมเลยนำมาให้ดู
ล่วงหน้าก่อนไปถึงว่า ที่ตลาดปลา น่าไปเที่ยวนะครับ
 
เมื่อก่อนตัวเองก็ทำงานแถวสะพานปลากรุงเทพ ทำงานห้องเย็นมีคลังใหญ่ติดลบถ้าห้องฟรีซทำให้แข็งเร็วติดลบ 17 อาศา เมื่อเข้าไปเช็ค
สต๊อกปลาหนาวจัดใส่เสื้อกันหนาวทับโอเวอร์โค๊ต พื้นที่เดินลื่นต้องใช้วิธีเดินเกาะชั้นเก็บปลา อยู่ข้างในแค่ครึ่ง ชม.ต้องออกมาพักข้างนอก 
ส่วนคนงานอยู่ข้างในติดลบอยู่ได้นาน เขามีน้ำพรรค์นั้นแขวนไว้กรึ๊บแก้หนาว 555
แต่มิได้เข้าห้องเย็นทุกวันนะ


 
บางวันที่เข้าทำงานในคลังสินค้าที่อุณหภูมิติดลบ  ถอดชุดทำงานที่หนาหนักเหลือชุดธรรมดา เมื่อหยุดพักจะไปกินอาหารแถว 
บางรักขึ้นรถเมล์ครู่เดียวทั้งหญิงชายที่อยู่ใกล้
 ค่อย ๆ ย่นจมูกแล้วเดินหนี ทุกคนก็ว่าได้
เขาเหม็นเนื้อตัวพวกผมที่เข้าทำงานให้ ห้องเก็บปลา มันคาวแต่ตัวเราไม่รู้หรอก แหะ ๆ มันชิน
 
ปกติไม่ชอบกินปลายกเว้น  ปลากระพงทอดน้ำปลา  กับปลาดุกทอดกรอบผัดฉ่าหรือใส่พริกแกง ถ้าซูชิ หรืออาหาร
ญี่ปุ่นกินบ้างแหละ ก็ทำงานภัตตาคารริมน้ำเจ้าพระยา 2 แห่งคุ้นเคยกับกุ๊ก หรือเชฟบะ หุ่นอ้วน แหะ ๆ
แล่ปลาโอตัวเท่าท่อนขาเด็ก หุงข้าวด้วยน้ำส้ม ทำข้าวห่อสาหร่ายอะไรพรรค์นี้เลยกินอาหารญี่ปุ่นบ่อยหน่อย ก็โอเค
แต่จะให้กินทุกวัน  ม่ายเอา..จืด.. 555
มาญี่ปุ่นเขาจะพาไปตลาดปลา อืม..คิดเลยว่า ต้องพาไปดูการประมูลซื้อขาย และเขาบอกว่า ที่นั่นมีร้านขายซาชิมิ กับ
อาหารทะเลสด ๆ  ปิ้งย่าง นั่งกินได้เลยนะ ไม่ไหวมั้ง หุ หุ
แต่เรามากันตั้ง 33  คนไม่ลองไม่รู้ก็ต้องไป
 
รถพาเราจาก Wakayama Castle ตรงอักษรแดง ลงไปที่  Marina  City
คนขับรถพานั่งเห็นหมู่บ้านสลับกับเนินเขารถขึ้นทางด่วน ไปเรื่อย ๆ  ก็ไม่นานเท่าใดเริ่มเห็นท้องทะเล


 
อยู่ทางขวามือ ไกด์บอกว่าเดิมทีริมทะเลไม่สวยต่อมาทางการนำทรายมาเทใส่ เลยดูดีขึ้นเยอะ
รถผ่านสะพานจากแผ่นดินใหญ่ไปเกาะ ขวามือเป็นที่จอดเรือยอร์ช สวย เรียงรายเป็นแหล่งคนมีสตางค์เขามาพักผ่อน


 
รถจอดลานคอนกรีตกว้าง แดดแรงเหมือนกัน แต่เมื่อลงจากรถยังหนาว ต้องกระชับเสื้อให้ชิดคอ


 
ไกด์บอกว่า ที่นี่เคยเป็นตลาดค้าปลาสด หรือที่เรียกว่าสะพานปลามีการประมูลปลา แต่ปัจจุบันไม่แล้ว ทำเป็น
ร้านอาหารทะเล ชนิดปิ้งย่าง  เราอาจจะโชคดีได้ดูการแล่ปลาทูน่ายักษ์



 
หน้าอาคารใหญ่ดูสงบ เดินเข้าไปชมฟรี  มีร้านขายอาหารทะเลสด เรียงรายใส่แพค ติดราคาเรียบร้อย ใครหิวก็ซื้อ
กินได้เลย  มีทั้งราคาแรง กับราคาปกติแบบ เซเว่นของไทย หรือ แฟมิลีมาร์ท ตอนนั้นยังไม่หิวเลยเดินดูเรื่อย ๆ
ไม่ถึง ชม.ไกด์มาบอกว่ารออีก 10 นาทีจะมีการแล่ปลาให้ชม  มีคนยืนรอเยอะมาก
 
ภาพการแล่ปลา ผมถ่ายด้วยกล้องส่วนหนึ่ง แต่ลืมชาร์ทแบตในรถ เลยใช้มือถือถ่ายเป็นวิดิโอ
แล้วนำมาจับภาพทีละภาพ  ๆ  อาจจะไม่ชัดเพราะความเร็วในการจับภาพโดยการคลิ๊ก ..ครับ


 
เขาหมุนตัวปลา ขนานตรงแล้วก็ใช้มีดตัดหางให้กุดก่อน
หนุ่มนักแล่ปลาคนนี้ ใช้มีดกดไปใกล้ซอกเหงือกปลา แล้วใช้มีคมแหลม ฟันซ้ำ 4 ครังแล้วใช้มีดกดซ้ำหัวปลาก็หลุด
วางหัวปลาไว้บนโต๊ะด้านซ้ายมือคนแล่...


 
ระหว่างนั้นก็พูดใส่ไมโครโฟนที่แนบติดแก้มเสียงดัง ฟังชัด แต่แหะ ฟังไม่ออก


 
แล้วใช้มืดกดลงใกล้เหงือกปลาชั้นในอีกชั้น
แล่ออกมาแล้ว ก็ใช้มีดแหลมเปี๊ยบ ด้ามเดิมชี้ให้ดูตรงนั้น  เป็นแก้มปลา


 
ใช้มีอันเดิมแล่ ออกมาเป็นชิ้นแล้วชูโชว์ให้ดู...เป็นแก้มปลาคงจะแพง


 
เขาเรียกว่า Hohoniku  เนื้อแก้มปลาของแพง แต่มิใช่แพงที่สุด



 
ต่อไปก็ใช้มีดแล่ตรงสันหลังปลา หลายครั้ง
แล่ออกมาเป็นชิ้นโต


 
น่าจะเป็นเนื้อที่คนส่วนใหญ่ ซื้อกิน  แต่ก็แบ่งอีกหลายส่วน ต่างราคา  ที่เรากินกันบ่อยตรงนี้ เรียกว่า อากามิ


 
ภาพข้างล่างนี้เป็นส่วนที่แพงที่สุด มีไขมันแทรกไปทั่ว  อยู่ตรงท้องค่อนไปข้างหน้าใกล้เหงือก
ระหว่างนั้นหนุ่มนักแล่  ก็โชว์ชิ้นส่วนอีกส่วน ให้ดู


 
แล้วก็ใช้มีดชี้ ๆ  เนื้อตรงท้องปลา  พูดอยู่เยอะ เดาเอานะครับว่า เป็นเนื้อที่แพงที่สุด
เรียกว่า  OTORO  ภาพประกอบข้างล่าง


 
เกือบจะหมดสิ้นกระบวนแล่แล้ว  คุณ Joke  บอกว่า เขาจะขูดเนื่อสีแดง ติดกับก้างปลาส่วนหลังกับใกล้ก้างปลาส่วนล่าง
ไว้ให้พวกเราชิมกัน  ครู่เดียวคนก็ไป ยืนรอด้านหลังหนุ่มนักแล่  กินกันสด ๆ  เลย


 
ก่อนไปญี่ปุ่น เพื่อนก็เล่าให้ฟังเรื่องแล่ปลา ส่วนต่าง ๆ กลับมาเลยค้นดูในกูเกิ้ล ข้อมูลตรงกัน เขาแบ่งเนื้อปลาไว้เป็นแบบข้างล่าง

เนื้อส่วนที่แพงคือ สีส้มจาง ๆ ตรงใกล้ท้องปลา




 
เฉพาะภาพอนาโตมิ เป็นของคนอื่นจัดทำไว้ ขอขอบคุณไว้ ณ โอกาศนี้  หลังจากที่เขาแล่ปลาเสร็จ
เราต่างเดินหาอาหารทะเล   ที่นั่นบริการปิ้ง ย่างฟรี แต่ขอให้ไปตรงกับช่องก็แล้วกัน
 
กุ้งมังกรข้างล่าง  ขีดละ 1500  Y  เป็นเงินไทยขีดละ 450 บาท


 
ชิ้นข้างล่าง บางเล็กนิดเดียวเป็นเงินไทยประมาณ  472 บาท


....



 
เห็นภาพข้างบน ราคาสูงเอาเรื่อง อีกอย่างไม่เคยกิน แหะ ๆ  เลยกินที่คุ้นเคย ก็ชิ้นข้างล่าง แพคเล็ก 174 บาท  กับอย่างอื่น
อีกอย่างคิดเป็นเงินไทยรวมประมาณ 300  กว่าบาท ก็ โอเค 
ตลาดค้าปลาแห่งนี้ ไม่ค่อยสว่าง แต่ก็ดูสบาย ๆ ดี โซ่ที่คล้องไว้ เขาให้คนจะซื้อเดินเข้าแถว 


 
ระหว่างที่คีบจิ้ม วาซาบิค่อนข้างหยาบ ไม่เหมือนที่เรากินในไทย 



 
เคยดูตามซุปเปอร์มาเก็ตที่ญี่ปุ่นราคาแรงเหมือนกัน  ตกหัวละ เกือบ 500  บาทไทย
เขาจะใช้หัวมัน ฝนกับหินหยาบ ๆ หรือเขียงไม้หยาบ ๆ แล้วผสมอย่างอื่นนิดหน่อย รวมทั้งผงมัสตาร์ต ก็เป็นเม็ดกะหล่ำบด
ชนิดหนึ่งกลับมาลองค้นดูในกูเกิ้ล  เป็นข้อมูลตรงกันหลายแห่ง
 
ที่จะปลูกได้หรือเหมาะต้องอากาศหนาวเย็น ร่ม มีน้ำไหล ไม่นิ่งจึงจะงอกงาม... ที่ไทยเคยมีคนปลูกที่ จ.ลำพูน
เพื่่อส่งออก  แต่ค้นข่าวไม่เจออีก  น่าจะเจอปัญหาอะไรบางอย่างมั้ง
 
แล้ววาซาบิ ที่เรากินในตลาดปลา เป็นของแท้ หรือ เปล่า... ใครรู้กระซิบบอกนิดหนึ่ง
กลับมาไทยเข้าดูภาพดาวเทียมพบว่า อาคารตลาดปลาแห่งนี้เป็นแบบนี้


 
ข้างในตลาดธรรมดามาก ๆ  แต่อาหารสดพร้อมปรุงซีฟู๊ดมากจริง ๆ  ข้างนอกเป็นลานจอดรถกว้าง  มีร้านขายของฝากด้วย น่าจะ
เป็นผลไม้ของฝากเดินเข้าไปดูนิดหน่อย  แต่สนใจที่ใกล้ ๆกันที่น่าสนใจกลับเป็นเมืองแบบยุโรปแบบภาพแรกตามภาพอาคารตลาดปลาซึ่งอยู่ซ้ายมือ แต่อาคารแบบยุโรปใหญ่กว่าอยู่ขวามือที่ค่อนข้างเข้มนั่นใช่เลย

  

เป็นของแปลกเก่าที่มาสร้างใหม่ ยอมรับว่าสวยงดงามมาก แม้จะแปลกปลอมมาในเมืองญี่ปุ่น.. ขณะไปเดินเข้าไปฟรีมีร้านค้าเปิดบ้างไม่มาก

ลองค้นหาข้อมูลปรากฏว่าเปิดบริการ 10.00 น. - 17.00  น. เขาเก็บค่าใช้บริการเครื่่องเล่นเห็นคนเล่นนั่งเรือจากรางน้ำที่สูงสู่พื้นเสียวได้เก็บภาพอาคารมีจุดที่น่าถ่ายภาพมากแต่ไม่มีใครเดินตามผมมาดูเลย คงเห็นว่าเดินไกลและค่อนข้างอ้างว้าง
น่าจะมีคนเข้าไปใช้บริการตอนบ่าย ๆ  เหมาะสำหรับคนชอบความเสียวสูงเดินถ่ายภาพก็นึกถึง โรมิโอ & จูเลียต.. งั้นพุงโรขออนุญาตผ่านไปเมืองอื่นต่อเพราะอยู่นั้นครึ่ง ชม.กว่ายังไม่มีข้อมูลหรือเดินเที่ยวมากครับ หุ หุ

 
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ (Re 776/)
st ผู้เข้าชม  2,477,848.
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2566
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2566 6:37:22 น. 15 comments
Counter : 895 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtanjira, คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณหอมกร, คุณทนายอ้วน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณอุ้มสี, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณhaiku, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณกะว่าก๋า, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtuk-tuk@korat, คุณกิ่งฟ้า, คุณสองแผ่นดิน, คุณเริงฤดีนะ


 
สวัสดีค่ะคุณไวน์

ตามไปญี่ปุ่นด้วยค่ะ ชอบอาคารสีเหลืองสวยเด่นเลยนะคะ
ตลาดปลาที่ญี่ปุ่นนี่ธัญเคยดูทีวีนานแล้วนะคะ เกี่ยวกับการแล่ปลาประมูลปลา
ดีจังได้เห็นการแล่ปลาสดๆด้วย
สุขกายสบายใจนะคะคุณไวน์




โดย: tanjira วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:7:12:15 น.  

 
การแล่ปลาเป็นโชว์อย่างหนึ่งเลยนะครับ คนที่แล่ปลาต้องมีฝีมือพอตัวเลยนะครับ

พวกตึกยุโรปในญี่ปุ่นถึงจะสไตน์ยุโรปแต่มันก็มีกลิ่นไอของความเป็นญี่ปุ่นนะ คือเห็นแล้วรู้ว่าเป็นในญี่ปุ่น

เห็นคุณไงน์เล่าเรื่องญี่ปุ่น ผมคิดอยู่ว่าจะจับเรื่องเก่าที่เคยเขียนมาเล่าใหม่อีกครั้งให้อลังการกว่าเดิมดีมั้ย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:9:09:51 น.  

 
สี่ร้อยกว่าบาท กินหมูได้เป็นกิโลพี่ไวน์



โดย: หอมกร วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:10:38:03 น.  

 
ยังไม่เคยเห็นการแล่ปลาตัวใหญ่ๆเลยค่ะ มีดต้องคมและคนแล่ต้องชำนาญมากกก
ตอนไปโตเกียว ไปตลาดปลาซึกิจิ ก็ไปสายตลาดเค้าวายแล้ว อดดูทุกอย่างค่ะ
เลยได้ไปนั่งกินซูชิสายพานอย่างเดียวเลยค่ะ
สวัสดียามสายค่ะ คุณไวน์


โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:10:38:48 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนคราบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:50:12 น.  

 
โชคดีจังพี่ไวน์
ที่ได้ไปก่อนโควิดมา


โดย: อุ้มสี วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:16:39:49 น.  

 
เหตุผลเดียวที่ผมจะเดินตลาดค้าปลาสด
ก็คือ ลูกกับเมียอยากไปเท่านั้นครับพี่
เพราะผมไม่กินปลาเลย
ไม่ชอบกลิ่นคาวของปลาด้วย 555




เรื่องเงินทอน
พูดแล้วก็ยาว
ถามจ้าตัวเค้าก็บอกแต่ว่าไม่โกง รักชาติ รักแผ่นดิน
แต่ทำไมลูกหลาย พี่น้อง รวยเอาๆ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:21:00:32 น.  

 

ปลาทูน่ายักษ์
คนแร่ปลา ต้องมีความชำนาญจริงๆ
ส่วนมากไปร้านอาหารญี่ปุ่น ไม่สั่งปลาดิบเลยค่ะ
ทานไม่เป็น ไม่กล้าทานด้วย


โดย: newyorknurse วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:4:22:41 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์

ญี่ปุ่นเป็นประเทศทีไ่ด้ไป
แล้วก็อยากจะกลับไปเที่ยวอีกนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:5:36:22 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์

ตลาดปลาคุโรชิโอะแวดล้อมด้วยทะเล บรรยากาศดี สวยและน่าเที่ยวจังค่ะ
เนื้อปลาส่วนโอโทโร่สีชมพูมีริ้วมันแทรกสวย คงนุ่มและอร่อยสุดสมกับเป็นส่วนที่แพงที่สุดนะคะ
ต๋าเคยชมคลิปการแล่ปลายักษ์ยังเพลิดเพลิน หากได้ชมใกล้ชิดแบบนี้สักครั้งคงประทับใจมากๆค่ะ

จากภาพถ่ายดาวเทียม ตรงจตุรัสพื้นที่วงกลมที่ Porto Europe มีสะพานข้าม
พอชมภาพสุดท้ายมองด้านสะพานทำให้เห็นสวนสนุกเต็มตา มีฉากหลังเป็นท้องทะเล
นับว่าเป็นสวนสนุกที่สวยทั้งอาคารสไตล์ยุโรปและสวยทั้งวิวค่ะพี่ไวน์

ขอบคุณพี่ไวน์ที่พาเที่ยวนะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:7:25:33 น.  

 
น้ำลายไหลเลยเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:12:32:17 น.  

 
ญี่ปุ่นมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้รู้สึกประทับใจ ที่บอกว่าวาซาบิหยาบ เพราะเป็นแบบสดรึเปล่า? แบบสดดีกว่าแบบสำเร็จรูปนะ

ประเทศเกาะ (แต่เกาะใหญ่มากๆ) ย่อมเชียวชาญเรื่องปลาเป็นธรรมดาล่ะ พูดไปแล้วอยากไปประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งจริงๆ


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:20:38:45 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์ ตามมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยค่ะ

ตลาดปลา กว้างใหญ่ ดูสะอาดดีค่ะ เนื้อปลาสดๆคนญื่ปุ่นชอบกินปลาสดๆกันนะคะ กิ่งไม่กินเลยค่ะ ชูชิก็ไม่ชอบเลยค่ะ 555ไม่ทันสมัยเอาเสียเลย

โหวต Diarist



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:23:43:09 น.  

 
ขอบคุณพี่ไวน์มากนะคะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่ไวน์



โดย: Sweet_pills วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:0:46:29 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา:5:24:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 94 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.