Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 ตุลาคม 2565
 
All Blogs
 
No. 1133 เพื่อนเจ๋ง ส่วนเรา....หุ หุ

No.  1133   เพื่อนเจ๋ง... ส่วนเรา.. หุ หุ



 
ได้กลับไปเยือนพิษณุโลก เมืองที่เคยอยู่ทำงานหลายปีจน สร้างบ้านน้อยได้ 1 หลังอยู่ชานเมือง..วันนี้ปลีกตัวจากเพื่อนมานั่ง
เล่นริมแม่น้ำน่านหน้าโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี....ปัจจุบันเทศบาลเมืองได้จัดทำ ถนนวิ่งเดินต่ำกว่าถนนจะมี


...


คนวิ่งเดินตอนเย็น ลมพัดเย็นสบายทำให้นึกถึงเรื่องย้อนหลังไปหลายสิบปีต้นพะยอมโบราณต้นใหญ่คือต้นที่ยืนตายข้างล่างนี้ พวกขี่่มอเตอร์ไซค์ชอบเหล้าชอบขี่ชนจนซี้คาที่หลายคนเมื่อก่อนเป็นถนนโค้งนิด ๆ ต้นใหญ่ใบเขียว กลางคืนถ้าเดินคนเดียวจะไม่ค่อยกล้าเฉียดใกล้ 555


ข้างล่างเป็นภาพเก่า ยังมีเรือนแพอยู่หน้าโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี....


 
อยู่พิษณุโลกมีความสุขมากมาย ชอบไปนั่งริมน้ำน่านไหลผ่านกลางตัวเมือง ฤดูแล้งเห็นตลิ่งดิ่งลงสู่สายน้ำไหล
อยู่ข้างล่างเรือนแพลอยยาวติดต่อกันตั้งแต่สพานนเรศวรไปถึง วัดใต้
แพทำด้วยไม้ไผ่มัดเป็นแพ ผูกด้วยลวดและขัด สอดด้วยไม้จริงตัวบ้านปลูกติดตรึงข้างบนแพหลังคาสังกะสี ตัวแพมัดเชือก
เส้นโตกันมิให้ไหลไปตามน้ำ ตรึงกับหลักไม้ริมตลิ่งที่สูงชัน
ตัวบ้านในแพ มักจะปูด้วยไม้จริงแผ่นหนา ยามว่างชาวแพจะตักน้ำราดแผ่นไม้ใช้แปรงลวดขัดราดน้ำหลายครั้ง
พอแห้งแล้วเนื้อไม้สีทองเหลืองอร่าม ใช่ครับ ไม้สักทองแน่นอน
นั่งนอนเรือนแพของแม่เพื่อน ตกเย็นนอนกับพื้นไม้ แผ่นหลังที่เปล่าเปลือยทาบแนบกับเนื้อไม้เย็นสบาย 



 
นอกเรือนแพ มีที่ว่าง เขาจะตีกะบะไม้ นำดินปุ๋ยใส่ ต้นพริกขี้หนู ชี้ฟ้าหอมแดงใบโหระพาอย่างละนิดหน่อยส่วนผักสิ้นคิด
กลับไม่ปลูก ยามสายลมพัด พริ้วสวย
แม่ของเพื่อนทำอาหาร ฉู่ฉี่ปลาหมอ ด้วยพริกชี้ฟ้าสดโขลกพอแหลกผัดจนได้ที่ หย่อนปลาหมอตัวโตลงหมกด้วยน้ำพริก
อบไอร้อนจากเตา พริกไม่กี่ครั้งก็สุกด้วย เตาฟืนเพื่อน ๆ อย่าได้สงสัยว่าไฟจะไหม้แพ


 
เขาตีกะบะไม้ใหญ่กว้าง เมตร คูณเมตร นำดินเทใส่จนเต็มเป็นฉนวนกั้นความร้อนข้างบนใช้เหล็กสามขาตั้งแล้วก่อฟืนได้
ผมกับเพื่อน ถอดเสื้อผ้าเหลือ กก.ใน ลงอาบน้ำข้างแพถูตัวด้วยสบู่นกแก้วหอม ไม่งั้นก็สบู่แอสทอลสระหัวจนสอาด
 ขึ้นเช็ดตัวด้วยผ้าขาวม้า นุ่งกางเกงขาสั้นใช้มือเสยผมที่แห้งหมาด ๆ เย็นสบายมาก ๆ
นั่งกินข้าวสวยร้อน ๆ กับฉู่ฉี่ปลาหมอ ใช้ช้อนตักเนื้อปลาที่ขาวปนเหลืองนิด ๆ น้ำพริกเผ็ดเนื้อปลาหมอหวาน


 
กลิ่นขมิ้นหอม เคี้ยวกับข้าว อร่อยจริง ๆ เศษปลา อาหารโยนลงสายน้ำน่านที่ไหลเอื่อย ๆ ปลาแขยงกับปลาเค้าผลุบขึ้นฮุบ
ข้าวไปค่อย ๆ โยนลง ไม่ต้องกลัวน้ำจะเสียก็เศษอาหารไม่มากน้ำเยอะ
 
เรือนแพ มีหมายเลขแพ ติดไว้ด้วยคงจะมาจากเทศบาลออกให้เรียงตามลำดับ แพ 22 แพ 23 บุรุษไปรษณีย์เดิน
เดินลงตลิ่งที่ดิ่งลงสู่ผืนน้ำ ไปส่งแต่ละแพ แล้วก็ไต่ขึ้นถนนหน้าโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรีลัดเลาะไปเรื่อย ๆ
พวกเราจะนั่ง นอนชายแพไม้ไผ่ จนมืด มองขึ้นข้างบนแสงไฟจากบ้านคนสองฝั่งส่องวับแวม ลมข้างบนพัดลงสู่พื้นน้ำน่าน
 เป็นร่องลมเย็นสบายน้ำไหลทำให้มียุงน้อยส่วนใหญ่เรานอนฟังวิทยุแล้วก็หลับไป
 
สะดุ้งตื่นก็ดึกแล้ว แม่ น้อง ของเพื่อนกางมุ้งนอนหลับไปแล้วผมก็ปลุกเพื่อนให้เข้านอนในมุ้งแล้วค่อย ๆ ย่องจากแพไม่ให้
ยวบเยียบมากนัก ปินตลิ่งที่สูงชัน ข้างบนริมถนน ไขกุญแจคล้องจักรยานคู่ชีพปั่นไปนอนต่อที่ห้องพักบนบริษัท
เช้าก็ลงมาทำงาน เป็นกิจวัตรมีความสุข ที่ได้ไปทำงานสาขานี้



ไปเที่ยวกับเพื่อน พิษณุโลกตามน้ำตกแก่งโสภา กับอีกหลายแห่ง


 
เพื่อนจากสาขาอื่นในภาคเหนือก็แวะมาเที่ยวที่นี่ กับพากันไปเที่ยวภาคอิสาณ ภาคใต้ค่ำไหนนอนข้างรถใช้ผ้าเต๊นท์ขึงกับรถแล้วยึดติดกับหลักแหลมตรึงกับพื้นดิน... เห็นภาพนี้แล้วนึกถึงท่านผู้ใหญ่คือนายผมคนหนึ่ง ต่อมาได้เป็นรัฐมนตรี 2 กระทรวงคือคนซ้ายมือบน.  คนถัดจากท่าน คือ อธิบดีเปล่าเป็นอธิบดีนะครับเป็นนามสกุล อธิบดี 555 มันเป็นชาวธนบุรีแถวบางพระ


 
 แถว อ.วังทองน้ำตกแก่งซอง ทุ่งแสลงหลวง อ.นครไทย เนินเพิ่มแล้วเข้าสู่แค้มป์สนเขาค้อ
 แต่ห่างไกลจากตัวเมืองมากกว่า 70 - 120 กมแค้มป์สนเมื่อก่อนมีชื่อเสียงในการรับเหมาสร้างทางจาก พิษณุโลกไปสู่
อ.หล่มสัก ชื่อบริษัทเรมอนด์หรือไรนี่แหละ  คุณอ๊อด บล๊อกเกอร์ของ BG น่าจะทำงานที่นั่นด้วย
วันหยุดหลาย ๆ วัน ขึ้นเขาเที่ยวป่ากันบางครั้งก็ไปค้างก๊บไม้(ที่รวบรวมไม้ซุงปางไม้สัมปทานแถว ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย
แถวนั้นเป็นป่าทึบ


 
แน่นอนครับได้กินเนื้อสัตว์ด้วยแต่จะเป็นสัตว์ป่าหรือไม่ ไม่รู้แหะ ๆ พวกหมูป่าเก้งกวางชาวบ้านเอามาขาย เคยถามว่า
เอามาจากไหนเขาบอกว่าอยู่ฝั่งลาวผมกับเพื่อน ๆ ก็หัวเราะหุ หุ แหมเดินไกลกว่า 50  กม.ทำได้ไง
เลยทำเนื้อย่างน้ำตกแซบหลาย ๆ

ภาพเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน มีไม่ครบคน  ขวามือนี่คุณเผอิญ คุณพรพัฒน์ข้างล่างซ้ายมือ


 
งานบริษัทก็ทำเป็นสมุห์บัญชี มีหน้าที่ดูแลจัดการงานภายในของสาขา 
จะมีพนักงานที่ สนญ.บริษัทส่งมาฝึกงานเตรียมตัวไปเป็นสมุห์บัญชีสาขาใหม่หรือสาขาที่เหมาะสมไปฝึกหลายคน
มี ประพิศ ชาวนครศรีธรรมราช..ชยุติมัน จากเชียงใหม่ พรพัฒน์สูงขาวเป็นคนไทยเชื้อสายจีนขี้เล่นเข้ากับคนง่าย คนนี้
พี่ชายเขาเป็นสมุห์บัญชีใหญ่ของบริษัทซึ่งเป็นนายหรือ Boss ผมโดยตรง
 
ยังสงสัยนิด ๆ ว่าทำไม สมุห์บัญชีใหญ่ไม่ฝึกเอง ตอนนั้นคิดว่าบริษัทคงอยากจะรู้เทคนิคหรือวิธีการทำงานของสาขาเรา
 โดยเฉพาะด้านการขายของ ผจก.สาขาอันนี้ผมคิดเองนะครับ
ความที่มีคนหลากหลายอยู่ด้วยกัน หลังเลิกงานไปซื้ออาหาร ที่ตนเองชอบบางคนไปเที่ยวหาแฟนส่วนผม
อยู่กับเพื่อน ๆ ในเมืองหลากหลายอาชีพ เช่น ลูกเจ้าของโรงแรม ช่างทำทองร้านขายหนังสือ หนุ่ม ๆ จะนัดคุยกันที่ร้าน
ขายหนังสือเพื่อนเป็นเจ้าของเขามีร้านขายแว่นตาอยู่อีกแห่งด้วย



ส่วนเจ้าฉอ.แหะ ๆ
ขายหวยพวกเรานอนกันดึก....กลับเข้านอนตอนเที่ยงคืนตีหนึ่งกัน
วันหนึ่งผมนอนซมหนาวสั่นมีผ้าห่มกี่ผืนก็โปะเข้าไป เพื่อน ๆที่นอนห้องเดียวกันเห็น ตัวสั่นก็เอาผ้าห่มให้อีกแต่ไม่หาย
สั่นต่างคนรู้เลยว่าเป็นใข้มาเลเรียแน่
 
ตอนเช้าเพื่อนชื่อ สถิตย์รู้ข่าวก็พาขึ้นสามล้อไปส่งที่ ร.พ.พุทธชินราชหมอรับตัวไว้เป็นคนไข้
ในเจาะไขสันหลังตรวจโดยวิธีให้นอนเอียงข้างคู้เข้าหาตัวงอ ใช้เข็มเจาะสันหลังเจ็บมาก



ผลออกมาเป็น ไข้มาลาเรียหมอถาม สถานที่ทำงานเลยบอกว่า เคยอยู่ จันทบุรีดงมาลาเรียแต่ปีกว่ามาแล้ว
ไม่น่าใช่ หมอบอกว่าเชื้อจะฝังตัวในกายเมื่อร่างกายอ่อนแอ ดื่มเหล้ามากมันจะเข้าเล่นงาน และให้
พักรักษาตัวที่ ร.พ.พอร่างกายพอไหวก็ให้กลับไปรักษาตัวกินยาที่บ้านต่อ
ทำงานที่พิษณุโลกกว่า 4  ปีผมก็ลาออกไปทำงานในกรุงเทพแทนที่เดิมไม่ค่อยได้เจอเพื่อน ๆ เก่าเลยแต่นึกถึงเพื่อนคนหนึ่ง
 
ชื่อปรีดี เป็นคนเงียบ ๆ ชอบปั่นจักรยานไปไหนไม่ค่อยมีใครรู้ 
ไม่กี่ปีมานี้ผมเขียนเรื่องปั่นจักรยานไปเที่ยวหลายที่ และไปเที่ยวเหมืองแร่ที่เมืองกาญจนบุรี


 
เพื่อนคือคุณปรีดีเข้ามาทักทาย อ้าว..เฮ้ยเพื่อนคนนี้เป็นนักปั่นจักรยานตัวจริง(กว่าเราซะอีก)  ปั่นไปแหมืองแร่เก่า ไป ตปท.
ก็นำรถจักรยานไปด้วย เจ๋ง


 
คุยกันในเฟซบุคจึงรู้ว่าเพื่อนคนนี้ ชอบพายเรือเหมือนกันอีกแหละผม ก็พายเรือคยัคกับวินด์เซิร์ฟ.. คุณปรีดีเจ๋งกว่า พายเรือ


 
เข็มมั้งในคลอง..เรือนี้บางเล็กทรงตัวอยากมาก เพื่อนเจ๋งกว่าผมอีกแหละเพื่อนคงชอบพิษณุโลกไปซื้อที่ดินว่างเปล่าไว้หลายไร่



 
ราคาคงปรับตัวสูงขึ้นไม่รู้เท่าใดแล้ว แถมไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน  ผมไปติดต่องานสาขาอุตรถิตถ์บ่อยเลยซื้อที่ดินไม่ไกล
จากสถานีรถไฟศิลาอาสน์ 2  ไร่..กลัวคนมาบุกรุกเลย ซื้อไม้หมอนรถไฟเก่าทำเสากั้นรั้วด้วยลวดหนามไม่ได้ซื้อไว้มากมาย
 
แล้วปลูกมะม่วงแก้ว มะม่วงมันไว้เยอะ ไม่กี่ปีรั้วลวดหนามกับเสาไม้หมอนรถไฟค่อย ๆ หายเหลือประมาณ  3  ต้นเซ็งเลย
เปลี่ยนเป็นเสาปูนเหลืออยู่บ้างไม่กล้าปลูกหรือลงอะไรไว้แล้วแต่ที่น่าช้ำใจ ที่ดินที่ซื้อไว้นานหลายสิบปีกะจะปลูกบ้านแต่ยังไม่มี
เงินสร้างถูกเรียกเก็บภาษีปีละ 3  พันกว่าบาท โชคดีที่ราชการขอเฉือนที่ดินขยายถนนให้กว้างเลยเหลือไร่เศษ ไม่งั้นต้องเสียภาษีมากกว่านี้


 
ก็ต้องยอมส่งภาษีไปให้เขาใช้แหะ ๆ แต่อย่าไปสร้างเสาไฟกินรีนะ... หวังไว้นิด ๆ จะมีคนช่วยซื้อที่ดินราคาที่ดินที่ซื้อขาย
ที่ดินอยู่ติดกับหอพัก พิชญาภาตรงถนนโค้งสี่เขียวยาว ๆ ข้างล่าง


 
ขายประมาณ 3  เท่ากว่าของราคาประเมิน..ใครซื้อไม่ต้องกลัวอะไรหายเพราะที่ดินอยู่กลางหมู่บ้านจัดสรร 2 - 3 หมู่บ้าน
เปล่าโฆษณาแอบแฝงนะเออ แหะ ๆ เผื่อใครสนใจ


 
เพื่อนชื่อปรีดีเป็นคนเงียบ ๆ แต่มองไกลกว่าผมเยอะ ไม่ต้องเสียภาษีที่ดินเพราะเขาปลูกสวนป่า.. ส่วนผมคิดว่าจะไปปลูก
ต้นกล้วยไว้ 200 กอต่อไร่..จะได้เป็นเกษตรกรไม่ต้องเสียภาษีที่ดินแล้วมั้ง แต่โควิดมาไม่มีเงินลงทุนอีก
 
เพื่อนในกรุงเทพหลายคนแนะนำให้ขุดบ่อเลี้ยงปลา
ถ้าใกล้เคียงมีบ่อเลี้ยงปลา..เผื่อปลาจากบ่อเพื่อนจะได้แถกเหงือกเข้ามาบ่อเรา แต่อย่าลืมโยนอาหารให้กินในบ่อเพื่อนบ้างนะ
ถ้าอยากได้ตัวปลาบ่อเพื่อน..บางตัวมา เคาะ..กระแป๋งเรียกให้ย้ายมาบ่อเราน่าจะดีเนาะ  หุ หุ 
ผมฟังเพื่อนแล้วทะแม่ง ๆ ไงไม่รู้ซิ ไม่ค่อยเข้าใจ หุ หุ
 
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ    (re 304/7,944)
st ผู้เข้าชม  2,370,540.
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 14 ตุลาคม 2565
Last Update : 14 ตุลาคม 2565 5:01:14 น. 14 comments
Counter : 456 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณtanjira, คุณหอมกร, คุณnonnoiGiwGiw, คุณmariabamboo, คุณทนายอ้วน, คุณSleepless Sea, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณtoor36


 
เจิม
แวะมาอ่าน
ความประทับใจพิษณุโลก


โดย: อุ้มสี วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:6:41:12 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไวน์

คุณไวน์นี่เที่ยวทั่วไทยเพราะการทำงานเลยนะคะ
ดีจัง

ตอนนี้ภาษีที่ดินแพงขึ้นค่ะ
เมื่อก่อนเสียนิดเดียว ตอนนี้เพิ่มเป็น 2 -3 เท่าเลยค่ะ
ต้องไปปลูกกล้วยเพิ่มบ้างแล้วค่ะ 555

สุขกายสบายใจนะคะคุณไวน์


โดย: tanjira วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:7:23:45 น.  

 
เกิดทันสมัยเห้นเรือนแพเรียงมากมายเหมือนกันพี่ไวน์
แต่แถวนนทบุรีนะ ไม่ใช่ที่พิษณุโลก



โดย: หอมกร วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:9:01:59 น.  

 
คิดถึงน้ำตกแก่งโสภาที่สุดครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:10:49:37 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์
เห็นภาพแกงฉู่ฉี่ปลาหมอแล้วหิวข้าวเลยค่ะ แต่ปลาหมอก้างเยอะ
เนื้อปลาหวานมันอร่อยมาก ผักสิ้นคิดของพี่ทายว่าเป็นต้นกระเพรา555
หมูป่าไม่ค่อยชอบเคี้ยวไม่ไหวค่ะ พี่ไวน์เคยเป็นไข้มาลาเรียก็ไม่ต้องสงสัยเลยเพราะการใช้ชีวิตสมบุกสมบันมาก(ไม่ต้องอธิบาย)555


โดย: จินดา IP: 119.76.1.48 วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:14:09:32 น.  

 
พิษณุโลกผมเคยไปสองครั้ง
นอนวัดใหญ่หนึ่งครั้ง
แต่ก็แทบจะลืมบรรยากาศไปหมดแล้วครับ
จำได้ดีที่สุด คือ ผักบุ้งลอยฟ้า 5555

หมูป่าแท้
เวลากินหนังจะกรุบๆ
อร่อยจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:14:46:48 น.  

 
หวัดดีค่ะ
สมัยนี้..คงไม่มีแล้วนะึะ มาลาเรีย
ยกเว้นเข้าป่าลึกๆ

แพพิษณุโลกริมแม่น้ำน่าน
ดป็นบรรยากาษที่น่ารื่นรมย์มากๆ

นกเว้นฤดูน้ำหลากนะคะ

ช่วงนี้น้ำเยอะ
ลุ้นๆกันค่ะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:15:37:59 น.  

 
มาอ่านเรื่องสนุกๆครับพี่ไวน์
ฉู่ฉี่ปลาหมอน่ากินครับ อาหารท้องถิ่นแบบนี้อร่อยครับ


โดย: Sleepless Sea วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:17:09:16 น.  

 
เคยนอนแพครับ ปวดหนักปวดเบา ก็เปิดกระดาน 1 แผ่น เรียบร้อยครับ
ที่ดินที่เป็นสวนป่าแล้ว ขายได้ไหมครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 14 ตุลาคม 2565 เวลา:22:42:23 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์

ชอบผักสวนครัวในกระถางน่ารักจังค่ะ
พี่ไวน์ทานข้าวร้อนๆกับฉู่ฉี่ปลาหมอบนแพ
บรรยากาศดีมาก น่าเจริญอาหารมากนะคะ

ต๋าไปพิษณุโลกล่าสุดราว 2-3 เดือนที่ผ่านมา เช้าๆไม่ได้ทานอาหารที่โรงแรม
แต่ไปร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา ตรงข้ามร้านเป็นแม่น้ำน่านพอจะได้บรรยากาศ
คล้ายในภาพมาบ้าง สงบดีนะคะ เห็นมีเครื่องออกกำลังกายตั้งอยู่ด้วย

ที่ดินที่เคยว่างในหมู่บ้านต๋าตอนนี้ปลูกกล้วยกันหลายแปลง
บางแปลงปลูกหลายชนิดต้นโตแล้ว
ต๋าก็คิดเหมือนกันค่ะว่าเค้ามองการณ์ไกล

มาดึกเลยค่ะ พี่ไวน์นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ
ขอบคุณพี่ไวน์มากค่ะสำหรับกำลังใจ


โดย: Sweet_pills วันที่: 15 ตุลาคม 2565 เวลา:1:15:49 น.  

 

ชอบบรรยากาศบ้านสวนค่ะ
ต้นมะม่วงหลายสิบต้น เหลือ 3 ต้น?






โดย: newyorknurse วันที่: 15 ตุลาคม 2565 เวลา:2:26:37 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ตุลาคม 2565 เวลา:6:18:15 น.  

 
เรื่องราวเก่าๆ พอมาคิดถึงมันเป็นความทรงจำที่ดีเสมอครับ หล่มสักผมนึกถึงมะขามอัดเม็ดครับ 555

มาลาเรียสมัยก่อนเป็นหนึ่งในโรคที่คร่าชีวิตคนมากที่สุดโรคนึงเลยครับ น่ากลัวมาก

ช่วงนี้ถ้าจะขายที่ยากหน่อยครับ สภาวะแบบนี้ด้วยคนจะกินยังไม่ค่อยจะมีเลย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 ตุลาคม 2565 เวลา:9:18:58 น.  

 
ที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ใช้ดินเป็นฉนวน อีกทั้งข้างล่างเป็นน้ำด้วย เป็นความรู้ใหม่เลย

พวกสัตว์ป่าที่ฮิตๆ กินกันก็หมูป่า กวาง ที่เหลือไม่กล้าพอ

ดื่มเหล้าร่างกายมันอ่อนแอลงเลยเหรอ แต่ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น คิดเป็นอื่นได้ยาก โรคร้ายมักจะเล่นงานเราตอนที่เราร่างกายอ่อนแอ


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 15 ตุลาคม 2565 เวลา:9:46:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.