Group Blog
 
<<
กันยายน 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
27 กันยายน 2564
 
All Blogs
 
No. 1025 เมืองจันท์ สวยงดงาม บางเวลาก็....?

No.  1025  เมืองจันท์ สวยงดงาม บางเวลาก็.....?



ภาพขาวดำบ่งบอกว่าเรื่องราวนานมาก... บริษัทขอให้ไป ช่วยทำงานที่จันทบุรี และตราด รวมทั้งที่สาขาระยอง
ตอนนั้นดี้ด้า ภูมิใจเปล่าคิดว่า บริษัทย้ายไปช่วยงานเขาคงต้องการให้งานดี  555  ได้งบค่าใช้จ่ายเดินทางทั้งสามแห่ง
นี้บริษัทให้เบิกได้ตามความเป็นจริง หายากมาก
 
เห็นภาพแล้วอมยิ้มท่าทางเด๋อด๋าแถมผูกไทด์สั้นเต่อรีบร้อนปกติผูกไทด์มาตั้งแต่อยู่ในวิทยาลัยแล้ว

  ใบหน้าอ่อนมาก ๆ ตอนนี้่ใบหน้ายับรอยตีนกาเพียบอยากใบหน้าอ่อนเป็นแบบนั้นอีก 555

 
วันที่เขียนเล่านี้เพิ่งนึกออกว่า เขาให้ไปเป็นหนูทดลองนะเอง... เพราะเป็นงานวิ่งไปวิ่งมา ดูสมุห์บัญชีจัดทำใบเสร็จ
ส่งให้ พนง.เก็บเงินรวมทั้ง ตัวแทนไปเก็บเงิน บางครั้งก็ต้องไปแก้ปัญหาลูกค้า ติดค้างเงินค่างวดเยอะมาก
ทุกสิบห้าวันต้อง นำเงินสด ยาไปส่งในไร่ที่ Boss   ซื้อที่ดินไว้พันกว่าไร่ ให้คนงานหักร้างถางพง เผาตอไม้เตรียมปลูก
ยางพาราแซมด้วยพืชอย่างอื่น ในป่า เขต อ.ท่าใหม่ที่กว้างใหญ่  กว้างขนาดไหนปัจจุบัน ราชการเห็นว่ากว้างเกินไปคน
ปัจจุบันจัดตั้ง อ.นายายอาม  อ.แก่งหางแมวขึ้นอีก
พื้นที่เป็นป่าทึบ สลับกับป่าเสื่อมโทรมมีชาวบ้าน กระจายปลูกพืชส่วนใหญ่จะเป็น มันสัมปะหลังระยะนั้น บริษัท SR กำลังดัง
ทำแป้งมันสัมปะหลัง..   
งานที่ทำไม่เป็นชิ้นเป็นอัน น่าจะเป็นงานที่ยังไม่เคยมีคนทำมั่ว ๆ แบบผม 555  นี่เรื่องจริง
เดินทางต้องเปียกฝน ลุยโคลนเละ ๆ  บางเดือนเป็นฤดูแล้งก็ต้องไปจังหวัดตราดถนนเวลานั้นเป็นดินลูกรัง 60 กว่ากิโลเมตร


เมื่อไปถึงตราด สลัดหัวแรง ๆ  ฝุ่นสีแดงปลิวใช้มือปัด ๆ ผมสีแดงกลับเป็นดำเหมือนเดิม เพราะขี่รถผ่านมานานแม้แต่ต้นไม้ฝุ่นเกาะแดง


 
จันทบุรีเป็นเมืองแห่งฝนน่าจะ 7 -8 เดือนคนทั่วไปมองว่า ฝนตกดีจังเลยต้นไม้จะได้งาม



 ชาวสวนเขาคิดอีกแบบ  เมื่อไหรฝนจะหยุดตกแดดจะออก ใบไม้จะได้แสงแดดให้กลไกธรรมชาติปรุงอาหารที่ใบแล้ว
ส่งเลี้ยงลำต้น ดอกกับผลให้โตเป็นผลผลิตที่ชาวสวนจะได้นำไปขายนำเงินมาใช้ในชีวิตประจำวัน
 
พื้นที่เมืองจันท์เป็นดินแดง ผสมดินดำเป็นเนินเอียงลาดน้ำฝนตกมาดินจะดูดซับเก็บไว้จนชุ่มที่เหลือก็ไหลลงสู่พื้นราบ
แล้วก็ไหลลงทะเลน่าเสียดาย 
ในฤดูแล้งฝนไม่ตก สวนแห้งผากแต่ต้นผลไม้ เงาะ ทุเรียน พริกไทยต้องการน้ำไม่งั้นเฉา หรือไม่ก็ตายแม้ในสวนผลไม้
จะมีคนขุดบ่อหรือสระน้ำไว้ใช้แต่ สระน้ำก็ไม่ใหญ่พอที่จะเก็บน้ำไว้ใช้ตลอดฤดูแล้ง


 
พื้นที่เอียงลาดมาก จึงเกิดอีกอาชีพคือ รถขนน้ำไปขายให้ชาวสวนผลไม้ต้อง สูบน้ำจากที่ราบของเมืองไปถ่ายใส่บ่อ
ปูนที่ชาวบ้านทำไว้รวมทั้งแท้งค์น้ำปูนกลมแล้วจะพอหรือน้ำ
ไม่พอครับ
ระยะที่ไปอยู่ทราบข่าวว่า มีชาวสวนแถว อ.ขลุงชื่อคุณดำ ทำให้น้ำหยดที่ต้นผลไม้แต่ละต้นน้อยที่สุดแต่เพียงพอสำหรับ
ต้นไม้ (ปัจจุบันเรารู้จักชื่อว่า ลุงดำน้ำหยด)
 
ทำงานบริษัทไปเรื่อย ๆ  มีงานพิเศษนอกเหนือจากงานประจำเป็น คนประสานงานระหว่างนายใหญ่กับ ผจก.ไร่ในป่า
บ้านหนองคล้า เขตของ อ.ท่าใหม่แต่เป็นที่ห่างไกลคนไม่ค่อยเข้าไปส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ บางส่วนเป็นป่าเสื่อมโทรม มีลำธาร
ไหลผ่านคดเคี้ยวไปมาดินค่อนข้างดี แม้จะไม่มีพลอยปนเหมือน เขาพลอยแหวนที่นักขุดพลอยชอบอยู่
 
หน้าที่ของผมบางครั้งก็ ไปหาคนงานจาก ท่ารถขนส่งใกล้ รพ.ระยอง บางครั้งไปจ้างช่างทำมีด ทำมีดหวดปลายงอ
แบบคนภาคใต้ใช้สั่งทำครั้งละ 50  เล่ม... ซื้อยาแก้ไข ยาฉีดตามรายชื่อที่ไร่เขาต้องการนำเงินไปจ่ายให้คนงาน
 ทางรถวิ่งกว้างแค่เมตรสองเมตร สองข้างเป็นป่าหญ้าสูงท่วมหัวต้นไม้ใหญ่ปกคลุมบางที่ก็โกร๋นฝนตกพรำ ๆ
ต้องจูงรถลำธารผ่านเป็นพื้นทราย กรวดหิน
เคยติดฝนอยู่ริมลำธารน้ำป่าสีแดงไหลแรง สูงแค่เอวเกินกว่าจะจูงรถมอไซค์ผ่าน ต้องหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ตลอดเวลาหยาด
ตัวเปียกเฉอะแฉะนิ้วซีดเสียวขาว ดูแล้วคงอีกหลายชม.กว่าน้ำจะลดระดับ
ใช้เสื้อฝนปันโจ  สี่เหลี่ยมมัดจุกตรงที่คอหัวลอดด้วยเชือกที่มีอยู่ ใช้เชือกชาวต่อไปแขวนไว้กิ่งไม้ใหญ่


 
ส่วนมุม 4  ด้านใช้กิ่งไม้แห้งตอกตรึงไว้กับดิน โยงกับปลายเชือก นั่งอยู่ตรงกลางไม่ให้ฝนถูกตัว หนาวสุด ๆ  รอน้ำลดนาน
 เป็นคืนที่น่ากลัวมืดแสนมืด ใกล้ ๆ ก็มีรถมอไซค์ MZ คันเดิมที่มีประวัติจอดอยู่.. อดข้าวทั้งคืนตอนเช้าค่อยจูงรถผ่านลำธาร
แล้วขี่เข้าไร่ที่กว้าง 1200  กว่าไร่
 
บางอาทิตย์พอว่างก็  ขี่รถเข้าเมืองจันท์ หรือ อ.ขลุงไปหาเพื่อนที่ชื่อ ไพโรจน์ สะอาดทำงานด้วยกัน แน่นอนผมเข้าตัว
ตลาดตอนเย็นหาอาหารกิน พวกข้าวแกง หุ หุ แถวโรงแรมเกษมศานติ เมื่อก่อนคล้ายตึกแถวอยู่ตรงมุมไม่สวยแบบนี้



หรือไม่ก็โรงแรมไช่หลี


แถวนั้นเซลล์แมนต่างจังหวัดพัก (หลังจากนั้นเกือบยี่สิบปี คุณตาขุนศรีสวัสดิ์ฯ พาไปเยี่ยมกลายเป็นว่า เจ้าของเป็นน้องชาย
ของคุณตาเอง ผมได้คุยกับคุณตารองนิดหน่อย ทั้งสองคนไม่ได้เจอกันนานเพราะคุณตาผม ไปรับราชการที่่เชียงใหม่ก่อนแม่ผมเกิด ทั้งสองต่างแนะนำลูก ๆ หลานให้รู้จักกันตอนนี้จำกันไม่ได้แล้ว 555)
ส่วนผมจะอยู่แถวโรงแรมเกษมศานติ์ ร้านลูกค้าอยู่แถวนั้นหลายคนนั่งคุย รอดูหนัง... บางทีก็มี วงดนตรี ผ่องศรี วรนุชไปเล่น
แถวนั้นผมจะดูเพราะแปลกดี ระยะนั้นชอบฟัง เพอรี่ โคโม่ แพต บูน คุณชรินทร์
ส่วนใหญ่จะดูหนังฝรั่ง หนังไทยก็ดู
หนังเลิกกลางคืน ก็ดึกแหละ ขากลับต้องขี่มอไซค์ MZ  คันเดิมจาก ตลาดจันท์ ไป อ.ท่าใหม่ระยะทาง 20  กม.กว่าได้มั้ง
ขี่รถเดียวผ่าน ถนนเส้นไปบ้านท่าแฉลบ
ถนนลาดยางก็จริงแต่แคบสองข้างทางเป็นสวนผลไม้ใกล้ วัดเขาพลอยแหวน 
พอเลยไปได้ก็ไม่มีอะไรแล้ว เพราะมีที่น่ากลัวตรงถนนโค้งผ่านสวนยางมี ฮวงซุ้ยคนจีนอยู่แห่งเดียวแต่ยังอยู่ไกลเกือบ

ขี่มอไซค์ไต่เนินเข้าสู่โค้งวัดเขาพลอยแหวนรถเกิดสะดุด ตึ๊ก ๆ  เบิ้ลเครื่องได้สองครั้งเครื่องก็ดังฟ๊อดดด.
ดับเฉยเลยจอดลงจูงชิดข้างทางหน่อย จูงรถขึ้นเนินให้แสงสว่างจากดวงจันทร์ส่องดูหน่อยก็ยังดี
จอดนำขาตั้งรถขึ้น  เอามือจับสายหัวเทียนดึงออกแล้วยัดใส่จนแน่น สตาร์ทอีก 2 ครั้งก็ยังไม่ติด ซวยแล้ว
หันไปมองบ้านคนขวามือก็ไม่เห็นแสงไฟเลย
มองซ้ายมืดตรงเนินที่โล่งสะดุ้งวาบ นึกขึ้นได้ว่าที่นี่ที่ไหน  มีแสงไฟแว๊บ ๆ  ตรงนั้นมีเงาตระคุ่ม ๆ อยู่ด้วยขนหัวลุกชัน


ผี ๆ มั้งก็ ๆ ๆ นั่นเมรุเผาศพ อยู่กลางแจ้งมีเสาสูง 4  เสาหลังคาสูงลิบ
รีบจูงหนีขึ้นไปข้างบนอีกเหนื่อยมาก ตอนนี้ไปอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อะไรไม่รู้ จับสายหัวเทียนใช้ปากเป่าจับสายยัดเข้าไป
ขึ้นคร่อมสตาร์ตอีกได้ยินเสียงจามจากรถ ครั้งเดียว..
หรือว่าน้ำมันรถหมด จับตัวรถเอียงเข้าหาตัวเขย่าตัวรถสองสามที ขึ้นคร่อมใช้เท้าเหยียบสตาร์ดอีก เงียบมองกลับไปด้าน
หลังได้กลิ่นไหม้ ๆ ลมพัดมาแผ่ว ๆ เย็นแต่ เหงื่อเริ่มซึมรีบเปิดเบาะรถควานหาไม้ขีดไฟ ไม่เจออีก
ใช้มือคลำตรงกล่องสวิทช์ไฟสี่เหลี่ยมดำ ใต้เบาะหนั่งถอดกุญแจออกเป่า ยัดเข้าไปใหม่
ขึ้นคร่อมใช้มือบิดกุญแจแล้วใช้เท้าเหยียบสตารดอีก 3 ครั้งรถติดรีบเบิ้ลเครื่อง ยาวคาดว่าเครื่องไม่ดับใช้เท้ายันให้
รถเคลื่อนไปข้างหน้าขาตั้งรถหลุดแล้วบีบคลัชน์ใช้เท้ากดเกียร์หนึ่ง ปล่อยคลัชน์มอไซค์วิ่งไปได้
 
 บิ่งไปตามถนนสีดำสองข้างทางมืดสนิท ต้นไม้ใหญ่คลุมเกือบตลอดทาง  ผ่านตลาดพลอยบางกะจะไม่นานก็ถึงสนามบิน
ภาพนี้เป็นภาพสนามบินปัจจุบัน (ภาพกลางวัน) เมื่อก่อนเล็กกว่านี้


ขี่ไม่นานถนนเริ่มลดระดับลงสู่ตัวตลาดท่าใหม่ ที่เงียบสนิทจริง ๆ ทั้งตัวตลาดไม่มีแสงไฟเลย การไฟฟ้าหยุดเครื่องปั่นไฟ


ถึงบริษัทที่เป็นห้องแถวไม้ค่อนข้างใหม่ แต่บานประตูเป็นบานใหญ่ฟุตกว่า(แบบข้างบน) มีบานพับติดระหว่างบานดึงโซ่
ให้แม่กุญแจออกมาข้างนอก ไขกุญแจเปิดประตูสามบานแล้วเข็นรถมอไซค์เข้าจอดข้างในใช้แสงจากไฟหน้ารถแทนไฟฟ้าที่ดับ
เขาดับตามเวลาทุกคืน


 
รีบจุดตะเกียงรั้วด้วยไม้ขีดตราพระยานาคปล่อยกระเดื่องตะเกียงลดกระเปาะแก้วลงไฟเริ่มสว่าง เดินไปปิดสวิทช์รถให้เครื่องดับ
เอื้อมมือดึงดันบานประตูสามบานแต่ให้ตายซิ ประตูไม้สองบานหุบ บีบอุ้งมือเจ็บ... ครับ
หิ้วตะเกียงขึ้นชั้นบนไม่มีใครอยู่เลย เปลี่ยนกางเกง เสื้อใหม่ ปลดมุ้งลงครอบเตียงนอนเลิกชายมุ้งเป่าตะเกียงดับ
ทุกสิ่งมืด เงียบ... ลืมรถมอไซค์ที่ชนจนรุ่นพี่ตายคารถ ที่จอดข้างล่างสนิทเลย เหนื่อย..เลยหลับผลอยไป
 
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ 
st ผู้เข้าชม  2,021,834.
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 27 กันยายน 2564
Last Update : 27 กันยายน 2564 5:51:53 น. 19 comments
Counter : 768 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณหอมกร, คุณThe Kop Civil, คุณtuk-tuk@korat, คุณnonnoiGiwGiw, คุณทนายอ้วน, คุณตะลีกีปัส, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtoor36, คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณkae+aoe, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณSertPhoto, คุณSweet_pills, คุณ**mp5**, คุณlovereason


 
เจิมๆๆ
มีโรงหนังให้ดู..คลายความตึงเครียดในการทำงาน
และได้ดูดนตรีในบางเวลาด้วย
เป็นความบันเทิงใกล้ตัว..ชิลๆ
แต่เวลากลับที่พักยามค่ำคืน..มันวังเวงๆ
ผ่านเมรุซะด้วย
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:6:44:28 น.  

 
สมัยนั้นเขาผูกไทนกันมั่วมากพี่ไวน์
สั้นไปยาวไปมีคนซ้ายสุดที่พอดีจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:7:58:11 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์
ตอนพี่เป็นหนุ่มแต่ตัวทันสมัยมากค่ะผูกเนคไทสั้น กางเกงเอวสูง
ไม่คาดเข็มขัดสไตล์หนุ่มฝรั่งเท่ห์มากค่ะ พี่ทำงานขีMZลุยทุ่งเป็นกิโล
รุ่นพี่ที่ตายคารถคงสงสารพี่ไม่กล้าหรอกพี่ คิดว่าคงช่วยพี่ให้รอดพ้นภัย
มากกว่าค่ะ(เขาเรียกคนดีผีคุ้มค่ะ) สปช. มากมายเหลือเกินจนฝังใจ
มิรู้ลืม อ่านไปทั้งลุ้นและยิ้มได้ตลอดเรื่องเลยค่ะ รู้สึกว่าโชคดีที่ได้รับรู้
เรื่องราวต่างๆในอดีต. ขอบคุณค่ะพี่ไวน์


โดย: จินดา IP: 58.8.110.65 วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:9:36:53 น.  

 
พี่ไวน์สมัยหนุ่มหล่อเฟี้ยวเลยครับ
ผมอยากไปเที่ยวเมืองจันทร์อีกแล้วครับ 555 เพื่อน ๆ เริ่มมารวมตัวกันหาที่เที่ยว คิดถึงเมืองจันทร์เป็นที่แรกเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:9:41:43 น.  

 
คราวแล้วไปวนที่ขลุง ไปหาท่าเรือที่ไปร้านอาหารที่เป็นฟาร์มปูเจ้า
เริ่มจะฮู้ตางที่ขลุงพ่องละเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:11:23:25 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

อยู่หลายที่ ได้เที่ยวและเรียนรู้หลายอย่าง
ดีเลยค่ะ
ของที่เอ่ยชื่อมาก็โบราณทั้งนั้น
ชอบภาพฟิล์มขาวดำค่ะ ดูคลาสสิคจริงๆ
คุณไวน์ความจำดีนะคะ
รายละเอียดยิบมากทีเดียวค่ะ
ไม่รู้จักแต่มอเตอร์ไซค์MZค่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:14:14:54 น.  

 
สวัสดีครับพี่ไวน์

จันทบุรีนี่ร้อยสอตร์รี่จิงๆ ครับ 55555
ถ้าผมรถดับที่หน้าเมรุ ผมคงไม่มีปัญญาเป่าหัวเทียน เสียบๆ เป่าๆ แน่นอนครับ 55555
คงสิตแตกทิ้งรถวิ่งแล้ว อะไรจะจังหวะซิกคอมขนาดนั้น 55555แต่พี่ไวน์สุดยอดครับ ดีที่มีความรู้ช่างเยอะ เลยผ่านมาได้



โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:17:05:13 น.  

 
สมัยก่อนดูแล้วบ้านเมืองเราไม่เจริญจริงๆ ครับ เดี๋ยวนี้เจริญกว่าแต่ก่อนมาก ถ้าเทียบกับยุคที่คุณไวน์เล่ามาถ้าไม่เจริญขึ้นก็แย่แล้วล่ะครับ จริงๆ มันควรจะเจริญได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:17:48:24 น.  

 
เมืองจันท์ยังไม่เคยไปสักครั้งค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 27 กันยายน 2564 เวลา:19:09:30 น.  

 

มาอ่านเรื่องสมัยคุณไวน์ทำงาน
เห็นตะเกียง ตอนแรกนีกไม่ออกว่าเรียกตะเกียง
อะไร พอคุณไวน์เรียกตะเกียงรั้ว เลยนีกได้
บ้านน้อยมีหลายอัน แต่ตอนนี้หายไปหมด


โดย: newyorknurse วันที่: 28 กันยายน 2564 เวลา:3:22:41 น.  

 
มอเตอร์ไซค์ตอนนี้ ถ้าเป็นพวกเวฟอะไรแบบนี้ ยังมีสามหมื่นปลายๆ สี่หมื่นก่า
แต่ถ้าอื่นๆ ที่นิยมกันจะอยู่ที่ห้าหมื่นปลายค่ะพี่ (ราคาซื้อสด)

ตอนนี้ไม้ใบมาแรงมาก มันลามไปถึงพวกบอนสีเหมือนกันค่ะพี่
เมื่อเช้าเจอฮกหลงราคากอละ 8,500 แต่กอใหญ่พอสมควร
เกินเยียวยาแล้วค่ะพี่วงการต้นไม้ 5555+


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 28 กันยายน 2564 เวลา:9:41:57 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมพี่กับนุ้งนะคะ
บล็อกนี้ยาวมากเลยค่ะ อ่านอยู่นาน



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 28 กันยายน 2564 เวลา:11:06:33 น.  

 
จากบล๊อก

โปรแกรมอะไรอ่ะครับ ตลกดีจัง ไม่มีประตูเอาเฟอร์เข้าไม่ได้ 55555 ผมไม่ได้เขียน 3D มานานแล้วครับ แถมจำไม่ได้แล้วว่า ตอนนั้นมันเอาเฟอร์เข้าได้รึป่าว 5555
ช่วงทำงานแรก ๆ ยังต้องใช้อยู่ จำได้ว่า ตอนป.โท เรียนไปต้องนั่งทำ 3D งานไปด้วย อาจารย์ห้ามเรียกนะครับ มีงงแน่นอน 55555

โปรแกรมตอนนี้เท่าไหร่ไม่ทราบเหมือนกันครับ เพราะบริษัท Support ให้หมด กะ...ก๊อปได้ไหม.....ให้ทำก็ทำได้ครับ แต่ต้องมาแก้โค๊ดกันวุ่นวายครับ กว่าจะ Crack ได้ ไม่ได้จบ Com ด้วย low tech ด้วยอ่ะครับ 5555




โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 28 กันยายน 2564 เวลา:15:52:12 น.  

 
อร๊ายยยยยย
สมัยหนุ่มๆ นี่ไม่เบานะคะ
คริคริ


โดย: อุ้มสี วันที่: 28 กันยายน 2564 เวลา:16:39:56 น.  

 
แอบชื่นชมที่คุณไวน์จำเรื่องราวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี


โดย: kae+aoe วันที่: 29 กันยายน 2564 เวลา:8:13:36 น.  

 
ส่งข่าวค่ะ
วันนี้ครบ 30 วัน ผ่าตา
พรุ่งนี้..มีนัดfollow upการผ่าระบายร้ำในลูกตา
กับ ..หมอตาต้อหิน ชั้น 13



จะได้ล้างหน้าล้างตา
นักษาสิวซะทีค่ะพี่ไวน์


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 กันยายน 2564 เวลา:11:20:15 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์

ยังคิดว่า MZ เป็นรถคู่ใจพี่ไวน์ได้เลยนะคะ ไปไหนไปกัน
อ้าว! เครื่องดับซะแล้ว บรรยากาศวังเวงด้วย
แต่พี่ไวน์ก็แก้ไขกลับที่พักได้เรียบร้อย เยี่ยมมากๆค่ะ

ลุงดำน้ำหยดคิดวิธีการที่ช่วยให้ปริมาณน้ำที่ดูจะไม่พอกลับเพียงพอต่อการเกษตรได้
สิ่งที่คิดมีประโยชน์ต่อคนจำนวนมาก น่าชื่นชมนะคะ

ขอบคุณพี่ไวน์ที่แบ่งปันประสบการณ์ค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 30 กันยายน 2564 เวลา:8:58:04 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 30 กันยายน 2564 เวลา:9:54:35 น.  

 
สวัสดีค่า คุณไวน์
อ่านแล้วเหนื่อยแทนเลยอะ สมัยก่อนทำไมสมบุกสมบันขนาดแบบนี้ต้องเรียกว่ารุ่นบุกเบิกมั้ยคะ
เห็นถนนแล้วแบบกว่าจะไปกว่าจะกลับ ผมคงไม่ต้องทาเยลแล้ว ตั้งเพราะฝุ่นโดยอัตโนมัติ 55
เมืองจันทร์ฝนเยอะเหมือนระนองเลยนะคะ ฝนแปดแดดสี่ สงสัยพ่อๆ กันแน่ เคยไประนองแล้ว จันทบุรีไม่เคย เสียดายจัง น่าไปเที่ยวหลายที่เลยค่ะ
นายายอามนี่แบบเคยได้ยินครั้งแรกในรายการอะไรสักอย่างที่หมอลักษณ์ขอบบอกว่าให้ไปไหว้วัดนายายอามประมาณนี้ค่ะ อิอิ
ขี่มอไซค์คนเดียวไปติดๆ ดับๆ แถวในรูปมืดๆ นั่น หวาดเสียวจัง แล้วกลับบ้านยังจุดตะเกียงอีก งือออ เหมาะเอาไปทำนิยายแนวขนหัวลุกมากค่ะ 55
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าสนุกๆ ค่า


โดย: lovereason วันที่: 30 กันยายน 2564 เวลา:22:31:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.