Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 ธันวาคม 2564
 
All Blogs
 
No. 1044 รู้ว่าเสี่ยง แต่ต้องขอลอง (ตะพาบ)

No.  1044  รู้ว่าเสี่ยง แต่ต้องขอลอง... (ตะพาบ)




ชายทะเลปัตตานี

 
แรก ๆ ที่ทำงานไม่ค่อยรู้อะไรเสี่ยงหรือไม่เสี่ยง มีงานก็ทำไปมีอยู่ระยะหนึ่งได้ทำงานอยู่แถวถนนเพลินจิต
(อีกแหละ) นายใหญ่ให้งานทำแล้วเกิดเข้าตาดีมั้ง ให้เขยิบ ๆ ขึ้น พวกดูแลกำกับงาน จัดส่ง พนง.ตรวจสอบไปสาขาทั่วประเทศ
รายงานการตรวจสอบพบทุจริต ก็ต้องติดตามเงินให้กลับคืนสู่บริษัท ถ้ารายไหนจะขาดอายุความอาญา
ก็ต้องส่งเอกสารให้ หน.แผนกกฏหมายจัดความร้องทุกข์ หรือฟ้องร้อง กม.เขาชอบฟ้องอาญาบอกว่า มีโอกาสได้เงินคืน
สูงกว่าคดีแพ่ง คนยักยอกกลัวการติดคุก... ถ้ากุมตัวได้นำเงินมาคืนเขาก็ ยอมความได้
 
ก็โอเค...คนทุจริตก็ถูกกำจัดออกนอกวงการไปถ้า ให้ทำงานมีแต่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงบริษัท
มีหลายคดี หน.กฏหมายขอให้ผมขึ้นศาลไปเป็นพะยานฝ่ายโจทย์ต้องเบิกความหากคนทุจริตเขาต่อสู้ ผมก็ต้อง
เจอฝ่ายจำเลยที่เคยเห็นหน้ารู้จักกันดี.. ผมมักจะบอกเขา ให้ยอมความเอาเงินคืนดีกว่านะหลักฐานแน่นมาก
  บางคนก็เข้าใจยอมความในห้องพิจารณา  แต่ก็บางคนไม่ยอมต่อสู้ต้องติดคุก  โกรธผมกับลูกน้องบริษัทตามไปทวงเงิน
ผู้ค้ำประกันด้วย

บางครั้งผมต้องเดินทางไป ต่างจังหวัดไปขึ้นศาลกับ หน.แผนกกฏหมายของบริษัทเช่นที่ นครพนม  อีกสองวันไปที่ชัยภูมิ
คดีส่วนใหญ่บริษัทชนะ เพราะ พนง.ตรวจสอบของผม มีทั้งหลักฐานการเงิน  ถ้อยคำยืนยันผู้จ่ายเงิน
บางราย คนยักยอกเงินบริษัท เซ็นรับสภาพหนี้เป็นหนังสือ


 
มีอยู่คดีหนึ่ง ผมเดินทางไปกับ หน.แผนกกฏหมายไปศาลที่ยังไม่เคยไป ไม่คุ้นเลยขอตัวไป ห้องน้ำหาไม่เจอเลยเดิน
ขึ้นชั้น 3 เข้าห้องสองสามห้องผ่าน ๆ ไปพอเสร็จธุระก็ ออกทางเดินนอกระเบียงเห็น ทนายความกับลูกความ
หลายคนนั่งอยู่ดู ๆ แล้วคงจะซักซ้อมความเข้าใจการให้ปากคำมั้ง ผมแต่งตัวเชิร์ตแขนยาว ผูกเน็คไทด์สีเข้มแค่นั้นเอง
 
ผมก็เดินเฉย ๆ  ทนายความเห็นผมเดินออกมา ก็รีบลุกขึ้นโค้งคำนับ ผมก็งง ดิ.. ชาวบ้านที่นั่งก็ยกมือไว้ตาม ผมเลย
ก้มหัวน้อมรับ อ้าวทนายความอีก  4  คนที่นั่งรอเรียงรายเห็นเพื่อนทนายลุกพรึบพับโค้งคำนับกันทุกคน
ตอนนั้นผมเริ่มรู้อะไรแล้ว ตีหน่าเนียนก้มหัวรับความเคารพนิด ๆ
พอจะเดินลงชั้นล่างเห็น หน.แผนกกฏหมายเดินสวนมา คงเห็นกิริยาคนอื่นกับผม เลยหันหลังพาผมลงไปชั้นล่าง อมยิ้ม
  หัวเราะหุ หุ  พูดเปรย ๆ วันนี้เป็นวันดีแน่เลยคุณไวน์
 
พอได้เวลา หน.แผนกกฏหมายก็เข้าห้องพิจารณาคดีหมายเลย......  ส่วนผมนั่งรอข้างนอกห้องเกือบครี่ง ชม..พี่ หน.กม
ก็ออกมาเรียกให้ขึ้นปากคำ
(ถ้าพะยานโจทย์เข้าไปฟังคนอื่นเบิกความ พอตัวเองขึ้นให้ปากคำทนายอีกฝ่ายจะขอให้ตัดออกจากพะยาน แพ้คดีได้)
 
ทนายความจำเลยใส่เสื้อครุยเรียบกรีบ ท่าทางเกร็ง คงเป็นทนายความใหม่  ส่วน พี่ทนาย หน.แผนกกฏหมายใส่ครุยยับ
เยินเก่ามาก ๆ แสดงว่า เก๋า  555
เวลาขึ้นให้การ คงเล่าละเอียดไม่เหมาะ...  ทนายจำเลยเขาซักถามผมพร้อม ๆ กันหลายอย่างเป็นคำถามที่ยาวมาก
ผมก็ งง..ดิ เลยขอโทษไม่เข้าใจคำถาม ช่วยถามใหม่สั้น ๆ หน่อยครับ (คนทั่วไปเขาจะไม่ถาม)
 
ท่านข้างบน มองลอดแว่นลงมาเห็นแววตา ยิ้ม ๆ
 
ส่วนทนายจำเลย สะบัดมือกับเอกสาร หงุดหงิดคุมอารมณ์ไม่อยู่.. ดูจะโกรธผมตอนนั้นไม่รู้ว่าเสี่ยงหรือเปล่าเมื่อเขาถาม
ผมก็ตอบสั้น ๆ  
ส่วนใหญ่ผม ไม่ทราบครับ.. อยู่หลายครั้ง พี่แกก็บ่นว่าทำไม ตอบไม่ทราบ ๆ ไม่รู้อะไรบ้างเหรอเป็น หัวหน้าแผนกด้วย
ผมไม่ทราบจริง ๆ  เรื่องที่ถามน่าจะเป็นเรื่องตัวเลขบัญชี คนละแผนกที่ผมทำเลยไม่ทราบ
สร้างความหงุดหงิดให้ทนายมาก(มั้ง) ที่ไม่อาจจะหาจุดอ่อนมาหักล้างได้....  จริงแล้ว พี่หน.แผนกกฏหมายเขาเตี้ยมผมไว้
แล้วว่าถ้าไม่เกี่ยวกับ ฝ่ายกำกับดูแลกิจการสาขาให้ตอบว่า "ไม่ทราบ"  ผมคนซื่ออยู่ในโอวาทด้วย
 
ผมคิดว่า ผมถามกลับหรือให้ทนายพูดถามให้ช้า  จนท.ศาลจะได้พิมพ์ทันและถูกต้อง (ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นมีบันทึกเทปหรือไม่)
 
งานข้างบนไม่อยากทำเลย คือยังมีความสงสาร คนที่เคยเห็นหน้าทำงานบริษัทเดียวกันต้องเป็นจำเลยแต่ต้องทำเพราะ
หน้าที่... บริษัทแห่งนี้ผมทำงานอยู่ 17  ปีบางเดือน

ผมไปทำงานแถวภาคใต้  หาดใหญ่ พัทลุง ปัตตานี นราธิวาส... ถ้าต้องไปปัตตานีผมมักจะเดินทางตอนเช้าจาก หาดใหญ่
ไปด้วยแท๊กซี่เดินทางเช้าหน่อย ไม่ใช่แท๊กซี่เหมาคันนะครับที่นั่นใช้รถเบนซ์เชียวนะ  555  คือนั่งปนไปกับคนอื่น
ส่วนใหญ่นั่งหลัง 4  คนด้านหน้าจะมี คนขับกับผู้โดยสารอีก 2 คน


 
ออกเดินทางเช้าหน่อย ถ้ารีบผมก็ซื้อที่นั่งคือ จ่ายแทนโชเฟอร์จะออกทันทีได้ที่นั่งหลวม ๆ หน่อยไปทำงานติดต่อเสร็จ
จะกลับไปนอนที่โรงแรมแหลมทองหาดใหญ่ ขาประจำ แต่จะไม่เดินทางกลับถ้าเกิน 4 โมงเย็นถนนน่ากลัวเปลี่ยว..
วันหนึ่งไปติดต่องาน ที่ยะลาเป็นเขตติดต่อกับปัตตานี ขากลับนั่งแท๊กซี่กลับปัตตานี เวลานั้นบ่ายสองโมง
แท๊กซี่ขับผ่านถนนลาดยางสองข้างทางเป็นป่ายาง สลับปาล์มน้ำมัน เขียวสวยดี



 
โชเฟอร์แท๊กซี่ชะลอรถค่อย ๆ แล่นไปจอดที่ด่านเล็ก ๆ  มีคนยืนถือปืน หลายคนแต่งตัวสีเขียวโบกมือให้หยุด
ผู้โดยสารคนนั่งข้างซ้ายผมนั่งเกร็งตัวเพราะเห็นกำมือขวาแน่น
โชเฟอร์เปิดกระจกคุย กับคนกลุ่มนั้นเรียบ ๆ  ไม่ยิ้มเลย พวกเขาเคาะกระจกด้านผม ๆ ก็เปิดลง ผมยิ้มให้.. เขาถามสำเนียง
แปลก ๆ ผมก็ตอบว่า มาจากกรุงเทพทำงานบริษัท.... มายะลาจะกลับตานีครับ
เขาถามว่านำอะไรมาหรือเปล่า


 
ผมส่ายหน้ายกกระเป๋าเจมส์บอนด์จะเปิดให้ดู น้องทหารเขาโบกมือไม่ต้องแล้ว โบกมือให้รถแท๊กซี่เราไปได้
รู้สึกโล่งอก ที่เขาไม่ตรวจค้นตัวก็ผมเหน็บปืนเล็กแมกกาซีน .22 ไว้เอวด้านหลัง ถ้าเขาเจอยุ่งแน่ แม้ผมมีใบอนุญาตพาปืน


 
ทั่วราชอาณาจักรถูกต้องนะครับ แต่เขาห้ามติดตัวในหมู่บ้าน  มีถนนไหนไม่อยู่ในหมู่บ้านบ้าง หุ หุ
 
พอรถเคลื่อนออกตัวช้า ๆ  ผู้โดยสารที่นั่งข้างหลังกับผมค่อย ๆ ทรุดตัวลงให้ หัวสูงเสมอเบาะหลัง
พอรถแล่นไปได้ กิโลกว่าเขาถามผมว่า รู้เปล่าด่านอะไร
ไม่รู้ครับ  ด่านทหารนาวิกใช่เปล่า  (ผมเข้าใจว่าภาคใต้ตอนนั้น ทหารเรือนาวิกเข้าพื้นที่แทนทหารบก)
ไมใช่หรอก พวกในป่านะ
อ้าวเกือบซวย แล้วทำไมต้องทรุดตัวลง เขาจะยิงปืนมาเหรอ
 ผมแอบเห็นเขาวาดปืนตามมา หลบลงให้หัวกระสุนถูกเบาะดีกว่า  555
 
ส่วนผมดีใจที่ เขาไม่ได้ค้นตัว ถ้าค้นตัวเจอปืนผม เขาคงจะยึดไปแน่เลย
 
ได้ฟังว่าพวกในป่าบนเขา เส้นผมตั้งชันเหงื่อซึมตัวออกมาเลย  ส่วนพี่โชเฟอร์หัวเราะหึ หึ.. เหยียบคันเร่ง 100 กว่า
ตกลงคืนนั้นผมไม่กลับหาดใหญ่ นอนค้างโรงแรมที่ปัตตานีแทน  เสียว..ครับ
 
เนื้อเรื่องไม่ตรงกันนะครับ "รู้ว่าเสี่ยง"  แต่ผมไม่รู้ว่าเสี่ยง ทำไปตามหน้าที่บางจังหวัดไปเพราะอยากเที่ยวเช่น อ.หาดใหญ่
นราธิวาส  สตูลเห็นว่ามีเกาะสวย ตะรุเตา น้ำตก หุ หุ
ที่หาดใหญ่มีอาหารอร่อยเยอะไปหมด  เช่นก๊วยเตี๋ยวลาดหน้าเส้นเส้น หมูหมักใส่ ก้านคะน้าปอกเปลือกกรอบหวานนิด ๆ
หร่อยจังฮู้   ขากลับซื้อขนมแห้ง ๆ ของจีน มาเลย์มาฝากลูกสาวลูกชาย
เมื่อไม่กี่ปัมานี้ลูกสาวทำงานแล้ว  บอกว่า พ่อ.. เมื่อก่อนหนูเบื่อขนมที่พ่อซื้อจากหาดใหญ่มาก
ขนมไรเหรอ
ก็พวกกิมจ๊อ บ๊วยบดแห้งทำเป็นแท่งแล้วหั่นเป็นแผ่นบาง ห่อใส่กระดาษเท่านิ้วมือไงพ่อ


 
ผมเลยหัวเราะ ขอโต๊ด ๆ    พ่อไม่รู้จริง ๆ ซื้อมาทีไรก็หมดทุกที    ส่วนแม่เด็กเขาชอบของฝากเพราะส่วนใหญ่ผมจะ
ซื้อสะตอข้าวพวงใหญ่มา ตัดที่ห้องโรงแรมตัดขั้วทิ้งวางเรียงใส่ กล่องกระดาษอัดจนเต็ม



บางทีก็มีแอปเปิ้ลเขียวแดง ลูกไหนสีดำ ๆ หวาน
  ส่วนลูกชายผมมักจะพาเดินทางไปด้วยถ้าปิดเทอม เขาจะชอบซื้อหนังสืออ่านมากกว่า
 
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ 
st ผู้เข้าชม  2,089,291.
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
Diarist



Create Date : 03 ธันวาคม 2564
Last Update : 3 ธันวาคม 2564 5:29:56 น. 25 comments
Counter : 555 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณอุ้มสี, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณทนายอ้วน, คุณกิ่งฟ้า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณtuk-tuk@korat, คุณ**mp5**, คุณmultiple, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtoor36, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnewyorknurse, คุณคนเคยผ่านมหาสมุทร, คุณThe Kop Civil, คุณlovereason, คุณKavanich96


 
มาเจิมดูว่า
พี่ไวน์เสี่ยงอะไรเหรอ


โดย: อุ้มสี วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:5:43:24 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์

พี่ไวน์มาดให้ด้วย
ผมว่าทนาย 4 คนนั้นคงนึกว่าพี่เป็นผู้พิพากษาแน่ๆครับ 555

การเดินทางในภาคใต้ยุคนั้นน่าจะเสี่ยงมากๆเลย
อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:6:29:22 น.  

 
คิดถึงขนมกิมจ๊อครับ อิอิอิ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:7:48:55 น.  

 
อ้อชอบนะคะ..ขนมแดงๆรสเหมือยบ๋วยแผ่น
ละเลียดกินทีละแผ่น
อมๆๆให้ละลายในปาก..

นั่งรสข้าม 4 จว.ชายแดนภาคใต้ต้องระวังตัวเช่นนั้น

หน่วยงานของกรมประชาฯ ดั่งเดิมจะเป็นสีส้ม
เวลาไปไหนค่อยสะดวกหน่อย
เพราะ..เป็นที่รู้กันว่าช่วยเหลือ ปชช.

อน่างไรก็ตาม..หลัง 15.00 น ก็
พยายามอยู่ ณ ที่ตั้งค่ะ

safety first.


เรื่องสายตา..พอพบหมอ 2 วันติด
อ้อก็ลอยตัว..นัดถัดไป เป็น 2 และ 8 กุมภา 2565..
ยาวไปค่ะพี่ไวน์


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:8:35:37 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์
พี่ชวนอ่านขนหัวลุกแต่เช้าเลยค่ะ พอรู้ว่ามีใบอนุญาตพกปืนอีก
ก็ไม่ธรรมดาซะแล้ว (อตร) 5555 นี่ถ้าพี่เป็นนักแสดงภาพยนต์ คงจะได้
ตุ๊กตาทองหลายตัวแน่ๆเลยค่ะแต่หุ่นพี่น่าจะเป็นพระเอกเรื่องเจมส์บอนด์007ค่ะ(หุ่นเหมาะค่ะ) ในอดีตเคยลุยงานภาคใต้เสี่ยงมากนะคะ
ใจถึงมากค่ะ (รอดมาได้ยังไงหลวงพี่) 555 เรื่องเล่างวดหน้าถ้ามีเด็ดๆ
กว่านี้ผมนู๋ คงจะร่วงหมดหัวแน่เลยค่ะ555 สวัสดีค่ะ


โดย: จินดา IP: 124.120.213.96 วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:9:46:26 น.  

 
โห พี่ไวน์เคยเจอโจรใต้ตัวเป็นๆ ด้วย
ถ้าเจอสมัยนี้สงสัยไม่รอดแน่ๆ



โดย: หอมกร วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:11:34:52 น.  

 
อยากไปปัตตานีเจ้า งามขนาด


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:13:14:55 น.  

 
ขอบคุณนะคะที่มาเล่าให้ฟัง ไม่เคยทราบเรื่องแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ


โดย: honeynut วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:14:03:15 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:14:07:36 น.  

 
โอ้ ขึ้นโรงขึ้นศาล คดีแบบนี้นี่ ยังไงก็เสี่ยง ยังไงก็เครียดนะครับ แต่ทำไงได้มันเป็นหน้าที่

แล้วก็เรื่องเทคนิคการให้การนี่ สำคัญมากต้องเตี๊ยมกันให้ดี เสื้อผ้าก็สำคัญ ครุยยับนี่แสดงว่า ว่าความมานาน
ต้องเรียกว่า เก๋าเกมส์กันเลยละ

นึกถึง อาจารย์ ของ อ.เต๊ะ นี่ แกเป็น รศ. แต่ชอบใส่เสื้อผ้ายับๆ สะพายยาม เดินมา พวก นศ.ใหม่ นึกว่าภารโรง555 ที่ไหนได้ พอเข้าห้องเรียน เจอภารโรงสอนเฉยเลยนะครับ 555

แล้วก็เดินทางไปภาคใต้นี่ น่ากลัว เป็น อ.เต๊ะ ก็ต้องพกปืนไปด้วยแน่ๆ ปลอดภัยไว้ก่อน หน้าสิ่วหน้าขวานยังอุ่นใจ
แล้วเบนซ์ เก่านี่ ถึก อึด ทน เหล็กหนา นั่งนิ่มสบาย
กว่า เบนซ์รุ่นใหม่ๆอีกนะครับ เป็นเล่นไป เหยียบ140-150 นี่ นิ่งกริ๊บเลยเชียวครับ

ส่วนขนมที่ว่า สมัยไปหาดใหญ่ชอบซื้อกินเหมือนกัน นี่ไม่ได้กินนานแล้ว คิดถึงเลยครับ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่แวะไปฟังเพลงเพลินๆ คลายเครียดกันนะครับคุณพี่





โดย: multiple วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:14:25:50 น.  

 
ไม่น่าเชื่อนะครับ
ว่าจะปล่อยคลิปนี้ให้หลุดออกมาได้
คือเชียร์ก็คงไม่มีใครว่า
แต่ถึงขนาดซ้อมนี่ก็เกินไปหน่อยครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:18:36:56 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์ เมื่อเช้ารีบมาโหวตให้ก่อนค่ะ ตอนนี้ว่างแล้วแวะมาคุยด้วยแล้วค่ะ

ขอบคุณมากนะคะที่ไปชิมไก่สับผัดพริกสด ต้องทานกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยค่ะ อิอิ

มาอ่านความเสี่ยงของพี่ไวน์ก็น่ากลัวเหมือนกันนะคะถึงขึ้นโรงขึ้นศาล เท่านี้ยังไม่พอไปเจอด่านตรวจที่ปัตตานีอีก เสี่ยงจริงๆด้วยค่ะ น่ากลัวจริงๆพี่ไวน์ไปซะหลายจังหวัดเลยนะคะ

ขนมกิมจ้อแผ่นบางๆชอบกินเหมือนกันค่ะ แต่สะตอไม่ชอบเลยค่ะ กลิ่นก็แรงมากกกก



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:19:54:59 น.  

 
เคยขึ้นศาลด้วยพี่ไวน์สุดยอดเลย

สะตอเวลาซื้อมาที่บ้านผมใช้วิธี แกะในวันก่อนกลับแล้วใส่กล่องครับ แกะเอาเนื้ออย่างเดียว มันเบาลงเยอะแล้วเอากลับได้เยอะมาก ส่วนที่จะเอาไปฝากเขาก็จะไม่แกะ

แอปเปิ้ลสมัยก่อนแพงนะ เมืองไทยปลูกไม่ได้ต้องนำเข้า แล้วทางใต้ก็นำเข้าของเถื่อนเยอะ น้ำมันเถื่อนก็เอาเข้า

ผมเคยได้ยินผู้ใหญ่เขาพูดกันว่าสมัยก่อนรถไฟมันสุดแค่หาดใหญ่เอง ต้องนั่งรถต่อไปเองถ้าจะไปปัตตานี ที่ปัตตานี (สมัยก่อน) 4 โมงก็เริ่มเงียบแล้ว แต่นั่นมันก็เรื่องเมื่อ 40-50 กว่าปีก่อนล่ะนะ สมัยนี้ไม่รู้เป็นไงบ้าง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2564 เวลา:22:34:46 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 ธันวาคม 2564 เวลา:6:12:43 น.  

 
บ้านงาม สบาย ๆ บ่ากว้างดีครับ - ขอบคุณเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 ธันวาคม 2564 เวลา:12:51:12 น.  

 
ลูกน้องผมเสนอให้เปิดร้าน
แต่ให้สลับกันมาทำงาน
เงินเดือนลดครึ่งก็ได้
ซึ่งผมคำนวนแล้ว
จำนวนแขกที่จะลงร้านได้
มีวันละไม่เกิน 10 จอด
ไม่เกิน 20 คน
เปิดมาค่าใช้จ่ายก็ท่วมหน้าท่วมหลัง
ไม่คุ้มครับพี่
เลยตัดสินใจปิดต่อไป

ทัวร์ไทยผมไม่ได้เล่นมานานมากครับพี่
ไปเซลล์แข่งกับร้านเดิมที่เขาถนัด
ก็สู้ไม่ได้แน่ๆ
ขนาดร้านที่รับคนไทย
ก็ยังไมเ่ปิดร้านเลยครับ
พอไม่ได้มากับทัวร์
ก็มีมีโปรแกรมชอปสันกำแพงครับ
เพราะร้านเส้นนี้
คือร้านที่รับทัวร์เป็นหลัก

ปล. นายกไม่พูดน่าจะดีที่สุด
วันนี้พูดเรื่องทางด่วน คนรวย คนจน
คนด่าทั้งเมืองครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 ธันวาคม 2564 เวลา:18:13:44 น.  

 
สวัสดีครับคุณไวน์

งานคุณไวน์เป็นงานขาลุยเลยนะครับนี่ ขึ้นเหนือล่องใต้ ลุยไปหลายจังหวัดเลย
ตอนอ่านมาถึงที่ผ่านด่านก็เสียววาบไปด้วยครับ เรื่องปืนเรื่องลูกกระสุนนี่น่ากลัว

ของฝาก บ๊วยแผ่นนั่นเด็กๆ ผมก็ชอบกินมากครับ มันเพลิน ซื้อมาแป๊บเดียวหมด ยังเคยนึกว่ามันเป็นมะม่วงมาบดๆ เลยครับ555
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ
สามัคคีชุมนุมมาคู่กัับวิชาลูกเสือเลย แต่เวอร์ชั่นต่างประเทศนี่เพิ่งเคยฟังนี่แหละ หนังก็ยังไม่เคยดู ^^
แต่เคยเช่าวีซีดีเรื่อง gone with the wind ที่วิเวียน ลี แสดงมาดู ชอบนะครับเรื่องนี้


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 4 ธันวาคม 2564 เวลา:20:12:00 น.  

 

คุณไวน์ทำงาน เสี่ยงหลายๆอย่างเลย
ต้องไปเป็นพยายานฟ้องด้วย เผลอๆโดน
ทำร้ายด้วย อันตรายเหมือนกันนะคะ



โดย: newyorknurse วันที่: 5 ธันวาคม 2564 เวลา:2:42:39 น.  

 
ได้เรียนรู้หลายเรื่องเลยครับ


โดย: คนเคยผ่านมหาสมุทร วันที่: 5 ธันวาคม 2564 เวลา:6:40:07 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 ธันวาคม 2564 เวลา:6:42:25 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์ ขอบคุณมากนะคะที่ไปทักทายให้กำลังใจงานตะพาบค่ะ

พิษโควิดร้ายแรงจริงๆค่ะตอนนี้กลายพันธ์ุมาใหม่อีกแล้วขออย่าให้เข้ามาเมืองไทยเลยแต่รัฐบาลเปิดประเทศจะต้านไหวมั๊ยเท่านั้น พันธุ์ใหม่นี้ยิ่งดุนะคะ
ขอให้พี่ไวน์และครอบครัวปลอดภัยจากโควิดค่ะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 5 ธันวาคม 2564 เวลา:8:27:29 น.  

 
เป็นจังหวัดที่ยังไม่เคยไปเลยครับ ไว้มีโอกาสอยากลองไปเที่ยวซักครั้ง

ขอบคุณที่แวะไปทักทายครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 5 ธันวาคม 2564 เวลา:10:48:36 น.  

 
ภาพแรกชายทะเลปัตตานีบรรยากาศดีมากเลยครับพี่ ผมเคยไปเส้นทางนั้นแถว อ.จะนะ แต่ไม่ได้แวะเข้าไปตัวจังหวัดปัตตานี ไปวัดช้างไห้อะครับ
เส้นทางในป่ายาง ตอนโดนโบกรถผมนี่ลุ้นตามเลยครับ
เห็นสะตอแล้วผมคิดถึงบ้านที่สุราษฏร์ฯ เลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 5 ธันวาคม 2564 เวลา:20:36:39 น.  

 
สวัสดีค่า คุณไวน์
บล็อกนี้เหมือนคุ้นเคยตรงหาดใหญ่ อิอิ
แต่ไม่ชินเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลเลยค่ะ นุ่นชอบดูซีรีส์เกี่ยวกับทนาย อัยการ ขึ้นโรงขึ้นศาลแต่ไม่คิดจะไปขึ้นเองหรอก ไม่สนุกแน่ๆ
คุณไวน์เก่งอะ ทำงานที่นี่ว่าเสี่ยงมากนะคะ เป็นฝ่ายตรวจสอบเหมือนเป็นหนังหน้าไฟ เกิดอะไรเราก็นำหน้า แถมสร้างศัตรูไปอีกเนอะ เค้าจะแบบไม่เคืองเจ้าของเท่ากับคนตรวจสอบเจอพวกทุจริตหรอก ไม่รู้เป็นแบบนี้ทุกที่มั้ย แต่เห็นแบบนี้บ่อยก็น่ากลัวอยู่นะคะ นี่แบบออกตจว.ไกลๆ ถึงขนาดต้องพกปืนด้วยอ่า หวาดเสียวเลย
ปัตตานีตอนนี้ถนน8เลน สะดวกสบายค่ะ เดือนที่แล้วนุ่นไป มอ.ปัตตานีครั้งแรกในรอบสิบปี ตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดบ่อยๆ ไม่เคยไปอีกเลย นี่จำเป็นต้องไปก็ต้องไปอ่า กลัวอยู่แต่ว่าเหมือนพอโควิดมาเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบจะซาไปค่ะ
ทะเลปัตตานี นุ่นชอบหาดแฆแฆ สวยดี เคยไปบ้านมัสยาของจริงด้วย ยังคิดว่าถ้าอะไรยังดีๆ อยู่ ปัตตานี ยะลาน่าเที่ยวมากค่ะ
ส่วนหาดใหญ่ตอนนี้ งือออ เหมือนเมืองโบราณ เอ๊ย เหมือนเมืองซอมบี้ค่ะ ค่ำๆ เงียบหมดแล้ว คนไม่ค่อยออกบ้านกัน ไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาด้วย โรงแรมแหลมทองก็น่าจะปิดอยู่ ส่วนราดหน้าหมูหมักก็เหมือนปิดตัวไปนานเหมือนกันค่ะ
เห็นว่า 16 นี้จะเปิดให้มาเลย์เข้า แล้วแบบมาเลย์เพิ่งเจอโอไมครอนคนแรก โอ๊ย ใจไม่ดีแล้วค่ะ กลัวเศรษฐกิจหนักกว่าเดิม

เรื่องคุณภพนุ่นก็เขียนๆ ลบๆ นานเลย เกือบสามปีกว่าจะจบค่ะ ช้ามากๆ แต่พอจบแล้วเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย สบายละ อิอิ

ขอบคุณคุณไวน์มากๆ ค่า


โดย: lovereason วันที่: 5 ธันวาคม 2564 เวลา:22:38:10 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 6 ธันวาคม 2564 เวลา:3:39:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.