Group Blog
 
<<
มกราคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
29 มกราคม 2564
 
All Blogs
 
No. 956 ถ้าหนึ่งวันมี 38 ช.ม...? (ตะพาบ)

No.  956   ถ้าหนึ่งวันมี 38 ช.ม...? (ตะพาบ)



 
หัวข้อยาวที่สุดของตะพาบ  ตอบโดยไม่ต้องคิด ตายซิครับไม่ได้พัก มัวแต่เขี่ยมือถือ  555
คิดเล่น ๆ นะครับ
ที่ผ่านมาก็หลายปีแล้ว เคยคิดนะครับว่า อยากให้วัน ๆ  มีเวลาหลายชั่วโมง มีอยู่สองช่วงของชีวิต ขอเล่าช่วงแรกก่อน
ประมาณปี 2520  -  2530 ทำงานประจำที่บริษัทแห่งหนึ่งมีพนักงานในสังกัดหลายสิบคน
เป็นงานที่สบาย มีพนง.ทำงาน เราเป็นคอยกำกับดูแลหรือตัดสินใจบางอย่าง
มีรายได้ประจำสบาย ๆ  ไม่เดือดร้อน แต่ใจก็ยังอยากจะชำระหนี้สินที่กู้มา สร้างบ้านที่ กท. ให้เร็วขึ้น
 
วันหนึ่งเพื่อนชวนขายสินค้าเงินผ่อน แรกๆ ก็ไม่สนใจ แต่ก็ลงทุนไปนิดหน่อยเพียง 3  วันเงินที่ลงทุนไม่พอ
เพราะลูกค้าเพิ่มขึ้น เลยต้องนำสร้อยคอทองคำที่มีไป ขายมาหมุนเวียน ทำได้ปีกว่าเพื่อนขอหยุดเขาไม่มีเวลา
 
แต่ด้วยหน้าที่ตำแหน่งลงขายด้วยตนเองไม่เหมาะ เลยชักชวนคนมาช่วยขาย
แบ่งเปอร์เซ็นให้ ในกรุงเทพคนขายกว่า 10  คน.. แล้วขยายไปหน่วยงานราชการเช่น กรมชลประทานสามเสน
กรมทางหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางกรวย กระทรวงศึกษา กระทรวงคมนาคม
 
ธนาคารแถวบางแค  แล้วเพิ่มคนขายตามต่างจังหวัดในภาคเหนือหลายจังหวัด ที่ขายดีมาก เพชรบูรณ์ หนองไผ่ พิษณุโลกแล้ว
ก็ขยายไปภาคอีสาณ  ภาคใต้หาดใหญ่ นราธิวาส สุราษฏธานี นครศรีธรรมราช
 
คนขายเป็นลูกน้องตามต่างจังหวัดที่มีแวว เช่นเป็นคนซื้อของเก่ง(อยู่แล้ว) แต่งตัวดี พูดไม่มากแต่เป็นคน
มีน้ำใจผ่อนสั้นผ่อนยาวแต่สืบดูก่อนว่า ไม่เล่นหวยหรือการพนัน และแฮ่. ไม่เป็นเมียคนในเครื่องแบบเขาใช้เงินเก่งแต่ไม่
ค่อยจ่ายหนี้ตรงเวลา..  ความต้องการสินค้าเยอะเกือบทุกเย็นผมจะต้องไป เอาสินค้าที่บางลำภู  ที่โรงงานแถวบางโพ
ตลาดปีนังแถวคลองเตย พาหุรัด กับที่ตลาดผ้ากลาง เมืองชลบุรี
 

เลิกงานประจำจะรีบขับรถไปบางลำภู ไปสั่งสินค้าแต่ละร้าน เหนื่อยมากหิวก็นั่งกินอาหารที่เจ้าของร้านสั่งมาให้กิน
ร้านที่คุ้นเคยกัน รู้ว่าผมเหนื่อยหมดแรงนั่งเก้าอี้ เขาจะให้ลูกน้องนำผ้ามาให้ดูเนื้อดูลาย แล้วชี้เอาว่า 1.75  เมตร 6 ชิ้น 3.5  เอา 3 
ชิ้น พอได้เวลาก่อนร้านปิดเดินกลับที่รถลูกน้องแต่ละร้านจะคว้าถุงผ้าเดินตามไปส่งที่จอดรถ
หน้าวัดบวร ผมเปิดรถรอไว้เขาจะนำผ้าใส่รถฉีกบิลส่งของให้ไว้จ่ายเงินงวดหน้า หรืออีกครึ่งเดือนหรือเดือน
ตามข้อตกลง ซึ่งผมไม่พลาดอยู่แล้วต้องรักษาเครดิต
 
กลับไปบ้านช่วยกันจัดทำราคาติดป้าย ระหว่างนั้นจะมี คนขายสองสามคน มาเลือกผ้าหรือเสื้อผ้าสำเร็จ
ก็ต้องจัดให้พวกเขาก่อน...  เสร็จแล้วก็ทำราคาติดแต่ละชิ้น แพคของใส่กล่องแยกแต่ละคน ตามต่างจังหวัดจ่าหน้า
แล้วก็เข้านอนดึกมากไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืน
 
บางเช้าจะรีบขนของขึ้นรถตอนตี 4  ขับไปส่งแถวบางแค หรือการไฟฟ้าบางกรวย หรือตามหน่วยงานราชการแล้วรีบบึ่ง
รถไปทำงานที่บริษัทมีสายบ้างแต่ไม่เป็นไร มี พนง.กับ หน.แผนกเขาทำอยู่แล้ว ได้สิทธิพิเศษไม่ต้องตอกบัตร 555
กลางวันก็นำกล่องสินค้าไปส่ง รถทัวร์ หรือไม่ก็ไปรษณีย์สาขาซอยนานา
 
วันเสาร์หรืออาทิตย์จะต้องขับรถไปตลาดผ้าวัดกลาง เมืองชล แวะส่งลูกสองคนที่บางแสนบ่าย ๆ ค่อยมารับ
พอเสร็จก็ขับรถกลับกรุงเทพ หิวก็กินอาหารในรถง่าย ๆ ใช้ปากงับ ๆ ดูดโอเลี้ยงล้างคอที่แขวนไว้ในรถ
เคยคิดว่า น่าจะมีเวลาเพิ่มมากกว่านี้นะ 555 เพราะนอนวันละไม่ถึง 5 ช.ม.
 
เหนื่อยแต่ได้เงินดีคนขายตามต่างจังหวัดจะส่งดร๊าฟหรือโอนเงินทางไปรษณีย์ให้ ในกรุงเทพส่งเป็นเงินสด
ถ้าเป็นแบงค์ยี่สิบบาทเขาจะ จัดเป็นแหนบ ก็ใช้เพียงนับแหนบกี่ร้อยกี่พันแล้วกวาดลงถุง ส่วนใบ 100 บาทต้องนับหน่อย
ปีพศ.2528  รัฐบาลมีธนบัตรใบละ 50  บาทกับ 500  บาททำให้นับง่ายขึ้น
 
เงินหมุนเวียนดีมาก แต่ร่างกายแย่ลงทุกวัน เลยตัดใจทุกวันเย็นวันศุกร์ไปสวนลุมพินี
เลิกงานจะไปจ๊อกกิ้ง 2 - 3  รอบ ๆ ละ 2.6 กม.ให้เหงื่อออกได้พูดคุยพบปะเพื่อน ๆ นักวิ่งทำให้ร่างกายแข็งแรงพอที่จะ
ทำงานประจำกับ งานขายของได้  ทำเป็นเวลา กว่า 10  ปี


 
จะมีท้อตอนปี 2526  น้ำท่วมกรุงเทพใช้รถยนต์ไม่ได้เลย 4 เดือน แต่ต่างจังหวัดขายสินค้าได้ดีผมเลยต้องไปบางลำพู กับโรงงาน
แถวบางโพด้วยรถเมล์ หิ้วถุงพลาสติกลาย ๆ ใส่ของขึ้นรถเมล์ บางจุดขึ้นรถทหารที่บริการในซอยอ่อนนุช


จะถึงบ้านต้องแบกถุงสินค้าใส่บ่าเดินท่องน้ำ 700  เมตรถึงบ้าน



พักหน่อยแล้วทำงานต่อแบบเดิม เช้ามาก็แบกของหรือ
มีรถซาเล้งติดเครื่องก็ขึ้นไป ขึ้นรถเมล์ต่อ  หนักสาหัสจริง ๆ  แต่ก็ งก แหละ 555
 
ปีพศ.2528 - 2529  การค้าเริ่มเปลี่ยนคนนิยมซื้อสินค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูป ตลาดชุดสำเร็จแถวประตูน้ำใบหยกเริ่มดัง
 
ผมเองก็เฝ้ามองดูอยากจะปรับตัว ขายสินค้าสำเร็จรูป..จากเดิมมีแค่ 20 %  แต่ต้องใช้เงินหมุนเวียนเยอะมาก อีกทั้ง
สินค้าเปลี่ยนรูปแบบเร็วมากแค่สองเดือนของจะกลายเป็น ตกรุ่นเปลี่ยนแนวอีกแล้ว คงสู้คนอื่นไม่ได้อีกอย่างบริษัทเปลี่ยน
ผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงมีแนวการทำงานที่ หลายคนยอมรับไม่ได้ ผมก็ดูแล้วไม่รุ่งแน่
เลยลาออกเพราะ มีความทุกข์ใจมากที่สุด
 
ลาออกกลับไป ตจว.คนเดียว ทำห้องให้คนเช่า ทั้งนักศึกษา คนทั่วไป  แต่ได้เงินน้อยมาก ทนอยู่นานเหมือนกัน เลย
ไปลงทุนทำไร่บนดอยที่เชียงราย ซื้อกระเทียมจากชาวไร่มาทำให้แห้ง และขาย ตามที่เคยเล่าให้ฟังมาหลายตอนมาก
ช่วงที่ทำหอพัก และทำไร่บนดอยขาดทุนมากมาย ต้องใช้เงินเก็บเกือบหมด เป็นระยะของชีวิตที่ตกต่ำที่สุด เรียกว่าสุด ๆ ก็ว่าได้
จะว่าท้อหรือไม่ ก็ยังนะครับต้องสู้ต่อ
 
หลังจากนั้นก็ถูกเรียกตัวไปทำงานที่ กรุงเทพ อีกหลายแห่งทั้งบริษัท โรงงาน 3  แห่งก็ทำกันไป (แต่ทำทีละแห่งนะครับ)  เป็นงาน
หนักชนิด วางรูปงานภายใน ภาษีเป็นหลัก
ที่เขาเรียกตัวไปทำงานให้ บางแห่งไปประจำ บางแห่งเป็นฟรีแลนซ์  ต้องทำตารางไปทำงานแต่ละบริษัทไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วัน
ว่าจะไปที่ใด วันไหน อยู่บ้านหรือที่ทำงานก็เข้า คอมพิวเตอร์บางรูปแบบงานแต่ละโรงงาน หรือแต่ละบริษัทแตกต่างกันไป
เช่น บริษัทนำเข้าทองแท่งจาก ตปท.  บริษัทนำเข้าเนื้อกวาง จาก ตปท.  บริษัทโมเดลลิ่งของชาวฝรั่ง
 
โรงงานผลิตรองเท้า บริษัทก่อสร้าง  บริษั่ทจัดสรรที่ดินแถวปทุมธานี ส่วนข้างล่างทำบ้านจัดสรร แถวหมูสี เขาใหญ่
บริษัทเขาขายดีแต่ เราเหนื่อยมากเขาเลยให้ไปพักผ่อนที่บ้านโครงการ

ในภาพจะมีเพื่อนรุ่นน้อง ที่คอยช่วยเหลือผมด้านคอมพิวเตอร์ให้ใช้ โลตัสก่อนเป็น เอกเซล อ.เกรียงศักดิ์ปัจจุบันเป็น โปรแกรมเมอร์โรงพยาบาลแถวแปดริ้วเขาเขียนระบบงานคอมพิวเตร์ตั้งแต่เวชระเบียน หมอสั่งยา เภสัชจัดยา พิมพ์สติคเกอร์ ตัดสต๊อคยา กับอย่างอื่น.รวมทั้ง พิมพ์ใบนัดคนไข้ครั้งต่อไป. อ.เกรียงศักดิ์หรือเล็กคนนี้เขียนระบบนี้ใช้
กับหลายโรงพยาบาลและสถาบันดัง ๆ มาก  เล็กคนนี้ตัวเล็ก ๆ ใส่เสื้อขาวแขนสั้นยืนติดกับหญิงเสื้อฟ้าลายทางขาว
ภาพนี้ประมาณปี 2534



ต่อมารับทำงานกับบริษัท สนง.กฏหมายที่สีลมอีกผมดูแลกิจการบัญชีที่เขารับทำบัญชีมี พนง.ดู/ทำ
ส่วนลูกค้าบัญชีที่ผมทำอยู่ก่อนแล้วเป็นรายได้หลักก็ต้อง

 
รับลูกน้องเพิ่มให้นั่งทำงานที่บ้าน ทำเป็นออฟฟิศ  ส่วนตัวเองก็ไปตามบริษัทต่าง ๆ จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบ
การทำงานเป็นสำนักงานบัญชี ควบคู่กับงานประจำ
การทำงานที่ได้เงินมาใช้จ่าย ซื้อสินทรัพย์มีเงินเลี้ยงลูกน้อง ทำให้มีกำลังใจเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ที่ผมขาดไม่ได้และถือเป็น
สิ่งสำคัญคือ  การออกกำลังกายเล่นกีฬา ควบคู่กับการทำงานตลอดมา
ไม่งั้นตายแน่ ๆ ครับ
ปัจจุบันเจอปัญหา โควิดรุ่นแรก ถูกบริษัทลดเงินเดือน 40 %  เหมือน ๆ เพื่อนที่ถูกลดเงินเดือน ธันวาคมที่ผ่านมาบริษัทเขาปรับเข้า
เท่าเดิมแล้วทำงานเท่าที่มีนิดหน่อย ทำงานเพื่อสังคมบ้างกินน้อยเที่ยวให้น้อย
ซื้อให้น้อยลงพวกบุปเฟต์หัวละ 599  บาท 699  บาทเมินเสียเถอะไม่ได้ตังค์หรอก 
แล้วต่ำกว่านั้นละ  ก็ไม่เอาครับ 299 บาท ไปซื้ออาหารสดมาทำทานที่บ้าน ชวนเพื่อนมากินได้สองสามคนถูกเงินเยอะ 555
ส่วนเวลาขอแค่ 24  ชม.ก็พอไม่เอาหรอก 38  ชั่วโมงหนักเกินไป
 
ขอบคุณเพื่อนที่ให้ใช้ภาพประกอบ
L
st. 1,805,410
=
ขอบคุณเพื่อนที่แวะมาเยือน กรุณาทิ้งร่องรอยไว้นิด ผมจะได้กลับไปเยือนได้ถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 29 มกราคม 2564
Last Update : 30 มกราคม 2564 15:13:25 น. 32 comments
Counter : 499 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเริงฤดีนะ, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณ**mp5**, คุณตะลีกีปัส, คุณTui Laksi, คุณThe Kop Civil, คุณทนายอ้วน, คุณtoor36, คุณnonnoiGiwGiw, คุณzungzaa, คุณkatoy, คุณhaiku, คุณกะว่าก๋า, คุณ9A, คุณชีริว, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtuk-tuk@korat, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณธนูคือลุงแอ็ด, คุณเซียน_กีตาร์, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณRananrin, คุณnewyorknurse


 
ดีครับ..ได้ เห็นบรรยาเก่าๆ


โดย: สมยศ แก้วภูทอง IP: 124.122.35.153 วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:5:50:11 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์

อ่านบล็อกพี่ไวน์
จะเห็นว่าชีวิตต้องสู้
และการทำการค้ามีการพลิกผันตลอดเวลา
งานหนักก็ต้องเหนื่อยจริงๆ
เป็นิส่งที่ต้องแลกกัน
ไม่มีอะไรง่ายๆเลยนะครับพี่




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:5:56:52 น.  

 
สวัสดีคะคุณพี่ไวน์...

ชีวิตคือการต่อสู้จริงๆคะ...

ผ่านไปแล้วนะคะ...

ตอนนี้มีแต่ความสุขกับเสียงเพลง...อิอิ

เหมือนอ้อมแอ้ม..



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:6:41:55 น.  

 
ฟังพี่ไวน์เล่าแล้วเหนื่อยใจแทนจริงๆ
แต่มันผ่านมาแล้วก็ผ่านไปจ้า
เหมือนการวิ่งของพี่ไวน์ไง เดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินว่าวิ่งเลย
เห็นเล่าแต่เรื่องปั่นจักรยาน



โดย: หอมกร วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:7:22:23 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 



ชอบภาพแรกครับ (กีตาร์สวย)


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:8:17:22 น.  

 
ถ้าผมจำไม่ผิดคุณเสฐียรพงษ์ นั้นเป็นนาคหลวงด้วย
เพราะสอบได้เปรียญ 9 คนแรกๆในรัชสมัย ร. 9 ครับ
ถ้าท่านไม่สึกออกมา
น่าจะเป็นพระผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบันนี้เลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:8:50:45 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:9:50:43 น.  

 
สวัสดีครับพี่ไวน์
เห็นภาพ กทม น้ำท่วมแล้วปลงมากครับ ท่วมมาตั้งแต่ 2526
จน 2563 ยังขับรถลุกน้ำไป สวดมนต์ภาวนาห้ามญาติเข้าห้องเครื่องไป
ผมทันน้ำท่วมแค่ปี 54ครับ จริงๆปี 38 ก็ทันแหละ แต่ไม่รู้เรื่อง 55555

จากบล๊อก
รีวิวไข่ เขินมากครับ จะแคปไปใช้เวลาขายรอบต่อ ๆ ไปก็เขิน... อย่าดีกว่า 5555
ช่วงนี้มี PM 2.5 ออกกำลังกายกลางแจ้งไม่ได้เลยครับ เหงาๆ ไปเหมือนกัน


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:10:19:26 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

คุณไวน์ขยันจริงๆค่ะ
และขวนขวายหาเงินหาทองเก่ง
คล่องแคล่วและหลักแหลมในการทำธุรกิจดีจัง

จากภาพรูปร่างไม่ค่อยเปลี่ยนเลยนะคะ
ดีมากๆค่ะ

กรรมกรได้เงินเท่าเดิม แต่เวลายืดเป็น38ชม. น่าจะเกินกำลังค่ะ น้ำท่อมก็ช่วยไม่ไหวแน่ๆ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:10:21:05 น.  

 
โอ้โห...นามปากกานี้
ผมน่าจะยังไม่เคยอ่านครับพี่ไวน์
ตามงานท่านก็ตอนใช้ชื่อ เสฐียรพงษ์ วรรณปก แล้วครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:10:27:45 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไวน์ ประสบการณ์ชีวิตโชกโชน
น่าสนใจมากๆ ชีวิตต้องสู้ และสอนเราให้อดทน มีชีวิตดีได้ถึงทุกวันนี้
ชื่นชมประสบการณ์ทำงานของคุณไวน์เลยค่ะ และหาภาพประกอบมาเข้ากั๊นเข้ากัน
กับเรื่องเล่า...ปรบมือให้อีกด้วยค่ะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:10:28:20 น.  

 
สวัสดีครับพี่
ชีวิตต้องสู้ แต่ก็คุ้มค่าจริง ๆ ครับ เป็นประสพการณ์ให้คนรุ่นหลังด้วยครับ สุดยอดมากครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:08:25 น.  

 
ก่อนหน้าโควิทอยากให้วันนึงมี 48 ชม เลยครับ มีอะไรต้องทำเยอะมากๆ พอโควิทมาอยู่แต่บ้านอยากให้วันนึงเหลือ 12 ชั่วโมง ฮ่าๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:11:21 น.  

 
ประเทศกรุงเทพฯ น้ำก็ท่วมมาเรื่อยๆ 26 38 54 ต่อไปล่ะ 6X หรือปีไหนดี

ช่วงที่โกยเงินได้ก็ต้องพยายามให้เต็มที่ครับ เราไม่ได้มีเงินตกจากฟ้ามาให้ใช้นี่ ก็ต้องสู้ด้วยสองมือของเราเอง


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:27:11 น.  

 
โอ้โหอ่านบล็อกพี่ไวน์แล้วต้องสู้ ๆถึงจะชนะ 555
ขยันจริงๆค่ะ แต่ช่วงที่ขายผ้านี่เห็นภาพเลยนะคะทั้งสนุก ทั้งเหนื่อย ทั้งมีความสุขนะคะ


โดย: zungzaa วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:38:24 น.  

 
คนรุ่นพ่อ รุ่นแม่
บรรพบุรุษนี่ขวนขวายสร้างหลักปักฐานเพื่อลูกเพื่อหลาน

จึเป็นเรื่องจำเป็นต้องมีความกตัญญูรู้คุณ
คราบใดที่ยังมีเวลา
มีชีวิตอยู่..จะ24 หรือ 38 ชม./ วัน
ก็ตามแต่


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:13:12:52 น.  

 
ปัยหาและอุปสรรคในชีวิตของแต่ละคนล้วนแตกต่างจริงๆ ค่ะพี่ แต่ที่สำคุฯคือจิตใจที่ไม่ท้อถอย อ่านเรื่องราวของพี่แล้ว นับถือในการช่างคิดหางานอื่นๆ มาเสริม ดูแลลุกน้องอีกมากมายด้วย พี่เก่งจริงๆ ค่ะ


โดย: Maeboon IP: 188.40.113.83 วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:23:41:49 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:7:33:38 น.  

 
เราชินกับเวลา 24 ชั่วโมง
พี่ไวน์ผ่านร้อนหนาวมาหลายยุคสมัย เจอโควิด จิ๊บๆนะคะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:12:01:17 น.  

 
พี่ไวน์ขยันมาก อ่านแล้วอยากขยันตาม (แต่ก็อยากจะนอนก่อน)



Q : กลับมาแล้ว ดีใจครับ...
A : ขอบคุณครับ ผมก็ดีใจที่กลับมาได้ซะที หลังจากที่พยายามจะกลับมาอยู่หลายปี

Q : ผมชอบวิธีเล่าเรื่องใช้ บทสนทนาดำเนินเรื่องได้ดีด้วย
A : ขอบคุณครับ การเล่าเรื่องโดยใช้บทสนทนาดำเนินเรื่อง ผมคิดว่ามันง่ายดีครับ


โดย: 9A วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:14:15:26 น.  

 
พ่อแม่ผมทำงานการไฟฟ้าลบางกรวย ตลาดนัดที่นั่นใหญ่โตมโหฬารจริงๆครับ ของดีราคาถูกด้วยนะ
แบงค์ 50 กับ 500 เพิ่งมีปี 28 เหรอเนี่ย ตอนนั้นยังเด็กมากเลยไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นมันไม่มี
ส่วนแบงค์พันก็หลังจากนั้นไปอีก ตอนที่ค่าเงินลดลงไปเยอะแล้ว
น้ำท่วมปี 26 นี่ไม่ต้องพูดถึงเลยครับ เพิ่ง 2 ขวบ เกิดทันก็จำไม่ได้ แต่น่าจะเป็นท่วมใหญ่สุดแล้วมั้ง ยิ่งกว่าปี 54
โควิดลดเงินเดือน 40% นี่สาหัสมาก เอกชนรายย่อยอยู่ยาก ภาครัฐนี่ชิล~ เศรษฐกิจเป็นยังไงก็ต้องจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการเท่าเดิม


โดย: ชีริว วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:16:07:58 น.  

 
สวัสดี ค่ะ คุณไวน์

มาอ่านการต่อสู้ในการทำงานของคุณไวน์ จำได้ว่า
เคยเล่าถึงเรื่องการขายผ้าของคุณไวน์อยู่ครั้งหนึ่ง ชื่นชม
มาก เป็นนักสู้จริง ๆ ค่ะ คนเราขยัน มีความสามารถ ก็
ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้ ถึงจะล้มลุกคลุกคลาน
บ้างในบางช่วงของชีวิต มันก็เป็นธรรมดาของชีวิตคน
เรา น่ะนะ ทุกข์ สุข ของชีวิตเราต้องเจอแน่นอน แต่เจอ
แล้ว เราต้องไม่ท้ออย่างคุณไวน์นี่แหละ เป็นตัวอย่างที่
ต้องนำไปเยี่ยงอย่าง ค่ะ
การทำงานอย่างคุณไวน์สมัยก่อน คงต้องการ 38
ชั่วโมง แต่อย่างที่ครูว่า โอกาสมันเป็นไปไม่ได้ นอก
จากเป็นความฝัน จินตนาการอย่างที่ครูเขียนฝันไปน่ะค่ะ
อย่างไรก็ตาม สุขภาพดีต้องมาก่อน ค่ะ
โหวดหมวด บันทึกประสบการณ์ชีวิต


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:16:28:03 น.  

 
แม่นละเจ้า หนักล้ำเนาะเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:21:13:15 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่ไวน์..

วันนี้คล้ายวันเกิดพี่ศลิษา

น้องสาวของพี่ตุ๊กพี่ต้อยที่ไปร้องเพลง

เลยคิดถึงพี่ไวน์ขึ้นมาคะ..

แค่แวะมาทักทายกันรอบดึก



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:23:47:35 น.  

 
แม้จะผ่านความยากลำบากที่เรียกว่าสุดๆมาแล้วพี่ไวน์ก็สู้ต่อไม่เคยท้อนะคะ
โควิดทำให้วิถีชีิวิตเปลี่ยน หากเรามีสุขภาพแข็งแรงและอาศัยธรรมะประคองจิตใจ
เราคงผ่านสถานการณ์นี้กันไปได้นะคะพี่ไวน์
ขอบคุณประสบการณ์ที่พี่ไวน์แบ่งปันค่ะ

ปล. ต๋าแวดล้อมด้วยเพื่อนๆที่อู้กำเมืองกันตั้งแต่เด็กๆค่ะพี่ไวน์
พอเพื่อนคุยกับต๋าเค้าก็เปลี่ยนเป็นภาษากลางและในครอบครัวไม่มีใครพูดเหนือ
ต๋าเลยอู้บ่จ้างแต่ฟังออกค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:0:47:54 น.  

 
ชอบมากบรรยากาศน้ำท่วม
ที่บ้านสวนทุ่ง เมืองแม่กลองสมุทรสงคราม
แต่ครั้งอดีต....
แต่สำหรับบรรยากาศของเมืองกรุงเทพฯ
เมื่อน้ำท่วม....
เมื่อปี2520เป็นเรื่องทุลักทุเลที่สุด....


โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:6:29:08 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 




โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:8:52:26 น.  

 
มอร์นิ่งค่ะพี่ไวน์
เช้านี้อ้อปิดท้าย แก่ผู้สูงวัย
ด้วยเมนูโปรดของตัวเองเลยค่ะ
ยากจะคาดเดา
ต้อง..ตามไปดู !




โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:9:30:48 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ ..
ไม่เอาเหมือนกันค่ะ วันละ 38 ชม.
เห็นพี่ไวน์ทำงานแล้ว เทียบกับตัวเองแล้ว ยังกะมดเลย
แต่ไม่เทียบค่ะ ไม่เปรียบเทียบใคร ทุกวันนี้ สุขเท่าที่เป็นอยู่ ไม่เอาทุกข์มาใส่ใจ
ก็ดีถมไปแล้วค่ะ

เห็นภาพรถทหารขนคนหนีน้ำท่วม คิดถึงปีที่น้ำท่วมเมืองอุบลอย่างหนัก น้อง ๆ นศ ม.อุบลเล่าให้ฟัง ดูสนุกสนาน แต่เมื่อเทียบกับปีที่เพิ่งผ่านไป ก่อนโควิดมาเยือน น้ำท่วมเมืองอุบล มาพร้อมน้ำตา .. จากไป ก็พร้อมน้ำตา เช่นกัน ..



โดย: poongie วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:13:49:03 น.  

 

แวะมาอ่านต่อให้จบครับพี่ไวน์

สมัยหนึ่งผมเคยเป็นผู้ค้ารายย่อย ไปรับเสื้อกันหนาว จากสำเพ็ง เป็นร้านค้าของครอบครัว เพื่อนช่างฟอร์ด้วยกันแต่ครั้งยังอยู่ย่านสวนมะลิ ขายดีมากครับพี่


เมื่อย้อนกลับไปมองอดีต ของชีวิตที่ผ่านมา
ก็แปลกใจดี ทำใม?หนอ ชีวิตของเราจึงสนุกสนาน
เช่นนั้น

เมื่อรถบ้านใน"ฝัน"สำเร็จ ผมจะออกเดินทางท่องไป
อีกครั้ง แบบไปนอนดูย้อนอดีต ณ.ที่ขุนเขา,
แลป่ากว้าง, ละหรือกับสายน้ำแห่งท้องทะเล,
เพื่อมองดู"ใจ"ของตนเอง อีกสักครั้งครับ
พี่ไวน์......



โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:17:40:24 น.  

 
ตอนนี้เอกชนไม่สนใจรัฐบาลหรอกครับพี่ไวน์
รอแค่เปิดประเทศได้
นักท่องเที่ยวกลับมา
ถึงตอนนั้นใครยังไหว ใครยังรอด
ก็คงต้องกลับมาสู้ต่อแน่นอน

รัฐบาลไม่เคยช่วยเหลืออะไรพวกเราเลยครับ
ทั้งๆที่ทำเงินให้ประเทศปีละหลายหมื่นหลายแสนล้านบาท



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:19:20:40 น.  

 
สวัสดีตอนมืดๆครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 31 มกราคม 2564 เวลา:20:32:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.