Group Blog
 
<<
เมษายน 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
16 เมษายน 2564
 
All Blogs
 
No. 978 เรื่องเล่า จากชายทุ่ง @Pai

No.  978   เรื่องเล่า จากชายทุ่ง @  Pai
 
 นอกตัวเมือง อ.ปาย ปัจจุบันยังคงสวยมีน้ำไหลเคียงคู่ขนานไปกับถนน....ที่นี่เป็นเมืองเกิด แม้ครอบครัวจะย้ายไปอยู่เชียงใหม่
เราจะดีใจที่ได้กลับไปเยือนอำเภอบ้านเกิดเสมอ


 
อ.ปายเปลี่ยนแปลงเจริญช้ากว่าเชียงใหม่แต่ก็กลับดี เป็นเมืองที่ใคร ๆ ก็ยังอยากไปเยือน
 
 

ไปนอกตัวตลาดรู้สึกตื่นตาที่เห็นภูมิประเทศเขียว นาไร่ ยิ่งมาเห็นภาพยนต์ไทยที่สร้าง เรื่องราวที่เกิด ณ อ.ปาย
แต่งกายแบบคนไทยใหญ่อยากกลับไปเยือนอีกหลาย ๆ ครั้ง เพราะรอบนอกเมืองยังคงสภาพเดิมอยู่



ฤดูทำนาน้ำขังในนาข้าวเขียวสวย  เหนือต้นไม้เมฆลอย



 เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปอำเภอบ้านเกิดเห็นผู้คนบ้านเรือน วิถีชีวิตของผู้คนเลยซึมซับไว้อยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม


 
อำเภอปายจะว่าไกลก็ใช่ ถนนไปมีเลี้ยวเพียงเลี้ยวซ้ายและขวากับขึ้นเขาลงเขา 555


เป็นอำเภอเล็กก็จริง แต่จำได้ว่า มีสนามบินมาตั้งแต่ผมยังเด็ก คุณอาน้องสาวของพ่อทำงานที่นั่นด้วย
แต่น่าจะไม่ได้ทำงานดายหญ้าสนามบินนะครับ เห็นนำเอกสารมานั่งทำงานที่บ้านให้เห็นด้วย มีอยู่วันหนึ่งอานำแสตมป์เปื้อน
เป็นแผ่นแสตมป์ดวงเล็กพิมพ์ติดเป็นแผ่นโตขนาดกระดาษ A 5
มาทำความสะอาดใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแล้วบอกว่า จนท.ไปกู้เครื่องบินเล็กตกในป่าทึบมีคนตายด้วยเป็นเอกสารราชการต้อง
เก็บส่งคืนที่เหลือง ๆ บนแผ่นแสตมป์กับเอกสารอื่น งั้นก็ น้ำเหลืองคนตาย  มะอาวแล้วไปดีกว่า

////////

ไปปายครั้งนี้เราไปพักบ้านคนรู้จักของ น้าหยา ผจก.โรงหนังศรีวิศาลเชียงใหม่

 
สายวันนั้น ที่ปาย แสงแดดเริ่มทอแสง ผ่านหมอกหน้าบ้านน้าชาญชัยเป็นถนนดินแดงนาน ๆ จะมีคนเดินผ่าน
 เกวียนภาคเหนือ ค่อนข้างกว้างแล่นผ่านช้า ๆ ถนนกว่าสิบเมตรมีเศษฟางตก
ล้อเกวียนแล่นทับจนแบนแหลกปนกับดินสีแดงเสียงครกล้อเกวียน(รูตรงกลางล้อ) มีเพลาเหล็กสอดอยู่หลวม ๆ
 ดังโคลกคลั๊ก ยามขึ้นเนิน แล้วลงหลุมเล็ก ๆ
 
บ้านน้าชาญชัย เป็นบ้านชั้นเดียวทรงสูง ข้างล่าง ถ้าภาคเหนือเขาจะพูดว่าพื้นกระล่างก็เป็นใต้ถุนบ้านโล่งสูงขนาดเมตรครึ่ง
พอให้คนเดินลอดไปมาได้ แต่ถ้าคนสูงคงต้องก้มหัว

ไม้ฟืน ถูกตัดสับเป็นท่อน วางเรียงรายจากพื้นดินสูงถึงคานของบ้านค่อนข้างเยอะ ฟืนสำคัญมากสมัยนั้นใช้ก่อไฟหุงข้าว
ให้ความอบอุ่นร่างกาย ที่รอบกายจะหนาวเย็น ตลอดวัน
ลึกเข้าไป จะมีไม้ซ่าว หรือที่ภาคกลางเรียกว่า ไม้ราว เขาใช้ไม้ไผ่รวกที่เล็กข้างในตันสอดเข้าไปในต้นไผ่ซางที่เจาะ
เป็นรูสูงเสมอกัน จากเสาโน้นมาเสานี้


 
บนราวไม้ไผ่ กระเทียมแห้งแต่ยังไม่แห้งจัด ถูกพาดเรียงรายกันเต็มแต่ละชั้นที่นั่นเยอะจริง ๆ น้าเขาปลูกกับรับซื้อไว้ขาย
ดูพื้นที่น่าจะ กว้างขนาด 3 เมตรคูณ 6 เมตร
ใกล้กัน มีกองกระเทียมจัดเรียงเป็นวงกลม ตรงกลางกลวงหัวกระเทียมอยู่ข้างนอกข้างในเป็นต้นแห้งกระเทียม
น้าครับ ทำไมไม่พาดกระเทียมไว้ทั้งหมดครับ
คืองี้ กระเทียมที่เราถอนจากต้น มีความชื้นในห้ว ถ้ากองไว้เกิดความร้อนอบกระเทียมก็เน่าเสียได้เลยต้องพาดแขวนไว้เกือบ
เดือน มันแห้งพอดีเราก็ นำมาลงกองเป็นวงกลมกับพื้น
ให้มันอบตัวมันเองบ้าง น้ำหนักจะได้หายไม่เยอะ เวลาขายเราจะได้เงินเยอะขึ้นอีกอย่างเป็นการบ่มให้กลิ่นหอมแห้งพอดี
น้าเอาไปขายที่ไหนครับ
ใส่เกวียนไปเชียงใหม่ที่นั่นเขารับซื้อของ อ.ปายได้ราคาดี
อ้าว ที่เชียงใหม่ก็มีปลูกนี่น้า
 
ใช่ เขาปลูกเอาไว้หัวโต ๆ ไว้ดอง ของน้าเป็นกระเทียมหัวไม่โต



เขาเอาไว้เป็นหัวพันธ์นะเชียงใหม่เขาอัดปุ๋ยเยอะ
ทำพันธ์ไม่ได้หัวมันฝ่อชาวสวนเลยหาหัวพันธ์ที่ไม่อัดปุ๋ยมากไง
น้าดองกระเทียมไว้บ้างเปล่า
มีซิ โน่น ดองใส่ไหใหญ่ไว้ 2 ไห อยากจะทำอะไรกินละ
ผัดใส่ไข่ครับน้า
ได้เลย เอาไว้กินตอนค่ำนะ ใครจะไปเขา หะปลา(วิดน้ำหาปลา)กับน้าไหม
ไปครับ 555  พวกเราเด็กในเมืองเชียงใหม่ตอบพร้อมกัน
 เราเดินตัดทุ่งนาที่แห้งเหลือแต่ตอฟางข้าวมุ่งสู่ทิวไผ่ข้างหน้า แสงแดด
ค่อนข้างกล้า แต่ไม่ร้อนดงไผ่ข้างหน้ากว้างเป็นไผ่ป่ามีไม้ใหญ่แซมกอไผ่เล็ก ใหญ่ขึ้นห่าง ๆ กัน ลำห้วยคดเคี้ยวไปมา
 แต่แห้ง มีน้ำไม่มากนัก
น้าชาญชัยกับน้าหยายืนดูทำเลพักหนึ่ง
ชัย ผมว่ากั้นตรงโคกสูงแต่แคบตรงนั้น กับอีกที่โน่นใต้ต้นมะตัน(พุทรา)ดีกว่านะ
ฮา(กรู) ว่าดีเหมือนกันเนาะ มีหนุ่ม ๆ มา 3 คน วิดน้ำเยอะหน่อยเอางี้ เสรีกับนพไปกับน้าหยาไปกับวิชัยกั้นดินตรงนี้
มันแคบหน่อย ทำพร้อมกันนะ
คำว่า "ฮา" เป็นคำที่ไม่ค่อยสุภาพ ใช้เรียกกันในหมู่เพื่อนสนิทนะครับ
กั้นตรงนี้พร้อมกันแล้วค่อยไป กั้นตรงโน้นไม่ดีกว่าเหรอครับน้าชัย
ไม่ดีหรอกเราขุดดินดังตรงนี้ ปลาในห้วยตกใจว่ายหนีออกไปตรงโน้นจะเหลือปลาน้อยนะซิไปเริ่มทำกัน
ต่างฝ่ายต่างขุดดิน ลงปิดกั้นห้วยที่มีน้ำอยู่เกือบถึงเอว ขุดได้ไม่ถึงสิบนาทีเหงื่อซึมเลยถอดเสื้อพาดไปที่กิ่งไผ่ น้าชัยตัด
ไม้ไผ่ยาวเมตรกว่า มาปักลงในดินห่างกันเกือบฟุต กันเขื่อนดินไม่ให้ทะลายดินที่ขุดมีทั้งแข็งและนิ่ม
น้าหยามองดูทั้งสองข้าง ส่งสัญญาน วิดน้ำต่อ

น้าสองคน ช่วยกันวิดน้ำด้วยพอเหนื่อยก็ส่งกระป๋องให้พวกเราผลัดกันวิด น้ำในห้วยที่เคยนิ่งมีปลาผุด
น้าชัย น้าหยาเดินไปดูเขื่อนดินฝั่งบน เริ่มมีแรงน้ำดันให้เขื่อนดินใหม่ ๆ มีน้ำซึมไหลรีบตัดไผ่ปักตรงกลางเขื่อนชิด ๆ ขุดดิน
โปะด้านที่มีน้ำเพิ่ม ใช้เท้าย่ำอัดจนแน่น

ส่วนเราสามหนุ่ม เร่งใช้กระป๋องวิดน้ำ กว่า ชม. น้ำในห้วยแห้ง งวดลงเศษกิ่งไม้ใบหญ้าโผล่มาพร้อมกับปลากระโดดสู่
อากาศหลายตัว
น้าหยาลงไปกลางห้วยที่น้ำงวดลง ลงดึงกิ่งไม้ใบไม้ที่เน่าออกโกยไปไว้ข้าง ๆ น้ำไหลช้า ๆ ตกขลักที่ นพกับวิชัยใช้ปิ๊บ
จ้วงตักน้ำ จนเกือบหมด หันไปมองข้างหลังน้ำแห้ง ปลาช่อนปลาขาวหางแดงว่ายริก ๆ ไปกับน้ำโคลนหนีไปซุกตรงกลาง
น้าชัย น้าหยา ผม ย่ำโคลนใช้สองมือช้อนปลาที่แดกตัวหนีใส่กระป๋องใส่ข้องไม้ไผ่

 ส่วนนพกับวิชัยยังคงวิดน้ำให้แห้ง
ต่อไปเรื่อย นพเห็นปลา แถกซุกในพงหญ้าที่ทอดใบแห้งคลุมใช้มือดึงหญ้าออก
ปลาดุก วะ กลัวเงี่ยงมันทิ่มเอา


 
มะ ฮา(ก รู) จับเอง ว่าแล้ว วิชัยกางมือคล่อมปลาดุกช้า ๆ กางนิ้วชี้นิ้วนางห่าง ๆ แล้วกดปลาดุกให้ติดโคลน กดหัวปลาไว้
ตรงส้นมือ ให้ตัวปลาดุกอยู่ระหว่างนิ้วชี้ กับนิ้วกลางจนแน่นคว้าปลาดุกหย่อนใส่กระป๋อง
ดูมัน ง่าย แต่ผมไม่ค่อยกล้าจับ เคยถูกเงี่ยงปลาดุก ตำปวดมากตกเย็นมือขวาเริ่มเขียวขึ้นสู่ข้อพับต้องไปหาหมอ
ข้างล่างเป็นภาพแทน...


 
วิดน้ำจับปลาชั่วโมงกว่า แสงตะวันลอดจากข้างบนผ่านกิ่งไผ่เป็นลำ ทะแยงไปด้านหลังท้องเริ่มหิว ๆๆ กัน
หลายคน พร้อมกับหมดแรงกัน
เลยล้างเนื้อตัวที่เปื้อนโคลน แล้วเดินตัดทุ่งนาไปบ้านคนรู้จักน้าหยา ฯ ทักทายเพื่อนบ้านแล้วคว้าปลาหลิม(ช่อน)  ตัวโตมา 5 ตัวทำให้มันตายแบบ ...แหะ ๆ ที่เขาทำกัน
ส่งให้นพ จัดการล้างจนสอาด น้าชาญชัยเหลาไม้ไผ่สดแหลมเอา
ปลาช่อนเสียบให้หัวปลาลงล่าง
น้าหยา ขุดดินเป็นรูเล็ก 5 รูใกล้กันเอาไม้เสียบปลาทิ่มให้น้ำหยดลงเราโกยฟางมา
พร้อมกับ ขุดดินเป็นสี่เหลี่ยมขนาดปิ๊บ ลึกสองนิ้ววางปิ๊บคร่อมปลา

(ภาพข้างล่าง 2 ภาพเป็นภาพแทน) เหมือนมากขอบคุณเจ้าของภาพด้วยครับ

โกยดินกลบปากปิ๊บชิดดิน พอมิด จุดไม้ขีดจ่อฟางข้าว ที่เราสามหนุ่มโกยจากนาสุมไฟลุกท่วมปิ๊บนานกว่าครึ่งชั่วโมง
น้าชาญชัย ใช้ไม้ดันคีบปิ๊บร้อน โยนออกไป ข้าง ๆ 

กลิ่นหอมฟุ้งโชยออกมา ต่างคนต่างจ้องดูปลาแล้ว ใช้มือจับไม้ไผ่ด้านล่างไปคนละตัว
มันร้อนเลยต้องรีบ วางบนฟางสีเหลืองทองใช้ไม้เขี่ยหนังเกล็ดออกเนื้อสีขาวไอร้อนส่งกลิ่นหอม ใช้มือบิเนื้อปลาช่อน
ใส่ปากทั้งที่ร้อน ๆ แหงนหน้าเป่าปากให้คลายร้อน
หอมกลิ่นฟาง อร่อย
 
ขอบคุณเพื่อนที่ให้ใช้ภาพประกอบ (re260)
st. 1,862,875
=
ขอบคุณเพื่อนที่แวะมาเยือน กรุณาทิ้งร่องรอยไว้นิด ผมจะได้กลับไปเยือนได้ถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 16 เมษายน 2564
Last Update : 1 พฤษภาคม 2564 14:19:29 น. 22 comments
Counter : 1063 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณหอมกร, คุณตะลีกีปัส, คุณtuk-tuk@korat, คุณkatoy, คุณtoor36, คุณNoppamas Bee, คุณmariabamboo, คุณSweet_pills, คุณทนายอ้วน, คุณThe Kop Civil, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณสองแผ่นดิน


 
สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์

ปายสำหรับผม
ตอนที่เจอกันครั้งแรกยังเป็นป่าเป็นเขาเป็นน้ำ
เป็นเมืองที่เงียบสงบมาก
พอกลับไปครั้งที่สองรีสอร์ตขึ้นเต็มไปหมด
เป็นเมืองนักท่องเที่ยวไปแล้ว
ไม่รู้กลับไปเยือนครั้งที่สามจะเป็นอย่างไรนะครับพี่

โรงหนังศรีวิศาลผมยังทันได้ไปดูครั้งนึง
เพื่อนพาเข้าไปดู อ้าว กลายเป็นหนังโป๊ฉายวน 555

กระเทียมไทยเจอกระเทียมจีนตีตลาดแตกไปเรียบร้อยเลยนะครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:7:05:24 น.  

 
ปายๆๆๆ
รักๆๆๆ
เป็นธรรมชาติอยู่
โควิดจางไวๆนะคะ
จะสะพายเป้ไปฝังตัวเป็นสัปดาห์
อยากกินๆปลาดุกย่างปี๊ป
หอมๆ




Happy Friday ค่ะพี่ไวน์


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:7:15:11 น.  

 
มาแปะโหวตก่อนค่ะ
แล้วค่อยมาอ่าน



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:8:10:08 น.  

 
สวัสดีครับพี่ไวน์
ปายสมัยก่อนมีสเหน่น่าดูเลยนะครับ
ดูเป็นต่างจังหวัดห่างไกลหน่อย ที่ไปหายใจช้าๆ ทำนั่นทำนี่ชิลๆ แบบที่ใน กทม ไม่ได้ทำ

ว่าแต่....ปลาดุกมันมีพิษด้วยหรอครับ ถึงได้บวมขนาดนั้น
น่ากัว แต่.....อร่อยนะครับ ปลาดุกย่าง ^^


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:9:51:18 น.  

 
อ่านแล้วนึกว่าพี่ไวน์
กลับปายช่วงสงกราน๖ืเสียอีกจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:10:04:28 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

ชีวิตชนบท ชอบมากๆ
เพราะเติบโตมาในชนบทเช่นกันค่ะ
เรื่องวิดน้ำจับกุ้งหอยปูปลา
วิธีการจับปลาดุก ปู เรียนรู้จากพ่อแม่และทำเป็น
สนุกมากที่สุดค่ะ แต่ไม่ชอบตรงจับเอางูที่คิดว่าเป็นปลาไหลนี่แหละค่ะ สยองอ่ะ


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:10:21:29 น.  

 
ว่ากั๋นว่า เวลาไปหะป๋าต้องระวังป๋าดุกมันยักมือ
ก้าหาหันว่ามันเป๋นจะอี้เจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:10:40:24 น.  

 
กัปตันเรือของเราตอนนี้
ไม่รู้จะพาฝ่าคลื่นโควิดไปได้ขนาดไหน
หรือจะพาล่มเหมือนไททานิค
ต้องรอลุ้นครับพี่ 5555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:14:45:24 น.  

 
สถานที่ที่เราเคยอยู่ หรือคุ้นเคย เราก็อยากกลับไปหา ทุกครั้งที่เรากลับไป เราก็จะพบความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ย่างปลาแบบในภาพตอนเด็กๆ ฝันอยากทำแบบนี้บ้าง แต่อายุมากขึ้นรู้ความมากขึ้น ได้แต่คิด ดีแล้วที่ไม่ทำ 555


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:15:00:00 น.  

 
ปายเป็นเมืองสงบ
และสวยงาม
แต่แปลี่ยนแปลงเร็วมาก


โดย: จากเพื่อนถึงเพื่อน วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:15:55:03 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 
สวัสดีครับ

จากบล็อก - งง เหมือนกันครับ ผมดูผ่านมือถือ ผ่านคอมฯ ฟังได้ปกติครับ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:18:37:22 น.  

 
คิดถึงปายค่ะ คิดถึงทุ่งนาที่นั่น
สายน้ำ และขุนเขาอยากเดินทางแล้วค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:20:00:37 น.  

 
สวัสดีอีกทีตอนกลางคืนวันศุกร์ครับ



ตอนที่ไปหัวหินครั้งล่าสุดก็ว่าเบื่อทะเลแล้ว คงจะไม่มาอีกแน่ๆ เอาจริงๆตอนนี้เบื่ออยู่บ้านมากครับ อยากไปทะเล อิอิอิ


ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก - Dorigo Italian Cafe' ด้วยครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 16 เมษายน 2564 เวลา:20:24:11 น.  

 
จับปลาดุกด้วยมือเปล่าไม่น่าง่ายเลยนะคะ
ปลาช่อนย่างน่าหอมอร่อยมากค่ะพี่ไวน์

อ.ปาย สวยมีเสน่ห์ อยากมีโอกาสไปซักครั้งค่ะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:0:15:53 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:6:22:24 น.  

 
นึกว่าจะถูกlotteryค่ะพี่ไวน์
ไม่งั้นได้ไปเก็บตัวที่ปายแล้ว

ก็ว่ากันไป..

Good morning Saturday


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:7:05:02 น.  

 
สวัสดีครับพี่
ภาพเมืองปายสวย บรรยากาศดีมากเลยครับ ผมเคยไปเมืองปายมาเหมือนกันครับ ตอนนั้นไปกับรายการ TV360 ได้ไปปลูกป่ากับดำนา สนุกมากครับ
ผมไม่กล้าจับปลาดุกเลยครับ เคยโดนมันแทงครั้งนึง เข็ดเลยครับ ตามภาพของพี่ไวน์เปี๊ยบเลยครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:13:22:46 น.  

 
ผมฟังแล้วก็ขำครับ
ประชาชนรอฟัง
เพราะอยากรู้ว่าประเทศเราตอนนี้
เกิดอะไรขึ้น จะต้องทำอย่างไรในตอนนี้
และจะทำอะไรต่อไป
การช่วยเหลือเยียวยาเป็นอย่างไร
ข้อห้าม การขอความร่วมมือจากประชาชนมีอะไรบ้าง

ไม่ใช่การบ่น การอ่านแบบผิดๆถูกๆ
อ่านรัวๆเร่งๆ พูดจาเลอะเทอะฟังไม่รู้เรื่อง

แล้วก็สรุปด้วยกลอนจากหนังสือเก่าๆ
ที่เรื่องราวในบทกวีนี้ก็ไม่ได้เข้ากับสถานการณ์ปัญหาที่เป็นอยู่เลย

สรุปแล้ว
เป็นการพูดที่ไม่ได้ช่วยอะไรประชาชนเลย
แถมยังเสียเวลาสุดๆที่มารอฟังครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:19:16:26 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่ไวน์..

ตามมาเที่ยวปายด้วยคะ..

วาว..ไม่กล้าจับปลาดุก

กลัวเป็นยังงี้แหละ...



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:19:25:09 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 เมษายน 2564 เวลา:7:27:55 น.  

 
สวัสดีวันสงกรานต์ปีใหม่ไทยย้อนหลังนะคะ


โดย: life for eat and travel วันที่: 18 เมษายน 2564 เวลา:19:20:13 น.  

 
คลิปออกเสียงวัคซีน
กลายเป็นมีมที่ดังไปทั่วโซเชี่ยลแล้วล่ะครับพี่
เช้านี้ผมก็นั่งดูกับมาดาม
ดูไปขำไป 5555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 เมษายน 2564 เวลา:23:29:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.