Group Blog
 
<<
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
28 มกราคม 2565
 
All Blogs
 
No. 1059 นึกละอาย... (พี่อายเป็น ..เหรอ..? 555)

No.  1059   นึกละอาย .....(พี่อายเป็นเหรอ…? 555)



 
เขียนเล่าไป อยู่ดอยสะเก็ดช่วงสั้น ๆ และได้ทิ้งท้ายไว้ว่า  "คนภาคเหนือ" หลังกินข้าวเหนียวแล้ว ล้างมือหรือไม่ล้างมือ
(บันทึกไว้เมื่อ 37  ปีก่อน....เล่าช่วงอายุประมาณ 11- 12  ปี
ขอตอบเลยนะครับ กินข้าวเหนียวกับอาหารแล้วมันติดมือ รสอาหารมีทั้งเผ็ด หอม เปียก ผู้ใหญ่ล้างมือหลังกินอาหาร
แต่ก็มีเด็กบางคนที่ไม่ล้างมือเหมือนคนภาคอื่นเหมือนกันแหละ ก็น้ำมันเย็นนนน.... 555
หลังอาหารอากาศหนาวเย็น แม่พี่ของดำ..ให้พากันไปคุยที่ห้องกว้างที่ลมหนาวเข้าไม่ค่อยถึง...  พี่สาวของดำจุดตะเกียง
เจ้าพายุ 1  ดวงแล้วล้อมวงคุยกันเรื่องผี ๆ


ทำให้ฉันรีบกระเถิบเข้าใกล้วงเรื่อย ๆ ผู้ใหญ่เห็นว่าเรื่องผีกระสือนั้นไม่ดี สำหรับเด็กเลยเปลี่ยนเรื่องคุย ในใจของฉันคิดถึง
แต่ที่นอนที่บ้าน นวม หมอนสีขาว ผ้าปูที่ตึงเปรี๊ยะอยู่ตลอดเวลา ความง่วงจับเข้าในจิตใจ หนังตาหนักเข้าทุกที
 
ฉันมารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อเสียง วัวร้อง ลืมตาขึ้นมา พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนอน นวมปิดถึงคอ มุ้งขาวหลังใหญ่คลุมอยู่
บิดตัวไปมา 2 ทีนึกได้ว่าเราอยู่บ้านดำเป็นแขกของเขา
เลยรีบลุกเก็บที่นอนมุ้งนั้นรูดรวมที่หัวนอน หาผ้ามัด...เขาเก็บเก็บไว้หลังมุง เป็นผ้าบางสีน้ำเงินยาว ๆ มัดแล้วจัดมุ้งให้สวย
เก็บนวมที่เบาเอาด้านผ้าค่อนข้างสีแดงออกไว้ด้านนอก ส่วนด้านในเป็นผ้าสำลีสีน้ำเงินลายขาวเก็บไว้ด้านใน
ทำผ้าปูที่นอนตึงตามที่แม่(ของฉัน) สอนแล้วรีบไปล้างหน้าที่เย็นเจี๊ยบตรงห้องครัว
 
มองไปหลังครัวจะเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนา  พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นแต่มีแสงบ้างแล้ว


 
เช็ดหน้าแล้วใส่เสื้อสักกะหลาดหนักที่พาดไว้กับท้ายเตียงไม้ แล้วออกไปหาดำ ที่กำลังคุยกับแม่..หน้าบ้าน
แล้วนึกสงสัยว่า เราเข้าไปนอนในห้องได้อย่างไรนะ
พี่สาวดำ เห็นหน้าแล้วถามว่า หลับสบายดีไหม  ฉันบอกว่า สบายดีครับ แต่ไม่รู้ว่าไปนอนได้อย่างไร  พี่สาวดำบอกว่าพี่
เป็นคนอุ้มกึ่งประคองไปนอนเองแหละ  ฉันเลยยิ้มอาย ๆ ที่นอนขี้เซาขนาดหนัก
ตรงหน้าบันไดหน้าบ้าน ชาวบ้านนำใบยาสูบใบโตสีออกเหลืองนิดใส่ตระกร้าใหญ่มาขายที่บ้านของดำ  แม่ของดำรับซื้อ
หมากพลู ใบยาสูบไว้เต็มโต๊ะ
ขาวบ้านขนใบยาสูบมาทางจักรยานโดยใส่ตระกร้าไม้ไผ่ตาห่าง ๆ ไว้บนคานไม้ไผ่ตรงตระแกรงหลังจักรยานทั้งสองข้าง
แล้วขี่เข้าตัวเมืองดอยสะเก็ด พี่สาวดำซื้อใบยาแล้วก็จ่ายเงินให้ไป
 
ส่วนแม่ของดำ รีบเข้าตัวตลาดดอยสะเก็ดไปขายของตั้งแต่ยังมืด  แม่ขายของแห้งเช่น หมากแห้ง ยาสูบที่หั่นเป็นฝอย
เข็มเย็บผ้า กระดุม เข็มกลัด หมวกไหมพรม ผ้านุ่งกิ๊บติดผม ของอีกเยอะแยะไปหมด
ในตลาดค่อนข้างมืดเมื่อฉันไปถึงกับดำ ส่วนประวิทย์เจ้าถิ่นยังไม่ลุกจากที่นอน ฉันกับดำเดินไปเขาขายของ มีของกิน
เยอะแยะเช่น ซี่โครงหมูติดเนื้อหนา หมูสามชั้นแล่เป็นชิ้นยาว.
 
เลยร้านแม่ของดำ  เป็นร้านขายขนมเส้น(ขนมจีน)  น้ำเงี้ยวตั้งอยู่ในหม้อดินใบใหญ่ไอร้อน พวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอม
หมูสับ กระดูกหมูใส่ ถั่วเน่าแผ่นปิ้งตำโขลกกับพริกแห้ง แม่ค้าช้อนหมูกับเกสรดอกงิ้วแห้ง มะเขือเทศลูกเล็กน่าจะ
เปรี้ยวขึ้นมาให้ลูกค้าคนอื่นดู แล้วก็ตักราดขนมจีนใส่จานสังกะสีเคลือบขาวแล้วโรยด้วยผักชี

กลิ่นหอมมาก แต่เสียดายฉันกับดำไม่มีเงินติดตัวเลย
ในตลาดมีขายผัก กาดกวางตุ้ง ผักกาดจ้อน(กวางตุ้งติดดอก)  กระหล่ำดอกใหญ่สีขาวติดใบนิดหน่อย ผักชีใบเลื่อย
พริกชี้ฟ้าที่นั่นขายผักไม่เยอะ น่าจะนำมาขายให้ ข้าราชการอำเภอ ครูที่ไม่มีเวลาปลูก
ส่วนชาวบ้านเขาปลูกผักกินเองเป็นส่วนใหญ่...
 
ดำกับผมเดินดูในตลาดไม่นาน ก็กลับบ้านที่อยู่ไม่ใกลกันไปดูพี่สาวดำ รอซื้อใบยาสูบ



ยามว่างพี่สาวกับน้า ๆ วางใบยาสีเหลืองเขียว
ม้วนกลมแล้วสอดเข้ารูแล้วใช้มีดบางคมกรี๊บฝานให้ใบยาเป็นเส้นฝอยร่วงลงสู่กระด้งพอได้เยอะก็นำไปเกลี่ย ตากบนไม้
รวกที่พาดคู่ไว้ด้านตะวันออกของบ้าน



 
เช้าวันนั้น แม่ดำฝากใส่อั่วปิ้งหอม กับชิ้นปิ้ง (หมูปิ้ง)  มากับพี่สาวเราเตรียมล้างมือกินข้าว..  ที่ห้องครัวพี่สาวดำ
กำลังเทข้าวเหนียวร้อน ๆ จากหม้อนึ่งสานด้วยไม้ไผ่ ลงในกะบะไม้จริงใหญ่
ใช้ไม้พายขนาดกลางจุ่มน้ำ คุ้ยให้ข้าวเหนียวที่สุกร้อนไอพวยพุ่งออกมา ให้ไอร้อนกับไอน้ำออกจากตัวข้าวเหนียวไปบ้าง
แล้วใช้มือกอบ ๆ  เป็นก้อนโตใส่กล่องข้าว(กระติ๊บข้าว)  ปิดฝาก
 
เช้านั้นกินข้าวเหนียวใหม่หอมกลุ่นอุ่น ๆ กับใส่อั่วหมู เผ็ดนิดหอมตะใคร้ใบมะกรูดนิด ๆ เนื้อใส่อั่วทำด้วยหมูติดมัน
กัดใส้หมูที่ห่อหุ้มดังกึ๊ด ๆ อร่อยสุด ๆ  หมูปิ้งหอม...  พี่สาวดำยก ย้ำน้ำหนังที่ เก็บไว้ตั้งแต่เมื่อวานให้กินด้วย


 
ยำน้ำหนังชาวบ้านจะใช้หนังวัวหนังควายตากแห้งเผาแล้วใช้มีขูดขนทิ้ง ต้มให้นิ่มแล้วตัดเป็นแท่งเท่านิ้วก้อยบางบ้านใช้
ขูดเป็นแผ่นบาง  นำไปผสมกับ พริกแห้งตำ กะปิ ขมิ้น หอมซอยคลุกเคล้า
กินกับข้าวเหนียวนึ่งอุ่น ๆ อร่อย
ดำ ประวิทย์(ล้าน) ฉัน พี่สาวดำ 2  คนนั่งล้อมวงกินข้าวเช้าที่วางไว้บน โตกไม้สักกลมใหญ่ เรากินเสร็จก็ช่วยกันเก็บ
อาหารที่เหลือไปใส่ตู้กับข้าวในห้องครัวแล้วไปล้างมือ แล้วลงไปช่วยพี่สาวยกยาสูบที่หั่นฝอยไปตากแดด
 
ที่บ้านดำมีจักรยานอยู่ 3  คันเป็นจักรยานล้อโตแบบผู้ชาย เขาไว้ขนใบยาสูบจาก ไร่มาไว้ที่บ้าน
ฉันเดินไปลูบจักรยานอยากจะขี่ แบบคนอื่นแต่ขี่ไม่เป็น (ภาพแทนนะครับ)


 
พี่สาวดำ เลยจับมาสอน ให้ผมใช้สอดขาขวาไปเหยียบบันใดอีกด้าน แล้วใช้เท้าซ้ายยัน ๆ ออกไปเพราะตัวเล็กเกินกว่าที่
จะคร่อมบนจักรยานที่สูง  ผลคือล้มหลายครั้งเจ็บน่าดูแต่ก็ฮึดขี่ต่อ  ประวิทย์กับดำเขาไปเดินเที่ยวที่บ้านญาติใกล้ ๆกัน
ส่วนฉันฝึกขี่ต่อ  กินข้าวเที่ยงแล้วฝึกขี่ต่อจนถึงบ่าย 3  โมงเย็นก็ใช้เท้าขวาแย๊ก ๆ ให้จักรยานแล่นไปได้ไกล
หยุดพักหลบแดดบ้าง...
ฉันอยู่บ้านดำฝึกขี่จักรยานได้สองวัน  พอขี่เป็นบ้างแล้ว แต่ให้บังเอิญขี่ไปถูกหินแหลม ๆ ยางที่บางแตกดังปัง ยุ่งแล้วซิ
ทำไงดีไม่มีเงินปะยังเลยจูงไปไว้ใต้ถุนแล้วใช้ ฟางข้าวขะยุ้มหนึ่งวางปิดไว้  วิตกนิด ๆ คงไม่มีใครเห็น....
กลัวคนเห็นแต่ ไม่รู้จะทำแบบไหน เลยเดินขึ้นบนบ้าน
แม่ดำบอกว่า  ไม... อยู่บ้านแม่อีก 2 คืนนะชาวบ้านกำลังจะไปทำบุญตานก๋วยสลากบนวัด ดอยสะเก็ด ชาวบ้านเขา
เตรียมของถวายตุ๊เจ้า(ภิกษุ)  ใส่ก๋วย(ชะลอม) ที่สานด้วยไม้ไผ่ขึ้นมาใหม่



 
ญาติของดำนำไม้ผ่ามาเหลา  ปิดด้วยกระดาษว่าวสีเขียว แดงเหลือง สวยแล้วนำเงินใบละ 1 บาท 10  บาท 20 บาทสอดมัด
นำไปปักบนก๋วย



ก่อนวันที่จะนำของไปถวายพระ เขาเรียกว่า "วันดา"
วันเตรียมก๋วยสะลากดูคึกคลึ้น ตีกลองแบบทางเหนือมี ปี่ตุ่ม โมง.. มีสาว ๆ ฟ้อนรำกันเป็นบางบ้าน จนกระทั่งพลบค่ำ
เริ่มมืดชาวบ้านทะยอยเดินขึ้นดอย
เรา ๆ จะเดินขึ้นดอยสะเก็ดตอนกลางคืนด้วยเท้า มีไฟฉายส่องวับแว๊บตลอดทาง 
. ก๋วยสลากเขาจะนำเบอร์ไปติดที่วัดตอนเช้า

เราจะไปนอนที่วัด ก่อนนอนจะฟังตุ๊เจ้า(ภิกษุ) เทศน์ก่อนนอน... รุ่งเช้าจึงจะเข้าพิธีตานก๋วยสลาก
ประวิทย์  ดำ ฉัน พี่สาวสองคน แม่ถือ  ไม้เสียบเงินสีเขียวแดงขาว เดินตามชาวบ้านขึ้นดอย มีคนฉายไฟเป็นระยะ
ถนนขรุขระ คดเคี้ยวไปมา เรา ๆ เด็ก ๆ สนุกมาก (ภาพแทน)


 
เมื่อขึ้นไปถึง ศาลาที่ชาวบ้านพักนอน ต่างแยกย้ายกันไปนอนตามจุดที่ว่าง  ดำกับคนอื่นนำไม้ที่หนีบเงินไปเสียบที่
ก๋วยสะลากต่างยกมือไหว้ที่ก๋วย  ฉันยกไม้ที่หนีบใบละ 20  บาทขึ้นเหนือหัวแล้วเสียบบนก๋วย
ดำกับประวิทย์ก็มาสะกิด  ปี่ไม (พี่ไมตรี)  สตางค์หลุดหายไปไหน 
 
ฉันก็มองแล้วดูไม้ที่พันกระดาษสี เหงื่อแตกผลั้กไหลซึม ทั้งที่ตอนนั้นอากาศหนาวมาก  ทำไงดี
เรื่องใหญ่สำหรับเด็กแบบพวกเรา (ตอนนั้นเงินแพงมีค่ามาก)
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ 
st ผู้เข้าชม  2,138,753.
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 28 มกราคม 2565
Last Update : 28 มกราคม 2565 6:02:29 น. 25 comments
Counter : 575 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณmultiple, คุณkatoy, คุณSleepless Sea, คุณnonnoiGiwGiw, คุณอุ้มสี, คุณตะลีกีปัส, คุณThe Kop Civil, คุณทนายอ้วน, คุณtuk-tuk@korat, คุณเริงฤดีนะ, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณกิ่งฟ้า, คุณชีริว, คุณSweet_pills


 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์

บล็อกนี้ทำให้นึกถึงเชียงใหม่ในอดีตเลยครับพี่
สมัยก่อนผมรู้สึกเลยว่าอากาศเชียงใหม่หนาวกว่าทุกวันนี้
คงเพราะบ้านเมืองมีป่า มีต้นไม้เยอะ

แต่อาหารการกินไม่ค่อยเปลี่ยน
ยังลำแต๊ๆเหมือนเดิมครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:6:24:16 น.  

 
สวัสดีครับ
ยินดีด้วยครับ มาอ่านเรื่องราวสนุกๆด้วยครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:8:20:06 น.  

 
เมื่อเช้ามาอ่านยังไม่จบครับ ยังไม่ทันเม้นท์
พอดีพระจะมา เลยต้องรีบไปหาของใส่บาตรหน้าบ้านก่อนครับ

เรื่องราวสมัยเด็กนี่ นึกถึงทีไรมันก็มีความสุข แถมขำตัวเองด้วยนะครับ
อ.เต๊ะ อ่านแล้วนึกถึงตัวเอง สมัยเด็ก แอบชอบพี่สาวเพื่อน สวย แต่ได้แต่มอง555

เดาว่าพี่สาวดำ ต้องน่ารักมาก แถมนิสัยดีด้วยนะครับ
ดูแลคุณพี่อย่างดีเลยเชียว

เรื่องแนวนี้นี่ อ.เต๊ะ ชอบมาก คุณพี่อธิบายได้ได้เห็นภาพเลย ของกินต่างๆ ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆนี่กินกับอะไรก็อร่อย ย้ำน้ำหนัง ยังไม่เคยกินซักทีเลยครับ

เรื่องหัดขี่จักรยานนี่ก็สนุก เด็กนั่งอานไม่ถึง
ต้องใช้ท่าเบี่ยงตัวแบบนี้ละครับ แถมขี่ตีนเปล่าด้วย
สนุกมากๆ

ส่วนแบงค์ ใบละบาทนี่ไม่เห็นนานแล้ว
ทำบุญ 20 บาทนี่ สมัยนั้นมากโขเลยนะครับ
เพราะ ก่วยเตี๋ยวตอนนั้น น่าจะชามละ3บาท 5 บาทเอง
เงินหาย 20 บาท นี่ เหงื่อตกเลยเชียวครับ555

ยินดีกับรางวัลด้วยนะครับคุณพี่
คุณพี่สบายดีนะครับ ปกติ อ.เต๊ะ ไม่ค่อยกินข้าวกับผู้ชายด้วยกัน แฮ่ๆ กินข้าวกับสาวๆมาทั้งบล็อก
ก็ไม่ดีใจเท่า ได้กินข้าวกับคุณพี่นะครับ อิอิ

คุณพี่ไวน์บอก เอ็งพูดงี้ ข้าหวั่นไหวนะเนี่ย เย้ย 555

ไว้มีโอกาส หมดโควิดเมื่อไหร่คงได้เจอกันอีกนะครับ





โดย: multiple วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:9:14:10 น.  

 
ยินดีกับสายสะพายด้วยนะคะพี่ไวน์


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:9:32:48 น.  

 
หน้าหนาวต้องไปเที่ยวเหนือ ไปทีหลายวันให้คุ้มกับการเดินทาง แต่แมวน้อยก็ร้องกลับกทมในใจตลอด มันหนาววว

เคยมีโอกาสกินไส้อั่วใบชาร้านนึงเค้ามาออกบูธที่สวนลุมอร่อยมาก เป็นการกินไส้อั่วครั้งแรกเลย ทำให้ชอบไปเลยค่ะ แต่หาร้านนั้นไม่เจออีกเลยไม่รู้จะไปซ้ำที่ไหน


โดย: Kisshoneyz วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:10:07:34 น.  

 
เห็นภาพขี่จักรยาน
อุ้มนึกถึงตอนสมัยเป็นเด็ก
อุ้มหัดขี่เองทำท่าแบบนี้
ด้วยความใจถึงหน่อย
ขี่ไปเรื่อยพอมั่นใจก็ค่อยนั่งอ่าน
แต่ตอนจะหยุด
ตัวเล็กขาไม่ถึงพื้น...ล้ม


โดย: อุ้มสี วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:10:10:35 น.  

 
สวัสดีมีสุขค่ะ

นอนมุ้ง เก็บที่นอน
ไปวัดทำบุญ เห็นภาพเด็กๆสมัยก่อนโน้นค่ะ
อยากเห็นหน้าตอนทำเงินแบ๊งค์หายนี่ละค่ะ
ฮูย...แยะนะนั่น


โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:11:31:06 น.  

 
สวัสดีครับพี่ไวน์
ก๋วยสะลากนี่เคยได้ยินครับ แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง ตอนหน้า พี่ไวน์เอาภาพมาฝากกันหน่อยนะครับ

ได้อ่านขั้นตอนการทำยาสูบแล้ว นึกถึงภาพเพื่อนที่นั่งซอยเนื้ออยู่หลังหอ แต่ผมไม่เคยลองครับ เป็นคนดีมากเลย 55555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:12:02:33 น.  

 
งานเขียนชิ้นนึง
ผมเขียนใส่สมุดเล่มเล็กๆ
แล้วคัดลงสมุดบันทึก
จกานั้นก็เอามาพิมพ์
ตอนที่พิมพ์ก็ตรวจทานอีกรอบ
เท่กาับงานชิ้นนึง
ตรวจอย่างต่ำ 3-4 รอบครับพี่

บล็อกแก๊งคนเล่นน้อยลงแน่ๆ
เหมือนเฟซบุ๊ก
ผมว่าหายไปเยอะมากครับ
คนคงเบื่อ โควิดทำให้เศรษฐกิจยอบแยบ
จิตใจหดหู่ ไม่สนุกแม้แต่กับโซเชี่ยลครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:13:31:05 น.  

 
สวัสดีครับพี่
เห็นขนมจีนน้ำเงี้ยว คือ น่ากินมากเลยครับ ผมจัดไปหลายชามเหมือนกันตอนไปเชียงใหม่ 555
จักรยานคันนี้เหมือนเป็นประสพการณ์ในการหัดปั่นจักรยานช่วงแรก ๆ เลยนะครับ ผมล้มมานับไม่ถ้วน


โดย: The Kop Civil วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:14:03:40 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์
การใช้ชีวิตในวัยเด็กมีผิดบ้าง ถูกบ้างเป็นเรี่องปกติค่ะ
พี่ไวน์จำอะไรได้ดีนะคะ ยังกะระลึกชาติได้ ขนมจีนน้ำเงี้ยว
กับไส้อั่ว คือของโปรดค่ะ เคยไปเชียงใหม่หลายครั้ง ยังหาซื้อ
ไส้อั่วเจ้าที่อร่อยไม่ได้เลย เพิ่งจะรู้ว่าตานก๋วยสลากเป็น
วัฒนธรรมของชาวล้านนา คงยังมีอีกหลายเรื่องทียังไม่รู้
5555 สวัสดีค่ะ


โดย: จินดา IP: 171.96.219.237 วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:14:14:19 น.  

 
เห้นน้ำเงี้ยวแล้วนึกขึ้นได้ว่าสั่งแคบหมูติดมาตั้งกิโลนึงแน่ พรุ่งนี้ทำน้ำเงี้ยวกินดีกว่า อิอิ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:15:50:52 น.  

 
ซอบกิ๋นน้ำหนังเจ้า
งานตานก๋วยสลาก เปิ่นว่าเป๋นก๋านทำบุญหื้อคนต๋าย เพิ่งฮู้เพราะเกยไปแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงเปิ่นมีงานพอดีเจ้า
20 บาท ต๋อนปี 27 ปริญญาตรี เงินเดือนหลวง 3 พันกว่าบาทเองเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:17:12:18 น.  

 
ขอบคุณนะคะพี่ ^ ^


โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:17:17:05 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์ ขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะคะกับรางวัลสายสะพายบล็อกแกงค์

มาอ่านเรื่องเล่าสมัยเด็กสนุกสนานมากนะคะพี่ไวน์เล่าได้เห็นภาพเลยค่ะ นึกถึงตอนกินข้าวเหนียวร้อนๆกับใส้อั่วจิ้นปิ้งหมูปิ้งแล้วหิวเลยค่ะต้องอร่อยมากๆ
เห็นภาพขนมจีนน่ากินมากค่ะ ต้องทำเองนะคะน้ำเงี้ยวถึงจะอร่อยใส่หมูกระดูกอ่อนหมูจุกอร่อยๆค่ะ อิอิ

ตานก๋วยสลากสนุกตอนพระมาขานชื่อเสียงดังระงมไปหมดต้องคอยฟังแล้วรีบเอาก๋วยสลากไปถวายพระ ลุ้นๆกันน่าดูเลยค่ะว่าเราจะได้พระวัดไหน อิอิ

วันนี้โหวตหมดไว้มาใหม่พรุ่งนี้นะคะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:19:13:13 น.  

 
อัอเวลากินข้าวนึงก็ไม่เคยล้างมือค่ะ เพราะมือแตะๆอาหารที่มันๆไว้..ข้าวเหนี่ยวก็จะไม่ติดมือ
กินเสร็จก็ไปวิ่งเล่นได้เลย(หากช่วยเก็บสำรับแล้ว

ยาเส้นซอยๆๆและตากสวยงาจัง
ยำหนังหมูหนังควาย
ห่กไม่บอกก็ทานได้อน่อยทั้งนั้นนะคะ..อิ อิ

จักรยานผู้ชายอ้อก็นั่งถีบขาสอดแบบนี้
เพราะเราตัวเล็ก..แต่ใจสู้

เห็นแล้วนึกถึงเวลาเป็นเด็ก..ซนเหมือนกันแฮะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:20:36:49 น.  

 
น่าจะเป็นเรื่องที่แทบทุกคนต้องเจอนะครับ การหัดขี่จักรยาน มันยากถ้าไม่มีล้อเสริมยิ่งขายันไม่ถึงนี่ยากจะหัดครับ ทำแบบในภาพนี่ต้องล้มกี่ครั้งไม่ทราบ

อารมณ์เด็กในตอนนั้น เงินหายก็รู้สึกแย่อยู่แล้ว แต่น่าจะกลัวโดนผู้ใหญ่หาว่าขโมยเงินนี่สิ อันนี้หนักจริงๆ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:21:06:28 น.  

 
ยินดีกับสายสะพายด้วยครับ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 28 มกราคม 2565 เวลา:22:34:24 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มกราคม 2565 เวลา:6:31:08 น.  

 
ไม่ล้างมือแล้วมันไม่ติดมือเหรอพี่ไวน์
ถ้าเป็นยุคนี้ไม่ล้างมือหละก็ โควิดแน่ๆ จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 29 มกราคม 2565 เวลา:6:31:17 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์ วันนี้มาโหวตให้เรื่องเล่าสนุกๆวัยเด็กค่ะ

แบงค์ 1 บาทและ10 บาทเดี๋ยวนี้หาไม่เจอแล้วนะคะแบงค์ 20 บาทสมัยก่อนเดี๋ยวนี้ก็หาไม่เจอแล้วเหมือนกันค่ะ

ขี่จักรยานรี่กิ่งล้มหลายรอบเลยค่ะกว่าจะขี่เป็น อิอิ เอาจักรยานโค่งของพ่อมาขี่ค่ะ สนุกดีนะคะตอนเด็กๆทำอะไรก็ม่วนๆๆๆ อิอิ

โหวต ค่ะ





โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 29 มกราคม 2565 เวลา:13:00:24 น.  

 
ทักทายสวัสดีครับคุณไวน์

แค่ลองย้อนๆ นึกไปบ้างกับการทานข้าวของคนเหนือ และ คนภาคอื่นๆ ที่มาอยู่ทางเหนือ (รวมตัวผมด้วย) คิดว่าน่าจะได้เห้นแบบอย่างก่อนการทานข้าวก็จะมีการล้างมือ เตรียมทานอาหารกันอยู่ครับ หลายๆ คน ก็มักจะตามไปล้างมือกันอยู่ด้วย แต่หลังทานเสร็จเหมือนจะตัวใครตัวมัน กิจกรรมอื่นๆ ที่พาไป ก็แยกย้ายแตกต่างกันไป แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้เห็นที่หลายๆ คน ตามไปล้างมือเหมือนก่อนจะทานอาหาร .... เรื่องนี้ก็แค่ลองย้อนไปในแค่ช่วงเดือนนี้ที่เห็นจากเพื่อนๆ แวะมาเชียงใหม่ และได้มีการทานอาหารร่วมกันในบางมื้อ


โดย: ถปรร วันที่: 30 มกราคม 2565 เวลา:6:42:08 น.  

 
ตอนนี้โควิดแม้จะติดเยอะ
แต่โอมิครอนหายเร็วมาก
คนรู้จักของมาดามติดโอมิครอน
พักไม่ถึง 5 วันก็หายเลยครับ
เป็นไข้แค่สองวันเอง

ผมว่าทำให้คนกล้าออกมาใช้ชีวิตมกาขึ้นนะครับพี่

วันนี้ลุ้นผลการเลือกตั้งซ่อมครับ
ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มกราคม 2565 เวลา:19:20:33 น.  

 
ปิ่นเกล้า ถิ่นเก่าพี่ไวน์เลย 555
คิดถึงร้านอาหารเชิงสะพานปิ่นเกล้าหลายร้านเหมือนกันนะครับ ร้านเก่าแก่และอร่อยทั้งนั้น
ลดแอร์นี่คงเซฟค่าไฟ แต่ห้างร้อนไปคนก็ไม่อยากเดินกันพอดี

นอนอยู่บ้านดำ คิดว่าบ้านถวัลย์ ดัชนี ที่แท้เพื่อนชื่อดำ 555
ขนมจีนน้ำเงี้ยวก็เป็นอีกหนึ่งอาหารเอกลักษณ์ของเมืองเหนือนะครับ
มันกินง่ายนะ ทำไมผมกินไม่เป็นหว่า - -"
มาชมวิธีตากใบยาด้วยครับ เคยขับผ่านไร่ยาสูบแถวเชียงราย สวยมาก
น่าเที่ยวถ่ายรูปมากกว่าไร่กะหล่ำอีก
หนังควายเหนียวไหมครับ ร้องสะใภ้ตอนกลับฮอด ซื้อแกงหนังควายมากิน ผมไม่ได้ลองเลยไม่รู้เป็นไง
ธนบัตรใบละ 20 บาทยุคนั้นมูลค่าเท่าแบงค์พันเลยมั้งครับ


โดย: ชีริว วันที่: 30 มกราคม 2565 เวลา:23:04:18 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 มกราคม 2565 เวลา:5:44:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.