Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2565
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
6 พฤษภาคม 2565
 
All Blogs
 
No. 1087 บ้านน้อย กลางป่า (EP. 3 บ้านป่ารอยต่อ)

No.  1087    บ้านน้อย กลางป่า...( EP. 3 บ้านป่ารอยต่อ)
 
 
เขียนเล่าเรื่องเพื่อนใช้ชีวิตอยู่ในป่ารอยต่อไทยพม่า...เพื่อนรุ่นพี่คนนี้เป็นคนนิ่ง แรก ๆ ที่ฟังพี่เขาเล่าน่าทึ่งที่อยู่ในป่าได้
 จขบ.ก็เคยทำงานในป่ามาก่อน 3 ปีเศษไม่ได้ทำตลอด คือทำงานในเมืองต้องนำอาหาร ยา เงินสดค่าแรงไปส่งให้
คนในป่าทำไร่ในป่าทึบ ติดฝนน้ำในห้วยไหลแรงกลางคืนมืดคนเดียว จะกลับก็ไม่ได้น่ากลัวมาก
เพื่อนรุ่นพี่เล่าไม่ตื่นเต้นหรือน่ากลัวมากมาย น่าสนุกน่าทึ่งในการหาอาหารมากกว่า
 
/////////////
 
วันทั้งวัน เรา 3 คนช่วยกันเกี่ยวข้าวบนไหล่ดอย ฝั่งตรงข้ามกับตูบ(บ้าน) เกี่ยวข้าวพาดบนตอซังข้าวเหนื่อยก็พัก ทำไปเรื่อย ๆ
บ่ายคล้อย ตะวันเลื่อนลงใกล้ยอดดอยค่อนข้างเร็วคงเป็นหน้าหนาวกลางวันสั้น
พี่พะก่อ บอกเราว่า ปอแล้วเนาะวันพูกก่อยเกี่ยวต่อ (พอแล้วพรุ่งนี้ค่อยเกี่ยวต่อ)
น้ำ เจ็บหลังเจ็บแอวพ่องก่อ(ปวดเอวหรือไม่)
เจ็บมาก พี่พะก่อ ยืดตัวไม่ค่อยได้
 
เราเดินลุยน้ำห้วยตื้นที่ใส เย็นค่อนข้างมาก  พี่พะก่อถอดเสื้อวักน้ำล้างตัวหน้าเสยผมก่ำก็ทำตามพ่อ ผมคิดหนักถ้าลงมาอาบน้ำหลัง
กินข้าวไม่ไหวแน่อากาศเย็นมาก แต่เนื้อตัวคันจากละอองฟางข้าวเลยถอดเสื้อกางเกงใช้ผ้าขาวม้านุ่งอาบน้ำอย่างเร็ว หนาว...
ไต่ตลิ่งขึ้นบ้านน้อย สองคนพ่อลูกกำลังอยู่เตรียมทำอาหาร
 
พี่พะก่อ เข้าครัว หยิบพริกชี้ฟ้าสด เกลือใส่ครกไม้ตำพอแหลก
ก่ำเขี่ยเถ้าไฟที่เคยมีถ่านแดงอยู่ดูแล้วดับสนิท เอากิ่งไม้เล็กวางสุมโปร่งรอ แล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่แห้งเล็กยาวเกือบคืบ ยัดปุ่ยฝักดอกงิ้ว



 
ใช้ไม้แยงดันเข้าไป นำไม้ไผ่เหลาเล็กกว่านิดหน่อยใส่ปุยงิ่วสีขาวปนน้ำตาล สอดเข้ากระบอกไม้ไผ่วางลงพื้นดิน แล้วใช้มือกระแทก
ลงอย่างแรง ดึงก้านสูบมีควันแสงไฟเรืองเคาะลงก้อนปุยงิ้ว



เป่าจนมีไฟลุกนิดหยิบใส่กองกิ่งไม้เล็กบนกองไฟเก่า
ใช้ปล้องไม้ไผ่เหี๊ยะ (ไม้ไผ่บาง) ยาวเกือบศอกแนบปากเป่าจนไฟลุกติดสุมฟืนสี่ท่อนก่ายกัน
 
คุยกับพี่ก่อบอกว่าน่าจะเรียกว่า ตะบันไฟ ( จขบ...ใช้หลักเครื่องยนต์ดีเซลเมื่อ กระบอกสูบกระแทกลงแรง จะเกิดความร้อนสูงเจอละออง
น้ำมันดีเซลเกิดระเบิดต่อเนื่อง) .. บ้านป่าใช้ ปุยงิ่วแทน)
 
 ก่ำใช้ไม้ไผ่หนีบถั่วเน่าแผ่น 2  ปิ้งห่าง ๆ เปลวไฟจนสุกเหลืองหอม แล้วหย่อนลงครกไม้ที่พี่พะก่อโขลกพริกสดสีแดงเขียว
หยิบเกลือผงสีคล้ำ หัวหอมบั่ว(แดง) พอแหลก
เราไม่มีกะปิเหรอพี่
อ๋อ เราอยู่ในป่าไม่มีกะปิกิน น้องน้ำ..เริ่มจำอะไรได้บ้างแล้ว  ตอนที่พี่ไปอยู่ อ.ปายได้กินกะปิไม่กี่ครั้งที่นั่นอยู่บนดอย
มีคนเอากะปิมาฝากลุงเขาบอกว่ามาจากเชียงใหม่...เขาบอกว่าทำจากกุ้งตัวเล็กหมักกับเกลือ
บ้านลุงเขาใช้ถั่วเหลืองนึ่งจนสุกนิ่มมาก ใช้มือคลึงกับกระด้งให้เปลือกหลุดแล้วแล้วหมักพอได้ที่ก็ นำมาเคล้าผงเกลือตำทำเป็นแผ่น
เราไม่ใช้กุ้งทำกะปิเหรอพี่
ในลำห้วยบางจุดมีกุ้งไม่มาก  เอาไว้ทำแอ๊บกินดีกว่ากุ้งหายากมากนะ



 
พี่พะก่อ เอาหม้อดินตั้งบนเตาสามเส้า ควักน้ำพริกที่ตำพอแหลกใส่ หม้อดินเริ่มร้อนกลิ่นหอมของน้ำพริกเริ่มโชย
พะก่อ ใช้ป๊าก(ทัพพี) ไม้ คน. กลิ่นหอมฉุยคลุ้งจนจาม... ใช้กระบวยตักน้ำเทใส่ครึ่งกระบวยปิดฝาก
เอาผักกูดที่ก่ำเก็บจากลำห้วยตอนกลางวันจับรวบเป็นกำ



จับบิดจนขาดแล้วโยนใส่หม้อดิน หยิบปลาย่างรมควันบน
ตระกร้าที่แขวนไว้เหนือเตา หักบิลงไป 2 ตัวใช้ป๊าก คนไปมาปิดฝาหม้อ
รอจนไอพุ่งผ่านฝาหม้อดินขึ้นมา กลิ่นหอมฟุ้ง กำนั่งยอง ๆ  อยู่ใกล้ ๆ ท้องของก่ำร้องดัง จ๊อก ๆ ก่ำยิ้มอาย ๆ
พี่พะก่อเปิด ฝาแล้ว บีบมะนาวที่ฝานแล้ว ใส่ในหม้อคนไปมาแล้วใช้ ใยต้นกล้วยป่าแห้งพันเป็นก้อนจับหม้อไปไว้ที่แคร่น่าบ้านริมตลิ่ง
 
 ก่ำเตรียมจานสังกะสีช้อนกับชามแกงเป็นสังกะสี คดข้าวจากหม้อดินไว้สามจาน
ตักแกงผักกูด ใส่ปลาย่างกลิ่นฉุย น่ากินผักกูดสุกแต่ยังเขียว
 
ตักน้ำมาชิม. โฮ พี่พะก่อ อร่อย.... พี่ทำแบบไหนผักกูดยังเขียววันก่อนผมทำสีเหลืองไม่อร่อยเลย
 อ๋อ...พี่บีบมะนาวใส่ก่อนยกลงถ้าใส่ก่อนมันจะขม
 
กินข้าวเสร็จ ก่ำนำจาน ชามช้อนหม้อดินไปล้างในห้วย คว่ำจานชามบนแคร่ไม้ไผ่สูงระดับเอว
พี่พะก่อ นั่งพัก คุยกับผมเรื่องราวของหมู่บ้านที่อยู่ความมืด คลุมไปทั่วอากาศหนาวเย็นลง สองคนพ่อลูกพากันไปอาบน้ำในห้วย
หลังจากอาบน้ำ เช็ดตัวเปลี่ยนกางเกงเสื้อผ้าสีคล้ำออกสีน้ำเงินเสร็จก็เข้าบ้านนั่งคุยต่อ
พี่เราอยู่ในไทยหรือพม่า
เราอยู่รอยต่อไทยกับพม่า เขาว่าบ้านเราที่ปลูกอยู่ไทย ข้ามห้วยเป็นรัฐฉานใต้ของพม่านะเราไม่รู้ว่า ดอยไหนเป็นของไทยของพม่า
เมื่อก่อนอุ้ยปะจาย(ตาผู้ชาย)  เคยชี้ให้ดูว่าดอยขวามือของไทยมันคดไปมาตามน้ำห้วย พี่เดินตามอุ้ยไปทำไร่ทางโน้นเป็นเขตพม่า
งั้นที่ผมไปเกี่ยวข้าวก็ของพม่าซิครับพี่
ไม่รู้ พี่ไม่รู้จริง ๆ  เราอยู่ของเรามาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้พี่อายุ 41  ปีก็ไม่มีใครมาดู ญาติห่าง ๆ ของอุ้ยแม่หญิง กับคนอื่นปลูกบ้าน
อยู่ไปอีกสองดอยตางปู้น(ทางโน้น) วันหลังจะพาไปถ้าออกเดินไต่ดอยเช้าหน่อย ไปถึงตอนกลางวันตะวันอยู่ตรงหัวเฮา
ถ้าน้ำไปด้วยคงจะบ่ายหน่อยนะ
พี่พะก่อเป็นคนไทยหรือพม่า
เป็นไตใหญ่ก็คนไทยแบบคนเมืองปาย  น้ำเคยไปบ้างเปล่าที่ตลาดปาย
ไม่รู้ ผมจำไม่ได้..พี่ไปพม่าบ้างเปล่า


 
เคยเดินไปซื้อของกับเพื่อนเดินหนึ่งวันเป็นตลาดดอยไตแลง..คนเขาพูดว่า ลอยไตเลง... เสียงเขาไม่เหมือนคนเมืองปาย
เดินกลับมาก็สองวันเดินตัดดอยขึ้นดอย ที่นั่นมีของขายมากกลางคืนไฟฟ้าสว่างพี่ไปนอนที่วัดอากาศหนาว

คนที่นั่นเขาพูดคำแปลก ๆ...แล้วเขาพูดภาษาอะไรครับพี่ก่อ
เป็นภาษาพม่า ปนไตใหญ่บางคำพี่ก็ฟังไม่ออก ที่เหมือนกันก็มี ลูกชาย ลูกหญิง ก็เรียกว่า ลุ๊กจ๊าย ลุ๊กญิ๋ง
ไม่นานนัก หนังตาผมชักจะหนัก เข้าทุกที
 น้ำ.ง่วงนอน ไปหลับเต๊อะ. วันพู๊ก(วันพรุ่งนี้) จะไป.หาบข้าวมาที่บ้านงานหนักเน่อ
ครับปวดเอวปวดหลังมาก... ไปนอนละครับ นึกถึงก้มเกี่ยวข้าวไหล่ดอยที่เอียงไม่นานก็หลับ....
 
ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ  (re. 08)
st ผู้เข้าชม  2,243,785.
ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ
 
 
Diarist



Create Date : 06 พฤษภาคม 2565
Last Update : 6 พฤษภาคม 2565 15:38:35 น. 20 comments
Counter : 393 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณกะว่าก๋า, คุณเริงฤดีนะ, คุณหอมกร, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtanjira, คุณทนายอ้วน, คุณtuk-tuk@korat, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณกิ่งฟ้า, คุณSweet_pills


 

อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์

การก่อไฟ
เด็กรุ่นใหม่บางคนอาจทำไม่เป็นแล้วนะครับพี่
ทักษะชีวิตและการเอาตัวรอด
เป็นสิ่งจำเป็นแน่นอน
แต่ไม่ค่อยมีใครสอนเลย



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:5:56:31 น.  

 
จองที่ไว้ก่อนนะคะ
ไปล้างตาหยอดตา
หาของเช้าทานก่อน


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:11:57 น.  

 
คุณแดนอรัญเขียนจนได้เครื่องราชฯของฝรั่งเศสเลยครับพี่
เมืองนอกเค้ายกย่องนักเขียนมากๆ
แต่ของไทยเรายังมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
หากได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
นักเขียนควรมีอิสระในการเขียนงานครับ
ผมรู้สึกอย่างนั้น



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:55:18 น.  

 
อยู่ในป่าตลอดแบบชาวซาไกไม่ได้หรอกพี่ไวน์
อย่างไรเสียก็ต้องออกมาซื้อหาของใช้ที่จำเป็น
แม้แต่ชาวซาไกเดี๋ยวนี้วิถีชีวิตเขายังเปลี่ยเนเลย
มนุษย์เป็นสัตว์สังคมเมืองไม่ใช่สัตว์ป่าจ้า



โดย: หอมกร วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:9:02:05 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์
พี่น้ำเก่งมากค่ะเกี่ยวข้าวไหล่ดอย แบกของหนักๆ ใช้ชีวิตในป่า
ทำแกงผักกูดใส่ถั่วเน่ากับปลาแห้งคงจะลำขนาด น่าลองทำทานค่ะ
อยู่ในป่าเห็นอะไรก็เอาทำอาหารก็ดีเหมือนกันนะคะ ไม่ต้องคิดมากเหมือนอยู่ในเมืองของกินเยอะจนคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรทานไปวันๆ555 ตะบันไฟที่พี่เล่าน่าสนใจมากค่ะไม่น่าเชื่อว่าใช้จุดไฟได้
พี่ไวน์ผ่านอะไรๆมาเยอะมากจนยกย่องให้เป็น Super man ค่ะ


โดย: จินดา IP: 58.8.173.179 วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:11:43:14 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณไวน์

อยู่ในป่าต้องก่อไฟเป็นนะคะ ^^
ไม่งั้นอดตายค่ะ

เห็นต้นนุ่น นึกถึงตอนเด็กเลยค่ะคุณไวน์
หน้าบ้านเมื่อ 40 ปีก่อน มีอยู่ 2-3 ต้นมั้งคะ
เคยเอามาปั่นยัดหมอนด้วยค่ะ
คุยได้เลยเราเคยปั่นนุ่น 555
ดีจังคุณไวน์ทำให้ธัญนึกถึงสมัยเด็กที่ลืมๆไปเลยค่ะ

จากบล็อก
แม่ก็ดื้อค่ะ ไม่รู้ว่าจะเชื่อฟังได้แค่ไหน
ก็ต้องบ่นๆกันไปนะคะ

เขาไม่มีกาแฟค่ะเลยซื้อขนมปังมากินที่บ้านแทน

คุณไวน์มีความสุข รักษาสุขภาพนะคะ



โดย: tanjira วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:12:39:49 น.  

 
ใช่ค่ะเหมือนคุณธัญฯ
ที่บ้านไม้ที่ห้วยขวางตอนเด็กๆ มีตันนุ่นอยู่หลังบ้าน (จำความได้ก็เห็นเลย)
สํงใหญ่มีฝักนุ่นเยอะ..แตก ออกมีปุยนุ่นบอยไปมา
มีฝักมากจนแม่เอานุ่นมายัดหมอน ยัดที่นอนได้

อ้อพยายามปีน แต่พ่อบอกมันเปราะนะลูก
จะหัก..พาลูกตกลงมาได้

ดีนะ..ที่บ้านไม่ได้ห้าม แต่สั่งสอน(เพราะรู้ว่าลูกปีนแน่)
เอาเชือกมาขวั้น แล้วไถขึ้นแบบปีนต้นหมาก (บ้านปู่มีหมาก็เยอะ สอนให้หลานอ้อปีน)


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:03:54 น.  

 
สูงใหญ่มีฝักนุ่นเยอะ..แตก ออกมีปุยนุ่นลอยไปมา*


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:05:07 น.  

 
เห็นผักกูดแล้วนึกถึงตอนไปเที่ยวน้ำตกทีลอซูเมื่อ 25 ปีที่แล้ว

ยังไม่มีการตัดถนนเข้าไปถึงตัวน้ำตก ต้องนั่งเรือยางไปต่อ 4WD ถึงจะไปถึงน้ำตกได้


ระหว่างที่นั่งเรือยางพายไปตามน้ำก็มีดงผักกูด 2 ข้างทางตลอด ไกด์บอกว่าอร่อย เลยช่วยกันเก็บ พอผักกูดโดนแดดนานๆก็เริ่มจะเหี่ยว ก็เลยเอาไปแช่ในน้ำที่อยู่ในเรือยาง โดยลืมไปว่าเท้าของทุกๆคนก็แช่อยู่ในน้ำนั้นแหละ


กินข้าวกลางวันกันในเรือ มีคนบอกให้ลองกินผักกูดจิ้มน้ำพริกตาแดงกับข้าวเหนียวที่ซื้อมา ก็ลองกินกันทุกคน ติดใจกันใหญ่ เพราะผักกูดหวาน กรอบ .... โดยที่ลืมไปว่าแช่อยู่ในน้ำล้างเท้า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:26:41 น.  

 
สวัสดีครับพี่ไวน์

มาเที่ยวป่ากันอีกรอบครับ
อ่านเรื่องการทำอาหารแล้ว ยังคิดอยู่ว่าเป็นผมผมจะกินได้ไหม 55555 แค่ถั่วเน่าผมก็แย่แล้วครับ
ตลกเรื่องภาษาที่แตกต่างมากครับ ฟังรู้เรื่องไม่รู้เรื่องบ้างเนี้ย น่าสนุกดีครับ แต่ผมก็ฟังท่านประธานผมไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนกัน จะกัวมากเวลาต้องประชุมด้วย เพราะกัวฟังไม่รู้เรื่องแล้วถามหลายรอบอ่ะครับ แต่ท่านก็จะพูดทวนให้นะ แต่เราก็เกรงใจผู้ใหญ่


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:13:56:32 น.  

 
มักผักกูดเจ้า


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:15:33:12 น.  

 
ผมทึ่งกับการอยู่ป่านะ ถ้าผมไปอาจไม่รอด

พวกทักษะการเอาตัวรอดไม่มีในวิชาลูกเสือเลยจนรู้สึกว่าเราเรียนวิชานี้ไปทำไม วันๆ เอาแต่แถวตรงๆ แล้วก็เดินทางไกล (แล้วครูก็เป็นลมมาเกาะคอนักเรียน) เอาถ่านป้ายหน้าให้หน้าดำๆ ให้ลอดใต้ซุ้มแล้วแกล้งปล่อยมดแดง นี่คือความทรงจำที่ผมมีในวิชาลูกเสือซึ่งมันไร้สาระมาก ยังไม่รวมทักษะการช่วยชีวิตที่สอนกันมาผิดๆ อย่างเรื่องงูกัดแล้วขันชะเนาะ


ขอบคุณที่แวะมาร่วมอวยพรวันเกิดนะครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 พฤษภาคม 2565 เวลา:21:06:32 น.  

 

บรรยากาศดี
ได้ความรู้ว่า
"ผักกูดยังเขียววันก่อนผมทำสีเหลืองไม่อร่อยเลย
อ๋อ...พี่บีบมะนาวใส่ก่อนยกลงถ้าใส่ก่อนมันจะขม"

น่าจะลองใช้กับผักอื่นให้ผักเขียวได้ด้วยมัง


โดย: newyorknurse วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:4:33:41 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:15:40 น.  

 
"เส้นใหญ่ผัดซีอิ้ว"



ส่งการบ้านFood For Fun#71:กินง่าย-อยู่ง่าย
โจทย์ โดย อ้อเอง ค่ะพี่ไวน์
อิ อิ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:7:05:12 น.  

 
พี่ประภาสเป็นคนมีความสามารถหลากหลายจริงๆครับ
ส่วนตัวผมชอบบทบาทนักเขียนของพี่เขามากที่สุดครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 พฤษภาคม 2565 เวลา:18:47:02 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณไวน์
จากที่บล็อก ดอกKwanzan Cherry ดอกตูมจนบาน
ประมาณหนี่งอาทิตย์ และเวลาดอกบานเต็มที่ก็
อยู่ _3-4 วันแล้วแต่อากาศด้วย
ถ้าฝนตกดอกก็จะร่วงเร็ว หมดดอกก็เป็นใบเต็มต้นค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:02:23 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:6:05:27 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์ มาอ่านบ้านน้อยในป่าใหญ่ต่อค่ะ วันนี้แกงผักกูด ดูแต่ละเมนูแล้วกินร้อนๆอร่อยๆนะคะ ชอบแกงส้มผักกูดค่ะแกงแบบภาคเหนือใส่ปลาด้วยอร่อยมากๆนะคะ
ชอบวิธีการจุดไฟในป่าที่พี่ไวน์อธิบาย ดูเหมือนว่าจะทำได้ง่ายๆนะคะแต่พอเราไปทำจริงไม่รู้ไฟจะติดหรือเปล่า 555

ชีวิตในป่าถ้าไม่ยึดติดอะไรน่าจะมีความสุขไปวันๆไม่ต้องอยากได้อะไรอยู่ไปตามสภาพดูแล้วแทบจะไม่ต้องใช้เงินเลยนะคะ


โหวต Diarist ค่ะ



โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:23:25:39 น.  

 


ขอบคุณพี่ไวน์มากนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 8 พฤษภาคม 2565 เวลา:23:46:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 90 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.