กรกฏาคม 2565
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
31 กรกฏาคม 2565

: จุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งที่ 2 :


: จุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งที่ 2 :








21-29 ธันวาคม 2552 ผมเดินทางไปอินเดีย
ไปกับคณะแสวงบุญ คณะสงฆ์ 60 รูปและฆราวาส 60 คน
ท่านเจ้าคณะจังหวัดชลบุรีให้ความเมตตา
พาผมไปกับทริปนี้ในฐานะช่างภาพ
ผมไปแบบไม่มีข้อมูลอะไรใดใดในหัวเลย
ตอนนั้นลูกชายเพิ่งเกิดได้ไม่กี่เดือน

การไปครั้งนี้เปลี่ยนความคิดของผมไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อนหน้าที่จะเดินทางไป
ผมอยากได้คอมพิวเตอร์ใหม่ อยากได้กีตาร์ตัวใหม่ อยากได้กล้องถ่ายรูปใหม่
แต่หลังจากกลับมาผมไม่อยากได้อะไรใหม่อีกนานเลย

ภาพขอทานเป็นสิ่งที่เห็นเจนตาจากทริปนี้
ขณะถ่ายภาพผมเกิดประโยคคำถามผุดขึ้นมาในใจ


“เรามีไม่พอ หรือเรามีมากเกินไป”

4 สังเวชนียสถานที่ได้ไป
ยังไม่ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมในใจ
เท่ากับชีวิตของคนยากคนจน คนแก่ คนเจ็บ คนตาย
ที่ได้เห็นตลอดรายทางที่ผ่านไป



หลังกลับมาจากทริปนี้
คำว่า “รู้จักพอ”
เหมือนวนเวียนอยู่ในความคิดผมอย่างต่อเนื่อง
ผมใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมากขึ้น จากที่เรียบง่ายอยู่แล้ว
ผมรู้สึกว่าความอยากในใจหายไปเยอะมาก
หลังจากได้เห็นภาพชีวิตที่อินเดีย

ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีสิ่งต่าง ๆ มากมาย
อยากได้อะไรก็ได้มาโดยไม่ยากลำบากนัก
และมีเหลือพอที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่น ๆ

ภาพขอทานที่อินเดียเป็นเหมือน “ครู”
ซึ่งกำลังสอนให้ผมรู้ว่าชีวิตเราไม่ได้มีอะไรขาด
เราแค่มีไม่เท่าคนอื่น
และคนอื่นก็อาจมีไม่เท่าที่เรามี

หลายคนไปอินเดียด้วยความตั้งใจอยากปฏิบัติธรรม
อยากทำบุญ สวดมนต์ หรือไปเยือนสังเวชนียสถาน
แต่ “วิหารในใจ” ที่แท้จริงซึ่งผมได้พบ
กลับไม่ได้อยู่ในกิจกรรมต่าง ๆเหล่านั้นเลย
มันอยู่ในจิตของตน
อยู่ในการรับรู้และพิจารณาธรรมตามความเป็นจริงที่ได้พบ
อยู่ในชีวิตที่แท้จริงทั้งของเราและบุคคลต่าง ๆ รอบตัวที่ได้เจอ










หมายเหตุ

Facebook ของผมชื่อ Kawaka Nalanta
ที่มาคือในเช้าวันหนึ่งจู่ ๆก็มีชื่อ “นาลันทา” แวบผ่านเข้ามาในความคิด
ผมรู้สึกชอบชื่อนี้โดยไม่มีเหตุผล และไม่รู้ว่าคือชื่ออะไร
ผมลองนำชื่อนี้ไปเสริชดูในกูเกิ้ล
ปรากฏว่ามันขึ้นมาเป็นชื่อเมืองโบราณในประเทศอินเดีย
เป็นพุทธวิทยาลัยในอาณาจักรมคธ
ซึ่งในอดีตถือเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้พุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่มาก
และในทริปนี้เราก็จะได้ไปเยี่ยมชมซากเมืองนาลันทาด้วย
ผมจึงใช้ชื่อ Kawaka Nalanta นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา





















 



Create Date : 31 กรกฎาคม 2565
Last Update : 31 กรกฎาคม 2565 6:34:00 น. 21 comments
Counter : 425 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณmultiple, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณทนายอ้วน, คุณปัญญา Dh, คุณเริงฤดีนะ, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณNENE77, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณสองแผ่นดิน, คุณhaiku, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณnonnoiGiwGiw, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณtuk-tuk@korat


 
อินเดียก็ไปมาเหมือนกันนะคุณก๋า
ขอทานก็พอเห็นอยู่นะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอย่างคุณก๋า
แต่รู้สึกว่าเพราะเขาไม่ได้ทำทานมาในชาติก่อน
จึงต้องมาลำบากในการดำรงชีวิตในชาตินี้จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:7:09:51 น.  

 
เคยเห็นภาพ ขอทานและคนนั่งอึข้างทาง คนนั่งหลังคารถไฟ
มีคนทำงานอย่างหนัก เช่น

อาชีพทำอาหารส่ง ขนขั้นรถไฟไปส่งแต่ละที่ทุกวัน แสดงว่า
คนมีเงิน พอมีเงินมากพอสมควร คนจนก็จนมากมาย

ไม่แน่ใจว่า คนเยอะเพราะไม่คุมกำเหนิดใช่หรือไม่... คุณก๋า
ไปเห็นจีน อินเดียมาแล้วฉุกคิด ..ผมว่าดีนะครับนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตตนเอง แล้วปรับวิถีชีวิตครอบครัว ผ่อนสันผ่อนยาวใช้จิตวิทยา การตลาดเข้าใช้

ขอชื่นชมครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:8:38:49 น.  

 
อินเดีย มีผลผลิตทางการเกษตร ส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก
มีกองทัพ ใหญ่เป็นที่ 3 ของโลก แต่มีปัญหาทางชนชาติ และศาสนา
คนรวยมีไม่ใช่น้อย แต่คนจนมีมากกว่าทวีคูณ อดอยาก ยากแค้น

อ.เต๊ะ ยังจำตอนที่โควิดระบาดหนักๆ ในอินเดียได้
ผู้คนบุก รพ.ขโมย ยา ออกซิเจน ศพคนตายเผาไม่ทัน ต้องโยนทิ้งแม่น้ำไม่งั้นก็ปล่อยเป็นเหยื่อนกกา แต่บรรดาเศรษฐีในอินเดีย
ขึ้นเครื่องบินหนี ออกนอกประเทศ ชิวๆ เลยนะครับ

ประเทศเรายังโชคดี คนใจบุญแยะ แต่คนจนต้องออกสื่อ เปิดบัญชี
ถึงจะรอด มีเงินก้อนใหญ่พลิกชีวิตนะครับ

ความพอดี อยู่ที่ใจของเราจริงๆ เศรษฐีหมื่นล้านว่า ยังมีน้อยไป
คนอยู่สลัม หาได้ 1000 นึงดีใจ กินไปได้ทั้งเดือน
ว่าแล้ว อ.เต๊ะ ผู้ยากไร้ ขอตัวไป คุ้ยหาของกินในตู้เย็นก่อนนะครับ 555

ปล.ถ้าบ้าน อยู่ใกล้ เดี๋ยว อ.เต๊ะ จะไปตัดผมให้นะครับ
เชื่อมือได้ ตัดมาหลายหัวแล้ว รับประกัน แหว่งทุกหัว เย้ย 555



ปล.


โดย: multiple วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:9:13:03 น.  

 
ความดันขึ้นตามาก มองไม่ค่อยเห็นหมอนัดศุกร์นี้

ขอภัยด้วยนะคะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:9:57:28 น.  

 
บอลไม่กล้าไปอินเดียเลยครับ ทั้งๆที่มีเพื่อนคนอินเดียแท้ๆ เลยตอนเรียนปริญญาโทเยอะมาก


มีคนนึงเพื่อนๆคนไทยเรียกกันว่า "เจ้าชายแคชเมียร์" หล่อมากครับ หน้าตาเหมือนพระเอกหนังอินเดียเลยครับ ขาว สูงมาก ตัวใหญ่ .... ตอนคุยด้วยแรกๆก็ดีนะครับ แต่พอคุยไปด้วยนานๆก็ชวนไปอยู่แคชเมียร์ ..... ไปกู้เอกราชแคว้นซะงั้น คนไทยเลยถอยห่างๆ เจอกันก็ยิ้มๆให้เท่านั้น ..... แต่มีเพื่อนอินเดียแอบกระซิบว่าเป็นเจ้าชายจริงๆนะ ... เลยบอกว่าอยากไปแคชเมียร์นะ แต่ให้ไปกู้เอกราชก็คงไม่ไหว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:10:08:24 น.  

 
สวัสดีครับ

อินเดียมีคนลำบากเยอะครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:10:21:55 น.  

 
อินเดียส่วนที่ยากไร้ก็ยากไร้สุดๆ ข่าวว่าอีกไม่นานจำนวนประชากรในอินเดียวจะแซงหน้าจีนแล้วด้วย ความเหลื่อมล้ำดูจะมีมาก แต่เรื่องความเหลื่อมล้ําคงสู้ไทยไม่ได้ของเราอันดับ 1 ของโลกแล้วตอนนี้


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:11:44:08 น.  

 
เรียกว่าไปอินเดียคราวนี้
ดวงตาเห็นธรรมเลยนะคะ

เมื่อเหฌนคนที่ขาดกว่ามากมาย
เราจึงจะรู้ว่า..
เรามีมากมายกว่าหลายร้อยเท่าพันเท่า


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:12:13:10 น.  

 
อินเดียขึ้นชื่อเรื่องความแตกต่างของคนจนกับคนรวยโดยสิ้นเชิง
ต่างกันยิ่งกว่าขาวกับดำอีกค่ะในความรู้สึก
เห็นคนจนก็เวทนาแหละค่ะ แค่คนรวยเขานี่คืออภิมหาเศรษฐีทีเดียว

เป็นคนชอบดูสารคดีของประเทศอื่นๆ
เห็นชีวิตความเป็นอยู่แร้นแค้นสุดจะบรรยาย
ใช้ชีวืตอยู่บนกองขยะ อาหารที่กิน แทบไม่น่าเรียกว่าอาหาร

แต่ก็นั่นแหละค่ะ เห็นคนลำบากกว่า มันจะมีความรู้สึกอย่างหนึ่ง
ที่มีขึ้นมาปลอบประโลมใจตัวเองอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง
พอผ่านไปก็ลืม และรู้สึกว่าก็ยังมีความอยากได้อยากมีในสิ่งที่ยังไม่มีอยู่ดี
ยังรู้สึกว่าตอนนี้ยังมีไม่พอค่ะ แต่ก็ไม่ได้อยากมีขนาดเป็นเศรษฐีอะไรปานนั้นหรอกนะคะ




โดย: NENE77 วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:13:23:55 น.  

 
ดีเลยนะครับเป็นการเดินทางที่ได้อะไรมากมายเลยทีเดียว แต่ที่สำคัญคือได้ส่องจิตของตัวเอง ความคิดเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน ถ้าเราไม่หยุดความอยาก บางทีเราจะอยากไม่รู้จบนะครับ

รู้จักพอ ถ้าคนที่รู้จัก ชีวิตจะไม่วุ่นวายนะครับ

ผมชอบชื่อเฟซบุ๊กของคุณมากครับ กะว่าก๋า นาลันทา

หลังจากทริปนั้นคุณได้เดินทางไปอินเดียอีกไหมครับ แล้วได้แนวคิดอะไรเพิ่มเติมมาอีกหรือเปล่าครับ

ขอบคุณครับ


โดย: สมาชิกหมายเลข 7147732 วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:15:02:32 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

จุดเปลี่ยนชีวิตของก๋า ครั้งที่สองนี่ คือ ไปเห็นสภาพความยาก
ลำบากของชาวอินเดีย แล้วเป็นการจุดประกายให้ความ "อยาก" โน่นอยากนี่หายเป็นปลิดทิ้งคงเพราะมีโอกาสได้เห็นคนที่ลำบากมาก
กว่าตัวเรา จึงเกิดความคิดเปรียบเทียบและเปลี่ยนแปลงความคิดได้
ก็เหมือนตอนเจ้าชายสิทธัตถะตอนเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย เกิด
สลดหดหู่และเสด็จออกผนวช เนาะ อิอิ เป็นการไปเที่ยวที่ได้สิ่งที่
ประเสริฐกลับมาเพื่อเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง ดีจ้ะ

โหวดหมวด บันทึกประสบการณ์ชีวิต


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:21:10:13 น.  

 
ผมว่าสิ่งที่พี่ก๋าเห็นมันต้องน่าสังเวชมากแน่นอนครับ
ออนเดียควาทเหลื่อมล้พสูงมาก ชั้นวรรณะก็ยังถือกันอยู่ ชุมชนแออัดคือสกปรกขั้นสุเจนไม่คิดว่า คนจะอยู่ได้ ผมเห็นแค่คลิปสตรีทฟู้เอินเดียก็เครียดแล้วครับ เรียกว่า ต้องสั่งเสียก่อนสั่งซื้อ

ผมน่าจะคิดเหมือนพี่ก๋าครับ สำหรับผมการไปวัดอสวดมนต์ไม่ได้ข่วยให้คิดอะไรได้ แต่การเห็น…เรียกว่าอะไรดีอ่ะครับ ทุกขเวทนาป่ะครับ ทำให้คิดได้มากเลย

ผมเคยเห็นแม่หมาพาลูกหมาสามสี่ตัวไปกินน้ำที่ขังอยู่ริมถนน คือเวทนามากครับ น้ำที่ล้อรถเรายังไม่อยากเหยียบ แต่แม่หมาที่รักลูกหมามากๆ อยู่แล้วต้องพาลูดหมาไปกินน้ำ นั่นอาจจะดีที่สุดที่แม่หมาจะทำให้ได้แล้ว ฮือออออ ตอนนี้รู้สึกว่า อะไรที่มันลำบากก็โคดลำบากเลย แม่หมาคงอยาดให้มีคนรับลูกๆไปเลี้ยง แต่ลูกหมาก็คงมีแม่เป็นความสุขที่สุดแล้วถึงจะกินน้ำข้างถนนก็เถอะ โอ้ย จะร้องไห้ ภาพติดตามากครับ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:21:43:00 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

เมื่อวานติดภารกิจเลยไม่ได้เข้ามาทักทายครับ

ชอบคำว่า “เรามีไม่พอ หรือเรามีมากเกินไป” มากเลยครับ
ยื่งเราตามกระแสสังคม ว่าของนั้นดี ของมันต้องมี
รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยไปแล้ว และพออยู่นานยิ่งตัดยาก
ตัดขาดไม่ได้ ทำให้จิตใจแบกรับหนักไปอีก

การเดินทางของคุณก๋าเหมาะสมกับคำว่า
สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตเลยครับ
และสร้างเสริมจิตให้มั่นคงยิ่งๆ ขึ้น


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:23:16:38 น.  

 
การได้เห็นภาพคนยากจน คนขอทาน ทำให้รู้จักพอ
ส่วนตัวผมได้เห็นภาพคนผิวดำในทวีปแอฟริกาที่อดอยากผอมโซไม่มีจะกิน(จากสารคดี)
ทำให้นิสัยการกินเปลี่ยนไป กินเกลี้ยงจานครับ ไม่กินทิ้งกินขว้าง
แล้วได้ฟังเพลงที่มีเนื้อหา ใส่เสื้อตัวละ 199 ตั้งแต่นั้นมา ผมเลิกใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมเลยครับ

วันนี้ ฝนตกหนักช่วงสี่โมงเย็นแล้วหยุดไป มาตกพรำอีกตอนสองทุ่มจนถึงเวลานี้ครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 31 กรกฎาคม 2565 เวลา:23:51:26 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณก๋า

ภาพถ่ายของคุณก๋าเล่าเรื่องได้ชัดเจนมากค่ะ
เด็กๆที่ขาดแคลนหรือพิการน่าเห็นใจน่าหดหู่ใจมาก
แล้วสิ่งที่เค้าเผชิญไม่ใช่ชั่วครั้งชั่วคราวแต่คือชีวิตจริงนะคะ

เรามีอวัยวะครบ ปัจจัยพื้นฐานมีอย่างพอเพียง
เห็นภาพถ่ายยังสะท้อนใจ หากไปเห็นกับตาอย่างคุณก๋า
คงเกิดความคิดอะไรในใจเหมือนกันค่ะ

ฝันดีนะคะ
ขอให้การย้ายบ้านราบรื่นค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:0:23:53 น.  

 
สวัสดีเจ้า
บ่อยากไปเลยเจ้าอินเดีย


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:15:23:48 น.  

 
จากที่บล็อก

เวลาบอลไปอยุธยาน้อยครั้งมากที่จะเตรียมตัวหาข้อมูลครับ นึกได้ก็ออกรถเลย ก็ต้องถ่ายรูปตุนเยอะๆมาก่อน แล้วมาเอาข้อมูลที่หาได้ไป match ครับ

หลายครั้งไปสถานที่เดิมๆหลายๆครั้งกว่าจะได้รูปที่สำคัญๆครบถ้วนครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:16:29:30 น.  

 
ผมเห็นเหมือนพี่ก๋าอัพบล๊อกใหม่ แต่เข้าไปไม่เจออ่ะครับ
พี่ก๋าแก้ไขอยู่ หรือกดผิดไป Save as draft รึป่าวครับพี่ แต่เม้นไว้ในนี้ก่อนแล้วกันนะครับ

5555ผมชอบที่พี่ก๋าคุยกับหลวงพ่อสุพรรณครับ ท่านก็คงชอบการพูดการจาของพี่ก๋าเหมือนกัน
แถมผมยังชอบที่พี่ก๋าเลือกที่จะค้นหาตัวตนจากประสบการณ์ด้วยตาตัวเองมากกว่า เดินตามคนอื่นไปทำอะไรตามๆ กัน ซึ่งมันอาจไม่ใช่สิ่งที่เราตามหาก็ได้ แล้วพี่ก๋าก็ได้อะไรจากการเดินเก็บบรรยากาศจริง ๆด้วยครับ

เด็กกับหมาขี้เรื้อน จริงครับ เค้าก็รักของเค้า ใครไม่อยากอุ้มเค้าอุ้มได้ บางทีคนที่ไม่มีก็ใจบริสุทธิ์กว่าคนที่มีอีกครับ
ผมเองรู้ตัวดีว่าหลายอย่างผมก็ไม่ได้มีใจบริสุทธิ์อย่างคนอื่น
เคยมีเพื่อนผู้หญิงคนนึงที่เรียนด้วยกันตอนป.ตรี เค้าเป็นคนดีเลยครับ เป็นเพื่อนที่ดี ห่วงใย ใส่ใจ เต็มที่กับเพื่อนมากๆ ผมก็เป็นหนึ่งในเพื่อนของเค้า กินเหล้ากันเค้าก็ถามว่าทำไมผมไม่คบใครซักที ผมก็บอกว่า ยังไม่เจอคนที่โอเค แต่ละคนที่เข้ามาไม่จริงใจ ถ้าจริงใจเหมือนเทออ่ะ เราคงอยากเป็นแฟนด้วย
1 ปีผ่านไป เค้ามาบอกชอบผม แต่ผมปฎิเสธเค้าทันทีไม่คิดเลยครับ ว่า เฮ้ยไม่ได้ เราเป็นเพื่อนกัน จะเป็นแฟนกันได้ยังไง เค้าถามว่า ก็เห็นว่าอยากเจอคนจริงใจเหมือนเรา เราพร้อมที่จะจริงใจนะ
ผมก็ยืนยันว่า ไม่ได้จริงๆ เป็นเพื่อนกันเถอะนะ

แต่เอาจริงๆ ผมไปต่อไม่ได้ ง่ายๆ เลยคือเค้าหน้าตาไม่ดีครับ คิดเรื่องชื่อเสียงตัวเอง ภาพลักษณ์ตัวเอง แล้วรู้สึกว่า ไม่ได้เลยจะดีแค่ไหนคนนี้ก็ไม่ได้ ตอนนั้นผมจะเลือกไปไหน คุยกับใคร จะคิดถึงชื่อเสียง ภาพลักษณ์ตัวเอง ชื่อเสียงอีกฝ่ายที่จะพาเราให้ดีขึ้นได้ด้วยครับ ไม่ดีมากๆ

ปัจจุบัน เพื่อนคนนี้กับผมก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เค้ากำลังจะแต่งงาน ผมกำลังจะไปงานแต่งเค้า เค้าเจอคนที่ดี ที่ศีลเสมอกัน ที่ไม่มองที่รูปร่างหน้าตาภายนอก
ผมมาคิดเลยครับว่า ไม่ใช่เค้าที่ไม่เหมาะกับผม แต่ผมต่างหากที่ไม่เหมาะกับเค้า เพราะใจผมแม่มไม่ได้เลย แต่ผู้ชายคนที่กำลังจะแต่งงานคือคนที่เหมาะกับเค้า มองเค้าสวยงามอย่างที่เค้าเป็น เพราะจริงๆ จิตใจเค้าสวยงามมาก ๆ เป็นคนดีมากๆ ครับ ^^


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:17:18:06 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

วันนี้ไม่ได้อัพบล็อกเหรอ ครูไปพบหมอตามที่นัดตั้งแต่ยังไม่
หกโมงเช้า ขากลับฝนตกหนักมาก กลับบ้านตัวเปียกเหมือนกัน รีบ
อาบน้ำ แล้วก็นอนชดเชย อิอิ

เชียงใหม่ฝนตกไหม จ๊ะ
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย รักษาสุขภาพด้วยจ้ะ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:19:47:04 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

อ๊ะ ทำไมเมื่อเช้าเหมือนเห็น(บล็อก)คุณก๋าแว้บๆ
ผมตาฝาดแน่เลย

วันนี้ช่วงบ่ายที่บ้านฝนตกหนักเลยครับ
ก็เย็นสบาย แต่ผ้าไม่แห้ง 55
พรุ่งนี้เช้าลุ้นใหม่

คุณก๋าก็รักษาสุขภาพนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:20:22:49 น.  

 
เกือบพลาดเรื่องดีๆ

สาธุค่ะ


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:20:59:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 384 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]