พฤศจิกายน 2562
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
9 พฤศจิกายน 2562

:: ก๋าราณีตอบคำถามน้องแมวย้อมเสือ ::



:: ก๋าราณีตอบคำถามน้องแมวย้อมเสือ ::



หากเราจะให้พลังงานหมดไป ไม่กลับมาเกิดอีก คือต้องอยู่ในสภาวะนิ่ง (ไม่มีตัณหา)
หรืออยู่ในสภาวะ อุณหภูมิ 0 เคลวิน หรือเวลาไม่มีผลต่อเรา (เวลาหยุดเดิน)
พี่ก๋ามีความคิดเห็นอย่างไรกับสภาวะนิพพาน และเราสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไรคะ

หมายถึงเรายังคงเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล อาจเป็นก้อนเมฆ เป็นหยดน้ำ เป็นอากาศ
เป็นต้นไม้ เป็นสัตว์ตัวน้อย เป็นพลังงานที่ยังหมุนเวียนอยู่ในจักรวาลนี้
เพียงแต่เข้าใจในการเป็น และไม่มีผลให้เราทุกข์หรือสุขหรือไม่ปรุงแต่งแล้วใช่ไหมคะ
คำว่าไม่กลับมาเกิด คือ ในความหมายดับตัวตนใช่ไหมคะ
แต่เรายังคงเกิด ๆ ดับ ๆ เกิด ดับ ๆ ตลอดเวลา



คำถามโดย : แมวย้อมเสือ















พี่ก๋ามองนิพพานเป็นเรื่องของการจบสิ้นตัวตน แต่ไม่ได้หมดพลังงาน
ถ้าเปรียบเทียบให้ง่ายกว่านี้ เหมือนเราเป็นหยดน้ำที่ไหลไปรวมกับมหาสมุทร
มหาสมุทรนี้จะเรียกว่าพระเจ้า พระผู้สร้าง ธรรมะ หรืออะไรก็ได้
แต่เป็นผู้สร้างฝน สร้างลม สร้างหยดน้ำขึ้นมา
นิพพาน คือ การเปลี่ยนสถานะของสิ่งที่ถูกสร้าง ไปเป็นผู้สร้าง
เราจะเป็นแบบนั้น เราต้องฝึกฝนตนเองจนมีสภาวะเดียวกันกับผู้สร้างหรือพระเจ้า
หรือจะให้ง่ายเข้าก็ดูว่าธรรมชาติสร้างทำอะไร เราก็ทำแบบนั้น
มีจิตแห่งการเป็นผู้ให้และผู้สร้างแบบนั้นให้ได้
แต่เรากลายเป็นผู้สร้าง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกสร้างอีกแล้ว
หมายความว่าเราไม่มีตัวตนอีกแล้ว
เราไม่ได้เป็นทั้งหยดน้ำ ไม่เป็นคน สัตว์ สิ่งของ
ไม่เป็นสิ่งใดเลย นอกจากเป็นพลังงาน
(เราไม่ได้เป็นโลก สิ่งที่อยู่ในโลก แต่เราเป็นคนสร้างโลก)
เรื่องนี้ยากจะอธิบายนะครับ พี่ก๋าก็ไม่ได้เก่งพอที่จะอธิบายเรื่องยากๆแบบนี้ด้วย 555
เพียงแต่ความเข้าใจในเรื่องนิพพาน ยากที่จะอธิบายเป็นตัวอักษรหรือคำพูดได้
คือ ถ้าพี่ก๋าอธิบายไปแบบนี้ ก็อาจมีคนแย้งขึ้นได้อีกว่า
อ้าว --- แล้วใครเป็นคนสร้างคนสร้างโลก


เคยได้ยินคำถามแบบนี้ไหมครับ "ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน"
แล้วเราก็เถียงกันวุ่นวายไปหมด ต่างคนต่างมีเหตุผล
แต่พี่ก๋าชอบคำตอบของหลวงปู่ดุลย์ ท่านตอบว่า


"เกิดพร้อมกัน"




เหมือนที่ท่านพุทธทาสเคยอธิบายเรื่อง "นิพพานชิมลอง" คือ นิพพานชั่วขณะ
สภาวะนั้นจะเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อจิตในขณะนั้นเข้าถึงความจริงแห่งชีวิต
ว่าตัวตนของเราแท้จริงเป็นสิ่งสมุมติ มันถูกสร้างขึ้นจากเหตุปัจจัยร้อยแปด
ที่ทำให้เราเป็นเราอยู่ ณ ตอนนี้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เรา
ไม่รู้สึกถึงความเป็นเรา ไม่รู้สึกถึงความเป็นเขา
ไม่มีความเป็นชายเป็นหญิง เป็นครู เป็นกษัตริย์ เป็นสัตว์ สิ่งของ
เราจะรู้สึกว่าตัวเองเล็กลง ๆๆๆๆๆ จนรู้สึกว่า ฉันไม่ได้เป็นสิ่งที่ฉันเป็นอยู่
แต่กำลังเป็นสิ่งเดียวกับที่ธรรมชาติเป็น
พี่ก๋าเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่า การตื่นรู้ การบรรลุธรรม
หรือการตระหนักแจ้งในความจริงแห่งชีวิต
รู้แล้วว่าชีวิตคืออะไร รู้ว่าอะไรคืออะไร และรู้ว่าทุกสิ่งต้องดับไป
การรู้และไม่อยากเกิดตัวตนแบบนี้อีก เรียกว่า การนิพพาน
แต่ปัญหาของผู้ปฏิบัติธรรม คือ พอผ่านไปสักระยะ
จิตก็จะถูกเร้าจากสิ่งอื่นต่อ มันก็กลับมาวนที่จุดเดิม
มีสุขมาก ก็อยากเกิดอีก มีทุกข์มาก ก็ไม่อยากเกิดแล้ว
นิพพานที่แท้จริง คือ ต้องไม่เกิดไม่ตาย ไม่มีตัวตนให้จับต้องอีกต่อไป



ถ้าถามว่าแล้วต้องทำอย่างไร ถ้าดูจากแนวทางของพระพุทธเจ้า
พี่ก๋าคิดว่าท่านใช้ปัญญาพิจารณาความจริงครับ
เราอาจจะเห็นความจริงของชีวิตในแต่ละวัน แต่เห็นเพียงชั่วขณะ
เห็นแล้วก็ลืม ไม่ใส่ใจ หรือเห็นแล้วก็ไม่รู้ว่าเห็น
เห็นแล้วไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วก็หลงไปกับโลกต่อ
นิพพานจากความรู้แจ้งหรือการตรัสรู้ คือ การรู้เห็นความจริงของชีวิต
แล้วไม่กลับไปหลงกับโลกอีกต่อไป ใช้ชีวิตอยู่กับโลกนี้ไปเรื่อยๆ จนหมดลม
และในที่สุดก็ไม่กลับมาเกิดอีก หมายถึง ดับตัวตนจนหมดสิ้นนั่นเองครับ



การไม่กลับมาเกิด คือ การไม่มีตัวตนสมมุติอีกต่อไป
คือ จบสิ้นในความเป็น ความมีตัวตนที่เคยมีเคยเป็น
ถ้านิพพานแล้ว ไม่มีเกิด ไม่มีดับแล้ว
จากตัวตนจะกลายเป็น "สภาวะ"
สภาวะนี้ เราเรียกว่า "พลังงาน" เหมือนพลังงานไฟฟ้า
มองไม่เห็น แต่มีอยู่ สร้างความร้อน ความเย็นได้
จากการส่งพลังงานไฟฟ้าไปสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ
นิพพาน คือ การเปลี่ยนจากการเคยเป็นพัดลม แอร์ เครื่องดูดฝุ่น ไปเป็น พลังงานไฟฟ้า






การฝึกฝนธรรม คือ การมองเห็นความจริง
ความจริงของตนเอง ว่าเกิดแล้วต้องตาย
ก่อนตายเราจะใช้ชีวิตให้มีความหมายได้อย่างไร
จะฝึกฝนตนให้มีจิตอันเมตตาได้อย่างไร
และที่สุดแล้ว จะละวางการยึดติดในตัวตนนี้ได้อย่างไร
ถ้าเรารู้จุดประสงค์เช่นนี้แล้ว การใช้ชีวิตท่ามกลางความทุกข์ จะถูกยกระดับจิต
ให้เป็นการเกิดขึ้นมามิใช่เพียงเพื่อแสวงหาสุขหรือดับทุกข์
แต่เป็นชีวิตที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น รวมทั้งสรรพสัตว์
เหมือนที่ธรรมชาติให้ฟ้า ให้ลม ให้แดด ให้ฝน โดยไม่เคยแบ่งแยก
ไม่เคยบอกว่าคนนี้รวยให้ให้แดดเยอะหน่อย คนโง่ฉันไม่ให้อากาศ ฯลฯ
ความเท่าเทียมกันของธรรมชาติ ทำให้เราได้ตระหนักรู้ว่าทั้งเธอและเขา
ทั้งเราและสรรพสิ่ง มิได้มีอะไรต่างกันเลย
เราถูกสร้างขึ้นมา ใช้ชีวิตในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ดับสิ้นไป
การใช้ปัญญาเพื่อพิจารณาความจริง
จึงเป็นหนทางที่จะทำให้เรารู้จักตัวเอง รู้จักโลก
รู้จักแล้ว ก็ต้องวางลงให้ได้ ไม่แบกมันข้ามภพข้ามชาติอีกต่อไป








































 



Create Date : 09 พฤศจิกายน 2562
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2562 6:19:00 น. 13 comments
Counter : 712 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณRananrin, คุณmultiple, คุณThe Kop Civil, คุณhaiku, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณmcayenne94, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณชีริว


 
สวัสดีค่าพี่ก๋า
รินว่าคนเรา ถ้ายังไม่ถึงที่ตายจริงๆ
อย่าเพิ่งรีบตายเลยนะคะ
อยู่ดูความเป็นไปของโลกใบนี้ก่อนดีกว่า
มีอะไรน่าสนุกอีกเยอะเลยค่ะ

การเกิดเป็นมนุษย์ ถือว่ามีบุญมาก
ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ต่อตนเอง คนที่รัก และเพื่อนมนุษย์นะคะ


โดย: Rananrin วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:6:44:26 น.  

 
เรื่องนี้เกินความรู้ ความเข้าใจ ของ อ.เต๊ะ ขอผ่านนะครับ แฮ่ๆ555

คุณก๋าบอก เออ เอ็งเล่นยังงี้ไช่มั้ย เอ็งจำไว้เล้ย 5555

รู้แต่ว่า ภาพสวย ชอบดอกไม้ สดชื่นดี อยากไปเที่ยวบ้างจัง มันคืออุทยานที่ไหนเหรอครับ



โดย: multiple วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:7:43:20 น.  

 
สวัสดีเช้าวันหยุดค่าา
มีความสุขสดใสในทุกๆวันนะคะ


โดย: In the past IP: 184.22.59.138 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:8:14:10 น.  

 
อ่านวันนี้แล้วผมสาธุเลยครับ 555

อาทิตย์นี้บิ๊กแมทซ์เลยครับได้เชียร์กันยาว ๆ


โดย: The Kop Civil วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:8:53:19 น.  

 
ีเกิด..ดับ
เป็นสัจจะ


โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:9:38:06 น.  

 
ความรู้ไม่ถึง ไม่กล้าตอบเลยค่ะ

ร้านนั้น
ส้มตำคุณแม่บอกเปรี้ยวและเค็มมาก
คำพูดเดียวกับคุณก๋าเป๊ะ

เรื่องรสชาติอาหารถ้าไม่แย่มากๆ
เย็นทานง่าย ให้หายหิว
ขอให้สะอาดและนั่งสบายไม่หนวกหูเหมือนโรงอาหารก็พอ
ถ้าเสียตังค์แล้วยังหงุดหงิดด้วยรสชาติอีกก็หมดความสุข

ส่วนคุณแม่ของเย็นเรื่องรสชาติอาหาร
น้องครั้งมากจะพบเจอร้านที่ชมว่าอร่อย..รายละเอียดเยอะมาก
(นินทาแม่อีก)


โดย: mcayenne94 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:11:48:00 น.  

 
ชอบคำว่า นิพพานชั่วขณะ จริงๆ เคยได้ยินพระรูปอื่นเทศน์คล้ายๆ ลักษณะนี้เช่นกันครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:12:58:50 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะคุณก๋า
ชอบคำว่า "สภาวะนิพพาน" จังเลยค่ะ

ในความรู้สึกของมนุษย์ซ่อน
"สภาวะนิพพาน" คือการเป็นอิสระจากทุกข์ทั้งมวลค่ะ
จิดแจ่มใส ใจเบิกบาน เบาด้วยสังขาร ดับด้วยอริยสัจ ๔

เหมือนจอทีวีที่ดับไป
และไม่ฉายภาพความวุ่นวายใดอีกตลอดกาล

ซ่อนคิดว่าการดับสูญในสภาวะไร้ทุกข์ คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้งคะ
พอมองจอทีวีสีดำสนิทที่เปิดไม่ติดอีกแล้วก็มีความสุข

ลมหนาวมาเยือนแล้ว รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความดีดีที่นำมาสู่พวกเรา
^ _ ^,,)


โดย: ซ่อนคำ (สมาชิกหมายเลข 5545933 ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:13:57:46 น.  

 
ชอบดาวเรือง ชอบไลแลค

โอย...เห็นภาพมาโครแล้วอยากได้กล้องขึ้นมาอีกแล้ว


นิพพานเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากเสมอ
แต่การตั้งข้อสงสัย สนใจ
ย่อมดีกว่าละเลย ไม่ใส่ใจ

เราไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาสะสมนานแค่ไหนจึงจะไปถึงภาวะนั้น
ก็ต้องๆ ค่อยๆ เก็บ ทำ เรียนรู้ ไป

สาธุ


โดย: เพรางาย วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:15:04:39 น.  

 
คำถามข้างบน ยากที่จะตอบ....ให้เข้าใจ คงต้องฝึกปฏิบัติ
จริงแบบค่อยเป็นค่อยไป คงอ่านแบบอ่านตำราคงไม่ได้

แบบที่คุณก๋าตอบน้องเขาไว้ คงให้แง่คิดนำไป ปฏิบัติต่อ...

แบบที่กว่าคนจะเป็นแพทย์ได้ ต้องเรียนพื้นฐาน วิชาการ ปฏิบัติ
จากของจริง แพทย์ประจำบ้าน กับแพทย์อย่างอื่น

ด้านนิพพาน อาจจะไกลไปแต่ถ้าคนมีศรัทธาฝึกไปเรื่อย ๆ จะได้
ความสำเร็จระดับหนึ่ง หรือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่าดีนะครับ

...


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:17:41:06 น.  

 
สวัสดีครับพี่ก๋า

วันนี้รูปดอกไม้ วิว สวยดีครับ เหมือนเป็นสถานที่ใหม่เลย
เที่ยวไหนมาครับเนี้ย หรือว่าทริปเชียงรายครั้งก่อน

ความรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กจังเลย ผมเป็นตอนที่ดู interstellar ครับ 555 ตอนนั้นอินทฤษฎีควอนตัมกับหลุมดำมาก จนรู้สึกแบบนั้นเลยครับ
จิงๆแล้วผมว่าธรรมะกับวิทยาศาสตร์ มันอาจใกล้กันมาก เพราะวิทยาศาสตร์คือ ความจริง และ ธรรมะ ก็พูดบนหลักความจริงเหมือนกัน
^^


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:17:41:35 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

อ่านคำถามของ น้องแมวย้อมเสีอแล้ว รู้สึกว่า น้องแมว
เธอนี่ คงเห็น ก๋า เป็นขุม เป็น คลังความรู้ สารพัดเรื่องเลย
นะเนี่ย ห้าห้า แต่ละคำถาม อ่านแล้วไม่ใช่จะตอบได้ง่าย ๆ เลย นะนี่

อ่านคำถามเสร็จแล้ว ก็มาอ่านคำตอบเธอ ฮี ! เชี่ยวชาญ เรื่อง นิพพาน อ่านแล้ว คิดตาม ไป แล้วเราจะอยู่
ในลักษณะที่จะไป นิพพาน ได้ไหมเนี่ย อิอิ แล้วก็สรุปออก
มาได้ว่า คงยากเฮ้ ! เพราะเราอยู่ในลักษณะที่เธอกล่าวไว้
คือ "นิพพานชั่วขณะหนึ่ง" ห้าห้า ครูเชื่อว่าคนที่เข้าใจหัวใจ
ศาสนาพุทธ นั้น (เน้นนะ) เข้าใจหลักการ เป้าหมาย ของ
ศาสนาพุทธ คงเป็นเช่นนี้เหมือนกัน เพราะว่า ตามที่เราอ่าน
ชาดก ถึง550 เรื่อง(ชาติ) กว่าที่ พระพุทธเจ้า ท่านจะสำเร็จ
และนิพพาน ไม่ต้องมา เวียนว่ายตายเกิด อีก ก็คงต้อง อยู่ใน
ลักษณะนิพพานชั่วขณะหนึ่ง มาหลาย ๆ ชาติ และสั่งสม
ปัญญา เพื่อพิจารณา ให้การนิพพานชั่วขณะหนึ่ง นั้น ให้
กลายเป็น นิพพานชั่วนิรันดร์

สรุปแล้ว ใครที่ต้องการนิพพานชั่วนิรันดร์ ต้องสั่งสม
ปัญญา ในการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ตัดทอน
กิเลส ตัณหา สิ่งเย้ายวนใจ ที่เราต้องพบ ต้องเจอ ในชีวิต
ประจำวัน ใครมีปัญญา แก้ไข ตัดทอนได้เร็ว ก็จะได้ไปนิพพาน
เร็ว เนาะ อิอิ

โหวดหมวด งานเขียน ฯ



โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:18:37:06 น.  

 
คำถามมีทั้งพุทธศาสน์ วิทยาศาสตร์ อะหืม 0 K กับนิพพาน เพิ่งเคยได้ยินความเชื่อมโยง

นิพพานของพี่ก๋ามองเหมือนการกลับไปรวมกับพระเจ้าของคริสต์ใช่ไหมครับ
ผมจำไม่ได้แล้วว่าของคริสต์พอเราเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้าไปแล้วเรายังกลับมาเกิดได้อีกไหม หรือไปลับแบบนิพพาน?

คิดถึงเกม Final Fantasy 7 ก็มีคอนเซ็ปต์ชีวิตกลับคืนสู่ไลฟ์สตรีม และวนกลับมาสร้างเป็นชีวิตใหม่ไหลวนอยู่ในดวงดาว
พวกคนโบราณที่พึ่งพาและนับถือธรรมชาติอย่างเนทีฟอเมริกันก็ยึดถือแนวคิดนี้และยอมรับการเป็นเศษเสี้ยวหนึ่งของธรรมชาติ ไม่ต้องการหลุดจากกระแสของธรรมชาติแบบนิพพาน
ส่วนนิพพานชิมลองนี่เพิ่งเคยได้ยินครับ


โดย: ชีริว วันที่: 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา:23:08:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 360 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]