Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2564
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
5 กุมภาพันธ์ 2564
 
All Blogs
 
No. 958 เลิกวิ่งจ๊อกกิ้ง... เพราะวิ่งไม่ดี หรือ..?

No.  958   เลิกวิ่งจ๊อกกิ้ง...  เพราะวิ่งไม่ดี หรือ..?



 
มีคนทราบว่าผมวิ่งออกกำลังกาย แล้วทำไมไม่เขียนเรื่องวิ่งจ๊อกกิ้งหรือวิ่งแข่งบ้าง เคยเขียนครับแต่นานมาแล้ว
แต่ได้หยุดเขียนเรื่องวิ่ง เพราะวิ่งแล้วบาดเจ็บ
เพื่อน ๆ ที่เริ่มวิ่งหรือยังวิ่งไม่ต้อง หยุดหรือเลิกวิ่งนะครับเพราะผม ปฏิบัติตัวไม่ดีเองแต่จะเป็นแบบไหนลองอ่านดูเพราะ
วิ่งแล้วร่างกายแข็งแรงสมอายุ 555  พุงไม่หลาม(เท่าใด)  เดินตัวเกือบตรง เพราะการออกกำลังกายโดยวิ่ง
นี่เอง  ขอเล่าย้อนหลังไปหลายปีหน่อย
 
ทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง และใช้เวลาว่างที่พอมีค้าขายไปด้วย ทำงานวันละมากกว่า 12  ชม.ติดต่อกันเกือบสิบปี
เมื่อเข้าสู่ปีที่ทำงานหนักมาก ๆ ได้ สองปี เริ่มหงุดหงิดร่างกายไม่แข็งแรง วิตกเรื่องต่าง ๆ
ไปหัดวิ่งและดูคนวิ่งในสวนลุมพินีรู้จักเพื่อน ๆ ที่เป็นตำรวจ
เฮียไก่เต็นท์รถเบนซ์ พี่ประสิทธิทำงานธนาคาร คุณแป๊ว ทำงานที่ ร.พ.จุฬากับอีกหลายคน ชวนวิ่ง
วันแรก ๆ  วิ่งแย่เลย 555  หายใจไม่ค่อยทันวิ่งไม่ครบรอบ เลยซื้อรองเท้าผ้าใบ พี่ ๆ เขาบอกว่าซื้อแบบที่ ช่วยให้เท้าไม่
บาดเจ็บซิ  เลยได้รู้จักรองเท้าวิ่ง
เลือกรองเท้าวิ่ง ผู้ชายนะ ไม่ใช่รองเท้าแฟชั่นหรือรองเท้าลำลองด้วยนะ 555
เริ่มวิ่งก็วิ่งไม่่ไหว หน้ามืด ก็อยากวิ่งเร็วแบบคนอื่น พี่ ๆ เขาเลยบอกให้ใช้เดินเร็ว สาวเท้ายาวๆ ไปก่อน ซ้อมไป 10 วันพอกำลัง
อยู่ตัวค่อย ๆ วิ่งแล้วจะดีเอง


ระยะนั้นที่ดัง ก็มีรองเท้า แพน  รองเท้า NIKE



กับรองเท้า New Balance สำหรับซ้อมใหญ่เทอะทะยังไม่มีรุ่นแข่ง เลยซื้อรองเท้า  NIKE ราคา 750 บาทรุ่น Omega ราคาปาน

กลางเพราะขณะนั้น เงินเดือน พนง.บริษัททั่วไปประมาณ 1,200 บาทใช้ได้ดี หนักรุ่นที่ว่าเป็นรุ่นสำหรับซ้อม

 
วิ่งเป็น เริ่มก้าวหน้าเลยฝากเพื่อนซื้อรองเท้ายี่ห้อ Acics Tiger ที่สิงคโปร์ (ปัจจุบันตัดไทเกอร์)ตอนนั้นราคา พันกว่าบาทแพงมาก 
 
สังเกตเห็นว่าเมื่อออกกำลังกาย เริ่มแข็งแรง ทำงานไม่ล้าสดชื่นอารมณ์ไม่ขุ่นหมอง เริ่มติดการออกกำลังกาย
 
ลงแข่งระยะสั้น ๆ  เช่น 5  กม. ระยะสั้นนี้ไม่ดีนะครับ ต้องสับเท้าเร่งสปีดกันเต็มที่ ต่อมาก็ลงแข่ง 10.5  กม.
ได้รับของหรือสินน้ำใจเป็น มาม่า 2 ซองกับถุงเท้า 555  ถ้าจำไม่ผิดสหพัฒนพิบูลจัดแสดงว่า ต่อไปต้องกิน มาม่าแทนข้าว 555
 ลงแข่งกันเองที่จัดในวันพฤหัสบดีคนริเริ่ม มิสเตอร์ฟิลล์คงทำงานบริษัทขายไมโล
ใครชนะที่ 1 - 3  จะได้ไมโล กับเสื้อ 555  สนุกครับ ระยะหลังย้ายที่ทำงานเลยไปวิ่งที่ สวนหลวง ร.9  แทน


ฝีเท้า/กำลังดี วิ่งตามรุ่นพี่ ๆ เขาได้สบาย พวกเราวิ่งเสร็จแล้วจะหยุดกินน้ำ คุยกันที่ประตูทาง ด้าน สน.ลุมพีนี คอยแซว
หญิง ๆ กับเพื่อน ๆ  เขาเลยเรียกว่า  มุมปากหมา หรือกลุ่มปากหมามั้ง 555
วันหนึ่งมีแมวมอง เดินมาถาม  คุณไปวิ่งที่เขาใหญ่ไปค้างสองคืน เราจะถ่ายหนังโฆษณาพอไปได้เปล่า
ตอบอย่างเร็ว  "ไปครับ"
อ๋อ นำเสื้อผ้าวิ่งไปที่ สตูดิโอซอยต้นสน ใกล้ธนาคารกรุงศรีเพลินจิตพี่รู้จักเปล่า
รู้จักครับ ผมที่ธนาคารครับ  เออแล้วมี นักวิ่งกี่คนครับ
มีกลุ่มพี่ 4  คน แล้วผมกำลังเอานักศึกษาแถวทุ่งมหาเมฆไปด้วย รวม ๆ กัน 15  คนได้มั้งครับ  พี่ไปหาผมตามนามบัตรวัน
ที่..... ด้วยนะครับเราจะเลือกเสื้อผ้าจริงไม่ใช้เสื้อใหม่จะได้สมจริง
ที่นั่นมีฝรั่งหลายคนทีมงาน สรุปแล้วเขาไปให้ดูตัว เขาก็โอเครับเข้าแสดง กำหนดวันเดินทาง มีรถบัสติดแอร์เย็นฉ่ำพาไป
  คนรถเครื่องไฟฟ้า รถสะเบียง รถอื่นอีก 7  คัน
สนุกดี เลยได้แสดงหนังโฆษณาน้ำดื่มเป็น ชุดแรก.... หลังถ่ายทำเขามี เบียร์ยี่ห้อที่ทำน้ำดื่มให้ดื่มเยอะมาก 555
เพื่อน 4  คนเคยดื่มด้วยกันสบาย ๆ  เลยเห็นวิธีการถ่ายทำอากาศก็หนาว วิ่งยังไงเหงื่อก็ไม่ออกเขามีวิธีทำให้เห็น
เหงื่อออกด้วย  เราได้เห็นวิธีการทำงานของพวกเขา ได้กินอาหาร ดื่มพูดคุยกัน
ระหว่างถ่ายหนังก็วิ่งขึ้นเนินซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปลี่ยนที่วิ่งให้เห็นถนนเขาใหญ่ที่สูงชันเขาใช้กล้องถ่ายใหญ่มาก ถ่ายเจาะให้
หน้าของเราแต่ละคนแล้วนำไปตัดต่อ
พอหนังโฆษณาทางทีวีหลายช่อง ผมไปตจว. น้อง ๆ หลาน ๆ คนรู้จักห้อมล้อมกันเกรียว 555  เดินยืดอยู่หลายเดือน
 
หลังจากนั้นก็ไปลงแข่งขันสนุก ๆ  หลายแห่งเช่น ศรีราชา



พัทยา เขาใหญ่ซ้ำที่เดิม เพชรบูรณ์นี่ขยับไปวิ่งระยะทาง 21.1  กม


 
ราชบุรีจอมบึงในกรุงเทพหลายแห่ง เขาค้อก็ใช่ นครนายกเขาชะโงกในโรงเรียนทหารนั่นใช่เลย


 
ระยะหลังชักมีเพื่อนมาก เลยร่วมกันตั้ง ชมรมวิ่งดอกแก้ว ที่หมู่บ้านเสรีอ่อนนุช ระยะนั้นร่างกายสมบูรณ์มาก วันอาทิตย์เราจะ
ไปวิ่งที่สวนจตุรจักร์ (นั่งรถเก๋งไปก่อน)   บางวัน เจอกันตอนตี่ 4  รวมกลุ่มกัน
ที่หมู่บ้านเสรีอ่อนนุช เรากะวิ่งไปตามถนน ศรีนครินทร์เป้าหมาย จุดสุดท้ายที่ สี่แยกเทพารักษ์ เริ่มวิ่งออกจากหมู่บ้านเห็น
ร้านทำผม หญิง ๆ เขานั่งให้ช่างทำผมสองสามคน (ภาพแทน)


 
พี่ ๆ พวกผู้หญิงนี่บ้าเนาะ  นั่งทำผมตี 4
เฮ้ยอย่าไปว่าเขา..  นั่นเห็นไหมเขาทำปากมุบมิบ น่าจะพูดกันว่า  ผู้ชายนี่บ้าเนาะ ออกวิ่งตอนตี่ 4
เลยวิ่งผ่านหัวเราะกันเกรียว ต่างคนต่างบ้าเนาะ
 
ผลคือเราวิ่งเกาะกลุ่มเป็น 3  กลุ่มตามจังหวะฝีเท้าเร็วช้า ผมไปถึงสี่แยก เทพารักษ์นานเหมือนกัน ไปถึงตรงนั้นยังไม่มี
บ้านคนมากนัก มีเพิงขายน้ำเลยแวะเข้าไปซื้อ เขากำลังติดเตาฟืนจะ ชงกาแฟขาย เขาถามว่าวิ่งมาจากไหน
พอบอกไปว่า จากหมู่บ้านเสรี   เจ๊เจ้าของร้าน ทำคอย่น  ตาย ๆ  วิ่งมาได้ไง


 
ขากลับบางคนเขาวิ่งกลับ ส่วนผมเหรอ แหะ ๆ  โดดขึ้นรถสองแถวกลับหมู่บ้านเสรีแทน เตรียมตังค์ไว้แล้ว เพิ่งดูแผนที่
ดาวเทียม 16  กว่าโล 
ผมเริ่มวิ่งตั้งแต่ปี พศ.2520  ถึงปี พศ. 2545  แต่เริ่มบาดเจ็บมาตั้งแต่ปี 2540  เพราะเจ็บโคนขาที่เขาเรียกว่า สลักเพชร



แก้ไม่หายขาด รักษาแล้วก็เป็นอีกเรื้อรัง เพราะก่อนหน้านั่นไม่ชอบเปลี่ยนรองเท้าวิ่ง แม้จะมีหลายคู่แต่ชอบใช้คู่เดิม
ไม่ค่อยซักรองเท้าด้วย หุ หุ  เขาโฆษณาว่าไม่ต้องซักบ่อยก็ได้ เพราะรองเท้าสมัยใหม่เขาชุบน้ำยากันเชื้อรา ขจัดกลิ่นได้ดี
ภาพข้างล่างเป็นภาพแทน  คล้ายกันมากแต่ของผม เอียงมากกว่า


 
ที่ซ้นรองเท้ามีแอร์โซลหรือแท่งอากาศฝังอยู่มันแตกเวลาวิ่งก็ยังนุ่มอยู่แต่ไม่รู้ วิ่งเอียงมานานมาก เริ่มเจ็บโคนขา
  ลงแข่งงานยูเอ็น  UN DAY  ปี 1998  ไปเปิดสะพานพระราม 8  สับเท้าตามคนอื่นไป
เจ็บโคนขาเลยปรับแนววิ่งชิดขอบทางขวามือ ให้เท้าขวารับน้ำหนัก  ส่วนเท้าซ้ายที่เจ็บโคนขาค่อยเบาหน่อย เจ็บไม่มาก



งานนี้เป็นงานวิ่งแข่งครั้งสุดท้าย 


แต่ก็ยังวิ่งเบา ๆ ในสวนหลวง ร.9  วันละ 6  กม.กว่า ๆ เพื่อน ๆ ชวนจัดตั้งชมรมแอโรบิก


เอาก็เอา จัดตั้งปีพศ. 2542  เลยเต้นแอโรบิกแทนตั้งแต่นั้นมา พอเต้นเป็นนะครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ข้างเวทีคอยจัดการ
ให้ดีเจครูฝึกขึ้นสอน แล้วฮ่า..... คอยรับเงินที่มีคนนำมามอบให้ไว้ใช้จ่ายในชมรม
แล้วก็เริ่มออกกำลังกายโดยปั่นจักรยาน  เล่นกระดานวินด์เซิร์ฟ เรือใบแทนอย่างที่เล่าให้ฟังเยอะตอน 555
ชีวิตไม่เคยขาดกีฬาเลย
เพราะรู้ว่าช่วยให้ ร่างกายแข็งแรง กินอาหารได้เยอะพุงจะไม่ค่อยออก  สำคัญอีกคือจิตสงบ เย็น มีความอดทนในการ
ทำงานหนักได้ดีมาก และทำให้สมองมีความคิดริเริ่ม ยังกะเป็นหนุ่ม  อุ๊บ.ส์
เผลอบอก 555


มีอยู่ระยะหนึ่งได้เข้าร่วมเป็น ส่วนหนึ่งของกรรมการจัด ปั่นจักรยาน ณ ร.พ.สิรินธร เป็นผู้สำรวจ/วัดเส้นทางและระยะทาง
สรุปที่ประชุมให้ใช้เส้นทางตามที่เสนอ ประชุมจัดงานกว่า 11  ครั้งนานมากเพราะมีรายละเอียด จัดจราจร การให้น้ำ ฯ
ประชุมเรื่องความคืบหน้าของสปอนเซอร์ว่าได้เพิ่มเท่าใด กับเรื่องอื่นอีกเยอะมา



กรรมการจัดงานและทีมงาน ช่วยกันทำงานหาสปอนเซอร์และ มอบเงินให้ ร.พ. ตามที่ตั้งเป้าไว้ เข้าสู่วงการกีฬาทำเพื่อสังคมบ้าง



สรุปคือ เล่นกีฬาให้เหมาะกับตัวเอง การจ๊อกกิ้งดีที่สุดเพราะ วิ่งไปแค่ 5  กม. เหงื่อเริ่มออกถ้าวิ่งเพิ่มหรือเร่งความเร็ว
ยิ่งเหงื่อออก เหนื่อยจนหายใจหอบตัวโยน แต่ดีนะครับเท่ากับเราฝึกหัวใจให้ทำงานได้เต็มที่
ฝีกปอดให้แข็งแรง
ถ้าวิ่งไม่ไหวใช้วิธีผม  คือเริ่มเดิน แล้วเร็ว ๆ ขึ้น เพิ่มระยะทางไปเรื่อย ๆ  วันหลังก็วิ่งได้เท่า ๆ คนอื่น  อย่าไปวิ่งแบบคนอื่น
ที่เขาวิ่งมาหลายปีแล้ว เป็นไปไม่ได้เลย
 
ขอบคุณเพื่อนที่ให้ใช้ภาพประกอบ
L
st. 1,810,106
=
ขอบคุณเพื่อนที่แวะมาเยือน กรุณาทิ้งร่องรอยไว้นิด ผมจะได้กลับไปเยือนได้ถูกครับ
 
Diarist
 



Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2564 13:48:58 น. 25 comments
Counter : 456 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณหอมกร, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณทนายอ้วน, คุณmultiple, คุณThe Kop Civil, คุณเริงฤดีนะ, คุณSleepless Sea, คุณtoor36, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณSai Eeuu, คุณสองแผ่นดิน, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณSweet_pills, คุณzungzaa, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณkatoy, คุณhaiku, คุณธนูคือลุงแอ็ด, คุณเซียน_กีตาร์, คุณชีริว, คุณเนินน้ำ, คุณLonely Happy


 

สวัสดียามเช้าครับ

พี่ไวน์เก่งมากๆครับ
วิ่งจนลงแข่งหลายรายการเลย
อ่านแล้วได้ความรู้ครับ
ว่าอุปกรณ์หรือรองเท้าก็สำคัญ
อาจส่งผลต่ออาการบาดเจ็บได้
ผมไม่กล้าวิ่งครับพี่
เพราะมีปัญหากล้ามเนื้อฉีก
เวลาวิ่งจะเป็นตระคริว
เลยใช้เดินเร็วหรือเดินบนลู่วิ่งแทน
เพราะลดการกระแทก

ตอนนี้รองเท้าผลิตออกมาหลายแบบหลายรุ่นหลายราคา
บางคู่ราคาเกือบหมื่นเลยก็มีนะครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:48:35 น.  

 
พี่ไวน์นี่ปู่ขอวงการวิ่งชัดๆ ตัวเอง
เพิ่งวิ่งเมื่อปี 2013 นี่เองพี่ไวน์
สรุปว่าพี่ไวน์เจ็บเพราะรองเท้าวิ่งหมดสภาพ
เลยทำให้เจ้าตัวหมดสภาพไปด้วยเนอะ



โดย: หอมกร วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:49:55 น.  

 
พักนี้ไม่ได้ออกไปเดินในหมู่บ้านมาปีนึงแล้วครับ เพราะน้องโควิทแท้ๆ ได้แต่เดินทำงานบ้าน ขึ้นๆลงๆ แกว่งแขนไปตามเรื่องตามราวครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:22:28 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 





โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:35:58 น.  

 
โอ้ ราคารองเท้า เกือบเท่าเงินเดือนสมัยนั้นเลยนะครับ555 ถือว่าทุ่มเทมาก

อ.เต๊ะ วิ่งไม่ไหวแล้วครับ ตอนนี้ เพราะแบกน้ำหนักพุงแยะ555 อาศัยได้แต่ ขี่จักรยานใส่เกียร์เบาๆเอา พอได้ออกกำลังเรียกเหงื่อนิดหน่อย แต่จะปั่นได้เร็วจี๋ ก็แค่ตอนหนีหมาไล่กวด งับขาแค่นั้นเองละครับ 555

เรื่องท่าวิ่ง+รองเท้า ก็สำคัญมากเลยนะครับ แบบว่าวิ่งผิด ชีวิตเปลี่ยนเลยนะครับ

ปล.เรื่องแบตเตอรี่ รถไฟฟ้านี่ อ.เต๊ะ ไม่มีความรู้เลยละครับ เพราะลำพังแค่ รถที่ใช้อยู่นี่ มีแบต 2ลูก
เปลี่ยนทีก็หูตูบแล้วละครับ555 เลยไม่กล้ามองรถไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ไม่เป็นมิตรกับสตางค์ในกระเป๋านะครับ 555

ขอบคุณสำหรับโหวตด้วยนะครับคุณพี่ไวน์



โดย: multiple วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:53:47 น.  

 
สวัสดีครับพี่
สุดยอดสปอร์ตแมนอีกคนนึงเลยครับ เห็นด้วยเลยครับว่าการออกกำลังกายช่วยให้สุขภาพกายและสุขภาพใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ
เดี๋ยวนี้รองเท้าวิ่งดี ๆ ราคาแพงมากเลยครับ ต้องกลั้นใจซื้อ แต่ผมว่าคุ้มค่าสำหรับการป้องกันการบาดเจ็บนะครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:9:56:36 น.  

 
นน.อ้อ ขึ้น 10 กก.
วิ่งไม่ได้เลยเจ็บเข่า
วิ่งบนเครื่องเล่นเหยาะๆได้

รองเท้าที่ใช้
ใช้Puma กับรีบ๊อก อยู่ค่ะ




โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:10:38:28 น.  

 
สวัสดีครับ

อ่านสนุกดีครับ ชอบวิ่งเหมือนกันครับ
ส่วนมากจะวิ่งระยะสั้นๆ ตามสวนสาธารณะครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:12:45:01 น.  

 
เรื่องวิ่งเราต้องรู้ตัวเราเองจริงๆ ครับ ไม่ต้องไปคิดแข่งกับใครหรอกแข่งกับตัวเราเองก็พอ สำหรับผมประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะไม่ไหวแล้วครับ วิ่งเกือบชั่วโมง คนอื่นเขสาวิ่งกัน เกือบๆ 40 นาทีเท่านั้น


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:43:53 น.  

 
มาตามดูหนุ่มนักวิ่งค่ะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:17:15:08 น.  

 
การสนัของรางวัลของสปอร์นะเซอร์ เขาขายอะไรเราจะได้อย่างนี้นแหละค่ะ.

ถ้าบริษัทสก็อตไบร๊ เราก็จะได้ฟองน้ำล้างจานและน้ำยาล้างจานแน่ๆ ค่ะ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:15:29 น.  

 
กีฬาเป็นยาวิเศษ
เพื่อนๆที่ทำงานก็มีบาดเจ็บที่หัวเข่า จากการซ้อมหนักเกินไป ต้องหยุดวิ่ง
ช่วงนี้ ผมซ้อมวิ่งทุกวัน(ยกเว้นวันมีธุระ) รองเท้าที่ใส่ซ้อมวิ่ง ประมาณ 10 คู่ ไม่ซักเหมือนกัน 55
จากที่อ่านมา การใส่รองเท้าหลายๆแบบ จะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งหลายๆส่วนแข็งแรง



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:23:13:46 น.  

 
การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับประเภทกีฬาสำคัญทีเดียวนะคะพี่ไวน์
หลังจากงานวิ่งแข่งครั้งสุดท้ายแล้ว 6 กิโลเมตรกว่าๆต่อวันที่พี่ไวน์ออกกำลังกายเบาๆ
ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้วค่ะ

ขอบคุณพี่ไวน์สำหรับกำลังใจนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:0:25:58 น.  

 
การวิ่งนี่รองเท้าสำคัญมากๆเลยนะคะพี่ไวน์ สำหรับเรานี่วิ่งกระป๋องกระแป๋งก็เลิกแล้วค่ะ 555

ปล.ที่รีสอร์ทก่องกานท์ น่าเที่ยวพักผ่อน อาหารอร่อยค่ะ บรรยากาศดี ไม่ไกลจากกรุงเทพด้วย


โดย: zungzaa วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:06:19 น.  

 
สวัสดีครับคุณไวน์
เข้ามาอ่านไดอารี่ครับ อ่านเพลินเลย ปรบมือให้คุณไวน์ ฟิตมากเลยครับ
เลื่อนลงมาเจอข้อมูลการบาดเจ็บ ผมเองเคยเจ็บที่โคนขาแต่แปลกที่ว่าบางทีก็ปวดด้านใน บางทีด้านหน้า บางทีด้านหลังของโคนขา เคยไปหาหมอ เอ็กซเรย์ก็ไม่เจออะไรผิดปกติ แต่ยังไม่เคย MRI ครับ หลังจากนั้นหมอเลยส่งไปกายภาพบำบัด ดึงหลัง กับประคบร้อน อัลตราซาวนด์หลังครับ เค้าให้ความเห็นว่าเกิดจากอาการปวดกระดูกหลังช่วงล่างๆ (เค้ากดไล่ๆ ดู เออ ปวดจริง และจุดนี้ปวดก่อนหน้านี้มาพักนึงแล้ว) ซึ่งอาจเกิดจากการยกของหนัก หรือทำกิจกรรมต่างๆ ที่หักโหมก็มีส่วน พออักเสบ มันจะมีผลกระทบกับต้นขานี้(ผมปวดข้างเดียว) ทำกายภาพราวๆ สี่เดือน ก็ค่อยๆ ทุเลา จนกระทั่งถึงช่วงโควิดปีก่อน หมดคอร์สพอดี เลยไม่ต้องไป แต่เมื่อเร็วๆ นี้อาการกลับมาอีกแล้ว แต่น้อยๆ เลยต้องพยายามไม่ทำอะไรเกินแรง หรือออกกำลังกายแบบปุ๊บปั๊บหักโหมน่ะครับ ผมบ่่นเรื่องตัวเองมาซะยาวเลย แหะแหะ ^^

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่บล็อกด้วยนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:11:43:34 น.  

 
ไวโอลินที่บ้านก็มีครับพี่
ของพี่ชายผม แต่ผมเล่นไม่เป็นเลย
กีตาร์นี่ผมก็ไม่เก่งนะครับพี่
ผมไม่รู้โน๊ต
คนที่รู้โน๊ตจะได้เปรียบมากครับพี่
สามารถพัฒนาได้เร็ว
ผมเล่นแต่แบบเดิมที่ผมถนัดนี่ล่ะครับ
หมิงเพิ่งเล่นได้ปีสองปี
ตอนนี้แซงไปไปไกลแล้วครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:04:48 น.  

 
ว้าว.....
คงเคยพบกันในสนามวิ่งฯลฯแน่นวล....
เยี่ยมยอดยิ่งนัก กับ "ชมรมนักวิ่งล่าเหรียญ"
ในเวทีแห่งนั้น ก็มักจะมีเรื่องราว ให้ชวนคิดนึกเสมอ
เมื่อพวกเพื่อนๆ ชอบชวนไปบันทึกภาพ
กับพวกคนดังๆ"ทางสื่อฯลฯ"
มีข้อสังเกตตามมา"ให้ชวนวิเคราะห์"
พวกเขามีการเมืองแทรกอยู่นิ....

ขอบคุณพี่ไวน์ครับ เอาเรื่องในอดีต
มาปัดฝุ่นให้ชวน"คิดนึกถึง"


โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:1:19:29 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 


เห็นรองเท้าวิ่ง บางทีก็อยากวิ่งนะครับ แต่รองเท้าวิ่งของตำรวจแพงมากครับ ล่าสุดระดับสารวัตร คู่ละเป็นล้าน


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:43:52 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:41:14 น.  

 
พี่ไวน์อายุ 555 แล้วเหรอครับ T^T //นั่นเสียงหัวเราะ!!

ปกติผมวิ่งที่ทำงานหลังเลิกงาน
ช่วงนี้ WFH ไม่ได้วิ่งเป็นเดือนแล้วอะ
รองเท้าคู่เก่ายี่ห้อ New Balance เหมือนกัน มันเบาดี
น่าจะเป็นคู่ที่ใช้คุ้มสุดๆครับ ปะพื้นไปสองรอบ
คู่ใหม่ได้ Peak มา เบาเหมือนกัน ถูกด้วย
มีจับกลุ่มแซวสาวๆ กลายเป็นมุมปากหมา อันนี้ต้องมีประจำถิ่นเลย
ที่คณะผมก็มีสามแยกปากหมา รุ่นนั้นต้องแบบนี้จริงๆ
แต่น่าจะเป็นตำนานไปแล้ว เดี๋ยวนี้คงไปปากหมากันในโซเชียลมากกว่า

พี่ไวน์วิ่งทรหดมากครับ แม้จะปลดระวางไปแล้วก็ยังวิ่งวันละ 6 กม. เยอะนะเนี่ย
พออายุมาก อย่างน้อยได้เดินเร็วออกกำลังก็ยังดีครับ


โดย: ชีริว วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:7:56:42 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปนะครับ



โดย: Sleepless Sea วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:8:40:50 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ไวน์
กีฬาเป็นยาวิเศษจริง ๆ ค่ะ
ยิ่งเรามีวินัยยิ่งดีต่อสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:19:42:43 น.  

 
ตอนอยู่ไทยวิ่งที่สวนลุมอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
ย้ายมาอยู่นี่ไม่ได้วิ่งเลยค่ะ ว่าจะกลับไปวิ่งแต่ข้างนอกยังหนาวตัวสั่นอยู่เลย

พี่ไวน์ยังแข็งแรงอยู่เลยนะคะ แม่หนูลำพังจะเดินปกติยังเหนื่อยเลย


โดย: Lonely Happy วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:20:09:19 น.  

 

ต้นตระกูล"กรัยวิเชียร"เป็นร้านโรงรับจำนำ"อดีตนายกหลังเหตุการณ์ที่ฅนไทยฆ่ากัน"ณ.กลางเมืองแห่งนั้น อยู่ตรงหัวมุมถนนสีแยกแม้นศรี ใช่เลยครับพี่ไวน์.....

ยุคนั้นเฟอร์นิเจอร์"ฝั่งมุกยกลายเสี้ยนไม้"ก็ต้องยกให้ ไอ้พวกแกงค์"เซี่ยงไฮ้เฟอรมัน"แกงค์นี้ จะเป็นช่างสั่งตรงมาจาก เมืองไหหล่ำหนั่ง พวกมันจะมากันเป็นทีม"ฝีมือระดับพระกาฬ จนมีเผ่าพันธุ์ ไอ้พวกลูกหลาน ชั้นต่อๆมา มาเปิดร้านขายข้าว"มันไก่เจ้อ้วน"สูตรไฮหลำหนั่ง"ที่โด่งดังมากที่อยู่น่าวัดภูเขาทอง"วัดสระเกต"จนเป็นที่เรื่องลือ จนมาถึงยุครุ่นที่สาม คือวันนี้.....
"เจ้อ้วน"ไปอยู่ภพอื่นแล้วครับพี่ไวน์

ภูเขาทองผมชอบขึ้นไปมาก โดยเฉพาะยุค14ตค.16 เพิ่งปดประจำการ จากทร.นย.มาใหม่ๆ ก็อยู่ย่านหลานหลวงแหละพี่

"ลิดเติลโฮม"เป็นร้านขนมฝรั่งยุคใหม่มาก มีอาหารของถิ่นชาวตระวันตกเป็นหลัก เดินผ่านทุกวันแหละพี่ ได้กลิ่นกาแฟฯลฯ/ขนมปัง/ พวกเราจะไม่นิยมกินกัน เพราะห้องมันจะมืดๆ แต่ดังมากมาย ถิ่นของพวกเรา ย่านเยาวราชครับพี่ กาแฟโบราณร้านไอ้โก ถิ่นที่พวกเราจะนั่งหม้าห์บอยกันสนุก โดยไอ้โกจะให้บริการเต็มที่

ร้านข้าว"ต้มกุ๊ย"ก็ต้องร้านห้าแยกพลับพลาไชย"ครับพี่ เดินเลยมาไกลหน่อย ผ่านย่านโรงหนังเฉลิมเขตร์ ถิ่นพวกดาราไทยสังกัดวังยุคลเขา

ผมจะชำนาญงาน"เฟอร์ฯลายเสี้ยน"ยกลายไม้สักทอง พวกเราจะแข่งขันกัน"ขึ้นค่าตัวช่าง" ที่ยกระดับฝีมือ ที่จะรู้กันในวงการครับพี่

ยุคทรงผม"ตันโจติ๊ก"แกงค์พวกผมก็เคยฮิตอยู่พักครับพี่ เอาเป็นว่าลงอาบน้ำดำน้ำ เล่นน้ำทะเล,เล่นน้ำตกนาๆชนิด,ทรงผมก็จะยังเรียบสนิทแหละพี่


โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:3:43:19 น.  

 
วันนี้อ่านบันทึกเรื่องการวิ่ง จากบล๊อก 2 คนแล้ว
ทำให้เราอยากเล่าประสบการณ์วิ่งของตัวเองบ้าง
ต้องไปรื้อรูปและฟื้นความทรงจำ
ยกเรื่องจาก FB มาแปะบล๊อกดีกว่า


โดย: นัทธ์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:14:47:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไวน์กับสายน้ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]





เขียนการเดินทาง
ด้านธรรมชาติ
จักรยานเสือภูเขา



หลังไมค์ครับ
Friends' blogs
[Add ไวน์กับสายน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.