Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
14 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
การเรียนรู้ของเด็กเล็กยิ่งใหญ่นัก

เขียนโดย มนต์ชยา

อย่างที่กล่าวแล้วว่า คุณแม่เปรียบดังวีรบุรุษคนแรกในใจลูก เขาจึงเลียนแบบทุกสิ่งที่พ่อแม่ทำหรือสอน ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าเขาจดจำได้เร็วจนดูฉลาดเกินใคร และบางทีอาจคิดเลยเถิดไปว่าลูกมีพรสวรรค์ดังเด็กอัจฉริยะ แต่ก็มีคุณแม่หลายท่านที่ฉุกคิด และรีบปัดความคิดนั้นทิ้งเพราะกลัวคนอื่นหัวเราะเยาะ หรือย้อนกลับไปยึดติดอยู่กับความเชื่อเก่าๆ ทั้งที่การเลี้ยงดูของแม่ เป็นวิธีหนึ่งของการเจริญเติบโตทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ที่สร้างความฉลาดให้กับเด็กได้มากกว่าพันธุกรรมเสียอีก

Doman เชื่อว่าเด็กแรกเกิดถึง 6 ปี มีความคิดที่สะอาด ว่างเปล่า จึงสามารถใส่ความรู้ให้เขาเติบโตเป็นอัจฉริยะได้ ธรรมชาติของเด็กเองปรารถนาจะเรียนรู้ทุกสิ่งในทันทีที่เขาเกิด ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ซึ่งเป็นการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด และเจริญขึ้นเป็นคนที่มีแบบฉบับเฉพาะของตัวเอง นั้นหมายถึงมีการเปลี่ยนแปลง และเกิดขึ้นใหม่ในลักษณะเฉพาะบางอย่าง ที่สามารถส่งผ่านทางพันธุกรรม และจากการถูกขัดเกลาจากสิ่งแวดล้อมได้

ดังนั้นจึงเป็นอันตรายสำหรับเด็ก ถ้าผู้ใหญ่ไม่ให้เขาเรียนรู้ (เช่น ถ้าเขาร้องเพราะต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น หิว เปียก แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง เขาก็จะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ เขาก็จะไม่มีปฏิกิริยาที่แสดงความต้องการอย่างหนึ่งอย่างใดออกมา ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับเขามาก) คุณแม่จึงไม่ควรคิดว่า การมอบความรู้ให้เด็กวัยนี้ จะเกินกว่าสมองของเขาจะเรียนรู้ได้ แต่ควรคิดว่าทารกตั้งแต่แรกเกิด สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างไม่จำกัด จึงไม่ควรจำกัดขอบเขตของเขา

คุณลองคุยกับเด็ก 3 ขวบ ด้วยการจ้องหน้า เพื่อบอกว่าคุณตั้งใจฟัง ถ้าเขาเริ่มวางใจคุณ เขาจะเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายถามคำถามจากคุณ มันทำให้คุณพบว่า ไม่เพียงเด็กจะคิดแต่เล่นสนุก เขายังกระหายจะเรียนรู้ ซักถามคุณหลายเรื่องเหมือนไม่มีวันหมดความสงสัย บางคำถามเป็นโจทย์ที่นักวิทยาศาสตร์กำลังให้ความสนใจค้นคว้าอยู่ ผู้ใหญ่บางคนอาจมองว่า เด็กตัวเล็ก สมองก็เล็ก น่าจะเฉลียวฉลาดน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่ Doman เชื่อว่าไม่เสมอไป เขายกตัวอย่างการเรียนภาษาศาสตร์ ผู้ใหญ่ไม่สามารถสอนเด็กให้รู้ชื่อสิ่งของทุกชิ้นที่มีบนโลก แต่เด็กเรียนรู้ได้เองจากคำพูดของผู้ใหญ่ เช่น “อย่าเอาแว่นตาของแม่ไปเล่น เดี๋ยวแว่นตาแตก” เขาจะเข้าใจได้ว่า สิ่งนี้เรียกว่าแว่นตา การเรียนภาษาของเด็กจึงน่ามหัศจรรย์ ยิ่งกว่านั้นคือ การเรียนภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาเดิมของตน

ถ้าชาวอเมริกันคนหนึ่ง แข่งเรียนภาษาอิตาลีพร้อมกันกับเด็กอายุ 18 เดือน โดยส่งไปอยู่กับคนอิตาลีคนละครอบครัว เด็กจะไม่มีครูสอนแม้แต่คนเดียว ส่วนผู้ใหญ่มีครูสอนภาษาช่วยหลายคน เวลาผ่านไป 18 เดือน ผลคือผู้ใหญ่จะพูดภาษาอิตาลีได้ดีมาก แต่เป็นสำเนียงของอเมริกัน ขณะที่เด็ก 18 เดือน ไม่มีครูสอน แต่พูดภาษาอิตาลีได้ดีแบบครอบครัวที่เขาไปอยู่ด้วย และถ้าบ้านของเด็กมีผู้ใช้ภาษาถึง 3 ภาษาเขาก็จะใช้ภาษาทั้ง 3 ได้ด้วย นั่นไม่ใช่เพราะเด็กทุกคนพร้อมที่จะเป็นอัจฉริยะทางภาษา (ทางดนตรี คณิตศาสตร์ ฯลฯ ด้วย) ถ้าเพียงแต่เขาได้รับโอกาสจากการเรียนรู้ผ่านธรรมชาติของผู้ใหญ่หรอกหรือ ?

ตอนที่ Doman เป็นวัยรุ่น เขาเรียนภาษาฝรั่งเศส แต่ก็ไม่สามารถพูดฝรั่งเศสได้ซักประโยค เขานึกย้อนไปในสมัยที่เขาเป็นเด็ก ไม่เห็นเคยต้องใช้เวลาฝึกภาษาอังกฤษเลย แต่ทุกวันนี้เขาเขียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษให้คนทั้งโลกได้อ่าน อย่างตรงไปตรงมา และเป็นจริง

การเข้าใจความจริงอย่างตรงไปตรงมามักจะสวนทางกับอายุ ยิ่งอายุมาก ยิ่งเข้าใจความจริงอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น แต่ถ้าอายุยิ่งน้อย สมองกลับยิ่งเข้าใจความจริงที่ตรงไปตรงมาได้ง่ายกว่า แถมยังจำได้แม่นยำ โดยเก็บรักษาไว้ในความทรงจำ คุณลองถามตัวเองดูว่า หลายปีมานี้คุณจำโคลงกลอนที่เพิ่งอ่านได้ซักกี่บท เมื่อเปรียบเทียบกับโคลงกลอนที่คุณจำได้ก่อนคุณอายุ 6 ขวบ คุณจะประหลาดใจว่า ช่วงเป็นเด็กคุณจำโคลงกลอนได้แม่นหลายบททีเดียว มอญซ่อนผ้า รีรีข้าวสาร จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ โยกเยกเอย เพราะสมองของคุณรู้จักโคลงกลอนนี้ตอนที่สมองของคุณพร้อมที่จะเรียนรู้ จึงเป็นการง่ายที่จะสอนเด็ก 2 ขวบให้เข้าใจความจริงที่ตรงไปตรงมามากกว่าสอนเด็ก 3 ขวบ และง่ายกว่าที่จะสอนให้เด็ก 1 ขวบ เข้าใจความจริงที่ตรงไปตรงมามากกว่าเด็ก 2 ขวบ และเป็นการง่ายที่จะสอนให้เด็ก 6 เดือน เข้าใจความจริงตรงไปตรงมามากกว่าเด็ก 1 ขวบ

ตั้งแต่แรกเกิด สมองของเขาจะกระหายการเรียนรู้อย่างกับจรวดที่พุ่งขึ้นไปให้สูงที่สุด และจดจำความรู้นั้นได้ตลอดชีวิต ก่อให้เกิดลักษณะเฉพาะตัวไปพร้อมกับสติปัญญาที่เจริญเติบโตของเขา ที่ธรรมชาติขยายขนาดให้โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยเซลล์จิ๋วจำนวนมหาศาล แต่ความสามารถในการเรียนรู้อย่างแรงกล้าอย่างนี้ จะตกลงเร็วด้วยเมื่อถึงอายุ 6 ขวบ เพราะเหมือนได้พุ่งขึ้นถึงขีดของความกระหายที่จะเรียนรู้แล้ว สิ่งที่ Doman ค้นพบว่าเด็กแรกเกิดถึงอายุ 6 ขวบเรียนรู้ได้มีดังนี้ 

  • เป็นการง่ายที่จะสอนภาษาต่างประเทศให้เด็ก 1 ขวบกว่าสอนเด็ก 7 ขวบ เพราะการเจริญเติบโตทางร่างกายของเด็กจะช้ากว่าการเรียนรู้ผ่านการฟัง และ Doman ยังเชื่อว่า การสอนให้เด็กจำตัวอักษร จะง่ายกว่าการสอนให้เขาจำสำนวนพูด เพราะตัวอักษรหยุดนิ่งกว่า แต่สำนวนการพูดมีการเคลื่อนไหว ถ้าเขาสามารถนำตัวอักษรมาใช้ จะทำให้สมองที่อยู่ด้านหลังของเขาขยายขนาดขึ้นด้วย ซึ่งจะอธิบายวิธีการที่เขาใช้ในครั้งต่อๆ ไป 
  • การสอนภาษาให้เด็ก 1 ขวบ ต้องเร่งเสียงชัดเจน เช่น “มานี่...มาหาแม่” เด็กจะดูจากกิริยาท่าทางของแม่ ร่วมกับการได้ยิน ไม่เพียงเท่านั้น Doman ได้คิดสอนตัวอักษรที่ให้กับเด็ก อย่างที่ไม่มีใครเคยทำ เพราะตระหนักว่า เด็กพร้อมจำและเรียนรู้ตัวอักษรได้ และเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้หลายภาษาพร้อมกันได้ดังกล่าว นักวิชาการและจิตแพทย์เด็กบางคนแย้งว่า การสอนความรู้ให้เด็กเล็ก มีแต่จะฝืน และเกิดความขัดแย้งทางจิตใจ แต่ Doman กลับเชื่อว่า เด็กจะมีความสุขกับความรู้หรือไม่อยู่ที่ใจของแม่ ถ้าแม่ไม่ชอบหรือเบื่อที่จะสอนลูกจะรู้ทันที และจะรู้สึกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่แสนจะอึดอัด ดังนั้นถ้าคิดจะสอนลูกให้ได้ผลดี คุณต้อง...
    ทำให้ลูกรู้สึกว่า การเรียนเป็นเรื่องสนุกสนาน เหมือนกับการได้พบสิ่งใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นในขณะที่เรียน
    การเรียนเป็นของขวัญ หรือของรางวัลจากคุณไม่ใช่เป็นการลงโทษ หรือเป็นสิ่งที่ฟ้าสาปให้จำต้องทำ


การตั้งต้นสอนสิ่งต่างๆ ให้กับเด็ก ควรเป็นวิชาที่คุณชอบที่สุด เพราะคุณจะสอนวิชานั้นให้เขาได้รู้อย่างตรงไปตรงมาด้วยความจริงใจ ถ้าใจของเขารักวิชานั้นด้วย เขาจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชานั้นเมื่อโตขึ้น เด็กเล็กที่ได้รับโอกาสในช่วงที่สมองเขารับง่ายกว่า จะทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อเลย ตัวของเขาจะค้นพบวิธีควบคุมจัดการความรู้นั้นด้วยตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นธรรมชาติของสมอง เขาจะไม่เกิดความรู้สึกท้อถอย หมดกำลังใจ หรือความสนใจเรียน แต่จะมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น เขาจะเข้าใจทันคำพูดของผู้ใหญ่ มีความคิดในใจ ผูกมิตรกับเด็กอื่นง่ายขึ้น เขาจะมีอิสรภาพ มีความมั่นใจในตัวเองสูง มีกิริยาท่าทางอ่อนโยน สุภาพมาก
ช่วงเวลาที่คุณสอนลูก ควรมีความรู้สึกอย่างเดียวกับช่วงที่คุณจูบเขา มองดูลูกอย่างชื่นชม แต่ถ้าคุณแม่พยายามสอนลูกด้วยความรักและสนุกสนานแล้ว แต่เขาไม่สนุกด้วย จงเลิกการสอนเสีย แล้วค้นหาความผิดพลาด รีบแก้ไข และเตรียมการสอนใหม่ จัดวางสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกไปให้ห่าง ปิดโทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ ผู้คน ฯลฯ เพื่อให้ลูกได้ซึมซับความรู้ที่คุณต้องการ บอกอย่างชัดเจนที่สุด เรียงลำดับความสำคัญของเรื่องที่จะสอนเพื่อให้เกิดความเข้าใจ ไม่ยอกย้อนซับซ้อน

[ ที่มา...นิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 10 พฤษภาคม 2547 ]

//www.sudrak.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1&Itemid=3



Create Date : 14 พฤษภาคม 2555
Last Update : 14 พฤษภาคม 2555 22:01:10 น. 0 comments
Counter : 443 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ลูกน้ำกว๊าน
Location :
พะเยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกท่าน นะคะ




อยากมีและอยากรู้จัก เพื่อนที่มีที่มาต่างกัน และอยากร่วมแชร์ ประสบการณ์ให้คนอื่น ได้รับรู้บ้าง เพื่อนๆชาว บลอคแกงค์เป็นอะไรที่ ใช่เลย ที่คอยอยู่ด้วยกัน ตลอดเวลา พอเรา เปิดดูครั้งใดก็จะมีคน นั่งเขียนบลอก นั่งอยู่ที่ หน้าจอ คอยเป็นเพื่อน กันเสมอ รัก ทุกคนใน บลอกแกงค์ ค่ะ
: Users Online
Friends' blogs
[Add ลูกน้ำกว๊าน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.