กันยายน 2564
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
21 กันยายน 2564

:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 286 ::


:: ถนนสายนี้มีตะพาบ โครงการที่ 286 ::


โจทย์ --- ถูกปฏิเสธ
ผู้คิดโจทย์ --- toor36






:: ไม่ใช่คืนนี้ ::








กลุ่มลูกค้าชายเมามายเดินซวนเซเข้ามาในร้านเกือบเที่ยงคืน
ในเจ็ดคนนั้นมีคนที่ดูวัยรุ่นที่สุดอยู่เพียงคนเดียว
ที่น่าประหลาดใจ คือ เมื่อพวกเขาเปิดห้องวีไอพีเสร็จ
ทั้งหกคนต่างสั่งเหล้าผสมโซดา และชายหนุ่มคนนั้นหันมาบอกกับฉันว่า

“เอานมร้อนแก้วหนึ่ง”
“นมร้อน” ฉันเผลอทวนคำโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ใช่ครับ --- นมร้อน” เขาย้ำอีกครั้ง


ชายสูงวัยเรียกเด็กนั่งดริ๊งค์เข้ามาอีกสี่คน ทุกคนต่างประกบลูกค้าอย่างรู้หน้าที่
เมื่อฉันเดินออกจากห้องไปสั่งอาหารและเครื่องดื่มเสร็จก็กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง
ทุกคนต่างเมามาย เฮฮา หัวเราะเสียงดังลั่น มือไม้เริ่มแปะป่ายไปตามเนื้อตามตัวสาว ๆ
ฉันเลือกนั่งข้างชายหนุ่ม เขาเงียบมากจนน่าแปลกใจ
ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสุดเหวี่ยงท่ามกลางเสียงร้องเพลงของคนเมา
ซึ่งฟังดูตลก มันไม่ตรงคีย์ และ ร้องคร่อมจังหวะตลอดเวลา


“ไม่สนุกเหรอคะพี่ ทำไมนั่งเงียบจังเลย” ฉันถาม
เขายิ้มแล้วบอกว่า “นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมมาเที่ยวคาราโอเกะ”
ฉันทำท่าประหลาดใจเพราะเชื่อในทันทีว่าเขาคงไม่เที่ยวกลางคืน
ตั้งแต่ทำงานกลางคืนมาสองปี ไม่เคยมีนักเที่ยวคนไหนสั่งนมร้อนเลย
“ผมแค่ตามพวกพี่ ๆ เขามาเที่ยวน่ะครับ” เขาหันไปมองผู้ใหญ่ในโต๊ะ
ซึ่งกำลังล้วงควักร่างกายหญิงสาวอย่างเมามัน
เสียงวี๊ดว๊ายดังเป็นระยะ ๆ ท่ามกลางเสียงเพลงดังโหวกเหวก
“น้องมาทำงานที่นี่นานหรือยังครับ ?” คำถามของเขาดูจริงจังและตั้งใจถาม
“สองปีแล้วค่ะ”
“เป็นคนที่ไหนครับ ?”
“เชียงราย” ฉันตอบ
“โอ้โห...แล้วทำไมถึงมาทำงานที่หาดใหญ่ได้ล่ะครับ” เขาทำหน้าตื่นเต้น
“อกหัก แฟนทิ้ง เลยหนีมาอยู่ทางใต้ดู เผื่อมีลู่ทางอะไรดีดี ตอนแรกน้องก็เป็นพนักงานขายที่ห้าง
แต่รายได้ไม่ดี เลยมาทำงานที่คาราโอเกะนี้ เงินมันดีกว่าน่ะพี่”
“รายได้น่าจะดีกว่าเยอะเลยนะครับ” เขาพูดลอย ๆ ตาก็จ้องไปที่จอโทรทัศน์
ชายที่มาด้วยยื่นไมค์ส่งให้เขา บอกว่าถึงคิวเขาร้องเพลงแล้ว
เขายื่นไมค์ส่งต่อให้คนที่นั่งด้านซ้ายมือ
“พี่ช่วยผมร้องเพลงหน่อย ผมร้องไม่เป็นครับ”
รุ่นพี่คนนั้นหยิบไมค์ไปร้องเพลงด้วยความเต็มใจ
“ทำไมพี่ไม่ร้องเพลงล่ะคะ” ฉันถาม
“ผมไม่ชอบร้องเพลงคาราโอเกะน่ะครับ” เขาตอบยิ้ม ๆ และดูเป็นคนสุภาพมาก ๆ
ตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ คนอื่นต่างลวนลามหญิงสาวด้วยความหื่นกระหาย แต่เขานั่งนิ่งเฉย
จิบนมร้อนและชวนคุยตลอดเวลา
“พี่ดูไม่เหมือนคนที่มาด้วยเลย” ฉันชวนคุยต่อ
“ไม่เหมือนยังไงครับ” เขาถาม
“พี่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สนใจสาว ๆ เลย พี่เป็นเกย์รึเปล่าเนี่ย ?”
เขาหัวเราะเบา ๆ “ผมดูเหมือนเกย์หรือเปล่าล่ะ ?”
“ไม่เหมือนเลย เหมือนพวกนักเขียนหรือนักข่าวมากกว่า” ฉันหัวเราะ
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ ?” เขาทำหน้าแปลกใจ
“ตั้งแต่พี่เข้ามาในห้องนี้ ก็ชวนน้องคุยตลอด คนที่มาเที่ยวกลางคืน
ไม่มีใครมานั่งถามอะไรแบบนี้หรอก แต่น้องชอบพี่นะคะ คุยสนุกดี”
“พี่คงไม่เหมือนคนอื่นจริง ๆ ด้วย”
ฉันหยุดจ้องตาเขา แล้วพูดออกมาตรง ๆ
“คืนนี้พี่อ๊อฟหนูออกไปด้วยได้ไหม ?”
เขาเงียบไปชั่วขณะ หันไปมองดูเพื่อนรุ่นพี่ที่มาด้วย ทุกคนกำลังขยับตัวเตรียมกลับโรงแรม
แต่ละคนกอดหญิงสาวข้างกายของตัวเอง
“ถ้าผมไม่เลือกน้องไปล่ะ” เขาหันกลับมาแล้วถามฉัน
“น้องก็เสียรอบ ได้แต่ค่าดริ๊งค์ มันไม่พอกินหรอกพี่” ฉันไม่อ้อนเขามากไปกว่านี้
ก่อนจะพูดอะไรต่อไป เพื่อนรุ่นพี่ที่นั่งข้างเขาหันมาถามว่า
“ไม่ถูกใจน้องคนนี้เหรอ เห็นจีบกันตั้งนาน ถ้าเราไม่เอา พี่เอานะ”
พูดจบเขาก็โน้มตัวคว้าตัวฉันไปกอดและจูบด้วยความมึนเมา

เขาหันไปบอกเด็กเสริฟว่าให้เช็คบิล แต่พอควักกระเป๋าตังค์ออกมาเพื่อเตรียมจ่ายเงิน
เพื่อนรุ่นพี่ก็ยกมือห้ามปรามเขาไว้
“เฮ้ย ห้ามจ่ายนะ เหล้าก็ไม่กิน สาวก็ไม่เอา จะจ่ายได้ยังไง ไม่ได้ ๆๆๆ”
“ไม่เป็นไรพี่ ผมตามมาเที่ยวด้วย ให้ผมจ่ายด้วยเถอะ” เขาพูดไปหัวเราะไป
รุ่นพี่แต่ละคนควักเงินออกมาช่วยกันจ่าย ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และพาสาวออกไป 5 คน
ทั้งหมดสองหมื่นกว่า
นอกจากเขาก็มีรุ่นพี่อีกคนที่ไม่เอาสาวกลับไปห้องพัก


ในลิฟท์ท่ามกลางความนัวเนีย เขายืนผิงผนังลิฟท์ หันมามองดูฉันด้วยสายตานิ่ง ๆ
เมื่อถึงชั้นที่ทุกคนพัก เขาหันมามองฉันเป็นครั้งสุดท้าย ส่งยิ้มให้และพูดว่า
“โชคดีนะครับน้อง”
ก่อนเดินเข้าห้องของตัวเองไป

ฉันแค่รู้สึกเสียดายที่ไม่ใช่เขา อย่างน้อยคืนนี้ก็น่าจะเป็นเขาที่ฉันได้กอดนอน
คนที่นั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิง ผู้ชายที่ไม่เมามายและหื่นกระหาย
น่าเสียดายที่เขาปฏิเสธฉัน แต่ฉันไม่อาจปฏิเสธชายที่เลือก
เพราะมันหมายถึงรายได้ซึ่งจะขาดหายไป
“เป็นผู้ชายที่แปลกดี” ฉันนึกในใจ ก่อนจะค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือแต่เนื้อตัวเปล่าเปลือย
ชายแก่บนเตียงนั่นดูท่าทางจะเมามากเกินไปจนทำอะไรไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ
ฉันทรุดตัวลงนอนเคียงข้างเขา เอื้อมมือปิดไฟที่หัวเตียง
ก่อนที่ทุกอย่างในห้องจะเหลือเพียงแต่ความมืดมิด


 



Create Date : 21 กันยายน 2564
Last Update : 21 กันยายน 2564 6:32:35 น. 14 comments
Counter : 514 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณkatoy, คุณThe Kop Civil, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณหอมกร, คุณทนายอ้วน, คุณmultiple, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtuk-tuk@korat, คุณtoor36, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณlovereason, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณSertPhoto, คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse


 
คุณก๋าบรรยายซะเห็นภาพเลยครับ 555
ผมเคยไปร้องคาราโอเกะเหมือนกัน บรรยากาศแบบนี้เป๊ะเลยครับ สมัยนั้นร้านคาราโอเกะเปิดกันทั่วทุกมุมเมืองเลยนะครับ เปิดยันสว่างด้วย เดี๋ยวนี้บรรยากาศแบบนั้นไม่น่าจะมีอีกแล้ว


โดย: The Kop Civil วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:7:54:15 น.  

 
คาราโอเกะ กับ ผู้คนที่ไปใช้บริการ มีมากหน้าหลายตาจริง ๆ

ผมเคยถูกเรียกไปช่วยดูบัญชีกับการเสียภาษี กิจการนี้ที่มีห้อง
เยอะมาก รวมทั้งห้องโถง... ไม่ชอบเลยครับ พอวางรูปแบบ
งานบัญชี ระดับภาษีที่ควรจะจ่ายให้รัฐ ก็ส่งมอบให้รุ่นน้องทำ
ต่อไป

ที่นั่นมีสภาพคล้ายข้างบน แต่ค่อนข้างสุภาพกว่ามีระดับว่า
งั้นเถอะ

...
แม้ผมจะไม่ชอบคำว่า คาราโอเกะ ที่มีความหมายเป็นไทย
ว่า มีแต่เสียงดนตรี..... ช่วยให้คนไทยอีกหลายล้านคน
ไม่เหงาช่วงโควิดมาเยือน มีทั้งวีซิง กับอย่างอื่นอีกสองสามอย่าง ให้ร้องเพลง ออกอ่าวบ้าง เข้าห้องเพลงถูก

ร้องผิดคีย์ก็ได้ฮา สนุก ๆ กัน.... ผมว่ากิจการห้องโอเกะ
แบบข้างบนทำให้ คนไม่อยากจะร้องเพลงเพราะกลัวคำ
ครหา..

แต่โปรแกรมโอเกะนี่ดีมากนะครับ ช่วยให้คนได้ร้องเพลง
กับเสียงเพลง อาจจะเป็นเสียงสังเคราะห์ผสมเสียงดนตรีจริง
ไม่ต้อง ง้อ นักดนตรี 555 เหมือนเมื่อก่อน

คนได้ร้องเพลงไม่เสียเงินเยอะเหมือนเมื่อก่อน ร้องที่บ้าน
ตนเองหรือบ้านของเพื่อน หรือของกลุ่มที่แวดล้อมด้วย
บรรยากาศเป็นธรรมชาติ

แต่นักดนตรีหรือนักแต่งเพลง คงไม่ชอบเท่าใด ผมคิดเอง
นะครับ คนจะจ้างเขาเล่นน้อยลง (หรือเปล่า)

ถึงอย่างไร ผมก็ยังชอบดนตรีจริงเล่นให้่ผมร้องอยู่ดี ต้อง
ใช้ความสามารถเฉพาะตัว ในการเดาใจคนเล่นอยู่
บางทีก็ งง... เช่นเนื้อเพลงหรือคำนี้ น่าจะ 2 จังหวะ
อ้าวพี่แกเล่นยืดล่อไป 4 จังหวะทำเอาเราเหวอ..




โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:8:03:30 น.  

 
คุณก๋ากำลังจะสื่ออะรไนะ
แต่ที่แน่ๆ อ้างความจำเป็นยังไง
เลี้ยงตัวเองด้วยอาชีพแบบนี้ก็ไม่ดีแน่ๆ



โดย: หอมกร วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:8:39:49 น.  

 
ถ้า base on true story เดาว่าคนที่สั่งนมร้อน ต้องเป็น คุณก๋าแน่นอน สำหรับ อ.เต๊ะ สั่งแต่ นมอุ่น ข้างละ เอ๊ย ขวดละ500 ซีซีเท่านั้น เย้ย 555

แล้วก็ 20000 นี่ถูกมากเพราะไปตั้งหลายคน แถมได้เห็นหน้า เจอตัวเป็นๆ น้องๆ เพราะ เดี๋ยวนี้ คุยกันในบล็อก 555ไม่ใช่ซิ

คุย ใน line ในface นี่ ดูข่าว มีแต่ คุณป้ามหาภัย ไม่ตรงปก ให้โอนลูกเดียว
เสียเป็นแสน แขนยังไม่ได้แตะเลยนะครับนี่ 555

เอาดีๆมั่ง การปฏิเสธ เรื่องที่ไม่ดีนี่ ต้องถือเป็นความกล้าหาญมากเลยนะครับ บางทีเราตามเพื่อน ไปกับนาย ก็ไม่กล้าที่จะปฎิเสธ ทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ได้

เดี๋ยว อ.เต๊ะ ต้องรีบไปสวดมนต์ ชำระล้างจิตใจก่อนแล้วละครับ
คุณก๋า เอาเรื่องอะไรมาให้อ่านก็ไม่รู้ จิตใจ อ.เต๊ะ แปดเปื้อนราคีคาวหมด อิอิ

คุณก๋า ตะโกนลั่นบ้าน โถ พ่อคนดีผีคุ้ม พ่อเปรียญ 9ประโยค
นี่เบอร์ ร้าน กะเบอร์น้องคนนั้น ที่เอ็งหลังไมค์มาถามข้า เอ็งจะเอามั้ย เดี๊ยะๆ555



โดย: multiple วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:9:24:54 น.  

 
แอบคิดเหมือนอ.เต๊ะครับว่าผู้ชายที่ไม่ดื่มน่าจะ based on true story ที่คือพี่ก๋าแน่เลยครับ ^^
เรื่องราวละมุน อ่อนโยนมาก ๆ เลยครับ ให้เห็นถึงอาชีพอีกอาชีพถึงที่เค้ามีความจำเป็นจริงๆ ไม่ใช่เพราะเค้าอยากไปกับ ผช ทุกคน แต่ถ้าคืนนี้ไม่มีใครออฟ
ตอนที่เค้าขอให้ ผช คนนั้นออฟ เข้าใจเลยครับ ค่าดริ้งถ้าไม่ใช่ตัวท้อปคงได้ไม่เยอะ

เอาไม่เคยไปอะไรพวกนี้เลยอ่ะครับ จิงๆ 5555555 รู้จากเพื่อนเล่าแบบละเอียดให้ฟังแค่นั้นเอง นั่งฟังแบบตื่นเต้นมาก 5555 เหมือนเปิดโลกอ่ะครับ แต่เพื่อนเป็นคนทั้งดื่มทั้งกินสุกี้ครับผม ^^

เป็นการปฎิเสธที่นุ่มนวล อ่อนโยน มาก ๆ เลยครับ

จากบล๊อก

พอรู้ว่าเลือกจากมหาลัย ผมก็ไม่ถูกใจวัฒนธรรมองค์กรเลยครับ
ถึงได้ก็คงอยู่ไม่เป็นสุขแน่นอน เสียเวลาชีวิตครับ 555555

ผมเริ่มจาก extra ค่าตัว 300 เลยครับ โฆษณานมถั่วเหลืองกล่องๆ นี่แหละครับ 55555 เป็น 300 ที่เหนื่อยมาก แต่ได้กินข้าวฟรีด้วยครับ คุ้มแหละ ช่วงปิดเทอม 555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:10:07:38 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

อ่านตะพาบของ ก๋า แล้ว ก็รู้สึกเศร้าใจเนาะ มันเป็นสังคม
ที่ไม่อยากให้มีเลย คุณภาพชีวิตของหญิงพวกนี้ บอกไม่ถูกว่า จะ
สงสารหรือไม่สงสาร อยากได้เงินเยอะ ๆ งานสบาย ๆ หรือมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน จึงต้องไปประกอบอาชีพขายบริการเช่นนั้น ถ้าเป็นคนสู้ชีวิต ครูคิดว่า เขาคงไม่เลือกอาชีพเช่นนี้หรอกนะ เฮ้อ!
อ่านแล้วก็เศร้าใจเนาะ ถ้าไม่มีผู้ชายพวกหื่นกระหายอย่าง
ที่เธอบรรยาย ก็คงไม่เกิดอาชีพขายบริการเช่นนี้ เนาะ

โหวดหมวด ตะพาบ


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:11:00:06 น.  

 
จากบล๊อก

ผมนึกว่ามะพร้าวลูกนี่เค้าสั่งเป็นปกติซักอีกครับ เห็นมีอยู่ช่วงผช เค้าฮิตอยากจะกินน้ำมะพร้าวให้แข็งแรง ฟิตปั๋งกัน ^^
ถ้างวดไหนผมไม่อยากดื่มไปร้านเหล้าผมจะสั่งโค้กครับ แต่เวลาคนชงถาม ผมบอกว่า โค้กครับ เค้าจะถามว่า เหล้าโค้กหรือคะ ตลอดเลย 555555

รับสถานปนิกไปชงกาแฟ บ้าบอที่สุดครับ เอาอะไรคิด 55555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:14:06:55 น.  

 
อ๊ออ้อย!


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:14:43:32 น.  

 
อันนี้เป็นเรื่องจริงส่วนหนึ่งของพี่ก๋ารึเปล่าอะ

ผมนึกถึงที่เขมรนะครับ เรื่องคาราโอเกะที่เคยเขียนไปน่ะแหละ ถ้าหิ้วไปก็ 700 ดอลล่า ใช้หน่วยเงินเป็นดอลล่านะครับ!! อันที่จริงมันปฏิเสธได้แต่มันก็เสียรายได้ก็เท่านั้น ประเทศไทยจิ้มตรงไหน เน่าตรงนั้น เหมือนที่เขาว่า ไม่มีหวยเกินราคา ไม่มีรถควันดำ ไม่มีโสเภณี

จากบล็อก
อย่าไปเปรียบเทียบมากเลยครับ 555 เทียบมากๆ เดี๋ยวมีรถฮัมวี่ออกมายึดบล็อกนะเออ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:17:47:17 น.  

 
ที่มาคุย
ผมพิมพ์ไม่ละเอียดเอง ที่ผมไปเป็นกิจการของชาวจีนครับ กัมพูชาแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของจีนไปแล้ว ดังนั้นคนทำงานก็คนจีนครับ 555


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:20:58:38 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ก๋า
วันนี้ได้อ่านเรื่องสั้นของพี่ก๋าด้วย อ่านแล้วแบบเศร้า ชีวิตที่เลือกไม่ได้ แต่ตอนที่เศรษฐกิจดีๆ เค้ามีชีวิตที่ดีเรียกวา่แต่ละคนอู้ฟู่เลยค่ะ
ที่หาดใหญ่สมัยบูมๆ มีคาราโอเกะเยอะมาก แต่ที่เยอะมากกว่าก็แถวด่านนอกสะเดา ทุกซอกซอยจะมีคาราโอเกะ มีเจ้าแม่คาราโอเกะ แบบคนนึงเปิดหลายร้านมากๆ แล้วแต่ละร้านก็อย่างที่พี่ก๋า เอ๊ย เขาในเรื่องถามนั่นแหละ เชียงราย แม่อาย แม่จันและสิบสองปันนาเยอะมากจริงๆ มากันตั้งแต่เริ่มสาวค่ะ
เมื่อก่อนบูมขนาดไหน ก็ขนาดสาวๆ จะกลับบ้านช่วงสงกรานต์ทีนึงก็จะมาตัดชุดลูกไม้ที่ร้านแม่ คนละสองสามชุด บางคนตัดให้ญาติพี่น้องเยอะเลยแล้วันหยุดแม่ก็เอาไปส่งถึงที่ นี่เข้าไปหลายร้านแล้ว อิอิ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ หาดใหญ่เศรษฐกิจพัง ด่านนอกตายสนิท สาวๆ ก็กลับบ้านเกิดกันหมดเพราะคนที่ไปอยู่มาเลย์ก็ไปกลับไม่ได้ มันเป็นลูกโซ่ที่น่าจะพังกันเป็นแถบเลย
นี่ว่าอ่านแล้วนึกเลยว่าประสบการณ์จริงของคนเขียนมั้ยนะ อิอิ
ขอบคุณสำหรับตะพาบเรื่องสั้นค่า
ไม่ได้เขียนด้วยเลย เอาไว้ปีหน้าค่อยว่ากัน แหะๆ


โดย: lovereason วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:21:30:10 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

จากเรื่องเล่าของคุณก๋า ทำให้ผมนึกถึงสมัยยังทำงานประจำใหม่ๆ
วันศุกร์เย็นพี่ๆ ก็จะชวนน้องๆ ไปกินข้าว แต่ผมเป็นประเภทไม่ค่อยชอบไปไหนกลางคืนด้วย แล้วเราไม่ได้ดื่ม บางทีเหมือนถูกบังคับไงไม่รู้ 55 แถมต้องติดรถพี่บางคนกลับอีก แล้วไปกันแทบจะทุกศุกร์ แอบเซ็งครับช่วงนั้น


จากบล็อกเรื่องหลวงพ่อ สาธุครับ
สมาธิภาวนนาที่แท้อยู่ที่ตัวเองจริงๆ ครับ

ผมก็ยังชอบการอ่านแบบรูปเล่มอยู่
ชอบที่จะได้เปิดหน้ากระดาษ ได้กลิ่น ครับ
เคยอ่าน e book แล้วมันไม่อินเท่า ^^




โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:22:47:51 น.  

 
เคยเข้าไปสถานที่แบบนี้กับเพื่อนๆครับ
แสงไฟสลัว กลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ กับแกล้มก็มองไม่เห็นว่าสะอาดหรือเปล่า
เรียกสาวมานั่งดริ๊ง
กินไป ล้วงไป กินไป ออฟออกไปข้างนอกอีก
เป็นอีกคนที่ปฏิเสธเรื่องแบบนี้ แต่ไม่กินนมร้อนครับ กินน้ำเปล่า

ฝนกำลังตกพรำๆครับ ตกตั้งแต่บ่ายสาม ตกๆหยุด ตกๆ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 21 กันยายน 2564 เวลา:23:05:05 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องก๋า

มาอ่านตะพาบค่ะ

>>>
จากที่บล็อก
"ผมเลือกเดินวันละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
หรือไม่ก็ทำสวน เดินไปเดินมาก็ประมาณ 1 ชั่วโมงเช่นกันครับ"

ที่นี่มีสามีน้อง เขาเดินแทบทั้งวัน เดินแต่เช้าไปเรื่อยๆแล้ว
กลับบ้านจนบ่ายๆ แทบทุกวัน ไปเดินที่เรียบแม่น้ำฮัดสัน เดิน
ไม่ถึงเดือน นน.ลดหลายกก.เลย พี่ยังอยากไปเดินที่เขาเดิน
บ้างแต่ต้องขับรถเข้าเมือง น้องบอกคนเดินเยอะของขายเยอะด้วย
น้องเขาเอาน้ำไปกับไข่ต้ม







โดย: newyorknurse วันที่: 22 กันยายน 2564 เวลา:4:07:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 378 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]