มกราคม 2564
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
29 มกราคม 2564

:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - เนื้อติดกระดูก ::


:: เนื้อติดกระดูก ::

เขียน : Paul Reps
แปล : เสฐียรพงษ์ วรรณปก












ชาวตะวันตกให้ความสนใจแนวคิดของนิกายเซนไม่น้อย
มีการรวบรวมโกอาน คำสอน นิทานเซน ไว้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว
ดังเช่นหนังสือ Zen Flesh Zen Bones ซึ่งเขียนโดย Paul Reps เล่มนี้
เนื้อหาภายในเล่มคล้ายปริศนาธรรม ให้ผู้อ่านได้ตีความตามความนึกคิด
วินิจพิจารณาหลักธรรมที่ซ่อนอยู่ในเรื่องราวต่าง ๆ
เพราะเอาเข้าจริงแล้ว “ธรรมะ” ก็มิได้แบ่งแยกเป็น เซน เต๋า พุทธ คริสต์ หรือ อิสลาม
ความต่างในการเข้าถึงธรรม อยู่ที่วิธีพูด วิธีบอก วิธีสอน
ซึ่งเปลี่ยนไปตามรูปแบบของแต่ละท้องถิ่นประเทศ ตามแต่วัฒนธรรม
ตามแต่ยุคสมัย
แต่ “แก่นแท้ของหลักธรรม” ยังคงเป็นหนึ่งเดียวกัน
ถ้าเข้าถึงความจริงได้ ก็เข้าถึงธรรม
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร นับถือศาสนาใด หรือเกิดในหนแห่งใดก็ตาม

ผมเลือกบางเรื่องเล่าภายในเล่มที่ชอบมากเป็นพิเศษมาให้ได้ลองอ่านกันดูครับ



-------------------------------------------------




: คุณยังไม่วางอีกหรือ ? :


วันหนึ่งอาจารย์ตันซานกับอาจารย์เอกิโด
เดินทางไปตามถนนเฉอะแฉะด้วยโคลนสายหนึ่งขณะฝนกำลังตกหนัก
พอเดินมาถึงหัวเลี้ยวแห่งหนึ่ง พบหญิงสาวสวยคนหนึ่งแต่งชุดกิโมโนมีพู่ห้อยยาว
รีรอจะข้ามถนนอยู่
“มานี่หนู” ตันซานเรียก แล้วตรงรี่เข้าอุ้มเธอข้ามโคลนไป
เอกิโดตกใจมาก แต่ไม่กล้าปริปาก จนทั้งสองเดินทางมาถึงสำนักในตอนกลางคืน
เอกิโดอดรนทนไม่ได้จึงพูดกับตันซานว่า
“พระเราแตะต้องผู้หญิงไม่ได้ โดยเฉพาะสาวสวยเช่นนั้นยิ่งอันตราย
ทำไมท่านกล้าทำถึงขนาดนั้น”
ตันซานตอบว่า
“ผมวางเธอไว้ที่นั่นตั้งนานแล้ว คุณยังอุ้มเธออยู่หรือนี่”




---------------------------------------------------





: หญ้ากับต้นไม้ตรัสรู้ได้อย่างไร :


วันหนึ่ง นักแสวงนิพพานอายุ 50 ปีคนหนึ่ง กล่าวแก่อาจารย์ชิงกานว่า
“ผมศึกษาธรรมนิกายเทนไดมาตั้งแต่เด็ก ผมยังไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่ง
คือ นิกายเทนไดสอนว่าหญ้าและต้นไม้ก็ตรัสรู้ได้ ผมเห็นว่าสอนแปลก”
อาจารย์ชิงกานกล่าวว่า
“จะมีประโยชน์อะไรที่มามัวโต้เถียงกันว่าหญ้าและต้นไม้ตรัสรู้ได้อย่างไร
คุณเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าจะตรัสรู้ไอย่างไร ?”
“ไม่เคยคิดเลย” เขารับอย่างงง ๆ
“ถ้างั้น กลับบ้านไปคิดซะ !” อาจารย์ตัดบท




-----------------------------------------------------





: ประตูสวรรค์ :


นักดาบซามูไรคนหนึ่งชื่อ โนบุชิเกะ เข้าไปถามอาจารย์ฮุกุอินว่า
“สวรรค์นรกมีจริงหรือ ?”
“เจ้าเป็นใคร ?” อาจารย์ถาม
“ผมเป็นนักดาบซามูไร”
“เจ้าน่ะหรือ นักดาบซามูไร” อาจารย์อุทาน
“เจ้านายที่ไหนเขาจะเอาเจ้าไปเป็นองครักษ์ หน้าตายังกะขอทานแน่ะ”
โนบุชิเกะโกรธจัด คว้าดาบทันที อาจารย์ฮะกุอินพูดต่อว่า
“อ้อ มีดาบด้วยรึ ไอ้ดาบทื่อ ๆ ของเจ้า ตัดคอข้าไม่ขาดหรอกเว้ย”
โนบุชิเกะกระชากดาบออกจากฝัก อาจารย์ฮะกุอินพูดเรียบ ๆ ว่า
“นี่ไง ประตูนรกเปิดแล้ว”
นักดาบซามูไรได้ฟังดังนั้น จึงคิดได้ สอดดาบเก็บเข้าฝักแล้วก้มลงกราบอาจารย์
อาจารย์กล่าวว่า “ นี่ไง ประตูสวรรค์เปิดแล้ว”




-----------------------------------------------





: ไม่มีอะไร :


นักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งชื่อ ยามาโอกะ เตชชุ
ชอบไปเยี่ยมเยียนอาจารย์ต่าง ๆ อยู่เสมอ
วันหนึ่งเขาไปหาอาจารย์โดกุอันแห่งสำนักโซกูกุ
เขาต้องการจะอวดว่าตนได้บรรลุคุณธรรมชั้นสูง จึงกล่าวแก่อาจารย์ว่า
“จิต พุทธ และสัตว์ ไม่มีจริง สถาวะที่แท้จริงของสิ่งทั้งหลาย
คือ ความว่าง ไม่มีโพธิ ไม่มีอวิชชา ไม่มีอรหันต์ ไม่มีปุถุชน
ไม่มีการให้ ไม่มีการรับ”
โดกุอันสูบบุหรี่นั่งฟังเฉย ไม่พูดอะไร
ทันใดนั้นท่านก็เอากล้องยาเคาะหัวเจ้าหมอนั่นดังโป๊ก !
ทำให้เขาโกรธจนหน้าเขียว
โดกุอันพูดเรียบ ๆ ว่า
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว อ้ายความโกรธนี่มันมาจากไหนล่ะ ?”

 



Create Date : 29 มกราคม 2564
Last Update : 29 มกราคม 2564 5:26:40 น. 26 comments
Counter : 357 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณหอมกร, คุณเซียน_กีตาร์, คุณอุ้มสี, คุณ**mp5**, คุณkae+aoe, คุณTui Laksi, คุณcomicclubs, คุณtoor36, คุณทนายอ้วน, คุณThe Kop Civil, คุณmultiple, คุณnonnoiGiwGiw, คุณzungzaa, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณInsignia_Museum, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณชีริว, คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse


 
: คุณยังไม่วางอีกหรือ ? :

ฮาๆ เคยยกเธอมาก่อนนี่เอง


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:5:57:22 น.  

 
นักเขียนท่านนี้ ที่ผมชอบอ่านเขียน พุทธศาสนาได้น่าอ่าน
ไม่เบื่อ เมื่ออ่านประวัติของท่าน จึงรู้ว่าท่านคลุกคลีด้านนี้
มานาน


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:6:26:02 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณก๋า...

อ่านเรื่องแรก...ก็เข้าใจล่ะ..

ลึกซึ้งจริงๆคะ...



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:6:48:28 น.  

 
ออกแนวหนังสือของนักคิดนะคุณก๋า



โดย: หอมกร วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:7:14:34 น.  

 
หนังสือเซน เป็นหนังสือที่มีถ้อยคำสวยหรู ชวนพิศวง น่าค้นหาติดตาม ชวนให้อ่านและเสียเวลาครุ่นคิดไตร่ตรองค่ะ

( บางครั้ง อ่านฟังจากหลายแหล่ง บ้างสอดคล้อง บ้างแตกต่าง เย็นเกิดความสงสัย คำสอน ไหนถูกผิด เมื่อเทียบเคียงพุทธวจน กับความจริงทางวิชาการทางโลก เย็นพบว่า ความเมตตากรุณาต่อมนุษย์ประการหนึ่ง คือ การบอกกล่าวในความเป็นจริง ในโลกการเขียนบทความ ที่ไม่มีการอ้างอิง การโฆษณาที่เกินจริง

ในทางธรรม ถ้ายังไม่บรรลุธรรมขั้นสุดอย่าบอกสอนใคร สอนเพียง ทาน ศีล เป็นเบื้องต้น ดังในคิริมานนทสูตร ประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว ผู้รู้แจ้งในเรื่องราวใด เมื่อบอกสอนสิ่งใดแก่ใคร กลับตรงไปตรงมา ง่ายดาย สั้นได้ใจความ. เพราะความกระจ่างแจ้งนั้นได้ถูกบดย่อยซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเหลือแก่นแท้ ไม่เวิ่นเว้อยืดยาว สำบัดสำนวนอีกแล้ว
ในอดีตหลายครั้ง ที่เย็นฟังคนสอนนักศึกษา ถกปัญหาด้วยสำนวนลีลาทั้งเหยียดหยาม กดลงต่ำในเชิงกระตุ้นให้ผู้ถามไปหาคำตอบด้วยตนเองโดยใช้เวลาถกกันอยู่ยาวนาน พวกเรารู้ทัน มันก็ไม่รู้ตอบไม่ได้ ทำฟอร์มให้เก๋ไก๋ไปยังงั้นเอง ที่สุดคนถามก็ต้องไปค้นตำราเองเสียเวลาเปล่า
คนสอน วิธีสอน มีหลายรูปแบบ. ถ้าตามทางพระสมณโคดม ท่านให้เรียนกับผู้ไปถึงทางแล้ว จึงจะไปถูกทาง นอกนั้นพาหลงทางไปเสีย ไม่แปลกที่เราพบสำนักที่คนมากมายแต่กลับสอนผิดทาง )ความเมตตากรุณาต่อมนุษย์ประการหนึ่ง คือ การบอกกล่าวในความเป็นจริง


โดย: mcayenne94 วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:7:55:44 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 


สวัสดียามเช้า ในวันที่หงส์กลับมาสู่ชัยชนะ อีกครั้งครับ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:8:03:45 น.  

 
เล่มนี้พี่อุ้มก็ชอบ
น่าสนใจมาก


โดย: อุ้มสี วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:9:00:19 น.  

 
ใช่ครับเป็น นาคหลวง.. ใช้นามปากกาว่า ไต้ตามทาง


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:9:06:50 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:9:18:12 น.  

 
สวัสดียามเช้า ขอบคุณที่นำมาฝากกันค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:9:21:55 น.  

 
น้องก๋า
พี่อุ้มมีข่าวดีมาบอก
ที่พี่อุ้มเพิ่งทราบจากลุงมานิด
ลุงมานิดกำลังทำ "แฟลชไดว์ จรัล มโนเพ็ชร"
ที่มีประวัติเพลง 39 เพลง พร้อมเพลง 39 เพลง
และมีเพลง "เดือนดวงเดียว" เพลงนี้ด้วย
สนใจสอบถามไปที่ inbox มานิด อัชวงศ์
ในเฟชบุ๊คได้เลยค่ะ ว๊าววว เป็นข่าวดีเลยเนาะ
จบข่าว คริคริ


โดย: อุ้มสี วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:9:26:39 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะคุณก๋า
เราชอบตรงช่วงอินโทรของคุณก๋า..เราก็เชื่อเช่นนั้นจริงละ
"ธรรมะ ไม่แบ่งแยก...ความต่างในการเข้าถึงธรรม
เปลี่ยนไปตามรูปแบบของแต่ละท้องถิ่นประเทศ
ตามแต่วัฒนธรรม ตามแต่ยุคสมัย..."
เรื่องเล่าทั้ง 4 เรื่อง สอนให้เราคิดได้จริงเลยค่ะ
ตรงตามชื่อเรื่อง"เนื้อติดกระดูก" ใครจะได้อะไร!!!

- ผลพลอยได้จากเข้าร้านหนังสือ เราชอบดูปกหนังสือ
กับชื่อเรื่อง ก่อนเสมอ บางทียังแอบถ่ายภาพปก
ที่เป็นอาร์ทๆแนวเราชอบไว้ด้วยเลยค่ะ...
เล่มนี้เราก็ชอบการออกแบบปกและใส่ตัวอักษร
แสดงว่าเล่มนี้ ผู้อ่านให้ความสนใจมาก พิมพ์ถึง 11 ครั้ง


โดย: Tui Laksi วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:10:01:39 น.  

 
ปล. ขอคุยเรื่องผลบอลเมื่อคืน ได้เฮ...ทีมรักชนะสมความคาดหวังของเรา
ขึ้น Top 4 แชมป์ลีกปีนี้ ลุ้นกันมันส์แบบหายใจลดต้นคอกันทุกทีม
แต่เราก็ลุ้นทีมรักของเรากันอีกแน่ๆนะคะ
วันอาทิตย์นี้ 23.30 น ได้ลุ้นอีกละ(แข่งดึกทุกที !)


โดย: Tui Laksi วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:10:07:24 น.  

 
แต่ละอันนี่ร้ายจริงๆ

คุณยังไม่เม้นต์อีกหรือ ผมเม้นต์ตั้งนานแล้ว 555

ต้นไม้ บางเรื่องไม่จำเป็นต้องไปคิดก็ได้นะครับ คิดไปแล้วมันก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา

เรื่องซามูไร ถ้าพูดเรื่องประตูนรกช้ากว่านี้อีกนิด หรือ ซามูไรลงมือเร็วกว่านี้อีกนิด หัวขาดไปแล้วแน่นอน

จากเรื่องแรกที่ผมเม้นต์ไป "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แล้วท่านยิ้มทำไม" --- อ๊ะ... ไม่ได้ยิ้มหรอกหรือ มุดแป้กสินะ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:11:49 น.  

 
เรื่องสุดท้าย ถ้าไม่โกรธก็แปลว่าวางได้ จะเท่ากับไม่มีอะไรจริงๆ แต่ส่วนใหญ่วางกันไม่ได้ คำว่าไม่มีอะไร จึงมักมีอะไรซ่อนอยู่


โดย: comicclubs วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:13:13 น.  

 
ตอนบวชเณรเคยได้อ่านนิทานปริศนาธรรมของหลวงพ่อพุทธทาสทำนองเดียวกันกับเรื่อง ": คุณยังไม่วางอีกหรือ ? :" เลยครับ แต่เป็นเรื่องของพระในพุทธศาสนาครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:15:36 น.  

 
พออ่านเรื่องที่คุณก๋ายกมาเข้าใจเลยครับ
เมื่อคืนลิเวอร์พูลกลับมาฟอร์มเดิมแล้วนะครับ แต่มาติ๊ปเจ็บอีกแล้ว กองหลังไม่มีตัวละ


โดย: The Kop Civil วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:18:09 น.  

 
โอ้ เล่มนี้อธิบาย เข้าใจง่ายกว่า ชุด 3เล่มที่แล้วแยะเลยนะครับ
ถ้าแบบนี้ อ.เต๊ะ พอจะอ่านได้หน่อย

และถ้าจะเอาตามหนังสือนี่ ก็ต้องขอบอกว่า

อ.เต๊ะ หยุดอัพบล็อกแล้ว คุณก๋า ยังไม่หยุดอีกเหรอ อิอิ

คุณก๋าบอก หนอยแน่ โดนเลย
ข้าไม่น่าพลาดเอาเล่มนี้มารีวิวเล้ยยย
เข้าทาง อ.เต๊ะ มันพอดี 555



โดย: multiple วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:25:32 น.  

 
ยังไม่วางอีกเหรอ คำถามนี้ทำให้นึกถึงเมื่อครั้งตอนไปปฏิบัติธรรมแล้วได้ช่วยพระอาจารย์ถือโน๊ตบุ้ค ท่านก็ส่งให้กับมือทีแรกเราก็ตกใจเหมือนกันก็ถามท่านไป ท่านก็อธิบายให้ฟัง


โดย: zungzaa วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:11:47:06 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า

"เนื้อติดกระดูก" ตั้งชื่อเป็นปริศนาธรรม นะ กระดูก
นี่น่าจะเป็นแก่นแท้ของธรรมะเนื้อที่ติดกระดูกน่าจะหมายถึงสิ่งที่กัน
ให้เรายังไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของธรรมะหรือเปล่า(จินตนาการ
ไปเรื่อย อิอิ)จำเป็นต้องแกะเนื้อที่ติดกระดูกนั้นออกเสียจากกระดูก
เพื่อให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของธรรมะ อิอิ
นิทานทั้ง 4 เรื่อง อ่านแล้ว น่าจะสรุปได้ว่า วิธีสอนนั้น
สอนด้วยการให้แสดงพฤติกรรมของคนสงสัยแล้วอาศัยพฤติกรรม
ที่เขาแสดงออก สรุปผลที่เขาสงสัยให้เขาเห็นอย่างชัดเจน เช่น
นิทานเรื่องที่ 3 และ 4 แต่อ่านแล้วก็คิดในใจว่า เสี่ยงนะ กลัว
จะโดนซามูไรฟันเสียก่อนที่จะสรุปสอนเขา ห้าห้า

นิทาน เรื่อง 1 และ 2 เป็นการทิ้งปริศนาให้คนอ่านคิด
สรุปเอาเอง เช่น เรื่องที่หนึ่ง ตอบคนถาม โดยตอบให้คนถาม
และคนอ่านอย่างเรา คิด "คุณยังอุ้มเธออยู่หรือนี่”
หรือ นิทานเรื่องที่สอง สอนในเรื่องที่ควรสนใจให้และให้ตรงจุดมุ่งหมายที่ตนต้องการ ไม่ใช่ไปสนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับจุด
ประสงค์ของตนเองเลย

โหวดหมวด แนะนำหนังสือ



โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:13:16:33 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า
เล่มนี้น่าอ่าน
ผมจำเรื่องแรกได้เรื่องเดียว
เรื่องคุณยังไม่วางอีกหรือ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:14:19:52 น.  

 
สวัสดีครับน้องแตง

พี่ก๋าชอบคำว่า

ทุกความรู้สึกดับได้ด้วยการวาง

ที่น้องแตงเขียนไว้ในบล้อกครับ
ใช่เลย




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:21:26:56 น.  

 
แวะมาส่งการบ้าน ตะพาบค่ะ
พอดีรอผมแห้ง ได้มีเวลาเขียนตะพาบยามดึก
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mcayenne94&month=29-01-2021&group=38&gblog=6


โดย: mcayenne94 วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:23:06:18 น.  

 
ชอบอ่านนิทานเซนครับ สั้นๆให้ข้อคิดดี ถึงบางเรื่องจะอ่านแล้วรู้สึกว่าเฮ้ย เอางี้เลยนะ
เรื่องแรกเล่ากันอย่างกว้างขวางเหมือนกัน เคยอ่านจากไหนจำไม่ได้แล้วครับ

ทำไมเล่มนี้ชื่อเนื้อติดกระดูก พอจะมีที่มาไหมครับ หรือตามคำบรรยายบนปกเลย
คือแล้วแต่ใครจะคว้าอะไรไป


โดย: ชีริว วันที่: 29 มกราคม 2564 เวลา:23:19:22 น.  

 
ชอบทั้ง 4 เรื่องที่คุณก๋ายกมาครับ
ผู้ปล่อยวางได้ ล้วนเข้าป่าถ้ำเขาลำเนาไพร หรือ หันหน้าเข้าหากำแพง กวาดลานวัดเงียบๆ เป็นอยู่เรียบง่าย กินน้อย พูดน้อย ปฏิบัติมาก
ส่วนพวกชอบพูดมาก ยกตนข่มท่าน ส่วนมากยังไม่ปล่อยวางครับ








โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:0:01:30 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องก๋า

หนังสือเล่มนี้มีข้อคิดดีๆค่ะ
ชื่นชมน้องก๋ามาก อ่านหนังสือเยอะจริงๆ


โดย: newyorknurse วันที่: 30 มกราคม 2564 เวลา:1:09:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 375 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]