มกราคม 2564
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
26 มกราคม 2564

:: กะว่าก๋าแนะนำหนังสือ - กระจกเงาแห่งความสัมพันธ์ ::


:: กระจกเงาแห่งความสัมพันธ์ ::

เขียน : J.Krishnamurti
แปล : หิ่งห้อย ณ ภูเขา









หนังสือเล่มนี้อยู่ในชุดหนังสือ “สภาวะรับรู้อันไร้การเลือก”
[ Choiceless Awareness ] โดยเนื้อหาทั้งหมดคัดสรรมาจาก
บทบรรยายและหนังสือของท่านกฤษณมูรติ ที่จัดทำไว้
ตั้งแต่ปี ค.ศ.1933 ถึงปี ค.ศ.1967 อ้างอิงเนื้อหาบทตอนที่เกี่ยวข้องกับ “การรับรู้”
โดยคัดสรรจากบทความกว่า 600 เรื่อง และแยกพิมพ์เป็น 3 เล่ม
เพื่อไม่ให้หนังสือมีความหนามากเกินไป
ในภาคภาษาไทยจึงแบ่งหนังสือ “สภาวะรับรู้อันไร้การเลือก” ออกเป็นสามเล่ม คือ
1. เผชิญความจริง
2. กระจกเงาแห่งความสัมพันธ์
3. พลังแห่งจิตเงียบ





------------------------------------------------------




“ความจริง” หรือ “สัจจะ”
ต้องใช้เพียง “จิตเงียบ” เท่านั้น
จึงจะมองเห็น “สัจจะ” นั้นได้
แต่ในความเป็นนามธรรม อะไรล่ะคือ “สัจจะ” ที่ว่า
แล้วสิ่งที่เราคิดว่านั่นคือ “สัจจะ”
แท้จริงมันใช่ “สัจจะ” จริง ๆ ล่ะหรือ ?


ความคิดซึ่งพุ่งพยายามจะมองหา แต่กลับมองไม่เห็นความจริงซึ่งอยู่เบื้องหน้า
เป็นสภาวะที่ใครหลายคนกำลังเผชิญอยู่ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว
เหมือนผู้ปฏิบัติธรรมที่คอยย้ำเตือนตนให้มุ่งแสวงหาการหลุดพ้น
แต่กลับเวียนว่ายวนอยู่ในทะเลอารมณ์โดยไม่อาจหาทางออกจากกรงที่กักขังชีวิตนี้ได้



ท่านกฤษณะมูรติกล่าวไว้ว่า


“ไม่มีหนทางสู่สัจจะ และสัจจะไม่มีสอง
สัจจะไม่ได้เป็นของอดีตหรือปัจจุบัน แต่สัจจะไร้กาลเวลา”




มีนักคิด นักเขียน นักปรัชญาจำนวนมาก
หยิบเอาคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือศาสดาองค์ต่าง ๆ มากล่าวอ้าง
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะนำเราไปพบกับสัจจะ

เราจะพบกับสัจจะได้ก็ต่อเมื่อเข้าใจกระบวนการทั้งหมดของจิต
จะเข้าใจความจริงได้ก็ต่อเมื่อสรรพสิ่งซึ่งขวางกั้นระหว่าง “จิต” และ “ความจริง”
ถูกรื้อถอนออกไป

“ความจริง” ซึ่งสัมพันธ์อยู่กับ “จิต” ของเรา
ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สมบัติ ลูกเมีย หน้าที่การงาน
ตัวตนทั้งหมดที่เห็นและเป็นไป ฯลฯ

การตระหนักรู้ถึง “สิ่งที่เป็นอยู่จริง” เท่านั้น
ที่จะทำให้เราได้พบกับ “อิสรภาพ” ที่จริงแท้ของชีวิต
และด้วย “อิสรภาพ” นี้เอง
มันจะทำหน้าที่ดั่งกระจกเงาซึ่งทำให้เราเห็น “ความสัมพันธ์” อันชัดเจน
ที่ตัวเรามีกับโลก ผู้คน และตนเองอย่างแท้จริง

 



Create Date : 26 มกราคม 2564
Last Update : 26 มกราคม 2564 6:12:29 น. 31 comments
Counter : 397 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณTui Laksi, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณmultiple, คุณzungzaa, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณThe Kop Civil, คุณcomicclubs, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtuk-tuk@korat, คุณInsignia_Museum, คุณRinsa Yoyolive, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณทนายอ้วน, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณสองแผ่นดิน, คุณnewyorknurse


 
มึนๆ ว่าแต่บล็อกนี้ทำไมสั้นกุดหละคุณก๋า



โดย: หอมกร วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:7:30:50 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะคุณก๋า
อ่านแล้วเหมือนยังไม่เข้าใจเลย
ความหมายไม่ยากแต่ไม่แจ่มแจ้งสำหรับเรา
ให้อยู่กับความเป็นจริง...สิ่งนี้แน่แท้


โดย: Tui Laksi วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:7:56:09 น.  

 
“ความจริง” ซึ่งสัมพันธ์อยู่กับ “จิต” ของเรา
ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สมบัติ ลูกเมีย หน้าที่การงาน
ตัวตนทั้งหมดที่เห็นและเป็นไป

ใช่ๆเลยค่ะ ความสัมพันธ์ยิ่งทางพันธุกรรมยิ่งต้องสั่งจิต
ให้อภัยและใจเย็นอยู่กับความเป็นจริง ซี่งตอนนี้โอเล่เจออยู่ไบโพร่ามาพร้อมโรคซึมเศร้า


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:8:22:53 น.  

 
อ.เต๊ะ ลองไป search ชื่อหนังสือเล่มนี้ อยากรู้ว่าเค้าจะบรรยายเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ว่ายังไง
ไปเจอ สำนักพิมพ์นึง เขียนไว้อย่างนี้

รวมหลากเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ
เรียบเรียงด้วยภาษาที่เรียบง่าย
อ่านเพลินจนวางไม่ลง ลืมกินข้าวกินน้ำ อิอิ

บรรทัดสุดท้ายนี่ อ.เต๊ะ อยากถามว่า อ่านแล้วเป็นไปตามที่เค้าว่ามั้ยครับ 555

คุณก๋า ตอบว่า ไอ้ประโยคหลังนี่ เอ็งแปลงสารใช่มั้ย
ข้าว่ามันทแม่งๆ พิกล เอ็งสารภาพมาซะดีๆ 555



โดย: multiple วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:8:35:45 น.  

 
เซียนกระบี่ลุ่มแม่น้ำวัง 



การตระหนักรู้ถึง “สิ่งที่เป็นอยู่จริง” เท่านั้น
ที่จะทำให้เราได้พบกับ “อิสรภาพ” ที่จริงแท้ของชีวิต
และด้วย “อิสรภาพ” นี้เอง

ตระหนักรู้แต่ บางครั้งก็ยากทำใจยอมรับครับ


โดย: เซียน_กีตาร์ วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:8:39:04 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ คุณก๋า
ดอกไม้บ้านป่าความจริงก็ไม่ได้ดูแลมาก
ได้แค่พรวมดิน รดน้ำ ให้ปุ๋ยนานๆครั้ง
แต่คงเพราะอากาศดีนะคะ
อันนี้เทวดาช่วยเลี้ยง
---
การตระหนักรู้ถึง “สิ่งที่เป็นอยู่จริง” เท่านั้น
ที่จะทำให้เราได้พบกับ “อิสรภาพ” ที่จริงแท้ของชีวิต
และด้วย “อิสรภาพ” นี้เอง
มันจะทำหน้าที่ดั่งกระจกเงาซึ่งทำให้เราเห็น “ความสัมพันธ์” อันชัดเจน
ที่ตัวเรามีกับโลก ผู้คน และตนเองอย่างแท้จริง

ยากนะคะ แล้วจะมีใครสักกี่คนที่อยากหยั่งรู้เช่นนี้
พวกนักปรัชญามัีกมีเรื่องให้เราคิดจนเหนื่อย
กว่าจะ get ว่าเค้าหมายความว่าอย่างไร
"จิตเงียบ" ก็ยังทำไม่ค่อยได้เลย
มันเอาแต่ฟุ้งซ่าน อิอิ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:8:45:23 น.  

 
หนังสือท่านเขียนตั้งแต่เรายังไม่เกิดเลย 555
อ่านแล้วก็ยังยากที่จะเข้าใจ


โดย: zungzaa วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:9:11:08 น.  

 
อาศัยแต่เทวดาก็บ่ได้ด๊อก 55

ประวัติของท่านกฤษณมูรติเคยอ่านแล้วค่ะ
ต้องว่าถูกบังคับให้อ่านมากกว่า
ส่วนวิธีคิดของท่านไม่ค่อยไหวจะเคลียร์ค่ะ
เวลาสอบได้คะแนนพออาศัย



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:9:11:38 น.  

 
แล้วช่วงหนุ่มกับช่วงสูงวัย
ช่วงไหนท่านอธิบายความง่ายกว่ากัน
อันนี้พี่ไม่เคยรู้ เพราะไม่ได้เรียนลึกขนาดนั้น
เรียนแค่ปรัชญาขั้นพื้นฐานที่เป็นวิชาบังคับ
สมัยพี่เรียนหนังสือ วิชาปรัชญานี้ก็คล้ายๆ
วิชาของคนเพี้ยนๆ 55 แต่ก่อนนั้นคนเรายังโง่อยู่จ้าาา
พี่สนใจเรียนกลุ่มภาษามากกว่า



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:9:36:00 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณก๋า...

อากาศเริ่มอุ่นขึ้นนะคะ...

ไม่ค่อยหนาวล่ะ..เชียงใหม่เป็นบ้างคะ..?





โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:11:12:28 น.  

 
มันคือการยอมรับใช่ไหมคะ เมื่อเราตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เป็นอยู่จริงนั้นได้ เราก็จะเห็นความสัมพันธ์อันชัดเจน

ความสัมพันธ์บางทีมันชัดเจนอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่เห็น เราไม่เห็นสิ่งที่มันเป็นอยู่จริง


โดย: comicclubs วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:11:19:54 น.  

 
ความเงียบยังใช้ได้ผลอยุ่นะครับ
จากบล็อก
ผมนึกว่าคุณก๋าเอาสองคนมารวมกันครับ 555


โดย: The Kop Civil วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:12:01:19 น.  

 
หนังสือปรัชญาหรือธรรมะแปล

แปลออกมาแล้ว

บางครั้งอ่านแล้วยิ่งไม่รู้เรื่องค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:12:53:54 น.  

 
สวัสดีครับน้องแตง

ใช่ครับ

การจะเห็นความจริงที่แท้จริงได้
รับต้องยอมรับความจริงก่อนเป็นอันดับแรกเลย
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น
คือคนส่วนใหญ่มักจะปฏิเสธความจริงก่อน
หรือโทษสิ่งต่างๆก่อน บางคนก็บอกว่ามันไม่จริง
ทำไมมันต้องเกิดสิ่งนี้กับฉัน ฯลฯ

อารมณ์ปฏิเสธความจริงเหล่านี้
คือสิ่งที่กั้นขวางไม่ให้เราเข้าใจความจริง
เมื่อไม่เข้าใจความจริง
ไม่ยอมรับความจริง
เราก็เป็นทุกข์ครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:13:56:42 น.  

 
ความสัมพันธ์อาจเป็นสิ่งที่จิตเราแต่งเติมขึ้นมาก็ได้อ่ะครับ
คิดแล้วก็เอาใจไปผูกกับเค้าซะงั้น

นี่ผมมือลั่นสั่งขนมแฟนเก่าให้มาส่งอีกแล้ว
ไม่รู้อยากกินหรืออยากเจออ่ะครับพี่ก๋า 55555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:14:32:03 น.  

 
วิถีฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ละครับ ช่วงนี้ที่เคยล้อ เซฟโซลจา ต้องเปลี่ยนใหม่ซะแล้ว


โดย: The Kop Civil วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:14:35:52 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องก๋า
วันนี้ รีวิว เล่มที่ 2 "กระจกเงาแห่งความสัมพันธ์"
ครูอ่านเสร็จแล้ว สรุปว่า ความจริง สัจจะ จิตที่อิสระได้
ก็จะสามารถเห็นความสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ เปรียบจิตดังกระจกเงาที่
จะส่องเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ของสิ่งที่มีอยู่ในโลก เมื่อ
สามารถเห็นเช่นนี้ คือ ความจริงหรือสัจจะ
เรื่องนี้ น่าจะสอดคล้องกับพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่าง
พ่อแม่ลูก สามี ภรรยา เป็นเรื่องที่ตัดเยื่อใยได้ยากยิ่งและเป็นสิ่งที่
ขวางกั้นให้ไม่สามารถไปสู่การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้
ครูก็ไม่รู้หรอกว่า ที่เข้าใจเช่นนี้จะตรงกับแนวคิดของท่าน
กฤษณะมูรติ ต้องการสื่อถึงผู้อ่านไหม อิอิ

โหวดหมวด แนะนำหนังสือ



โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:14:52:58 น.  

 
เข้าใจ๋ยากเจ้า

จาก
Think I'm In Love Again - Paul Anka เพลงนี้ทำนองคุ้นหูขนาดเลยครับ
ก่คือเพลงที่เขียนไว้ต๋อนจบเจ้า ของอัสนี-วสันต์ - อยากให้ฉันอยู่ด้วยไหม อยากให้ฉันอยู่ด้วยไหมเธอ - อิอิ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:15:45:51 น.  

 
วันนี้ดูลึกจริง ๆ ด้วยค่ะ


โดย: sawkitty วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:16:14:46 น.  

 
อยากพบอิสระครับ ตอนนี้รู้สึกเหมือนถูกขังไว้ในโลก เหมือนสัตว์ทดลองเลย ซึ่งตอนนี้โดนทดลองด้วย "โรคร้าย" อยู่


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:16:32:00 น.  

 
พี่อุ้มชอบประโยคนี้จัง

การตระหนักรู้ถึง “สิ่งที่เป็นอยู่จริง” เท่านั้น
ที่จะทำให้เราได้พบกับ
“อิสรภาพ” ที่จริงแท้ของชีวิต
และด้วย “อิสรภาพ” นี้เอง

แหล่มเลย


โดย: อุ้มสี วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:16:46:12 น.  

 
ค่อยๆอ่าน และต้องตีความ อ่าน 2-3 รอบจึงพอเข้าใจครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:16:53:45 น.  

 
การเผชิญความจริงไม่ใช่เรื่องน่าอาย
แต่เป็นการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นกลายๆ
เป็นความคิดที่ดีสุดมากกว่าการหลบหนีอีกเจ้า

เพราะอย่างน้อย ก็คือเราจะโล่งใจไปด้วย


โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:17:09:37 น.  

 
มีเวลาอีก4-5วัน ตอนนี้ก็พยายามต่อไปค่ะเพราะยังป๊อกแป๊กอยู่เลยค่ะ
ตอนม.1 ก็มีเป่าขลุ่ยรีคอร์เดอร์


โดย: zungzaa วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:19:23:07 น.  

 
มันเป็นปรัชญาที่ล้ำลึกจริงๆค่ะหนังสือเล่มนี้


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:20:12:57 น.  

 
มาเขียนบล๊อกหลายรอบแต่ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมเลย

วันนี้เข้ามาทักทายแล้วค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:20:28:26 น.  

 
จากบล็อก

ศาลากลางเก่า จ.เชียงราย เคยเป็นพิพิธภัณฑ์มาก่อนครับ แต่พื้นผุมาก โครงสร้างก็ไม่เคยได้รับการบูรณะ ตอนนี้เลยปิดซ่อมแซมครับ


ขอบคุณสำหรับกำลังใจในบล็อก "ศาลากลางเก่า เชียงราย" นะครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:20:46:42 น.  

 
สวัสดีครับคุณก๋า

วันนี้แอบแซวว่าบล็อกคุณก๋ารูปน้อย อิอิ
แต่เนื้อความยังกระชับ น่าอ่านเช่นเคยครับ

จะรออ่านรีวิวเล่มที่สามนะครับ


โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:20:52:53 น.  

 
อ่านแล้วมึน ๆ อยู่ สงสัยผมคงเข้าไม่ถึงเรื่องนี้ครับ แหะ ๆ ^^"

รู้แค่ว่า "สัจจะไร้กาลเวลา" นี่มันจริงครับ
อย่าง ไม่มีสัจจะในหมู่โจร โจรบอกขอเวลาไม่นาน
จริง ๆ มันโคตรนาน นานเหมือนไร้กาลเวลาเลยครับ


โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:21:52:35 น.  

 
รู้จริง รู้แจ้ง หนทางสู่การหลุดพ้น อิสรภาพ
แต่เรายึดมั่นถื่อมั่นสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
ปล่อยวางได้เมื่อใด/รื้อถอนความยึดมั่นถือมั่นได้หมด รู้จริง รู้แจ้ง ก็อยู่ไม่ไกล
เล่มนี้ คุณก๋าไม่ได้ยกคำคม ประโยคเด่นๆมานำเสนอ







โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 26 มกราคม 2564 เวลา:23:35:05 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องก่า

มาอ่านรีวิวหนังสือด้วยค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 27 มกราคม 2564 เวลา:1:05:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

กะว่าก๋า
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 375 คน [?]




มองฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
หรืออาจไม่เห็นฉัน

ฉันแค่แวะผ่านทางมา
และอาจไม่หวนกลับมาทางนี้อีกแล้ว

เราเคยรู้จักกัน
และมันจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

มองดูฉันอีกครั้ง
เธออาจเห็นฉัน
และฉันอาจมองไม่เห็นเธอ.





[Add กะว่าก๋า's blog to your web]